ผู้เขียน หัวข้อ: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี  (อ่าน 47770 ครั้ง)

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 21:36:08 »


       สวัสดีครับ ผมเป็นมือใหม่หัดรีวิวครับ และนี่ก็เป็นรีวิวครั้งแรกของผม ผิดถูกยังไง ขออภัยนะครับ
เจ้า Audi คันนี้ ผมซื้อมือ2มา และใช้จนถึงทุกวันนี้ จนเพิ่งนึกได้ว่า ปีนี้ มีอายุครบ 20 ปีพอดี (เป็นปู่ซะแล้ว)

สี่ห่วงรุ่นนี้ เป็นรุ่น A4 ซึ่งพัฒนามาจาก Audi 80 ครับ โดยมีรหัสโฉมคือ B5 ครับ
A4 B5 เริ่มผลิตตั้งแต่ ปี 1994 และเลิกผลิตปี 2001 ซึ่งในสมัยนั้น
ทางประเทศไทยได้นำเข้าจากเยอรมันมาจำหน่ายในไทย
โดยมีเครื่องให้เลือก 2 รุ่นหลักๆ คือ 1.8 และ 2.4
ต่อมา Minor change ได้มีเครื่องใหม่มาเพิ่ม คือ 1.8 n/a , 1.8 Turbo และ 2.4 30Valve

เครื่องยนต์




รถผมเป็นเครื่องยนต์เบนซิน
แบบ 4 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว (5 วาล์วต่อสูบ) DOHC ฝาสูบอัลลอยน้ำหนักเบา
ปริมาณกระบอกสูบ : 1781 cc.
แรงม้าสูงสุด : 125 bhp @ 5800 rpm
แรงบิดสูงสุด : 173 Nm. @ 3950 rpm
ระบบขับเคลื่อน : Front Wheel Drive
เกียร์ : 4 Speed พร้อม DSP (Dynamic Shift Program)
ควบคุมการเปลี่ยนอัตราทดและโปรแกรมการทำงาน ตามสภาวะการขับขี่

* เพิ่มเติมส่วนเกียร์ครับ *
ไม่รู้ว่ารถอื่นเป็นรึป่าวนะครับ แต่ที่ผมชอบคือ เหมือนมี Comfort / Sport Mode โดยที่คุมจากการเหยียบคันเร่งครับ

Comfort mode

-> กดคันเร่งเบาๆ ให้รอบไหลไปเอง ไม่เกิน 2,000 rpm ก็ทดเกียร์ให้ ขับไม่ถึง 50 km/h ก็ไปถึงเกียร์ 4 แล้วครับ

Sport mode

-> กดคันเร่งหนักและลึกหน่อย 4,000 rpm ถึงจะทดเกียร์ให้
-> ขณะขับ เมื่อกดคันเร่งลึก แล้ว ปล่อย มันจะ Hold เกียร์เดิมไว้ให้ ประมาณ 3-5 วินาที เผื่อที่เราจะกดคันเร่งต่อโดยไม่เสียจังหวะครับ

อัตราเร่ง 0–100 Km/h :  ทำได้ 12.1 วินาที (อ้างอิงจากใบสเปคคับ ยังไม่เคยจับจริง)

Top Speed :  200 Km/h (จากใบสเปคเช่นกัน)





ช่วงล่าง : 4-Link Suspension , โช๊คและคอยสปริง มีปีกนก กันโคลง ฯลฯ แบบรถทั่วๆไปครับ
เบรก : Disc Brake 4 ล้อ พร้อม ABS , EBV (กระจายแรงเบรก) และ Brake servo (อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงเบรก)
ล้อเดิม เป็นล้อกะทะ ขนาด 15 นิ้ว
แต่ปัจจุบัน อยากหล่อครับ เลยจัด ขอบ 17” สี Hyper Silver เข้มๆขรึมๆ
ขนาดล้อ : 7.5 J x 17
ขนาดยาง : 225/45 R17


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2016, 21:46:23 โดย Poom Prakasit »

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 21:38:49 »
คู่มือและ Service Book ครบครับ แต่คู่มือมีแต่ภาษาปะกิต ^^



ตัวรถ เนื่องจากมีอายุอะนาม 20 ปี บวกกับ ผมเองไม่ค่อยได้ดูแลรถครับ ย่อมมีรอยขูดขีดบ้าง

ด้านหน้า



ด้านข้าง



อีกข้างละกัน ^^




ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 21:47:43 »
การเข้า-ออกประตู ฝั่งประตูคนขับ



เข้าได้สบายๆครับ ประตูก็เหมือนรถยุโรปทั่วๆไป
มี 2 ล็อก เปิด กว้าง กับ กว้างงงมากกก แทบจะ 90 องศากันเลยทีเดียว
แต่เข้ารถลำบากเวลาจอดในที่แคบครับ เปิดกว้างมากไม่ได้ ติดพุงผม 5555



เบาะคู่หน้า เป็นเบาะหนัง ปรับระดับ แบบ อัตโน ”มือ” ทั้งหมดครับ
เบาะสามารถปรับได้ 3 ทิศทางปกติครับ
1.ยก สูง-ต่ำ ได้
2.เลื่อนขึ้นหน้า-ถอยหลัง
3.ปรับพนักพิงหลังครับ



อีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ พนักพิงศีรษะครับ ไม่ถึงกับสบายมาก แต่...
มันสามารถ ปรับ ขึ้นลง ตามส่วนสูงของคนนั่ง และที่สำคัญ
มันสามารถ ปรับ ที่ ดันศีรษะ ได้ ตามเราชอบครับ

ดันสุด



ไม่ดันเลยย แค่ พิง



การเข้า-ออกของผู้โดยสารเบาะหลัง





เนื่องจากประตูหลัง เล็กไปหน่อย (ประตูรถนะครับ) และ เสา C ที่ลาดลงมา
ทำให้คนตัวสูงๆ ต้องก้มตัวตอนเข้า-ออกบ้าง

การนั่งเบาะหลัง  (ผมสูง 175 cm. หนัก 75kg.)
เมื่อเบาะหน้าถูกปรับแบบคนสูง 175 ขับ พื้นที่เบาะหลังจึงดูแคบไปหน่อย แต่ก็ถือว่าโอเคครับ
นั่งได้พอดีตัว แต่ถ้าผมนั่งทางไกล คงต้องลงไปยืดเส้นยืดสายทุกๆ 300 Km. ครับ ไม่งั้นเหน็บกินแน่



คานกลางตัว จะมีที่เขี่ยบุหรี่ โดยมีฝาปิดไว้
และมี ช่องเสียบสาย VAG-COM ไว้เช็คค่า ตั้งCode ลบFault ต่างๆครับ
(ประมาณว่า คล้ายกับหมอ ถามอาการคนไข้ครับ )



มาดูรายละเอียดภายในกันครับ
เริ่มจากประตูคนขับกันก่อนเลย

สังเกตุดูจะไม่มีปุ่มล็อกประตูใช่มั้ยครับ
การล็อกประตู -> ทำได้โดยการ กดที่ตัวล็อกทางด้านขวาของประตูคนขับครับ ระบบจะล็อกประตูทุกบาน
การปลดล็อกประตู -> ง้างที่เปิดประตู 1 ครั้ง เพื่อปลดล็อกปะตูทุกบาน แล้วง้างอีกครั้งเพื่อเปิดประตูครับ
(ตัวLineสูงกว่านี้ จะมีปุ่มกด Lock/Unlock มาให้ครับ)



ที่จับประตูฝั่งคนขับ มีตัวปรับกระจกมองข้าง และ คุมกระจกทั้ง 4 บานครับ
1.   กระจกมองข้างเป็บแบบ ปรับไฟฟ้า แต่ พับด้วยมือครับ
2.   กระจกไฟฟ้า 2 บานคู่หน้า เป็นแบบ Auto ครับ ส่วน 2 บานคู่หลัง ขอเรียกเป็น Semi-Auto ได้มั้ยครับ
       กล่าวคือ บานหลัง กดลงเป็น Auto แต่ถ้าจะกดขึ้น ต้องกดขึ้นค้างครับ
3.   มีตัวบล็อกการใช้งานบานหลังเหมือนทั่วๆไปครับ



ระบบกระจก เป็นระบบ Jam Protection ทั้ง 4 บานครับ เมื่อมือ หรือ คอ ! ไปติด
กระจกจะหยุดเลื่อนแล้ว ลงเองครับ (อธิบายไงดี ลองดูใน Clip ดีกว่าครับ)



ซึ่งบานหลัง จะลงสุดได้ ประมาณ 80% ครับ จะไม่ลงสุด



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2016, 21:49:01 โดย Poom Prakasit »

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 21:56:12 »
เจ้า A4 คันนี้ เป็นเบาะหนังทั้งคัน และ มีลายไม้  Walnut  รอบคันครับ



พวงมาลัย เป็นแบบ 4 ก้านครับ
มัลติฟังชั่นก์ อยู่เพียงแค่ปลายนิ้วมือครับ ใช้มือเอื้อมกดเอง ไม่ได้อยู่ที่ พวงมาลัยแต่ย่างใด ^^
ส่วน ก้านไฟเลี้ยว จะอยู่ด้านซ้าย และ ก้านสวิชต์ปัดน้ำฝน จะอยู่ด้านขวา แบบรถยุโรปทั่วๆไปครับ



ด้านซ้ายของพวงมาลัย จะมี 2 ก้านครับ คือ
1. ก้านไฟเลี้ยว       -> เปิดไฟซ้าย-ขวา , พลักไปคือเปิดไฟสูง , ดึงเข้าหาตัว คือ Dip ไฟสูงเฉยๆ
2. ก้านสวิชต์ไฟหน้า -> ดันขึ้น 1 ตำแหน่ง คือ ไฟหรี่ , ดันขึ้นอีกตำแหน่ง คือ ไฟหน้าปกติ (ในรูป ก้านอยู่ที่ตำแหน่งไฟหรี่ครับ)



เมื่อเปิดไฟแล้วก็จะเป็นแบบนี้ครับ
ผมเปลี่ยนไฟหรี่เป็น LED ขั้ว T10 สีขาวนะครับ
ไฟใหญ่เป็น Xenon 6000K ครับ ส่วน ไฟสูง เป็น Halogen ปกติ





ด้านขวาของพวงมาลัย เป็น ก้านสวิชต์ปัดน้ำฝนครับ
การใช้งาน ก็ปกติครับ
ดึงเข้าหาตัว -> ฉีดน้ำและปัดกระจก
ดันลง -> ปัดกระจกเฉยๆ ไม่มีน้ำออกครับ
ดันขึ้นตำแหน่ง I -> ปัดแบบหน่วงเวลาครับ 4 วินาที ปัดครั้ง
ดันขึ้นตำแหน่ง II -> ปัดความเร็วปานกลาง
ดันขึ้นตำแหน่ง III -> ปัดเร็วสุด (ตีดัง ปับ ! ปับ ! ปับ ! เลยครับ) มันตีกะขอบกระจกอะครับ  อิอิ



มาดูกุญแจกันครับ...กุญแจธรรมดาๆ เป็นแบบ Smart  “ไข”  Access ครับ
เพียงแค่คุณเดินเข้าใกล้ตัวรถ แล้วเอากุญแจ ไข ก็จะเปิดประตูเข้ารถได้ อิอิ



กุญแจ มาพร้อม ระบบ Immobilizer ครับ รถอายุ 20 ปี...มีงี้ด้วย !
แรกๆผมไม่รู้เรื่อง ไปปั๊มดอกปลอมมาครับ  สตาร์ทติดปุ๊บ...ดับเลย  -_-“
สัญลักษณ์อิมโม ถ้าไม่ดับ ก็สตาร์ทไม่ติดครับ



มาดูหน้าปัดมาตรวัดกันครับ ธรรมดาๆ ไม่มีจอ หรือ เรืองแสงแต่อย่างใด
บิดกุญแจมา ไฟสัญลักษณ์ ก็ขึ้นกันยังกะดอกเห็ดผุดจากดิน แล้วก็ค่อยๆหายไป จึงจะสตาร์ทครับ



มาตราวัด จากซ้าย นะคับ
-   วัดรอบเครื่องยนต์ Redline เริ่มที่ 6,300 รอบครับ ในวง จะมี นาฬิกา Analog ซ้อนอยู่
-   วงเล็ก 2  วงข้างบน วงซ้ายเป็น อุณหภูมิหม้อน้ำครับ วงขวาเป็น ปริมาณน้ำมัน (เดี๋ยวมาว่ากันเรื่องซดๆท้ายๆรีวิวนะครับ อิอิ)
-   ตรงกลาง รุ่น 2.4 จะเป็น จอ LCD แบบรถสมัยใหม่เลย แต่ของผมรุ่น 1.8 ก็ตามนั้นครับ มันจะดังเตือนเมื่อ
        น้ำมันแตะขีดแดง , น้ำมันเบรกพร่อง , น้ำหม้อน้ำหายหรือร้อนเกิน , นมค.พร่อง และ บอกตำแหน่งเกียร์ครับ
-   มาตรวัดความเร็ว บอกความเร็วถึง 260 ดุเดือดดีจริง แต่เอาเข้าจริง อัดเต็มๆ น่าจะได้ซัก 220 Km/h ครับ (ยังไม่เคยลอง)
        ด้านล่าง เป็นดิจิตอลบอก Trip ครับ

เมื่อยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า
หน้าปัด มีไฟสีออกแดงๆส้มๆครับ โดยรวม ไม่ค่อยมีแสงล่อแมลงครับ




ต่อมา คอนโซลกลาง
ทั้งคันมีช่องแอร์ 5 ช่องครับ กลาง 3 ช่อง ข้างๆ ข้างละ 1 ช่องครับ
ถัดลงมา มีสวิชต์ ไฟตัดหมอกหลัง , ไล่ฝ้า , ไฟผ่าฉุกเฉิน และก็มี ช่องเก็บของครับ
(ขอเรียกเป็นช่องเก็บ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจดีกว่าครับ มีแต่เหรียญพระ ! 5555)
ถัดลงมา เป็นเครื่องเล่น CD DVD USB บลาๆๆ
ถัดมาก็ จอแอร์ ครับ

ระบบแอร์เป็น แอร์ Auto มีฮีตเตอร์ให้ครับ หน้าหนาวปรับอุณหภูมิสูงๆหน่อย ก็อุ่นดีครับ แต่ตอนนี้ผม By pass มันไปแล้ว
เกียร์ ก็ระบบ ลากขึ้น-ลงทั่วๆไปครับ มี P R N D 3 2 1
-   ไม่สามารถเอากุญแจออกได้ หาก ไม่อยู่ในตำแหน่ง P ครับ
        (ผมยังไม่ได้ไปทำ รู้สึกดู VIP ต้องจอดในช่อง จอดข้างทางขวางไม่ได้ 555 แต่เวลาไม่มีที่จอด มีหงุดงิดนิดๆนะฮะ ^^)
-   จะไม่สามารถสตาร์ทรถได้ ถ้าเกียร์ไม่อยู่ที่ ตำแหน่ง P หรือ N



จอแอร์



จอด้านซ้าย เป็นการปรับ อุณหภูมิ และ ปุ่ม A/C (รูปเกล็ดหิมะ) ครับ

จอด้านขวา เป็นการปรับ แรงลม , ทิศทางของแอร์ และ การหมุนเวียนอากาศครับ
ปุ่ม ลูกศรขึ้น คือ ให้แอร์พุ่งขึ้นกระจกครับ
ปุ่ม สี่เหลี่ยมแล้วมีก้อนๆตรงกลาง คือ ให้แอร์ออกตรงคอนโซลกลางครับ
ปุ่ม ลูกศรลง คือ ให้แอร์เป่าลงเท้าครับ
หรือจะ กดให้มันออกส่วนนั้น 2 ส่วนก็ได้ แต่ผมชอบ Auto ครับ

การใช้งานก็ กด (+) , (-) ตามปกติครับ
ปิดแอร์ก็ กด (-) จนขีดพัดลมหายไปครับ เปิดก็ กด (+) บวก หรือ AUTO ก็ได้ครับ

ทั้งนี้ สามารถปรับให้มันรายงานเป็น องศา ‘C หรือ องศา ‘F ก็ได้ครับ -> เพียงกด ปุ่มหมุนเวียนอากาศ แล้ว กดปุ่ม (+) อุณหภูมิ

แต่ทว่า....จอแอร์ ไม่ได้ทำงานแค่เปิด/แอร์เท่านั้น มันยังสามารถ รายงานค่าต่างๆได้ด้วยครับ
เช่น รายงานค่าความเร็วเป็นดิจิตอล , รอบเครื่องยนต์เป็นดิจิตอล , ค่าอุณหภูมิภายนอก ฯลฯ
ทำได้โดยการ กดปุ่มหมุนเวียนอากาศ แล้ว กดปุ่มลูกศรขึ้น มันจะมี Code มาครับ เยอะมาก
โดยการกดปุ่ม หมุนเวียนอากาศ แล้วกด ปุ่มลูกศรขึ้น แล้วไล่ Code ที่ต้องการครับ



ตัวอย่าง ผมจะกด ดูรอบเครื่องยนต์ ที่ Code 28 ครับ กดปุ่ม หมุนเวียอากาศเพื่อ OK
 (ลองสังเกตุที่มาตรวัดรอบเครื่องด้วยนะคับ) รอบเครื่องตอนนี้อยู่ที่ 780 rpm ครับ



มาดูประตูหลัง เอ้ย ฝาท้ายกันบ้างครับ
ฝากระโปรงท้าย A4 คันนี้ ไม่สามารถเปิดไดจากในรถครับ
ต้องมากดปุ่มที่ท้ายรถ บริเวณใต้โลโก้ห่วงๆครับ แล้วยกขึ้นเอง เพราะ ผมยังไม่ได้เปลี่ยนโช๊คฝาท้าย หนักจิงคับ



พื้นที่เก็บสัมภาระ
ก็พอได้อยู่ครับ ความจุ 440 ลิตร
เคยเอาไปขนกระถางต้นไม้ ขนถุงดิน 6 ถุง ต้นไม้ ฯลฯ ท้ายห้อยเลย แต่คุณปู่ก็ยังไหวครับ
อ้อ ลืมบอกไปครับ เบาะหลังคันนี้ พับไม่ได้นะครับ ถ้ารุ่นสูงบางคันพับได้ครับ
ผมไม่ได้ติด Gas นะครับ เลยไม่มีถังแก๊ส ขนของได้สบายๆ ^^



ซึ่งท้ายรถมีอุปกรณ์ติดรถยามฉุกเฉินไว้ให้ครับ เป็นแม่แรงกับอุปกรณ์พวกประแจ
ตัวขันน็อตล้อ ไขควง ทุกอย่าง Made in Germany ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2016, 21:54:20 โดย Poom Prakasit »

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2015, 22:08:22 »
มาถึงช่วงการขับขี่ การใช้งานจริงแล้วครับ

เจ้า A4 คันนี้ เป็นรถขนาดไม่ใหญ่ครับ ถ้าจะเทียบกันก็ BMW 3 Series กับ Mercedes-Benz C-Class ครับ
ซึ่งในยุคนั้น เห็นจะมีคู่แข่งก็คือ BMW E36 นกแก้วรุ่นฮิตขวัญใจวัยรุ่น กับ Merc C-Class W202 ครับ
อย่าหาว่าผมลำเอียงนะครับ ผมชอบการออกแบบของ A4 B5 มากกว่า คู่แข่งทั้ง 2 ยี่ห้อ ตามพี่ท่านนึงบอกเลย อิอิ
ด้วยความ โค้งมน และหล่อเท่ แบบโมเดิร์น ของตัวมันเอง



ตูดกระดก เหมือนตูดเป็ด เป็นเสนห์อย่างหนึ่ง ที่ผมคิดว่า ทำให้มันดูไม่แก่ แม้จะ 20 ปีแล้วก็ตาม
(เหมือนอวยรถตัวเอง 555)



การขับขี่

ขับดีครับ มุดในเมืองได้ ช่วงล่างแน่น ไม่ย้วยครับ ล่าสุดผมเพิ่งเปลี่ยนโช๊ค กับ สปริงโหลดมา
มันเลยเกาะถนนมากขึ้นครับ ส่วนพวกปีกนก มาหลายรายการครับ ค่อยๆเก็บงานไปครับ

การขับขี่มันให้ความมั่นใจได้ดีกว่ารถญี่ปุ่นเจ้าตลาดเสียด้วยซ้ำ พวงมาลัยมีน้ำหนักมากกว่า ให้ความมั่นใจมากกว่า
หรือ ผมรู้สึกไปเองก็ไม่รู้...

การทำความเร็ว ต้องยอมรับว่า ออกตัวมีอืดบ้าง แต่ถ้าได้รอบ ลอยตัวแล้ว วิ่งฉิ๋วเลยครับ กดเป็นมา
เคยทำสูงสุดได้ 180 Km/h เมื่อนานมาแล้วครับ เสียงลมมีเข้ามาเยอะพอสมควรครับ
ล่าสุด 2 เดือนก่อน กดไป 160 Km/h ไปแบบนิ่งๆเลยครับ แต่ทางหมดเสียก่อน



ทีนี้มาดู อัตราการกินน้ำมันกันครับ

ความจุถังน้ำมัน : 62 ลิตร

ขับในเมือง -> ปกติส่วนใหญ่ อยู่ที่  8 Km/L. ถ้าติดหนักๆ มี 6-7 Km/L. ให้เห็นครับ

วิ่งทางไกล -> ขับ 110-140 Km/h กินอยู่ที่ ประมาณ 10-12 Km/L. ครับ ผมว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้กับรถอายุขนาดนี้

ทุกวันนี้ขับแต่ในเมือง 1 ถัง วิ่งได้ประมาณ +- 480 Km. ครับ
ผมเติม V Power 95 ของตราหอยยย นะครับ เนื่องจาก 2ปีที่แล้ว เติม GSH95 ปั๊มก็อตจิ แล้ว...
รู้สึกอืดๆครับ แบบว่าตอนขับขึ้นเขา ต้องปิดแอร์ครับ ไม่งั้น แรงหดม้าหายไปอยู่ตีนดอยหมด  คริคริ



การบำรุงรักษานะครับ

ผมอยากบอกว่า A4 คันนี้ ไม่จุกจิกอย่างที่คิดครับ  ค่าอะไหล่ถ้าหาซื้อเอง ราคาไม่ได้แรงอย่างที่คิดครับ
ราคาถูกแพงสลับกันไป ส่วนใหญ่ผมจะสั่งร้านที่กทม.ครับ
รวมถึงราคารถ ตอนนี้เรื่องมีราคาหลัก แสนต้นๆให้เห็นแล้ว บางที ไม่ถึงแสนก็มีครับ #น่าเศร้ายิ่งนัก
อาจเป็นเพราะ เกียร์พัง ผมผ่านวิกฤตนั้นมาแล้ว Overhaul ไป 40,000 ครับ ตอนรถอายุ 15 ปี
ถ้าอยู่กรุงเทพ มีอู่นอกอยู่หลายอู่ครับ สบาย ไม่ต้องมีศูนย์ยังได้เลย (ทุกวันนี้มีก็เหมือนไม่มี) 5555
แต่บางอย่างก็ต้องพึ่งศูนย์นะครับ ผมอยู่เชียงใหม่ บางครั้งก็ต้องเข้าศูนย์ เพราะอะไหล่บางอย่างก็ต้องสั่งจาก Germany
รอทีก็ เดือนกว่าครับ ช่างที่เชียงใหม่ก็หายาก



จากรูป ผมเข้าศูนย์ VW ที่เชียงใหม่ครับ

ผมเปลี่ยนพวกชุดประเก็นอ่างน้ำมันเกียร์ ประเก็นตัวดันโซ่ ประเก็นฝาวาล์ว ท่อน้ำHeater ตาน้ำ ฯลฯ ประมาณ 15 รายการครับ
โดนไป สุทธิ 13,800 กว่าบาทครับ

โดยรวม คอยเปลี่ยนของเหลวตามระยะ เช็คช่วงล่าง พวกปีกนกมีหลายตัว เปลี่ยนทั้งชุดได้ก็จะดีมากครับ
ผมเองยังไม่ได้เปลี่ยนเลย ไก่เริ่มมาครับ สะเทือนทีก็ กุ๊ก กุ๊ก ที่เหลือ มีตังเติมน้ำมันก็โอเคแล้วครับ

ปัญหาที่เจอตั้งแต่ปีนี้
1. เมื่อต้นปี ขับๆอยู่ ความเร็วลด เร่งไม่ขึ้น เข้าข้างทางแล้วดับเอง สตาร์ทก็ไม่ติด ลากเข้าศูนย์
   ศูนย์จับเปลี่ยน ฟิวส์เสียบ 20 บาท และ ค่าแรง 140 บาท วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เข้าศูนย์แล้วจ่ายไม่ถึง 200 บาท ครับ 55555

2. ระบบไฟมีปัญหาครับ สตาร์ทติดบ้างไม่ติดบ้าง สตาร์ทรถแล้ว เปิดแอร์ไม่ได้ จอดับ ไฟหน้าก็เปิดไม่ได้
นึกว่าเป็นที่ กล่อง ECU หรือ ระบบImmobilizer ที่ไหนได้ เป็นที่ ตัวกุญแจสตาร์ทตัวเดียวครับ
เข้า VW ศูนย์ที่เชียงใหม่ ช่างจับเปลี่ยน ของใหม่ ราคา 1,919 บาท ค่าแรง ชั่วโมงละ 700 บาท โดนไปชั่วโมงครึ่ง
ตาปริบๆเลย  :'(  (อีกนิดจะเท่าราคาอะไหล่ละนะ)  :(

ตัวนี้เลยครับ ตัวกุญแจสตาร์ท พังตัวเดียว รวนแทบทั้งคัน





ข้อดีของรุ่นนี้


- ปัจจุบัน อะไหล่มีเรื่อยๆ ทั้งมือ 2 และ ของใหม่ ราคาก็ สลับถูกแพงครับ
- สำหรับ A4 ตัวนี้ ขับไปไม่มีใครบอกแก่ครับ เว้นแต่เขารู้ว่า “รถ20ปีแล้วนี่หว่า”
- ขับสนุก คล่องตัว ยิ่งกดยิ่งสนุก แต่รถก็ซดน้ำมันสนุกเช่นกัน (เป๋าแบนน)
  คล่องตัวอารมณ์ประมาณ E46 สุดหล่อของ BMW เลยครับ

    คิดไม่ออกแล้วครับ ได้ประมาณนี้

ข้อเสีย

- A4 มีขนาดเล็กครับ ทำให้คนนั่งหลัง นั่งไม่สบายตัวเท่าที่ควร
- อาจจะกินน้ำมันไปหน่อย สำหรับรถเครื่อง 1.8
- หากไม่มีอะไหล่อาจต้องรอ เดือนกว่าครับ
- เกียร์ไม่ค่อยสู้ดี ยิ่งเจอช่างไม่เก่ง เละยาวครับ
- รถหล่อเกิน ขับแล้วสาวมองเยอะ เดี๋ยวที่บ้านว่าครับ
     (อันนี้ล้อเล่นนะครับ 5555)

ครั้งนี้เป็นการ Review ครั้งแรกของผม ผมอายุ 19 เองครับ เด็กกว่า A4 คันนี้อีก ^_^
อาจมีบางสิ่งบางอย่าง ขาดตกบกพร่อง หรือ กล่าวล่วงเกินอะไรไป ก็ขออภัยด้วยนะครับ



ขอบคุณพี่ๆทุกท่านที่ให้ความสนใจ และ อ่านรีวิวนี้นะครับ
ภูมิ ประกาศิต



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2015, 23:34:10 โดย Poom Prakasit »

ออฟไลน์ jumpon77

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,280
    • อีเมล์
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 08:09:16 »
ขอบคุณรีวิวครับ Audi มันเปนรถที่ดีครับทั้งอัดตราเร่งและความสวยครับเสียดายจขกท อยู่เชียงใหม่มันก็แน่หละครับอู่นอกช่อมVWที่เชียงใหม่มันหายากจริงๆครับจริงแต่มันก็ช่อมจบนะครับมันเปนรถไม่จุกจิกมากครับถ้าผมไม่เจอชีตรองชะก่อนผมคงเอาA4 2.4ไปแล้วครับบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2015, 08:11:37 โดย jumpon77 »
http://facebook.com/jumpon.hiranyanon
https://twitter.com/jumpon77     คุยได้นะครับ.
 Corolla Altis 1.6 E my2008 LIMO my 2003 Isuzu D-MAX Spark my2003

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,315
  • Nine & Knight
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 10:48:04 »
ขอบคุณมากครับ รีวิวจากผู้ใช้จริงรถเก่าๆนี่ผมชอบนะ หาอ่านไม่ได้ง่ายๆด้วย
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ localgame

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,595
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 14:38:03 »
เพิ่มข้อเสียรุ่นนี้ให้อีกข้อนึงครับ
รุ่นนี้พลาสติกภายในใช้วัสดุรีไซเคิล เพราะฉะนั้นถ้าจอดตากแดดบ่อยๆ สีของพลาสติกจะลอกถึงขั้นกรอบแตกเลยก็มี เพราะฉะนั้นต้องใช้อย่างระมัดระวัง

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 15:12:56 »
เพิ่มข้อเสียรุ่นนี้ให้อีกข้อนึงครับ
รุ่นนี้พลาสติกภายในใช้วัสดุรีไซเคิล เพราะฉะนั้นถ้าจอดตากแดดบ่อยๆ สีของพลาสติกจะลอกถึงขั้นกรอบแตกเลยก็มี เพราะฉะนั้นต้องใช้อย่างระมัดระวัง

อ้อ ใช่ครับ ลืมเลย

พลาสติกชอบกรอบแตกง่ายครับ เนื่องจากรถอายุเยอะแล้วด้วย ตอนนี้รถผมมีปัญหาที่ เสา C ครับ
เสา C กรอบ แตก ผมเลยแก้โดยการเอากาวร้อนหยอด ประกอบใหม่แบบแนนๆ ไปก่อนครับ 5555

ออฟไลน์ boneshiro

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 460
  • M Power Addicted
    • อีเมล์
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2015, 21:22:13 »
ผมก็เคยใช้ a4 ตัวนี้ รถขับดีภายในสวย คิดถึงจังเลย
M power Thailand
M5 e60 V10

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,238
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 07:19:49 »
ขอบคุณครับ

รถคันนี้  หากอยู่ที่ n  ไม่เหยียบเบรคเข้าเกียร์ไม่ได้เช่นกัน สภาพเหมือน p....กันการผลักเกียร์โดยไม่เจตนา...

พี่แฟนใช้ 2.4  รุ่นหลังปี2000 ไม่โชคดีเหมือนคุณ...เฉลี่ย เข้า 0 เดือนเศษ/ครั้ง  ใช้เวลา 2-3 วัน  ถือเงินไปห้าหมื่นนี่ยังไม่อุ่นใจเลย....(ซื้อมือสอง) วิ่งความเร็ว 170 ยืนพื้น  หน้าปัดเตือนอยู่เรื่อย   จนขายทิ้ง  ดูบิลค่าซ่อม 3 ปี  ล้านสี่แสนเศษ..เฉลี่ยเข้า 0 เฉลี่ย เข้าครั้งหนึ่ง  สามหมื่นยืนพื้น..(ซ่อม 0ใหญ่อย่างเดียว)

ออฟไลน์ Impress_za

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 559
  • I Love HLM
    • อีเมล์
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:00:27 »
คนเจียงใหม่ หมวด ขข แสดงว่าต้องจดทะเบียนมาใหม่ในปี 2010 แน่ๆเลยแม่นก่
แต่รถสวย ไฮเทคดีคับ ไม่น่าเชื่อว่า 20 ปีแล้ว
Toyota Corolla Altis ESport option '17
Honda city 1.5 V '15
Toyota soluna 1.5G m/t '02
Toyota Corolla Altis 1.6G '09 "Sold"
Toyota hilux mighty-x '95 "sold"

ออฟไลน์ Dubee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,094
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:02:09 »
รถเชียงใหม่รึเปล่าครับ เหมือนเคยเห็นแว็ปๆที่เชียงใหม่

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:13:00 »
คนเจียงใหม่ หมวด ขข แสดงว่าต้องจดทะเบียนมาใหม่ในปี 2010 แน่ๆเลยแม่นก่
แต่รถสวย ไฮเทคดีคับ ไม่น่าเชื่อว่า 20 ปีแล้ว

ใช่เลยคับ พอดีผมย้ายมาจากกรุงเทพฯครับ
แล้วเปลี่ยนมาใช้ทะเบียน เชียงใหม่ ครับ จดตอนกลางปี 2010 ครับ เป๊ะเลย  ::)
ขอบคุณครับ รถ 20 ปีแล้วครับ   ;D

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:15:31 »
รถเชียงใหม่รึเปล่าครับ เหมือนเคยเห็นแว็ปๆที่เชียงใหม่

ใช่ครับ ผมอยู่เชียงใหม่ ขับเข้าตัวคูเมืองทุกวันครับ ^_^
ในเชียงใหม่ Audi นานๆจะโผล่มาให้เห็นสักคันครับ 5555
แว็ปไป แว็ปมา อิอิ   ;)

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:19:24 »
ขอบคุณพี่ๆทุกท่านมากครับ สำหรับการติชมและคอมเม้น  8)

ท่านที่เคยใช้ ถ้ายังรักและคิดถึงรุ่นนี้อยู่ ลองหามาเก็บไว้ก็ดีนะครับ
ผมว่ามันยังดูใหม่ได้ตลอดกาล เหมือน E46 กับ E60 ของ BMW เลยครับ  :D

ออฟไลน์ localgame

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,595
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 09:46:50 »
ขอบคุณครับ

รถคันนี้  หากอยู่ที่ n  ไม่เหยียบเบรคเข้าเกียร์ไม่ได้เช่นกัน สภาพเหมือน p....กันการผลักเกียร์โดยไม่เจตนา...

พี่แฟนใช้ 2.4  รุ่นหลังปี2000 ไม่โชคดีเหมือนคุณ...เฉลี่ย เข้า 0 เดือนเศษ/ครั้ง  ใช้เวลา 2-3 วัน  ถือเงินไปห้าหมื่นนี่ยังไม่อุ่นใจเลย....(ซื้อมือสอง) วิ่งความเร็ว 170 ยืนพื้น  หน้าปัดเตือนอยู่เรื่อย   จนขายทิ้ง  ดูบิลค่าซ่อม 3 ปี  ล้านสี่แสนเศษ..เฉลี่ยเข้า 0 เฉลี่ย เข้าครั้งหนึ่ง  สามหมื่นยืนพื้น..(ซ่อม 0ใหญ่อย่างเดียว)
ไม่ทราบใช้ตอนปีไหนครับ ปัจจุบันถ้าซ่อมอู่นอกอาจจะจบวิ่งปร๋อไปแล้วก็ได้

ออฟไลน์ popdemonic

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 191
  • I'm Back!
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 14:45:03 »
มีแต่คนถามผมเหมือนกันว่าทำไมใช้audi คันที่ใช้อยู่นานจังเลย ได้แต่ยิ้มอย่างเดียว แต่คิดในใจ ไม่มีตังค์ 55555

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 16:00:11 »
มีแต่คนถามผมเหมือนกันว่าทำไมใช้audi คันที่ใช้อยู่นานจังเลย ได้แต่ยิ้มอย่างเดียว แต่คิดในใจ ไม่มีตังค์ 55555

อารมณ์เดียวกันครับพี่ป๊อป
เพื่อนถาม ทำไมไม่ซื้อรถใหม่ ผมก็ลำบากใจที่จะตอบ
นึกในใจ ถ้ามีตัง เปลี่ยนไปนานแล้ว  ::)

Audi พี่ป็อป เทพอยู่แล้ว รถใหม่ๆมีอายนะครับ  ;)

ออฟไลน์ redsun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,699
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2015, 21:30:26 »
ขอบคุณมากครับ

อยากขับ A4 รุ่นนี้มากครับ
แต่ดูตัวผมเองแล้วคงไม่เหมาะกับการ SERVICE AUDI แน่ๆเลย

มันสวยลงตัว มาตั้งแต่โรงงาน ปัจจุบันก็ยังดูดีครับ
สมรรถนะ พวงมาลัย ช่วงล่าง สไตล์ยุโรป
รุ่นใหม่หลายๆรุ่นยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แถมบอดี้นี้ยังรุ่นนี้มีเกียร์ M/T มี TURBO ด้วย
ชอบมากครับผม  :)

promt

  • บุคคลทั่วไป
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2015, 00:21:54 »
"ขับในเมือง -> ปกติส่วนใหญ่ อยู่ที่  8 Km/L. ถ้าติดหนักๆ มี 6-7 Km/L. ให้เห็นครับ

วิ่งทางไกล -> ขับ 110-140 Km/h กินอยู่ที่ ประมาณ 10-12 Km/L. ครับ ผมว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้กับรถอายุขนาดนี้"

ขอบคุณสำหรับรีวิว

เห็นรูปนึง แว้บๆ เหมือนอยู่หลังศูนย์ราชการ

อัตราสิ้นเปลืองพอๆ กับ เชพ ครูซ 1.8 ที่ผมใช้อยู่ครับ

ไม่ได้ประหยัดเลย ผมจับดมแก๊ส ไปแล้ว

ถ้าทางไกล วิ่ง 130-140 ตลอด ได้ 10 km/L น้ำตาไหลเลยครับ

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2015, 14:52:56 »
ขอบคุณมากครับ

อยากขับ A4 รุ่นนี้มากครับ
แต่ดูตัวผมเองแล้วคงไม่เหมาะกับการ SERVICE AUDI แน่ๆเลย

มันสวยลงตัว มาตั้งแต่โรงงาน ปัจจุบันก็ยังดูดีครับ
สมรรถนะ พวงมาลัย ช่วงล่าง สไตล์ยุโรป
รุ่นใหม่หลายๆรุ่นยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แถมบอดี้นี้ยังรุ่นนี้มีเกียร์ M/T มี TURBO ด้วย
ชอบมากครับผม  :)

ขอบคุณครับ  8)

"ขับในเมือง -> ปกติส่วนใหญ่ อยู่ที่  8 Km/L. ถ้าติดหนักๆ มี 6-7 Km/L. ให้เห็นครับ

วิ่งทางไกล -> ขับ 110-140 Km/h กินอยู่ที่ ประมาณ 10-12 Km/L. ครับ ผมว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้กับรถอายุขนาดนี้"

ขอบคุณสำหรับรีวิว

เห็นรูปนึง แว้บๆ เหมือนอยู่หลังศูนย์ราชการ

อัตราสิ้นเปลืองพอๆ กับ เชพ ครูซ 1.8 ที่ผมใช้อยู่ครับ

ไม่ได้ประหยัดเลย ผมจับดมแก๊ส ไปแล้ว

ถ้าทางไกล วิ่ง 130-140 ตลอด ได้ 10 km/L น้ำตาไหลเลยครับ

ในรูปใช่แล้วครับ ศูนย์ราชการเชียงใหม่
พอดีคุณพ่อผมเป็นทนายความ ไปทำงานที่ศาลจังหวัดครับ  ;)

กินน้ำมันพอๆกันเลยครับ แต่ผมไม่อยากติดแก๊สครับ
กลัวเรื่องการบำรุงรักษาครับ  ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2015, 14:54:53 โดย Poom Prakasit »

ออฟไลน์ mairuna

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 143
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2015, 09:37:42 »
 ::) ::) ::)
ขอบคุณสำหรับรีวิว
ละเอียดดีจริงๆ  :-* :-* :-*
ดริฟทุกโค้ง กระจายทุกชิ้น = . ='

ออฟไลน์ regal

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 347
  • E90 320ise & E90 320dse
    • อีเมล์
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2015, 16:35:37 »
เห็นราคามือสองปัจจุบันแล้วอยากถอยมาขับเล่นซักคันจริงๆ
มีเท่าไหร่ ใส่ไม่ยั้ง เอาให้มันส์ น้ำมันฮวบ!!!

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,238
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2015, 19:32:52 »
ขอบคุณครับ

รถคันนี้  หากอยู่ที่ n  ไม่เหยียบเบรคเข้าเกียร์ไม่ได้เช่นกัน สภาพเหมือน p....กันการผลักเกียร์โดยไม่เจตนา...

พี่แฟนใช้ 2.4  รุ่นหลังปี2000 ไม่โชคดีเหมือนคุณ...เฉลี่ย เข้า 0 เดือนเศษ/ครั้ง  ใช้เวลา 2-3 วัน  ถือเงินไปห้าหมื่นนี่ยังไม่อุ่นใจเลย....(ซื้อมือสอง) วิ่งความเร็ว 170 ยืนพื้น  หน้าปัดเตือนอยู่เรื่อย   จนขายทิ้ง  ดูบิลค่าซ่อม 3 ปี  ล้านสี่แสนเศษ..เฉลี่ยเข้า 0 เฉลี่ย เข้าครั้งหนึ่ง  สามหมื่นยืนพื้น..(ซ่อม 0ใหญ่อย่างเดียว)
ไม่ทราบใช้ตอนปีไหนครับ ปัจจุบันถ้าซ่อมอู่นอกอาจจะจบวิ่งปร๋อไปแล้วก็ได้

   เขาขายไป ปี 06 -07  แล้วไปคบกับแอคคอร์ด 2.4....

   เห็นบอกเข้า 0 เมื่อไร  ถอดชุดกันชนหน้า  แล้วลากทั้งเครื่องทั้งเกียร์  ออกมาแทบทุกรอบ....ก็ไม่รู้เป็นที่จุดไหน  หน้าปัดเดี๋ยวเตือน ๆ

     จากที่ผมเคยอยากขี่ audi เลยขยาด  หันไปคบ saab แทน  ก็เลยติด saab ตลอด....ครับ

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 20,215
  • *** HLM.COM ***
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2015, 01:37:53 »
ช่วงผมเรียนอยู่ ป.ตรี ก็มีเจ้านี่จอดอยู่ที่หอเดียวกัน

ชอบมากๆครับ แต่งแล้วขึ้นจริงๆ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,934
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 20:01:58 »
แจ่มครับ ขอบคุณที่มารีวิวครับ ไม่รู้ว่าหลัง20ปีเจ้า A8 D4 ของผมยังจะสภาพดีแบบนี้หรือเปล่า

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,084
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 23:18:32 »
เป็นรีวิวที่หาอ่านได้ยากมาก ขอบคุณ จขกท. มากๆเลยครับ

ผมรู้สึกค่อนข้างเซอร์ไพรส์มากเลยครับ ที่รถ 20 ปี มีอุปกรณ์ค่อนข้างไฮเทค (สำหรับตอนนั้น) มากเลย

ตอนนี้ผมไม่แปลกใจเลย ที่คนเคยขับรถยุโรป คันต่อไปก็จะซื้อรถยุโรป >_<

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,934
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 15:17:35 »
เป็นรีวิวที่หาอ่านได้ยากมาก ขอบคุณ จขกท. มากๆเลยครับ

ผมรู้สึกค่อนข้างเซอร์ไพรส์มากเลยครับ ที่รถ 20 ปี มีอุปกรณ์ค่อนข้างไฮเทค (สำหรับตอนนั้น) มากเลย

ตอนนี้ผมไม่แปลกใจเลย ที่คนเคยขับรถยุโรป คันต่อไปก็จะซื้อรถยุโรป >_<
ขอบคุณสำหรับ Key Fob อีกครั้งนะครับ ใช้ดีมากๆครับ ตอนนี้ยังใช้อยู่เลยครับ สบายดีนะครับ

ออฟไลน์ PM_SW

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 289
  • Audi A4 B5
Re: Review : Audi A4 B5 1.8 อายุครบ 20 ปี
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 21:07:02 »
แจ่มครับ ขอบคุณที่มารีวิวครับ ไม่รู้ว่าหลัง20ปีเจ้า A8 D4 ของผมยังจะสภาพดีแบบนี้หรือเปล่า

ขอบคุณครับพี่วี Audi A8 เป็นสุดๆอยู่แล้วครับ 20ปียังไม่เก่าแน่นอนครับ ^_^

เป็นรีวิวที่หาอ่านได้ยากมาก ขอบคุณ จขกท. มากๆเลยครับ

ผมรู้สึกค่อนข้างเซอร์ไพรส์มากเลยครับ ที่รถ 20 ปี มีอุปกรณ์ค่อนข้างไฮเทค (สำหรับตอนนั้น) มากเลย

ตอนนี้ผมไม่แปลกใจเลย ที่คนเคยขับรถยุโรป คันต่อไปก็จะซื้อรถยุโรป >_<

ผมเห็นไม่ค่อยมีคนมารีวิว เลยมาทำให้ชมกันครับ
ผมเองก็ยังงงๆ รถผลิตตั้งแต่ปี 1995 มันมีเทคโนโลยีขนาดนี้เลยหรอ
บอกได้คนเดียวว่าติดใจครับ คันต่อไปก็ตามพี่บอกครับ ยุโรป มือสอง ครับ อิอิ