ผู้เขียน หัวข้อ: มีใครคิดว่ารถคันต่อไปต้องเป็นไฟฟ้า100%บ้างครับ  (อ่าน 5492 ครั้ง)

ออฟไลน์ Full Throttle

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
    • อีเมล์
ในเวลานี้ควรเล่นรถ Plug-in Hybrid ไปก่อน มี Paddle Shift หรือมีโหมด +/- ในเกียร์ไว้ซิ่งมันส์ๆผสานความประหยัดในโหมด EV

รถ Plug-in Hybrid คือระบบที่ดีที่สุด ดีกว่า แรงกว่า ขับมันส์กว่า EV ครับ

ออฟไลน์ Full Throttle

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
    • อีเมล์
แต่ถ้าใครมีรถ Plug-in Hybrid อยู่แล้ว คันต่อไปต้องเป็นไฟฟ้า 100% แน่นอนครับ

ยุคนี้ผมแนะนำให้คนที่จะซื้อรถคันแรก เป็นรถยนต์ไฟฟ้าจะดีกว่าครับ คนรุ่นใหม่ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ราคาย่อมเยา แนะนำ MG EP รุ่นเดียวในตอนนี้ที่ราคาต่ำกว่าล้านบาท จุของได้เยอะกว่ารถ SUV แรงม้าแรงบิดเยอะ ขับมันส์ๆไม่ต้องพึ่งโหมด +/- หรือ Paddle Shift เลยครับ

ออฟไลน์ Koolkoe

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 219
ส่วนตัวคิดว่าอีกหลายปี ต้องรอ
ตู้ชาร์ตแพร่หลายกว่านี้
ระบบชาร์ตเร็วพัฒนากว่านี้

คงจะเสร็จพวกรถ ICE hi performance จากยุโรปก่อนนะครับ ราคาถูกลงเรื่อยๆ เหมือนจะล้างสต็อกก่อนถูกห้ามขายในยุโรป

ออฟไลน์ Yureka

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 40
    • อีเมล์
ขออนุญาตแชร์ความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ในกรณีของการเลือกซื้อรถคันต่อไปของผม จะต้องเป็นรถไฟฟ้า 100% (ปัจจุบัน ใช้ ICE) โดยโจทย์ของผม คือ เดินทางจากบ้านต่างจังหวัด มาที่พักกทม. ระยะทางประมาณ130กม. และใช้เดินทางไป-กลับ ระหว่างที่ทำงานกับที่พักกทม. วันละ10กม. ในวันจันทร์-ศุกร์ รวมแล้ว50กม. ต่อไปคือเดินทางจากที่พัก กทม. กลับบ้านต่างจังหวัดใะนวันเสาร์ 130กม. จากนั้นเสียบชาร์จไฟAC ที่บ้านต่างจังหวัดยาวๆไป โดยใช้รถคันอื่นที่มีวิ่งระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะฉะนั้นรถไฟฟ้าคันที่จะซื้อจะต้องสามารถวิ่งได้ระยะทางอย่างน้อยสุด คือ 130+50+130 = 310 กม. (ผมคงเลือก350กม.+) และเงื่อนไขคือจะไม่พึ่งพาการชาร์จจากสถานีทั่วไปทั้งAC และDC ยกเว้นแต่ว่าระหว่างสัปดาห์มีเหตุต้องใช้รถมากกว่าที่วางแผนไว้ จึงต้องเข้าชาร์จสถานีทั่วไปเป็นระยะเวลาสั้นๆเพื่อให้พอวิ่งกลับไปชาร์จบ้านต่างจังหวัดได้ครับ
ปล. ผมวางแผนที่จะเปลี่ยนรถอีกสัก3ปีข้างหน้าครับ คาดว่าบริษัทที่ผลิตรถไฟฟ้า น่าจะตอบโจทย์ผมได้แล้ว ทั้งเรื่องการแก้ไขในรุ่นที่ผลิตมาก่อนแล้ว และรวมทั้งการซ่อมบำรุงและความน่าเชื่อถือไว้ใจของผู้ผลิตครับ

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
    • อีเมล์
เรื่องรถคันต่อไปเนี่ย ผมคิดไว้ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วละครับ ว่าจะซื้อ ev แต่มันไม่เกิดเร็วนักหรอก

คุณลองเช็คข้อมูลดูครับ ว่าแท่นชาร์จไฟรถ ev ตอนนี้ตั้งขึ้นมาขาดทุน/สถานีเท่าไร ผมเห็นรัฐบาลจีนอุดหนุนสร้างกันอยู่ตอนนี้เพื่อให้แพร่หลายมากขึ้น เขายอมขาดทุนเพราะในประเทศเขาผลิตรถ ev ได้เองเป็นของตัวเอง

ลองกลับมาดูไทยนะครับ ประเทศที่ยังไม่สามารถผลิต ev ภายในประเทศได้ รัฐบาลมีเหตุผลในการยอมขาดทุนทำสถานีชาร์จหรือไม่? ถ้าสถานีชาร์จยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนก็ยังไม่มีใครทำหรอกครับตอนนี้ นั่งรอไปดิ ผมไม่มาเสียเวลาคิดแล้วละครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เห็นบางคนพยายามใช้รถ ev คันเล็กๆ ขับบนถนนน่ากลัวมาก ผมไม่ทนใช้ละครับแบบนั้น สะดวกเมื่อไรค่อยว่ากัน ไม่อยากทรมานตัวเอง

ออฟไลน์ XaNaX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
    • อีเมล์
หลายคนที่กำลังจะซื้อรถ EV ในอนาคต ช่วงที่รอแนะนำว่าควรไปปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในที่พักอาศัยให้เหมาะสมก่อนครับ

อาจได้ขอมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่สำหรับรถ EV โดยเฉพาะ และรวมไปถึงการวางระบบไฟฟ้าใหม่ ที่ได้มาตรฐานของการไฟฟ้ารับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายพอสมควร

ถึงตอนนั้นคงมีคำถามในนี้ ว่าจะซื้อรถ EV ควรวางระบบไฟฟ้า แบบไหนดีถึงจะเหมาะสม
ผมเผื่อปลั๊กเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วครับ ไฟ 3เฟส

ออฟไลน์ TeslaX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,143
รอให้เหมือนเมกา เอาบิตคอยมาซื้อเทสล่า ค่อยน่าสน

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 899
เราอยู่คอนโดรุ่นเก่า ที่ยังไม่มีที่จอดรถแบบ Fixed
ตราบใดที่คอนโดยังไม่มีอุปกรณ์ชาร์จให้ลูกบ้าน น่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้กับเขาค่ะ 😅
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HRV 1.8 EL
2021 Mazda CX3 Comfort

ออฟไลน์ axister

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,310
ผมคิดว่าคันต่อไปรอเป็นไฟฟ้า 100% อย่างเดียวแล้วครับ

ใจคือ รอ polestar หรือ tesla เท่านั้นด้วย ไม่รู้ชาติไหนจะได้ใช้

คิดว่าภายใน 2ปีนี้ครับถ้า 2 เจ้านี้ไม่มา ก็คงซื้อ audi ถ้าเค้าปรับ option ให้เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น

หรือถ้า 2เจ้าก็ไม่มา audi ก็ไม่สน คงได้ใช้ volvo xc40 ตัวเดียวเลยครับ

ส่วนตัวผมไม่ได้กังวลกับปัญหาอื่นๆเลย เพราะใช้แค่ใน กทม. เวลาออก ตจว ถ้าไม่นั่งเครื่องบินไปเช่ารถ ก็เช่ารถตู้ไปอยู่แล้ว ขับอย่างไกลแค่หัวหินเท่านั้นครับ เรื่องแบตเลยไม่เป็นปัญหา

ออฟไลน์ nick.tanakorn

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
ผมว่าณ.ตอนนี้ถ้ามีพื้นฐาน 3 ข้อนี้คือ

1.มีที่ชาร์จที่บ้าน
2.ไม่ได้ขับทางไกลบ่อยๆ
3.มีเงินพอ

ก็แนะนำให้ซื้อเถอะครับ เงินที่เสียไปไม่ว่าจะไปซื้อวอลโว่ หรือเทสลา หรืออื่นๆ คุณจะได้อะไรที่ดีกว่ารถน้ำมันในราคาพอๆกันแน่นอน แค่การขับขี่ก็คุ้มแล้ว ถ้าไม่นับเรื่องความประหยัด(บางคนบอกว่าคนซื้อรถแพงๆคงไม่คิดเรื่องการประหยัดมั้ง...คือใครจะไม่คิดครับ เงินออกจากกระเป๋าทั้งนั้น)

ก่อนผมจะซื้อ Model3Performance ผมขับ C43coupe lci มาก่อนประมาณปีนึง เทสลาขับดีกว่ามากๆ เครื่องเสียงดีกว่า เบาะนั่งสบายกว่า เสียแค่ซิ่งไม่มันส์เพราะเสียงเครื่องยนต์มันหายไปนี่แหละ กับอัตราเร่งหลัง 160 ไปจะอืดๆหน่อย  ;D แต่คิดอีกแง่นึงก็ดีเพราะจะได้ไม่ซิ่งมาก ไม่เปลืองเงินค่าแต่งด้วยเพราะ 43 ผมทั้งจูน ทั้งทำท่อ + ของแต่งไปเยอะ เอาไปซิ่งเสี่ยงตายอีก ไม่ซิ่งก็ไม่ได้แต่งมาแล้ว ;D

ออฟไลน์ namea

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
ไปไฟฟ้าแน่นอน แค่รอตู้ชาร์จสาธารณะสมบูรณ์ กับแบตsolidที่วิ่งได้มากกว่า800กิโล พร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูง ตอนนี้ใช้kicksรอยาวๆเลยยิ่งทำให้เห็นความโดดเด่นเรื่องการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าว่ามันดีจริงๆ

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,996
รถไฟฟ้าล้วนถ้าทำให้ขับทางไกลโดยที่ Life style ผมไม่เปลี่ยนถึงจะค่อยว่ากัน ต่อให้มันแรงให้ตายยังไง มาวิ่งทางไกล 800-900 กม ใน 8-10 ชั่วโมงไม่เกินนี้ได้ถึงค่อยว่ากัน  ไม่ชอบจอดรออะไรเป็นชั่วโมงๆ

แต่ถ้าซื้อใช้วิ่งแต่ใน กทม อันนี้โอเค สบายเลยล่ะแต่ไม่ได้ใช้รถแค่ใน กทม ไงเลยยังไม่มอง
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ TRD-BMW

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 15
ผมซื้อแน่ๆ ครับ ตอนนี้ ก็ใช้ PHEV อยู่ ชาร์จที่บ้านทุกวัน ค่าไฟขึ้นแค่ 300 บาท เอง
คันต่อไป EV แน่ๆ โดยเฉพาะ ถ้าคันนี้มา จะยก คันที่ใช้อยู่ให้ ภรรยาใช้ แล้วเราใช้คันนี้ เลย

https://www.headlightmag.com/news-official-images-all-new-bmw-i4/


ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22,842
ช่วงเปลี่ยนผ่านแบบนี้ และเศรษฐกิจแบบนี้ ผมว่าพยายามลากใช้คันเดิมไปก่อน ปลอดภัยกว่าครับ

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,707
    • อีเมล์
ถ้า pea+bpc ครบเฟส 1 65สถานีครอบคุลมทุกระยะ 100-200 กิโล บนถนนสายหลัก กลางปีนี้ เท่านี้ผมก็พร้อมใช้รถไฟฟ้าละครับ
ผมอยู่คอนโดที่ไม่มีที่จอดประจำและไม่มีบริการตู้ชาร์จก็จริง แต่ในระยะ 3กิโลรอบบ้าน มี7-11+ea ที่เป็น dc charge อยู่ถึง 3 แห่ง
ผมพร้อมใช้งานในกทม.แล้ว ขาดแต่รถที่ใช่

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 762
ใน 10 ปีนี้ ผมยังไม่ไป EV

ยังอยากเติมน้ำมัน สบายๆไม่ต้องคิดเยอะๆ

10 ปีข้างหน้า ทุกอย่างเกี่ยวกับ EV คงจะดีขึ้น ตอนนั้นค่อยคิดอีกที

เพิ่มดูคลิปลูกสาวพี่แถม TKF เอารถไฟเติมไฟในห้าง ลำบากแบบนั้นผมยังไม่เอาอะ 

ออฟไลน์ น้ำเขียว

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 140
    • อีเมล์
แน่นอนอีกซะ 10ปีคงได้ลองรอไฟฟ้าแน่ ใจจริงมีแผนที่จะลองเริ่มจาก hybrid ก่อนในปีนี้แล้วคันต่อไปคง ev