โดยปกติ เราควรขายรถเรา ออกไปช่วงปีที่เท่าไหร่ดีครับ

Odrecranon

ผมเองชอบใช้รถสายรอง เพราะ ไม่ค่อยอยากซ้ำกับใคร และทำใจเรื่องราคาขายตั้งแต่ซื้อ และผมเองเข้าศูนย์ตลอด ยอมจ่ายแพงเพื่อความสบายใจ

ปีนี้ รถผมที่ใช้มาตั้งแต่เป็นนักศึกษา 2 คันคือ Ford Focus ปี 2007 กับ 2011 ช่วงล่างเริ่มไม่แน่ พอไปเข้าศูนย์ ต้องเปลี่ยนเพลาขับ ลูกหมาก และ shock absorber ปรากฏว่าไม่มีอะไร และสั่งไม่ได้แล้ว ผมเองก็อึ้งไป ว่าถึงเราพอจ่ายค่าซ่อมได้แต่ถ้าไม่มีอะไหล่ รถมันก็ขับต่อไม่ได้ โชคดีศูนย์แนะนำอู่เฉพาะ Ford ข้างนอก ถึงไม่ได่อะไหล่แม้ แต่ก็ถือว่าการขับขี่เป็นที่น่าพอใจ ทั้ง 2 คันต้องเปลี่ยนยางด้วย ผมหมดไปคันละ 6 หมื่นได้ กะว่าถ้าทั้ง 2 คันผ่านช่วง 4 ปีหลังจากนี้ไป ผมนะปล่อยน้อง ๆ ไปแล้ว

กลับมาดูรถอีก 2 คันที่ซื้อปี 2018-19 คือ V40 กับ Mazda 2  ผมเริ่มกังวลกับ V40 ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไรเลย ปีหน้าต้องเปลี่ยน  timing belt กับคงเก็บช่วงล่าง ช่วงนี้ในกลุ่มปล่อย V40 กันค่อนข้างมาก ผมเองเริ่มเอะในว่า หรือมันถึงเวลาแล้ว เรื่องค่าซ่อม ผม ok แต่ถ้าไม่มีอะไหล่ให้ซ่อม สำหรับ V40 น่าจะหาอะไหล่ใหม่ยากพอสมควร เพราะผมอยู่ต่างจังหวัดด้วย ส่วน Mazda 2 ไม่ค่อยห่วงครับ กะว่า CX3 ใหม่มาน่าจะ turn ไป

อีกล๊อทที่ผมกลัวสุด แต่ยังไม่ถึงเวลาคือ 2021 Q5  และ 2022 XC60  อันนี้ยังไม่ได้คิด แต่ในกลุ่มมีคนบอกว่าเตนท์ไม่รับซื้อ เพราะไม่รู้จะขายออกไหม ซึ่งผมว่าก็จริง

เลยเริ่มกลับมาคิดว่า จริง ๆ แล้ว สำหรับคนที่ชอบรถ และพอจะมีกำลังซื้อคันไหม ปีไหน ที่เราควรเริ่มคิดเรื่องที่จะขาย

ผมลองหาข้อมูล คร่าว ๆ คือ
1. รถแพง จุกจิก ปล่อยก่อนหมด waranty 5 ปี
2. รถญี่ปุ่น 5-8 ปี
3. รถราคาประหยัด 8 ปี

และควรเปลี่ยนก่อนรอบหนัก เช่น timing belt , ยาง หรือต่อประกัน

เพื่อน ๆ มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ



Nakrabb

คิดว่าแต่ละคนมีเหตุผลในการขายรถที่ต่างกันครับ
ส่วนตัวก็ขับรถแบรนด์รอง ทราบถึงราคาขายต่ออาจไม่ดีนัก จึงเน้นขับให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างน้อย 10 ปี ถึงจะเริ่มพิจารณาขายออกหรือไม่ก็ให้ญาติที่อยากรับต่อฟรี ๆ เพราะขายไปได้ราคาต่ำมากก็เสียดาย
เก็บไว้ดีกว่าเพราะเป็นคนใช้รถที่รักษาสภาพดีระดับหนึ่ง



frame@kk

สำหรับผมถ้าไม่ใช่รถคันหลักที่ชอบจริงๆ แล้วมีกำลังเปลี่ยนรถบ่อย จะขายคันนั้นตอนระยะเกือบๆ 2 แสนโลครับ
เพราะหลัง 2 แสนโลอะไหล่ชิ้นหลักๆมันจะเริ่มเสียต้องเปลี่ยนแล้ว อาจจะต้องมีชุดใหญ่ชุดเล็กก็ว่ากันไป
แต่ถ้าจะใช้ยาวผมก็ซ่อมช่วงระยะสองแสนกว่าๆนี่แหละครับ โอเวอร์ฮอลเครื่องเกียร์ไปใช้ต่อยาวๆ
เรื่องปีรถของผมไม่ใช่หลักใหญ่ครับ บางคันผม 5 ปีวิ่งจะสองแสนโลแล้ว หมดระยะวารันตีตอนแสนเก้า
ที่บ้านอยากเก็บไว้ก็เลยไม่ได้ขายครับ



off_033

ถ้ามีงบเปลี่ยนเรื่อยๆก็ 5 ปี หมดประกันก็ขายเลย

แต่ถ้ารถที่ซ่อมได้เรื่อยๆแล้วยังไม่เบื่อก็ใช้ไปได้ตลอดละครับ

ที่ผ่านมาผมขายปีที่ 8 เพราะอยากได้ใหม่  เรื่องราคาไม่ได้เอามาคิดเลย ได้เท่าไหร่เท่านั้นแหละ



Floppy-T

ผู้บริหารโตโยต้า เปลี่ยนรถทุก 3 ปี

ไม่ใช่ว่ามันใช้งานไม่ได้ แต่จากการคำนวณรอบด้านทุกมิติแล้ว ใช้ 3 ปี มูลค่าเสื่อม มูลค่าขายต่อ ถือว่าสูงที่สุด และใช้เวลาในการปล่อยง่ายที่สุด



wesborland

ของผม
1. เมื่อราคาขายต่อมันเริ่มจะต่ำกว่าเงินที่เราต้องการเอาไปดาวน์คันใหม่ ผมไม่ต้องการควักเงินเพิ่ม ดังนั้นผมต้องได้เงินเอามาดาวน์คันใหม่ ... ผมวางเงินดาวน์คันใหม่ต้องไม่น้อยกว่า 400k ถ้าราคารถผมลงใกล้เลขนี้แล้วก็เตรียมขายครับ
2. เริ่มเสียจุกจิก เริ่มซ่อมมูลค่าซ่อมมากกว่า 10000บาท/ครึ่งปี อนาคตมันจะมาเรื่อยๆ ช่วงล่าง เกียร์ แร็คพวงมาลัย มันมาเป็นชุดๆ
3. เริ่มเสียอาการปัญญาอ่อน ชวนรำคาญใจ ถึงค่าซ่อมไม่แพง แต่มันน่ารำคาญ เช่น ล็อครถไม่ได้ ปลดล้อคไม่ได้ ปัดน้ำฝนติดๆขัดๆ หัวฉีดน้ำล้างกระจกเริ่มฉีดไม่ค่อยออก ลำโพงดังก๊อกๆแก๊กๆ คอนโซลแผงประตูเริ่มกรอบ

เบ็ดเสร็จจบที่ 8-10 ปี หรือ 200,000กม. ครับ

ตอนนี้ถึงอายุแล้ว แต่โชคดีข้อ3. ยังไม่มาให้รำคาญใจ เลยจะยื้อต่ออีกครึ่งปี รอรถใหม่ปลายปีนี้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง



Tien.W

สำหรับผม ที่ใช้รถไม่เยอะ ก็จะราวๆ 10 ปีหน่อยๆ ไม่เกิน 15 ปี ครับ เพราะ

1. อะไหล่เริ่มหายาก เริ่มไม่มีให้เบิก แล้ว
2. ชิ้นลึกๆ ชิ้นราคาสูง ทยอยมาเรื่อยๆ
3. ซ่อมตรงนี้จบ เดี๋ยวตรงนั้นก็มา หรือ ชิ้นที่ซ่อมตั้งแต่ปีที่ 7 ก็จะครบรอบวนมาอีกแล้ว



เนื้อน่องไม่หนัง

ผมมองที่สภาพกับการใช้งานคตรับ
เพื่อนผม วิ่งประมาณ ปีละ 100,000 ขับปริมณฑลเข้า ใช้รับส่งลูกติดต่องานต่างๆด้วย ก็เปลี่ยนทุก 2 ปี ประมาณ 200,000 km หลังจากนั้นจะเริ่มจุกจิก และต้องวิ่งทางไกลเกือบทุกวัน เลยให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของรถ
จะขายก่อนหมดประกันก็โดนกดราคาเพราะวิ่งเยอะอยู่ดี ครบ 2 แสนก็เริ่มดูคันใหม่ ถ้ามีอะไรน่าจะรอ ก็รอดู แล้วเทิร์นคันเก่าไป
ถ้าใช้น้อย ผมคิดว่าประมาณ 4-5 ปีก่อนหมดประกันก่อนรุ่นใหม่เปิดตัว ไม่งั้นก็ขยับไป 5-10 ปีเลย ก่อนรุ่นถัดไปจะเปิดตัว ส่วนตัวรุ้สึคกว่า ตัวใหม่ออก ตัวเก่าราคาจะลงครับ

ของผมคือใช้ไปเรื่อยๆ จนรุสึกว่าเริ่มมีปัญหาจุกจิกมากๆ ที่รบกวนการใช้งาน หรือมีรถที่อยากเปลี่ยน
ถ้าใช้รถนอกกระแส ราคขายแย่อยู่แล้วครับ ถึงจะเตรียใจไว้แต่เจอราครขายก็จุกตลอด..

ถ้าไม่ได้เฉพาะทางมากๆ ผมว่าทุกรุ่นมีคนสนใจครับ ถ้าราคาได้




boogie2020

สำหรับผม แล้วแต่ว่าเป็นรถคันหลักหรือคันรองในบ้านอะคับ

รถคันหลัก 5 ปี ก็จะขายแล้วเปลี่ยนคันใหม่แล้วคับ  ผมไม่ได้สนใจว่าจะได้ราคาดีหรือป่าว  ผมสนแค่ รถคันหลักในบ้าน  ต้องห้ามเสีย ห้ามจุกจิก ห้ามงอแง ห้ามซ่อม  เวลาจะใช้งานมันต้องใช้ได้ 100%


ส่วนรถคันรองนี่แล้วแต่เลยคับ คันไหนชอบก็ใช้งานหน่อย เกือบ 10 ปี ก็มีคับ แต่ถ้าต้องซ่อมเยอะ มีปัญหาเรื่องอะไหล่ ก็จะเข้ารอบขายออกละคับ
-----------------------------------------------------------
There is no spoon
-----------------------------------------------------------



REX

ถ้าเป็นรถที่คนไม่ค่อนนิยม อะไหล่มันจะหายาก
จะต้องปล่อยเร็วหน่อย

ใช้รถมา เน้น ใช้ให้คุ้ม เอายี่ห้อ ญี่ปุ่น
ที่ปล่อยๆขาย ก็มี
1. toyota  soluna รุ่นแรก ปล่อยตอน อายุ 18 ปี
ไม่มีอะไร จุกจิกเลย นอกจาก ที่เปิดประตูแตกบ่อย
ปล่อยเพราะ ไม่มีที่จอด
2. Nissan tiida ปล่อยเพราะรำคาญ ตอน 6 ปี จุกจิก เดี๋ยว กลอนประตูหลังพัง เดี๋ยวเครื่องสั่น ซ่อมไม่หาย เลยปล่อยเทริน honda CRV gen 5 แทน ตอันนี้ ทนโคตร ยังใช้อยู่


ที่เหลือ ในมือ vios gen แรก20 กว่าปี อย่างทน ไม่งอแงเลย
Mitsu mirrage นี่ 10+ ปี  ซ่อมราคาถูกสุดๆ อะไหล่เพรียบ
ยังไม่ขาย เพราะใช้ดีอยู่
ถ้าเบื่อๆ อาจจะขายก็ได้



Symphonic

ผมคิดว่าคำว่า “ควร” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ดังนั้นคงเอาเป็นตัวเลขระยะทาง หรือ จำนวนปี เป็นหลักคงไม่ได้

ผมคิดว่าหลักที่ดีที่สุดคือความรู้สึกของตัวเราเอง
ที่ว่า ขายตอนที่รู้สึกสบายใจ ไม่รู้สึกเสียดายถ้าต้องขาย
และรู้สึกไม่สบายใจหรือกังวลใจที่จะใช้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ

ที่ให้คำตอบแบบนี้เพราะ รถบางรุ่นแม้อายุเยอะ ใช้งานมาเยอะ
แต่อะไหล่ยังหาไม่ยากและไม่แพง แบบนั้นถ้ารถยังวิ่งดีอยู่
จะขายทิ้งก็คงรู้สึกเสียดายกัน กลับกันถ้าใช้ไปก็กังวลว่าจะไม่มีอะไหล่
ให้ใช้ แบบนั้นถ้าขายแล้วโล่งใจกว่าก็ขายครับ