ผู้เขียน หัวข้อ: User's voice MB E200 CGI Coupe 2010 C207 ซ่อมมันส์ตั้งแต่ปีแรกไม่ต้องรอเก่า  (อ่าน 14255 ครั้ง)

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
จริง ๆ แล้ว ผมเขียนไว้นานมาก ตั้งแต่เจ้าของรถขายไปเมื่อสี่ปีก่อน แต่ไม่ได้ลงสักที วันนี้ได้โอกาส คนที่ซื้อต่อไปเอาไปขายต่ออีกทอดนึงเรียบร้อย เลยเอามานั่งอ่าน ขัดเกลาอีกนิด และคิดว่าน่าจะเป็นเวลาเหมาะที่จะลงเขียนเป็นเรื่องเป็นราวอีกหน่อย

E200 CGI coupe บอดี้C207 จะว่าไปแล้วมันก็คือ W204+W212แล้วหารสองก็ว่าได้ เพราะหน้าตามันเอามาจาก W212 แล้วยกเอาช่วงล่าง+ระบบไฟฟ้าของ W204  มาใส่ ทำให้เวลาขับมันก็จะมีน้ำหนักกระตอบสนองถนนคล้าย ๆW204 ซะมากกว่า ไม่เหมือนได้ยังงัย ก็โช๊ค สปริง มันก็อันเดียวกัน ถอดมาสลับกันก็แยกไม่ออก วัสดุอุปกรณ์ก็ W204 ตัวไมเนอร์เชนจ์นั่นแหละครับ ถ้ามีเครื่องมือแสกน อ่านเจอก็อ้าวโปรแกรมW204นี่เอง อาจจะมีเบาะมีอะไรที่ทำให้ดูมันต่างไปตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ประกบเกียร์ 5 สปีดตัวเก่า ช่วงที่นั่งและประตูยาวไม่เกรงใจใคร เปิดประตูที่แคบแทบลำบากตอนออก ยิ่งตอนไอ้เบลท์ค้างอีก เบียดไหล่เบียดสะโพกคนขับไปอีก

ก็อย่างที่หัวข้อโพสท์บอกไว้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะสาธยายอะไรเกี่ยวกับรถมากมายไปกว่าที่คุณ jimmy รีวิวไว้ เพราะเขาทำได้ดีกว่าผมมาก ๆ ไปแล้ว มีแต่ส่วนที่ผมอยากบอกให้คนที่ชอบถามว่าใช้รุ่นนี้ จุกจิกไหม ได้อ่านดีกว่า เพราะไม่มีเขียนไว้ในรีวิวไหนในโลกแน่ ๆ

รถคันนี้ไม่ใช่รถศูนย์เบนซ์ เป็นรถประกอบนอกนำเข้าทั้งคัน ลงเรือจากอังกฤษ ไปแวะสิงคโปร์แล้วมาไทย คาในที่จอดรถท่าเรือ รอกระบวนการนำเข้าเดินเอกสารจ่ายเงิน....เป็นการเดินทางร่วม 6 เดือน เปิดประตูรถมากลิ่นอับมาก ใช้เวลาทำลายกลิ่นอยู่หลายเดือน จริง ๆ แล้วถ้าเป็นรถยี่ห้ออื่นจอด 6 เดือนนี่ ผมว่าคงไม่อับเท่านี้ แต่ด้วยความที่ระบบปรับอากาศจะเปิดประตูลมรับอากาศภายนอกเวลาจอดไว้ ทำให้ตำแหน่งที่พัดลมแอร์โบลว์เวอร์อาศัยอยู่ เปิดรับกลิ่นจากตู้คอนเทนเนอร์ก็ดี กลิ่นโกดังเก็บสินค้าก็ดี กลิ่นอะไรก็ตามที่มันผ่านมา สะสมผ่านเข้ามาในรถ ผ่านกรองCharcoal สะสมความชื้นไว้หอมพิลึก

ปีแรกเจ้าของรถขับไปราว ๆห้าหมื่นกว่าโล เรียกว่าเห่อก็ได้ เพราะพี่เขาชอบมาก ไม่รู้โดนใจอะไรตรงไหน รถคันอื่นไม่ขับ ใช้ตั้งแต่ไปจ่ายตลาด ไปหาลูกค้า ไปเก็บเงิน ไปส่งของ ขนของ พอครบห้าหมื่นโลปุ๊ป แอร์ไม่เย็นพอดี เช็คโน่นเช็คนี่แล้ว มั่นใจว่า คอมแอร์พังโลด สมัยนั้นคอมแอร์ตัวนี้ราคายังสูง สนนราคาค่าโน่นนี่ ห้าหมื่นไม่ต้องทอน ถ้าตอนนี้คงเหลือหมื่นกว่าบาท

ขึ้นปีที่สอง ผมจำเลขกิโลไม่ได้ แต่หลังจากซ่อมแอร์ไม่นาน ถ่ายน้ำมันเครื่องไม่น่าเกิน 3 ครั้งหลังจากนั้น (ถ่ายทุก 7 พันกิโล)  ไฟเตือนขึ้นน้ำหาย และน้ำก็หายจริง ๆ เช็คโน่นนี่แล้ว ปรากฎว่าท่อน้ำท่อนล่างๆมันซึม ๆ ตรงข้อต่อพลาสติกกับหม้อน้ำ เจ้าของจับเปลี่ยนหมดทุกจุดที่เป็นพลาสติก ทั้งท่อน้ำ ท่อระบายไอน้ำมัน ท่อพักน้ำล้น เพราะไม่อยากให้เสียซ้ำซ้อน ค่าของค่าแรง ร่วมสี่หมื่นกว่าตัดปัญหาไปได้อีกหลายหมื่นโล
เลขไมล์ขึ้น 9 หมื่นกว่าโล ไม่ทันครบแสน เฟืองท้ายเจ้ากรรมหอนเหมือนหมาถูกเชือด สั่งชุดซ่อมมาส่งอู่ซ่อมเฟืองท้ายรวมค่าถอดใส่สามหมื่นเก้า ถูกกว่าเบิกใหม่ศูนย์ 10 เท่า คำนวณเอาครับว่าของศูนย์เท่าไหร่ ตอนนี้ก็ยังหลักแสนอยู่ จบปีที่สองไปด้วยดี

ปีที่สามฝนตกหนักที่ไชยา พี่ขับมาถึงบอก น้ำรั่วหลังคา มองหาตามรอยต่อหลังคาดูดี แต่พอฉีดน้ำ หยด ๆ ตามลงมา สั่งอะไหล่ให้ช่างใส่ร่วมสองหมื่น หลังคากระจกแทบไม่เคยเปิดก็รั่วได้ครับ

แสนสามหมื่นโลต่อด้วยอาการเครื่องเบาสะดุด เดินเบาจะดับ เร่งไม่ออก ไฟเครื่องโชว์ เสียบXentry ฟ้อง High Pressure Fuel pump อาการประจำเครื่องฉีดตรง ช่างมาถึงสั่งอะไหล่ สี่หมื่นกว่าบาท ผมบอกเห้ยแพงไปไหมสั่งเองดีกว่า สามหมื่นนิด ไอ้ตัวนี้ยังเป็นยุกแรกของเครื่องฉีดตรงในบล็อก 271 ทำให้มันต้องยัดเอาปั๊มแรงดันสูงและเซนเซอร์แรงดันลงไปอยู่ในตัวเดียวกันไม่ได้ทำแยกปั๊มกับเซนเซอร์เหมือนเครื่องรุ่นใหม่ ตัวมันก็เลยใหญ่เทอะทะเบิกมาทั้งดุ้น ใส่ไปเงียบๆอาการหายสนิท

เปลียนปั๊มแรงดันสูงไม่ทันไร คอยล์จุดระเบิดหยุดทำงานไปเสียอย่างนั้น เปลี่ยนไปสีตัว ตัวละสี่พัน ราคามิตรภาพสำหรับคนชอบเบิกอะไหล่แท้

ปีที่สี่ แสนหกหมื่นโล เริ่มเห่อรถน้อยลงเพราะซื้อรถใหม่ ยกให้เมียใช้ส่งลูก สตาร์ทอยู่ดี ๆจะกลับบ้าน บิดกุญแจ เงียบสนิท ลากมาหาผมตอนทุ่มกว่าจำได้ดีเพราะต้องพาแม่ลูกไปส่งให้ที่บ้านด้วย เช้าจับแสกนดู อ่อ คอกุญแจพัง ตอนนั้นยังไม่มีคนซ่อม เลยต้องสั่งของใหม่หาคนทำให้อีกแปดหมื่นกว่า ๆ ค่าแรงไม่รู้ จอดอยู่บ้านผมเกือบเดือน ไปจอดอู่อีกร่วมสัปดาห์

ปีที่ห้า แสนเก้าหมื่นโล บอกผมให้ช่วยขาย จะขับมาจอดฝากขาย ยังไม่ทันถึงบ้านผม โทรมาตามบอกมารับหน่อย เรียกรถยกไปอู่ เครื่องไม่มีแรง เบาดับ เปิดดูโค๊ดฟ้องFlap intake เสีย อู่ใจดีเอาของใครมาลองใส่ให้ ไม่หายสิ ซี้ซั้วเปลี่ยน เช็คไฟเลี้ยงไม่เข้า สรุปเลยกล่อง ECU เสีย เบิกใหม่ใส่แสนสองรวมทำ SCN

แล้วก็ได้ขายกันไป ให้คนซื้อต่อ คนซือต่อหายไปเลยไม่ได้คุยกัน เจออีกทีบอกหมดไปร่วมแสนค่าเฟืองแคมชาฟท์ นี่ก็ไม่ได้เช็คราคาเขาซ่อมกันสี่หมื่นห้า ระบบแอร์ ระบบน้ำ อีกเกือบแสน ตัดใจขายแล้ว เตนท์ที่รู้จักรีบไปรับมาขาย สามวันขายได้แวะมาคุยกับผม ก็เลยนึกได้ว่า เอามาลงให้อ่านดีกว่าครับ

สำหรับคนที่ใช้เบนซ์ยุก M111 มาตั้งแต่ป้ายแดงคงต้องงงว่าทำไมมันเสียเยอะกับรถอายุเท่านี้ เบนซ์นี่เป็นรถที่ทำตัวเองให้ใช้ได้สามปีจริง ๆตั้งแต่เริ่มใช้เครื่อง CGI ใน W203ที่ขายในเมืองนอกครับ ในไทยไม่มี CGI ใน W203 ของไทยเริ่มใช้กับ W204 รุ่นหลังปี 2009 ถ้าใครตามมาตลอดจะรู้ว่าปัญหาอะไหล่อายุสั้นมันเกิดขึ้นแล้วหลังยุก Supercharger จริง ๆ ทั้งเทอร์โบ ทั้งระบบฉีดตรง และVariable Camshaft ที่มันเปราะบาง น้ำมันเครื่องหนาแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ ถ่ายแค่ 7 พันโลน้ำมันบางหมดสภาพ

รุ่นใหม่กว่านี้ก็คงต้องเจอหนักกว่านี้ ดีว่าเจ้าของไหวตัวทันรู้จักเรียนรู้ ขายแล้วก็ไม่กลับไปหาเบนซ์อีกเลย เกลียดรถยกเข้าไส้ ถ้าเบนซ์ยังไม่รีบปรับปรุงคุณภาพ เน้นขายรถแบบใช้แล้วทิ้งแบบนี้ อีกไม่นานที่เกิดไปแล้วด้วยอย่างน้อยก็คนรอบตัวผม ไม่มีใครอยากได้เบนซ์ใหม่ๆ อีกเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2019, 10:42:23 โดย Jæ »
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ the kit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,020
ผมก็รู้สึก "ไม่ชอบ" MB รุ่นใหม่
แต่ "คนรู้จัก" จะขาย W207 250 coupe สภาพสวย พออ่านยังงี้ จะเอาดีไหมน้อ...

W207 มี ปห.อะไรอีก ช่วยมา "แฉ" เพิ่มอีกครับ
"อยู่กับสิ่งที่มี.. ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน.. และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
ผมก็รู้สึก "ไม่ชอบ" MB รุ่นใหม่
แต่ "คนรู้จัก" จะขาย W207 250 coupe สภาพสวย พออ่านยังงี้ จะเอาดีไหมน้อ...

W207 มี ปห.อะไรอีก ช่วยมา "แฉ" เพิ่มอีกครับ

E250 CGI เกียร์ 7 สปีด รหัส 722.9  อาการทั้งหมดที่ว่ามาก็จะเจอเหมือนๆกันวนไปเมื่อถึงวาระครับ และยังแถมเรื่องเกียร์เข้าไปอีก ซ่อมแรก ๆ ก็เปลี่ยนแค่เซนเซอร์สวิทช์ในแผงเกียร์ พอเป็นหนักก็ยกแผง สุดท้ายก็ยกเฟืองคลัทช์ Overhaul

พวกระบบไฟ หน้าปัทม์ เรื่อนไมล์ Search Google หาที่ซ่อมรอได้เลยมีช่างรับทำเฉพาะครับ เขาทำกันบ่อย งานถนัด ไม่ได้หายากอะไร มีเงินซ่อมได้หมด
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ 20TRF

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 342
    • อีเมล์
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์ข้อมูลครับ


ออฟไลน์ Nonlamer

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,148
จากใจคนใช้รถญี่ปุ่น โหดมากครับ ค่าซ่อม 5 ปีรวมๆแล้วเกือบได้ eco car กันเลยทีเดียว ขนาดวิ่งหาของเองนะเนี่ย  :'(

รถประกอบในประเทศจะมีโอกาสเจอแบบนี้มั้ยครับ

ออฟไลน์ GoatGoat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 858
เบ๊นซ์ยุคใหม่เน้นขายหน้าตากับ Performance จริง รถยกและอะไหล่เสื่อมเร็วเป็นเรื่องของอนาคตที่คนซื้อยังไม่คิดไปว่าต้องเจอ
เพื่อนเพิ่งไปลอง CLS53 มา โทรมาร้องเย้วๆจะชวนไปซื้อด้วยกันให้ได้อยู่เลย (ยังไม่เข็ดกับรถเมีย CLA250 ที่ก็ขึ้นยานแม่อยู่เรื่อยๆ)

แต่ก็อย่างว่า ซื้อเบ๊นซ์ยุคนี้ ผมว่ามีแค่ 3 อย่างก็โอเคละครับ
1.เงินถึง 2.ใจถึง 3.มีรถสำรอง  ;D

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์ข้อมูลครับ

ยินดีครับ เขียนไว้เป็นอ้างอิงด้วยครับเพราะคนถามผมบ่อยมากจะได้ส่งให้อ่านในอนาคตหากมีใครถามอีก

จากใจคนใช้รถญี่ปุ่น โหดมากครับ ค่าซ่อม 5 ปีรวมๆแล้วเกือบได้ eco car กันเลยทีเดียว ขนาดวิ่งหาของเองนะเนี่ย  :'(

รถประกอบในประเทศจะมีโอกาสเจอแบบนี้มั้ยครับ

ประกอบที่ไหนก็เหมือนกันครับ มาตราฐานประกอบเหมือนกัน อะไหล่เสียไม่ใช่เพราะการประกอบ เสียเพราะอะไหล่มันไม่ทนเอง การออกแบบไม่ได้คิดเผื่อไว้ ผมไม่ได้ดูแลคันนี้คันเดียว มีอีกสามคันเหมือนกันทั้งรถในรถนอกครับ รถประกอบในและนอก


เบ๊นซ์ยุคใหม่เน้นขายหน้าตากับ Performance จริง รถยกและอะไหล่เสื่อมเร็วเป็นเรื่องของอนาคตที่คนซื้อยังไม่คิดไปว่าต้องเจอ
เพื่อนเพิ่งไปลอง CLS53 มา โทรมาร้องเย้วๆจะชวนไปซื้อด้วยกันให้ได้อยู่เลย (ยังไม่เข็ดกับรถเมีย CLA250 ที่ก็ขึ้นยานแม่อยู่เรื่อยๆ)

แต่ก็อย่างว่า ซื้อเบ๊นซ์ยุคนี้ ผมว่ามีแค่ 3 อย่างก็โอเคละครับ
1.เงินถึง 2.ใจถึง 3.มีรถสำรอง  ;D

ตามนั้นครับ มีเงินซื้อก็ต้องมีเงินซ่อมครับ ทำใจและเวลาให้พร้อมเมื่อรถเสีย
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ เทียน

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 95
ผมอดีตเจ้าของรถคันนี้ ที่เขียนมายังไม่ครบ
ปุ่มลอก ปุ่มหลุด ตัวปรับพวงมาลัยสูงต่ำเสีย จอcommanเสีย เรือนไมล์มืด พวกชิ้นส่วนอีกหลายอย่างพังครับ เข็ดสิครับ
การให้ความรู้กับคนพาล ก็เหมือนโยนมีดให้ลิง

ลิงเวลาได้มีดไป มันก็เอาไปแทงอะไรเล่นเสียหาย เผลอ ๆ เอามาแทงคนให้อีก

จำไว้ เห็นคนพาล หลีกให้ไกล คนจรรไรหนีให้พ้น

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
ผมอดีตเจ้าของรถคันนี้ ที่เขียนมายังไม่ครบ
ปุ่มลอก ปุ่มหลุด ตัวปรับพวงมาลัยสูงต่ำเสีย จอcommanเสีย เรือนไมล์มืด พวกชิ้นส่วนอีกหลายอย่างพังครับ เข็ดสิครับ

เก็บไม่หมดครับพี่ ขออภัย
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ Oatsenal1

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 115
ขอบคุณครับที่เอามาแเชร์ วันก่อนเพิ่งอ่าน มีคนบอกว่ารถ Benz CBU ใช้ดีไม่มีปัญหา เจอแบบนี้เข้าไปอึ้งเลย

ออฟไลน์ XMSL

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 383
ถ้าคิดค่าเวลาที่เป็นเงินเป็นทองทั้งของทั้งท่านเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ปัญหาและจัดการเรื่องอะไหล่/การซ่อม คงมีมูลค่าเป็นเงินที่มิใช่น้อย ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ครับ

ออฟไลน์ sexysecret

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 138
มีคนรู้จักจะปล่อย W207, E250
แต่อ่านแล้วไม่กล้าใช้เลยครับ 555

รบกวนสอบถามค่าย BMW, Audi, Volvo หน่อยครับ ว่าหลังๆมานี่ เป็นอย่างไรบ้างครับ?
้เอาตั้งแต่ที่ขายในไทยปี 2013 เป็นต้นมาก็ได้ครับ
พอกันกับ Benz หรือดีกว่าครับ?

ด้วยจำนวนยอดขายที่น้อยกว่า  ทำให้เสียงบ่นน้อยกว่าตาม แต่เหมือน BMW จะทนกว่าเพื่อนไหมครับ?
หรือแค่เฉพาะรุ่นเครื่องดีเซลที่สร้างชื่อดีๆไว้?

ปล. 116i , 118i F20/21 ที่เป็นสี่สูบนี่น่าเล่นไหมครับ? กะเอามา reflash ใช้ประมาณ 1-2 ปีขาย ขับไม่เกินปีละ 20,000 กม.ครับ



ออฟไลน์ SP

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,742
W207 Cabriolet เป็นรถที่ผมชอบมากๆครับ แต่อ่านแล้วเริ่มกลัว

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
มีคนรู้จักจะปล่อย W207, E250
แต่อ่านแล้วไม่กล้าใช้เลยครับ 555

รบกวนสอบถามค่าย BMW, Audi, Volvo หน่อยครับ ว่าหลังๆมานี่ เป็นอย่างไรบ้างครับ?
้เอาตั้งแต่ที่ขายในไทยปี 2013 เป็นต้นมาก็ได้ครับ
พอกันกับ Benz หรือดีกว่าครับ?

ด้วยจำนวนยอดขายที่น้อยกว่า  ทำให้เสียงบ่นน้อยกว่าตาม แต่เหมือน BMW จะทนกว่าเพื่อนไหมครับ?
หรือแค่เฉพาะรุ่นเครื่องดีเซลที่สร้างชื่อดีๆไว้?

ปล. 116i , 118i F20/21 ที่เป็นสี่สูบนี่น่าเล่นไหมครับ? กะเอามา reflash ใช้ประมาณ 1-2 ปีขาย ขับไม่เกินปีละ 20,000 กม.ครับ

รถยนต์สมัยใหม่ๆ โดยเฉพาะยุโรป เครื่องเบนซิิน หัวฉีดตรง เทอร์โบ มันจะไม่ได้ทนทานอะไรครับ ใช้แสนสองแสนโลก็เรียกว่าคุ้มขายต่อให้คนอื่นไปซ่อมได้แล้ว พอ ๆกันทุกยี่ห้อ

ระบบไฟฟ้าของเบนซ์ปีหลัง ๆ ทำมาไม่ทนกว่าชาวบ้านเขา ปัญหาเดิม ๆ แก้ยังไม่ทันหมดในรุ่น ออกรุ่นใหม่เปลี่ยนแบบมาปัญหาใหม่อีก  อย่างเกียร์ 7 speed ไม่ทันจะแก้ปัญหาหมด ออก 9 สปีดมาใหม่แล้ว

F20 นี่มีมานาน เครื่องN13ตัวที่ใช้ร่วมกับ MINI N18 ก็เริ่มจะซ่อมพอได้กันแล้วครับ ไม่ได้ยาก ราค่าอะไหล่ก็เบาลงครับ ปั๊มแรงดันสูงจากตัวละเกินครึ่งแสน ก็เหลือแค่หมื่นปลาย ๆ เทอร์โบที่เคยพัง ก็ซ่อมได้ รางโซ่ชุดราวลิ้นเปลี่ยนถูกลงกว่าก่อนมากครับ จะมีจุกจิกพวกรั่วซึมต่าง ๆ ทั้งน้ำ น้ำมันเครื่อง

W207 Cabriolet เป็นรถที่ผมชอบมากๆครับ แต่อ่านแล้วเริ่มกลัว

มีงบหลักล้านซื้อรถเบนซ์ไฮเทคมือสองผมว่าต้องเผื่อเงินซ่อมสัก 2 แสนไว้ก่อนครับ จะสบาย เจ้าของรถคันนี้เรียกว่าใช้หนักด่้วย รถ 5 ปี ใช้ไปเกือบสองแสนโล ตกปีละ 5 หมื่นโล สตาร์ทรถวันละ 8 -9 ครั้ง วิ่งทั่วไทยครับ
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ sexysecret

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 138
ขอบคุณคุณ Jae มากครับสำหรับคำตอบ
 :)

ออฟไลน์ 20TRF

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 342
    • อีเมล์
มีคนรู้จักจะปล่อย W207, E250
แต่อ่านแล้วไม่กล้าใช้เลยครับ 555

รบกวนสอบถามค่าย BMW, Audi, Volvo หน่อยครับ ว่าหลังๆมานี่ เป็นอย่างไรบ้างครับ?
้เอาตั้งแต่ที่ขายในไทยปี 2013 เป็นต้นมาก็ได้ครับ
พอกันกับ Benz หรือดีกว่าครับ?

ด้วยจำนวนยอดขายที่น้อยกว่า  ทำให้เสียงบ่นน้อยกว่าตาม แต่เหมือน BMW จะทนกว่าเพื่อนไหมครับ?
หรือแค่เฉพาะรุ่นเครื่องดีเซลที่สร้างชื่อดีๆไว้?

ปล. 116i , 118i F20/21 ที่เป็นสี่สูบนี่น่าเล่นไหมครับ? กะเอามา reflash ใช้ประมาณ 1-2 ปีขาย ขับไม่เกินปีละ 20,000 กม.ครับ

รถยนต์สมัยใหม่ๆ โดยเฉพาะยุโรป เครื่องเบนซิิน หัวฉีดตรง เทอร์โบ มันจะไม่ได้ทนทานอะไรครับ ใช้แสนสองแสนโลก็เรียกว่าคุ้มขายต่อให้คนอื่นไปซ่อมได้แล้ว พอ ๆกันทุกยี่ห้อ

ระบบไฟฟ้าของเบนซ์ปีหลัง ๆ ทำมาไม่ทนกว่าชาวบ้านเขา ปัญหาเดิม ๆ แก้ยังไม่ทันหมดในรุ่น ออกรุ่นใหม่เปลี่ยนแบบมาปัญหาใหม่อีก  อย่างเกียร์ 7 speed ไม่ทันจะแก้ปัญหาหมด ออก 9 สปีดมาใหม่แล้ว

F20 นี่มีมานาน เครื่องN13ตัวที่ใช้ร่วมกับ MINI N18 ก็เริ่มจะซ่อมพอได้กันแล้วครับ ไม่ได้ยาก ราค่าอะไหล่ก็เบาลงครับ ปั๊มแรงดันสูงจากตัวละเกินครึ่งแสน ก็เหลือแค่หมื่นปลาย ๆ เทอร์โบที่เคยพัง ก็ซ่อมได้ รางโซ่ชุดราวลิ้นเปลี่ยนถูกลงกว่าก่อนมากครับ จะมีจุกจิกพวกรั่วซึมต่าง ๆ ทั้งน้ำ น้ำมันเครื่อง

W207 Cabriolet เป็นรถที่ผมชอบมากๆครับ แต่อ่านแล้วเริ่มกลัว

มีงบหลักล้านซื้อรถเบนซ์ไฮเทคมือสองผมว่าต้องเผื่อเงินซ่อมสัก 2 แสนไว้ก่อนครับ จะสบาย เจ้าของรถคันนี้เรียกว่าใช้หนักด่้วย รถ 5 ปี ใช้ไปเกือบสองแสนโล ตกปีละ 5 หมื่นโล สตาร์ทรถวันละ 8 -9 ครั้ง วิ่งทั่วไทยครับ
ขออนุญาตถามต่อเลยนะครับ
ถ้าสมมติ ผมจะเอาF10 520Dมาเลี้ยงดู ผมต้องเตรียมค่า MT ใว้ปีละประมาณเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
.....

ขออนุญาตถามต่อเลยนะครับ
ถ้าสมมติ ผมจะเอาF10 520Dมาเลี้ยงดู ผมต้องเตรียมค่า MT ใว้ปีละประมาณเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณมากครับ

สมมติว่าได้รถสภาพดี เจ้าของยังขับไปไหนมาไหนได้ ไม่มีปัญหานะครับ สิ่งที่ต้องเผื่อไว้เลยสำหรับรถสภาพขับได้ปรกติ

1. มูเล่เพลาข้อเหวี่ยง อายุจะอยู่ราว ๆ 1 แสนโล บวกลบตามแต่ชั่วโมงทำงาน รถจอดแต่สตาร์ทไว้ก็นับชั่วโมงไป รถใช้ติดในกทม. ก็ลดหลั่นอายุการใช้งานลงมาสัก 30 เปอร์เซนต์หรือ 50 เปอร์เซนต์ สนนราคาตอนนี้ 6 พันกว่าบาท ค่าแรงต่างหากครับ
2. เทอร์โบ ถ้าไม่เคยมีประวัติซ่อม ต้องดูเลยว่ามันเริ่มดังรึยัง Diverter ปิดสนิทหรือดังแก๊ก ๆกันแน่  ถ้าซ่อม สองสามหมื่นตามอาการครับ เปลี่ยนซีล เปลี่ยนแกนใบ ลูกปืน

3. ท่ออากาศส่วนพลาสติกและยาง มันจะมีจุกๆจิก ๆ หลักหมื่นต้นถึงหลายหมื่นเหมือนกันถ้ายังไม่เคยเปลียนสักอัน

4. คอมแอร์รถรุ่นนี้ ไม่ทนเลยครับ ไม่รู้เป็นไร ของใหม่ Denso 16,000บาท ถ้าเอาตรา BMW DENSO ก็จะ 8 หมื่นบาทได้

5. พวงมาลับเพาวเวอร์ ถ้าไม่เคยเสียมันก็มีอายุของมันอยู่ครับ แสนกว่าโลก็เริ่มมีคนซ่อมกันแล้ว

6. ปั๊มแรงดันสูง ใหม่ หมื่นกว่าบาท

7. หัวฉีด ใหม่ หัวละหมื่นกว่า

8. EGR, DPF สองอย่างนี้ ถ้ารักเดิม ๆ หกหมื่นกว่าครับ


รวม ๆ ในช่วง 5 ปี ถ้าขยันหาอะไหล่เอง มีอู่ดี ๆ เก็บปีละ 30000- 50000 บาทครับ มันจะมีจุก ๆ จิก ๆบ้างแล้วแต่ดวง สวิทช์เสีย จอดับ เครื่องเสียงพัง รีโมทไม่ทำงาน ไดชาร์จ ไดสตาร์ท เหมือน ๆรถทั่วไปครับ หลังคาซันรูฟปิดเปิดไม่ได้หรือรั่วน้ำเข้า ม่านหลังไฟฟ้าเสีย กลอนประตูเสีย โช๊คอัพ ช่วงล่าง ลูกยาง ยางแท่นเครื่อง ออพชั่นเยอะก็เตรียมเงินเยอะหน่อย...

**** ราคาอะไหล่ที่ว่าคือต้องขยันหาร้านนะครับ อยากได้ของแท้ตีตรา BMW บวกไปสัก3- 10 เท่าตัวของที่ว่ามา แล้วแต่ศรัทธาครับ ****
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ 20TRF

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 342
    • อีเมล์
.....

ขออนุญาตถามต่อเลยนะครับ
ถ้าสมมติ ผมจะเอาF10 520Dมาเลี้ยงดู ผมต้องเตรียมค่า MT ใว้ปีละประมาณเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณมากครับ
สมมติว่าได้รถสภาพดี เจ้าของยังขับไปไหนมาไหนได้ ไม่มีปัญหานะครับ สิ่งที่ต้องเผื่อไว้เลยสำหรับรถสภาพขับได้ปรกติ

1. มูเล่เพลาข้อเหวี่ยง อายุจะอยู่ราว ๆ 1 แสนโล บวกลบตามแต่ชั่วโมงทำงาน รถจอดแต่สตาร์ทไว้ก็นับชั่วโมงไป รถใช้ติดในกทม. ก็ลดหลั่นอายุการใช้งานลงมาสัก 30 เปอร์เซนต์หรือ 50 เปอร์เซนต์ สนนราคาตอนนี้ 6 พันกว่าบาท ค่าแรงต่างหากครับ
2. เทอร์โบ ถ้าไม่เคยมีประวัติซ่อม ต้องดูเลยว่ามันเริ่มดังรึยัง Diverter ปิดสนิทหรือดังแก๊ก ๆกันแน่  ถ้าซ่อม สองสามหมื่นตามอาการครับ เปลี่ยนซีล เปลี่ยนแกนใบ ลูกปืน

3. ท่ออากาศส่วนพลาสติกและยาง มันจะมีจุกๆจิก ๆ หลักหมื่นต้นถึงหลายหมื่นเหมือนกันถ้ายังไม่เคยเปลียนสักอัน

4. คอมแอร์รถรุ่นนี้ ไม่ทนเลยครับ ไม่รู้เป็นไร ของใหม่ Denso 16,000บาท ถ้าเอาตรา BMW DENSO ก็จะ 8 หมื่นบาทได้

5. พวงมาลับเพาวเวอร์ ถ้าไม่เคยเสียมันก็มีอายุของมันอยู่ครับ แสนกว่าโลก็เริ่มมีคนซ่อมกันแล้ว

6. ปั๊มแรงดันสูง ใหม่ หมื่นกว่าบาท

7. หัวฉีด ใหม่ หัวละหมื่นกว่า

8. EGR, DPF สองอย่างนี้ ถ้ารักเดิม ๆ หกหมื่นกว่าครับ


รวม ๆ ในช่วง 5 ปี ถ้าขยันหาอะไหล่เอง มีอู่ดี ๆ เก็บปีละ 30000- 50000 บาทครับ มันจะมีจุก ๆ จิก ๆบ้างแล้วแต่ดวง สวิทช์เสีย จอดับ เครื่องเสียงพัง รีโมทไม่ทำงาน ไดชาร์จ ไดสตาร์ท เหมือน ๆรถทั่วไปครับ หลังคาซันรูฟปิดเปิดไม่ได้หรือรั่วน้ำเข้า ม่านหลังไฟฟ้าเสีย กลอนประตูเสีย โช๊คอัพ ช่วงล่าง ลูกยาง ยางแท่นเครื่อง ออพชั่นเยอะก็เตรียมเงินเยอะหน่อย...

**** ราคาอะไหล่ที่ว่าคือต้องขยันหาร้านนะครับ อยากได้ของแท้ตีตรา BMW บวกไปสัก3- 10 เท่าตัวของที่ว่ามา แล้วแต่ศรัทธาครับ ****

ขอบคุณมากครับ เมื่อก่อนก็เคยดูแลบีเอ็มมือสองอยู่ เรื่องหาอู่หาร้านอะไหล่ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่
แต่อาการเฉพาะรุ่นแต่ละตัวไม่รู้เลยสอบถามไป แนะนำได้ละเอียดมากครับ
ถ้าค่าดูแลเพิ่มจากค่าเช็คระยะไม่เกินปีละ5หมื่นยังพอรับได้ครับ ถ้าเกินนี่ภรรยาไม่อนุมัตแน่นอน
เพราะส่วนตัวมองว่าตัวF10 มันสวยมากและภรรยาก็โอเคกับรูปร่างของมัน

ออฟไลน์ the kit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,020
คุณ Jae พอจะรู้ "ข้อดี-ข้อเสียของ CLS250 cdi W218 บ้างไหมครับ ช่วยมาเล่าสู่กันฟังหน่อย
"อยู่กับสิ่งที่มี.. ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน.. และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
คุณ Jae พอจะรู้ "ข้อดี-ข้อเสียของ CLS250 cdi W218 บ้างไหมครับ ช่วยมาเล่าสู่กันฟังหน่อย
คุณ Jae พอจะรู้ "ข้อดี-ข้อเสียของ CLS250 cdi W218 บ้างไหมครับ ช่วยมาเล่าสู่กันฟังหน่อย

ขอตอบเป็น อะไรที่ต้องเสียดีกว่า เพราะข้อดี - เสีย คนเราคงไม่เหมือนกัน เช่น โช๊คอัพถุงลม ผมไม่ได้ชื่นชอบอะไรมันมาก แต่บางคนชอบความนุ่มนวลที่สั่งได้

รถดีเซลเบนซ์ ตั้งแต่ OM650  ปั๊มแรงดันสูง หัวฉีด เทอร์โบ ระบบฟอกไอเสีย เฟืองแคมชาฟท์ ข้อเหวี่ยงที่จะเสีย ถึงแม้มันจะมีอายุไปถึง 3-4 แสนโลในรถหลายคันก็ตาม แต่พอมาเป็นมือสอง ถ้าโชคดีเจ้าของทยอยทำมาแล้วมันก็มีโอกาศเสียช้าหน่อย ระบบโช๊คถุงลมทีกล่าวในข้างต้น คนเล่นเบนซ์กลุ่มนี้รู้ราคาค่าซ่อมและอายุการใช้งานของมันดี มันเกี่ยวข้องกับระบบการทรงตัวไปด้วยอีกครับ  รวม ๆ ก็ซ่อมไม่บ่อยแต่ซ่อมทีี่หนัก

ระบบไฟ CLS W218 เป็นรถกลุ่มแรก ๆ ของ เบนซ์ทีใช้โปรแกรมพัฒนาใหม่ แต่มันรวมกลุ่มรถที่เป็นสามอักษรทั้งหลาย ใส่ออพชั่นต่างๆลงไป ทำให้มันมีของพร้อมเสียมากมายตาม

ด้วยจำนวนประชากรCLS ในไทยมันไม่ได้เยอะมากครับ ทำให้อะไหล่ตัวถัง อยู่ในขั้นวิกฤต ง้อเซียงกง เขาบอกเท่าไหร่ คุณก็ต้องซื้อ ถ้ารับเรื่องพวกนี้ได้ จัดไปครับ

ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ CookiE

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 770
รถผม w204 1.6 coupe

ปี 2015 ล็อตสุดท้ายเลยก่อนเปลี่ยนโฉม

คอมพ์แอร์พังตอน 5 หมื่นโลเหมือนกัน

เปลี่ยนอู่นอก โดนไป 4 หมื่นบาทถ้วนครับ

จริงๆ เสียตั้งแต่ก่อนหมดประกันสามปี แต่ไม่อยากจะพูด

ศูนย์แห่งหนึ่งตรงข้ามห้างย่านนอกเมือง

ตรวจสอบอะไร จอดเป็นเดือน บอกปกติตลอด

นี่ระบบไฟก็ยังมีปัญหา ขนาดไฟหน้าติดค้าง

ปิดไม่ได้ ปรับไม่ได้ตอนแดดเปรี้ยง SA ยังโง่เลยครับ บอกว่าผกติ

จนหมดประกันก็ไม่ได้เคลม คงต้องเสียเงินเองอีก
เห็นมีพี่ท่านหนึ่งไปเปลี่ยนไดชาร์จมาแล้วหาย ไม่รู้ว่าไดชาร์จรุ่นนี้ราคาสักเท่าไหร่

W213 E350e ก็ปัญหาเยอะจนเบื่อเลยครับ

ถ้าไม่ติดว่าผู้ใหญ่ออกเงินให้คงขอบาย

ออฟไลน์ Tuinui

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
เรียนถามคุณ jae ปัจจุบัน กล่อง ecu ของเบนซ์สามารถซ่อมได้หรือยัง รถผมเครื่อง m272 ไฟเครื่อง abs esp โชว์ รถเข้าเซฟโหมด เสียบสตาร์โชว์โค้ด error เพียบ ศูนย์แจ้งว่ากล่องน่าจะกลับเยอรมันแล้ว ผมควรจะซ่อมหรือเปลี่ยนกล่องดีครับ

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
เรียนถามคุณ jae ปัจจุบัน กล่อง ecu ของเบนซ์สามารถซ่อมได้หรือยัง รถผมเครื่อง m272 ไฟเครื่อง abs esp โชว์ รถเข้าเซฟโหมด เสียบสตาร์โชว์โค้ด error เพียบ ศูนย์แจ้งว่ากล่องน่าจะกลับเยอรมันแล้ว ผมควรจะซ่อมหรือเปลี่ยนกล่องดีครับ

กล่องเครื่องบางอาการซ่อมได้ครับ ตระกูล M271Evo , M272 เสียกันมาก ลองปรึกษาช่างดูครับ Rickecu, หรือ CL หรือ ECUTh

มีหลายเจ้ารับซ่อม ลองดูครับ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2543422455688299&id=197923476904887
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,875
เรียนถามคุณ jae ปัจจุบัน กล่อง ecu ของเบนซ์สามารถซ่อมได้หรือยัง รถผมเครื่อง m272 ไฟเครื่อง abs esp โชว์ รถเข้าเซฟโหมด เสียบสตาร์โชว์โค้ด error เพียบ ศูนย์แจ้งว่ากล่องน่าจะกลับเยอรมันแล้ว ผมควรจะซ่อมหรือเปลี่ยนกล่องดีครับ
ซ่อมได้ครับ วิทยุเสียก็ซ่อมได้ แต่อาจจะใช้เวลานิดนึง ส่วนกล่องที่ศูนย์เดี๋ยวนี้จะมีอะไหล่Remanที่แลกอะไหล่เสียไปเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในใหม่และรับประกันเหมือนของใหม่ทั้งตัวทำให้ราคาลดลงไป30%ครับ รถเกรย์เด๋ยวนี้ไม่ค่อยน่าสนใจแล้วเพราะราคาไม่ได้ต่ำกว่าศูนย์Benzเหมือนสมัยก่อนและเท่าที่ทราบ เกรย์จะไปตัดรถจากอังกฤษที่ผ่านการจดทะเบียนใช้งานมาเพื่อจะได้ราคาตัวรถที่ต่ำลงหรือเรียกว่าเป็นรถมือสองจากที่นั่นมาขายเป็นรถใหม่ที่นี่ละครับ

ออฟไลน์ bankiesdluffy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
ใช้รุ่นนี้อยู่เลยครับ แต่เป็นรถปี 2013 รุ่น 7 เกียร์
มีจุกจิกประปราย
รายการใหญ่ๆที่โดนไป ก็เรื่องกล่อง ECU
แต่คาดว่า รายการอื่นๆที่พี่ๆเคยบอกกันไว้ น่าจะทยอยๆมา

ออฟไลน์ paulmerc

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 130
Re: User's voice MB E200 CGI Coupe 2010 C207 ซ่อมมันส์ตั้งแต่ปีแรกไม่ต้องรอเก่า
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2019, 08:28:28 »
คุณจขกท. แจคพอตจริงๆครับ c207 ผมตัวเกียร์ 5 speed ล่าสุดเฟืองแอดวานพึ่งพังไป บวกกับอาการเสื่อมอื่นๆเริ่มมาแล้ว เลย overhaul ไป แค่ราคาเครื่องเซียงกงบวกค่าแรงช่างก็เกือบๆสองแสนสบายตัวเลย  จริงๆรถผมมันไม่จุกจิกเท่าไหร่นะครับ แต่ถึงเวลาต้องซ่อมทีนี่เทียบราคาอะไหล่กับ bmw นี่แพงกว่าแบบเยอะจริงๆ  นี่ว่าหลัง overhaul เสร็จจะลองขายแล้วครับ ถ้าขายไม่ได้ก็ใช้ต่อเอง 55
ชอบซื้อรถ แต่งรถ เปลี่ยนรถไปเรื่อยๆ ครับ

2020  -  Toyota Sienta
2017  -  Mini Cooper Coupe
2011  -  Benz Ecoupe C207
2006  -  BMW 320ise E90
2005  -  Mini Cooper S R53 MT
2012  -  Honda Jazz GE
2010  -  Honda Civic FD
2003  -  BMW 330I E46

ออฟไลน์ bankiesdluffy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 350
Re: User's voice MB E200 CGI Coupe 2010 C207 ซ่อมมันส์ตั้งแต่ปีแรกไม่ต้องรอเก่า
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2019, 10:14:08 »
คุณจขกท. แจคพอตจริงๆครับ c207 ผมตัวเกียร์ 5 speed ล่าสุดเฟืองแอดวานพึ่งพังไป บวกกับอาการเสื่อมอื่นๆเริ่มมาแล้ว เลย overhaul ไป แค่ราคาเครื่องเซียงกงบวกค่าแรงช่างก็เกือบๆสองแสนสบายตัวเลย  จริงๆรถผมมันไม่จุกจิกเท่าไหร่นะครับ แต่ถึงเวลาต้องซ่อมทีนี่เทียบราคาอะไหล่กับ bmw นี่แพงกว่าแบบเยอะจริงๆ  นี่ว่าหลัง overhaul เสร็จจะลองขายแล้วครับ ถ้าขายไม่ได้ก็ใช้ต่อเอง 55

เป็นลมแพร่บครับ ถึงกับต้อง overhaul เครื่องเลยหรอเนี่ย
ไม่ทราบว่าวิ่งไปไมล์เท่าไหร่แล้วครับ

ล่าสุด รถผมไฟรูปเครื่องขึ้นโชว์
พรุ่งนี้จะเอาไปเช็คดู ลุ้นว่าจะโดนอะไร ฮ่าๆๆ
ยังไม่เคยเปลี่ยนเฟืองแอดวานซ์ ไม่รู้จะถึงคราวเมื่อไหร่
แต่ก็แปลกดี ที่รถพ่อผมก็ W212 โฉมก่อนเฟซลิฟ รถไทย
พื้นฐานทุกอย่างน่าจะคล้ายๆกัน แต่ไหงทำไมดูจุกจิกน้อยกว่า C207 ซะงั้น
คันนี้ตั้งใจจะใช้ยาวๆ แต่ก็แอบรำคาญใจ ทำไมมีไอ้นู่นไอ้นี่ให้ต้องแวะเวียนเข้าอู่บ่อยจัง
เทียบกับยาริสอีกคันที่ใช้มาสิบกว่าปีนี่คนละเรื่อง คันนั้นเติมน้ำมันอย่างเดียว เข้าศูนย์ก็ตามระยะถ่ายน้ำมันเครื่อง
ถ้าจะขายคันนี้ทิ้ง คันถัดไปคงช่างใจว่ายังจะใช้รถยุโรปอีกดีไหมนะ

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,076
  • ขับขี่ปลอดภัย
Re: User's voice MB E200 CGI Coupe 2010 C207 ซ่อมมันส์ตั้งแต่ปีแรกไม่ต้องรอเก่า
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2019, 08:46:59 »
คุณจขกท. แจคพอตจริงๆครับ c207 ผมตัวเกียร์ 5 speed ล่าสุดเฟืองแอดวานพึ่งพังไป บวกกับอาการเสื่อมอื่นๆเริ่มมาแล้ว เลย overhaul ไป แค่ราคาเครื่องเซียงกงบวกค่าแรงช่างก็เกือบๆสองแสนสบายตัวเลย  จริงๆรถผมมันไม่จุกจิกเท่าไหร่นะครับ แต่ถึงเวลาต้องซ่อมทีนี่เทียบราคาอะไหล่กับ bmw นี่แพงกว่าแบบเยอะจริงๆ  นี่ว่าหลัง overhaul เสร็จจะลองขายแล้วครับ ถ้าขายไม่ได้ก็ใช้ต่อเอง 55

ถ้าเป็นเครื่อง Kompressor เฟืองถูกมาก เริ่มมีเสียงก็รีบเปลี่ยน 20,000มีทอน แต่ในE-Coupe เครื่อง CGI  ถ้าได้ยินเสียง 4หมื่นอาจจะไม่พอ
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ MC Stradale

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,518
ชอบหัวข้อกระทู้ครับ  "ซ่อมมันส์ตั้งแต่ปีแรก"

มี "ส์" ด้วย มันบ่งบอกเลยว่าสนุกจริงๆ 555

ชอบๆ