ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถาม การใช้รอบเครื่องยนต์ในการเปลี่ยนเกียร์ ( เกียร์ manual ) รีโพสครับ  (อ่าน 2273 ครั้ง)

ออฟไลน์ blackles

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
มีโอกาศได้ขับรถเกียร์ manual หลายยี่ห้อ ( ทั้งดีเซลและเบนซิน ) จังหวะการเปลี่ยนเกียร์แบบไหนประหยัดน้ำมันกว่ากันครับ
1. เปลี่ยนในรอบต่ำกว่าแรงบิดของเครื่องยนต์ เช่นเหยียบเกียร์ 2 ประมาณ 1600-1800 รอบแล้วเข้าเกียร์ 3 ทำให้รอบต่ำพอกดคันเร่งต่อในเกียร์ 3 ทำให้รถรู้สึกอื้อ ไม่มีแรงจนกว่าจะได้รอบของมัน แต่ค่อยๆเหยียบนะครับไม่ได้เค่นคันเร่ง
2.เปลี่ยนเกียร์ตามรอบแรงบิดของเครื่องยนต์ เช่น เกียร์ 2 2500--2800 พอเปลี่ยรเกียร์3รอบทำให้รอบตกแต่เวลาเหยียบต่อทำให้รถไม่อื้อ และมีกำลัง

   - แบบไหนประหยัดกว่ากันครับ เป็นการยกตัวอย่าง คราวๆนะครับ เพราะรถแต่ละยี่ห้อ เบนซิน ดีเซล รอบแรงบิดไม่เท่ากัน

   - เหตุเพราะที่สอบถามเพราะแต่ละคน (ใกล้ตัวแนะนำไม่เหมือนกันครับ )

  - โดยส่วนตัวคิดว่าขับแบบที่1ประหยัดกว่าครับ( จากที่รองเปรียบเทียบมา ) ** หรืออาจจะคิดไปเอง

  - ไม่เคยลองเปรียบแบบ น้ำมันเต็มถังแล้วเติมครับ แค่สงสัยเลยลองสอบถามคนมีประสบการ์ณ จริง

  - ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2020, 00:34:00 โดย blackles »

ออฟไลน์ #อินเดียหน้าโจร

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,133
    • Need for slow - ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน
    • อีเมล์
เปลี่ยนรอบต่ำประหยัดกว่าครับ ผมคิดแบบหยาบๆนะครับ ถ้าโหลดเท่ากัน (กดคันเร่งเท่ากัน) เปลี่ยนเกียร์ตอนรอบ 1500 กับเปลี่ยนเกียร์ตอนรอบ 3000 ก็กินน้ำมันต่างกันเท่าตัวแล้วครับ แต่ก็ต้องเอาไปหารกันกับระยะทางที่ได้ด้วย ซึ่งก็คงต้องเอาไปรวมกับรอบใช้งานตลอดทั้งทริปด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2020, 01:37:32 โดย #อินเดียหน้าโจร »
Altis 1.6 AT 2004 (Swap 2zz-ge 6MT)
Mazda 1.3 Sky

ออฟไลน์ Ji.Cl.

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 678
    • อีเมล์
ถ้าขับทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีแนวโน้มที่แบบที่ 1 (รอบต่ำ) จะประหยัดกว่าครับ

ซึ่งจริงๆ มันต้องอธิบายด้วยกราฟ BSFC (Brake Specific Fuel Consumption) พูดง่ายๆ มันคืออัตราส่วนของน้ำมันต่อแรงม้า

ถ้าค่าสูง แปลว่าต้องใช้น้ำมันต่อหนึ่งแรงม้ามาก แปลอีกนัยหนึ่งคือเปลืองน้ำมัน ซึ่งเครื่องยนต์แต่ละรุ่นจะมีกราฟเฉพาะของตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่นอันนี้ครับ (เป็นของเครื่องไหนไม่รู้นะ เซฟมาแปะเฉยๆ ครับ)



การขับรถทั่วไป ไม่ได้เหยียบคันเร่งมิด ฉะนั้นเราจะไม่ได้ใช้แรงบิดเต็มกำลังเครื่องแบบเส้นสีดำ แต่จะต่ำลงมาข้างล่าง

ในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น รอบเครื่อง (แกนนอน) จะต่ำลง แต่อัตราทดที่หายไปจะทำให้ทอร์คที่เครื่องยนต์รับภาระ (แกนตั้ง) สูงขึ้น

ดังนั้นจุดทำงานจะขยับไปทางบนซ้ายจากเดิม ซึ่งดูจากกราฟ โอกาสสูงมากที่จุดทำงานจะไปตกตรงย่านที่มี BSFC ต่ำลง (ประหยัดขึ้น)

แต่ยกเว้นการเหยียบมิด ต้องการอัตราเร่งมากๆ ทอร์คเต็มถึงเส้นสีดำ จะเห็นในกราฟว่ามีโอกาสเหมือนกันที่เปลี่ยนเกียร์ขึ้น รอบต่ำ อาจจะเปลืองขึ้น

ดังนั้นในการขับรถเลี้ยงความเร็วนิ่งๆ หรือการออกตัวแบบปกติไม่กระชาก เหยียบคันเร่งไม่เยอะ แนะนำให้เลือกเกียร์สูง รอบต่ำไว้ก่อนครับ

แต่ไม่ควรต่ำ และจุมคันเร่งลึกจนเครื่องมีเสียงผิดปกติครับ แบบนั้นอาจเปลืองกว่าเดิมได้ (สังเกตปลายซ้ายของกราฟจะชันขึ้น)

ตอนสับขึ้นเกียร์ 4 หรือ 5 เมื่อสับขึ้นแล้วรอบเครื่องควรเหลือไว้สัก 1,200-1,500 กำลังดีครับ

ออฟไลน์ #อินเดียหน้าโจร

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,133
    • Need for slow - ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน
    • อีเมล์
ถ้าขับทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีแนวโน้มที่แบบที่ 1 (รอบต่ำ) จะประหยัดกว่าครับ

ซึ่งจริงๆ มันต้องอธิบายด้วยกราฟ BSFC (Brake Specific Fuel Consumption) พูดง่ายๆ มันคืออัตราส่วนของน้ำมันต่อแรงม้า

ถ้าค่าสูง แปลว่าต้องใช้น้ำมันต่อหนึ่งแรงม้ามาก แปลอีกนัยหนึ่งคือเปลืองน้ำมัน ซึ่งเครื่องยนต์แต่ละรุ่นจะมีกราฟเฉพาะของตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่นอันนี้ครับ (เป็นของเครื่องไหนไม่รู้นะ เซฟมาแปะเฉยๆ ครับ)



การขับรถทั่วไป ไม่ได้เหยียบคันเร่งมิด ฉะนั้นเราจะไม่ได้ใช้แรงบิดเต็มกำลังเครื่องแบบเส้นสีดำ แต่จะต่ำลงมาข้างล่าง

ในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น รอบเครื่อง (แกนนอน) จะต่ำลง แต่อัตราทดที่หายไปจะทำให้ทอร์คที่เครื่องยนต์รับภาระ (แกนตั้ง) สูงขึ้น

ดังนั้นจุดทำงานจะขยับไปทางบนซ้ายจากเดิม ซึ่งดูจากกราฟ โอกาสสูงมากที่จุดทำงานจะไปตกตรงย่านที่มี BSFC ต่ำลง (ประหยัดขึ้น)

แต่ยกเว้นการเหยียบมิด ต้องการอัตราเร่งมากๆ ทอร์คเต็มถึงเส้นสีดำ จะเห็นในกราฟว่ามีโอกาสเหมือนกันที่เปลี่ยนเกียร์ขึ้น รอบต่ำ อาจจะเปลืองขึ้น

ดังนั้นในการขับรถเลี้ยงความเร็วนิ่งๆ หรือการออกตัวแบบปกติไม่กระชาก เหยียบคันเร่งไม่เยอะ แนะนำให้เลือกเกียร์สูง รอบต่ำไว้ก่อนครับ

แต่ไม่ควรต่ำ และจุมคันเร่งลึกจนเครื่องมีเสียงผิดปกติครับ แบบนั้นอาจเปลืองกว่าเดิมได้ (สังเกตปลายซ้ายของกราฟจะชันขึ้น)

ตอนสับขึ้นเกียร์ 4 หรือ 5 เมื่อสับขึ้นแล้วรอบเครื่องควรเหลือไว้สัก 1,200-1,500 กำลังดีครับ

สุดยอดครับ !!
Altis 1.6 AT 2004 (Swap 2zz-ge 6MT)
Mazda 1.3 Sky

ออฟไลน์ SNK vs Playmore

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,653
  • ไอ้บอสไอ้ขี้ขลาด
สาเหตุที่คนใกล้ตัวแนะนำไม่เหมือนกัน

คงเป็นเพราะว่าบางคนมีจอแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์

พอเปลี่ยนเกียร์แล้วเห็นตัวเลขอัตราลดลง เค้าก็ฟันธงฉับเลย ว่าตอนที่อื้อ ๆ อยู่นั้นมันกินน้ำมันสุด ๆ

แต่ความจริงแล้ว คันเร่งต่างหากที่เป็นพระเอกในเรื่องขับประหยัดน้ำมันครับ

ออฟไลน์ wa330

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,567
เคยลองขับแบบไม่แตะคันเร่งเลย ใช้แค่รอบเดินเบา
เหยียบครัชใล่เกียรไปเรื่อยๆ1-6
มันก็ไปเรื่อย50-60 ใช้น้ำมันเหมือนจอดเดินเบา

ออฟไลน์ jkdragon07

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 40
    • อีเมล์
ถ้าจะเน้นประหยัดน้ำมันก็แบบที่ 1 ครับ เคยลองเปลื่ยนเกียร์ตามแบบที่ว่าผมว่าประหยัดดีครับ แต่ทำได้ไม่นานไม่เข้ากับนิสัย เลยมาสายกลางดีกว่าครับ ไม่สูงไป ไม่ต่ำไป เพราะสูงไปก็เหมือนเป็นการลากเกียร์ เปลื่อง ไม่ดีกับเกียร์ในระยะยาว ต่ำไปอาจจะประหยัดดี แต่เครื่องก๋ไม่มีแรงส่งต่อในแต่ละเกียร์ ทำให้ไม่สมูท ขับไม่สนุก หรือจะเอาแบบเปํะตามกราฟก็ทำยาก เพราะมันมีตัวแปรอื่นๆอีกมากในแต่ละวัน เช่นน้ำหนักบรรทุก,ลมยาง,สภาพอากาศ,อารมณ์และนิสัยของคนขับ ผมว่าอาศัยขอมูลของรถรุ่นนั้น+ประสบการณ์+ความรู้สึก แล้วหาจุดที่เหมาะที่สุดกับตัวเรา และรถของเราดีกว่าครับ

ออฟไลน์ PaPaMan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 492
ควรใช้รอบต่ำที่สุดที่เครื่องยังมีแรงฉุดลากตัวรถได้ แต่ถ้ารอบต่ำเกินไปจนเครื่องเริ่มสั่นจนเราต้องกดคันเร่งเพิ่มถ้าไม่เปลี่ยนเกียร์ลงสิ่งที่ได้มาคือเครื่องสึกหรอเพิ่มขึ้นและกินน้ำมันมากขึ้นครับ


ขอเสริมหน่อยนึงว่า รถแต่ละคันก็จะมีความเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดอยู่ ไม่ใช่ว่าขับช้าแล้วจะประหยัดเสมอไปครับ ยกตัวอย่างรถของผมเองถ้าขับไม่เกิน 60 กม/ชม.จะขึ้นได้แค่เกียร์4 รถมันไม่ยอมเปลี่ยนเป็นเกียร์5ให้เลยครับแม้ว่าจะถอนคันเร่งหมดก็ตาม แต่ถ้าขับเร็วขึ้นเป็นที่ 80 กม/ชม.มันก็จะคาอยู่ที่เกียร์5ให้ ( เปลี่ยนเป็นเกียร์5หลัง60ไปแล้ว ) ถึงตอนนี้แค่ถอนคันเร่งรถก็จะเปลี่ยนเป็นเกียร์6 ซึ่งเป็นเกียร์สูงสุด แล้วเราค่อยๆกดคันเร่งเบาๆเพื่อรักษาความเร็วรถ มันก็จะคาอยู่ที่เกียร์6 ต่อไปเรื่อยๆครับ ดังนั้นขับที่ 80 จะประหยัดน้ำมันกว่าขับที่ 60 ครับ (สำหรับรถผมนะครับ)


ปล. รถผมเครื่องดีเซล 2.8 ลิตร เกียร์ 6AT ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2020, 11:00:02 โดย PaPaMan »

ออฟไลน์ 20TRF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 438
    • อีเมล์
พยายามเปลี่ยนเกียร์ที่รอบต่ำกว่า4พันไม่ได้เลยครับ เสียงมันไม่เพราะ แห่ะๆ

ออฟไลน์ Friday13

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 905
รถผมเกียร์ F5MBB-1-CBY

อัตราทด เกียร์5        0.775

Final reduction ratio   4.235

เวลาขับความเร็ว 100 รอบคาอยู่ 3,000

แบบนี้เปลืองน้ำมันถูกไหม เพราะว่าอยากประหยัดน้ำมันรอบต้องต่ำๆ

 
            มี           ห์      วิ  

ออฟไลน์ toffyearn

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 614
ผมว่าอยู่ที่รถด้วย ถ้าตัวรถหนัก หรือเป็นรุ่นเครื่องเล็ก ทอร์ครอบต่ำไม่มาก ยิ่งเป็นเบนซิน อาจจะข้อ 2 หรือระหว่างข้อ 1 กับ 2
แต่ถ้าดีเซล ผมว่าข้อ 1 คับ ยิ่งไม่ได้ขนของอะไร พอรถลอยตัวหน่อย เกียร์ 5 ที่อัตราทด 1.000 ค่อยๆปล่อยคลัทช์ เครื่องอาจจะสั่นนิดๆ เพราะใกล้เคียงรอบเดินเบาที่มีโหลดแต่ไม่มาก ลองดูอัตรากินน้ำมัน Real Time จะประหยัดมากคับ