Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sukhontha ที่ มีนาคม 01, 2016, 11:12:28
-
สมมติ ว่าโค้งเดียวกัน คนขับคนเดียวกัน ...ขับหน้าและขับหลัง (ยางดี ) ถ้าลิมิต อยู่ที่ 90 กม./ชม. แต่เข้าไปที่ 110......แล้วหลุด....
ขับ 4 ในโค้งเดียวกัน ลิมิตอยู่ที่ 105 กม./ชม. แต่เข้าไปที่ 120 (รถเกาะดีกว่า) แล้วหลุดเช่นกัน
ถามว่า ขับหน้า ขับหลัง และขับ 4 ใครแก้อาการได้ดีกว่ากัน และใครจะลงคูก่อน...
ผมไม่เคยหลุดสักที แต่อยากได้เป็นความรู้
ผมลำดับไว้ดังนี้
1. ขับสี่แก้ได้ง่ายสุด
2. ขับหน้า แก้ง่ายกว่าขับหลัง
3. ขับหลังมีโอกาสลงคูมากกว่าเพื่อน....
ไม่รู้ว่าใกล้เคียงหรือเปล่า ขอบคุณครับ...
-
น่าจะขับหลังแก้ง่ายสุดครับ
-
อย่าหลุดดีสุดมั้ยครับ 555
-
ขับหลังครับ ขับหลังแก้ได้ดีกว่าครับ
-
เท่าที่เคยลองกับรถหลายๆรุ่นแต่ไม่เคยจัดหนักกับ supercar นะครับ มากสุด GTR ถ้ารถขับหน้าก้จิกๆดีแต่มีลิมิตค่อนข้างเร็ว แล้วพวงมาลัยคนขับ
ต้องเกร็งมากสุดนะเท่าที่เคยลองแต่ก้มันไปอีกแบบนะ ระวัง understeer เข้ากำแพงฝั่งคนขับอย่างเดียว ขับหลังนี่ผมว่าจังหวะกดคันเร่งในโค้ง
พริ้วสุด รู้สึกเนียนมากๆ Ranger นี่ผมว่าในโค้งจะเข้าได้เนียนกว่า Camry Accord ด้วยซ้ำ ติดแค่ว่ารถสูงกว่า ขับหลังผมว่าอยู่ในโค้งรู้สึกเนียนสุด
พริ้วมากๆ ส่วนขับ 4 อันนี้จิกสะใจ ถ้าดูความเร็วน่าจะสูงที่สุดแต่เวลากดคันเร่งในโค้ง ผมว่าสู้ขับหลังไม่ได้จะมีอาการแบบรถขับหน้าโผล่มาใน
หลายๆรุ่น
-
ขับ 4 AWD ทำ limit speed ในโค้งได้ความเร็วมากกว่า+จิกโค้งได้มั่นสุดละ แต่ถ้าหลุด ผมว่าเอากลับมายากกว่านะ
ขับหลัง RWD ท้ายกวาดผมว่า แก้ง่ายกว่า ... ผ่าน apex ในโค้งแล้วส่งคันเร่ง ฟีลการขับผมชอบมากกว่าขับหน้านะ เหมือนได้แรงถีบออกจากโค้ง 555+
-
เข้าใจว่าขับสี่ เข้าได้เร็วกว่าเพื่อน แต่หลุดแล้วแก้ยากสุดครับ ปัจจุบันยังไม่เคยขับเจ้า BP ใกล้ limit เลยบอกไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่ามันเก็บอาการเก่ง (ซึ่งคิดแล้วก็น่ากลัวไปอีกแบบ)
ขับหลังที่เคยใช้ (w201 / w202 / e30 / e36) "สื่อสาร" กับคนขับดี ขับแล้วรู้ตัวว่าใกล้ถึง limit หรือยัง
ขับหน้าที่เคยใช้ (9000cse / Accord G5/6/7 / civic eg) ออกแนวออกอาการเร็ว แต่แก้ง่าย ผ่อนแล้วจิก
-
ผมว่า ไอ้ที่แหกโค้งกันบ่อยๆ นี่ กะบะ ขับหลังนะครับ เพราะ
อันนี้ ความเห็นส่วนตัว
รถขับ สี่ อาการ รถจะออกแนว ขับหน้า Understeer คือ เลี้ยวดื้อๆ หมุนไม่เข้าโค้ง จะเลยโค้ง เพราะ ล้อมันจิกสี่ล้อ หน้าเลยคุมยาก แต่หนึบ
รถขับหน้า อาการเดียวกับ ขับ สี่ละครับ Understeer แค่ลดความเร็ว เหมือนกัน
ส่วน รถขับหลังก็ เวลาแหก จะชอบเป็นแบบ Oversteer คื เข้าเร็วเกิน ท้ายปัด ส่นใหญ่พอปัดไปแล้ว มันก็แก้ไม่ได้หรอกครับ เชิญ เทกระจาดกันตามสบาย
-
วิ่งเข้าโค้งเร็วกว่าlimit แบบนี้รถส่วนใหญ่จะเกิดอาการ understeer หรือหน้าดื้อก่อนครับยกเว้นพวกเครื่องวางกลางหรือรถยุคก่อนที่จะมีอาการหน้าเบาแล้วท้ายจะ slide ออกก่อน
ถ้าสำหรับบุคคลทั่วไปรถขับหน้ากับขับสี่น่าจะแก้อาการได้ง่ายกว่าเพราะการลดความเร็วก็ช่วยดึงหน้ารถกลับมาได้ครับ ส่วนรถขับหลังรุ่นใหม่ก็เซ็ทมาให้ understeer จากโรงงานทั้งนั้นแต่สำหรับคนที่มีฝีมือหน่อยจะใช้บาลานซ์จากการ slide ของล้อหลังมาช่วยดึงหน้ารถให้กลับเข้าไลน์ได้ครับ
ข้อแตกต่างของระบบขับเคลื่อนพวกนี้จะเห็นชัดกว่าในกรณีเข้าโค้งแล้วใช้กำลังเครื่องเพื่อดึงตัวรถออกจากโค้ง อาการ understeer หรือ oversteer จะต่างกันชัดเจนครับสำหรับระบบขับเคลื่อนทั้งสามแบบ
-
กระบะท้ายปัดแล้ว สยองทุกราย
-
ถ้านับแค่ระบบขับขี่ไม่นับเรื่องแนวการวางเครื่อง น้ำหนัก และระบบช่วงล่าง และ ใช้นักขับที่เป็นนักแข่งมือโปรเป็นคนขับ
วัดระดับคือวางเครื่องด้านหน้า อย่างเดียว
ขับ4 เกาะสุด แก้ยาก อันเดอร์สเตียร์เยอะ พอแก้อาการได้ก็เป็น Over steer ต่ออีก
ขับหน้า เกาะน้อยกว่าขับ4และขับหลัง แก้ยากน้อยกว่าขับ4 เพราะเข้าด้วยความเร็วที่น้อยกว่า
ขับหลัง เกาะมากกว่าขับหน้า แก้อาการง่ายสุดในกลุ่ม (แก้ด้วยการเติมคันเร่งให้ Over steer )
ในรูปแบบการวางเครื่องด้านหน้า ผมชอบวางหน้าขับหลังมากที่สุด บาลานซ์การขับขี่และความรู้สึกมันตอบโจทย์การขับขี่ของผม
จริงแล้วการออกแบบรถแต่ละคันมันไม่เหมือนกันครับ วางหน้าขับหน้า วางหน้าขับหลัง วางหน้าขับ วางกลางขับหลัง วางกลางขับ4(Lamboghini) วางหลังขับหลัง(Porche) วางหลังขับ4 (911 GT3)
ไม่เพียงแต่ระบบขับเคลื่อนที่ส่งปัจจัยต่อการควบคุมรถ กำลังจากเครื่องยนต์ การออกแบบช่วงล่าง น้ำหนักรถ การวางตำแหน่งผู้ขับขี่ มันมีผลทั้งนั้นครับ
-
ขับหลังต้องมีเต็ด(limited slip)ด้วยครับ
ผมหมุนมาหลายรอบละตอนเด็กๆ กับรถขับหลังเนี่ยะ ;D
-
ว่าแล้ว...ผมคิดผิดแน่ ๆ... ที่คิดว่า ขับหน้าแก้ง่าย กว่าขับหลัง เพราะคิดว่าขับหลังถ้าเกินลิมิตมันจะหมุน... หลาย ๆ ท่านอธิบายไปในแนวเดียวกัน....
ผมเองยังไม่เคยเกินลิมิต ไม่เคยหมุน แต่ได้ความรู้ดี จะพยายามอ่านทุกคำตอบให้ละเอียดเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น
...ขอบคุณทุกคำตอบมากครับ...
-
ว่าแล้ว...ผมคิดผิดแน่ ๆ... ที่คิดว่า ขับหน้าแก้ง่าย กว่าขับหลัง เพราะคิดว่าขับหลังถ้าเกินลิมิตมันจะหมุน... หลาย ๆ ท่านอธิบายไปในแนวเดียวกัน....
ผมเองยังไม่เคยเกินลิมิต ไม่เคยหมุน แต่ได้ความรู้ดี จะพยายามอ่านทุกคำตอบให้ละเอียดเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น
...ขอบคุณทุกคำตอบมากครับ...
คิดไม่ผิดครับ ขับหน้าแก้ง่ายกว่า แค่ปล่อยคันเร่งรถก็คืนอาการแล้ว ขับหลังจะแก้ง่ายกว่าถ้าคนมีสกิล ต้องหักพวงมาลัยทิศตรงข้ามให้พอดี คันเร่งต้องพอดี คือต้องรู้สึกอาการของรถตลอดเวลา อะไรพลาดนิดนึงก็หมุนได้เหมือนกัน
ขับสี่แก้อาการเหมือนขับหน้า เพียงแต่ลิมิตมันสูง กว่าจะเสียอาการได้ต้องเร็วจริงๆ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ พอมันเร็วมากเกินไปจะแก้อาการก็ไม่ทันแล้ว จึงให้แก้ยากที่สุด
-
ว่าแล้ว...ผมคิดผิดแน่ ๆ... ที่คิดว่า ขับหน้าแก้ง่าย กว่าขับหลัง เพราะคิดว่าขับหลังถ้าเกินลิมิตมันจะหมุน... หลาย ๆ ท่านอธิบายไปในแนวเดียวกัน....
ผมเองยังไม่เคยเกินลิมิต ไม่เคยหมุน แต่ได้ความรู้ดี จะพยายามอ่านทุกคำตอบให้ละเอียดเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น
...ขอบคุณทุกคำตอบมากครับ...
คิดไม่ผิดครับ ขับหน้าแก้ง่ายกว่า แค่ปล่อยคันเร่งรถก็คืนอาการแล้ว ขับหลังจะแก้ง่ายกว่าถ้าคนมีสกิล ต้องหักพวงมาลัยทิศตรงข้ามให้พอดี คันเร่งต้องพอดี คือต้องรู้สึกอาการของรถตลอดเวลา อะไรพลาดนิดนึงก็หมุนได้เหมือนกัน
ขับสี่แก้อาการเหมือนขับหน้า เพียงแต่ลิมิตมันสูง กว่าจะเสียอาการได้ต้องเร็วจริงๆ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ พอมันเร็วมากเกินไปจะแก้อาการก็ไม่ทันแล้ว จึงให้แก้ยากที่สุด
หมายความว่า ขับหน้า พอถอนคันเร่ง ประคองพวงมาลัย ก็กลับทิ่กกลับทางได้....
ขับหลัง ต้องทำเหมือนพวกดริ๊ฟ กดส่งให้ปั่นจี๊ด พร้อมกับหมุนพวงมาลัยเลี้ยวประมาณให้แหกโค้ง ใช่ไหมครับ
-
พวกที่เข้าให้ยากๆ ก็แก้ยาก
พวกที่เข้าให้ง่ายๆ ก็แก้ยาก (MR)
พวกที่เข้าให้กลางๆ แก้ง่ายกว่า
ปล.
ถ้าแหกไปแล้วแก้ยากหมดครับ (ช้าด้วย)
-
จากประสบการขับรถทั้งสามแบบมา ความรู้สึกผมคือรถขับหลังจะออกอาการง่ายสุด และหลายๆครั้งเราจะตั้งตัวไม่ทันจึงตกใจ เคยเจอตอนระบบ esp ของw203 มีปัญหาครับ ตกใจมากแต่ก็แก้อาการทันโดยเลี้ยงคันเร่งและประคองพวงมาลัยให้รถกลับมาตั้งหลัก
ส่วนขับหน้ากับ4wd ยังไม่เคยเจอ อาจเพราะควบคุมง่ายและเมื่อเริ่มรู้สึกควบคุมยากเมื่อไรก็มักจะผ่อนคันเร่งจึงไม่เคยเจออาการ understeer แบบจริงจัง
-
แก้ง่ายและดีที่สุดคือ ขับ...ช้าๆครับ :P
-
ถ้าจงใจให้มันเลยลิมิตรถ จะขับไหนก็แก้ง่ายครับถ้าคุ้นกับรถอยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่ได้ตั้งใจ แต่มันหลุดเอง ขับ4บอกได้เลยว่าหลุดแล้วกลับมายากละครับ
-
ถอนคันเร่ง คุมพวงมาลัยให้ดี ค่อยเบรค แตะๆ
จะขับหน้า หรือหลัง มันขึ้นอยู่กับ CLASS ของรถด้วย
-
กระบะท้ายปัดแล้ว สยองทุกราย
ส่วนใหญ่ ไม่รู้ลิมิตรถและไม่รู้ขีดจำกัดทักษะตัวเอง ครับ
-
รู้แต่ขับหน้าผมเข้าโค้งแล้วยกคันเร่งกลางโค้งให้มันเป็น lift off oversteerมันจะได้หายundersteer :)
-
ขับสี่ทางทฤษฏีหลุดยากสุด แต่ถ้าหลุดคงเอาข้างแถไป แบบนี้น่าจะคุมยากดึงกลับยากกว่าขับหลังหรือหน้าที่เล่นดริฟกัน เคยดูคลิปที่เมืองนอกทดสอบบนถนนลื่่่นมันออกอาการเป๋ข้างไปแทนที่จะ over หรือ under หน้าหลัง คล้ายๆคลิปที่เขาใหญ่เอาข้างปะทะปาเจโร่แบบนั้น
-
กระบะท้ายปัดแล้ว สยองทุกราย
ส่วนใหญ่ ไม่รู้ลิมิตรถและไม่รู้ขีดจำกัดทักษะตัวเอง ครับ
ไม่ต้องขับเร็วหรอกครับ กะบะเนี่ย
เจอ เหตุให้หักพวงมาลัยกระทันทัน นี่ หายนะ บังเกิด ทุกราย
-
ถ้าอ้างอิงจากเกม ที่เคยเล่น ซึ่งสมจริงระดับนึง และเล่นผ่านจอยพวงมาลัย
ผมว่าต้องดูชนิดโค้งด้วย หรือน้ำหนักของตัวรถประกอบกัน รวมถึงลักษณะของรถ อย่างวางแบบไหน เป็น Mid Engine หรือ Front Engine ก็มีผล หรือขับสี่ก็มีหลายแบบ อย่าง R8 นี่ก็ปัดเล่นได้ เพราะขับหน้าแค่ 30 ขับหลังซะ 70 เลย หรือแม้แต่การเซตติ้งช่วงล่างก็มีผลมากทีเดียว
ขับหน้า ขับสี่ ผมว่าโค้งความเร็วต่ำ โค้งแคบๆ มันมุดง่าย คล่องตัวกว่า ขับง่ายกว่า
แต่ถ้าโค้งความเร็วสูงนิดๆ ผมชอบขับหลังมากกว่า ผมกลับรู้สึกว่าลิมิตมันสูงกว่า หรือโค้งทั่วๆไป การหลุดท้ายสไลด์ ในขับหลังมันก็แก้ไม่ยาก แต่ต้องชำนาญพอสมควรแล้วสักพักเราจะสนุกไปกับมันครับ แล้วยิ่งขับหลัง ถ้าน้ำหนักยิ่งเบา จะแก้อาการง่ายครับ ถ้าพวก RX8 , LFA พวกนี้เวลาปัดมันก็คอนโทรลได้ดีเลย (พวก NA รอบจัด เวลาเร่งมันค่อนข้าง Linear คุมง่าย) ส่วนพวกขับสี่บางคัน หลุดแล้วหลุดเลยเหมือนกัน หรือขับหน้า หน้าแถ เสียไลน์ที่เร็วไป มันก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
รถขับหลัง เบาๆ ที่คุมง่ายๆ ถ้าเจอโค้งแคบๆ ผมทำ Scandinavian flick เข้าเลย ง่ายดี การสไลด์เบาๆมันก็เป็นอะไรที่สนุกอยู่
แต่กับบางคัน ถึงจะขับหลังน้ำหนักเบาๆ แต่จงใจเซตมาให้น่ากลัวๆแบบ Ferrari F12 อันนี้ ขับโครตยากเลยครับ
ชีวิตจริงไม่เคยลองทำ Scandinavian flick เลย เพราะไม่มีที่โล่งๆให้ลอง แต่ถ้าในเกมหลายๆเกม ผมทำมันแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วละครับ เวลาเล่นเกม ติดการใช้เท้าซ้ายเบรค เท้าขวาคันเร่ง มันเลยทำได้ค่อนข้างง่าย (เท้าเดียวมันสลับแป้นไม่ทันใจ) แต่ชีวิตจริงก็เท้าขวาอย่างเดียวอยู่ดี :P
-
ขอบคุณทุกความเห็นครับ.....ความรู้ผมเพิ่มอีกบาน....
โดยเฉพาะท่าน demo2 แนะนำ ขับแบบนั้นไม่ต้องแก้ครับ ไม่หลุดแน่ ๆ ผมก็ขับแบบนั้นอยู่
..........แต่นาน ๆ ครั้งมันก็นึกสนุกเหมือนกันครับ