« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 17:57:23 »
ผมขอข้ามส่วนความเสียหายที่ทรัพย์สินไป มาดูที่คุณแม่คุณเลยนะครับ
กรณีนี้คุณแม่คุณ (รวมถึงคนขับมอไซค์รับจ้างด้วย) ถือเป็นบุคคลที่ 3 ครับ ตามกฎหมายว่าไว้....
ในกรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย แต่ไม่ถึงกับสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียหายอย่างอื่นที่ผู้ประสบภัย สามารถเรียกร้องได้ตามมูลละเมิด ตามความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อหนึ่งคนถ้าตกลงกันได้ ตรงนี้ก็อาจจะไม่มีความจำเป็น เพราะคนขับรถเก๋ง อาจจะยอมควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คุณแม่คุณเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ถ้าให้ประกันจ่ายให้คุณแม่คุณต้องไปรักษาพยาบาลเอง แล้วทำการขอเบิกค่ารักษา ดังนี้....
4. การขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยต้องร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นต่อบริษัทภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น และต้องมีหลักฐานดังนี้ : -
4.1 ความเสียหายต่อร่างกาย
4.1.1 ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล หรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
4.1.2 สำเนาบัตรประจำตัว หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ผู้มือชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณีโดยบริษัทจะต้องจ่ายอย่างด่วนด้วยนะครับ ตามนี้
บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหาย ต่อชีวิต ร่างกายโดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ โดยจ่าย เป็นค่าเสียหายเบื้องต้นดังต่อไปนี้ : -
3.1 กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็น เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ต่อหนึ่งคนซึ่งถ้าเกินกว่านี้ จะต้องรอแสดงหลักฐานและอนุมัติครับ
น่าจะพอเป็นแนวทางได้นะครับ แต่วิธีการดำเนินการที่แน่นอน ควรสอบถามโดยตรงจากประกันเลยครับ แต่ที่แน่ๆคือ คุณแม่คุณจะไม่ต้องเสียแม้แต่บาทเดียวในการรักษาพยาบาลในครั้งนี้ครับ...แต่อาจจะต้องเสียเวลานิดหน่อยครับ
ยังไงขอให้คุณแม่หายเร็วๆนะครับ และปลื้มใจแทนท่านด้วยที่มีลูกที่ดีคอยห่วงใยดูแลครับ
