ผู้เขียน หัวข้อ: cls 53 กับ cls 220d ค่าบำรุงรักษา ต่างกันเยอะขนาดไหนครับ  (อ่าน 3727 ครั้ง)

ออฟไลน์ goodgamer

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • อีเมล์
ถ้ากะจะขับยาว ๆ ซัก 7-9 ปี เลยครับ
แต่ปกติไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่บางจังหวะอยากได้กำลังเครื่องก็มีบางอารมณ์ (แต่ไม่เยอะ)

ค่าประกันก็น่าจะต่างกันอยู่พอสมควร
มีค่าอะไรอีกหว่า ไม่เคยขับรถยุโรป
เถิบมาจาก teana อ่ะครับ

ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

ออฟไลน์ panjap

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,010
มันคนละเรื่องกันเลย เครื่อง 53 ใหญ่กว่าเยอะ บำรุงซ่อมแซม อู่ธรรมดาลำบาก ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เกียร์ก็เป็น amg mct ไม่ใช่เกียร์ปกติ ค่าน้ำมันเกียร์ ทีนึง น่าจะ สี่หมื่นอย่างต่ำถ้าเข้า 0
220 d ก็แพงแต่ ยังพอรับได้ เพราะเครื่องเกียร์ ทำมานาน อุ่นอกทำได้หมด แต่ถ้าใน สามปี คุณก็ต้องใช้ของ 0 อยู่ดี เพราะยังอยู่ในประกัน

สรุปว่า ถ้า 220 d เข้า 0 ตลอดสามปี น่าจะ คชจ.ไม่เกินแสน ส่วน 53 ต้องมี สองแสน 
อะไหล่ทั้งคู่ ไม่ถูกเลย จะเรียกว่า โคดแพงก็ได้ เพราะรถมันขายไม่เยอะ อาร์มตัวล่าง นี่ต้องมี หมืนกลางๆ (ข้างละ) ช้อค ต้องมี ตัวละ สามหมื่น แน่นอน (เทียบจาก E class ที่ผมเคยทำ และ cls ตัวเก่า)

ถ้าคุณขยับจาก teana ต้องแน่ใจว่า รับค่าใช้จ่ายของมันได้ แค่นั้นก็พอ

ออฟไลน์ Peet Sayumpoo

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 907
มันคนละเรื่องกันเลย เครื่อง 53 ใหญ่กว่าเยอะ บำรุงซ่อมแซม อู่ธรรมดาลำบาก ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เกียร์ก็เป็น amg mct ไม่ใช่เกียร์ปกติ ค่าน้ำมันเกียร์ ทีนึง น่าจะ สี่หมื่นอย่างต่ำถ้าเข้า 0
220 d ก็แพงแต่ ยังพอรับได้ เพราะเครื่องเกียร์ ทำมานาน อุ่นอกทำได้หมด แต่ถ้าใน สามปี คุณก็ต้องใช้ของ 0 อยู่ดี เพราะยังอยู่ในประกัน

สรุปว่า ถ้า 220 d เข้า 0 ตลอดสามปี น่าจะ คชจ.ไม่เกินแสน ส่วน 53 ต้องมี สองแสน 
อะไหล่ทั้งคู่ ไม่ถูกเลย จะเรียกว่า โคดแพงก็ได้ เพราะรถมันขายไม่เยอะ อาร์มตัวล่าง นี่ต้องมี หมืนกลางๆ (ข้างละ) ช้อค ต้องมี ตัวละ สามหมื่น แน่นอน (เทียบจาก E class ที่ผมเคยทำ และ cls ตัวเก่า)

ถ้าคุณขยับจาก teana ต้องแน่ใจว่า รับค่าใช้จ่ายของมันได้ แค่นั้นก็พอ

CLS 53 เกียร์เป็น Speed shift TCT (มีลูกทอร์คปกติ) ครับ ไม่ใช่ MCT

เกียร์ MCT มีแต่รหัส 63 ครับที่ใช้

ออฟไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,464
ถ้ากะจะขับยาว ๆ ซัก 7-9 ปี เลยครับ
แต่ปกติไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่บางจังหวะอยากได้กำลังเครื่องก็มีบางอารมณ์ (แต่ไม่เยอะ)

ค่าประกันก็น่าจะต่างกันอยู่พอสมควร
มีค่าอะไรอีกหว่า ไม่เคยขับรถยุโรป
เถิบมาจาก teana อ่ะครับ

ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

ถ้างั้นไปลองก่อนไหมครับ Cls 53 แรงเยอะเลยหล่ะครับ

ค่าใช้จ่ายค่อยมาคิดดูทีหลัง ถ้าไม่ขับแรงๆหนักๆ หรือเอาไปจูน เครื่องไม่น่าจะพังง่ายๆ คงจุกจิกเรื่องอื่นมากกว่าครับ
Current cars:
2018 - Volvo XC60 T8 R-design (Stock)
2020 - Mercedes C43 Sedan FL (tuned)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79186.0)
2021 - BMW 530e M sport LCI (Stock)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79736.0)

ออฟไลน์ IS2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,786
    • อีเมล์
แพงกว่าแน่นอนครับแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับรับไม่ได้ หลักๆผมว่าเปลี่ยนถ่ายของเหลวแพงกว่านิดหน่อย ค่ายางค่าผ้าเบรคค่าน้ำมันเชื้อเพลิงต่อภาษีประจำปีพวกนี้แพงกว่ารุ่นปกติ ผมเคยใช้ C63 ตัวก่อนค่าใช้จ่ายก็แพงกว่าเบนซ์ทั่วไปจริงแต่ถูกกว่าแบรนด์อย่าง Porsche พอสมควร ตอนนั้นจำได้ว่าต่อภาษีคือแพงกว่าจริง (เครื่อง 6.2 ลิตร) แต่นอกนั้นก็ต่างกันแบบพอรับได้
1 3 5
├┼┼╕
2 4 6 R

ออฟไลน์ goodgamer

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • อีเมล์
ขอบคุณมากครับพอจะเห็นภาพละครับ
ค่าตัวยังพออัพไปถึงไหว แต่ค่าบำรุงรักษานี่ทำเอาหลอนอยู่เหมือนกันนะครับ ><"
หรือจะเปลี่ยนตัวเลือกดีหว่า

ตอนนี้เล็ง lexus ES (รอ facelift สิ้นปี) อันนี้เอามือหนึ่งครับเพราะน่าจะหามือสองยาก คนไม่ค่อยขับกัน

ไม่ก็ E300 Coupe w238 (หามือสอง ไมค์น้อย ๆ) อันนี้ก็น่าจะบำรุงรักษาแพงพอพอกับ CLS ><"


ออฟไลน์ ArtofLife

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 826
ว่ากันทางกายภาพ ผมว่ามันก็คือ Mercedes-Benz CLS500 AMG แต่พอมีแบรนด์ Mercedes-AMG มาแปะ มันเลยดูโหดขึ้นมาเยอะ

แม้มันจะเครื่องใหญ่กว่า สูบเยอะกว่า CLS220d แต่มันไม่ได้มีส่วนประกอบที่พิเศษมากๆ เช่น ชิ้นส่วนตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ เกียร์แบบพิเศษ ฯลฯ เหมือนกับ Mercedes-AMG แท้ๆ ที่ราคาโดดไปอีกไกล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2021, 13:31:40 โดย ArtofLife »

ออฟไลน์ tswift

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
มันคนละเรื่องกันเลย เครื่อง 53 ใหญ่กว่าเยอะ บำรุงซ่อมแซม อู่ธรรมดาลำบาก ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เกียร์ก็เป็น amg mct ไม่ใช่เกียร์ปกติ ค่าน้ำมันเกียร์ ทีนึง น่าจะ สี่หมื่นอย่างต่ำถ้าเข้า 0
220 d ก็แพงแต่ ยังพอรับได้ เพราะเครื่องเกียร์ ทำมานาน อุ่นอกทำได้หมด แต่ถ้าใน สามปี คุณก็ต้องใช้ของ 0 อยู่ดี เพราะยังอยู่ในประกัน

สรุปว่า ถ้า 220 d เข้า 0 ตลอดสามปี น่าจะ คชจ.ไม่เกินแสน ส่วน 53 ต้องมี สองแสน 
อะไหล่ทั้งคู่ ไม่ถูกเลย จะเรียกว่า โคดแพงก็ได้ เพราะรถมันขายไม่เยอะ อาร์มตัวล่าง นี่ต้องมี หมืนกลางๆ (ข้างละ) ช้อค ต้องมี ตัวละ สามหมื่น แน่นอน (เทียบจาก E class ที่ผมเคยทำ และ cls ตัวเก่า)

ถ้าคุณขยับจาก teana ต้องแน่ใจว่า รับค่าใช้จ่ายของมันได้ แค่นั้นก็พอ

ขออนุญาตถามนะครับ ถ้าเป็น C ตัวปกติ 220D ราคาจะโหดแบบนี้ไหมครับ

ออฟไลน์ axister

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,314
ขอบคุณมากครับพอจะเห็นภาพละครับ
ค่าตัวยังพออัพไปถึงไหว แต่ค่าบำรุงรักษานี่ทำเอาหลอนอยู่เหมือนกันนะครับ ><"
หรือจะเปลี่ยนตัวเลือกดีหว่า

ตอนนี้เล็ง lexus ES (รอ facelift สิ้นปี) อันนี้เอามือหนึ่งครับเพราะน่าจะหามือสองยาก คนไม่ค่อยขับกัน

ไม่ก็ E300 Coupe w238 (หามือสอง ไมค์น้อย ๆ) อันนี้ก็น่าจะบำรุงรักษาแพงพอพอกับ CLS ><"

es ตอนนี้ตัว premium น่าจะมีรถเทสขายอยู่นะครับ

แต่ผมว่าบุคลิกมันต่างจาก cls มากๆๆๆๆๆ เล็ง cls แล้วสน es แทนกระชากฟิลเหมือนกันนะครับเนี่ย

es บำรุงก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่หรอกครับ ถูกกว่าตราดาวไม่มาก ผมว่าถ้ากัดฟันเรื่องราคาไหว เชียร์ cls มากกว่านะครับ

ออฟไลน์ bluelawn

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 556
ขอบคุณมากครับพอจะเห็นภาพละครับ
ค่าตัวยังพออัพไปถึงไหว แต่ค่าบำรุงรักษานี่ทำเอาหลอนอยู่เหมือนกันนะครับ ><"
หรือจะเปลี่ยนตัวเลือกดีหว่า

ตอนนี้เล็ง lexus ES (รอ facelift สิ้นปี) อันนี้เอามือหนึ่งครับเพราะน่าจะหามือสองยาก คนไม่ค่อยขับกัน

ไม่ก็ E300 Coupe w238 (หามือสอง ไมค์น้อย ๆ) อันนี้ก็น่าจะบำรุงรักษาแพงพอพอกับ CLS ><"



ถ้าไหวอัพค่าตัวเพิ่ม 1ล้านบาท ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เล่น 53 amg ไม่ได้ครับ
อะไหล่โดยรวม+ เซอวิสแพงขึ้นจาก cls300d ไม่เกิน 30%

ถ้าซื้อป้ายแดง มีโปร warranty 5ปีอีก ก็เปลื่ยนของเหลวอย่างเดียวแทบไม่ต่างกับตัวปกติ

ออฟไลน์ brownie

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 239
ถ้ามีกำลัง ไปให้สุดครับ จะได้ไม่คาใจ
ผมไต่มาจากเทียน่า ไปg30 530i ไป 991.2 cs
รู้แล้วพอแล้วตายตาหลับล่ะ คันต่อไป d-seg พอใจล่ะ

ออฟไลน์ Mos37257

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 556
    • อีเมล์
ขอบคุณมากครับพอจะเห็นภาพละครับ
ค่าตัวยังพออัพไปถึงไหว แต่ค่าบำรุงรักษานี่ทำเอาหลอนอยู่เหมือนกันนะครับ ><"
หรือจะเปลี่ยนตัวเลือกดีหว่า

ตอนนี้เล็ง lexus ES (รอ facelift สิ้นปี) อันนี้เอามือหนึ่งครับเพราะน่าจะหามือสองยาก คนไม่ค่อยขับกัน

ไม่ก็ E300 Coupe w238 (หามือสอง ไมค์น้อย ๆ) อันนี้ก็น่าจะบำรุงรักษาแพงพอพอกับ CLS ><"

es ตอนนี้ตัว premium น่าจะมีรถเทสขายอยู่นะครับ

แต่ผมว่าบุคลิกมันต่างจาก cls มากๆๆๆๆๆ เล็ง cls แล้วสน es แทนกระชากฟิลเหมือนกันนะครับเนี่ย

es บำรุงก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่หรอกครับ ถูกกว่าตราดาวไม่มาก ผมว่าถ้ากัดฟันเรื่องราคาไหว เชียร์ cls มากกว่านะครับ

ผมว่ามันก็ถูกกว่าเอาเรื่องเลยนะ เอาง่ายๆที่เจ้าของกระทู้บอกเข้าศูนย์ตลอด3ปีไม่เกินเเสน Es เข้า5ปี 60,000 ครับ รวมทุกอย่างเเล้วนะครับ ถ้าเจ้าของกระทู้สนใจLexus ทักมาถามผมได้เพราะผมใช้ nx กับ ct อยู่ เเน่นอนไม่ได้มาเชียร์เเต่อยากบอกข้อมูลที่ถูกต้องเพราะถ้าเจ้าของกระทู้ชอบรถขับสนุกเเรวผมก็ไม่เชียร์ Lexus เหมือนกัน


ออฟไลน์ EVA01

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 256
ซื้อไหวก็ไป 53 เลยครับ เรื่องดูแลรักษาสมัยนี้ไม่ยากครับ
งบถึงอย่าไปกลัวครับ ซื้อรถอย่าให้คาใจ  ;D

ออฟไลน์ goodgamer

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • อีเมล์
ตอนนี้เหมือนเป็นทางเลือกครับ

1. cls 53 สาย performance + ภาพลักษณ์  (มาคันนี้เพื่อไม่ให้คาใจ มันครบหมด จะติดก็เรื่องค่าบำรุง + น้ำมัน)

2. E Coupe ภาพลักษณ์ล้วน ๆ ด้วยความที่ 2 ประตู
ความจริงผมชอบภายในโฉมนี้มาก ไอ้จอยาว ๆ นั่นล่ะ (ใน cls ก็มี)

3. Es สายประหยัดน้ำมัน เพราะเป็น hybrid (เห็นว่า 20km/ลิตร) ภาพลักษณ์คงสู้ benz ไม่ได้ แต่มันสวยมากนะสำหรับผม ชอบที่สุดตรงที่บอกว่าเงียบ + นุ่มสุด ใน segment เป็นคนชอบฟังเพลงครับ รถยิ่งเงียบ เพลงมันยิ่งเพราะ แต่เหมือนจะไม่ได้เครื่องเสียง mark levinson หวังว่า facelift จะให้มานะครับ 555+

4. cls 220d ภาพลักษณ์ + ประหยัดกว่า 53

ความจริงผมเป็นคนชอบทำสถิติแบบถังนี้ขับได้ km ละกี่บาท
ยิ่งประหยัดยิ่งแฮปปี้ cls 53 ก็แอบขัดความรู้สึก
แต่มันก็คงคาใจถ้าไม่ได้ขับ อยากลองแรงบ้างไรบ้าง แต่คงไม่ตลอด
ไม่ได้เปลี่ยนรถบ่อย ๆ เป็นคนแบบขอขับยาว ๆ มันต้องคิดหลายตลบครับ ปวดหมอง 555+

ขอบคุณข้อมูลจากทุกท่านนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2021, 22:14:30 โดย goodgamer »

ออฟไลน์ mick

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,516
ใช้เครื่อง e220d ปัจจุบันก่อน facelift ไม่จุกจิกเลย แต่เครื่องดีเซลมันสั่น เสียงดังกว่าเบนซิน น่ารำคาญกว่าครับ

ออฟไลน์ shikimaru

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,090
    • อีเมล์
ค่าจาน+ผ้า cls ตัวเก่าคนรู้จักเปลี่ยนที 30k-40k เข้าศูนย์ เช็คระยะ a 10k  b นี่รวมๆ 20k ค่าประกันผมเทียบจาก c220 ตอนรถออกใหม่ปีที่แล้ว 47k ปีนี้โดนไป 44k

ต้องตอบตัวเองก่อนว่ารับไหวมั้ย ไม่ทำประกันนี่เฉี่ยวทีร้องไห้เลย มันผิดกับรถ teana เยอะมากครับ ถ้ารับไหวก็ลุย ผมยังชอบเลย นานๆจะหารถแรงๆ ราคาแบบนี้ได้

ออฟไลน์ EVA01

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 256
ค่าจาน+ผ้า cls ตัวเก่าคนรู้จักเปลี่ยนที 30k-40k เข้าศูนย์ เช็คระยะ a 10k  b นี่รวมๆ 20k ค่าประกันผมเทียบจาก c220 ตอนรถออกใหม่ปีที่แล้ว 47k ปีนี้โดนไป 44k

ต้องตอบตัวเองก่อนว่ารับไหวมั้ย ไม่ทำประกันนี่เฉี่ยวทีร้องไห้เลย มันผิดกับรถ teana เยอะมากครับ ถ้ารับไหวก็ลุย ผมยังชอบเลย นานๆจะหารถแรงๆ ราคาแบบนี้ได้

ตัวนี้ผมไม่รู้นะครับ ถ้าเข้า 0 ก็คงจะแพงแบบนี้ แต่อะไหล่บางอย่างถ้าหมดประกัน 0 ผมว่ามาหาอะไหล่เองเอาไปให้ช่างเปลี่ยนดีกว่า อย่างจานกับผ้าเบรก cls ตัวก่อนเฉพาะคู่หน้าผมโดนประมาณ 6000 บาท ไดชาร์จ 0 คิด 60k หาข้างนอก 20k เป็นต้น บางอย่างไม่แพงอย่างที่คิดครับ

ออฟไลน์ CJ.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,711
ถ้าจ่ายส่วนต่างไหว ผมมองว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกังวลเรื่องค่า maintenance

2 เครื่องนี้ สิ่งที่น่าคิดกว่าคือ จะเน้นแรงจัดๆ ไปเลย หรือเป็นแนวขับรถทั่วๆไป เน้นทรงสวย (เพราะส่วนต่างน่าคิดกว่าค่าบำรุงรักษาอีก)
2005 Jaguar XJ Super V8
2011 Aston Martin DBS
2013 Jaguar XJL 5.0 V8 Portfolio
2015 Honda City SV
2015 Toyota Land Cruiser V8
2017 Lexus RX200t Premium
2019 Honda CR-V 2.4S
2019 Bentley Continental GT W12
2021 Lexus IS300h Luxury

ออฟไลน์ Valsartan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,464
ค่าจาน+ผ้า cls ตัวเก่าคนรู้จักเปลี่ยนที 30k-40k เข้าศูนย์ เช็คระยะ a 10k  b นี่รวมๆ 20k ค่าประกันผมเทียบจาก c220 ตอนรถออกใหม่ปีที่แล้ว 47k ปีนี้โดนไป 44k

ต้องตอบตัวเองก่อนว่ารับไหวมั้ย ไม่ทำประกันนี่เฉี่ยวทีร้องไห้เลย มันผิดกับรถ teana เยอะมากครับ ถ้ารับไหวก็ลุย ผมยังชอบเลย นานๆจะหารถแรงๆ ราคาแบบนี้ได้

ใช่ครับ ตัวเก่า ผ้ากับจาน 4×k ผมเปลี่ยนพร้อมทำกุญแจหายดอกละ 20k + เซอร์วิซ ของเหลวต่างๆ จบไปร่วม 100k
Current cars:
2018 - Volvo XC60 T8 R-design (Stock)
2020 - Mercedes C43 Sedan FL (tuned)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79186.0)
2021 - BMW 530e M sport LCI (Stock)
(Review https://community.headlightmag.com/index.php?topic=79736.0)

ออฟไลน์ Vipvipvip

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 619
ต้องลองครับ ถึงจะรู้ 5ปีแรก ไม่มีอะไรให้กังวลเท่าไร
แต่หลังจากนั้นมีหนักๆมาแน่นอน
ถ้าใช้ถึง9ปี 53น่าจะหนักกว่า220d มากมาย
จำนวนสูบเครื่อง กล่องecu ช่วงล่าง ระบบแอร์
บางอย่างช่างนอกทำไม่ได้ ต้องเข้า0เท่านั้น

ออฟไลน์ อีกนิดก็แรง

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 728
ตอนนี้เหมือนเป็นทางเลือกครับ

1. cls 53 สาย performance + ภาพลักษณ์  (มาคันนี้เพื่อไม่ให้คาใจ มันครบหมด จะติดก็เรื่องค่าบำรุง + น้ำมัน)

2. E Coupe ภาพลักษณ์ล้วน ๆ ด้วยความที่ 2 ประตู
ความจริงผมชอบภายในโฉมนี้มาก ไอ้จอยาว ๆ นั่นล่ะ (ใน cls ก็มี)

3. Es สายประหยัดน้ำมัน เพราะเป็น hybrid (เห็นว่า 20km/ลิตร) ภาพลักษณ์คงสู้ benz ไม่ได้ แต่มันสวยมากนะสำหรับผม ชอบที่สุดตรงที่บอกว่าเงียบ + นุ่มสุด ใน segment เป็นคนชอบฟังเพลงครับ รถยิ่งเงียบ เพลงมันยิ่งเพราะ แต่เหมือนจะไม่ได้เครื่องเสียง mark levinson หวังว่า facelift จะให้มานะครับ 555+

4. cls 220d ภาพลักษณ์ + ประหยัดกว่า 53

ความจริงผมเป็นคนชอบทำสถิติแบบถังนี้ขับได้ km ละกี่บาท
ยิ่งประหยัดยิ่งแฮปปี้ cls 53 ก็แอบขัดความรู้สึก
แต่มันก็คงคาใจถ้าไม่ได้ขับ อยากลองแรงบ้างไรบ้าง แต่คงไม่ตลอด
ไม่ได้เปลี่ยนรถบ่อย ๆ เป็นคนแบบขอขับยาว ๆ มันต้องคิดหลายตลบครับ ปวดหมอง 555+

ขอบคุณข้อมูลจากทุกท่านนะครับ

อ่านดูแล้วหลายอารมณ์เหมือนกัน ถ้าชอบเห็นอัตราสิ้นเปลืองสวยๆ และอยากคงการขับที่สนุกด้วยคงมีนิสัยคล้ายผม เลยอยากจะแนะนำพวก phev อย่างเช่น s90 หรือ 530e โดยเฉพาะ s90 ที่เครื่องเสียงดีมาก ความซิ่งทางตรงไม่เป็นรองใคร (ทางโค้งค่อยว่ากัน) ระบบความปลอดภัยครบ
แต่ถ้าเน้นขับทางไกลตลอด รหัสดีเซลก็จะทำให้รู้สึกดีกับตัวเลขสิ่นเปลือง

ส่วน cls53 ไม่แนะนำ เพราะอาจจะขับสนุกแค่ช่วงแรก แต่อัตราสิ้นเปลืองก็จะมาบั่นทอนจิตใจให้เซ็งในระยะยาว

ส่วนตัวผมใช้ 330e วันไหนได้ขึ้นทางด่วนโล่งๆ ก็มีซัดบ้างให้หายเซ็ง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 1 ถัง ก็ประมาณ 600km+ ถ้าไม่ได้ออกเส้นทางเลยก็ 1,000+

แต่ถ้าไม่สามารถหาที่ชาจไฟได้ คงต้องไปเล่น es แทน แต่จะขาดตรงเครื่องเสียง ซึ่งอันนี้สามารถไปเปลี่ยนข้างนอกได้

ขอให้ได้รถที่ถูกใจครับบ

ออฟไลน์ harvard

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 74
ปีที่ 5-9 เตรียมค่าดูแลปีละ 5 แสนน่าจะเอาอยู่สบายๆครับ + ประกันชั้น 1 ปีละแสน = 6 แสนต่อปี

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,224
    • อีเมล์
ปีที่ 5-9 เตรียมค่าดูแลปีละ 5 แสนน่าจะเอาอยู่สบายๆครับ + ประกันชั้น 1 ปีละแสน = 6 แสนต่อปี

โอ้โห cls53 ผ่าน 5 ปี ค่าดูแลโหดขนาดนี้จริงๆหรอครับ

ออฟไลน์ Full Throttle

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
    • อีเมล์
ต่างกันเยอะมากๆครับ รุ่น 220d บำรุงรักษาง่ายกว่าครับ

ออฟไลน์ WASADM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 477
ปีที่ 5-9 เตรียมค่าดูแลปีละ 5 แสนน่าจะเอาอยู่สบายๆครับ + ประกันชั้น 1 ปีละแสน = 6 แสนต่อปี

โอ้โห cls53 ผ่าน 5 ปี ค่าดูแลโหดขนาดนี้จริงๆหรอครับ

ของผม CLS 300d ค่าประกันตกปีละ 80K เลยครับ ยิ่งตัว 53 ประกันต่อปีหลักแสนแน่นอน

ออฟไลน์ BN`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,717
ถ้าโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่คนที่ขับรถเร็ว แค่อยากได้กำลังเครื่องที่พอสนุกได้บ้าง ผมมองว่า CLS220d ก็เหลือเฟือแล้วครับ

คนที่เลือก CLS53 คือคนที่ชื่นชอบในการขับขี่รถ และชื่นชอบใน Mercedes AMG และส่วนมากไม่ได้ซื้อมาขับหวานเย็นเท่าไหร่ครับ

แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว 7-9 ปี ระหว่าง CLS53 กับ CLS220d ค่อนข้าห่างกันพอสมควร ถ้าชอบจริงๆก็ถือว่าคุ้มครับ

แต่ถ้าจะเลือก CLS220d ส่วนตัวผมเชียร์ตัว CLS300d มากกว่าครับ เพราะได้ 245 แรงม้า แต่ตัว CLS220d ได้ 194 แรงม้า

แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจว่าในประเทศไทย CLS300d รถหมดสต็อกรึยัง ต้องลองสอบถามแต่ละโชว์รูมดูก่อนครับ ลองเก็บไว้พิจารณาดูครับ