ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสามัญชน: ฟีลลิ่งของสปริงหลอด Swift vs RSR vs Silver 6K เท่ากัน  (อ่าน 7133 ครั้ง)

ออฟไลน์ #อินเดียหน้าโจร

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,403
    • Need for slow - ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน
    • อีเมล์
**โพสต์นี้ เกี่ยวกับสปริงหลอดที่ใช้กับสตรัทปรับเกลียว ไม่ใช่สปริงโหลดที่ใช้กับโช๊คเดิมนะครับ**

เรื่องของเรื่องมันค่อนข้างยาว เริ่มจากที่ผมได้สตรัท RSR ไม่ตรงรุ่นมาใช้ รถผมเป็น Toyota Altis 2004 ได้สตรัทตรงรุ่น Toyota Wish มาใช้ซึ่ง Wish จะหนักกว่าอัลติสประมาณร้อยกว่าโล และยังเป็นรถ Wagon ที่ท้ายจะหนักกว่าหน้า ในขณะที่ Altis หน้าจะหนักกว่าท้ายครับ หลังจากใส่สตรัทไปแล้ว (สปริงค่าเดิมเป็น 8K กับ 6K) ได้ลองไล่ค่า K สปริงโดยการเปลี่ยนเป็น 7K และ 6K จนรู้สึกว่าชอบฟีลลิ่งของความแข็งของสปริงหน้า 6 หลัง 6 ที่สุด แต่ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ขอแวะเล่นข้างทางก่อนสักนิด ด้วยการลองฟีลลิ่งของสปริงต่างยี่ห้อที่ค่า K เท่ากัน รอบวงในหรือ id ไกล้เคียงกัน และความยาวหรือบางคนเรียกว่าความสูงก็ไกล้เคียงกัน เอามาลองใส่และจับความรู้สึกเปรียบเทียบกันว่าแต่ละยี่ห้อให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนธรรมดา ไม่ได้ทำงานในวงการยานยนต์และไม่ได้มีความรู้ในเชิงลึก เป็นเพียงผู้ที่ได้เสียตังค์ซื้อของมาทดลองใช้เองเลยอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์แบ่งปันท่านอื่นๆครับ ความรู้ที่นำมาเขียนก็จากประสบการณ์ตรงบ้าง เสิร์ช  Google บ้างบนๆกันไปครับ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ

ข้อมูลสปริง Swift
ยี่ห้อสปริงสัญชาติญี่ปุ่น โฆษณาว่าให้ช่วงโสตรคการทำงานยาวกว่ายี่ห้ออื่น เบากว่า ทนทานกว่า และค่าเคคงที่ตลอดการยุบ เป็นยี่ห้อที่ผลิตสปริงขายอย่างเดียว ไม่ได้ทำสตรัท เลยคิดว่าน่าจะเชี่ยวชาญเป็นพิเศษครับ สำหรับบ้านเราได้ชื่อว่าเป็นสปริงยี่ห้อท้อปๆที่สุดที่บ้านเรานิยมเล่นกัน นิยมทั้งในรถสนามและในรถบ้านอัพเกรดทั่วไป มันอาจไม่ใช่สปริงที่ดีที่สุดในโลก เพียงแต่เป็นตัวที่ดีมากๆ คุณภาพคุ้มค่า ราคาเอื้อมถึง บ้านเราจึงนิยมเล่นกันครับ มีใช้ไทเทเนียมเป็นส่วนผสม ทำให้มีความเชื่อว่ามันจะฟีลลิ่งดีกว่า เบากว่า และไม่เป็นสนิม (ที่ไหนละ ตัวที่ผมซื้อมือสองมานี่สนิมเพียบ แต่กินแค่ผิวๆนะครับ) ราคาของเบิกใหม่ 1 คู่ ประมาณ 1 หมื่นบาท บ้านเรานิยมซื้อขายกันมือสอง ราคาสภาพดีประมาณ 4500 สภาพไม่สวย (สนิม) ประมาณ 3500 ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.swiftsprings.com/advantage/

ข้อมูลสปริง RSR Ti2000
เป็นยี่ห้อญี่ปุ่นที่ดังเรื่องทำท่อไอเสียซิ่งมาก่อน ตอนหลังมาทำสตรัทปรับเกลียวซึ่งก็ได้ชื่อว่าเป็นยี่ห้อสตรัทรถบ้านระดับ Hi-end เบอร์ 1 ของญี่ปุ่นครับ (เบอร์ 2 คือ Largus และเบอร์ 3 คือ Tein อันนี้ผมฟังเค้ามาอีกทีนะครับ) แต่ RSR เองก็มีสปริงหลอดจำหน่าย และเป็นอีกยี่ห้อที่ใช้ Titanium เป็นส่วนผสมด้วยครับ บ้านเราจึงให้ค่าว่ามันเป็นสปริงที่ดีเบอร์ 2 รองจาก Swift เลย เค้าเคลมว่าสปริง RSR Ti2000 (สปริงหลอด) เบากว่าสปริงปกติถึง 2 กก. หรือ 24% เลยทีเดียว ราคาของใหม่เคยถาม RSR Thailand อยู่ที่ประมาณ 5500+ มือสองสภาพดีขายกัน 2000-2500 ครับ สภาพไม่สวยไม่ค่อยเจอครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.rs-r.co.jp/e_suspension

ข้อมูลสปริง Silver
ข้อมูลผมไม่ชัวร์เท่าไรนะครับ Silver เป็นยี่ห้อสตรัทไต้หวัน แต่สปริงตัวที่ผมได้มาเป็นสปริงที่ติดมากับสตรัทปรับเกลียว Silver Neomax One ซึ่งผลิตในจีน ส่วนผสมหลักๆผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นโลหะจำพวกเหล็กเป็นหลัก ไม่มีไทเมเนียมผสม แต่ทางเวบก็โฆษณาว่าใช้วัสดุเกรดสูงสุดที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น และออกแบบมาเพื่อเหมาะกับถนนเมืองไทยครับ ราคา เบิกใหม่น่าจะประมาณ 1500 มือสองซื้อขายกันน้อยมากครับ ผมได้มา 1200 เพราะผมอยากได้สปริงมือสองมาเปรียบเทียบกับ RSR และ Swift ที่เป็นมือสองเหมือนกัน

ข้อมูลเกี่ยวกับรถ
ยี่ห้อ/รุ่น     : Toyota Altis หน้าหมู 1.6E AT ปี 2004
เครื่องยนต์ : เปลี่ยนเป็น 2zz-ge 1.8 6MT (ตามสเปค ประมาณ 190 แรงม้า)
ยาง           : Otani KC2000 205/60/15
ช่วงล่าง     : สตรัทปรับเกลียว RSR Best-i ตรงรุ่น Toyota Wish แปลงใส่รุ่นผม

ข้อจำกัดในการทดสอบ
- ใส่กับสตรัทปรับเกลียว RSR Best-i ที่ฟีลลิ่งค่อนข้างนุ่มและย้วย
- สตรัทตรงรุ่น Toyota Wish แต่ใส่กับรถ Toyota Altis
- สปริงทั้ง 3 ยี่ห้อเป็นสปริงมือ 2 ทั้งหมด อาจผ่านการใช้งานมาไม่เท่ากัน
- ค่าเค 6 เค เท่ากันทั้ง 3 ตัว ความกว้างวงใน RSR 66 มม. ที่เหลือ 65 มม. ความยาว Silver 180 มม. ที่เหลือ 178 มม. ต่างกันนิดๆหน่อยๆครับ
- เริ่มแรกผมใส่ Swift หน้า rsr หลัง, แล้วสลับเป็น RSR หน้า Swift หลัง, หลังจากนั้นเปลี่ยน Silver แทน RSR ด้านหน้า, สุดท้ายเอา Swift อีกตัวมาใส่แทน Silver ด้านหน้า กลายเป็น Swift ทั้งหน้าหลัง
- ทุกครั้งที่ใส่ ปรับเซ็ทโดยไม่มีการบีบสปริง (preload) เลย จะได้สัมผัสฟีลลิ่งได้ตรงไปตรงมา เหมือนๆกันครับ
- ทุกครั้งที่ใส่สปริงใหม่ผมจะปรับหนืดโช๊คไว้ที่ค่าเดิมเสมอ หลังใช้ไปสักระยะถ้ายังไม่พอดีถึงจะปรับเพิ่มลดอีกทีครับ
- เส้นทางประจำ รามอินทรา เลียบด่วน พระราม 9 เสาวรีย์ ทางด่วนเลียบด่วน นวมินทร์ ขับเส้นนี้ทุกวันครับ

ฟีลลิ่งหลังจากทดลองใช้งาน
1. บุคลิก
- Swift ติดกระด้างหน่อยๆ รักษาเสถียรภาพของรถได้ดี เด้งแถมน้อย รู้สึกมันเชื่องๆไม่หือไม่อือ อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์ทำงานอย่างเดียวไม่มีหัวใจ คือเหมือนมันก็ทำงานตามคำสั่ง ทึ่มๆ อึนๆ มึนๆ ไม่ดื้อ ไม่เถียง ไม่งอแง เป็นความรู้สึกที่อธิบายยากจริงๆครับ
- RSR ผมรู้สึกว่าเป็นสปริงที่มีชีวิตชีวาและร่าเริง (เกินไป) ฟีลลิ่งจะลอยๆ นุ่มๆ ยืดหยุ่น กระฉับกระเฉง แต่พอผ่านทางขรุขระจะมีอาการเด้งแถมเยอะ
- Silver กระด้างที่สุดใน 3 ตัวนี้ แต่กลับให้ความรู้สึกขับมันส์ที่สุด เหมือนมันยั่วยวนให้เราบู๊มากขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถได้ดี เด้งแถมน้อยที่สุด

2. สมรรถนะ
- Swift สมรรถนะดีมากครับ ขับรูดหลุมขรุขระแบบรถเสถียรภาพดี สมูธกว่าสปริงทั้ง 2 ตัว ขับเข้าโค้งอาการหน้าดื้อน้อยมาก หักเปลี่ยนเลนรู้สึกว่ามันไปตามมือเลย ถือเป็นสปริงที่สมรรถนะดีจริงๆครับ
- RSR สมรรถนะในการเข้าโค้งถือว่าดีรองจาก Swift ครับ เข้าโค้งความเร็วเท่าๆกับที่เคยเข้าใน Swift จะหน้าดื้อกว่าต้องลดความเร็วเพื่อลดความเสียว ขับผ่านทางขรุขระหรือจั๊มคอสะพานต้องเบาลงเยอะเลยเพราะเด้งแถมเยอะไม่สามารถไปแบบต่อเนื่องได้ครับ
- Silver การขับบู๊ในทางตรง รูดทางขรุขระปานกลางทำได้ดีกว่า RSR เพราะมันเด้งแถมน้อยมากครับ เรียกว่าพอๆกับ Swift เลยก็ได้ (แต่คนละฟีล) แต่การขับในทางขรุขระมากแบบตะปุ่มตะป่ำ ถ้าขับเร็วไถพรวดไปเลยจะรู้สึกเสียวเหมือนล้อมันไม่ค่อยเกาะถนนครับ ซึ่งตรงนี้ Swift ทำได้ดีกว่า RSR ต้องยกตั้งแต่เจอทางตะปุ่มตะป่ำแล้ว เลยให้พอๆกันครับ ส่วนในเรื่องของการขับเข้าโค้ง Silver จะหน้าดื้อค่อนข้างเยอะครับ เยอะกว่า RSR อีกหน่อยครับ ต้องชะลอมากกว่าเพื่อนเพื่อผ่านโค้งครับ

3. ความนุ่มนวล
- Swift เวลาขับทางเกือบเรียบจะรู้สึกว่ากระด้างๆหน่อย แต่เวลาผ่านทางขรุขระจริงๆมันออกกระด้างแบบสมูธๆ เหมือนมันปรับทางให้เรียบขึ้นครับ แต่เวลายุบเยอะๆยุบเร็วๆแบบจั๊มคอสะพาน มันยุบแบบนุ่มสมูธดีมากที่สุดในกลุ่ม และเท่าที่ผมสังเกตุจากคนนั่งซ้าย ปกติเวลาผมเปลี่ยนเลนมุดแซงหรือเข้าโค้ง เค้าจะบ่นว่าให้เข้าเบาๆหน่อยมันเหวี่ยงแล้วคลื่นไส้ แต่เท่าที่ใส่สวิฟแล้วขับเหมือนเดิมยังไม่บ่นเลย แปลว่ามันอาจช่วยลดความรู้สึกเหวี่ยงด้วยครับ คิดว่าน่าจะสัมพันธ์กับอาการหน้าดื้อที่บอกไว้ในหัวข้อก่อนหน้าครับ
- RSR ทางเกือบเรียบนุ่มดีมากๆ ทางขรุขระเล็กน้อยก็ให้ฟีลการยุบที่นุ่มดีแต่จะเด้งคืนแถมหน่อย แต่เวลายุบเยอะๆแบบจั๊มคอสะพานตอนยุบนั้นโอเคแต่เหมือนมันรีบร้อนที่จะดีดคืนเกินไปทำให้รู้สึกมันไม่ค่อยสมูธเท่าไรครับ แถมเด้งคืนแถมเยอะอีกด้วย
- Silver เรื่องนุ่มนวลด้อยที่สุดในกลุ่มครับ ทางเกือบเรียบจะกระด้างตึงตังกว่า Swift เสียอีก (แต่ยังนั่งสบายอยู่) ทางขรุขระระดับกลางขึ้นไปถึงระดับจั๊มคอสะพานจะตึงตังชัดเจน ฟีลจะไกล้เคียง RSR ครับคือรู้สึกไม่สมูธนัก แต่ต่างตรงที่ Swift ไม่ดีดกลับเร็ว แต่เป็นแข็งตึงตังแทน ก็มีความกระแทกเล็กน้อยไม่ได้ถึงกับจุกครับ (ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้ด้วย) แต่ที่ชอบคือ มันไม่แถมเลยครับ เด้งแถมน้อยกว่า Swift เสียอีก

4. ขับสนุก
- Swift ถึงแม้จะตอบโจทย์ในเรื่องสมรรถนะมากๆ แต่ไม่มีส่วนในการขับสนุกสักเท่าไรครับ ด้วยการทำงานแบบโรบอท มีเพียงการควมคุมบังคับที่ตอบสนองได้ดี แต่การขับสนุกจะต้องพึ่งจากความแรงของเครื่องยนต์หรือการตอบสนองในด้านอื่นๆเสียมากกว่าครับ
- RSR เลิกคิดถึงเรื่องความขับสนุกได้เลย เพราะ RSR ฟีลเน้นไปที่ความนุ่มนวล ยิ่งเจอทางขรุขระยิ่งเด้งแถม จึงเหมาะกับสายชิว สายทัวริ่งขับเรื่อยๆมากกว่าครับ
- Silver เป็นสปริงที่ขับสนุกที่สุดในกลุ่มครับ ไม่รู้ด้วยความที่มันกระด้างๆกระแทกกระทั้น มันเลยทำให้เรารู้สึกมันดิบๆเถื่อนๆหรือยังไง ฟีลลิ่งมันค่อนข้างคมและชัดเจนว่ามันกำลังสัมผัสกับพื้นแบบไหนอยู่ และยั่วยวนให้เราอยากจะบู๊อยากจะไถพรวดทางขรุขระไปเลยครับ

5. ความคุ้มค่า
ขอพูดโดยรวมนะครับ ความคุ้มค่ามันขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคนใช้เพราะสปริงให้ฟีลลิ่งตอบสนองกลุ่มคนต่างกันชัดเจนเลยครับ สายสมรรถนะเหมาะกับ Swift สายนุ่มนวลเหมาะกับ RSR สายเน้นขับสนุกเหมาะกับ Silver แต่นอกเหนือจากฟีลลิ่งที่โดนใจคือเรื่องความทนทานและการคงระยะประสิทธิภาพ ผมได้ยินเพื่อนๆรวมถึงข้อมูลในเน็ตหลายแหล่งบอกว่า Swift เป็นสปริงที่ทนทานมากๆ ใช้ไปนานๆแล้วมีอาการล้าได้ยาก และได้ทราบจากเพื่อนๆรวมถึงช่างของช่างของร้านบอกว่า Silver อาจจะมีอาการสปริงล้าหน่อยเมื่อผ่านการใช้งานครับ แต่ก็แก้ทางได้ด้วยการใช้สปริงที่ค่า K แข็งขึ้น มันก็ทนทานใช้งานได้นานขึ้นครับ ข้อมูลนี้ผมได้ยินผ่านๆมาขอไม่ฟันเฟิร์มว่าจริงเท็จประการใดละกันนะครับ ตีว่ามันเป็น Myth หรือความเชื่อของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆไปเลยก็แล้วกันครับ

สรุปผลการทดลอง
จากการทดลองใช้งานสปริงทั้ง 3 ยี่ห้อในสตรัทตัวเดียวกันพบว่า Swift ราคาแพงแต่ก็ได้สมรรถนะที่สมราคา เหมาะกับสายเน้นประสิทธิภาพ ส่วน RSR เป็นสปริงนุ่มนวล เหมาะกับสายทัวริ่งขับชิว และ Silver เป็นสปริงที่ขับมันส์ และยังราคาถูกมากๆ เหมาะกับสายรถบ้านแอบซิ่งในราคาประหยัด จึงขอสรุปว่า

สมรรถนะ: Swift > RSR > Silver
ความนุ่มนวล: RSR > Swift > Silver
ความขับสนุก: Silver> Swift > RSR
ราคา: Swift > RSR > Silver

อีกสิ่งที่ยังไม่ได้เขียนด้านบน ผมมีความรู้สึกว่าสปริง Swift มีความยวบย้วยกว่าสปริงอีก 2 ยี่ห้ออยู่นิดหน่อยครับ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพูดกันว่า
ค่าเคเท่ากันสวิฟจะนุ่มกว่ายี่ห้ออื่นบ้าง บ้างก็ว่าสเปคค่าเคเดียวกันสวิฟจะให้ค่าเคที่น้อยกว่ายี่ห้ออื่นบ้าง ซึ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อนะครับ แต่ที่ผมรู้สึกเองคือ สวิฟมันยวบย้วยกว่ายี่ห้ออื่นจริงๆ เทียบในค่าเคเท่ากันครับ

สุดท้ายนี้หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจไม่มากก็น้อยนะครับ ขอย้ำอีกครั้ง ผมเป็นเพียงคนใช้รถธรรมดาที่เพียงมีโอกาสมีประสบการณ์ในการทดลองใช้ ไม่ได้มีความรู้ในเชิงลึก ไม่ได้ทำงานอยู่ในวงการยานยนต์ หากมีสิ่งใดผิดพลาดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอแถม คลิปเสียงสปริงทั้ง 3 ยี่ห้อเมื่อตกลงพื้น เป็นวิธีที่ใช้ทดสอบว่าสปริง Swift ของแท้ไม๊ ของแท้ต้องดังกังวาลแบบในคลิปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2022, 09:03:55 โดย #อินเดียหน้าโจร »
Altis 1.6 AT 2004 (Swap 2zz-ge 6MT)
Mazda 1.3 Sky

ออฟไลน์ tom46

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,714
M52TUB30 NA TUNING
STROKER M54B30
SCHRICK CAM 248/248
aa tuning software custom
K&N performance air intake kit
Exhaust systems thailand hand made
Rear exhaust EISENMANN

ออฟไลน์ #อินเดียหน้าโจร

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,403
    • Need for slow - ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน
    • อีเมล์
:-* :-* :-* :-* :-*

ขอบคุณสำหรับกำลังใจคร้าบ ^^
Altis 1.6 AT 2004 (Swap 2zz-ge 6MT)
Mazda 1.3 Sky