ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามขั้นตอนในการจอดเก็บรถนาน 10-20 ปีหน่อยครับ  (อ่าน 2682 ครั้ง)

ออฟไลน์ kimmeng21

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,207
    • อีเมล์
อยากทราบวิธีในการเก็บรักษารถยนต์

ในกรณีเราซื้อป้ายแดงมา แล้วนำมาเก็บ โดยไม่ขับเลย เงื่อนไขไมล์ไม่เกิน 100 กม.

อายุการเก็บ 10-20 ขึ้นไป

จะมีขั้นตอนและวิธียังไงบ้างหรอครับ 1-2-3-4-.........

ขอบคุณครับ
"โอกาส มันก็เหมือนสายน้ำ ที่ไหลผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ถ้าคุณไม่ตักตวงมันไว้ สายน้ำมันก็จะไม่ไหลย้อนกลับ"

ออฟไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,239
    • อีเมล์
น่าจะเป็นการเก็บรถแบบเน้นสภาพป้ายแดง ผมก็ไม่เคยทำ

ผมเคยเก็บแต่รถที่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ขนาดไม่ขับ ใช้คำว่าขับใช้งาน แต่ใช้น้อยแทนละกัน

สำหรับผม แค่จอดในโรงจอดรถ

ไม่ตากแดด(ยางขอบต่างๆ จะเสีย แตก เสื่อม)

โดนฝน(คราบสี กับ สนิม)

อากาศไม่อับชื้น หรือ ร้อนอบอ้าว(ภายในเปื่อยเหนียว)

ผมเอามาขับบ้าง สตาร์ทเครื่องยนต์บ้าง วิ่งบ้าง เพราะจอดนาน ยางก็เสีย น้ำมันเครื่องไม่เลี้ยง ชิ้นส่วนภายในพังอีก

เคยจอดนาน จดบางระบบ(ขับสี่) มีปัญหา เลยต้องซ่อม และ เอามาวิ่งบ้าง ใช้งานบ้าง

แต่ถ้าคนเก็บรถแบบมีเงิน มีตัง และ ต้องการความเนี๊ยบ หน่อย ก็น่าจะแนวนี้

หลักๆ เขาก็ต้องมีโรงรถ หรือ ที่จอดรถ ก่อนเลย จะไปเช่าโรงแรมรถ 10-20 ปี ผมซื้อซื้อทาวน์เฮ้าส์ แล้วทำชั้นล่างเป็นที่จอดยังดีซะกว่า

ต่อมา ก็ถ้าไหวกับการเปิดแอร์ ห้องแอร์ หรือ ปรับอุณหภูมิให้รถตลอด 10-20 ปี ก็ต้องว่ากันไปตามเงินทุน

ต่อมา ก็การดูแล บำรุงรักษา ก็ต้องมี ล้าง เช็ด ขัด และ เปลี่ยนถ่ายของเหลวบ้าง ส่วนจะทำเอง หรือ เอาไปศูนย์(ถ้าไม่อยากให้เลขไมล์ขึ้นก็ต้องสไลด์ไป) ก็ว่ากันตามสะดวก

สุดท้าย ถ้าเก็บนาน ไม่ควร wrap หรือ เคลือบอะไร ปล่อยเดิมๆ นั้นละครับ ดีที่สุด เช็ค ขัด ลงแว็กซ์เอา พอแล้ว


ออฟไลน์ F e r m a r c o

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 512
ไม่เคยเก็บรถแบบนี้ แต่คิดว่าจอดในตู้คอนเทนเนอร์น่าจะเก็บได้นาน เพราะ
ที่จอดแห้ง ไม่มีแดดส่อง น้ำไม่ท่วม ไม่มีหนู

ตัวรถก็ถอดแบตออก วางกันชื้นไว้ในรถ แล้วหาพลาสติกใสคลุมทั้งคัน
ปล่อยลืมไว้สิบปี น่าจะได้ barn find สวยๆ

ขับช้าๆ เดี๋ยวก็ถึง

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,487
ถ้าผมเก็บ  ทำโรงรถเฉพาะระบายอากาศดี  อากาศแห้ง  ควบคุมอุณหภูมิ (ไม่จำเป็นต้องแอร์  แต่ใช้อากาศพลศาตร์เข้าช่วย) กันฝุ่นละอองด้วย

ว่าแต่จะเก็บไว้ทำไร?  เก็งกำไรเป็นสินทรัพย์หรือครับ?

TheRealMeaw

  • บุคคลทั่วไป
คำถามที่สำคัญคือ ผ่านไป 20 ปี อยากให้รถสภาพเป็นยังไงครับ มันมีอยู่สองทาง

ทางแรกคือ ไม่ขับเลย มันก็เป็นรถที่ไม่มีใครไปยุ่งกับมัน เหมือนจอดอยู่ในโชว์รูม ฝุ่นใต้ท้องไม่มี สติ๊กเกอร์ ร่องรอยต่าง ๆ จากโรงงานอยู่ครบ เลขไมล์หลักสิบ ถ้าเป็นตามนี้ก็ต้องเอาของเหลวออกครับ น้ำมันในถังต้องเอาออกให้หมด แล้วก็คูลแลนท์ก็ต้องเอาออกด้วย ส่วนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ อะไรพวกนี้ปล่อยทิ้งเอาไว้ได้ ส่วนจะยกรถแล้วเอาบล็อกหรือแม่แรงวางรองไว้เพื่อรักษาช่วงล่างกับยางหรือไม่ ก็แล้วแต่เหมือนกันครับ ในกรณีนี้ รถมันก็จะเหมือนกับโมเดล 1:1 เลยครับ สิ่งที่ควรจะทำอยู่เสมอคือ ต้องคอยหมุนเครื่องเพื่อให้มั่นใจว่าข้างในไม่ได้เป็นสนิมจนพังไปก่อน แต่จะใช้วิธีการหมุนมือเอา หรือคอยมาสตาร์ทอยู่เรื่อย ๆ ก็แล้วแต่

พอผ่านไป 20 ปี รถที่จะได้ ก็คือรถที่ไม่มีใครอยากขับครับ เพราะ 1. มูลค่าหลักของมันอยู่ที่เลขไมล์ ซึ่งถ้าเอากลับมาขับก็จะเสียไป และ 2. รถพวกนี้จะมีปัญหาจุกจิกกวนใจเยอะมาก ไม่ว่าจะซีลรั่วซึม ระบบรวน หรือปัญหาอย่างอื่นที่เกิดจากการที่รถไม่ได้ขยับเลย รถประเภทนี้ถ้าถึงสภาพแบบนั้นแล้ว จะปรับให้กลับมาขับได้แบบรถควรจะเป็น ลำบากกว่าที่คิดครับ

ถ้าเก็บอย่างถูกต้อง ไม่โดนแสงแดด ไม่โดนความชื้น ระบายอากาศอยู่เสมอ สภาพรถจะสวยมากครับ ไม่ต่างจากออกจากโชว์รูมนั่นแหละครับ ถ้าอยากจะบ้าจริง ๆ ก็มีถึงขั้นถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกรถ ที่เป็นพลาสติก เพื่อที่จะห่อเก็บไว้เพื่อรักษาสภาพ อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกเลยครับ มีอีกทางหนึ่งคือซื้ออะไหล่มาสต๊อกเอาไว้แยกจากกัน

ในอีกกรณีหนึ่ง ก็คือ รักษารถเอาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ขับได้ตลอด แต่ไม่ได้ขับเยอะ อาจจะเดือนนึงขับแค่ให้รถได้ผ่าน Heat cycle ตามปกติบ้าง เช่นเดือนละ 100 กม. อาทิตย์ละ 25 กม. พอผ่านไป 20 ปี 240 เดือน รถเลขไมล์ก็จะยังอยู่ที่แค่ 24,000 กม. ซึ่งก็นับว่าน้อยมาก หรือจะน้อยกว่านั้นก็แล้วแต่ครับ อาจจะขยับเหลือแค่ 30 กม. ทุก 3 เดือน ก็ได้ (แต่ในความคิดเห็นของผม ถ้าจะเอาให้รถขับได้ดีตลอด ก็ควรจะได้ผ่าน Heat cycle ทุกเดือนครับ) ที่สำคัญคือรถจะต้องคอยรักษาสภาพให้รถได้วิ่งอยู่บ้าง ในกรณีแบบนี้ พอผ่านไป 20 ปี ตัวรถอาจจะไม่ได้สภาพเป๊ะเท่ากับในกรณีแรก แต่ว่าตัวรถจะยังขับได้ดีอยู่ครับ เรียกได้ว่าอาจจะขับใกล้เคียงรถใหม่เลยทีเดียว และดีกว่าเก็บแบบกรณีแรกเยอะ

นอกจากนี้ ในกรณีที่สองนั้น การเก็บรักษาจะทำได้สะดวกกว่ามากครับ เพราะมันก็คือรถที่ขับได้อยู่ และการบำรุงรักษาก็คือเปลี่ยนของเหลวตามระยะเวลาปกติ น้ำมันเครื่องทุก 6 เดือน อย่างอื่นทุก 2 ปี อะไรก็ว่ากันไป

ทั้งหมดทั้งปวง ในทั้งสองกรณี มันมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ คือ 1. ไม่ควรจะใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้ครับ กรณีแรกยังไง ๆ ก็ถอดแบตออกไปเลย ส่วนกรณีที่สองอาจจะใช้เครื่องชาร์จ หรือถอดไว้แล้วใส่คืนเฉพาะเวลาขับ ก็แล้วแต่ครับ และ 2. การล้างรถไม่ควรใช้น้ำล้างครับ ถ้าล้างแบบใช้น้ำจริง ๆ ก็ต้องให้รถมีโอกาสได้ระบายความชื้นออก ซึ่งวิธีที่ได้ผลที่สุด และควรทำที่สุดก็คือ... เอาออกไปขับครับ

ส่วนวิธีล้างแบบไม่ใช้น้ำเทคโนโลยีสมัยนี้ก็มีเข้ามามากมายแล้วครับ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ง่ายและดีที่สุดก็ต้องเก็บรถไว้ในสภาวะที่ฝุ่นจับน้อยที่สุดตั้งแต่แรก ซึ่งก็กลับไปที่โพสด้านบนที่ระบุเอาไว้หมดแล้ว เช่น เก็บให้ไม่โดนแสง ในที่ปิด มีอากาศถ่ายเท ส่วนการห่อพลาสติก ไม่แนะนำครับ โรงเก็บแบบที่มีอากาศถ่ายเทบ้าง แสงแดดไม่เข้า ไม่มีความชื้น และไม่มีหนูมากัดสายไฟ แค่นี้ก็เหลือจะเพียงพอแล้วครับ

อย่างไรก็ตามแต่ อย่าเก็บแบบปล่อยลืมทิ้งไว้ครับ ถ้าคิดจะทำแบบนั้นสู้เอาออกมาขับดีกว่าครับ ไม่มีประโยชน์เลยครับ ยังไงก็ต้องดูแลรักษาให้ดี ถ้าอยากคงสภาพเอาไว้ให้เหมือนใหม่จริง ๆ บางทีลำบากกว่าบำรุงรักษารถที่ใช้งานปกติอีกครับ

สุดท้ายแล้วก็ขอให้โชคดีครับ ถ้านอกเหนือจากที่ระบุเอาไว้ มันก็ขึ้นอยู่กับจักรวาลจะสรรค์สร้างแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2023, 15:34:11 โดย TheRealMeaw »

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,333
ไม่โดนแดด นอนห้องแอร์ครับ

ออฟไลน์ Weetting

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,978
  • ช่วงล่าง+เครื่องยนต์
อย่าลืมพวกความชื้นนะครับ

โรงแบบ ปิด แต่ไม่ต้องปิดสนิท ที่สำคัญผมว่าควรมีนคนไปนั่งบนเบาะบ้างแม้ไม่ขับมันเลย
แอร์ ปิดพร้อมกัน 2 ตัว  (ซึ่งอาจจะใช้แอร์มากถึง 6 ตัว)  กำจัดความชื้นตัวนึง  เปิดปรับอากาศอีกตัวนึง

รถที่จะเก็บ  Prodrive P25  ใช่ไหมครับ    :D :D




THE Manual Gearbox Preservation Society
Drive diesel until last day

ออฟไลน์ Trafalgar

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 821
รถที่จะเก็บ  Prodrive P25  ใช่ไหมครับ    :D :D
แน่นอนที่สุด
- 1994 Toyota Corolla AE101 1.6 4A-FE MT
- 1995 Honda Civic EG 1.5 D15Z7 MT
- 1996 Mitsubishi Lancer Evolution IV 2.0 4G63T MT
- 2005 Toyota Hilux Vigo Cab 2.5G 2KD-FTV MT
- 2005 Toyota Fortuner 3.0V 1KD-FTV AT
- 2005 Toyota Fortuner 3.0G 1KD-FTV MT
- 2013 Honda City 1.5 L15A7 AT

ออฟไลน์ IS2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,191
    • อีเมล์
คลุมผ้าจอดในโรงรถกันฝุ่นและมีระบบปรับอากาศครับ ส่วนของเหลวเปลี่ยนตามเวลา น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนทุก 6 เดือนไม่ก็ต้องเติม fuel stabilizer (ยืดอายุได้ถึงราวๆสองปี) ยางรถต้องมีการยกมาหมุนบ้างไม่ให้อยู่แต่ที่เดิมครับไม่งั้นจะมีรอยแบน ผมมีรถสะสมใช้ปีละ 1,000 กม. ก็เก็บราวๆนี้แต่ไม่ถึงกับเปิดแอร์ทั้งวันแต่ควบคุมความชื้นอยู่ในช่วง +- 50% ตอนนี้ปีที่ 20 แล้วสภาพมีเปลี่ยนไปบ้างแต่รวมๆยังใหม่มากครับ เพิ่งถอดสายพานไทม์มิ่งมาเปลี่ยนสภาพแทบไม่ต่างกับของรถใหม่ครับ
1 3 5
├┼┼╕
2 4 6 R

ออฟไลน์ Sit: )

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,475
    • อีเมล์
ไปเช่าโกดังจอดครับ

ออฟไลน์ the kit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,313
ต้องแห้ง ไม่น้ำ ไม่ชื้น ไม่แดด ไม่มีสัตว์
และที่สำคัญ

ต้อง "เลือกรุ่น" ให้ดี
ว่าตัวไหน อีก 10-20 ปี จะ "ราคาขึ้น"

แต่ "ระหว่างทาง" กว่าจะไปถึง...

"Only live once, but if you do it right, Once is enough"

ออฟไลน์ REX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,015
ขาตั้งเหล็กยกรถ ถ่ายน้ำหนักบางส่วนมาตัวถัง ให้ล้อแต่ะๆพื้นพอ
เอายางมากั้นไม่ให้เหล็กชนเหล็ก กันสีถลอกด้วย
กรณีไม่ขยับนานๆ

ออฟไลน์ Starscream

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 143
    • อีเมล์
คลุมผ้าจอดในโรงรถกันฝุ่นและมีระบบปรับอากาศครับ ส่วนของเหลวเปลี่ยนตามเวลา น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนทุก 6 เดือนไม่ก็ต้องเติม fuel stabilizer (ยืดอายุได้ถึงราวๆสองปี) ยางรถต้องมีการยกมาหมุนบ้างไม่ให้อยู่แต่ที่เดิมครับไม่งั้นจะมีรอยแบน ผมมีรถสะสมใช้ปีละ 1,000 กม. ก็เก็บราวๆนี้แต่ไม่ถึงกับเปิดแอร์ทั้งวันแต่ควบคุมความชื้นอยู่ในช่วง +- 50% ตอนนี้ปีที่ 20 แล้วสภาพมีเปลี่ยนไปบ้างแต่รวมๆยังใหม่มากครับ เพิ่งถอดสายพานไทม์มิ่งมาเปลี่ยนสภาพแทบไม่ต่างกับของรถใหม่ครับ
อยากทราบรุ่นรถครับขับปีละ 1,000 กม ขับไปแถวไหนบ้างครับ ดูน่าสนใจมากครับ
CBA-CZ4A MR

ออฟไลน์ PapaRo@ch~*

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,099
เห็นคลิปที่ไปดูรถสะสมของ ดร.ทิศพล
เค้าก้อเก็บในโรงรถแบบปกตินะครับ ไม่ได้ถึงขั้นติดแอร์ แต่มีลิฟท์ยกให้เก็บได้หลายๆคัน
แต่ก็เคยเห็นบางบ้านที่จอดในชั้นล่างของบ้านติดแอร์ตลอดเหมือนกัน

ออฟไลน์ IS2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,191
    • อีเมล์
คลุมผ้าจอดในโรงรถกันฝุ่นและมีระบบปรับอากาศครับ ส่วนของเหลวเปลี่ยนตามเวลา น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนทุก 6 เดือนไม่ก็ต้องเติม fuel stabilizer (ยืดอายุได้ถึงราวๆสองปี) ยางรถต้องมีการยกมาหมุนบ้างไม่ให้อยู่แต่ที่เดิมครับไม่งั้นจะมีรอยแบน ผมมีรถสะสมใช้ปีละ 1,000 กม. ก็เก็บราวๆนี้แต่ไม่ถึงกับเปิดแอร์ทั้งวันแต่ควบคุมความชื้นอยู่ในช่วง +- 50% ตอนนี้ปีที่ 20 แล้วสภาพมีเปลี่ยนไปบ้างแต่รวมๆยังใหม่มากครับ เพิ่งถอดสายพานไทม์มิ่งมาเปลี่ยนสภาพแทบไม่ต่างกับของรถใหม่ครับ
อยากทราบรุ่นรถครับขับปีละ 1,000 กม ขับไปแถวไหนบ้างครับ ดูน่าสนใจมากครับ

EVO8 ครับ ซื้อมาตั้งแต่เป็นรถใหม่ใช้ในต่างประเทศแล้วเอากลับมาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนนี้รถอายุ 20 ปีแล้วครับ ส่วนมากเอาไปขับเล่นแถวบ้านไปมิตติ้งนานๆทีกับไปเซอร์วิสครับ
1 3 5
├┼┼╕
2 4 6 R

ออฟไลน์ Turin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,056
เห็นคลิปที่ไปดูรถสะสมของ ดร.ทิศพล
เค้าก้อเก็บในโรงรถแบบปกตินะครับ ไม่ได้ถึงขั้นติดแอร์ แต่มีลิฟท์ยกให้เก็บได้หลายๆคัน
แต่ก็เคยเห็นบางบ้านที่จอดในชั้นล่างของบ้านติดแอร์ตลอดเหมือนกัน
เคยมีโอกาสไปบ้านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง มีโกดังขนาดใหญ่ หลังคาสูงมาก น่าจะไม่ต่ำกว่า 6 เมตร ด้านหน้าเป็นบานเลื่อนกระจกติดฟิล์ม รอบๆครึ่งล่างเป็นกำแพงทึบครึ่งบน บนเป็นบานเกล็ด ผมเข้าไปเที่ยงๆ แดดจัดๆ ไม่ร้อนเลย .... ถึงกระนั้น RX8 ในโรงรถนี้ก็ยังคอนโซลแตก ถถถ

ออฟไลน์ Smith686

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,949
    • อีเมล์
          รถที่เคยผ่านการติดเครื่องยนต์และขับมาแล้ว  ต้องขับเป็นระยะๆนะครับ  ถ้าเคยขับมาแล้ว เอามาจอดทิ้งไว้เฉยๆไม่ขับแลยรถจะเสียนะครับ  ลูกยางต่างๆจะเสื่อมเร็วกว่ารถที่ขับตามปกติเสียอีก