ผู้เขียน หัวข้อ: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##  (อ่าน 138236 ครั้ง)

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
     สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผู้อ่าน Headlightmag.com ทุกท่าน ตั้งแต่เป็นสมาชิกมาก็นานมากแล้ว ยังไม่เคยทำ Review รถโดยผู้ใช้ให้ดูสักครั้งเลย แต่พอดีว่าปิดเทอม เลยมีเวลาว่าง (ที่จริงไม่มีหรอก ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่ความขี้เกียจครอบงำ เหอๆๆ) เลยกะว่าจะรีบทำ Review รถตัวเองให้ได้ดูกัน ก่อนที่ต่อจากนี้จะไม่มีเวลาได้ทำให้ได้อ่านกัน เนื่องจากว่าเป็น Review อันแรกของผม อาจจะมีข้อผิดพลาดไป ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ (ยังกะจะเขียนรายงานส่งครู หุหุ)

อีกอย่างต้องบอกกันไว้ก่อนเลย ในเรื่องข้อมูลเรื่องของการขับขี่ สมรรถนะ สำหรับ Review นี้จะเป็นเพียงแค่การนำเสนอข้อมูล spec เพียงแค่นั้นไม่มีการวิจารณ์ เพราะเนื่องจากตัวคนทำเองยังขับรถไม่ได้มาก อยู่ในสถานะ "มือใหม่หัดจับ" อยู่ ดังนั้นจึงทำให้ผู้เขียนแทบไม่มีโอกาสสัมผัสในการขับขี่ของรถคันนี้ เลยทำให้ใน Review ฉบับนี้จะเป็นเพียงแค่บรรยายอุปกรณ์และข้อมูล ประกอบภาพแค่นั้นนะครับ เลยขออภัยมาในที่นี้สำหรับผู้ที่ต้องการจะทราบเรื่องสมรรถนะของรถ แต่ทางผู้เขียนอยากจะแนะนำว่า ถ้าอยากทราบสมรรถนะจริงๆ ควรจะไปทดลองขับด้วยตัวเองจะดีกว่าครับ (หรือไม่งั้นก็ลองไปดูเพิ่มเติมใน Review รถคันนี้ของพี่จิมมี่ในเว็บเดิมก็แล้วกันครับ)

อ้อ อีกอย่าง รูปห่วยไปหน่อยนะครับ เหอๆ ฝีมือคนถ่ายเกินเยียวยาแล้วหล่ะ (แถมกล้องกว่าจะได้ใช้ ยากเย็นเหลือเกิน แถมพอกล้องมาอยู่ได้ 2 วันก็ต้องไป บางรูปที่ยังไม่ได้ถ่ายก็ต้องใช้กล้องมือถือแทนแล้วกันครับ)



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 10:55:44 »
     วันนี้รถที่ผมจะมาทำ Review ให้ดูกัน ก็เป็นรถที่ผู้อ่านน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่เปิดตัวมาจนถึงวันนี้ พึ่งจะครบ 6 ขวบมาหมาดๆ นี่เอง นั่นคือ Mitsubishi Space Wagon รถยนต์ MPV Full Size (ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า เพราะมิตซูเองก็เรียกแบบนี้) ประกอบในประเทศรุ่นเดียวในปัจจุบัน ซึ่งคู่แข่งของมันหลักๆ เลยก็คือHonda Odyssey รถ MPV ดีไซน์สปอร์ต เมื่อก่อน Honda Automobile บ้านเราก็เคยทำตลาดเจ้านี้เอง ซึ่งพอทำตลาดรุ่นแรกมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะตอนนั้นราคายังไม่ได้แพง แต่พอเป็นโฉมหลังๆ มาก็ขายแพงขึ้นมาเป็น 2 ล้าน ทำให้ความนิยมเริ่มหายไป สุดท้ายหยุดทำตลาดไปเมื่อโฉมก่อนปัจจุบัน ตอนนี้ก็จะมีแต่ Gray ที่ทำตลาดรุ่นปัจจุบันอยู่





     Mitsubishi Space Wagon เปิดตัวสู่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเปิดตัวภายใต้สโลแกน "Set The Trend” ซึ่งการตลาดของ MMTh สมัยนั้น ต้องการจะสื่อถึงความทันสมัยของตัวรถ (ในสมัยนั้น) โดย Teaser ก่อนเปิดตัวจริงนั้น MMTh เลือกที่จะใช้ไฟท้าย LED แนวตั้ง ในการนำเสนอรูปลักษณ์ส่วนหนึ่งของรถก่อนเปิดตัวสู่สาธารณชนแบบเต็มคัน โดยมีงานโฆษณาเปิดตัวรถครั้งแรกที่ใช้เวลามากถึง 90 วินาที (แต่ On Air จริงไม่รู้ว่าตัดเหลือเท่าไหร่) ในการนำเสนอ โดยกลุ่มลูกค้าของรถคันนี้คือ เป็นกลุ่มแนวครอบครัวที่ต้องการใช้รถอเนกประสงค์ 7  ที่นั่ง (ก่อนต่อมาปลายปี 2550 ได้มีการ minor change เพิ่มกลุ่มเป้าหมายเป็นระดับผู้บริหารเข้ามา) ซึ่งในช่วงเปิดตัวแรกๆนั้น ได้มีรุ่นให้เลือกคือ  GLS เพียงรุ่นเดียว และได้มีการแนะนำราคาพิเศษ1,499,000 บาท  ก่อนในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2547 จะได้มีการปรับราคาขึ้นเป็น 1,550,000 บาท และก็ได้มีรุ่น GT ที่มีการแต่งสเกิร์ตมาเพิ่มในเวลาต่อมา


http://www.youtube.com/user/naTTmemm?feature=mhum#p/u/7/0AchIAcZGLw
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 25, 2010, 10:58:43 โดย name.mm »
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 10:56:31 »
     Space Wagon นับมาตั้งแต่เปิดตัวจนถึงวันนี้ที่ผ่านมาเกือบ 6 ปีนั้น ได้มีการปรับออพชั่น หรือ minor change มาแล้ว 3 ครั้ง รวมเป็น 4 รุ่นปี และมีรุ่นพิเศษออกมาแล้ว  6 รุ่น ซึ่งถ้าจะอธิบายเป็นรุ่นๆ ไปก็คงจะใช้เวลามากพอสมควร อาจจะทำให้เบื่อกันได้ เอาเป็นว่า ดูคลิปลวกๆ อันนี้แล้วกันครับ วิธีการดูก็คือต้องดูรูปเป็นรุ่นปีไป ความแตกต่างของรถแต่ละรุ่นปี จะอธิบายได้ด้วยรูป ดูด้วยตัวเองครับ ควรจะตั้งใจดู ถึงจะเข้าใจ เพราะลูกเล่นรูปเยอะ + ดำเนินเรื่องไปเร็ว ถ้าดูผ่านๆ หรือไม่ตั้งใจดู อาจจะไม่รู้เรื่อง (แหนะ ทำคลิปห่วยเองยังจะมาบอกให้ผู้อ่านตั้งใจดูอีก)





     Space Wagon โฉมนี้ถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับตลาดโลก แต่ก็เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของไทย เพราะ Space Wagon เคยทำตลาดในเจนเนอเรชั่นแรกของตลาดโลกมาแล้วในไทย โดยเป็นการนำเข้ามาทั้งคัน ซึ่งตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นเครื่อง 1.8 ทำตลาดในสมัยที่ MMC สิทธิผลยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ ซึ่งตอนช่วงแรกนั้นก็ได้รับความนิยมพอสมควร เพราะราคาก็ไม่ได้แพง ก่อนที่ภาษีจะปรับขึ้น ทำให้ราคารถก็แพงมากขึ้น ความนิยมที่มีก็เริ่มหดหายไป จนในที่สุดก็ยุติการทำตลาดไป และก็ไม่ได้มีการนำเข้าเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของตลาดโลกมาทำตลาดในบ้านเรา จนในที่สุดก็ได้มีการทำตลาดเจนเนอเรชั่นที่ 3 ในบ้านเราโดยการประกอบในประเทศ (แต่ก็ยังมีชิ้นส่วนบางชิ้นที่ยังต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นอยู่ เช่น กระจกบานต่างๆ) โดยในญี่ปุ่นก็เปิดตัวรถรุ่นนี้ในนามว่า Grandis ก่อนบ้านเราจะเปิดตัวไปเพียงแค่ปีกว่าๆ แต่ทำตลาดที่นู้นมาได้ 4-5 ปี Grandis หรือ Space Wagon ในบ้านเรา ได้ยุติการทำตลาดในญี่ปุ่นไปโดยปริยาย และก็ยุติการทำเจนเนอเรชั่นต่อไปด้วยเช่นกัน (แต่มิตซูที่นั่นเขาไม่เดือดร้อนหรอก เพราะเขายังมีรถตู้ Delica D:5 ที่เป็น 7 ที่นั่งอยู่) ส่วนบ้านเราก็ยังคงทำตลาดต่อหลังจากที่ญี่ปุ่นเลิกผลิตได้แล้วเกือบ 2 ปี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะยุติการทำตลาดเมื่อไหร่





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 10:59:25 »
     เอาล่ะ มาที่รถที่จะทำ Review กันดีกว่า (ในที่สุด ก็มาถึงเสียที พล่ามอะไรไม่รู้อยู่ได้ตั้งนาน) รถคันที่จะเอามาทำ Review นั้นเป็นรุ่นปี 08 ครับ ซึ่งเป็นการปรับออพชั่น  minor change ครั้งที่ 2 เป็นรุ่นที่ 3 ในบรรดา Space Wagon ทั้งหมด โดยในรุ่นปีนี้ได้แบ่งรุ่นย่อยออกทั้งหมด 3 รุ่นคือ

1. GLS รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่หั่นออพชั่น เพิ่มบางอย่างเข้าไปจากรุ่น  GLS ของรุ่นปีที่แล้ว ซึ่งออพชั่นหลักๆ มันก็มีแค่ เบาะผ้าสีเบจ ล้ออัลลอยด์ 16” เครื่องเสียง DVD มีจอหลัง ต่อ iPod ได้ ฯลฯ โดยที่ออพชั่นอื่นๆ อย่าง กล้องถอยหลัง เซนเซอร์รอบคัน TV Tuner นั้น ก็ได้ถูกตัดออกไป (แต่ก็มีไฟหน้า Auto กับสัญญาณกันขโมยที่เพิ่มมาใหม่แทน) โดยรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดา Space Wagon ที่ทำตลาดในไทย คือ 1,455,000 บาท (ก่อนที่กลางปี 2551 จะขึ้นราคาอีก 10,000 บาทเป็น 1,465,000 บาท) โดยในรุ่นนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมน้อย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่หันไปเลือกรุ่น GLS Limited ที่ออพชั่นดีกว่า ในราคาที่เพิ่่มขึ้นมา 110,000 บาท ทำให้รุ่นนี้ทำตลาดได้เพียงปีกว่าๆ แล้วจึงยุติการผลิตไปในช่วงต้นปี 2552 ก่อนที่จะมีการปรับออพชั่นรุ่นปี 2010 ในช่วงปลายปีเดียวกัน

2. GLS Limited รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่มีการเพิ่มออพชั่นจากรุ่น GLS เพื่อให้ออพชั่นทัดเทียมหรือดีกว่ารุ่น GLS ปีเดิม ซึ่งออพชั่นหลักๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ เบาะหนังสีเบจ ล้ออัลลอยด์ 17” กล้องถอยหลัง TV Tuner เซนเซอร์รอบคัน 5 จุด (รุ่นปีเดิม 4 จุด) Cruise Control ฯลฯ ราคาค่าตัวในตอนนั้นก็อยู่ที่ 1,565,000 บาท (กลางปี 2551 ก็ปรับขึ้นอีก 10,000 บาทเช่นกัน)

3. GT รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทำออกมาแตกต่างจาก GT รุ่นปีเดิมๆ สิ้นเชิง เพราะ GT เดิม จะตกแต่งให้แตกต่างจาก GLS เดิมคือสเกิร์ต กระจังหน้า สปอยเลอร์ใหญ่ขึ้น ล้อ 17” ภายในตกแต่งนิดหน่อย ฯลฯ แต่ GT รุ่นปีนี้ได้มีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ลงไปใหม่คือ กลุ่มผู้บริหาร ทำให้ต้องสร้างตัวรถเพื่อแตกต่างจากกลุ่มครอบครัว ดังนั้น MMTh เลยตัดสินใจนำเข้าชุดแต่ง Sport Gear จากญี่ปุ่น มาประกอบใส่รุ่น GT ปัจจุบัน พร้อมกับมีความแตกต่างกันอีกคือ ภายในสีดำ นอกนั้นออพชั่่นหลักๆ ที่ใช้งานได้จริงก็ไม่ได้แตกต่างกันจากรุ่น GLS Limited เลย ราคาค่าตัวในตอนนั้นก็อยู่ที่ 1,670,000 บาท (กลางปี 2551 ก็ปรับราคาขึ้นอีก 10,000 บาทเช่นกัน)

 (เอ่อออออ ตกลงจะเข้ารถได้ยังเนี่ย ลากกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โยงนู้น โยงนี่ เสียเวลาคนอ่านหมด)



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 10:59:59 »
     เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องรถกันจริงๆ ดีกว่า (แหมมม ขอท้าวความหน่อยไม่ได้หรอ) รถคันที่จะเอามาทำ Review ในวันนี้ เป็นรุ่น GLS Limited ปี 08 ครับ สีทอง Platinum Beige (เมทัลลิก) เบอร์ S18 (ซึ่งก็เผอิญรุ่นนี้ใช้สีทองนี้เป็นสีโปรโมทซะด้วย) ออกรถไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่มาของรถคันนี้นั้น คือที่บ้านมีความต้องการที่จะใช้รถมากขึ้น นอกจากรถเก๋ง Sentra B13 กับรถ Mira ที่บางครั้งก็ตอบความต้องการได้ไม่หมด เนื่องจากเวลาไปเที่ยวไหนบางทีก็ต้องไปกันมากกว่า 2 ครอบครัว ทำให้ที่บ้านจึงตัดสินใจที่จะออกรถยนต์เอนกประสงค์ 7 ที่นั่งขึ้นมา โดยความคิดนี้ก็มีมาตั้งนานแล้วหล่ะ ตั้งแต่พึ่งออก Mira เลย แต่ตอนนั้นยังไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ จนผ่านไป 10 ปีเศษๆ โครงการนี้ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งเพราะความต้องการเริ่มมีมากขึ้น จึงได้เริ่มหาข้อมูลอย่างจริงจัง และไปลองนั่ง ลองขับกันมาหลายตัว โดยที่ตอนนั้นยังไม่ได้ศึกษาเรื่องรถอย่างจริงจัง ทำให้ไม่รู้ถึงประเภทของรถ รู้แต่ว่าอันไหนเป็น 7 ไปลองมาเกือบหมด อธิบายเป็นตัวๆ ไปเลยแล้วกันครับ เรียงตามเวลาที่ไปดู

1. Ford Everest ตัวนี้ไปดูมาเป็นตัวแรกครับ เข้าไปนั่งก็ถือว่าโอเคสำหรับเบาะแถว 2 และเบาะหน้า มีแอร์ให้ครบ 3 แถว แต่เบาะแถว 3 ต้องชันขา ไม่มีหลุม + กับเสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างดัง ก็เลยผ่าน

2. Chevrolet Captiva  ตัวนี้ไปดูเป็นตัวต่อมา โดยรวมแค่เห็นก็ชอบครับ ดีไซน์สวย พ่อได้ลองขับก็ถือว่ากำลังใช้ได้ เพียงแต่ว่ารถไมล์อ่อนจนพ่อรู้สึกได้ ส่วนเรื่องการนั่งแม่ชอบเบาะหน้าครับ เพราะแม่เป็นคนตัวเล็ก ไม่ต้องปรับอะไรมากเลย แต่เบาะแถว 3 ไม่ผ่านครับ นั่งสบายในระดับนึง แต่พื้นที่แคบ เลยผ่านไป

3. Toyota Fortuner (ตัวที่ไปดูยังไม่ minor change) ตัวนี้ไปดูเพราะเห็นคนเขาใช้กันเยอะครับ เข้าไปนั่งก็ถือว่านั่งสบาย แถว 3 ทำได้ดีกว่า 2 ตัวบนที่ไปดูมาก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความที่ว่าตัวรถค่อนข้างสูง (ที่บ้านบอกว่า มันสูงกว่า Everest ที่ไปดูมาชัดเจน) กลัวผู้อาวุโสขึ้น-ลง ลำบาก เลยขอผ่าน

4. Isuzu Mu-7 ตัวนี้ไปดูและได้ลองขับอีกรุ่นนึง โดยรวมก็ดีครับ มีแอร์ครบแถว แถมมีชุดเครื่องเสียงมาให้ครบ พอลองขับรู้สึกว่ารถมีกำลังใช้ได้ครับ (ตัว 3000 VGS) แต่ช่วงล่างค่อนข้างนุ่มมากไปหน่อย คนขับมองกระจกหลังยังรู้สึกได้เลยว่า คนนั่งหลังนั่งไปนานๆ เมาแน่ + กับแถว 3 ต้องชันขา เลยขอผ่าน

เท่าที่ดูมาก็ไม่มีรุ่นไหนเข้าท่า จนมาเจอกับ Space Wagon นี่แหละ พอลองไปนั่งก็นั่งสบาย แถว 3 ทำได้ดี ปรับเบาะได้หลากหลาย ชุดเครื่องเสียงมาครบๆ เลย ทำให้พ่อกับแม่ชอบมากครับ เลยตัดสินใจเลือกรุ่นนี้แหละ โดยที่ไม่ได้ลองขับเลย (ซึ่งอันที่จริงผมก็ไม่ได้ชอบหรอก ตอนนั้นยังชอบ Captiva มากกว่า เพราะพึ่งออกใหม่ และเทคโนโลยีเพียบ จนมาชอบพอเอาตอนที่ได้ใช้นี่แหละ แหะๆ) วางเงินจอง รอเดือนเดียวก็ได้รถครับ ตอนนี้ก็ใช้มาประมาณ 2 ปี 7 เดือนแล้ว ไมล์รถก็ผ่านไปประมาณ 44xxx กม. เองครับ ใช้ค่อนข้างน้อย

(มาถึงตรงนี้ก็ขอแฉ 0 เมืองเลยให้ฟังหน่อยดีกว่า ตอนที่เขาจะขายรถให้ผม เขายังจะขายรุ่นปีเดิมให้ผมอยู่เลย ทั้งๆ ที่รุ่นปี 08 มันออกมาเกือบครึ่งปีแล้ว ข้อมูลไม่อัพเดต พอเอารูปมาให้ดูก็ยังบอกอีกว่า รถ concept จนในที่สุดก็ไล่ไปอัพเดตข้อมูล ก็เลยได้อัพมา แถมอัพมาผิดๆ อีก รุ่น GLS 1.4 ล้านบอกว่าออพชั่นได้เหมือนกับรุ่น GLS ปีเดิมอีก เฮ้ออออออ แถมๆๆ ของแถมที่แถมให้ก็แถมฟิล์มอะไรไม่รู้ ร้อนก็ร้อน ใสก็ใส ไม่ได้เรื่องเล้ยยยยยยย แต่ทั้งหมดนั้นก็ช่างเถอะ มันผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว เดี๋ยวมีแฉหลังการขายในท้ายๆ Review ให้อีก)







User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:00:59 »
     เอาล่ะครับ มาพูดถึงรถบ้าง เริ่มจากภายนอกเลย สำหรับมิติตัวถังของ Space Wagon คันนี้มี
- ความยาว 4,765 มม. ความกว้าง 1,795 มม. (ไม่รวมกระจกมองข้าง) ความสูง 1,655 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,830 มม. ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,550 มม. ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,555 มม.
- Ground Clearance 155 มม. น้ำหนักตัวรถโดยประมาณ 1,700 กก.

ซึ่งถ้าดูตัวเลขมิติขนาดแล้ว จะพบว่า
- ความยาว สั้นกว่า Camry 60 มม. , สั้นกว่า Accord 170 มม. และสั้นกว่า Teana 85 มม.
- ความกว้าง สั้นกว่า Camry 25 มม. , สั้นกว่า Accord 50 มม. แต่เท่ากับ Teana พอดีเป๊ะ
- ความสูง สูงกว่า Camry 185 มม. , สูงกว่า Accord 179 มม. และสูงกว่า Teana 170 มม.
- ระยะฐานล้อ ยาวกว่า Camry และ Teana 55 มม. และยาวกว่า Accord 30 มม.
- ระยะห่างล้อคู่หน้า สั้นกว่า Camry 2.4V ก่อน minor change ที่ใช้ล้อ 17” 25 มม.
สั้นกว่า Accord 2.4 EL ที่ใช้ล้อ 17” 30 มม. แต่เท่ากับ Teana 250XV ที่ใช้ล้อ 17” พอดีเป๊ะ
- ระยะห่างล้อคู่หลัง สั้นกว่า Camry 2.4V ก่อน minor change ที่ใช้ล้อ 17” 10 มม.
สั้นกว่า Accord 2.4 EL ที่ใช้ล้อ 17” 25 มม. แต่เท่ากับ Teana 250XV ที่ใช้ล้อ 17” พอดีเป๊ะ
- Ground Clearance สูงกว่า Camry 5 มม. , สูงกว่า Accord 9 มม. และสูงกว่า Teana 10 มม.
- น้ำหนักตัวรถ หนักกว่า Camry Hybrid 100 กก. , หนักกว่า Camry 2.4V ก่อน minor change  160 กก.
หนักกว่า Accord 2.4 EL 144 กก. และหนักกว่า Teana 250XV 169 มม.









    สำหรับดีไซน์ภายนอกนั้น ความเห็นส่วนตัวก็ถือได้ว่ามีเส้นสายที่ค่อนข้างยังคงมีความทันสมัย แม้ว่า ณ เวลานี้จะผ่านการเปิดตัวสู่สายตาประชาชนทั่วโลกมาแล้วถึง 7 ปีแล้วก็ตาม ส่วนความสวยงามก็แล้วแต่คนมอง สำหรับผมก็ว่ามันค่อนข้างสวยใช้ได้อยู่หมือนกันครับ
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:01:40 »
     ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกุญแจก่อนครับ กุญแจของ Space Wagon คันนี้จะใช้กุญแจไข  แบบมีระบบ immobilizer  มาให้ ซึ่งชุดกุญแจที่มากับรถทั้งหมดจะประกอบด้วย กุญแจตัวที่เป็นรีโมท 1 ดอก (อันนี้แอบอิจฉา Lancer EX กับ Pajero Sport หน่อย ที่ได้กุญแจรีโมทมา 2 ดอก แถมถ้าทำอีกดอก ของ 0 ก็ตก 3000-5000 บาทเลยทีเดียว) และมีกุญแจไขสำรองให้อีก 2 ดอก ดอกนึงจะเป็นสีดำ ส่วนอีกดอกเป็นสีเทา ดอกสีดำจะสามารถทำการไขได้ทุกอย่างตามที่กุญแจรีโมทจะสามารถไขได้ ส่วนดอกสีเทาจะไม่สามารถไขลิ้นชักหน้ารถได้ เหมาะสำหรับต้องทิ้งรถไว้ที่ 0 , อู่ หรือที่อื่นๆ ที่ไม่คุ้นเคย โดยในกุญแจที่เป็นรีโมทจะเป็นรีโมทแบบฝังในตัว หน้าตาของมันก็เป็นแบบสหกรณ์ที่สามารถพบได้ทั่วไปในบางรุ่นของ Triton , Pajero Sport และทุกรุ่นของ Lancer EX (แต่รายหลังจะเพิ่มสวิตช์เปิดกระโปรงท้ายมาให้ ซึ่ง Space Wagon ไม่มี เพราะประตูท้ายไม่ใช่ไฟฟ้า เปิดประตูท้ายจากที่เปิดด้านหลังเหมือนประตูท้ายรถท้ายตัดทั่วไป) โดยรีโมทนั้นจะเป็นการควบคุมการล็อคแบบเซ็นทรัลล็อค กดล็อค ประตูทั้งหมดรวมประตูท้ายก็จะล็อค กดปลดล็อค ประตูดังกล่าวก็จะปลดล็อคเช่นเดียวกัน ไม่แยกปลดล็อคเฉพาะคนขับ (แต่ไขประตูสำหรับรถรุ่นปีนี้เป็นต้นไป เซ็นทรัลล็อคไม่ทำงานนะ) และนอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบสัญญาณกันขโมยมาให้ สามารถควบคุมการทำงานจากก็กดล็อค-ปลดล็อคจากรีโมทได้เช่นเดียวกัน (เดี๋ยวอธิบายเพิ่มเติมในย่อหน้าต่อๆ ไป) ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมของกุญแจหลักๆ ก็มี 2 อย่างครับคือ
- สามารถพับ-กาง กระจกมองข้างได้ โดยการกด Lock-Unlock 2 ครั้ง ติดกันหรือภายในเวลา 30 วินาที หลังจากกดล็อค-ปลดล็อครถ กระจกมองข้างก็จะพับหรือกางตามที่สั่ง
- สามารถสั่งปิดกระจกหน้าต่างทั้ง 4 บานได้ โดยการกด Lock ค้างไว้ หลังจากกดล็อครถ กระจกก็จะปิดขึ้นแบบ Auto ให้ทั้งหมด 4 บานหรือเฉพาะบานที่เปิดไว้



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:02:14 »
     สำหรับอุปกรณ์ภายนอกนั้น เรามาเริ่มดูกันจากภายนอกเลยดีกว่า เริ่มกันที่ไฟหน้าครับ ไฟหน้าของรถคันนี้จะเป็นแบบ HID (หรือเรียกอีกอย่างว่า Xenon) แสงสีขาวครับ (ช่วงเปิดใหม่ๆ จะเป็นสีฟ้าก่อนแล้วค่อยกลายเป็นสีขาว) ความสว่างที่ทำได้ก็ถือว่าพอดี แต่จะเสียตรงที่เวลาใช้งานจริงไฟต่ำค่อนข้างอยู่ต่ำมากไปหน่อยครับ อาจจะต้องแก้ไขโดยให้ช่างที่ 0 ปรับตั้งให้ใหม่ (ปรับตั้งเองได้รึเปล่าไม่ทราบเหมือนกัน) ซึ่งไฟหน้านี้จะประกอบด้วยไฟหรี่ ไฟต่ำ และไฟสูงแยกออกจากกัน ฟังก์ชั่นของไฟหน้าเพิ่มเติมมี 2 อย่างคือ
- ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ที่ติดตั้ง sensor แสงไว้บนคอนโซลหน้า เพื่อปรับการเปิด-ปิด ไฟหน้าตามความสว่างที่รับเข้าไป (ควบคุมไฟตัดหมอกไปในตัว)
- ระบบปรับระดับไฟอัตโนมัติ ตามองศาการแหงนของหน้ารถ ถ้ามีการขนของมากจนหน้าแหงนขึ้น ไฟหน้าก็จะปรับระดับแสงให้กลับมาอยู่ต่ำแหน่งเดิมโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีการติด sensor วัดความเอียงไว้ที่คานด้านหลังฝั่งขวา

     ส่วนไฟตัดหมอกก็จะเป็นแบบกลม แสงสีเหลืองปกติ วิธีการเปิดใช้งานก็จะมีสวิตช์แบบปุ่มกดภายในรถกดเปิด-ปิด





     มาต่อกันที่ปัดน้ำฝนด้านหน้า Space Wagon จะมีที่ปัดน้ำฝนหน้าที่ค่อนข้างแปลกตาไปสักหน่อย คือจะเป็นแบบไขว้ แบบเดียวกับที่อยู่ใน Civic FD ข้อดีของการปัดแบบนี้คือ สามารถปัดได้พื้นที่ที่กว้างกว่าแบบทั่วไป ซึ่งปัดน้ำฝนนี้ก็มีระบบหน่วงเวลาเหมือนรถทั่วไป แต่ที่น่าติคือ ไม่มีระบบ Rain Sensor มาให้ ดังนั้นเลยต้องควบคุมเอง (ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอกม้างงงง กับที่ปัดน้ำฝนแค่เนี่ย) ส่วนปัดน้ำฝนหลังก็จะเป็นแบบปัดซ้ายมาขวา การสั่งการอาจจะแปลกๆ ไปหน่อย มีจังหวะเดียวคือปัดต่อเนื่องกันสักพักแล้วก็ปัดหยุด (ความถี่ห่างมากๆ) มีระบบฉีดน้ำกระจกมาให้ ฟังก์ชั่นของปัดน้ำฝนเพิ่มเติมอีกอย่างคือ ปัดน้ำฝนสามารถปรับความถี่ในการปัดได้ โดยเมื่อตั้งการปัดไว้ที่ตำแหน่งปัดหยุด และปรับหน่วงเวลาให้มีความถี่มากที่สุด เมื่อขับรถที่ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นปัดตลอดจังหวะแรกทันที (ในขณะเดียวกันพอความเร็วต่ำกว่า 80 ก็จะกลับมาเป็นปัดหยุด ความถี่สูงสุดเหมือนเดิม) อยากรู้จังเลยว่า มันน่าตื่นเต้นตรงไหนเนี่ย ยี่ห้ออื่นเขาปรับได้มากกว่านี้อีก







     ส่วนด้านข้างนั้นมีจุดที่น่าสังเกตอีกก็คือ กระจกมองข้าง กระจกมองข้างนี้สามารถปรับและพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้าจากสวิตช์ด้านใน ที่ด้านนอกมีไฟเลี้ยว LED ติดมาให้ (แต่ไฟเลี้ยวก็ติดแค่เฉพาะปลายกระจกนะครับ เป็นการใส่มาให้ดูดี แต่ใช้งานจริง ลงทุนต่ำซะเหลือเกิ้นนนนนนนนน) ฟังก์ชั่นของกระจกก็จะมีแค่การสั่งพับกระจกจากกุญแจรีโมทอย่างที่บอกไว้ข้างบนครับ



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:03:24 »
     มาต่อกันที่ด้านท้ายครับ ไฟท้ายของรถคันนี้จะเป็นแบบแนวตั้ง มีไฟเบรกที่เป็นไฟหรี่ในตัวแบบ LED 24 หลอด ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง (ของตัวนอกไฟฝั่งขวาของไฟถอยหลังจะเป็นไฟตัดหมอกหลัง ของบ้านเราไม่มี ดีแล้วหล่ะ จะได้ไม่ต้องมีการเปิดพร่ำเพรื่อ) พร้อมสปอยเลอร์จะมีไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED มาให้อีก 18 หลอด รวมไฟที่เป็นไฟเบรกหลอด LED ก็ 24x2 (2 ข้าง) + 18 ได้ 66 หลอดเลขสวยงาม แสงไฟในการเบรกแต่ละครั้งบางคนอาจจะรำคาญแสงไปบ้าง เพราะแยงตา ตำแหน่งไฟก็สูงเข้าตาพอดี (แต่คงยังไม่ถึงขั้นแยงตาแบบ Benz E-class W212 ตัวปัจจุบันหรอกมั้ง เบรกทีนี่ เล่นเอาพร่าไปชั่วขณะเลยทีเดียว)





    ส่วนด้านท้ายอย่างอื่นนั้น ก็จะเห็นตรงกันชนมีจุด 3 จุด นั่นเป็นเซนเซอร์กะระยะรอบคันครับ ทั้งหมดมี 5 จุด คือมุมตัวรถ 4 และตรงกลางกันชนท้ายอีก 1 ที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นปีเดิม (และก็จะทำงานเฉพาะตอนเข้าเกียร์ถอยหลัง R เท่านั้น) ซึ่งสามารถดูสัญญาณของจุดต่างๆ ได้จากไฟบนมาตรวัด และสามารถควบคุมการทำงานไดด้วยสวิตช์เปิด-ปิดภายใน และในประตูท้ายนั้นก็จะมีคิ้วขอบป้ายทะเบียนแบบโครเมี่ยม ซึ่งข้างในนั้นจะซ่อนที่เปิดประตูท้ายเอาไว้ โดยที่เปิดประตูท้ายนั้นเป็นระบบกลอนประตูไฟฟ้า สั่งการเปิด-ปิดกลอนประตูจากระบบไฟฟ้า (ถ้าไฟหมดก็สามารถเปิดด้วยระบบกลไกก็ได้จากภายในรถ) และคิ้วขอบทะเบียนนั้นก็ยังเป็นที่ซ่อนของกล้องส่องถอยหลังอีกด้วย







User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:03:58 »
     ในส่วนของล้ออัลลอยด์ของรถคันนี้นั้นจะใช้ล้ออัลลอยด์ 17”X 7 JJ (ไม่รู้ว่าแต่ละตัวหมายความว่าไง) น็อต5 รู ขนาดยางที่ติดมากับรถคือ 215/55R17 โดยยางที่ติดมากับรถคือ Bridgestone Turanza ER33 ยางเกือบจะดี ที่ถูกโละมาเป็นยางติดรถ ตอนใช้ปีแรกก็ดีอยู่ แต่พอปีต่อมา เสียงเริ่มดังขึ้นและยางก็กระด้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ที่ใช้อยู่ก็ใช้กับยางเดิม แต่เปลี่ยนลมข้างในเป็นไนโตรเจน อาจจะสงสัยว่าทำไมเป็นจุกดำอยู่ พอดีตอนเอาไปใส่ครั้งแรกเลย เฮียร้านยางบอกว่า จุกเขียวหมด (จริงหรอหว่าาาาาา) เลยใช้อันเดิมไปก่อน พอใช้ไปใช้มา เติมลมมาก็ไม่กี่ครั้ง เลยยังไม่ได้เปลี่ยนซะงั้น ส่วนยางอะไหล่ เก็บไว้ด้านหลังใต้ภายนอกตัวรถ ขนาดขออนุญาตไม่พูดถึง เพราะผมก็ยังไม่แน่ใจเลยว่านี่คือยางอะไหล่สำหรับรถยนต์ หรือยางรถ Big Bike กันเแน่ เล็กเหลือเกิ้นนนนนนน

ปล. นอกเรื่องสักครู่ มีใครช่วยบอกข้อเสียเกี่ยวกับการใช้งานของลมยางไนโตรเจนหน่อยได้มั้ยครับ ไปอ่านมาแต่ละที่ เจอแต่ข้อดีเต็มไปหมด





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:04:37 »
     เอาล่ะ คราวนี้มาลองสอดส่องกันที่ภายในบ้างนะครับ เริ่มจากด้านหน้าก่อนเลย ประตูรถสามารถเปิดได้โดยการดึงมือจับประตูเปิดเข้ามาแบบ Grip เหมือนรถสมัยใหม่ทั่วไป พอเปิดเข้ามา ธรณีประตูหน้าก็ถือว่ามีขนาดที่กว้างดีครับ ก้าวขาได้สะดวก วิธีการเข้าไปนั่งในรถก็สามารถก้าวขาเข้าไปได้เลย แต่อาจจะไม่ได้หย่อนก้นลงนั่งเหมือนรถเก๋ง เพราะขอบประตูและพื้นรถมีความสูงจากพื้นดินมากกว่าของรถเก๋งอยู่พอสมควร ถ้าขาไม่ยาวมาก ก้าวขึ้นแล้วสามารถนั่งเทียบเบาะเลยก็ได้ ไม่ต้องยก ไม่ต้องหย่อน ส่วนแผงประตูของด้านหน้านั้น ออกแบบมาเรียบง่ายครับ (อาจจะไม่รับกับคอนโซลหน้าบ้าง) มีทวีตเตอร์ติดซ่อนไว้ด้านบน แถวๆ ขอบประตู ตัวแผงประตูมีหนังบุ ที่ท้าวแขนที่ประตูก็บุวัสดุนุ่มมาให้ด้วย ตำแหน่งในการวางแขนก็ทำได้สบายและนุ่มดีครับ แถวๆ สวิตช์กระจกจะมีที่ใส่ของจุกจิกนิดหน่อย ให้มาเฉพาะฝั่งผู้โดยสารหน้า ด้านล่างก็จะมีลำโพง ช่องใส่ของและขวดน้ำ และมีไฟประตูมาให้ ข้อสังเกตของด้านหน้าจะเห็นว่า Leg Room ในส่วนของพื้นวางขาของเบาะหน้าอาจจะมีการตัดชันมากกว่ารถทั่วไปอยู่ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อคนขายาวบ้าง ถ้าต้องการเหยียดขา แต่นั่งปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร





     ส่วนเบาะนั่งด้านหน้านั้น คันนี้ตัวเบาะจะใช้วัสดุหนัง ซึ่งมีทั้งหนังแท้และหนังสังเคราะห์ปนกันไป ซึ่งวัสดุหนังที่ใช้นั้นก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร แถมเสื่อมสภาพค่อนข้างไว สังเกตได้ชัดเลยครับว่าพึ่งผ่านไป 2 ปี สีเบาะเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ แถมบางจุดมีรอยแตกลายงาเล็กน้อยแล้ว (เอ๊ะ หรือว่าเพราะผมไม่รักษาเองก็ไม่รู้) ตัวเบาะนั่งทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารหน้านั้นสามารถปรับระดับได้ด้วยกลไก ตำแหน่งของเบาะก็ถือได้ว่าค่อนข้างสูง มีดีตรงที่เห็นทัศนวิสัยชัดเจน ตัวเบาะเองนั่งแล้วมีความรู้สึกว่านั่งแรกๆ ก็สบาย แต่นั่งนานๆ ไปอาจจะมีความรู้สึกปวดก้นขึ้นมาหน่อย และที่นั่งนั้นก็มีที่พักแขนมาให้ทั้งในด้านคนขับและคนนั่ง สามารถปรับตำแหน่งได้ โดยส่วนตัวก็ถือว่าพอปรับตำแหน่งให้เข้าที่แล้วก็วางแขนได้สบายได้ วางแขนทั้งสองข้างทำได้ดีใช้ได้ครับ





     นอกจากนี้ตัวเบาะผู้โดยสารหน้ายังมีลูกเล่นที่ผู้ชายต้องรู้ ผู้หญิงไม่เกี่ยว เอาไว้อีกด้วยคือ ที่เก็บของใต้เบาะนั่งครับ โดยตัวเบาะรองนั่งสามารถเปิดขึ้นได้จากห่วงดึง สามารถเก็บของที่ไม่ต้องการให้คนเห็นเช่นเงินซ่อนเมีย (แต่คันนี้แม่ดันรู้ทัน พ่อเลยอด) หรือเก็บของที่มีกลิ่นอย่างรองเท้าครับ โดยตัวเก็บของนั้นจะมี 2 ชั้น ชั้นแรกสามารถรับน้ำหนักได้แค่ 7 กก. ใส่ของจุกจิกได้ ส่วนชั้นที่สองก็เปิดฝาจากชั้นแรกออก ดูจากการออกแบบแล้ว พอที่จะเก็บรองเท้ากีฬาไว้ได้อยู่ครับ





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:05:22 »
     ส่วนด้านหลัง พอเปิดประตูมา ธรณีประตูหลังขนาดก็กำลังดีครับ เพียงแต่ตอนที่จะเข้าหรือออกมานั้นอาจจะต้องระวังขาจากเสา B-pillar หน่อยครับ เพราะช่องระหว่างเบาะกับเสา ที่จะก้าวขาเข้ามานั้นไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการเลื่อนเบาะแถว 2 ด้วย) วิธีการเข้าไปนั่งก็คือต้องก้าวขึ้นมาโดยการดันตัวขึ้นไปสักเล็กน้อย เพราะพื้นรถและขอบประตูของประตูหลังค่อนข้างสูงจากพื้นถนนมากกว่าของด้านหน้าหน่อย (ซึ่งก็เป็นธรรมดาของรถประเภทนี้) ดังนั้นใครที่กำลังจะซื้อรถอเนกประสงค์เพื่อต้องการใช้เป็นรถครอบครัวพาผู้อาวุโสไปเที่ยว โดยหลีกเลี่ยงรถ SUV หรือ PPV เพราะมันสูงขึ้นไม่ไหว แนะนำว่าก่อนตัดสินใจพาผู้อาวุโสคนนั้นไปลองขึ้นนั่งเบาะแถว 2 ของ Space Wagon ดูก่อนนะครับว่าสามารถขึ้นได้มั้ย ส่วนแผงประตูก็ยังเป็นแบบเรียบง่ายครับ ออกแบบรับกับแผงประตูหน้า ที่แผงประตูมีหนังบุ และที่วางแขนก็บุวัสดุนุ่มมาให้เช่นกัน ตำแหน่งในการวางถ้านั่งปกติก็สบาย แต่ถ้าเริ่มจะเอนนอน อาจจะขัดๆ กับแขนบ้างเล็กน้อย ส่วนที่แตกต่างจากประตูหน้านั้น จะต่างตรงที่แผงประตูหลังจะมีที่วางแก้วน้ำมาให้ข้างละอันตรงสวิตช์กระจก ส่วนด้านล่างก็มีลำโพง ช่องใส่ของและขวดน้ำ และไฟประตูมาให้เช่นกัน





     ในส่วนของเบาะนั่งแถว 2 นั้น จะเป็นแบบแถวติดยาวไปเลย โดยมีพนักพิงศีรษะแบบเดียวกับเบาะหน้าเป๊ะ!!! สลับใช้กันได้เลยนะเนี่ย (แต่ Grandis ของญี่ปุ่นจะมีพนักพิงตรงกลางมาให้ด้วย บ้านเราไม่มี โดนตัดออกซะงั้น) ตัวเบาะนั่งนั้นก็ถือว่าทำได้สบาย เพียงแต่อาจจะมีปัญหาตรงที่เบาะรองนั่งอาจจะมีขนาดที่สั้นไปสักหน่อย อาจจะมีปัญหาในการนั่งสำหรับบางคน น่าจะมีความยาวกว่านี้ (แต่จะว่าไปถ้ายาวกว่านี้ก็อาจจะส่งผลกระทบกับการเข้า-ออกประตูหลังแล้วหล่ะ) ตัวพนักพิงตรงกลางเองสามารถพับลงมาใช้เป็นที่วางแขนได้ ส่วนพื้นที่ Head Room นั้นก็ทำได้ดี คนสูงๆ ก็สามารถนั่งได้ไม่มีปัญหา ส่วน Leg Room ก็ทำได้ดีเช่นกัน แต่อาจจะต้องปรับเบาะดีๆ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อ Leg Room ของแถว 3 พอสมควร ตัวเบาะเองสามารถแยกการควบคุมตัวเบาะออกเป็นอัตราส่วน 60:40 โดยการควบคุมของตัวเบาะเองนั้นก็จะมีลักษณะคล้ายเบาะหน้าคือ สามารถเอน /เลื่อน ตัวเบาะได้ และนอกจากนี้ก็ยังสามารถที่จะพับพนักพิงเพื่อเข้าไปเบาะแถว 3 ได้โดยการดึงที่ปรับเอนขึ้น แล้วดันพนักมาด้านหน้า แล้วเลื่อนตัวเบาะมาด้านหน้าทั้งชุด เพื่อให้เกิดที่ว่างสามารถปีนเข้าไปนั่งแถว 3 ได้ ตอนเก็บเข้าที่เดิมก็ผลักพนักมาให้เข้าล็อค (มันจะไม่กลับที่เดิม อาจจะต้องปรับเอนเพิ่ม) แล้วก็เลื่อนตัวเบาะทั้งชุดกลับมาให้เข้าล็อค (ไม่กลับที่เดิมอีกเช่นกัน อาจจะต้องปรับเลื่อนเพิ่ม) หรือสามารถให้คนนั่งแถว 3 เปิดเบาะออกเอง ก็มีที่เหยียบสำหรับเปิดเบาะไว้ให้ ส่วนการพับเบาะแถว 2 เพื่อใช้ขนของ จะมีกลไกแปลกตาไปหน่อยคือจะต้องยกพับตัวเบาะรองนั่งขึ้นก่อน (แบบที่เคยเห็นอยู่ใน City โฉมที่แล้วและ Jazz นั่นแหละครับ) แล้วค่อยเลื่อนเบาะทั้งชุดไปด้านหน้า ก็จะได้พื้นที่ตามต้องการ











User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:06:05 »
     นอกจากนี้เบาะแถว 2 ก็ยังมีลูกเล่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเหยียดขาเอาไว้อีกด้วยคือ เบาะฝั่งผู้โดยสารหน้าสามารถเปิดพนักพิงเป็นช่องไว้วางขาสำหรับผู้โดยสารแถวหลังได้ (ปกติถ้าเป็นรถทั่วไปก็สามารถเอนพนักพิงและถอดพนักพิงศีรษะออกมาต่อกับเบาะหลัง แต่คงมีความยุ่งยากพอสมควร เลยจัดที่เปิดนี้มาไว้เพื่อความง่ายต่อการใช้งาน) โดยตัวเบาะรองที่เปิดออกมานั้น จุดศูนย์ถ่วงของมันสามารถรับน้ำหนักได้ 50 กก. ซึ่งจุดประสงค์หลักเอาไว้ในการรองเหยียดขาของคนนั่งหลัง (ถ้าไม่มีคนนั่งหน้า) วิธีการใช้งานก็เพียงแค่เปิดมือจับออกมาก็สามารถใช้งานได้ วิธีเก็บก็ปิดดันเข้าไปให้เข้าล็อค เหมือนกับเปิดลิ้นชักหน้ารถ





     ส่วนเบาะแถว 3 วิธีการเข้าไปนั่งก็เปิดเบาะแถว 2 ตามที่กล่าวไว้ด้านบน ซึ่งเบาะแถวนี้ก็ออกแบบมาเป็นแถวยาว นั่งได้ 2 คน มีพนักพิงศีรษะมาให้ 2 อัน โดยตัวเบาะนั้นก็ถือว่าทำมานั่งสบายพอรับได้ ตัวเบาะมีความยาวของเบาะรองนั่งพอดี ในด้านข้างของเบาะจะมีที่วางแขนแบบพลาสติกแข็ง (ไม่บุนุ่ม) พร้อมที่วางแก้วน้ำมาให้ โดยในด้านซ้ายจะมีที่วางแก้ว 1  อัน และที่วางแขนนั้นสามารถเปิดออกเป็นกล่องเก็บของได้ ส่วนด้านขวาจะมีที่วางแก้วมาให้ 2 อัน (ถ้าเป็นรุ่นเดิมๆ จะเสียบที่เขี่ยบุหรี่ในที่วางแก้วน้ำมาให้ 1 อัน ตอนนี้ตัดออกแล้ว) แต่ที่วางแขนเปิดไม่ได้ เพราะข้างในเป็นที่อยู่ของคอมเพรสเซอร์แอร์ตอนหลัง ตำแหน่งการวางแขนก็ทำได้ดี อาจจะรู้สึกสั้นไปหน่อยสำหรับคนแขนยาว ส่วนพื้นที่  Head Room มีความกว้างพอประมาณที่จะให้คนสูงหลัก 170 ซม. พอนั่งได้ (ถ้าเกิน 180 ซม. อาจจะมีความคับแคบบ้าง) ส่วน Leg Room ถ้าปรับเบาะแถว 2 ดีก็พอจะมีพื้นที่วางขาเหลือๆ ได้บ้าง แต่สำหรับคนตัวใหญ่จริงๆ อาจจะมีความคับแคบเรื่องการวางขาหน่อย ตัวเบาะแถว 3 นั้นสามารถแยกการควบคุมตัวเบาะออกเป็นอัตราส่วน 50:50 โดยการควบคุมนั้นสามารถปรับเอนและพับเก็บเบาะลงไปได้ โดยการเอนเบาะจะสามารถปรับเอนได้จากก้านปรับด้านข้างตัวพนักพิง และการพับเก็บของเบาะแถว 3 หลังมีกลไกที่ค่อนข้างแปลกตาอยู่เช่นกันคือ พับพนักพิงโดยการดึงเชือกที่อยู่หลังพนักพิงแล้วผลักพับลงไปข้างหน้า แล้วจากนั้นดึงเชือกที่หลังเบาะรองนั่งแล้วดึงตัวเบาะทั้งชุดกลับไปทางด้านหลัง ก็จะมีพื้นที่ขนของได้ตามต้องการ (จากที่ระบุในโบรชัวร์ พับเบาะแถว 3 แล้วสามารถใส่ถุงกอล์ฟแบบเรียงตามยาวไปกับรถได้ 4 ใบพอดี)







     ส่วนในเรื่องของห้องสัมภาระท้ายนั้น ได้ถูกออกแบบมาโดยมีการทำเป็นหลุมลึกลงไปในการวางของ ซึ่งสามารถเก็บของได้มากหน่อยในยามที่นั่ง 7 คนเต็ม (แต่กระเป๋าสัมภาระอาจจะไม่พอ ต้องจัดสรรดีๆ) หรือในยามที่พับเบาะแถว 3 ก็จะเก็บเบาะลงไปได้ราบไปกับขอบด้านล่างของประตูท้าย (สังเกตขอบด้านล่างจะมีที่ล็อคยางอะไหล่ไว้อยู่ ถ้าต้องการใช้งาน ต้องมาเปิดที่ตรงนี้ก่อน) โดยด้านซ้ายนั้นจะมีการเว้าพื้นที่เข้าไปหน่อย และมีปลั๊กจ่ายไฟสำรองขนาด 12V มาให้ (ในตอนแรกที่ใช้นั้นก็มีปัญหาตรงที่ปลั๊กตัวนี้ไม่สามารถใช้ได้ คือไฟไม่เข้า ต่อมามีคนใน SW Club ไปแจ้ง จนสุดท้ายก็ได้เคลม แต่ตอนไป 0 ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เลยไล่ให้ช่างโทรเช็คไปทางบริษัท ก็ได้เคลม รออะไหล่ 4 วันก็เข้ามาใส่อีกที เหตุที่ใช้ไม่ได้เพราะไม่ได้ติดตั้ง delay ปลั๊กมาตั้งแต่แรก ก็ถือว่าความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาอยู่ในขั้นใช้ได้) ส่วนกล่องเก็บเครื่องมือนั้นจะอยู่ด้านใต้เบาะแถว 3 จะต้องพับลงไปก่อนถึงจะเปิดได้ ซึ่งด้านในมีการซ่อนเหล็กค้ำเบาะมาให้อีกด้วย โดยเหล็กค้ำที่ว่านี้จะใช้เมื่อต้องการพลิกเบาะแถว 3 กลับไปด้านหลัง เพื่อใช้ค้ำตัวพนักพิงหลัง (ซึ่งมันก็คือเบาะรองนั่งตอนอยู่ในตำแหน่งปกตินั่นแหละ) ในการนั่งหันหน้าออกด้านหลังรถ ในยามรถจอดสนิท (เกรงว่าถ้านั่งในยามตอนรถวิ่งนั้น กลัวจะทนเสียงดังเตือนประตูท้ายปิดไม่สนิทตลอดทางนะสิ แถมอันตรายอีกต่างหาก) เดี๋ยวจะสาธิตการปรับเบาะให้ดูในย่อหน้าต่อไป











User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:06:47 »
     คราวนี้เราลองมาดูวิธีการปรับเบาะเพื่อการใช้งานอเนกประสงค์แบบคร่าวๆ ดูนะครับ อันนี้คือตัวอย่างจากในโบรชัวร์ของการปรับเบาะแบบต่างๆ เดี๋ยวเราจะมาลองทำตามนี้สัก 4-5 อย่างกันดูครับ





1. การปรับเบาะหน้าเอนราบกับเบาะแถว 2 เพื่อใช้วางขา สะดวกในการเหยียด (อันนี้ที่จริงไม่จำเป็น เพราะมีที่เปิดพนักอยู่แล้ว แต่ลองทำให้ดูว่าถ้าต้างการแบบนี้ สามารถทำได้มั้ย)





2. การปรับเบาะแถว 2 กับแถว 3 เอนราบเข้าด้วยกันเพื่อเป็นห้องนั่งเล่น





3. การปรับพับเบาะแถว 2 กับแถว 3 เพื่อใช้ในการขนสัมภาระขนาดใหญ่ (โปรดสังเกตความราบของพื้นรถ จะเห็นว่ามันมีความไม่ต่อเนื่องกันอยู่ อันเนื่องมาจากตรงที่ต่ำกว่านั้น จะเป็นร่องของการวางขาของ Leg Room ในเบาะแถว 3 พอดี และต่อเนื่องกันมา ดังนั้น เมื่อต้องการขนของที่ต้องการพื้นสม่ำเสมอ หรือต้องการปูที่นอน อาจจะต้องใช้อะไรก็ได้ที่มีความหนาพอสมควรมารองตรงจุดที่ต่ำลงไปก่อนจะวางของหรือปูที่นอนอีกชั้นนึง)







4. การปรับพลิกเบาะแถว 3 เพื่อใช้ในการชมอาทิตย์อัสดง (มีครั้งนึงเคยพลิกแล้วก็ใส่เหล็กค้ำไว้ แต่ลืมถอดพนักพิงศีรษะออก หุหุหุ ว่าอยู่ว่าทำไมนั่งแล้วมันแปลกๆ)



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:07:46 »
     คราวนี้เรากลับมาที่คอนโซลหน้าบ้างครับ คอนโซลหน้าออกแบบให้มีรูปร่างที่หลายคนอาจจะชวนให้นึกถึงยาน UFO บ้าง วัสดุที่ใช้ก็เป็นพลาสติกทั่วไป สัมผัสไม่ได้ดีเลิศเลอ (แต่ก็รู้สึกว่าไม่แข็งเท่า Lancer EX นะ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า) โทนสีของคอนโซลของคันนี้จะเป็นแบบทูโทน ดำ-เบจ (ในส่วนคอนโซลดำ รุ่นเดิมๆ เคยเป็นสีม่วงด้วย) ตกแต่งแผงเกียร์ , หัวเกียร์ และแผงประตูด้วยลายไม้สีน้ำตาลกลางค่อนไปทางแก่ การจัดวางอุปกรณ์ก็ทำได้ดีนะ ด้านคนขับก็ไม่ได้เอื้อมเยอะเท่าไหร่ แต่ที่น่าติคือเวลาแดดส่องลงมา แสงจะสะท้อนเข้าไปในจอเครืื่องเสียง DVD ทำให้มองจอไม่เห็นในเวลากลางวันที่เจอแดดด้านหน้าพอดี ต้องใช้แก๊ปบังแดดจอเอาไว้ แล้วอีกอย่างคือคอนโซลเกียร์ที่ใหญ่ไปหน่อย พ่อมักบ่นว่าพักขาซ้ายไม่ถนัดก็เพราะคอนโซลอันนี้แหละ ส่วนด้านบนเพดานั้นก็จะมีแผงบังแดดแยกซ้ายขวาพร้อมกระจกมีให้ทั้งคู่ (แต่เสียดายไม่มีไฟส่องด้านใน) และตรงกลางจะเป็นไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าพร้อมที่เก็บแว่นกันแดดแบบกดเปิด-ปิด และสวิตช์ควบคุมไฟส่องในห้องโดยสารทั้งหมดครับ ถ้าปิดไว้ ไฟตอนหลังทั้งหมดก็ไม่สามารถเปิดแยกเป็นจุดได้ เปิดได้เฉพาะไฟอ่านแผนที่คู่หน้า จะสามารถเปิดไฟแยกเป็นจุดได้เฉพาะตอนที่ตั้งเป็นไฟเมื่อเปิดประตู







     สำหรับคอนโซลกลางนั้น ประกอบไปด้วยตั้งแต่ส่วนบน ที่มีช่องเก็บของสามารถเปิด-ปิดได้ พร้อมบุสักหลาดเอาไว้ สามารถใส่ของกระจุกกระจิกเล็กน้อยได้ (รถผมเอาไว้ใส่พระแล้ว) ถัดลงมาเป็นเครื่องเสียงแบบจอ DVD 2 Din ของAlpine รุ่น W202E ซึ่งสามารถเล่นแผ่น DVD VCD MP3 CD audio ฯลฯ และมี TV Tuner พร้อมเสาอากาศด้านหน้ารถ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ iPod ผ่านสายต่อที่มีมาให้ในลิ้นชักด้านหน้าได้อีกด้วย ส่วนเสาวิทยุของมันจะถูกติดตั้งเป็นแบบพิมพ์ติดกระจกบานหลังแถว 3 ฝั่งซ้าย (ถ้าหันหน้าออกไปทางเดียวกับรถนะ เดี๋ยวมีคนคิดเป็นตุเป็นตะไปอีก) ซึ่งเครื่องเสียงตัวนี้ได้มีการต่อกล้องถอยหลังเอาไว้ด้วย ภาพจากล้องจะแสดงบนจอเมื่อเปิดเครื่องแล้วเข้าเกียร์ถอยหลัง R คุณภาพเสียงของมันก็ถือว่าใช้ได้ ถ้าไม่ใช่นักฟังหูเทพ ก็ไม่น่าจะต้องไปแต่งเพิ่ม (เว้นแต่ลำโพงในแถว 3 ที่ยังไม่มีมา หลายคนเอาไปเพิ่มมาแล้ว) นอกจากนี้ยังมีจอสำหรับผู้โดยสารหลัง ที่ติดตั้งมาให้ขนาด 9" พร้อมไฟส่องในห้องโดยสารในตัว สามารถรับชมภาพได้จากจอหน้า และยังสามารถต่อ AV แยกการทำงานออกจากจอหน้าได้อีกด้วย เหมาะสำหรับการเล่น PLAY STATION ในรถ ลองดูคลิปสาธิตการใช้งานเครื่องเสียงชนิดลวกๆ กันก่อนครับ















User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:08:42 »
     ต่อมาในระหว่างเครื่องเสียงนั้น ก็มีช่องแอร์ 2 ช่องขนาบข้างไว้ ก่อนที่ถัดมาจะเป็นสวิตช์ระบบเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบลูกบิด (ไม่มีจอดิจิตอลแสดงผล ปรับอุณหภูมิรวม ไม่แยกซ้าย-ขวา แต่น่าจะมีมาให้ได้แล้ว) ลักษณะการใช้งานก็คล้ายเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติของ Lancer EX , Pajero Sport หรือ Triton เลย คือมีสวิตช์ปรับทิศทาง-ไล่ฝ้ากระจกหน้าอยู่ซ้ายมือสุด สวิตช์ปรับระดับแรงลมตรงกลาง พร้อมปุ่ม A/C ด้านใน และสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิขวามือสุด โดยในระบบปรับอากาศตัวนี้ได้ติดตั้งมา Heater มาให้เหมือนระบบปรับอากาศของรถทั่วไป การทำงานของมันก็ถือว่าถูกใจดีจริงๆ ตอนร้อนๆ แอร์ก็เย็นใช้ได้ ไล่ความร้อนไปได้อย่างรวดเร็ว (ทั้งๆ ที่รถติดฟิล์มอะไรก็ไม่รู้ ทั้งใสทั้งร้อน) ตอนเย็นๆ ยังไม่ทันหนาวดี แอร์ก็มีความอุ่นพอดีตัว พอจะให้ความอบอุ่นได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ตัวรถเองก็ยังมีระบบปรับอากาศแยกมาอีกสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 โดยแยกการทำงานของคอมเพรสเซอร์ออกจากตัวหน้าไปเลย และสามารถควบคุมแรงลมแยกจากระบบปรับอากาศตอนหน้าได้ โดยสามารถควบคุมได้ 3 ระดับ ไม่มี Heater มีแต่ลมเย็น ซึ่งการใช้งานแล้วจะมีเรื่องให้น่าแปลกใจคือ ลมที่ออกมาจากช่องแอร์นั้นในแถว 3 ทั้งสองฝั่ง จะมีความแรงมากกว่าลมที่ออกมาจากแถว 2 ทั้งสองฝั่งเสมอ บางครั้งคนนั่งแถว 2 บ่นว่าร้อน แต่คนนั่งแถว 3 หนาวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว (และก็มีที่ติอย่างนึงคือ รุ่นนี้ถูกตัดสวิตช์แอร์หลังจากด้านหน้ารถมาให้เหมือนรุ่นปีเดิมๆ ทำให้ลืมปิดแอร์หลังหลายครั้งเลย เป็นการลดต้นทุนที่แย่มากๆ ไม่คิดให้รอบคอบ ไม่คำนึงถึงประโยชน์ ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ)









     ต่อมาในส่วนของคอนโซลกลาง ถัดจากสวิชต์เครื่องปรับอากาศไปแล้ว ก็จะมีนาฬิกาดิจิตอลติดมาให้ (แต่ตำแหน่งผมว่าต่ำไปหน่อย น่าจะอยู่สูงกว่านี้ เพื่อให้คนแถวหลังได้เห็นกัน แถมพื้นที่ที่มีก็เหลือเฟือ น่าจะเอาไปทำเป็นจอแสดงข้อมูลการขับขี่ก็ได้) และถัดลงมาก็เป็นช่องใส่ของเล็กๆ น้อยๆ พอที่จะใส่ซองใบขับขี่ไว้ได้อยู่ ถัดลงมาก็จะเป็นคอนโซลเกียร์ ซึ่งจะมีคันเกียร์ และสวิตช์ไฟฉุกเฉินอยู่ทางด้านขวามือ ถัดลงมาอีกก็จะเป็นที่เขี่ยบุหรี่สำหรับด้านหน้า โดยการดึงออกมา ที่เขี่ยจะยกตัวขึ้น สามารถถอดออกได้ (ตอนนี้ผมใช้เก็บเหรียญไปแล้ว)



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:10:01 »
     นอกจากนี้ในส่วนตรงกลางระหว่างเบาะนั่งคู่หน้านั้น เป็นถาดวางของอเนกประสงค์แบบเดียวกันกับ CR-V โฉมก่อนๆ โดยติดไว้กับเบาะนั่งผู้โดยสารหน้า สามารถใช้วางของเล็กๆ น้อยๆ บนถาด (ของชิ้นนั้นต้องไม่กลิ้งง่ายด้วย) และมีที่วางแก้วน้ำมาให้ 1  คู่ สำหรับด้านหน้า สามารถพับเก็บได้จากก้านที่อยู่ด้านหลัง พับแล้วก็จะเจอกับพื้นรถ ในระหว่างกางถาดออกอยู่ ด้านใต้ถาดก็มีพื้นที่พอให้สามารถวางกล่องทิชชู่ขนาดมาตรฐานไว้ได้ (แต่แม่เอาไปแขวนไว้หลังเบาะคนขับซะงั้น)





     สำหรับในส่วนของด้านคนขับนั้น มาเริ่มต้นกันจากมาตรวัดก่อน โดยมาตรวัดรุ่นนี้จะเป็นแบบเรืองแสงตลอดเวลา ชนิดเข็ม โทนสีหลักของมาตรวัดนี้ใช้สีฟ้า (Grandis  ที่ญี่ปุ่นใช้สีแดง แต่ความเร็วก็มีแค่ 180 กม./ชม.) มี step เริ่มต้น 3 step ตอนบิดกุญแจมาที่ On คือ ขอบไฟสีน้ำเงินตรงกลางติด ต่อมาไฟเข็มติด และสุดท้ายก็ติดหมด โดยส่วนประกอบหลักๆ ก็มีมาตรวัดรอบในด้านซ้ายสุด มีไฟบอกเกียร์และตัวเลข speed เกียร์ (ขึ้นเฉพาะตอนใช้เกียร์ + - เท่านั้น) ตรงกลางจะมีมาตรวัดความเร็วโดยมีความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และด้านในก็มี Meter ทริปแบบดิจิตอล 2 บรรทัด บอก Odometer , Trip A B และในด้านขวาสุดจะมีมาตรวัดอุณหภูมิหม้อน้ำด้านบน และด้านล่างเป็นมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านข้างมาตรวัดน้ำมันก็จะมีไฟบอกตำแหน่งการเปิดประตู (ถ้าขับรถออกไฟโดยประตูไม่สนิท ไฟอันนี้จะกระพริบและจะมีเสียงร้อง) และสัญญาณจุดต่างๆ ของเซนเซอร์รอบคัน 5 จุด (โดยไฟแต่ละจุดจะมีเป็นไฟกระพริบและเสียงร้อง "ปี๊ป" ความถี่จะมากขึึ้นตามระยะสิ่งกีดขวาง สามารถเปิด-ปิดเซนเซอร์ได้) นอกจากนี้ก็มีไฟเตือนบนมาตรวัดก็มีไฟเตือนทั่วไป มีไฟบอกการเปิดไฟหรี่เหมือนกับรถมาตรวัดเรืองแสงตลอดเวลาทั่วไป มีไฟบอกการเปิดไฟตัดหมอก (2 อันนี้ลืมถ่าย) แต่ๆๆๆ สำหรับรุ่นนี้ในบ้านเรานั้น ไม่มีไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยครับท่านผู้อ่านนนน!!! (ที่จริงมีเบ้าหลอดของด้านคนขับมาให้อยู่ ลองดูในภาพที่ 2 จะอยู่ข้างๆ ไฟเกียร์ R แต่บ้านเราโดนตัดออกซะงั้น) จริงอยู่ว่ารถมันก็ออกมาหลายปีแล้ว แต่ตลาดโลกก็มีมาให้ แล้วทำไมของแค่นี้ก็ต้องลดต้นทุนกันด้วย มันจะสักกี่บาทกันเชียวไอ้ไฟหลอดนี้ บางทีขับรถเข้ากรุงเทพ พ่อจอดแวะพักโคราชออกไปทำธุระ กลับเข้ามาลืมคาดเข็มขัด ขับจากโคราชไปจนถึงกรุงเทพโดยไม่คาดเข็มขัดเลยก็มี ถ้าเกิดติดมาให้แล้วต้องเพิ่มเงิน โอเค ผมเพิ่มให้ก็ได้ โอ้ยยย ไม่น่าให้อภัยเล้ยยยยย (แถมถ้าลองดูในภาพที่ 2 ด้านบนๆ จะเห็นไฟบอกระบบควบคุมการทรงตัวและไฟบอกการปิดระบบกันล้อหมุนฟรี TCL มาให้อีก แต่บ้านเราไม่มีระบบเหล่านี้สักอย่าง เฮ้อออออ)





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:10:55 »
     ต่อมามาดูกันที่พวงมาลัยครับ พวงมาลัยของรุ่นนี้เป็นแบบ 4 ก้าน มีเพาเวอร์ธรรมดา ยังไม่ใช่ไฟฟ้า โดยการตกแต่งของพวงมาลัยนั้นคันนี้จะเป็นแบบหุ้มหนังที่ตัววงพวงมาลัย มีลายไม้สีเข้มกว่าลายไม้อื่นๆ ในรถแซมมาให้ด้านบน-ล่าง ของวงพวงมาลัย ด้านในฝังถุงลมมาให้ มีปุ่มแตรให้กดตรงกลาง โดยในพวงมาลัยนั้นจะมีสวิตช์ Cruise Control แบบก้านมาให้ (ไม่มีไฟเรืองแสง) การใช้งาน Cruise Control ก็ไม่ยากอะไร เปิด-ปิด ระบบได้จากสวิตช์ปลายก้าน ตั้งความเร็วก็เหยียบคันเร่งไปถึงความเร็วที่ต้องการแล้วก็กด set (โยกก้านลง) เพิ่ม-ลด ความเร็วในระหว่างใช้งานก็โยกก้านขึ้น-ลง ตามต้องการ พอจะยกเลิกก็สามารถกด cancel หรือเหยียบเบรก หรือจะปิดระบบไปเลยก็ได้ แต่ถ้ายังไม่ปิดระบบ สามารถกลับมาใช้ความเร็วเดิมจากการกด res (โยกก้านขึ้น) ได้ครับ (อันนี้คือที่อ่านคู่มือมาคร่าวๆ นะครับ ใช้งานจริงอาจจะแตกต่างไปจากนี้ได้นิดหน่อย)







     ต่อมาเรามาดูกันที่ก้านด้านหลังพวงมาลัยกัน โดยฝั่งซ้ายจะเป็นก้านปัดน้ำฝน ถ้าเป็นปัดน้ำฝนหน้าจะเป็นแบบ 3 จังหวะ เปิดโดยการโยกก้านลง (แต่ถ้าปัดครั้งเดียวก็โยกก้านขึ้น) และถ้าต้องการฉีดน้ำก็โยกก้านเข้ามาหาตัว มีสวิตช์ปรับความหน่วงเวลามา (ที่เป็นพื้นลายๆ ไม่เรียบ นั่นแหละ) ส่วนปัดน้ำฝนหลังจะเป็นแบบสวิตช์หมุนปลายก้าน มีจังหวะเปิดแบบเดียว แต่มีจังหวะปัดพร้อมฉีดน้ำกระจกมาให้ 2 จุด (แบบเดียวกัน)





     และในฝั่งขวาจะเป็นก้านไฟเลี้ยวและไฟหน้าอยู่ในตัวเดียวกัน ถ้าเป็นไฟเลี้ยวก็โยกก้านตามฝั่งที่ต้องการเปิด เปิดซ้ายก็โยกขึ้น เปิดขวาก็โยกลง และไฟหน้าก็เป็นแบบสวิตช์หมุน เรียงตามลำดับก็เริ่มจากตำแหน่งปิด มา Auto มาไฟหรี่ และก็มาไฟต่ำ ส่วนไฟสูงนั้นก็โยกก้านเข้ามาหาตัวเรา 2 จังหวะ ถ้าจังหวะเดียวก็เป็นการดริฟไฟ





ปล. อาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง Review ของเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำให้ดูขนาดนี้ด้วย ก็เพราะว่าพักนี้เจอแต่รถยนต์ที่มักไม่เปิดไฟเลี้ยวครับ มอเตอร์ไซค์ไม่เปิดนี่ก็หน่ายแล้ว รถยนต์ไม่เปิดนี่อยากจะเอาขามาก่ายหน้าผากซะจริงเลย เลยคิดว่าทำ Review ของพวกนี้ไปด้วยเลย จะได้รู้ว่ามันเปิดยังไงแบบไหน เฮ้อออออออ
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:11:39 »
     ต่อมาเรามาดูกันที่สวิตช์ต่างๆ ในด้านคนขับครับ อันนี้เป็นปุ่มที่อยู่ผั่งคนขับ โดยหลักๆ จะมีสวิตช์ปรับและพับกระจกมองข้าง (สังเกตว่าหน้าตาของมัน จะคล้ายกับของ Lancer EX มากๆ เพียงแต่รายนั้นไม่มีปุ่มพับกระจก ผมว่าใครที่ใช้ Lancer EX อยู่ น่าจะลองเบิกสวิตช์ตัวนี้ของ Space Wagon และลองหาชุดมอเตอร์พับกระจกจากเซียงกงแล้วไปหาวิธี DIY ใส่กันลองดูครับ) และจะมีปุ่มไฟตัดหมอก (คันอื่นเขาใส่ที่ก้านไฟหน้าหมดแล้ว อันนี้ยังต้องกดเอาอยู่) และด้านข้างก็เป็นปุ่มเปิด-ปิด เซนเซอร์รอบคัน ถ้ามีการปิดอยู่ก็จะมีไฟ “SONAR OFF” ติดขึ้นบนมาตรวัด แล้วนอกจากนี้ก็จะมีรูเสียบกุญแจถัดไปตรงคอพวงมาลัยอีก มีไฟเรืองแสงมาให้ครับ (ลืมถ่าย)





     สำหรับแผงประตูฝั่งคนขับ รายละเอียดของมันก็คล้ายๆ กับตามที่ได้บอกไว้ในย่อหน้าบนๆ โดยประตูจะตกแต่งด้วยลายไม้ที่สวิตช์กระจกครับ สวิตช์กระจกหน้าต่างในด้านคนขับนี้สามารถกดขึ้น-ลง ได้อยู่ 2 ระดับ คือระดับแรกจะเป็นสวิตช์ธรรมดา กดค้างไว้ ส่วนอีกระดับก็กดให้ลึกมากกว่าระดับแรก จะเป็นสวิตช์แบบ Auto กระจกจะขึ้น-ลงเองโดยไม่ต้องกดค้าง สามารถทำได้ทุกบาน เฉพาะสวิตช์ด้านคนขับ และนอกจากนี้จะยังติดตั้งระบบกันหนีบ Jam Protection มาให้ด้วยทุกบาน สามารถกันหนีบได้ทั้งตอนสวิตช์ Auto และสวิตช์ธรรมดา ส่วนด้านบนก็จะมีสวิตช์ล็อคกระจกหน้าต่างมาในด้านซ้าย ส่วนด้านขวาจะเป็นสวิตช์ควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อค ซึ่งได้เพิ่มมาให้ในรุ่นปีนี้เป็นต้นมา
 




     สำหรับในส่วนของฝั่งคนนั่งนั้น ก็จะมีช่องเก็บของเป็นลิ้นชักด้านหน้ารถครับ สามารถล็อคได้ด้วยการไขกุญแจที่เป็นสีดำอย่างที่ได้บอกไว้ย่อหน้าบนๆ ลิ้นชักนี้พอเปิดออกมาแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้นครับ โดยชั้นบนนั้นจะเป็นช่องเก็บของนิดหน่อย พอให้ใส่ CD หรือแผนที่ขนาดเล็กได้ ส่วนชั้นล่างก็เป็นห้องเก็บของปกติ มีไฟส่องสว่างมาให้ สามารถใส่คู่มือหรือเอกสารต่างๆ ได้พอสมควร ส่วนสายที่ผมถืออยู่นั้น เป็นสายขั้ว Dock ไว้ใช้สำหรับต่อ iPod เพื่อฟังเพลง โดยต่อแล้วสามารถควบคุมเพลงจากหน้าจอ DVD ได้โดยตรง (ตอนซื้อรถมา สายมันก็ถูกมัดอยู่แบบนี้แหละครับ)





     สำหรับแผงประตูคนนั่ง รายละเอียดก็มีตามที่บอกไว้ในย่อหน้าบนๆ ครับ มีลายไม้ตกแต่งสวิตช์กระจก สวิตช์ตัวนี้จะเป็นแบบสวิตช์ธรรมดา ต้องกดค้างเอานะครับ ไม่เหมือนด้านคนขับที่กดได้ทั้ง 2 แบบ รวมไปถึงสวิตช์ที่อยู่ในประตูหลังด้วย (แต่ระบบกันหนีบก็ยังทำงานอยู่)



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:12:15 »
     คราวนี้เรามากันที่ในส่วนของเครื่องยนต์กันครับ สำหรับเครื่องยนต์ของคันนี้ จะใช้เครื่องยนต์รหัส 4G69 (ไม่รู้ที่มาแต่ละตัว รู้แต่เลข 4 นำหน้าหมายถึงจำนวนลูกสูบ ถ้า 6 สูบก็เป็น 6xyy /x คือตัวอักษร y คือตัวเลข) มีระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นวาล์วแบบแปรผันที่มิตซูใช้ชื่อว่า MIVEC ซึ่งในเครื่องยนต์ตัวนี้ MIVEC จะเป็นการควบคุมลิ้นวาล์วแปรผันเฉพาะฝั่งไอดีเท่านั้น (ไม่เหมือนของ Lancer EX ที่จะมีการควบคุมทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย) และเครื่องยนต์ตัวนี้จะเป็นแคมชาฟท์แบบเพลาเดียว หรือที่เราเรียกกันว่า SOHC (Single OverHead Camshaft) สามารถเรียกกำลังได้สูงสุด 165 แรงม้า หรือ 121 kW ที่ 6,000 รอบ/นาที และสามารถเรียกแรงบิดได้สูงสุด 217นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที โดยที่ความเร็วสูงสุดตามที่ระบุไว้ในคู่มือนั้น สามารถทำได้ประมาณ 190 กม./ชม. แต่สำหรับคันนี้ พ่อเคยเหยียบสูงสุดไว้แค่ 160 กม./ชม. เท่านั้น เพราะว่าถ้าเกินนี้ อาจจะมีมือที่มองไม่เห็นมาจากด้านหลังช่วยเบรกไว้ให้ อิอิ สำหรับเครื่องยนต์ของคันนี้จะสามารถใช้น้ำมัน "เบนซิน 95 , เบนซิน 91 , แก๊สโซฮอลล์ 95 และแก๊สโซฮอลล์ E20” ได้ (เหมือนจะเคยอ่านเจอที่ไหนนี่แหละว่าไม่แนะนำให้เติมแก๊สโซฮอลล์ 91 สำหรับรถรุ่นปีนี้ ยิ่งในคู่มือนี่คลุมเครือมากๆ ครับ บอกแค่ว่าเติมเบนซิน 91 RON หรือสูงกว่า สามารถใช้ E20 ได้)





     ในส่วนของเกียร์นั้น คันนี้จะใช้เกียร์อัตโนมัติแบบเฟืองธรรมดา ถ้าเรียกตามชื่อของมิตซูจะใช้ชื่อว่า INVECS II มีอยู่ 4 speed โดยจะมีฟังก์ชัน +- มาให้สำหรับผู้ขับขี่เมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง โดยคันเกียร์นั้นจะเป็นแบบขั้นบันได มีตำแหน่งเกียร์คือ P-R-N-D- +- และคันเกียร์ของรุ่นนี้ ไม่มีระบบ Shift Lock ที่จะต้องเข้า P ก่อนถึงจะถอดกุญแจได้ สามารถถอดกุญแจจากที่ N ได้เลย (สติ๊กเกอร์ Shift Lock ที่ติดไว้นั้น มิตซูเขาหมายถึงระบบล็อคเกียร์ เวลาจะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จาก P ไปนั้น จะต้องเหยียบเบรกก่อน ไม่เห็นต่างจากยี่ห้ออื่นที่เป็นเกียร์ขั้นบันไดตรงไหนเลย) เกียร์ลูกที่ใช้กันคันนี้นั้น มีอัตราทดดังนี้
เกียร์ 1 ---- 2.842
เกียร์ 2 ---- 1.529
เกียร์ 3 ---- 1.000
เกียร์ 4 ---- 0.712
เกียร์ถอยหลัง ---- 2.480
อัตราทดเฟืองท้าย ---- 4.406



User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:13:01 »
     ต่อมามาดูกันเลยที่ช่วงล่าง สำหรับช่วงล่างของรุ่นนี้ ด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระ McPherson strut Coil Spring พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระ Semi-trailing arm Coil Spring พร้อมเหล็กกันโคลง หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า "กึ่งคานแข็ง" นั่นแหละครับ ในคู่มือก็บอกแบบนี้เช่นกัน รัศมีวงเลี้ยวที่มันทำได้  ถ้าเป็นในส่วนของล้อ สามารถทำได้แคบสุด 5.5 ม. แต่ถ้าเป็นตัวถัง ทำได้แคบสุด 5.8 ม. ครับ ถ้าตัดสินช่วงล่างจากการ "นั่ง" ของผมนะครับ ถ้าเป็นเรื่องของความนุ่มนวล ก็ทำได้ดีไม่แพ้เก๋งครับ การดูดซับแรงสะเทือนก็ใช้ได้เลย พ่อเคยขับชนลูกระนาดแบบไม่เบรกครับ เสียงที่หน้ายางชนกับลูกระนาดก็ดังพอที่จะรู้ว่าค่อนข้างแรง แต่ความสะเทือนที่ส่งเข้ามากลับน้อยกว่าที่คิด ถ้าเป็นในส่วนของแถวหน้า ถ้าเป็นแถว 2 ในกรณีตกหลุมไม่ลึกมาก แรงสะเทือนที่ส่งมาก็น้อยพอๆ กับแถวหน้า แต่ถ้าเป็นแถว 3 กรณีตกหลุมเช่นกัน แรงจะเทือนจะเข้ามามากกว่า 2 แถวหน้าชัดเจน รู้สึกได้ครับ มากกว่าเบาะหลังของเก๋งหน่อย แต่ก็ยังไม่เท่ากระบะ ส่วนความนุ่มนวลนั้นโดยรวมผมให้ไม่ต่างกันสำหรับทั้ง 3 แถว ถ้าขับทางเรียบแถว 3 ก็สบายครับ แต่ถ้ามีทางขรุขระ แล้วรวมไปถึงความสบายของตัวเบาะเข้าไปด้วย ผมให้แถว 2 ดีที่สุดครับ   (แถวหน้าก็ทำได้ดีพอๆ กัน แต่จะเสียที่ตัวเบาะเวลานั่งนานๆ อาจจะมีปวดก้นนิดหน่อย) ส่วนการทรงตัวโดยรวมทำได้ดีครับ ตัวรถนั้นบางครั้งอาจจะมีอาการโคลงบ้างเล็กน้อย ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะความสูงของรถที่มากกว่ารถเก๋ง D-segment อย่างที่ได้เทียบไว้ด้านบนนะ ส่วนการควบคุมอันนี้ไม่มีความเห็นครับ แต่เท่าที่นั่งมา เจอแค่เวลาอยู่ในถนนเปียก ตอนเข้าโค้งปกติที่ความเร็ว 60-80 กม./ชม. รถจะมีอาการท้ายปัดนิดเดียว พอให้คนนั่งแถว 3 รู้สึกได้ว่าท้ายปัด แต่ยังไม่ทำให้เสียการควบคุมของรถไปครับ







     ส่วนอีกเรื่องก็คือการเก็บเสียงของเจ้ารถคันนี้ โดยรวมแล้วเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาในรถได้นั้น ส่วนมากแล้วก็จะมีทั้งเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาจากขอบกระจกหน้ารถและขอบกระจกหน้าต่างคู่หน้าค่อนข้างเยอะหน่อย บางทีใช้ความเร็วในย่าน 110-140 กม./ชม. ก็มีความรู้สึกดังพอสมควร และในส่วนของแถว 3 ก็จะพอมีเสียงลมเล็กลอดเข้ามาเล็กน้อยตามร่องต่างๆ ด้านข้าง (ลองย้อนกลับไปดูรูปพับเบาะที่ถ่ายจากด้านหลัง จะเห็นช่องปิดที่มีร่องอยู่ด้านข้าง เสียงจะเข้ามาตรงนั้น) ส่วนเสียงเครื่องนั้น ถ้าดูเฉพาะเสียงของตัวเครื่องเอง ในเครื่องเย็น ถือว่าเสียงค่อนข้างดังมากเลยทีเดียว แต่ถ้าเครื่องมีอุณหภูมิได้ที่แล้ว เสียงก็จะเงียบพอๆ กับรถทั่วไป สำหรับเสียงเครื่องที่เล็ดลอดเข้ามาข้างในนั้น ถ้าเครื่องเย็นที่เสียงค่อนข้างดัง เสียงที่เข้ามานั้นจะดังพอๆ กับตอนเราเร่งเครื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเครื่องร้อนแล้ว เสียงที่เข้ามาก็เงียบลงไปชัดเจน ส่วนเสียงยางบดถนน โดยรวมก็มีเล็ดลอดเข้ามาบ้างพอสมควรในย่านความเร็วสูง แต่วิ่งใช้งานปกติก็ไม่ถือว่าดังจนน่ารำคาญ สรุปแล้ว การเก็บเสียงก็อาจจะไม่ถึงทำให้รำคาญ แต่ถ้าขอให้เงียบลงได้อีกนิดก็น่าจะดีครับ
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:13:50 »
     มาต่อกันที่ในส่วนของระบบความปลอดภัยครับ เริ่มจากระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมก่อน โดยคันนี้จะมีระบบกุญแจ immobilizer มาให้ โดยรหัสในชิฟกุญแจจะต้องตรงกับรหัสในระบบถึงจะสามารถสตาร์ทได้ และตัวรถเองยังมีระบบสัญญาณกันขโมยมาให้ในรถรุ่นปีนี้เป็นต้นไป อย่างที่บอกไว้ย่อหน้าบนๆ ว่าควบคุมการทำงานจากการกดรีโมทล็อคไปในตัว (แต่ไขกุญแจ กันขโมยจะยังทำงานอยู่นะ เดี๋ยวอ่านต่อไปอีกนิด) ด้วยความที่ว่ามันก็เป็นแค่กันขโมยที่มากับรถ ความสามารถและขีดจำกัดของมันก็ทำได้แค่กันขโมยที่มากับรถของรุ่นอื่นจะสามารถทำได้ โดยมันจะส่งเสียงแตรร้อง (ใช้แตรคนละตัวกับแตรรถ) ในกรณีดังนี้
1. เมื่อมีการเปิดประตูในระหว่างกันขโมยยังทำงานอยู่ (หรือง่ายๆ มีการงัดแงะหรือเปิดกลอนแล้วเปิดประตูรถนั่นแหละ ย้ำนะว่าเปิดประตูรถก่อน เปิดกลอนเฉยๆ ยังไม่ร้อง) กันขโมยจะส่งเสียงร้อง "ปี๊ป" ก่อน ในเวลา 10 วินาที เพื่อให้โจรกลับตัวกลับใจ เอ้ยยย ไม่ใช่ เพื่อให้เราสตาร์ทรถ ถ้าในกรณีที่ใช้กุญแจไขประตู (เดี๋ยว immobilizer มันจะไปปิดกันขโมยให้เอง) แต่ถ้าไม่มีการสตาร์ทหรือทำอะไรเกิดขึ้น กันขโมยตัวจริงก็จะดัง
2. เมื่อมีการเปิดฝากระโปรงหน้าในระหว่างกันขโมยยังทำงานอยู่ (หรือง่ายๆ เลย มีการงัดแงะกระโปรงหน้านั่นแหละ) กันขโมยจะร้องเลย ไม่ให้เวลาใครตัดสินใจทั้งสิ้น
นี่แหละครับ มันก็มีแค่ 2 กรณีนี้แหละ ที่กันขโมยทำงาน นอกนั้นหนะหรอ ทุบกระจก เขย่ารถ สัตว์เล็กสัตว์น้อยเข้าไปในรถ เงียบเป็นเป่าสาก เอ่ออออ สรุปแล้ว ถ้าอยากจะติดกันขโมยเพื่อถ่วงเวลาโจรจริงๆ แค่นี้ไม่พอหรอกครับ





     ในส่วนของระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่นะครับ หลักๆ ก็มีแค่ ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อค พร้อมระบบเสริมแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก Brake Assist , ถุงลมนิรภัย Airbags คู่หน้า (Grandis ที่ญี่ปุ่นให้มาครบเลย 6 ลูก บ้านเราโดนตัดเหลือ 2 ) ส่วนในเรื่องของโครงสร้างก็จะมีโครงสร้างนิรภัย Rise Body ที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างของรถมิตซูมาหลายรุ่น คานเหล็กนิรภัยด้านข้าง และก็มีเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด ประจำตำแหน่งอยู่ 6 ที่นั่ง ซ้าย-ขวา ส่วนที่นั่งกลางของแถวที่ 2 ใช้เข็มขัดแบบ NR 2 จุด พับอยู่แถวๆ เบาะรองนั่ง โดยเข็มขัดของแถว 2 ทั้ง 3 อันจะมีระบบ ALR ที่ออกแบบให้เข็มขัดสามารถล็อคเบาะนั่งเด็กไว้โดยเฉพาะ และเข็มขัดคู่หน้าก็มีระบบดึงกลับอัตโนมัติ ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการกระแทกบนถุงลม (สามารถใช้ได้ครั้งเดียว ถ้าใช้แล้วก็เปลี่ยนใหม่เหมือนถุงลม)





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:15:39 »
     ในส่วนนี้เรามาดูกันที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกัน (พอดีไม่ได้จดรายละเอียดในการคำนวณแต่ละครั้งไว้ ดังนั้นเลยมีแต่เฉพาะตัวเลขห้วนๆ ที่คำนวณมาไว้แล้วนะครับ) โดยรถคันนี้ตั้งแต่ใช้มาพึ่งเคยเติมน้ำมันอยู่ 2 ชนิดครับคือ แก๊สโซฮอลล์ 95 กับ แก๊สโซฮอลล์ E20 โดยสำหรับในแก๊สโซฮอลล์ 95  ถ้าเป็นการใช้งานนอกเมือง ส่วนมากจะขับความเร็วประมาณ 80-140 กม./ชม. ลักษณะการขับคือพ่อมักจะเหยียบแช่ไว้  Kick Down บ้างเป็นบางครั้ง ถ้ามีโอกาสก็จะใช้ +- ด้วยในช่วงทางยาวๆ สำหรับตัวเลขที่ทำได้นะครับคือ
- ขับจากเมืองเลยไปชัยภูมิ (จุดหมายคือไปโคราช แต่แวะเติมน้ำมันที่ชัยภูมิ เติมน้ำมันมาเต็มถังจากเมืองเลย ขับมาแล้วเติมน้ำมันกลับให้เต็ม) ระยะทางจากเมืองเลยไปชัยภูมิ 220 กม. (ตัวเลขนี้เป็นเลขหลักกิโลที่บอกตามทางนะครับ ขับจริงอาจจะไม่ใช่ตัวเลขนี้ ดังนั้นเลยไม่เอามาคิด) ตัวเลขอยู่ที่ 9.2 กม./ล.
- ขับใช้ภายในเมืองเลย (ขับไปทำงานไป-กลับ ประมาณ 28 กม. และใช้ในตัวเมืองนิดหน่อย การจราจรไม่ติดขัด เว้นแต่ไปส่งที่โรงเรียนตอนเช้า) ตัวเลขอยู่ที่ 8.8 กม./ล.
ถ้าเป็นการขับในเมือง ส่วนมากจะขับในการจราจรที่ติดขัดบ้าง และถ้าไม่ติดขัดก็จะใช้ความเร็วหลายย่านครับ แต่ไม่เคยเกิน 120 กม./ชม. อันนี้วัดไว้แค่ตัวเลขเดียวครับ คือเติมน้ำมันเต็มถังจากโคราช ไปใช้งานในกรุงเทพ (แถวๆ ลาดพร้าว-บางกะปิ หรือเกษตร-นวมินทร์) แล้วก็ขับกลับ เติมน้ำมันเต็มถังที่สระบุรี ตัวเลขทำได้อยู่ที่ 7.9 กม./ล.
ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 เคยวัดแค่นอกเมืองครั้งเดียวครับ ลักษณะการขับเช่นเดียวกัน อาจจะแตกต่างตรงที่ Kick Down บ่อยกว่าครั้งที่วัดในแก๊สโซฮอลล์ 95 หน่อยนึง วัดจากการขับจากเมืองเลยไปชัยภูมิเช่นกัน (แต่เติมเป็นแก๊สโซฮอลล์ 95 กลับเข้าไป) ตัวเลขที่วัดได้ก็ตามหน้าจอนี้เลยครับ





     ส่วนอันนี้แถมครับ พึ่งเอารถไปโคราชมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ กลับเมื่อคืนครับ เลยได้คำนวณน้ำมันมาเพิ่มเติมอีก ลักษณะการขับขี่ก็คือใช้ความเร็วตั้งแต่ 100-160 กม./ชม. Kick Down ค่อนข้างถี่ (พอดีรีบ) ใช้ +- บ้างในทางยาว ขับมายาวๆ ครับจนมาเจอรถติดน้ำท่วมตรงที่ bypass เมืองโคราชเกือบ 40 นาที ขยับไปได้เรื่อยๆ แล้วก็วิ่งไปในเมืองโคราชนิดหน่อย แล้วขากลับก็กลับมาจากทางมิตรภาพ ไปขอนแก่น ช่วงจอหอน้ำท่วมถนนค่อนข้างสูง (ประมาณเกือบๆ ขอบเกาะกลางถนน จนได้ขับย้อนศรของอีกทางนึง) ก็เลยได้ปิด A/C ขับรถขยับไปเรื่อยๆ (รถกระบะไม่ยกสูงสวนมา 2 คันก็ไร้มารยาทมาก ขับมาซะเร็วจนคลื่นน้ำซัดกับหน้ารถเต็มๆ ตูม ตูม กันเลยทีเดียว) พอพ้นออกมาก็ขับมาเติมน้ำมันข้างนอก น้ำมันที่ใช้และเติมกลับเป็นแก๊สโซฮอลล์ 95 ตัวเลขที่วัดได้ก็ตามหน้าจอเลยครับ





     ถ้ามองในมุมผู้บริโภคทั่วไป ตัวเลขที่รถคันนี้มันสามารถทำได้นั้น ก็ถือว่าค่อนข้างกินจุไปหน่อย ลองคิดเป็นค่าน้ำมัน ใช้ในการขับรถไป-กลับ กรุงเทพ มีการวิ่งในกรุงนิดหน่อย (ระยะทางจากเมืองเลยไปกรุงเทพตามหลักกิโลก็ 547 กม.) คิดๆ แล้วก็หมดค่าน้ำมันในการเติมแต่ละครั้งไปทั้งหมด 4 พันกว่าบาท เกือบ 5 พัน หลายคนเห็นตัวเลขที่หมดไปแล้วอาจจะรู้สึกว่าเปลือง เพราะมันตกกิโลละ 3 บาทกว่าเลยทีเดียว แต่ถ้าลองย้อนกลับไปดูมิติและตัวเลขเครื่องยนต์ด้านบนแล้ว จะพบว่าการที่มันทำตัวเลขได้ขนาดนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกตินะ ซึ่งถ้าเกิดจะหวังให้ประหยัดกว่านี้ก็อาจจะเป็นไปได้ไม่ง่ายเลย ถ้าไม่รู้วิธีการขับที่ประหยัดน้ำมันจริงๆ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าเกิดพ่อผมลองเปลี่ยนนิสัยในการขับบ้างเล็กน้อยเช่น ลดการ Kick Down ใน E20 หรือลดการใช้ความเร็วลงเหลือ 110 กม./ชม. ก็อาจจะประหยัดกว่านี้นิดหน่อยได้ แต่ถ้าจะทำให้ถึง 10 เลยหรอนั้น นี่ก็ต้องตั้งใจทำกันจริงๆ เลยหล่ะ (มีครั้งนึงเคยวัดแล้วได้ถึง 10 นิดๆ ครั้งนั้นพ่อยังพูดเองเลยว่า แทบจะไม่ได้ Kick Down เลย)
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:16:13 »
     สำหรับในส่วนสุดท้ายของ Review ในครั้งนี้ก็จะเป็นการพูดถึงปัญหาของตัวรถและการบริการหลังการขายกันครับ เอาที่ปัญหาของตัวรถมาก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ใช้มาก็...
1. จอหลังติดๆ ดับๆ เมื่อเวลาดู TV อาการก็คือเวลาดู TV สัญญาณด้านหน้าถ้าพอดูได้ก็ดู แต่พอเปิดจอหลัง สัญญาณมันเหมือนจะขาดๆ หายๆ ทำให้จอติดๆ ดับๆ เรื่อยไป จนใช้มาแล้วก็ถึงเวลาเช็คระยะก็เลยเอาเข้า 0 ให้ช่างเช็ค ช่างก็ดูอาการแล้วก็หาวิธีแก้ ก็หาไม่ได้ ให้เอารถกลับไปแล้วเดี๋ยวบอกว่าจะโทรกลับไปทีหลัง สุดท้ายก็เงียบ จนเราก็ไปเจอใน SW Club ว่าสาเหตุมันเกิดจากสายสัญญาณส่งมาไม่แรงพอ วิธีแก้ไขก็คือเปลี่ยนสายต่อระหว่างจอหน้ากับจอหลังใหม่ (เปลี่ยนข้างนอก) ด้วยความที่ไม่ค่อยใช้บ่อยเท่าไหร่ก็เลยปล่อยผ่านไป
2. ลำโพงคู่หน้าดับบ้างถ้าใช้เสียงเบาๆ อันนี้ก็ปล่อยผ่านไปครับ เพราะส่วนมากก็ได้ยินจากลำโพงหลังอยู่แล้ว
3. ไฟท้ายไม่ติดบ้างเป็นบางครั้ง อาการคือเหยียบเบรคแล้วไฟเบรคไม่ติดทั้ง 3 อัน เปิดไฟหรี่ติดปกติ เป็นบางครั้ง ตอนแรกๆ ก็เป็นไม่บ่อย เอาเข้า 0 ช่างก็ไม่พบอาการ เลยบอกว่าทำความสะอาดสวิตช์ให้แล้ว ถ้าเป็นเดี๋ยวให้เอาเข้ามาอีก จะเคลมสวิตช์ให้ พอใช้ไปนานๆ เป็นหนักขึ้น ก็เลยเอาเข้า 0 อีกรอบ ช่างก็พบอาการ แต่ก็ทำให้แค่ปรับสวิตช์ให้ใหม่แค่นั้น แล้วก็บอกประโยคเดิมว่า ปรับสวิตช์ให้แล้ว ถ้าเป็นเดี๋ยวให้เข้ามาอีก จะเคลมสวิตช์ให้ สรุป ณ ตอนนั้น พูดจะเคลมให้ก็ไม่เคลมสักที ลีลาเยอะ จนสุดท้ายมันก็เป็นจริงๆ โทรศัพท์ไปหา 0 บอกช่างว่าเป็นอีกแล้ว ช่างก็เลยบอกว่าจะเคลมให้ ถ้าอะไหล่มาก็บอกว่าเดี๋ยวจะโทรไปหา รอเกือบอาทิตย์ก็เงียบ จนพ่อได้โทรไปหา ปรากฏว่าอะไหล่มาแล้ว!!!!! (เอ้าาาา แล้วก็ปล่อยให้เรารอเก้อ) ก็เลยนัดไปเคลมในวันรุ่งขึ้น พอเอาเข้าไปเคลม อะไหล่ผิด ไม่ตรงรุ่น!!!! (คิดไว้แล้วว่าถ้ามีอะไรผิดพลาดอีกครั้ง จะโทรไปหา Call Center แล้วด้วย) ก็ให้โอกาสสั่งอะไหล่ไปอีกครั้ง จนสุดท้ายรอไม่กี่วันก็โทรมาว่าอะไหล่มาแล้ว เลยนัดไปเคลมเป็นวันมื้อรืน ก็เขาไปเคลม ตรงรุ่นแล้ว ใช้ได้ตามปกติ สรุป เฮ้อออออ กว่าจะได้เคลม ตอนที่เท่าที่ใช้มาไม่กี่วันก็ยังปกติอยู่ครับ
     ส่วนปัญหาอื่นๆ เท่าที่เจอมาจนเป็น defect ของรถ แต่รถผมยังไม่เจอก็คือเรื่อง ท่อไอเสียขาด นี่แหละครับ อาการของมันคือท่อไอเสียส่วนกลางจะขาดเองเสียดื้อๆ ส่วนมากคนใน SW Club ก็เจอมาพอสมควร ทั้งรุ่นปีเดิมๆ หรือรุ่นปีเดียวกับผม บางกรณีก็ขาดครั้งเดียวจบ บางกรณีขาดซ้ำๆ ซากๆ MMTh ก็ได้แก้ปัญหาโดยการทยอยเคลมไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนรุ่นปีหลังๆ ตั้งแต่ปี 09 เป็นต้นมา เท่าที่อ่านมาก็ยังไม่เจอนะครับ ยังไงลองไปหาดูข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีแล้วกัน

     จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรถผม ถ้าประเมินในส่วนของการแก้ปัญหา ผมว่าอาจจะยังต้องปรับปรุงกันอีก Lot ใหญ่อยู่นะ ดูจากการวิเคราะห์ของช่างแล้ว เหมือนทาง MMTh เขาอบรมมาไม่เต็มที่เท่าไหร่ (ใช้คำว่าไม่เต็มที่แล้วกัน ฟังดูดีกว่า) แล้วนอกจากนี้ ในส่วนของมาตรฐานการให้บริการ นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องแก้ไขเหมือนกัน เพราะดูจากการเข้าไปเช็คระยะแต่ละครั้งนั้น ระยะปกติก็ทำให้แค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง นอกนั้นต้องบอกเองสั่งเอง กรองอากาศก็ต้องบอกให้เป่าให้ เปลี่ยนนู้นเปลี่ยนนี่ก็ต้องสั่งเอง ในระยะที่ระบุไว้ในคู่มือก็ไม่ทำตาม ถ้าต้องการให้ทำตามนั้นก็ต้องสั่งเอง (แม้แต่เช็คระบบต่างๆ ที่เป็นการเช็คปกติก็ต้องบอก) ระยะใหญ่ๆ (40,000 กม.) ก็ต้องบอกเองว่าให้เปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม น้ำมันเกียร์ น้ำมันเพาเวอร์ เช็คการทำงานช่วงล่าง ก็ต้องบอกเอง หลายคนที่รู้เรื่องรถอาจจะชอบนะ เหมือนเป็นการเข้า 0 แบบบุฟเฟ่ต์ สั่งได้ตามใจอยาก แต่ถ้าคนที่เขาเป็นคนใช้ตาดำๆ วันๆ ขับไป ดูแลในส่วนที่เขาต้องดูแลเท่านั้น (หรือเผลอๆ ไม่ดูเลยด้วยซ้ำ) พอถึงเวลาก็เข้าเช็ค ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 0 อย่างนี้เขาจะทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อ 0 ที่เขาไว้ใจก็ตาสีตาสาเหมือนเราๆ แถมการแก้ปัญหาเขาก็ยังคงต้องปรับปรุงอีก ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้ทาง MMTh น่าจะปรับปรุงไปในส่วนนี้ด้วย

     อ้อ อีกอย่าง เรื่องที่เป็นนโยบายโดยตรงเลย การรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กม. ถ้าให้การประกันมาแบบนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเข้า 0 ทุก 5,000 กม. หรือ 3 เดือน แล้วเวลาเคลมก็ได้เคลมง่ายๆ หน่อย อันนี้ไม่ว่าหรอกครับ แต่นี่.... ให้มา 5 ปี แต่ต้องเข้าเช็คทุก 5 พัน (ถี่ไปไหน) แถมเวลาจะเคลมก็เล่นตุกติกเหลือเกินนนนน แบบนี้ไม่ต้องบังคับให้มาตั้งแต่ออกรถหรอกครับ ให้ลูกค้าเขาซื้อเพิ่มแบบสมัครใจเหมือนของ Chevrolet ดีกว่า แถมบัตร Diamond Card ที่ให้มานั้น ตอนใช้บันทึกเข้าเช็คระยะหรือเคลม 0 ก็ไม่รู้เรื่อง ใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่าที่ใช้บริการทุกครั้งได้บันทึกข้อมูลลงไปให้รึเปล่า (แถมยังจะใช้ระบบฉีกคูปองไปพร้อมด้วย) แถมพอจะเอาไปใช้เป็นส่วนลดร้านค้าตามที่บอกไว้ในสมุด Guidebook จะเอาไปใช้งานจริง เดี๋ยวที่นั่นที่นี่ก็หมดเขตรับบัตรแล้ว ระยะเวลาสั้นมากๆ แถมอันที่เหลือๆ อยู่นี่ แทบทุกอันใช้ในช่วง Hi-season ไม่ได้หมดเลย เฮ้อออออ ถ้าข้อจำกัดในการใช้มันมากขนาดนี้นะ ไม่ต้องให้มาหรอก

เขียนมาซะยืดยาว สรุป ปิดกิจการไปปรับปรุงกันยกแผงเลยดีมั้ยเนี่ย 55555+
User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:16:50 »



--------------->สรุป<-------------
ใครที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสักคัน
อย่าลืมไปมองตัวนี้ด้วยนะ (ถ้าคิดว่ารับได้กับค่าน้ำมัน)

(รูปที่เห็นอยู่ข้างบน ไม่ต้องแปลกใจนะครับถ้าเห็นมันพับกระจกอยู่ พอดีด้วยความที่กล้องมันมาแค่ชั่วครู่เดียว บวกกับมีอากาศแจ่มใส ฝนฟ้าใส เป็นใจ ก็เลยรีบถ่าย คนถ่ายก็หาแต่มุมสวยๆ ถ่ายๆๆๆ พอเอาเข้าคอมถึงได้เห็นว่า กระจกมันพับอยู่ 5555555 วันรุ่งขึ้นเลยต้องถ่ายรูปภายนอกชุดใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยความที่ว่าฝนฟ้าก็สีหม่น แถมมุมที่หาได้ก็ไม่สวยเท่าเมื่อวาน เลยต้องขอยกรูปจากเมื่อวานมาสักหน่อยครับ)

ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะสรุปอะไรเป็นเรื่องเป็นราวให้อ่าน เอาเป็นว่า เขียนข้อดี-ข้อเสีย เลยแล้วกันครับ

ข้อดี
1. ตัวรถเองค่อนข้างตอบความต้องการในด้านการใช้งานอเนกประสงค์ได้ดีใช้ได้ทีเดียว ตัวเบาะแต่ละที่นั่งก็ทำได้อย่างสบาย (อาจจะติไปบ้างเล็กน้อย) มีพื้นที่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือการใช้งานบรรทุกของก็ทำได้ดีเช่นกัน
2. อุปกรณ์ของตัวรถที่ให้มานั้นก็ถือว่าพอดีต่อการใช้งานในระดับครอบครัว มีของเล่นที่สามารถใช้งานได้จริงและมีประโยชน์ชัดเจน เช่น เครื่องเสียงที่พอเหมาะแก่การใช้งานครอบครัว ลูกเล่นในการขับขี่ก็เหมาะสมในการเดินทางไกล เป็นต้น
3. ช่วงล่างของตัวรถที่ทำได้ดีเทียบเท่ารถเก๋ง (อาจจะไม่เหมือนซะทีเดียว มีเพียงบางจุดที่ยังแตกต่าง)
4. โดยส่วนตัว รถก็ออกมาสู่ประชาชนโลกแล้วตั้ง 7 ปี แต่ดีไซน์การออกแบบยังไม่ตกยุคตกสมัยอยู่เลย

ข้อเสีย
1. การใช้เชื้อเพลิง รับได้มั้ยกับตัวเลขขนาดนี้ (ถ้าคิดว่ารับได้ ก็น่าคบ แต่ถ้าไม่จบ คงต้องคบแก๊สเป็นทางเลือก)
2. อุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจะมีก็น่ามีมาให้ ถ้าคิดจะลากขายต่ออีกอย่างน้อย 3 ปี เช่น ไฟเตือนคาดเข็มขัด ให้มาเถอะ ให้มาแล้วคงไม่ทำให้ขาดทุนย่อยยับจนต้องปิดกิจการไปหรอกมั้ง หรือของเล็กน้อย ที่ญี่ปุ่นเขาก็มี อย่าง Keyless , พนักพิงศีรษะกลางแถว 2 , ระบบควบคุมการทรงตัว หรือ Airbags ด้านข้างเบาะ ก็ยังดี
3. การเก็บเสียง ขอให้ทำได้ดีกว่านี้อีกหน่อย ก็ลงตัวเลย
4. มาตรฐานในงานด้านการบริการหลังการขาย ทั้งเรื่องงานเช็คระยะหรือการแก้ปัญหา ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องปรับปรุง โดยรวมการรับผิดชอบการแก้ปัญหาของบริษัทแม่ทำมาได้ดีแล้วหล่ะ เหลือแต่งานด้าน 0 ที่ต้องเผชิญกับลูกค้าโดยตรงและงานด้านนโยบายและประสิทธิภาพการแก้ปัญหาของตัวบริษัทแม่เองแค่นั้น

อันนี้เป็นเพียงการแค่สรุปคร่าวๆ ในมุมมองของผม ความคิดตอนนี้ก็มีแค่ดี 4 เสีย 4 นี่แหละ อาจจะมีมาเพิ่มให้ภายหลัง ถ้าพบเจอหรือนึกออกเพิ่มเติม เอาเป็นว่า เอาไปแค่นี้ก่อนครับ แล้วถ้าใครมีอะไรสงสัยหรืออยากจะซักถามเพิ่มเติมก็ถามมาได้ครับ เผื่อคำตอบที่ได้เป็นข้อดี-ข้อเสีย ไปด้วยเลย

ก่อนจะจบก็อยากจะบอกอะไรเล็กๆ น้อยๆ แก่คุณผู้อ่านที่กำลังจะตัดสินใจในการเลือกซื้อรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง (ไม่ว่าจะเป็นประเภทอะไร) ไว้หน่อยครับว่า ถ้าเกิดคุณมีงบในการเติมน้ำมัน (แต่อันที่จริงจะว่าไปแล้ว คนที่เขาซื้อรถประเภทนี้ ไม่อยากให้มองเรื่องความประหยัดเอาไว้เป็นอันดับต้นๆ เลยนะ) และอยากได้ความสบายจากการใช้งาน 7 ที่นั่งหรือการขนของ Space Wagon คันนี้ สำหรับผมถือว่าตอบโจทย์ได้ดีครับ ถ้าคิดจะซื้อรถแบบนี้ไว้ ลองมองตัวนี้ไว้พิจารณาสักตัวก็น่าจะไม่เสียหายอะไรครับ







User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,230
  • I'm............................
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 11:21:56 »
ขอบคุณมากครับสำหรับคุณผู้อ่านที่อ่าน Review ฉบับนี้ ไม่ว่าจะจบหรือไม่

แสดงความคิดเห็นหรือมีข้อแนะนำเพิ่มเติมก็เสนอเข้ามาได้ครับ Review ฉบับนี้อาจจะไม่ครบถ้วนไปบ้าง
แต่ถ้ามีอะไรอยากให้เพิ่มเติม (ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการขับขี่) ก็ลองแนะมา เดี๋ยวจะนำมาทำเพิ่มเติมให้ภายหลังครับ





User'Review Mitsubishi Space Wagon 08
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Nissan Sentra 93 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ sirisak_ac118

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,579
    • อีเมล์
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 16:10:12 »
ขอบคุณครับ ละเอียดดี

เคยขับรุ่นนี้ขับดีแต่กินน้ำมันพอตัวจริงๆ  ;D

ออฟไลน์ TJ_NARAK

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 64
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 16:42:41 »
ขอบคุณมากครับ review ดีมากครับ มี clip ด้วย
CAR IN MY DREAM -> BMW X3 F25 + BMW 320d + MINI COOPER S COUNTRYMAN ALL4 + GOLF Gti

ออฟไลน์ TTL

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,277
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 17:48:58 »
ขอบคุณมากครับ รีวิวได้ละเอียดดีครับ

แถมมีคลิปให้อีกด้วย  ;D

ออฟไลน์ keng.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,553
  • ฅ.ฅนรักรถ
Re: ## User's Review Mitsubishi Space Wagon ...MPV ประกอบใน จะดีแค่ไหน คลิกเลย ##
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2010, 17:57:55 »
ขอบคุณครับน้องเนม
รีวิวละเอียดมากเลย