ผู้เขียน หัวข้อ: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี  (อ่าน 5940 ครั้ง)

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,683
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 11:48:48 »
มีคนนั่งเบาะหลังไหม ?

ถ้ามีคนนั่งเบาะหลัง City คนนั่งหลังไม่บ่นครับ แต่ 2 คนบ่นแน่

ในมุมคนขับ 2 ขับสนุกกว่า จากแรงบิดของเครื่องดีเซล จากเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ขับมันส์กว่าแน่นอน ช่วงล่างมาสด้า แถมยาง RE004 ยังไงก็ขับมันส์ (แต่ถ้าขับไม่เป็น กลิ่นน้ำมันเกียร์ไหม้ ก็โชย เหมือนกันนะ)

...........

จริงๆ ดอยภูคาไม่ยากครับ

ทริคนิดเดียวก็คือ ให้เร่งส่ง ให้ขับเร็วครับ หลายคนไม่กล้า บอกทางชัน ต้องค่อยๆไป ผลคือ เกียร์ทำงานหนัก แต่ลมปะทะหน้ารถน้อย ความร้อนเครื่องขึ้นไปเกิน 100 น้ำมันเกียร์ ที่ใช้น้ำหม้อน้ำไปวนก็ร้อนตามล่ะครับ

อีกนิดก็คือ ถ้ารถมี Heater ช่วงนั้น ให้เปิดกระจกหมด เร่ง heater ให้สุด แป้บเดียว temp ลงมาปกติเลย

ถ้าไม่มี heater ก็เปิดแอร์ให้เย็นสุด ให้พัดลมไฟฟ้าทำงานสปีดสองยาวๆ ไม่ตัด Temp ก็ลงครับ

ไม่เชื่อลองดูครับ .. ผมบอกบ่อยๆว่า ผมไม่ได้กลัวเครื่องพัง แต่ผมกลัวเกียร์พัง โดยเฉพาะ CVT แต่ก็จะมีบางคนบอกว่า ขึ้นมาสารพัดดอยละ ไม่เห็นต้องยุ่งยากปรับนั่น ปรับนี่ขนาดนั้น ก็แล้วแต่จะคิดครับ

ความจริงแล้ว ทั้ง 2 คัน ขับทางไกลขึ้นดอยได้ดีทั้งคู่ Mazda 2 Diesel มีดีที่แรงบิดสูง ได้เปรียบในการขึ้นดอย ข้อเสียเลยก็คือเครื่องยนต์ดีเซลอาจจะมีปัญหาเห็นคนใช้รถรุ่นดีเซลเขาบ่นกัน ส่วน Honda City 1.0 Turbo RS มีดีที่อัตราเร่งแซงที่ดี ประหยัดน้ำมัน รองรับน้ำมันสะอาดได้ถึง E85 และ ขับทางไกลได้ดีกว่า ข้อเสียข้อแรกคืออะไหล่อาจจะขึ้นสนิมได้ง่ายหน่อยและข้อเสียข้อสองคือถ้าขึ้นดอยนี่ เทอร์โบอาจจะทำงานหนักและทำให้เสียได้ เปลี่ยนเทอร์โบนี่แพงหน่อยครับ ถ้าได้เปรียบทั้งขับทางไกลและขึ้นดอยเลยควรเลือก City 1.5 e:HEV แรงม้าน้อยกว่า 15hp แต่แรงบิดมากกว่า 80Nm ค่าซ่อมก็ถูกกว่าแค่ 35% ซ่อมก็ง่ายกว่าทั้ง City 1.0 Turbo และ Mazda2 Diesel แต่ City e:HEV รองรับน้ำมันสูงสุดแค่ E20 Paddle Shift ใน City e:HEV สามารถ Regenerative Brake ได้ 3 ระดับ พอสตาร์ทรถ ออกตัวครั้งแรกและใช้ความเร็วต่ำกว่าประมาณ 80km/h มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานอย่างเดียวถือว่าลดมลพิษได้ถึง 40% พอเร่งแซงหรือวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 90km/h เครื่องยนต์จะทำงาน ถ้าอยากให้ชาร์จกลับเข้าแบตขณะลดความเร็ว Paddle Shift สามารถปรับระดับความหน่วงได้ถึง 3 ระดับ City e:HEV คือรถ Hybrid ที่ถูกที่สุดในตลาดรถ Hybrid ที่จำหน่ายในบ้านเราตอนนี้ แนะนำเลยครับ และอีกอย่างหนึ่ง ออพชั่นของ City e:HEV มีมากกว่า City 1.0 Turbo ทั้ง เบรคมือไฟฟ้า มาตรวัดดิจิตอล
จขกท เขามีรถอยู่แล้วครับ ไม่ได้ซื้อรถใหม่ครับ

ออฟไลน์ ชายเก้านิ้ว

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 124
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 12:05:54 »
จากโจทย์ไม่มีปัญหาเรื่องห้องโดยสาร เป็นผมเลือก 2 ชอบแรงบิดดีเซล กับเกียบ at เรื่องประหยัด ยังไงก็2นะผมว่า ดีเซลถูกด้วย

ออฟไลน์ TeslaX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 12:41:53 »
รับได้เรื่องความแคบ 2 diesel

อยากแรง-ประหยัดแบบไม่ต้องพะวงศูนย์บริการ city turbo

ออฟไลน์ GOBBS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 691
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 13:28:52 »
จากโจทย์ไม่มีปัญหาเรื่องห้องโดยสาร เป็นผมเลือก 2 ชอบแรงบิดดีเซล กับเกียบ at เรื่องประหยัด ยังไงก็2นะผมว่า ดีเซลถูกด้วย
ดีเซลไม่ถูกฮะ mz2 เติมพรีเมียม euro5 ดีดไปลิตรละ 27-28 city เติม e20 ลิตรนึง 21-22 .. - - "
แต่ถ้าคิดค่าน้ำมันรวมๆ ผมยังถือหาง 2 ดีเซลอยู่ดี เติมบางจาก ม.กรุงเทพรังสิต ไปถึงวัดร่องขุ่นเชียงราย ยังเหลือในหน้าจออีก 200กว่าโล ...
..................
อ่านดู จริงๆ คนที่มีข้อมูลมากสุดในมือ คนที่ขับสองคันนี้จริงจังที่สุด คือ จขกท. นะ ... จะว่าไป คำถามนี้คนตอบดีที่สุดคือ จขกท.ละครับ
คิดว่าคันไหนดีกว่าก็เอาไป แค่นั้น .... หรือไม่ก็โยนหัวก้อยไปเลย แล้วเอามาเป็นประสบการณ์ ทริปหน้าก็เอาอีกคันไป ดีเสียอีกได้ long run testdrive เหมือนคุณแพนเทส e class ดีเซล
..................
เอางี้ละกัน ในฐานะคนใช้ 2ดีเซลเดิมๆ ปี 15 /5ประตู และวิ่งเส้นทางแบบที่ จขกท. ถามปีละ 4-5รอบ ไปมาทั้ง อินทนนท์ แม่สลอง ภูคา ดอยตุง เชียงแสน เชียงของ ฯลฯ ทริปนึง 2-3พันโลตลอด สรุปข้อดีข้อเสียของ 2ดีเซลให้นะครับ ส่วน city ผมไม่เคยขับเส้นทางแบบนี้ จะมโนตอบก็กะไรอยู่
ปกติผมวิ่งถนนหลวงจะไม่วิ่งเกิน 120 นะครับ กลัวใบสั่ง แต่จะชอบไปทำเวลาช่วงเขาโค้งๆ วิ่งยาวๆ ไม่ค่อยจอดพักเท่าไหร่
ข้อดี
1.ประหยัดบ้าบอ อย่างที่บอก ถังนึง วิ่ง 110 เปิดแอร์นั่ง 2คน จักรยาน 2คัน + สัมภาระ จากรังสิตไปเมืองเชียงราย เหลือให้ขับเที่ยวอีก 2ร้อยกว่าโล
2.handling บนเขาดีนะ รถสั้น(ข้อดีของความเล็ก) โค้งแคบๆบนเขา จิกเข้าโค้งดี ลงเขาหักลงไหลๆ สนุกดี จากแม่สลองมาดอยตุง จะมีช่วงลงเขาพับผ้าหลายๆพับ โยกสนุกมากกก รถสั้นแต่นิ่งนี่มันดีจริงๆ
3.แรงบิดเครื่องดีมาก เคยขับไหลๆ ช้าๆ แทบไม่แตะคันเร่งขึ้นเนินพระธาตุที่อินทนนท์(เนินที่คุณแพนเอา soluna ไปจอดถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น ชันมี 20%) มันยังขึ้นได้เลย กำลังเหลือแทบไม่ต้องหาระยะส่ง มีที่เดียวที่ขอระยะส่งนิดเดียว คือตอนขึ้นจากลานจอดเจดีย์ที่ดอยแม่สลอง ตรงนั้นน่าจะชัน 30% up กดจนล้อฟรีทั้งๆที่เปิด traction control
4.ช่วงล่างนิ่งดี สำหรับวิ่งทางไกล (ถ้าคิดว่าเป็นรถเล็ก)
5.เบรคดีมาก เคยลองขับแบบโง่ๆ ลงอินทนนท์แบบใส่ D ลงไปเลย เบรคยังเอาอยู่แฮะแต่ไม่แนะนำ ... mz2 มันมีระบบ ie loop(ที่คาปามันเริ่มพังกันแล้ว ตรูจะดีใจที่มันมีดีไหม) หน่วงเอาแรงที่เบรค/ปล่อยไหล มาปั่นไฟเก็บเข้าคาปา ช่วยเรื่องเบรคได้หน่อย ประหยัดได้อีกประมาณนึง
6.จากข้อ 5 เกียร์ฉลาดอีก ต่อให้คนขับโง่ๆด้วยการใส่ D ลงเขาชัน มันก็ยังลากหน่วงให้นะ แต่ไม่เท่ากับเล่น แมนนวล
7.HUD เวลาวิ่งกลางคืนคือประเสริฐ คนอื่นอาจจะเฉยๆ แต่ผมชอบ รถผมซื้อ navi ของมันมาใส่ ถึงจะโง่บางเวลาแต่นำทางผ่าน HUD มันสะดวกจริงๆ ไม่ต้องละสายตา
ข้อเสีย
1.โครตอยากได้ครุยส์ ... ผมเป็นคนขับรถทีนึงยาวมาก เคยกลับจากน่านมา กทม. แวะพักที่เดียว ถ้ามีชีวิตจะสบายกว่านี้เยอะ ตอนซื้อมาใหม่ๆโดนใบสั่งบ่อยเพราะลืมคุมคันเร่ง ถ้ามีแล้วล็อกความเร็วไว้ 110 ได้พักขาด้วย ไม่ต้องมาเล็งความเร็วด้วย น่าจะสบายกว่านี้เยอะ
2.ช่วงล่างติดแข็งไปนิด มันดีตอนขึ้นเขา แต่ทางไกลก็เมื่อยหน่อย ... แต่ผมพวกผิดมนุษย์ขับรถไม่ค่อยพัก คันไหนก็เมื่อย(มั้ง)
3.เบาะไม่เข้าตัว จะบอกว่าชอบเบาะ jazz GE มากกว่า วิ่งเส้นทางเดียวกันขับสบายกว่า
4.เติมน้ำมันเรื่องมาก บางครั้งไปที่ห่างผู้คนต้องเดิมดีเซลธรรมดาไปก่อน มันก็ใช้ได้ละ แต่อย่าใช้บ่อย
5.รถมันคันเล็ก ไปเที่ยวแล้วซื้อของกลับได้น้อย แฟนบ่น 555 ยิ่งผมแบกจักรยานไปเที่ยวด้วย อดซื้อไปหลายเลย
...................
ตอบคำถาม จขกท. ถ้าให้เลือก คง 2 ครับ
.....2006 honda jazz idsi
.....2015 mazda2 skyD
..ใช้รถเท่าที่จำเป็นกันเถอะครับ...รถมันติด

ออฟไลน์ joufo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,143
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 13:37:23 »
ผมใช้ Mazda 2 D ตัวท๊อป
ยาง GoodYear Tripple Max 2
มี แพดเดิ้ลป๊อป เปลี่ยนเกียร์เอง
นอกนั้นเดิมๆ

ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า เจ้าสองดีเซลนี่ เกิดมาเพื่อลัดเลาะไปตามเขานี่แหละครับ
ใช้เกียร์ M เปลี่ยนเกียร์เอง ยิ่งเล่นบทโหด ยิ่งสนุก
แต่อย่าไปโหดมาก ราวกับว่าขับปอร์เช่ นะครับ

ถ้ารถไม่มี Cruise Control แนะนำไปติดตั้งเพิ่มครับ วิ่งทางไกลสบายขึ้นเยอะ

แต่ถ้าจะหาน้ำมันดีเซล ยูโร 5 เติม อาจจะหายากหน่อย เพราะไม่ได้มีทุกปั๊ม
แต่ก็ไม่ยากเกินไปครับ

ออฟไลน์ ขนุนน้อย

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 157
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 14:16:24 »
มีคนนั่งเบาะหลังไหม ?

ถ้ามีคนนั่งเบาะหลัง City คนนั่งหลังไม่บ่นครับ แต่ 2 คนบ่นแน่

ในมุมคนขับ 2 ขับสนุกกว่า จากแรงบิดของเครื่องดีเซล จากเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ขับมันส์กว่าแน่นอน ช่วงล่างมาสด้า แถมยาง RE004 ยังไงก็ขับมันส์ (แต่ถ้าขับไม่เป็น กลิ่นน้ำมันเกียร์ไหม้ ก็โชย เหมือนกันนะ)

...........

จริงๆ ดอยภูคาไม่ยากครับ

ทริคนิดเดียวก็คือ ให้เร่งส่ง ให้ขับเร็วครับ หลายคนไม่กล้า บอกทางชัน ต้องค่อยๆไป ผลคือ เกียร์ทำงานหนัก แต่ลมปะทะหน้ารถน้อย ความร้อนเครื่องขึ้นไปเกิน 100 น้ำมันเกียร์ ที่ใช้น้ำหม้อน้ำไปวนก็ร้อนตามล่ะครับ

อีกนิดก็คือ ถ้ารถมี Heater ช่วงนั้น ให้เปิดกระจกหมด เร่ง heater ให้สุด แป้บเดียว temp ลงมาปกติเลย

ถ้าไม่มี heater ก็เปิดแอร์ให้เย็นสุด ให้พัดลมไฟฟ้าทำงานสปีดสองยาวๆ ไม่ตัด Temp ก็ลงครับ

ไม่เชื่อลองดูครับ .. ผมบอกบ่อยๆว่า ผมไม่ได้กลัวเครื่องพัง แต่ผมกลัวเกียร์พัง โดยเฉพาะ CVT แต่ก็จะมีบางคนบอกว่า ขึ้นมาสารพัดดอยละ ไม่เห็นต้องยุ่งยากปรับนั่น ปรับนี่ขนาดนั้น ก็แล้วแต่จะคิดครับ

ความจริงแล้ว ทั้ง 2 คัน ขับทางไกลขึ้นดอยได้ดีทั้งคู่ Mazda 2 Diesel มีดีที่แรงบิดสูง ได้เปรียบในการขึ้นดอย ข้อเสียเลยก็คือเครื่องยนต์ดีเซลอาจจะมีปัญหาเห็นคนใช้รถรุ่นดีเซลเขาบ่นกัน ส่วน Honda City 1.0 Turbo RS มีดีที่อัตราเร่งแซงที่ดี ประหยัดน้ำมัน รองรับน้ำมันสะอาดได้ถึง E85 และ ขับทางไกลได้ดีกว่า ข้อเสียข้อแรกคืออะไหล่อาจจะขึ้นสนิมได้ง่ายหน่อยและข้อเสียข้อสองคือถ้าขึ้นดอยนี่ เทอร์โบอาจจะทำงานหนักและทำให้เสียได้ เปลี่ยนเทอร์โบนี่แพงหน่อยครับ ถ้าได้เปรียบทั้งขับทางไกลและขึ้นดอยเลยควรเลือก City 1.5 e:HEV แรงม้าน้อยกว่า 15hp แต่แรงบิดมากกว่า 80Nm ค่าซ่อมก็ถูกกว่าแค่ 35% ซ่อมก็ง่ายกว่าทั้ง City 1.0 Turbo และ Mazda2 Diesel แต่ City e:HEV รองรับน้ำมันสูงสุดแค่ E20 Paddle Shift ใน City e:HEV สามารถ Regenerative Brake ได้ 3 ระดับ พอสตาร์ทรถ ออกตัวครั้งแรกและใช้ความเร็วต่ำกว่าประมาณ 80km/h มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานอย่างเดียวถือว่าลดมลพิษได้ถึง 40% พอเร่งแซงหรือวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 90km/h เครื่องยนต์จะทำงาน ถ้าอยากให้ชาร์จกลับเข้าแบตขณะลดความเร็ว Paddle Shift สามารถปรับระดับความหน่วงได้ถึง 3 ระดับ City e:HEV คือรถ Hybrid ที่ถูกที่สุดในตลาดรถ Hybrid ที่จำหน่ายในบ้านเราตอนนี้ แนะนำเลยครับ และอีกอย่างหนึ่ง ออพชั่นของ City e:HEV มีมากกว่า City 1.0 Turbo ทั้ง เบรคมือไฟฟ้า มาตรวัดดิจิตอล
จขกท เขามีรถอยู่แล้วครับ ไม่ได้ซื้อรถใหม่ครับ

มีทั้งสองคันแล้วครับ
ถ้าเกิดกังวลมากๆ แบบนั้น ผมไปขโมย Accord G10 ของพ่อมาขับก็ได้ฮะ แต่ของในรถแกเยอะ ขี้เกียจขนออก

ออฟไลน์ ขนุนน้อย

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 157
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 14:23:11 »
จากโจทย์ไม่มีปัญหาเรื่องห้องโดยสาร เป็นผมเลือก 2 ชอบแรงบิดดีเซล กับเกียบ at เรื่องประหยัด ยังไงก็2นะผมว่า ดีเซลถูกด้วย
ดีเซลไม่ถูกฮะ mz2 เติมพรีเมียม euro5 ดีดไปลิตรละ 27-28 city เติม e20 ลิตรนึง 21-22 .. - - "
แต่ถ้าคิดค่าน้ำมันรวมๆ ผมยังถือหาง 2 ดีเซลอยู่ดี เติมบางจาก ม.กรุงเทพรังสิต ไปถึงวัดร่องขุ่นเชียงราย ยังเหลือในหน้าจออีก 200กว่าโล ...
..................
อ่านดู จริงๆ คนที่มีข้อมูลมากสุดในมือ คนที่ขับสองคันนี้จริงจังที่สุด คือ จขกท. นะ ... จะว่าไป คำถามนี้คนตอบดีที่สุดคือ จขกท.ละครับ
คิดว่าคันไหนดีกว่าก็เอาไป แค่นั้น .... หรือไม่ก็โยนหัวก้อยไปเลย แล้วเอามาเป็นประสบการณ์ ทริปหน้าก็เอาอีกคันไป ดีเสียอีกได้ long run testdrive เหมือนคุณแพนเทส e class ดีเซล
..................
เอางี้ละกัน ในฐานะคนใช้ 2ดีเซลเดิมๆ ปี 15 /5ประตู และวิ่งเส้นทางแบบที่ จขกท. ถามปีละ 4-5รอบ ไปมาทั้ง อินทนนท์ แม่สลอง ภูคา ดอยตุง เชียงแสน เชียงของ ฯลฯ ทริปนึง 2-3พันโลตลอด สรุปข้อดีข้อเสียของ 2ดีเซลให้นะครับ ส่วน city ผมไม่เคยขับเส้นทางแบบนี้ จะมโนตอบก็กะไรอยู่
ปกติผมวิ่งถนนหลวงจะไม่วิ่งเกิน 120 นะครับ กลัวใบสั่ง แต่จะชอบไปทำเวลาช่วงเขาโค้งๆ วิ่งยาวๆ ไม่ค่อยจอดพักเท่าไหร่
ข้อดี
1.ประหยัดบ้าบอ อย่างที่บอก ถังนึง วิ่ง 110 เปิดแอร์นั่ง 2คน จักรยาน 2คัน + สัมภาระ จากรังสิตไปเมืองเชียงราย เหลือให้ขับเที่ยวอีก 2ร้อยกว่าโล
2.handling บนเขาดีนะ รถสั้น(ข้อดีของความเล็ก) โค้งแคบๆบนเขา จิกเข้าโค้งดี ลงเขาหักลงไหลๆ สนุกดี จากแม่สลองมาดอยตุง จะมีช่วงลงเขาพับผ้าหลายๆพับ โยกสนุกมากกก รถสั้นแต่นิ่งนี่มันดีจริงๆ
3.แรงบิดเครื่องดีมาก เคยขับไหลๆ ช้าๆ แทบไม่แตะคันเร่งขึ้นเนินพระธาตุที่อินทนนท์(เนินที่คุณแพนเอา soluna ไปจอดถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น ชันมี 20%) มันยังขึ้นได้เลย กำลังเหลือแทบไม่ต้องหาระยะส่ง มีที่เดียวที่ขอระยะส่งนิดเดียว คือตอนขึ้นจากลานจอดเจดีย์ที่ดอยแม่สลอง ตรงนั้นน่าจะชัน 30% up กดจนล้อฟรีทั้งๆที่เปิด traction control
4.ช่วงล่างนิ่งดี สำหรับวิ่งทางไกล (ถ้าคิดว่าเป็นรถเล็ก)
5.เบรคดีมาก เคยลองขับแบบโง่ๆ ลงอินทนนท์แบบใส่ D ลงไปเลย เบรคยังเอาอยู่แฮะแต่ไม่แนะนำ ... mz2 มันมีระบบ ie loop(ที่คาปามันเริ่มพังกันแล้ว ตรูจะดีใจที่มันมีดีไหม) หน่วงเอาแรงที่เบรค/ปล่อยไหล มาปั่นไฟเก็บเข้าคาปา ช่วยเรื่องเบรคได้หน่อย ประหยัดได้อีกประมาณนึง
6.จากข้อ 5 เกียร์ฉลาดอีก ต่อให้คนขับโง่ๆด้วยการใส่ D ลงเขาชัน มันก็ยังลากหน่วงให้นะ แต่ไม่เท่ากับเล่น แมนนวล
7.HUD เวลาวิ่งกลางคืนคือประเสริฐ คนอื่นอาจจะเฉยๆ แต่ผมชอบ รถผมซื้อ navi ของมันมาใส่ ถึงจะโง่บางเวลาแต่นำทางผ่าน HUD มันสะดวกจริงๆ ไม่ต้องละสายตา
ข้อเสีย
1.โครตอยากได้ครุยส์ ... ผมเป็นคนขับรถทีนึงยาวมาก เคยกลับจากน่านมา กทม. แวะพักที่เดียว ถ้ามีชีวิตจะสบายกว่านี้เยอะ ตอนซื้อมาใหม่ๆโดนใบสั่งบ่อยเพราะลืมคุมคันเร่ง ถ้ามีแล้วล็อกความเร็วไว้ 110 ได้พักขาด้วย ไม่ต้องมาเล็งความเร็วด้วย น่าจะสบายกว่านี้เยอะ
2.ช่วงล่างติดแข็งไปนิด มันดีตอนขึ้นเขา แต่ทางไกลก็เมื่อยหน่อย ... แต่ผมพวกผิดมนุษย์ขับรถไม่ค่อยพัก คันไหนก็เมื่อย(มั้ง)
3.เบาะไม่เข้าตัว จะบอกว่าชอบเบาะ jazz GE มากกว่า วิ่งเส้นทางเดียวกันขับสบายกว่า
4.เติมน้ำมันเรื่องมาก บางครั้งไปที่ห่างผู้คนต้องเดิมดีเซลธรรมดาไปก่อน มันก็ใช้ได้ละ แต่อย่าใช้บ่อย
5.รถมันคันเล็ก ไปเที่ยวแล้วซื้อของกลับได้น้อย แฟนบ่น 555 ยิ่งผมแบกจักรยานไปเที่ยวด้วย อดซื้อไปหลายเลย
...................
ตอบคำถาม จขกท. ถ้าให้เลือก คง 2 ครับ

เรื่องราคาน้ำมันก็เป็นอีกประเด็นครับ เพราะน้องชายผมที่เป็นเจ้าของ MZ2 มันเติม Premium ทุกถัง จะไปเติมดีเซลปกติมันก็โมโห ก็เลย อ่ะๆๆๆ ตามใจเจ้าของรถละกัน บางวันมันขับดีๆ ก็ถ่ายรูปมาโชว์ว่า น้ำมันถึงนึงวิ่งได้ 920 กิโล 930 กิโลบ้าง City อย่างเกงๆ ก็วิ่งได้ 700 กิโลต่อถัง

น้องชายถามหาเหมือนกันว่า มีใครรับติด paddle shift กับ cruise control ไหม ยังหาไม่เจอเลย (หลังไมค์มาได้ครับ)

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 903
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 15:26:36 »
เรื่องราคาน้ำมันก็เป็นอีกประเด็นครับ เพราะน้องชายผมที่เป็นเจ้าของ MZ2 มันเติม Premium ทุกถัง จะไปเติมดีเซลปกติมันก็โมโห ก็เลย อ่ะๆๆๆ ตามใจเจ้าของรถละกัน บางวันมันขับดีๆ ก็ถ่ายรูปมาโชว์ว่า น้ำมันถึงนึงวิ่งได้ 920 กิโล 930 กิโลบ้าง City อย่างเกงๆ ก็วิ่งได้ 700 กิโลต่อถัง

น้องชายถามหาเหมือนกันว่า มีใครรับติด paddle shift กับ cruise control ไหม ยังหาไม่เจอเลย (หลังไมค์มาได้ครับ)

CCK Autoparts ค่ะ เราเคยติดครูซให้ Mazda 2 คันเก่ามาแล้ว งานติดตั้งดี บริการน่ารักค่ะ ^^
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ ขนุนน้อย

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 157
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 15:53:55 »
เรื่องราคาน้ำมันก็เป็นอีกประเด็นครับ เพราะน้องชายผมที่เป็นเจ้าของ MZ2 มันเติม Premium ทุกถัง จะไปเติมดีเซลปกติมันก็โมโห ก็เลย อ่ะๆๆๆ ตามใจเจ้าของรถละกัน บางวันมันขับดีๆ ก็ถ่ายรูปมาโชว์ว่า น้ำมันถึงนึงวิ่งได้ 920 กิโล 930 กิโลบ้าง City อย่างเกงๆ ก็วิ่งได้ 700 กิโลต่อถัง

น้องชายถามหาเหมือนกันว่า มีใครรับติด paddle shift กับ cruise control ไหม ยังหาไม่เจอเลย (หลังไมค์มาได้ครับ)

CCK Autoparts ค่ะ เราเคยติดครูซให้ Mazda 2 คันเก่ามาแล้ว งานติดตั้งดี บริการน่ารักค่ะ ^^


 :-* ขอบคุณมากๆ ครับ หามาตั้งนาน

ออฟไลน์ TCP

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 653
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 16:54:45 »
อ่านโจทย์ ยังไม่ทันจบ .. ก็ข้ามลงมาตอบเลย

ขับทางไกลขนาดนี้ " ความกว้างขวางภายในตัวรถ นั่งนานๆ แล้วนั่งสบาย " เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

ถ้าไปคนเดียว ... จะคันไหนก็ได้ ไปเลือกเอาเองเลย  แล้วค่อยไปดูที่เรื่องอื่นๆ ถัดไป

แต่ถ้าไปแบบ นั่งเต็มคัน 4 คน ... ผมเลือก City แน่นอนครับ

เพราะภายใน 2 มันแคบเกินไป สำหรับผู้โดยสาร 4 คน จริงๆ ไม่ต้องถึง 4 หรอก
แค่ 3 คน คนที่ต้องมานั่งซ้อนกัน (คนที่ 2 กับ 3) ก็เบียดกันแล้ว เพราะมันจะเหยียดแข้งเหยียดขาได้ไม่เต็มที่ ...
ทรมานทั้งขาไปและขากลับ ขานึงก็ตก 5-7 ชม.  คิดดูเอาแล้วกัน

เรื่องอื่นๆ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วครับ  เมื่อเทียบกับที่ผมเอ่ยถึง

ออฟไลน์ The Mechanics of Emotions

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,470
    • อีเมล์
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 20:09:16 »
2 1.5D ดีกว่าครับ ผมเคยขับแค่แตะๆ ทอร์คมาชัดกว่ารถเบนซินเยอะเลย ขึ้นดอยได้ทั้งคู่ แต่ดีเซลจะดีกว่าครับ ตอนลง engine brake หน่วงกว่า CVT รวมถึงเบรคและช่วงล่างด้วย ไม่ว่าจะเอาคันไหนไป อย่าลืมตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางเสมอนะครับ ลมยาง ของเหลว น้ำฉีดกระจก น้ำมันเต็มถัง ลุยได้เลยครับ

อ้อ ลืมไป 2 ใส่ re004 งั้นเอา 2 โลดครับ ขึ้นทางชันๆ จะเน้นแรงบิดดีกว่าครับ ขับง่ายกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 20:11:35 โดย The Mechanics of Emotions »
2010 BMW 325i M Sport
2016 Mazda CX-5 2.0S

ออฟไลน์ Glazy

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 134
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 21:31:39 »
CVTไม่เหมาะกับการขึ้น+ลงเขาเท่าไหร่จากที่เคยลองมา แต่city น่าจะดีกว่าสำหรับขับทางไกล
Chemical Engineering
2020- BMW X1 (F48) sDrive20d Msport
2018- Toyota Fortuner 2.4V 4wd
2010- Toyota Vios 1.5at +kyb newsr

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,709
    • อีเมล์
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2021, 23:14:04 »
ผมว่าอุณหภูมิน้ำมันเกียร์มันน่าจะไปได้อีกนะ ระดับ 100องศา ไม่น่าจะกังวลหรอก

ออฟไลน์ deertesla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,294
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2021, 00:43:13 »
ผมว่าอุณหภูมิน้ำมันเกียร์มันน่าจะไปได้อีกนะ ระดับ 100องศา ไม่น่าจะกังวลหรอก
ouhcs]นี่แหละครับคือสิ่งน่ากังวลครับ  ยิ่งร้อนข้างในย่อมเสื่อมสภาพแน่ๆครับ อุณหภูมิไม่ควรเกิน85องศาด้วยซ้ำครับ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,070
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2021, 08:44:18 »
คันไหก็ได้ รถTurboขึ้นเขาสบาย ระวังขาลงมากกว่า

ออฟไลน์ pockba

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2021, 14:42:00 »
ถ้าคนนั่งหลัง 2 คน ตัวไม่ใหญ่ ขาไม่ยาว ผมเลือก 2 ดีเซล แน่นอน ตอนขึ้นเขาผมว่า 2 คันนี้ขึ้นได้สบายๆ ห่วงตอนลงมากกว่า
เกียร์มาสด้าฉลาดกว่าจริง  หน่วงความเร็วได้ดีกว่า เอาแค่ขับเกียร์ D ปกติ มันก็ฉลาดแล้ว
ยังไม่นับรวมความประหยัดของมันสำหรับขับทางไกล ประหยัดแบบไม่ต้องตั้งใจ เหยียบไปเถอ 100-140 ยังไงก็ประหยัดกว่าซิตี้ครับ

ออฟไลน์ pockba

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2021, 14:47:43 »
ผมใช้ Mazda 2 D ตัวท๊อป
ยาง GoodYear Tripple Max 2
มี แพดเดิ้ลป๊อป เปลี่ยนเกียร์เอง
นอกนั้นเดิมๆ

ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า เจ้าสองดีเซลนี่ เกิดมาเพื่อลัดเลาะไปตามเขานี่แหละครับ
ใช้เกียร์ M เปลี่ยนเกียร์เอง ยิ่งเล่นบทโหด ยิ่งสนุก
แต่อย่าไปโหดมาก ราวกับว่าขับปอร์เช่ นะครับ

ถ้ารถไม่มี Cruise Control แนะนำไปติดตั้งเพิ่มครับ วิ่งทางไกลสบายขึ้นเยอะ

แต่ถ้าจะหาน้ำมันดีเซล ยูโร 5 เติม อาจจะหายากหน่อย เพราะไม่ได้มีทุกปั๊ม
แต่ก็ไม่ยากเกินไปครับ
ขอรีวิวยางตัวนี้สั้นๆ กับล้อตัวท๊อป 16 หน่อยครับ เล็งๆอยุ่

ออฟไลน์ joufo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,143
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2021, 13:32:44 »
ขอรีวิวยางตัวนี้สั้นๆ กับล้อตัวท๊อป 16 หน่อยครับ เล็งๆอยุ่

ผมพึ่งเปลี่ยนมาเมื่อตอนปีใหม่นี่เองครับ
195/50 r16

ก่อนหน้านี้ใช้ Tripple max ตัวแรกครับ

Triple max2 ก็คล้ายๆ ตัวแรก
สังเกตว่า เสียงเงียบขึ้น แต่ถ้าเจอถนนคอนกรีดก็ยังดังอยู่เหมือนเดิม
เกาะถนนหนึบขึ้น
เรื่องรีดน้ำยังไม่ทราบครับ แต่ถ้าเป็นตัวแรก ก็ถือว่าพอใจ แต่ยังสู้ บริดจสโตน อะดรีนาลีน ไม่ได้ครับ 

ถ้าเติมลมตาม สติ๊กเกอร์ข้างรถเลย ผมว่ามันเด้งไป ต้องลดลงมาสัก ล้อหน้า 33psi ล้อหลัง 32psi ครับ

โดยรวมแล้วก็พอใจ
ดีกว่ายาง ดันหลบ ติดรถเยอะมากๆ ครับ

ออฟไลน์ PabU

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 66
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2021, 17:07:48 »
Mazda ครับ เพราะเหตุผลแค่ 2 ข้อครับ AT (จังหวะ Kick down ดีกว่า)และ Diesel(แรงบิดดีกว่าเบนซิน) แต่จริงๆก็ขับขึ้นได้ทั้งคู่ครับ วัตถุประสงค์ขับไปทำอะไรครับ แค่เป็นพาหนะใช้เดินทาง เชคสภาพรถให้พร้อมใช้ก็พอครับ ลง Detail เยอะปวดหัว
1992 Toyota Corrola EE90( 4A-FE) -Passed
2004 Honda City Vtec -Passed
2005 Subaru Impreza WRX GDA -Present
2007 Toyota Fortuner 3.0 MT -Passed
2009 Nissan Teana 250XV -Present
2011 Toyota Altis 1.8G -Passed
2017 Ford Ranger Cab 2.2 MT -Passed

ออฟไลน์ Firzen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 705
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2021, 20:39:02 »
2 ดีเซลครับ  8)

ออฟไลน์ ขนุนน้อย

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 157
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2021, 23:21:26 »
ขอบพระคุณทุก comments นะครับ

Mazda ครับ เพราะเหตุผลแค่ 2 ข้อครับ AT (จังหวะ Kick down ดีกว่า)และ Diesel(แรงบิดดีกว่าเบนซิน) แต่จริงๆก็ขับขึ้นได้ทั้งคู่ครับ วัตถุประสงค์ขับไปทำอะไรครับ แค่เป็นพาหนะใช้เดินทาง เชคสภาพรถให้พร้อมใช้ก็พอครับ ลง Detail เยอะปวดหัว

หลักๆ คือขับไปเที่ยว + ทำธุระนิดหน่อยครับ
2 Diesel คันนี้ดูแลดีที่สุดในบ้านแล้วครับ ทุกๆ 5000 กิโล น้ำมันเครื่องถ้าเกินจุด full แต่ยังไม่แตะตัวกากบาท จับเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแท้พร้อมกรองตลอดครับ เพราะต้องพร้อมวิ่งออกต่างจังหวัดตลอดเวลาแล้วบ้านผมเท้าหนักทั้งบ้านครับ 555

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22,862
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 16:58:01 »
2 ครับ

เกียร์ เหมาะกับการ ขึ้น-ลง เขา มากกว่าครับ

ออฟไลน์ Carnival911

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 58
Re: CITY 1.0T vs MZ2 1.5D ขับทางไกล+ขึ้นดอย คันไหนดี
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2021, 16:09:19 »
ทั้ง2คัน reflash ได้ทั้งคู่ ถ้าเดิมๆไม่ reflash เลย คงเลือก mz2 เพราะขึ้นเขาดีกว่า+ยาง re004 แต่ข้อเสียคือห้องโดยสารแคบมาก

แต่ถ้าเอาcityไปmodifyเพิ่ม
1.reflash
2.เปลี่ยนพักปลาย
3.เปลี่ยนผ้าเบรคทนความร้อนสูุง 700-800c
ลืม mz2 ได้เลยครับ เพราะตอนนี้มีอู่ทำ city hb step นี้อยู่ (1กับ2)
0-100       6.58 sec
1/4 mile  14.59 sec