« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2012, 01:38:25 »
เอาคร่าวคร่าวก็คือ
พวงมาลัยน้ำหนักดี เหมาะกับบุคลิกของรถและความเร็วแต่ละช่วง สื่อสารกับคนขับได้ดี
แป้นเบรกน้ำหนักดี แต่พอมาวิ่งในแทรกก็อาจจะมีอาการเฟดบ้าง เพราะไม่ได้ใช้ผ้าเบรกซิ่ง
เครื่องยนต์สุ้มเสียงยังไม่เร้าใจนัก และ underpower ไปหน่อย แต่ถือว่าเหมาะให้เล่นสนุกกับรถได้
ขับแล้วไม่นึกว่าจะเป็นเครื่อง Boxer ที่มาจากซูบารุ แล้วก็เกียร์เซ็ทมาโอเค จังหวะรอบตกลงมาตรง
Power band ที่ช่วง 5,500 แล้วลากไปสุดขีดแดงที่ 7,500 ได้พอดีพอดี
ตำแหน่งนั่ง ต่ำกำลังดี ให้อารมณ์แบบรถสปอร์ตเต็มตัว
นอกจากนั้น คนทดสอบก็ออกอาการตื่นเต้นและคลั่งไปกับความสมดุลของตัวรถ
การบาลานซ์น้ำหนัก ที่ทำให้มันควบคุมง่าย สไลด์ออกง่าย และแก้อาการได้ง่าย
สรุปตอนท้าย เค้าพูดว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา วงการรถยนต์มัวแต่มุ่งไปที่การพัฒนาด้านวิศวกรรม
พัฒนาให้รถวิ่งรอบสนามได้เร็วจี๋ ให้มีพละกำลังมาก ให้ทุกชิ้นส่วนทำงานได้อย่างไร้ที่ติ
แต่ลืมเรื่องง่ายง่ายไป แล้วการได้มาขับ GT-86 มันทำให้กลับไปค้นพบความสนุกในวันก่อนก่อน
ว่ารถไม่จำเป็นต้องแรงมาก ไม่ต้องมี Grip มาก ไม่ต้อง High-tech มาก ขอแค่กลับไปสู่พื้นฐาน
คือน้ำหนักเบา กำลังพอดี ควบคุมง่าย เครื่องวางหน้าขับหลัง แต่มันทำให้สนุกและมีอารมณ์ร่วมไปกับรถได้สุดยอด
GT-86 เป็นรถที่ทำมาเพื่อคนขับ มีแค่คนขับกับรถเท่านั้น ต่างจากพวกรถยุคใหม่ที่ทำมาเพื่อ Engineering perfection
Well-done Toyota. แล้วเค้าก็บอกว่า เค้าจะกลับไปซื้อคันนี้ที่อังกฤษจริงจริง ให้ตายเถอะ