ผู้เขียน หัวข้อ: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18  (อ่าน 2389 ครั้ง)

ออฟไลน์ IS

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« เมื่อ: มีนาคม 12, 2024, 12:54:34 »
สวัสดีเพื่อนสมาชิกครับ

พอดีความสนใจรุ่นนี้อยู่ อยากได้มือสองมาใช้งาน

หลักๆเฉลี่ยวิ่งวันละ 80-100 กม. ทำงานเซลล์ ไม่มีแบกของหนัก ส่วนใหญ่วิ่งใน กทม.

ปรึกษาดังนี้ครับ

1. ค่าอะไหล่ซ่อมแซมราคาเทียบกับรถญี่ปุ่นรุ่นไหนได้บ้างครับ และ ระยะเวลาการซ่อมความยากง่ายอื่นๆ
2. เนื่องจากใช้รถทุกวัน กรณีมีการเคลมอุบัติเหตุ อะไหล่ชิ้นส่วนตัวถังยังสามารถเบิกได้ใช่ไหมครับ
3. รถรุ่นนี้ หรือรุ่นที่ใกล้เคียงกันในแบรน Subaru มีปัญหาจุกจิกอะไรบ้างครับ
4. เรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ส่วนตัวไม่ชอบรถจุกจิกต้องเข้าอู่บ่อย หากซ่อมถึงสามารถใช้ยาวยาวได้หรือไม่ครับ
5. ปัจจุบันขับ FE TURBO RS ฟิวลิ่งการขับขี่ แตกต่างจาก FE เยอะมั้ยครับ

ขอบคุณสำหรับพื้นที่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2024, 13:00:55 โดย IS »

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,014
Re: SUBARU LEVORG มือ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 12, 2024, 13:01:06 »
ตอบข้อ 2. ครับ
ถ้าเก่าเกิน 15 ปี นับจากโมเดลนั้นMass Pro ไม่มีอะไหล่พวกเฟรมพาร์ทแล้วครับ

ออฟไลน์ Tien.W

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,257
    • อีเมล์
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 12, 2024, 14:20:10 »
อะไหล่ตัวถัง ผมเชื่อว่า ไม่มี ต้องรอเบิกจาก ญี่ปุ่น .. ขนาดพวก XV ประกอบมาเลย์ หลายชิ้นยังรอกันยาวเลยครับ แล้ว รุ่นนี้ขายไม่กี่คันเองครับ

เรื่องจุกจิก โดยพื้นฐานยี่ห้อนี้ไม่จุกจิกหรอก แต่ .. ถ้าจะมีก็ด้วยอายุอานามของมัน ต้องไปดูในคลับว่าเจออะไรกันบ้าง เช่น ตู้แอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า สมองเกียร์ ที่พวก XV / Forester ชอบเจอกันหลังแสนกม.

ฟิลลิ่ง การขับขี่ คงไม่ต้องห่วง ระดับ subaru ขับสี่ตลอดเวลา เหนือกว่า FE คนละเรื่องแหละ

แต่ .. ถ้าเอามาวิ่งทุกวัน วิ่งเซลล์ แนะนำว่า ไม่ควรเป็นคันหลัก ควรเป็นรถขับเล่นดีกว่า หรือ มีรถสำรอง ครับ

ออฟไลน์ IS

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 12, 2024, 14:54:20 »
อะไหล่ตัวถัง ผมเชื่อว่า ไม่มี ต้องรอเบิกจาก ญี่ปุ่น .. ขนาดพวก XV ประกอบมาเลย์ หลายชิ้นยังรอกันยาวเลยครับ แล้ว รุ่นนี้ขายไม่กี่คันเองครับ

เรื่องจุกจิก โดยพื้นฐานยี่ห้อนี้ไม่จุกจิกหรอก แต่ .. ถ้าจะมีก็ด้วยอายุอานามของมัน ต้องไปดูในคลับว่าเจออะไรกันบ้าง เช่น ตู้แอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า สมองเกียร์ ที่พวก XV / Forester ชอบเจอกันหลังแสนกม.

ฟิลลิ่ง การขับขี่ คงไม่ต้องห่วง ระดับ subaru ขับสี่ตลอดเวลา เหนือกว่า FE คนละเรื่องแหละ

แต่ .. ถ้าเอามาวิ่งทุกวัน วิ่งเซลล์ แนะนำว่า ไม่ควรเป็นคันหลัก ควรเป็นรถขับเล่นดีกว่า หรือ มีรถสำรอง ครับ

เคลียร์ ขอบคุณมากๆครับ 🙏🏻

ออฟไลน์ akewizard

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,623
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 12, 2024, 23:52:00 »
ตอบได้เป็นบางข้อคับ ผมไม่ได้มี levorg ไว้ขับเองแต่พอรู้จักคนในกลุ่มที่ใช้รุ่นนี้อยู่

ค่าบำรุงรักษา จะให้ง่ายสุดก็เทียบกับในค่าย Subaru ด้วยกัน ไม่น่าหนี XV Forester มากคับ ซึ่ง 2 รุ่นนี้ก็เทียบค่า Maintainance กับพวก Accord Camry อีกที
อะไหล่ตัวถังส่วนมากต้องเบิกนอกหมด รวมถึงพวกของแต่งด้วยหลักๆถ้าไม่เอาจากญี่ปุ่นก็จะมีจากไต้หวัน แต่ถ้าได้ connection เป็นคนที่นำเข้าของจากญี่ปุ่นให้ได้ ชีวิตก็จะสะดวกมากขึ้น
เรื่องความจุกจิกอันนี้ตอบยากนิดนึงเพราะกลุ่มผู้ใช้น้อย เลยไม่ค่อยมีเรื่องเล่าผ่านมาเข้าหูผมเท่าไหร่

การขับขี่แบบปกติ ผมว่าไม่ต่างกับ FE คับ ยกเว้นวิ่งตอนฝนตกน้ำนองๆแล้วยังอยากใช้ความเร็ว หรือตอนเล่นท่ายากหักซ้ายขวาเร็วๆ อันนี้บอกได้เลยว่าต่างชัดเจนตรงท้ายรถจะมั่นคงกว่า เพราะล้อหลังมันมีแรงขับเคลื่อนมาช่วยด้วย
แต่ผมมองว่า Levorg ไม่ใช่รถขับสนุกขนาดนั้นคับ แถมเครื่องเป็นแค่ 1.6 Turbo มันก็ไม่ได้แรงเว่อร์กว่ารถทั่วไปอะไร (ถ้าอยากขับสนุก ไปหา WRX หรือ XV ที่วางเครื่องเทอร์โบมาแล้ว เพราะบอดี้ 2 ตัวนี้มันขับคล่องกว่ารถทรง wagon อย่าง Levorg พอสมควร)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2024, 23:54:09 โดย akewizard »

ออฟไลน์ saran_1st

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 262
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 13, 2024, 14:35:53 »
1. ราคาอะไหล่และค่าแรงในศูนย์ประมาณ Mazda ครับ พื้นฐานแล้วรถไม่จุกจิก อะไหล่ช่วงล่างใช้ร่วมกับ XV ได้ (บูช ลูกหมากปีกนก ลูกหมากกันโคลง ยางรัดกันโคลง เบ้าโช้คอัพ ฯลฯ) ยกเว้นแต่ตัวโช้คอัพที่ไม่เหมือน
2. ผมยังไม่เคยชนนะครับ แต่น่าจะเบิกได้ไม่มีปัญหา รถรุ่นนี้ที่ญี่ปุ่นใช้กันเยอะมากๆ โดยเฉพาะแถบฮอกไกโด เยอะกว่าโตโยต้าอีกครับ
3. Levorg ตัวนี้ไม่แรงนะครับ เรี่ยวแรงแค่พอใช้ได้ ยิ่งกดติดบูสบ่อยๆยิ่งกินน้ำมันหนักเลย (8-9 โลลิตร) เพราะรถใหญ่เครื่องเล็ก แต่ถ้าขับชิวๆเรื่อยๆก็ประมาณ 11โลลิตร เกียร์ CVT ความเร็วต่ำค่อนข้างห่วยครับ ขับแล้วไม่เนียนเท่ายี่ห้อเจ้าตลาด ปัญหาอีกอย่างก็ออยเกียร์ชอบแตกกัน น้ำไปปนในน้ำมันเกียร์ต้องผ่าเพื่อฮอลเกียร์
4. พื้นฐานแล้วรถไม่จุกจิก ไว้ใจได้ครับ แต่ศูนย์บางที่ไว้ใจไม่ได้ครับ ผมไม่เผาผีด้วยเลย อยากทราบก็หลังไมค์มาได้ จะได้ห่างๆไว้ครับ
5. ผมไม่เคยขับ FE ครับ แต่ถ้าให้เทียบความกระฉับกระเฉง ผมให้ประมาณ รถ Camry เครื่อง 2.5

ข้อสำคัญที่ต้องรับให้ได้ หากจะเป็นเจ้าของรุ่นนี้ คือ ...

โช้คอัพของเดิมห่วยมากๆๆๆๆ ผมถอดปาทิ้งน้ำไปตั้งแต่ได้รถมาปีแรก เน้นว่าโจทย์ผมคือ จะใช้วิ่งทำงาน ใช้วิ่งรถส่งลูก นะครับ ไม่ใช่เอาไปซิ่ง
คือมันไม่สามารถซื้อมาแล้วใช้ทั้งเดิมๆได้ครับ ยังไงต้อง Trial & Error ซื้อโช้คแต่งใส่ซัก 2-3 ชุด กว่าจะเจอจุดลงตัวที่ชอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2024, 14:44:11 โดย saran_1st »
'95 Subaru Impreza EJ20 auto
'95 Subaru Legacy EJ25
'01 Subaru Impreza Bugeye GDB
'19 Subaru Levorg 1.6 GT-S

Long-term Review: Subaru Levorg 1.6 GT-S

ออฟไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,299
    • อีเมล์
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 13, 2024, 16:09:36 »
ผมสังเกตุเหตุผล และ ข้อกังวล เป็นเรื่อง อะไหล่ ความจุกจิก และ เรื่องการซ่อมบำรุงทั้งนั้น

ถ้าแบบนั้น ผมมองว่า ไปดูคันอื่นดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระ เวลาที่ต้องซ่อมจริงๆ

ผมเป็นคนนึงที่จะไปจอง LEVORG 1.6GTS ตัวก่อน

สุดท้ายไม่ได้รถ เพราะ สีที่อยากได้ไม่มี(สีน้ำเงิน) เลยต้องไปเอาตัวเลือกอื่นแทน

ถามว่า รถดีไหม ณ ตอนนั้นหาข้อมูล ปัญหา และ อื่นๆ ไม่มีนะครับ รถอาจจะยังใหม่อยู่ แต่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ตามแล้วว่า เป็นยังไง

แต่เหตุผลหลักที่ผมจะเอา LEVORG เพราะ
1. เป็นรถ wagon
2. เป็น ขับ4
3. เป็นรถเทอร์โบ (ที่ไม่ได้แรงอะไรเลย เผื่อใจไว้ด้วย)
4. เป็น ซู (ข้อสุดท้าย)

สังเกตุว่าผมไม่ได้รัก หรือ ชอบ หรือเป็น แฟนบอย ขนาดนั้น แค่ตัวรถ การใช้งาน และ สิ่งที่ผมอยากได้ มันมากองอยู่ที่คันนี้ แค่นั้น

ถ้ามีตัวเลือก FE ผมว่า ไป FE เลยครับ น่าจะจบที่สุดแล้ว ได้รถใหม่ ใช้ยาวๆ เลย

ออฟไลน์ saran_1st

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 262
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 13, 2024, 16:24:16 »
แต่เหตุผลหลักที่ผมจะเอา LEVORG เพราะ
1. เป็นรถ wagon
2. เป็น ขับ4
3. เป็นรถเทอร์โบ (ที่ไม่ได้แรงอะไรเลย เผื่อใจไว้ด้วย)
4. เป็น ซู (ข้อสุดท้าย)

ขออนุญาตสอบถามครับ ในกระทู้นี้น่าจะคอ Wagon กันหมด55
ด้วย Requirement แบบนี้ คลาดจาก Levorg แล้วไปจบที่ Volvo V60 หรือว่าพวก Audi Avant ครับ ใช้ดีไหมครับ  :)
'95 Subaru Impreza EJ20 auto
'95 Subaru Legacy EJ25
'01 Subaru Impreza Bugeye GDB
'19 Subaru Levorg 1.6 GT-S

Long-term Review: Subaru Levorg 1.6 GT-S

ออฟไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,299
    • อีเมล์
Re: SUBARU LEVORG มือ 2 ปี 16 - 18
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 25, 2024, 14:05:35 »
แต่เหตุผลหลักที่ผมจะเอา LEVORG เพราะ
1. เป็นรถ wagon
2. เป็น ขับ4
3. เป็นรถเทอร์โบ (ที่ไม่ได้แรงอะไรเลย เผื่อใจไว้ด้วย)
4. เป็น ซู (ข้อสุดท้าย)

ขออนุญาตสอบถามครับ ในกระทู้นี้น่าจะคอ Wagon กันหมด55
ด้วย Requirement แบบนี้ คลาดจาก Levorg แล้วไปจบที่ Volvo V60 หรือว่าพวก Audi Avant ครับ ใช้ดีไหมครับ  :)

ณ ตอนนั้น โจทย์ผม มันเป็นแบบนี้ครับ เพราะด้วยราคา รูปทรง มันได้

แต่ถามว่า ณ วันนี้ ยังจะเอาอยู่ไหม หรือ ตัวเลือกอื่นไหม

A4 Avant เล่นได้เลยครับ ส่วน V60 ผมเฉยๆ ครับ