« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2026, 20:52:37 »
ผมขอตอบในฐานะ user ที่ไม่มีความรู้ในการซ่อมรถเองนะครับ
อาจมีมุมมองที่แตกต่าง แต่มีตรรกะแปลก ๆ
ข้อมูลอาจไม่ได้ update บ้างครับ
ครอบครัวผมเองใช้รถหลายกัน มี Volvo 3 คันคือ
V40, EX40 twin, XC60 T8
สำหรับผมพอใจกับรถทั้ง 3 คัน
ตัวรถไม่จุกจิก ไม่เคย service ก่อนรอบเช็คระยะ
ค่าอะไหล่เสื่อมตามรอบ ผมคิดว่ายอบรับได้
และ Volvo ยังเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่จะซื้อรถคันถัด ๆ ไป
ราคาขายต่อ อาจไม่ใช้ประเด็นหลักสำหรับผม ผมเองตีราคารถเป็นศูนย์ตังแต่วันที่ซื้อ
สิ่งที่ Volvo พลาดเมื่อ 10 ปีที่แล้วคือ product planning
การคาดการณ์ว่า BEV จะมาทดแทน ICE, HEV มันทำให้ไม่มีสินค้าใหม่ ๆ ที่คนจะซื้อในช่วงเวลานี้
เมื่อไม่มีการวางแผน และยอด BEV ไม่เติบโตอย่างที่คาดการณ์ รวมถึงภาษีใน US
ทำให้ทุกอย่างมันล้มเหลวไปหมด
ตัวอย่างใน US คนยังเลือก ICE, HEV เป็นหลัก ด้วยลักษณะ outdoor activity วันหยุด ระยะการขับที่ไกลระหว่างเมืองต่อเมือง
สุดท้ายอาจต้อง terminate EX40, EC40 ออกไปตามข่าว รุ่นที่เหลือขายคือ XC60, XC90 และเป็นเครื่อง B5 บางรัฐอาจมี T8
ด้วยงบประมาณที่มี Volvo ก็พยายามยื้อ model ที่ลากขายมากว่า 10 ปีออกไป
ด้วยการปรับภายน้อยเล็กน้อย, ขยายขนาดจอ และเพิ่ม sensors ให้ไม่ตกยุคไปมากนัก
สิ่งที่ผมดีใจคือ การขยายความจุแบตเตอรีในรุ่น T8 ให้มากกว่าเดิมเท่าหนึ่ง
้้เป็นที่เข้าใจกันว่าตัว brand เอง ไม่ได้ดึงดูดให้คนซื้ออยู่แล้ว
เพราะไม่ได้เน้น driving dynamic หรือ flashy designs
ดังนั้นสัดส่วนยอดขาย ถึอว่าน้อยมาก ๆ
แต่จุดที่ Volvo ซื้อผมได้คือความเรียบง่าย และความปลอดภัย
แม้ว่าในปัจจุบัน รถที่ขายทั่วไปมันทำได้ดีกว่ามาตรฐานไปมากแล้ว
อย่าง EURO-NCAP รถจากจีน เข้าไปอยู่ในตำแหน่งบน ๆ เยอะพอควร
สิ่งที่ผมยังเชื่ออยู่ใน ในวันที่ผมมีอุบัติเหตุหนัก ๆ เงินที่ผมจ่ายเพื่อซื้อรถคันนัันจะเป็น Volvo
ผมเชื่อว่าผมจะรอด และคนที่ร่วมเหตุการณ์กับผมจะปลอดภัย
ในไทย เดือนที่มา ผมเอา T8 ไปเช็คระยะ
สิ่งที่พบคือ SA ออกไปหมดเลย เหลือ senior 2 คน ที่ผมเห็นเข้าตั้งแต่ที่บ้านเริ่มมี Volvo คันแรกเข้ามา
ทำที่ผมทราบคือ เดือนที่ผ่านมา มีรถใหม่ออกเพียง 5 คัน ขนาดมี stock clearance programmes
ผมเองคิดว่า เพราะสภาพเศรษญกิจ รวมถึงมุมมองคนรุ่นใหม่ที่อาจมองรถเป็นพาหนะ มากกว่าความรู้สึกกับผมที่มากกว่านั้น
ลำพังผมว่าโชว์รูมอยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมเข้าใจว่ารายได้ของโชว์รูมส่วนใหญ่มาจากการ service
แต่การที่ Volvo จะเน้นขายแต่ BEV จะเอากำไรจาก service จากไหน
EX40 ของผมรอบแรกหมดไป 2 พันกว่าบาท เทียบกับ V40, XC60 รอบละหมื่่น
มันก็ทำให้โชว์รูมต้องมาเสนอ options ล้างแอร์ น้ำยาสารพัดต่าง ๆ ซึ่งผมรู้ แต่ผมก็อยากช่วยให้โชว์รูมยังอยู่ต่อ ผมก็เอาหมด
บ้างผมเอง เคยทำโชว์รูมรถมาก่อน ทำให้ผมพอเข้าใจอะไรบ้าง
มุมมองของผมต่อ topic กระทู้นี้คือ
ผมเองมองว่าเป็นไปได้ที่อาจจะเหลือ showroom เฉพาะหัวเมืองใหญ่ และมีหลัก ๆ ในกรุงเทพ 2-3 ที่ คล้าย ๆ Audi(ผมเองก็มี Q5 TDI)
ด้วยทุกอย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้น
แต่ถามว่า brand นี้จะหายไปไหม ผมว่าไม่ เพราะยังมี back up อย่าง Geely อยู่
และมันก็ขายได้เงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ (เอาเท่าที่ไหว)
ผมมองว่า คนที่จะซื้อ Volvo เขาจะไม่ใช้ user ทั่วไป
มันมีกลุ่มของมัน และผมก็จะ support เขาครับ
ผมยังมองว่า การให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ใส่ใจเรื่องสรีระการนั่ง การผ่อนคลายจากความเครียดหลังทำงาน
มันคือสิ่งที่ผมจะทำ ถ้าผมมีแบรนด์รถเป็นของตัวเอง(ในฝัน)
ส่วนเรื่องราคาอะไหล่ คงแพงจริงครับ
แต่ตามหลัก demand and supply
ตัวเลือกมันน้อย, OEM น้อย ก็ไม่มีทางเลือกครับ ต้องยอมจ่าย
ผมก็ต้องยอมรับ จะมาสายรองแล้ว เงินต้องถึง (รับงานรัว ๆ ครับ)
PS
ส่วนเรื่องที่ไฟไหม้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องโชคร้ายจริง ๆ
เท่าที่ทราบในไทย มี 3 รุ่น EX30, V60, XC60
EX30 น่าจะถูกสคบ pause การจำหน่ายไปแล้ว
ปัญหาน่าจะเป็นที่ supplier battery
เท่าที่ผมทราบมีแค่ lot เดียว และมี 2 cells ที่มีปัญหา
แต่ VCT รับผิดชอบได้ดี ที่เปลี่ยนให้ เหมือนจะมี 10% ของลูกค้าที่ไม่ยอมเปลี่ยน
ที่เหลือผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาทั้งรถ และ user
ทาง VCT เลยอาจยังไม่แถลง หรือปล่อยให้เรื่องเงียบไป
เพราะน่าจะ deal กับลูกค้าได้แล้ว
สมมติว่าคันหนึ่งเจอน้ำท่วม แล้วไปเปลี่ยนเครื่องหัวตัด อีกคันหนึ่งไป tweek software ปลดความเร็วกับเพิ่ม function polestar
มองในมุม VCT ถ้าแถลงว่า ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาของลูกค้า ผมว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม เพราะกระแสตอนนี้ VCT มันติดลบไปแล้ว
ปล่อยไปเงียบ ๆ อาจจะดีกว่า ในมุมมองผม