ผู้เขียน หัวข้อ: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)  (อ่าน 6722 ครั้ง)

ออฟไลน์ paulmoderndog

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,662
    • อีเมล์
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« เมื่อ: เมษายน 03, 2020, 23:57:17 »
ขาดอยู่อย่างดียว ค่าครองชีพมันต่างกัน

ออฟไลน์ TheRealMeaw

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 330
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 00:11:36 »
ผมสังเกตว่าคนทำ Infographics พลาดไปอย่างนึงครับ Octane ในอเมริกาเป็น AKI เพราะงั้น 87 ของเขา เท่ากับ RON91 ของเรานะครับ เปรียบเทียบแบบนี้ ใกล้เคียง แต่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักนะครับ
2011 Toyota Corolla Altis 1.6 G

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,017
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 00:51:46 »
  ราคาน้ำมันดีเซลที่อเมริกาแพงกว่าเบนซินลิตรนึง 5.69  บาท    ไม่ได้แปลกใจเลยว่าทำไมจึงนิยมปิคอัพเบนซินหรือ SUV  เบนซิน มากกว่าจะใช้รถดีเซล   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2020, 01:37:52 โดย Auto »

ออฟไลน์ No Trespassing

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,582
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 01:16:55 »
ผมสังเกตว่าคนทำ Infographics พลาดไปอย่างนึงครับ Octane ในอเมริกาเป็น AKI

เห็นด้วยกับท่านแอดแมวครับ
ค่าออกเทนในอเมริกาใช้หน่วย MON นะครับ

Motor Octane Number หรือ MON
คือการวัดค่าออกเทนวัดที่ 900 รอบ/นาที

ฉะนั้นค่าออกเทน 87 ในอเมริกา จะเท่ากับออกเทน 91 ในเมืองไทย

-------------

ส่วนบ้านเราที่ใช้ค่า RON
คือการวัดค่าออกเทนวัดที่ 600 รอบ/นาที

ค่า RON สูงในบ้านเรา ก็ไม่ได้แปลว่า MON จะสูงตามนะครับ
My Vehicle : Boeing 777-212ER
MTOW : 286,540 Kgs.
Powerplant : RR Trent 892-17
If it's not Boeing i'm not going.

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,676
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 02:11:23 »
หัวกระทู้พาสะดุ้งเลย นึกว่าราคาต่ำสุดและกำลังกลับหัวขึ้นแล้ว

ก็ดีมั้งครับ? แต่ตอนนี้วีซ่ากำลังจะหมดก็อดเข้าประเทศเขา(หลังพ้นวิกฤตไวรัส)อยู่ดี เศร้า

ออฟไลน์ CNX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,072
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 03:21:14 »
ขอบคุณครับ ได้ข้อมูลความรู้เพิ่มจากสมาชิกท่านอื่นๆด้วย
ค่าแรง300 กับชม.ละ8-10++$ ดูYoutubeช่องJiroChanตามติดชีวิตคนไทยในเมกา ก็อยากไปทำงานUSบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ตอนCovid ฮาาา ;)
วิถีพอเพียง วิถียั่งยืน

ออฟไลน์ phraeboy_mz2

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,182
  • My Beloved Pal !
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 05:17:22 »
ผมสังเกตว่าคนทำ Infographics พลาดไปอย่างนึงครับ Octane ในอเมริกาเป็น AKI เพราะงั้น 87 ของเขา เท่ากับ RON91 ของเรานะครับ เปรียบเทียบแบบนี้ ใกล้เคียง แต่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักนะครับ
แล้ว RON AKI มันคืออัลไลคับ อธิบายหน่อยคับ ผมก้เพิ่งเคยได้ยินเนี่ยะแหละ :-\

ออฟไลน์ XaNaX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 07:37:21 »
เบนซิน 95 บ้านเราเกรดไหนครับ

ออฟไลน์ Fun_Hadyai

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 206
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 10:04:21 »
555 ผมติดดอย SPRC อยู่เยอะเหมือนกัน อยากให้น้ำมันราคากลับมาไวๆ แต่ดูเทรนแล้วคงจะยาก เด้งมาเมื่อไหร่คงต้องหาทาง Cut อย่างเดียวแล้วล่ะครับ ยินดีกับคนไทยที่ได้ใช้น้ำมันราคาไม่แพงกะเค้าบ้างคร้าบผม

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,374
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 10:56:57 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ออฟไลน์ AT

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 630
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 11:11:18 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,017
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 11:53:59 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ
แล้วจะให้เลิกอุ้มดีเซลด้วยไหม     เพราะรัฐบาลก็อุ้มดีเซลเก็บภาษีต่างกันมานานแล้ว    ราคาหน้าโรงกลั่นตอนนี้เบนซินลิตรละ 5.47 บาท   ดีเซลลิตรละ 10.14 บาท ต่างกันลิตรนึงเกือบ 5 บาท     ทางกรมธุรกิจพลังงานกับสรรพาสามิตเก็บภาษีไม่เท่ากัน     ขอเพียงเก็บเท่ากันดีเซลตายอย่างเดียว   

แล้วถ้าเลิกอุ้ม E B  เคยคิดไหมว่าผลจะเป็นยังไง     ผมฟังจากคุณวรพล  จัดรายการทาง FM 101.5  ถึงได้ทราบว่ารัฐบาลให้เอกชนตั้งโรงงานเอทานอล กำหนดแนวทางชัดเจน  อยู่ดี ๆ จะเลิกไม่ใช้เอทานอล โรงงานก็ต้องปิดตัว คนตกงานซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้อีก   แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามาตั้งโรงงานอีกเพราะความเชื่อมั่นของรัฐบาลหายไป    เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนให้เขาตั้งโรงงานขึ้นมา   
ราคาเอาทนอลลิตรละ 22 บาท  ราคาน้ำมันปาล์มลิตรละ 33 บาท      ถ้าไม่มีการอุดหนุน  ไม่มีใครใช้หรอก  เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตอนยังไม่รวมภาษีถูกมาก เบนซินลิตรละ 5 บาท ดีเซลลิตรละ 10  บาท พลังงานทางเลือกไม่มีทางเกิดขึ้น        จริง ๆ  จะไม่มีกองทุนกับ  E B  ก็ได้  แต่ตอนน้ำมันแพงรับกันได้ไหม    น้ำมันขึ้นพรวด ๆ  ทะลุ 30 บาท ทั้งดีเซลเบนซิน   รัฐบาลเองก็คุมปัญหากับเจ๊เกียวไม่อยู่     อีกหลายภาคส่วนก็คุมไม่อยู่ ตอนเกิดปัยหาน้ำมันขึ้นราคาสูง ๆ แม้จะระยะสั้นก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2020, 12:06:52 โดย Auto »

ออฟไลน์ TheRealMeaw

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 330
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 13:53:10 »
ผมสังเกตว่าคนทำ Infographics พลาดไปอย่างนึงครับ Octane ในอเมริกาเป็น AKI เพราะงั้น 87 ของเขา เท่ากับ RON91 ของเรานะครับ เปรียบเทียบแบบนี้ ใกล้เคียง แต่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักนะครับ
แล้ว RON AKI มันคืออัลไลคับ อธิบายหน่อยคับ ผมก้เพิ่งเคยได้ยินเนี่ยะแหละ :-\

อ่านคอมเมนต์อธิบายของท่าน No Trespassing เลยครับ

จะเสริมอีกนิดนึงว่า หลายรัฐในอเมริกาตอนนี้ก็ใช้เป็น E10 นะครับ ยกเว้นน้ำมันพิเศษเช่น V-Power ของเขาที่มันพิเศษจริงๆ เป็น RON98 (Octane 93) ถึงจะไม่ผสม Ethanol
2011 Toyota Corolla Altis 1.6 G

ออฟไลน์ lonely

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,076
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 13:56:34 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ
แล้วจะให้เลิกอุ้มดีเซลด้วยไหม     เพราะรัฐบาลก็อุ้มดีเซลเก็บภาษีต่างกันมานานแล้ว    ราคาหน้าโรงกลั่นตอนนี้เบนซินลิตรละ 5.47 บาท   ดีเซลลิตรละ 10.14 บาท ต่างกันลิตรนึงเกือบ 5 บาท     ทางกรมธุรกิจพลังงานกับสรรพาสามิตเก็บภาษีไม่เท่ากัน     ขอเพียงเก็บเท่ากันดีเซลตายอย่างเดียว   

แล้วถ้าเลิกอุ้ม E B  เคยคิดไหมว่าผลจะเป็นยังไง     ผมฟังจากคุณวรพล  จัดรายการทาง FM 101.5  ถึงได้ทราบว่ารัฐบาลให้เอกชนตั้งโรงงานเอทานอล กำหนดแนวทางชัดเจน  อยู่ดี ๆ จะเลิกไม่ใช้เอทานอล โรงงานก็ต้องปิดตัว คนตกงานซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้อีก   แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามาตั้งโรงงานอีกเพราะความเชื่อมั่นของรัฐบาลหายไป    เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนให้เขาตั้งโรงงานขึ้นมา   
ราคาเอาทนอลลิตรละ 22 บาท  ราคาน้ำมันปาล์มลิตรละ 33 บาท      ถ้าไม่มีการอุดหนุน  ไม่มีใครใช้หรอก  เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตอนยังไม่รวมภาษีถูกมาก เบนซินลิตรละ 5 บาท ดีเซลลิตรละ 10  บาท พลังงานทางเลือกไม่มีทางเกิดขึ้น        จริง ๆ  จะไม่มีกองทุนกับ  E B  ก็ได้  แต่ตอนน้ำมันแพงรับกันได้ไหม    น้ำมันขึ้นพรวด ๆ  ทะลุ 30 บาท ทั้งดีเซลเบนซิน   รัฐบาลเองก็คุมปัญหากับเจ๊เกียวไม่อยู่     อีกหลายภาคส่วนก็คุมไม่อยู่ ตอนเกิดปัยหาน้ำมันขึ้นราคาสูง ๆ แม้จะระยะสั้นก็ตาม

ปล่อยตามธรรมชาติที่ควรเป็นดีกว่าไหม ??

การแทรกแซงโดยรัฐ ในระยะยาว ไม่น่าจะยั่งยืน ??

เหมือน CNG เดิม 8.50 บาท มาดูราคาตอนนี้ ขึ้นมาเกือบเท่าตัว
My car and Driving is My Life = เวอร์ไปไหม ??

ออฟไลน์ holahola66

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,721
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 15:55:53 »
555 ผมติดดอย SPRC อยู่เยอะเหมือนกัน อยากให้น้ำมันราคากลับมาไวๆ แต่ดูเทรนแล้วคงจะยาก เด้งมาเมื่อไหร่คงต้องหาทาง Cut อย่างเดียวแล้วล่ะครับ ยินดีกับคนไทยที่ได้ใช้น้ำมันราคาไม่แพงกะเค้าบ้างคร้าบผม

5555 ผมก้อติด​PTT ค้าบ​ ได้แต่รอเวลาเลยครับ
Mercedes C-Class W205 CDI
Mercedes E-Class w211 CDI
Mazda3 BL 2.0 hatch
Honda Civic Eg3door ZC Vtec MT
Nissan March 1.2 cvt

ออฟไลน์ bravo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,108
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 16:36:45 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ
แล้วจะให้เลิกอุ้มดีเซลด้วยไหม     เพราะรัฐบาลก็อุ้มดีเซลเก็บภาษีต่างกันมานานแล้ว    ราคาหน้าโรงกลั่นตอนนี้เบนซินลิตรละ 5.47 บาท   ดีเซลลิตรละ 10.14 บาท ต่างกันลิตรนึงเกือบ 5 บาท     ทางกรมธุรกิจพลังงานกับสรรพาสามิตเก็บภาษีไม่เท่ากัน     ขอเพียงเก็บเท่ากันดีเซลตายอย่างเดียว   

แล้วถ้าเลิกอุ้ม E B  เคยคิดไหมว่าผลจะเป็นยังไง     ผมฟังจากคุณวรพล  จัดรายการทาง FM 101.5  ถึงได้ทราบว่ารัฐบาลให้เอกชนตั้งโรงงานเอทานอล กำหนดแนวทางชัดเจน  อยู่ดี ๆ จะเลิกไม่ใช้เอทานอล โรงงานก็ต้องปิดตัว คนตกงานซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้อีก   แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามาตั้งโรงงานอีกเพราะความเชื่อมั่นของรัฐบาลหายไป    เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนให้เขาตั้งโรงงานขึ้นมา   
ราคาเอาทนอลลิตรละ 22 บาท  ราคาน้ำมันปาล์มลิตรละ 33 บาท      ถ้าไม่มีการอุดหนุน  ไม่มีใครใช้หรอก  เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตอนยังไม่รวมภาษีถูกมาก เบนซินลิตรละ 5 บาท ดีเซลลิตรละ 10  บาท พลังงานทางเลือกไม่มีทางเกิดขึ้น        จริง ๆ  จะไม่มีกองทุนกับ  E B  ก็ได้  แต่ตอนน้ำมันแพงรับกันได้ไหม    น้ำมันขึ้นพรวด ๆ  ทะลุ 30 บาท ทั้งดีเซลเบนซิน   รัฐบาลเองก็คุมปัญหากับเจ๊เกียวไม่อยู่     อีกหลายภาคส่วนก็คุมไม่อยู่ ตอนเกิดปัยหาน้ำมันขึ้นราคาสูง ๆ แม้จะระยะสั้นก็ตาม

ปล่อยตามธรรมชาติที่ควรเป็นดีกว่าไหม ??

การแทรกแซงโดยรัฐ ในระยะยาว ไม่น่าจะยั่งยืน ??

เหมือน CNG เดิม 8.50 บาท มาดูราคาตอนนี้ ขึ้นมาเกือบเท่าตัว

อย่าง น้ำมันปาล์มล้นตลาด ราคาตกต่ำ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติหรือครับ

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,579
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 19:04:21 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ
แล้วจะให้เลิกอุ้มดีเซลด้วยไหม     เพราะรัฐบาลก็อุ้มดีเซลเก็บภาษีต่างกันมานานแล้ว    ราคาหน้าโรงกลั่นตอนนี้เบนซินลิตรละ 5.47 บาท   ดีเซลลิตรละ 10.14 บาท ต่างกันลิตรนึงเกือบ 5 บาท     ทางกรมธุรกิจพลังงานกับสรรพาสามิตเก็บภาษีไม่เท่ากัน     ขอเพียงเก็บเท่ากันดีเซลตายอย่างเดียว   

แล้วถ้าเลิกอุ้ม E B  เคยคิดไหมว่าผลจะเป็นยังไง     ผมฟังจากคุณวรพล  จัดรายการทาง FM 101.5  ถึงได้ทราบว่ารัฐบาลให้เอกชนตั้งโรงงานเอทานอล กำหนดแนวทางชัดเจน  อยู่ดี ๆ จะเลิกไม่ใช้เอทานอล โรงงานก็ต้องปิดตัว คนตกงานซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้อีก   แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามาตั้งโรงงานอีกเพราะความเชื่อมั่นของรัฐบาลหายไป    เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนให้เขาตั้งโรงงานขึ้นมา   
ราคาเอาทนอลลิตรละ 22 บาท  ราคาน้ำมันปาล์มลิตรละ 33 บาท      ถ้าไม่มีการอุดหนุน  ไม่มีใครใช้หรอก  เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตอนยังไม่รวมภาษีถูกมาก เบนซินลิตรละ 5 บาท ดีเซลลิตรละ 10  บาท พลังงานทางเลือกไม่มีทางเกิดขึ้น        จริง ๆ  จะไม่มีกองทุนกับ  E B  ก็ได้  แต่ตอนน้ำมันแพงรับกันได้ไหม    น้ำมันขึ้นพรวด ๆ  ทะลุ 30 บาท ทั้งดีเซลเบนซิน   รัฐบาลเองก็คุมปัญหากับเจ๊เกียวไม่อยู่     อีกหลายภาคส่วนก็คุมไม่อยู่ ตอนเกิดปัยหาน้ำมันขึ้นราคาสูง ๆ แม้จะระยะสั้นก็ตาม

ปล่อยตามธรรมชาติที่ควรเป็นดีกว่าไหม ??

การแทรกแซงโดยรัฐ ในระยะยาว ไม่น่าจะยั่งยืน ??

เหมือน CNG เดิม 8.50 บาท มาดูราคาตอนนี้ ขึ้นมาเกือบเท่าตัว

อย่าง น้ำมันปาล์มล้นตลาด ราคาตกต่ำ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติหรือครับ

ผมเป็นชาวสวนปาล์มนะครับ จริงๆปล่อยให้เป็นไปตามกลไกดีที่สุดครับ  ส่วนมากที่เกิดปัญหา มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังสร้างสถานะการณ์อยู่ตลอด
ปัญหาจริงๆไม่ได้น่ากลัวครับ ส่วนมากเป็นเกมการเงินเกมการเมืองส่วนใหญ่เลย จะถูกจะแพง โรงงานrefineได้ตลอด
เกษตรกรไม่มีอะไรที่ดีหรอก แม้แต่รัฐช่วยก็ไม่เคยดี  ส่วนมากซ้ำเติมมากกว่า กี่รัฐบาลก็แบบนี้แหละ

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 19:31:51 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ

ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกเท่านี้ตลอดไม่มี E กับ B ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าราคานำมันดีดตัวกลับละ
แล้วจะให้เลิกอุ้มดีเซลด้วยไหม     เพราะรัฐบาลก็อุ้มดีเซลเก็บภาษีต่างกันมานานแล้ว    ราคาหน้าโรงกลั่นตอนนี้เบนซินลิตรละ 5.47 บาท   ดีเซลลิตรละ 10.14 บาท ต่างกันลิตรนึงเกือบ 5 บาท     ทางกรมธุรกิจพลังงานกับสรรพาสามิตเก็บภาษีไม่เท่ากัน     ขอเพียงเก็บเท่ากันดีเซลตายอย่างเดียว   

แล้วถ้าเลิกอุ้ม E B  เคยคิดไหมว่าผลจะเป็นยังไง     ผมฟังจากคุณวรพล  จัดรายการทาง FM 101.5  ถึงได้ทราบว่ารัฐบาลให้เอกชนตั้งโรงงานเอทานอล กำหนดแนวทางชัดเจน  อยู่ดี ๆ จะเลิกไม่ใช้เอทานอล โรงงานก็ต้องปิดตัว คนตกงานซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้อีก   แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ามาตั้งโรงงานอีกเพราะความเชื่อมั่นของรัฐบาลหายไป    เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นคนให้เขาตั้งโรงงานขึ้นมา   
ราคาเอาทนอลลิตรละ 22 บาท  ราคาน้ำมันปาล์มลิตรละ 33 บาท      ถ้าไม่มีการอุดหนุน  ไม่มีใครใช้หรอก  เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตอนยังไม่รวมภาษีถูกมาก เบนซินลิตรละ 5 บาท ดีเซลลิตรละ 10  บาท พลังงานทางเลือกไม่มีทางเกิดขึ้น        จริง ๆ  จะไม่มีกองทุนกับ  E B  ก็ได้  แต่ตอนน้ำมันแพงรับกันได้ไหม    น้ำมันขึ้นพรวด ๆ  ทะลุ 30 บาท ทั้งดีเซลเบนซิน   รัฐบาลเองก็คุมปัญหากับเจ๊เกียวไม่อยู่     อีกหลายภาคส่วนก็คุมไม่อยู่ ตอนเกิดปัยหาน้ำมันขึ้นราคาสูง ๆ แม้จะระยะสั้นก็ตาม

คุณ auto พูดถูกแล้วครับ ถ้ารัฐไม่อุดหนุน เราจะไม่มีน้ำมันหลากหลายเป็นทางเลือกใช้ในปัจจุบัน ไม่มีเอกชนรายใดทำแน่เพราะนำเข้าเอทานอลจากข้างนอกอาจจะราคาถูกกว่า ลงทุนไปก็ไม่คุ้มที่จะทำ ผมจะชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียแล้วพิจารณาเองแล้วกันครับ ได้อย่างเสียอย่าง ปล่อยตามธรรมชาติก็มีข้อดี แต่คุณรับได้ไหม ถ้าไม่อุ้มเอทานอล

1. คุณไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากน้ำมันปกติ ตอนน้ำมันราคาแพงรับได้ไหม รัฐไม่ช่วย น้ำมันทางเลือกไม่เกิดแต่แรก
2. เพื่อลดการขาดดุลจากการนำเข้าน้ำมัน จึงเอาเอทาลมาผสมเพื่อถ่วงราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง เอทานอลราคาไม่ผันผวนมากเท่า ประเทศเราจะขาดดุลมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน(จนลง) รับได้ไหม
3. ตอนน้ำมันดิบราคาแพง จะทำให้เกิดเงินเฟ้อจาก cost push เพราะดีเซลมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับราคาสินค้าสูง ข้าวของราคาแพงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันรับได้ไหม ราคาสินค้า final goods ขึ้นแล้วไม่มีลงนะครับ ก๋วยเตี๋ยวแพงขึ้น น้ำดื่มแพงขึ้น ของใช้แพงขึ้น ราคารถแพงขึ้น ราคาบ้านแพงขึ้น ทุกๆ อย่างแพงขึ้น
4. การช่วยรับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกรมาทำเอทานอล ทำให้มี demand ของกลุ่มนี้มากขึ้น รายได้เกษตรกรดีขึ้น(คนจนหมู่มาก) ถ้าไม่มีตรงนี้เศรษฐกิจจะแย่กว่าที่เป็นอยู๋ในปัจจุบันเพราะการบริโภคของคนจนหมู่มากน้อยลง และนำเข้าน้ำมันเราสูง(ขาดดุล)
5. ตอนน้ำมันดิบราคาแพง คุณต้องทนยอมรับความเจ็บปวดตรงนี้ให้ได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามหลักเศรษฐศาสตร์ พูดไม่ได้ว่าน้ำมันแพงเดือดร้อน เรียกร้องไม่ได้ เมื่อสินค้าราคาแพงจะทำให้คนใช้น้อยลงเองโดยธรรมชาติ ประเทศก็ขาดดุลจากน้ำมันน้อยลง เพราะถ้ารัฐช่วยเหลือประชาชนจะไม่เกิดการปรับพฤติกรรมการบริโภค คุณพร้อมที่จะเจ็บปวดจากค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อที่จะปรับตัวเองหรือไม่ เพื่อให้ใช้น้ำมันน้อยลงทั้งๆ ที่จำเป็นต้องใช้

ตอนนี้น้ำมันราคาถูกก็เลยเห็นแต่ข้อเสียของการอุดหนุนเพื่อให้เกิด ถ้าคุณรับได้กับข้อเสียหลายๆ อย่างเพื่อแลกกับข้อดีเพียงอย่างเดียว เพื่อให้คุณได้ใช้น้ำมันราคาสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น ตอนมันแพงมันก็เป็นจริงด้วยเช่นกันนะครับ ผมยังไงก็ได้ แต่ให้เลิกตอนนี้คงไม่ได้เพราะเอกชนลงทุนมาแล้ว อยู่ๆ ยกเลิกเขาก็เสียหาย รัฐก็เสียความน่าเชื่อถือไม่เป็นไปตามที่ตกลงแต่แรก(ผมว่าเขาคงฟ้องรัฐบาลแน่)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 05, 2020, 02:41:34 โดย pim_cute »

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 20:12:17 »

อย่าง น้ำมันปาล์มล้นตลาด ราคาตกต่ำ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติหรือครับ

ผมเป็นชาวสวนปาล์มนะครับ จริงๆปล่อยให้เป็นไปตามกลไกดีที่สุดครับ  ส่วนมากที่เกิดปัญหา มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังสร้างสถานะการณ์อยู่ตลอด
ปัญหาจริงๆไม่ได้น่ากลัวครับ ส่วนมากเป็นเกมการเงินเกมการเมืองส่วนใหญ่เลย จะถูกจะแพง โรงงานrefineได้ตลอด
เกษตรกรไม่มีอะไรที่ดีหรอก แม้แต่รัฐช่วยก็ไม่เคยดี  ส่วนมากซ้ำเติมมากกว่า กี่รัฐบาลก็แบบนี้แหละ

ผมเห็นด้วยนะครับว่าไม่ควรแทรกแซงราคาในภาวะปกติ แต่ถ้าเป็นการอุดหนุนเพื่อให้เกิดขึ้นมันไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น สนามบิน รถไฟฟ้า bts รถไฟใต้ดิน mrt รถไฟความเร็วสูง ประเทศเราจะไม่มีสนามบินหรือรถไฟฟ้าให้ประชาชนใช้เลยหากรัฐไม่ริเริ่ม เอกชนลงทุนสูงขนาดนั้นไม่มีใครอยากทำรัฐต้องเข้ามาช่วย แต่เนื่องจากการอุดหนุนให้เกิดพลังงานทางเลือก มันมีราคาเอทานอล ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกโชว์ให้เห็นไงครับ พวกคุณถึงได้บ่นไม่พอใจกัน ต่างกับสนามบิน รถไฟฟ้า มันไม่มีราคาโชว์ให้ดูถึงได้มีปัญหาน้อยกว่า

คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับว่าจะมีการอุ้มนายทุนเอาเปรียบคนจนหรือไม่ โดยส่วนใหฐ่รัฐจะให้ราคาที่เป็นธรรมและพอมีกำไรกับผู้ประกอบการอยู่แล้ว อย่างสนามบิน bts mrt มันผูกขาดรัฐจึงต้องมีส่วนในกำหนดราคาด้วย แต่สำหรับเอทานอลก็เช่นกันราคาที่รับซื้อก็ต้องถูกรัฐพิจารณากลั่นกรองแล้ว แต่มันจะมีการคอรัปชั่นเกิดขึ้นได้นี่สิครับที่ต้องระวัง มันไม่ใช่เรื่องของมาตรการไม่ดี แต่เป็นเรื่องของคอรัปชั่น เช่น bts ขึ้นราคาคนเดือดร้อน รัฐทำเป็นมองไม่เห็น รัฐรับซื้อเอทานอลแพงเกินสมควรเพื่อให้นายทุนมีกำไรมาก 9ล9

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,004
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 20:39:13 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,579
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 21:17:02 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม

ผมก็บอกแล้วว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

อันแรก ราคาที่มันตก คุณคิดว่ามันตกจริงเหรอ หรือแค่เค้ารวมหัวกันกด
น้ำมันปาล์มที่ว่าล้น มันล้นจริงเหรอ หรือแค่สร้างสถานะการณ์
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเหตุผลเบื้องหลังอีก กลโกงมันเยอะครับ

ชาวสวนปาล์มเค้าไม่สนใจหรอกว่ามันยังไง ขอแค่มีคนรับซื้อในราคาที่เค้าอยู่ได้มันก็โอเค

ง่ายๆเลยครับ ทำไมน้ำมันปาล์มขวดถึงมีเสถียรภาพมาก เมื่อเทียบกับราคาผลผลิตของเกษตกร คุณลองไปคิดดูครับแล้วมองย้อนกลับไป

กลับมาที่คำถามว่า  ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ผมอยาก แต่ทำได้มั๊ยละ คุณต้องไปคิดถึงความจริงก่อน
เราเป็นเกษตรกรเราคนขาย เราควรตั้งราคาที่เราอยากขายใช่มั๊ยครับ แต่ตวามเป็นจริงคือ เกษตรกรต้องไปถามเค้าว่า คุณจะซื้อผมทำไหร่
 แก้ตรงนี้ได้   จบ
ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ก็เหมือนถามว่าทำไมเกษตรกรไม่ตั้งราคาขายล่ะ
แต่แก้ไม่ได้ บอกเลย คุณต้องเข้าใจสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมก่อน สินค้าเกษตรอื่นที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นแบบนี้หมด
เหมือนชาวนา จะขายข้าว ราคาถามใคร ไปถามโรงสี ไม่ได้กำหนดเอง


ไม่มีใครอยากมาเรียกร้องอะไรหรอกครับ ถ้าเค้าอยู่สุขสบายดี ไม่ใช่ต้องดีจนรวยนะ แค่พออยู่ได้
ผมไม่เคยเจอข่าวประท้วง เรียกร้องเลย ถ้าราคาไม่ต่ำสุดๆจริงๆ

อ่านแล้วก็งงๆวนๆหน่อยนะครับ อยากตอบใครครบแต่ย่อให้สั้นสุดแล้ว เพราะผมพอรู้ว่าคนทั่วไปมองยังไง ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 21:33:21 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม

ผมก็บอกแล้วว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

อันแรก ราคาที่มันตก คุณคิดว่ามันตกจริงเหรอ หรือแค่เค้ารวมหัวกันกด
น้ำมันปาล์มที่ว่าล้น มันล้นจริงเหรอ หรือแค่สร้างสถานะการณ์
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเหตุผลเบื้องหลังอีก กลโกงมันเยอะครับ

ชาวสวนปาล์มเค้าไม่สนใจหรอกว่ามันยังไง ขอแค่มีคนรับซื้อในราคาที่เค้าอยู่ได้มันก็โอเค

ง่ายๆเลยครับ ทำไมน้ำมันปาล์มขวดถึงมีเสถียรภาพมาก เมื่อเทียบกับราคาผลผลิตของเกษตกร คุณลองไปคิดดูครับแล้วมองย้อนกลับไป

กลับมาที่คำถามว่า  ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ผมอยาก แต่ทำได้มั๊ยละ คุณต้องไปคิดถึงความจริงก่อน
เราเป็นเกษตรกรเราคนขาย เราควรตั้งราคาที่เราอยากขายใช่มั๊ยครับ แต่ตวามเป็นจริงคือ เกษตรกรต้องไปถามเค้าว่า คุณจะซื้อผมทำไหร่
 แก้ตรงนี้ได้   จบ
ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ก็เหมือนถามว่าทำไมเกษตรกรไม่ตั้งราคาขายล่ะ
แต่แก้ไม่ได้ บอกเลย คุณต้องเข้าใจสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมก่อน สินค้าเกษตรอื่นที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นแบบนี้หมด
เหมือนชาวนา จะขายข้าว ราคาถามใคร ไปถามโรงสี ไม่ได้กำหนดเอง


ไม่มีใครอยากมาเรียกร้องอะไรหรอกครับ ถ้าเค้าอยู่สุขสบายดี ไม่ใช่ต้องดีจนรวยนะ แค่พออยู่ได้
ผมไม่เคยเจอข่าวประท้วง เรียกร้องเลย ถ้าราคาไม่ต่ำสุดๆจริงๆ

อ่านแล้วก็งงๆวนๆหน่อยนะครับ อยากตอบใครครบแต่ย่อให้สั้นสุดแล้ว เพราะผมพอรู้ว่าคนทั่วไปมองยังไง ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
ถ้าเข้าใจนะครับ สินค้าขั้นสุดท้าย final goods คุณตั้งราคาขายเอง ทำตลาดเอง
สินค้าขั้นตั้น พวกโภคภัณฑ์ ขายง่ายขายคล่อง แต่มีราคาตลาด(เพราะมันมีหน้าตาเหมือนๆ กันหมด)

กลับกันข้อเสียของ final goods คือถ้าขายไม่ออก เลหลังขาย ขาดทุนมโหฬาร ยิ่งเข้าใกล้สินค้าขั้นต้นมากเท่าไร ยิ่งขายง่ายและขายได้ราคามากขึ้นเท่านั้น
ทุกอย่างมันมีได้เสียหมดครับ อย่าตัดพ้อไป สิ่งสำคัญคือเสรีภาพในการเลือกครับ

ออฟไลน์ bravo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,108
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 21:51:42 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม

ผมก็บอกแล้วว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

อันแรก ราคาที่มันตก คุณคิดว่ามันตกจริงเหรอ หรือแค่เค้ารวมหัวกันกด
น้ำมันปาล์มที่ว่าล้น มันล้นจริงเหรอ หรือแค่สร้างสถานะการณ์
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเหตุผลเบื้องหลังอีก กลโกงมันเยอะครับ

ชาวสวนปาล์มเค้าไม่สนใจหรอกว่ามันยังไง ขอแค่มีคนรับซื้อในราคาที่เค้าอยู่ได้มันก็โอเค

ง่ายๆเลยครับ ทำไมน้ำมันปาล์มขวดถึงมีเสถียรภาพมาก เมื่อเทียบกับราคาผลผลิตของเกษตกร คุณลองไปคิดดูครับแล้วมองย้อนกลับไป

กลับมาที่คำถามว่า  ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ผมอยาก แต่ทำได้มั๊ยละ คุณต้องไปคิดถึงความจริงก่อน
เราเป็นเกษตรกรเราคนขาย เราควรตั้งราคาที่เราอยากขายใช่มั๊ยครับ แต่ตวามเป็นจริงคือ เกษตรกรต้องไปถามเค้าว่า คุณจะซื้อผมทำไหร่
 แก้ตรงนี้ได้   จบ
ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ก็เหมือนถามว่าทำไมเกษตรกรไม่ตั้งราคาขายล่ะ
แต่แก้ไม่ได้ บอกเลย คุณต้องเข้าใจสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมก่อน สินค้าเกษตรอื่นที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นแบบนี้หมด
เหมือนชาวนา จะขายข้าว ราคาถามใคร ไปถามโรงสี ไม่ได้กำหนดเอง


ไม่มีใครอยากมาเรียกร้องอะไรหรอกครับ ถ้าเค้าอยู่สุขสบายดี ไม่ใช่ต้องดีจนรวยนะ แค่พออยู่ได้
ผมไม่เคยเจอข่าวประท้วง เรียกร้องเลย ถ้าราคาไม่ต่ำสุดๆจริงๆ

อ่านแล้วก็งงๆวนๆหน่อยนะครับ อยากตอบใครครบแต่ย่อให้สั้นสุดแล้ว เพราะผมพอรู้ว่าคนทั่วไปมองยังไง ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

สรุปว่า น้ำมันปาล์มไม่ได้ล้นตลาด จริงหรือครับ

และขอถามต่อเลยว่า ถ้ายกเลิกไบโอดีเซลทั้งหมด ก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาปาล์มล้นตลาด ใช่ป่าวครับ

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,004
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: เมษายน 04, 2020, 21:56:47 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม

ผมก็บอกแล้วว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

อันแรก ราคาที่มันตก คุณคิดว่ามันตกจริงเหรอ หรือแค่เค้ารวมหัวกันกด
น้ำมันปาล์มที่ว่าล้น มันล้นจริงเหรอ หรือแค่สร้างสถานะการณ์
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเหตุผลเบื้องหลังอีก กลโกงมันเยอะครับ

ชาวสวนปาล์มเค้าไม่สนใจหรอกว่ามันยังไง ขอแค่มีคนรับซื้อในราคาที่เค้าอยู่ได้มันก็โอเค

ง่ายๆเลยครับ ทำไมน้ำมันปาล์มขวดถึงมีเสถียรภาพมาก เมื่อเทียบกับราคาผลผลิตของเกษตกร คุณลองไปคิดดูครับแล้วมองย้อนกลับไป

กลับมาที่คำถามว่า  ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ผมอยาก แต่ทำได้มั๊ยละ คุณต้องไปคิดถึงความจริงก่อน
เราเป็นเกษตรกรเราคนขาย เราควรตั้งราคาที่เราอยากขายใช่มั๊ยครับ แต่ตวามเป็นจริงคือ เกษตรกรต้องไปถามเค้าว่า คุณจะซื้อผมทำไหร่
 แก้ตรงนี้ได้   จบ
ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ก็เหมือนถามว่าทำไมเกษตรกรไม่ตั้งราคาขายล่ะ
แต่แก้ไม่ได้ บอกเลย คุณต้องเข้าใจสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมก่อน สินค้าเกษตรอื่นที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นแบบนี้หมด
เหมือนชาวนา จะขายข้าว ราคาถามใคร ไปถามโรงสี ไม่ได้กำหนดเอง


ไม่มีใครอยากมาเรียกร้องอะไรหรอกครับ ถ้าเค้าอยู่สุขสบายดี ไม่ใช่ต้องดีจนรวยนะ แค่พออยู่ได้
ผมไม่เคยเจอข่าวประท้วง เรียกร้องเลย ถ้าราคาไม่ต่ำสุดๆจริงๆ

อ่านแล้วก็งงๆวนๆหน่อยนะครับ อยากตอบใครครบแต่ย่อให้สั้นสุดแล้ว เพราะผมพอรู้ว่าคนทั่วไปมองยังไง ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

ก็นั่นแหละครับผมก็ตามนี้แหละ แต่ผมพูดในความจริงๆไง ยังไงก็ยกเลิกยาก

 เหนือคนปลูกไปก็มีลานปาล์ม ลานปาล์มไปถึงจะโรงงาน บ้าน ตจว ผม ก็พึ่งเปลี่ยนสวนยางไปเป็นปาล์มเหมือนกัน
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,017
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 00:18:47 »
ใช่ครับ   ตอนนี้น้ำมันราคาถูกก็เลยเห็นแต่ข้อเสียของการอุดหนุนเพื่อให้เกิด E และ B       ตอนน้ำมันแพงจะไม่กล่าวกันแบบนี้แน่  ๆ 
 
  ผมชี้แจงให้เห็นง่าย ๆ   จะได้ไม่ต้องเถียงกัน     E และ B  รวมถึงราคาน้ำมันดีเซล ถูกเบนซินแพงกว่าที่ควรจะเป็น  รัฐบาลล้วนเดินหน้ามานานแล้ว  ไม่มีทางถอยหลังกลับไปได้ เลิกฝันได้เลย   โรงงานเอทานอล โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม     รัฐบาลไม่ได้อยากให้ปิดโรงงาน  แม้น้ำมันจะถูกมาก เพราะจะซ้ำเติมคนตกงานให้มากขึ้นไปอีก
   
      จะให้ราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าเบนซินลิตรละ 5 บาทตามต้นทุนที่แท้จริง หรือให้รัฐเก็บภาษีเท่ากันก็เป็นไปไม่ได้  เพราะทุกรัฐบาลก็ทำแบบนี้มานานมากแล้ว   คือราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นถูกมากกว่าน้ำเปล่า  มีเยอะเหลือส่งออก แต่น้ำมันดีเซลแพง พอเวลาขายหน้าปั๊มดีเซลพอกันหรือราคาถูกกว่าเบนซิน     ถอยหลังกลับไม่ได้ เช่นกัน   ถ้าทำให้เบนซินถูกกว่าลิตรละ 5 บาทตามต้นทุน  น้ำมันดีเซลไม่มีใครใช้อีกแน่   พังทั้งระบบ 
วันนี้ราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นลิตรละ 5.49 บาท     ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม  15.xx ขึ้นไป       ใช่ครับดูไม่ผิด  ภาษีน้ำมันบ้านเราแพงกว่าราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นอีก        ทำให้ราคาน้ำมันตอนขายหน้าปั๊มออกมาลิตรนึงเกิน 15 บาท  ทั้งที่จริงราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นแค่ลิตรละ 5.49  บาท        มันขึ้นกับนโยบายในแต่ละประเทศ  ประเทศเรา ภาษีน้ำมันเท่านี้ เก็บแบบนี้  ไม่มีทางที่จะถอยหลังกลับไปได้  เพราะทุกรัฐบาลเอาเงินภาษีไปใช้   ไม่ว่าน้ำมันจะถูกหรือจะแพง   รัฐบาลก็เก็บภาษีเท่านี้เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย     ไม่มีทางจะเลิกเก็บ  หรือเก็บน้อยกว่านี้  เลิกฝันได้เลย       ทั้งที่จริงถ้ารัฐบาลไม่เก็บภาษีน้ำมัน ราคาน้ำมันที่จริงไม่ได้แพงเลย แต่มันเป็นนโยบายของแต่ละประเทศ 
                      อะไรที่มันควรจะเป็นรัฐบาลเค้าคิดมาดีแล้ว  จึงให้มันเป็นแบบนั้น  ไม่งั้นทุกรัฐบาลไม่เดินหน้าแบบนี้หรอก   ถ้าคิดว่ามันไม่ดี ไม่คุ้ม ป่านนี้เขายกเลิกกันไปหมดแล้ว   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 05, 2020, 00:26:37 โดย Auto »

ออนไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,293
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 02:58:26 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ
ตระกูล E และ B อย่างน้อยช่วยอุดหนุนเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก  ได้สร้างแรงงานจากโรงผลิตเอธานอลและไบโอดีเซล รวมไปถึงลดมลภาวะจากควันพิษที่มาจากการเผาไหม้น้ำมันไม่มากก็น้อย  เก็บเข้ากองทุน 5-10 บาท ไม่เป็นไรหรอกครับ หากเป็นการอุ้มเพื่อรณรงค์ให้คนได้ใช้เชื้อเพลิงทีมีมลภาวะน้อยกว่าอย่างน้อยช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น  คนในสังคมได้พอมีอากาศดีๆได้หายใจบ้าง เงินหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้  แต่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมมันสำคัญกว่า ผมคงไม่เห็นแก่ตัวแค่อยากจะใช้เบนซิลเพียวๆ 91-95 ในราคาถูกแต่สร้างมลภาวะเยอะกว่าตระกูลอีไม่มากก็น้อย สิ่งที่อยากให้เลิกอุ้มจริงคือดีเซลที่ ขยันกันปล่อยควันจริงๆ แต่ทำได้ยากเพราะภาคขนส่งดีเซลจำเป็นต้องใช้อยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 05, 2020, 03:22:52 โดย deertesla »

ออนไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,293
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 03:08:10 »
ปาล์มราคาตกทำไมถึงมีคนมาประท้วงล่ะครับถ้าอยากให้ปล่อยราคาตามจริงกัน  ถ้าปล่อยจริงแล้วม็อปมาเต็ม

ผมก็บอกแล้วว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

อันแรก ราคาที่มันตก คุณคิดว่ามันตกจริงเหรอ หรือแค่เค้ารวมหัวกันกด
น้ำมันปาล์มที่ว่าล้น มันล้นจริงเหรอ หรือแค่สร้างสถานะการณ์
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเหตุผลเบื้องหลังอีก กลโกงมันเยอะครับ

ชาวสวนปาล์มเค้าไม่สนใจหรอกว่ามันยังไง ขอแค่มีคนรับซื้อในราคาที่เค้าอยู่ได้มันก็โอเค

ง่ายๆเลยครับ ทำไมน้ำมันปาล์มขวดถึงมีเสถียรภาพมาก เมื่อเทียบกับราคาผลผลิตของเกษตกร คุณลองไปคิดดูครับแล้วมองย้อนกลับไป

กลับมาที่คำถามว่า  ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ผมอยาก แต่ทำได้มั๊ยละ คุณต้องไปคิดถึงความจริงก่อน
เราเป็นเกษตรกรเราคนขาย เราควรตั้งราคาที่เราอยากขายใช่มั๊ยครับ แต่ตวามเป็นจริงคือ เกษตรกรต้องไปถามเค้าว่า คุณจะซื้อผมทำไหร่
 แก้ตรงนี้ได้   จบ
ถ้าอยากปล่อยราคาตามจริง ก็เหมือนถามว่าทำไมเกษตรกรไม่ตั้งราคาขายล่ะ
แต่แก้ไม่ได้ บอกเลย คุณต้องเข้าใจสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมก่อน สินค้าเกษตรอื่นที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นแบบนี้หมด
เหมือนชาวนา จะขายข้าว ราคาถามใคร ไปถามโรงสี ไม่ได้กำหนดเอง


ไม่มีใครอยากมาเรียกร้องอะไรหรอกครับ ถ้าเค้าอยู่สุขสบายดี ไม่ใช่ต้องดีจนรวยนะ แค่พออยู่ได้
ผมไม่เคยเจอข่าวประท้วง เรียกร้องเลย ถ้าราคาไม่ต่ำสุดๆจริงๆ

อ่านแล้วก็งงๆวนๆหน่อยนะครับ อยากตอบใครครบแต่ย่อให้สั้นสุดแล้ว เพราะผมพอรู้ว่าคนทั่วไปมองยังไง ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
เข้าใจครับ  ผู้ผลิตเองก็ถูกกดดันจากผู้ซื้อและกลไกลทางการตลาดมากพอตัว ทั้งที่ลงทุนมาตั้งเยอะแต่กำไรแทบนิดเดียว  ไอ้คนที่ได้ประโยชน์มากก็อย่างที่รู้กันดี

ใช่ครับ   ตอนนี้น้ำมันราคาถูกก็เลยเห็นแต่ข้อเสียของการอุดหนุนเพื่อให้เกิด E และ B       ตอนน้ำมันแพงจะไม่กล่าวกันแบบนี้แน่  ๆ 
 
  ผมชี้แจงให้เห็นง่าย ๆ   จะได้ไม่ต้องเถียงกัน     E และ B  รวมถึงราคาน้ำมันดีเซล ถูกเบนซินแพงกว่าที่ควรจะเป็น  รัฐบาลล้วนเดินหน้ามานานแล้ว  ไม่มีทางถอยหลังกลับไปได้ เลิกฝันได้เลย   โรงงานเอทานอล โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม     รัฐบาลไม่ได้อยากให้ปิดโรงงาน  แม้น้ำมันจะถูกมาก เพราะจะซ้ำเติมคนตกงานให้มากขึ้นไปอีก
   
      จะให้ราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าเบนซินลิตรละ 5 บาทตามต้นทุนที่แท้จริง หรือให้รัฐเก็บภาษีเท่ากันก็เป็นไปไม่ได้  เพราะทุกรัฐบาลก็ทำแบบนี้มานานมากแล้ว   คือราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นถูกมากกว่าน้ำเปล่า  มีเยอะเหลือส่งออก แต่น้ำมันดีเซลแพง พอเวลาขายหน้าปั๊มดีเซลพอกันหรือราคาถูกกว่าเบนซิน     ถอยหลังกลับไม่ได้ เช่นกัน   ถ้าทำให้เบนซินถูกกว่าลิตรละ 5 บาทตามต้นทุน  น้ำมันดีเซลไม่มีใครใช้อีกแน่   พังทั้งระบบ 
วันนี้ราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นลิตรละ 5.49 บาท     ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม  15.xx ขึ้นไป       ใช่ครับดูไม่ผิด  ภาษีน้ำมันบ้านเราแพงกว่าราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นอีก        ทำให้ราคาน้ำมันตอนขายหน้าปั๊มออกมาลิตรนึงเกิน 15 บาท  ทั้งที่จริงราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นแค่ลิตรละ 5.49  บาท        มันขึ้นกับนโยบายในแต่ละประเทศ  ประเทศเรา ภาษีน้ำมันเท่านี้ เก็บแบบนี้  ไม่มีทางที่จะถอยหลังกลับไปได้  เพราะทุกรัฐบาลเอาเงินภาษีไปใช้   ไม่ว่าน้ำมันจะถูกหรือจะแพง   รัฐบาลก็เก็บภาษีเท่านี้เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย     ไม่มีทางจะเลิกเก็บ  หรือเก็บน้อยกว่านี้  เลิกฝันได้เลย       ทั้งที่จริงถ้ารัฐบาลไม่เก็บภาษีน้ำมัน ราคาน้ำมันที่จริงไม่ได้แพงเลย แต่มันเป็นนโยบายของแต่ละประเทศ 
                      อะไรที่มันควรจะเป็นรัฐบาลเค้าคิดมาดีแล้ว  จึงให้มันเป็นแบบนั้น  ไม่งั้นทุกรัฐบาลไม่เดินหน้าแบบนี้หรอก   ถ้าคิดว่ามันไม่ดี ไม่คุ้ม ป่านนี้เขายกเลิกกันไปหมดแล้ว   
ผมว่าถ้าจะให้เห็นผลจริงๆ คงต้องเป็นการทดลองลดภาษีน้ำมันลงแล้วมาดูว่าผลลัพธ์ว่าสวัสดิการของรัฐต่างๆ สาธารณูปโภจะหายไปยังไงบ้างนะครับ แล้วคนที่เรียกร้องให้น้ำมันถูกเท่าอเมริกาก็คงสำนึกเองว่ามันดีและแย่กับตัวเองและผู้อื่นยังไง  อย่างแรกที่นึกภาพ สามสิบบาทรักษาทุกโรคคงหายไป  ถนนหนทางจากที่ปจจุบันแย่มากอยู่แล้ว คงจะไม่ต่างจากหลุมดวงจันทร์เป็นแน่แท้

ออฟไลน์ testmaster

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 450
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 08:50:49 »
เพื่อคนไม่ทราบน้ำมันทุกเกรดปกติที่อเมริกาเป็น E10 นะครับ

https://mnbiofuels.org/media-mba/blog/item/1511-octane-and-ethanol-for-beginners

แล้วก็ octeane rating ที่อเมริกามันใช้จะเป็น "US octane rating is an average of (RON+MON)" เทียบกับประเทศที่ใช้ ron อื่นๆเช่นไทยหรือยุโรป detail ตาม link นี้ครับ

http://www.pencilgeek.org/2009/05/octane-rating-conversions.html

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 15:08:11 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ
ตระกูล E และ B อย่างน้อยช่วยอุดหนุนเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก  ได้สร้างแรงงานจากโรงผลิตเอธานอลและไบโอดีเซล รวมไปถึงลดมลภาวะจากควันพิษที่มาจากการเผาไหม้น้ำมันไม่มากก็น้อย  เก็บเข้ากองทุน 5-10 บาท ไม่เป็นไรหรอกครับ หากเป็นการอุ้มเพื่อรณรงค์ให้คนได้ใช้เชื้อเพลิงทีมีมลภาวะน้อยกว่าอย่างน้อยช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น  คนในสังคมได้พอมีอากาศดีๆได้หายใจบ้าง เงินหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้  แต่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมมันสำคัญกว่า ผมคงไม่เห็นแก่ตัวแค่อยากจะใช้เบนซิลเพียวๆ 91-95 ในราคาถูกแต่สร้างมลภาวะเยอะกว่าตระกูลอีไม่มากก็น้อย สิ่งที่อยากให้เลิกอุ้มจริงคือดีเซลที่ ขยันกันปล่อยควันจริงๆ แต่ทำได้ยากเพราะภาคขนส่งดีเซลจำเป็นต้องใช้อยู่
อธิบายแบบนี้ครับ รัฐมองว่าดีเซลมีความเกี่ยวข้องกับภาคขนส่งมาก ซึ่งเป็นแรงงานที่มีรายได้น้อย(คนจน) ส่งผลต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นของคนทั้งประเทศ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนของทุกอย่าง ส่วนเบนซินคือคนที่พอมีฐานะ มีเงินเหลือมาซื้อรถยนต์ใช้ จึงเก็บภาษีคนมีเงินเหลือ(เบนซิน)เพื่อมาอุดหนุนแรงงานรายได้น้อย(เบนซิน) และป้องกันเงินเฟ้อไม่ให้กระทบค่าครองชีพ(คนทั้งประเทศ)
จริงๆ แล้วรัฐก็มองเรื่องมลภาวะด้วย แต่มองข้ามผลกระทบเรื่องค่าครองชีพไม่ได้ด้วยเช่นกัน จึงทำทั้ง 2 ทางพร้อมกัน
1. อุดหนุนดีเซล เพื่อช่วยภาคขนส่งและเรื่องค่าครองชีพ(กระทบคนหมู่มากที่มีรายได้น้อย)
2. เก็บภาษีรถใหม่ eco car e85 ev น้อยลง เพื่อผลักดันให้คนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และลดจำนวนรถเก่าที่ก่อให้เกิดมลพิษ

วิธีคิดแบบนี้มีมานานแล้วนะครับ คนที่ยังไม่เข้าใจผมถือว่าตามหลังรัฐนะ รัฐคิดได้แบบนี้เป็น 10 ปีมาแล้ว แต่ถ้าเข้าใจแต่ก็ยังไม่เห็นด้วย แต่ละคนก็คงมีเหตุผลแตกต่างกันไป ถามว่าได้ผลไหม ก็มองย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมว่าการบ่นเรื่องนี้ของแต่ละคนทั้งเรื่องเอทานอล ดีเซล กองทุนน้ำมัน มันเป็นเรื่องเก่านะ เพราะรัฐก็ทำแบบนี้มานานเป็น 10 ปีแล้ว ถามว่ารัฐฉลาดไหม ก็บางเรื่องครับ แต่เขาก็ไม่ได้โง่คิดไม่เป็นขนาดนั้น (ผมพูดถึงรัฐบาลเก่าๆ นะ รัฐบาลปัจจุบันชักไม่แน่ใจ การแก้ปัญหาแปลกๆ ไม่เคยเจอ เดี๋ยวก็หาว่าผมเข้าการเมืองอีก ผมแค่วิจารณ์)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 05, 2020, 15:18:50 โดย pim_cute »

ออนไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,293
Re: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง (น้ำมัน)
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: เมษายน 05, 2020, 22:08:12 »
บ้านเค้าไม่มีโซฮอลแบบบ้านเรานะเนี่ย ....

เลิกเถอะ ตระกุล E ทั้งหลายอะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่เราต้องไปแบกมัน

วิธีการจัดเก็บภาษีเราคล้ายอเมริกานะครับ แต่ต่างตรงที่ว่า เค้าไม่ต้องมีกองทุนไปอุ้มเอทานอลแบบบ้านเรา ราคาเลยสะท้อนราคาปัจจุบันอย่างที่เห็น ...

ส่วนบ้านเรา ถ้าเอา E ออกเป็นน้ำมันแบบอเมริกา เราน่าจะถูกกว่าเค้านิดหน่อยนะ
ตระกูล E และ B อย่างน้อยช่วยอุดหนุนเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก  ได้สร้างแรงงานจากโรงผลิตเอธานอลและไบโอดีเซล รวมไปถึงลดมลภาวะจากควันพิษที่มาจากการเผาไหม้น้ำมันไม่มากก็น้อย  เก็บเข้ากองทุน 5-10 บาท ไม่เป็นไรหรอกครับ หากเป็นการอุ้มเพื่อรณรงค์ให้คนได้ใช้เชื้อเพลิงทีมีมลภาวะน้อยกว่าอย่างน้อยช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น  คนในสังคมได้พอมีอากาศดีๆได้หายใจบ้าง เงินหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้  แต่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมมันสำคัญกว่า ผมคงไม่เห็นแก่ตัวแค่อยากจะใช้เบนซิลเพียวๆ 91-95 ในราคาถูกแต่สร้างมลภาวะเยอะกว่าตระกูลอีไม่มากก็น้อย สิ่งที่อยากให้เลิกอุ้มจริงคือดีเซลที่ ขยันกันปล่อยควันจริงๆ แต่ทำได้ยากเพราะภาคขนส่งดีเซลจำเป็นต้องใช้อยู่
อธิบายแบบนี้ครับ รัฐมองว่าดีเซลมีความเกี่ยวข้องกับภาคขนส่งมาก ซึ่งเป็นแรงงานที่มีรายได้น้อย(คนจน) ส่งผลต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นของคนทั้งประเทศ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนของทุกอย่าง ส่วนเบนซินคือคนที่พอมีฐานะ มีเงินเหลือมาซื้อรถยนต์ใช้ จึงเก็บภาษีคนมีเงินเหลือ(เบนซิน)เพื่อมาอุดหนุนแรงงานรายได้น้อย(เบนซิน) และป้องกันเงินเฟ้อไม่ให้กระทบค่าครองชีพ(คนทั้งประเทศ)
จริงๆ แล้วรัฐก็มองเรื่องมลภาวะด้วย แต่มองข้ามผลกระทบเรื่องค่าครองชีพไม่ได้ด้วยเช่นกัน จึงทำทั้ง 2 ทางพร้อมกัน
1. อุดหนุนดีเซล เพื่อช่วยภาคขนส่งและเรื่องค่าครองชีพ(กระทบคนหมู่มากที่มีรายได้น้อย)
2. เก็บภาษีรถใหม่ eco car e85 ev น้อยลง เพื่อผลักดันให้คนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และลดจำนวนรถเก่าที่ก่อให้เกิดมลพิษ

วิธีคิดแบบนี้มีมานานแล้วนะครับ คนที่ยังไม่เข้าใจผมถือว่าตามหลังรัฐนะ รัฐคิดได้แบบนี้เป็น 10 ปีมาแล้ว แต่ถ้าเข้าใจแต่ก็ยังไม่เห็นด้วย แต่ละคนก็คงมีเหตุผลแตกต่างกันไป ถามว่าได้ผลไหม ก็มองย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมว่าการบ่นเรื่องนี้ของแต่ละคนทั้งเรื่องเอทานอล ดีเซล กองทุนน้ำมัน มันเป็นเรื่องเก่านะ เพราะรัฐก็ทำแบบนี้มานานเป็น 10 ปีแล้ว ถามว่ารัฐฉลาดไหม ก็บางเรื่องครับ แต่เขาก็ไม่ได้โง่คิดไม่เป็นขนาดนั้น (ผมพูดถึงรัฐบาลเก่าๆ นะ รัฐบาลปัจจุบันชักไม่แน่ใจ การแก้ปัญหาแปลกๆ ไม่เคยเจอ เดี๋ยวก็หาว่าผมเข้าการเมืองอีก ผมแค่วิจารณ์)
เป็นไปได้อยากให้แบนรถกระบะดีเซล ให้เหลือแต่สีล้อบรรทุก หกล้อ สิบล้อ และนถบัสที่เป้นดีเซลได้นะครับ แต่ความเป็นจริงมันทำไม่ได้