โพสนี้ ก็เป็นโพสชวนคุยแนวเล่าประสบการลุยน้ำของผมเองนี่ล่ะครับ ที่ บ้านอยู่สายไหม ลุยน้ำสูงต่อเนื่อง เช้า-เย็น เพื่อไปทำงานและเข้าบ้าน ด้วย CX3 ที่ใครๆก็คิดว่ามันสูง(กว่ารถยนต์นั่งทั่วไป)
ต้องเล่าย้อนหลังไปก่อนไกลเลยถ้าใครเป็นสมาชิคบอร์ดเรามานาน ผมเคยเอา D-max ไปลุยน้ำช่วยน้องแมวที่อยุธยากับหมอทอม สมาชิคในบอร์ดเรามาแล้วเมื่อปี 54 ซึ่งผมโพสรูปไว้ในบอร์ดลองค้นดูนะครับ แต่สิงนึงที่ผมไม่ได้เ่ล่าหลังจากเหตุการ "ลุยน้ำ" ในครั้งนั้น ว่า เอาไปลุยขนาดนั้นเนี่ย ต้องกลับมาซ่อมอะไรบ้าง ... เดียววันนี้ จะเล่าให้อ่านครับ
และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมลุยน้ำสูงใน กทม เหตุการซ้ำแบบปี 54 (หมายถึงการลุยน้ำสูง) แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่รถกระบะสูงๆ แต่มันคือเก๋งบ้านๆนี่แหละ
หลังจากที่ผมลุยน้ำไปปี 54 ด้วย D-max หลังเหตุการช่วยน้องแมว หลังจากนั้นไม่นานน้ำเหนือก็ไหลบ่ามาถึง ลำลูกกา สายไหม รามอินทรา และนั่นคือหนังชีวิตที่ไม่ได้เล่า D-max คันเดิมของผมก็ยังมาลุยน้ำให้ผมย้ายข้าวของจากบ้านลำลูกกา หนีน้ำไปรามอินทรา และก็ลุยไปๆมาๆ เป็นเดือนๆ
พอน้ำแห้ง อะไรพังบ้างล่ะ ... บอกเลยช่วงล่างทั้งหมดเลยครับ
1.ลูกปืนล้อ 4 ล้อ ถูกน้ำล้างจารบีออกไปหมด ต้องเปลี่ยนลูกปืนล้อ
2.เฟืองท้าย น้ำเข้าซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเข้าไปทั้งแต่เมื่อไร แต่ฝืนวิ่งจนมันหอน ถึงมารู้มีหลังว่า ในเฟืองท้าย มีแต่น้ำ ถ้ายน้ำมันออกมาเป็นสีชาเย็นไปแล้ว
3.ระบบเบรค สนิมกิน คาริบเปอร์เบรคตาย กดเบรคแล้วไม่คาย ส่วนดรัมหลังสนิมกินด้านใน ลูกสูบดันก้ามเบรคตายเพราะน้ำเข้า
และนั่นแหละครับ เสียเงินซ่อมไปชุดใหญ่ จากการลุยน้ำ .... แต่ทำไมเครื่อง เกียร์ผมไม่เป็นอะไร ...ต้องบอกว่า ตอนลุยน้ำคัน D-max ผมเครื่อง 2JZ นะครับ ลุยน้ำสบาย เพราะผมลุยไม่แรง ค่อยๆดัน และเครื่องผมไม่ได้ใส่กรองเปลือย ผมเอาเครื่อง JZ วางแต่กรองอากาศใช้ของเดิมติดรถ มันเลยรอดจากน้ำสูง
ตัดกลับมาปี 69 น้ำมาอีกแล้ว อุตส่าย้ายหนีมาจากลำลูกกา มาจมต่อที่สายไหม น้ำท่วมสูงมาก ทั้งฝั่งถนนสุขาภิบาล5-สายไหม ไปทางไหนก็เจอน้ำครับ ช่วงนี้ มาสด้า 3 จอดไม่ได้ขยับเลยตลอด 1 อาทิตย์จากน้ำที่ท่วม แต่ก็ต้องเอา Cx3 ลงเพราะสูงที่สุดในบ้านแล้ว แต่สูงที่ว่าเนี่ย ก็ชายประตู โดนรถวิ่งสวนมากระแทกน้ำใส่ รถก็ลอยข้ามไปอีกฝั่งทันที หวาดเสียวมาก (และก็เปิดกระจกตะโกนให้กล้วยมันไป 1 หวีด้วย)
ทำไมรอดมาได้ ก็มุขเดิมครับ ค่อยๆดัน ท่อไอเสียจมน้ำไม่กลัวครับแต่อย่าเข้ากรองอากาศพอ วิ่งช้าจนคันหลังด่าแม่ แต่ทำไงได้ CX3 ไม่ใช่ Swift ครับ 5555
ทีนี้มาว่ากันถึงผลกระทบหลังน้ำลด ...
1.เบรคดังคลืดๆ ตลอด เวลาเบรค ปล่อยเบรค เสียงคล้ายผ้าเบรคเปียกแล้วเบรคอะ แต่ตอนนี้มันแห้งแล้ว ก็ยังดังอยู่ ตอนนี้สงสัย คาริบเปอร์เบรคแล้วครับว่า ลูกสูบมันจับดีไหมหรือมันตายไปแล้ว
2.พวงมาลัยเวลาหมุน มันไม่ลื่น ไม่สมูทเหมือนเดิม ..เหมือนมันจะเด้งกลับ รู้สึกว่ามันต้านมือมากขึ้น (หรือผมคิดไปเอง) เวลาหมุนสุดเพื่อกลับรถ เหมือนมันมีจังหวะขัดๆเล็กๆ ทั้งซ้ายและขวา ก็สงสัยอยู่ว่าน้ำคงเข้าแล็คไปแล้วมั้ง
3.เสียงท่อเปลี่ยนไปเลย ... อาจจะน้ำที่เข้าท่อ ทำให้ใยด้านในเปียกน้ำไปแล้ว ตอนนี้สต๊าทตอนเช้า เสียงท่อดัง บรอออออ ... จากทุกทีที่มันเงียบไม่มีเสียง กลายเป็นรถทำท่อไปแล้ว
4.ปีกนกหน้า เวลาขึ้นลูกระนาดหรือจังหวะเด้งขึ้นลงแรงๆ จะดังอ๊อดแอ๊ดๆ ทั้งซ้ายขวา อันนี้เดาว่าจารบีที่หล่อลื่นลูกยางปีกนกน่าจะไปตามน้ำแล้ว มันเลยเป็นลูกยางเสียดสีกับเหล็กตรงๆ ดังตลอดไม่หายเลย
สรุปตอนนี้ยังไม่ได้ซ่อมอะไรครับ รอจังหวะหาอู่เช็คให้อยู่แต่ คงต้องรอเรื่องน้ำให้นิ่งกว่านี้ก่อน
เล่ามาซะยาว ใครลุยน้ำมา และรถเป็นยังไงบ้าง เล่าสู่กันฟังครับ
