ทำไมรถที่ใช้ระยะทางน้อยถึงถือว่าเป็นรถใช้งานหนัก?

2k

เห็นหลายคนมักจะบอกว่ารถที่มีระยะแล่นต่ำกว่า10กิโลแมตรต่อการใช้งานแต่ละครั้งถือว่าเป็นรถที่ใช้งานหนักเครื่องโทรมเร็ว เหตุผลเพราะว่าน้ำมันเครื่องยังไม่ทันไปหล่อเลี้ยงครบทุกส่วนของเครื่องยนต์ก็ต้องดับเครื่องแล้วหรือไม่ก็เครื่องยนต์ยังไม่ทันทำงานถึงความร้อนที่เหมาะสมก็ต้องดับเครื่องทำให้การสึกหรอมีมากกว่ารถที่ใช้งานทางไกลตามปกติ

ทีนี้ผมอยากรู้ว่าถ้าหากว่าก่อนใช้งานเราทำการติดเครื่องทิ้งไว้10-15นาทีเพื่อให้ความร้อนในเครื่องและน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่างๆของเครื่องจนถึงสภาวะที่พร้อมได้ที่แล้วค่อยออกจากบ้านล่ะ? แบบนี้จะยังถือว่าใช้งานหนักอยู่ไหม?  ::)
หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com




johnlee

เพราะเครื่องหมุนเยอะ แต่ได้ระยะทางน้อย

ทุกครั้งที่ติดเครื่องมันสึกหรอมากกว่าขับนิ่งๆ5กม.ซะอีก

แบบนี้กระมัง 10 ล้อเขาถึงวิ่งกันได้เป็น ล้านกม.

แต่รถบ้านๆเรา 3 แสนก็เข็นจะแย่
https://PrivateLadyEscorts.com - Where To Local Private Lady - No Selfie - Anonymous Sex Dating -   Free Dating Chat



mick

เพิ่งเคยได้ยินว่าไมลน้อยแปลว่าใช้งานหนัก



Fly to dream

วิ่งใกล้ๆรถไม่ทันได้ร้อนเลยมั้งครับ  ;) ;) ;)
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย



beebird

เพิ่งเคยได้ยินว่าไมลน้อยแปลว่าใช้งานหนัก
] ลองดูในคู่มือรถมีบอกนะครับ ว่าหากรถวิ่งระยะทางสั้นๆเป็นประจำ ถือว่าเป็นรถที่ใช้งานหนัก ควรเข้าตรวจเช็ค ก่อนกำหนด หรืออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง






ichok

คงเหมือนกับขับรถในเมืองได้ระยะทางน้อย แต่รถติดเบรคๆเร่งๆกระชากบ่อยๆเลยตีว่าใช้งานหนัก ไม่เหมือนกับชานเมืองวิ่งวันละ100โล แต่แทบไม่ได้เบรคได้หยุดเลยมั้งครับเลยดูเหมือนระบบต่างๆขอบรถยนต์โดยรวมทำงานไม่หนัก   ::)



NONT4477

ความดันในระบบต่างๆไม่ได้รับการหมุนเวียนครับ
จอดมากกว่าวิ่งแบบนี้ในเวลาไม่นานซีลต่างอาจมีการรั่วซึม
วาวล์ต่างๆเสียหายได้
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^



Ruksadindan

ขอเพิ่มเติมเรื่องแบตเตอรี่ที่มีสมาชิกอีกท่านเคยบอกผมไว้ด้วย คือถ้าวิ่งไม่มาก สตาร์ตใช้ไฟเยอะ แต่วิ่งชาร์จกลับไปได้นิดเดียว มันก็จะเสื่อมไวเหมือนกันครับ



once

โอ๊ะ แล้วจะทำยังไงค่ะ เพราะว่า ทุกวันนี้ใช้รถวันละ 3 กิโลไปกลับค่ะ  >:(



mavin36

เพิ่งเคยได้ยินว่าไมลน้อยแปลว่าใช้งานหนัก
] ลองดูในคู่มือรถมีบอกนะครับ ว่าหากรถวิ่งระยะทางสั้นๆเป็นประจำ ถือว่าเป็นรถที่ใช้งานหนัก ควรเข้าตรวจเช็ค ก่อนกำหนด หรืออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง




ตามคุ่มือของรถผมบอกไว้ว่าวิ่งน้อยกว่าวันละ 8 กม. หรือจอดไว้จนเครื่องเย็นแล้วติดเครื่องวิ่งไปน้อยกว่า 2 กม.ครับ



Ruksadindan

โอ๊ะ แล้วจะทำยังไงค่ะ เพราะว่า ทุกวันนี้ใช้รถวันละ 3 กิโลไปกลับค่ะ  >:(

http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/542970_10150681648897045_1696478801_n.jpg ทำอย่างไร คะ การใช้กับคำถามทำอย่างนี้ครับ

ส่วนสามกิโลเมตรไปกลับ มันไม่ใช่ระยะทางในการใช้รถยนต์แล้วล่ะครับ



YenChar

ไม่มีนัยสำคัญอะไรหรอกครับ

นายเอ วิ่ง 10 กิโล ไป-กลับ
ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

นายบี วิ่ง 100 กิโล ไป-กลับ
ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

นายบี ใช้รถในระยะทางที่มากกว่า 10 เท่า
แต่ผลของความสึกหรอ ไม่ได้ออกมาต่างกัน 10 เท่า
รถนายเอ อาจจะฟิตกว่า ชิ้นส่วนสึกหรอน้อยกว่า
ยังไงๆ ถ้าผ่านไป 6-7 ปี รถนายเอก็ฟิตกว่า

ถ้าร่นระยะความต่าง นายเอ วิ่ง 1 กิโล นายบี วิ่ง 10 กิโล
กรณีนี้ บอกเลยว่าสึกหรอพอๆกัน

น้ำมันเครื่อง ความร้อน ติดเครื่องไว้แค่ 1-2 นาที รถก็พร้อมใช้งานแล้วครับ
ไม่ได้มีนัยสำคัญขนาดนั้น



once

โอ๊ะ แล้วจะทำยังไงค่ะ เพราะว่า ทุกวันนี้ใช้รถวันละ 3 กิโลไปกลับค่ะ  >:(

http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/542970_10150681648897045_1696478801_n.jpg ทำอย่างไร คะ การใช้กับคำถามทำอย่างนี้ครับ

ส่วนสามกิโลเมตรไปกลับ มันไม่ใช่ระยะทางในการใช้รถยนต์แล้วล่ะครับ

ขอบคุณค่ะ ให้ความรู้ทุกด้านเลย



WhoIsI

อาจไม่ได้หมายความว่าใช้งานหนัก แต่บอกเป็นนัยๆ ว่าครบ 6 เดือน ก็เอารถเข้าเช็คหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ลองอ่านดูในคู่มือดีๆ



NINENOI

มีผลเรื่องความร้อนด้วยครับ รถออกแบบให้ระบายความร้อนโดยใช้ลมที่ปะทะด้านหน้าช่วย แต่รถทีจอดนิ่งๆเฉยๆไม่มีลมเหล่านี้มาช่วยระบายความร้อนครับ เหมือนวิ่งจ๊อกกิ่งนอกบ้านให้ลมปะทะหน้ากับวิ่งบนรางเลื่อนให้ห้องปิดในบ้านก็เหนื่อยต่างกันแล้ว ก็เลยทำให้อุปกรณ์บางตัวสึกหรอเร็ว บางทีดูแค่ระยะทางอย่างเดียวไม่ได้ต้องดูชั่วโมงการทำงานด้วยแต่ไม่มีบอกนี่สิ
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น



PapaRo@ch~*

ผมใช้ไปกลับ เที่ยวละ 10 โล รถติดพอควร

แบตต้องเปลี่ยนเกือบทุกปีเลยครับ

มันไม่ค่อยได้ปั่นแบตยาวๆ



shine

ผมว่านะ ที่คู่มือบอกว่าเป็นรถใช้งานหนักน่าจะแค่ให้ง่ายในการจัดหมวดหมู่ เพราะเป็นรถที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษไม่เหมือนรถที่ใช้งานทั่วไปก็เท่านั้นคับ จริงๆแล้วระบบต่างๆไม่น่าจะสึกหรอเท่ากับรถที่ใช้งานหนักหรอก จะมีก็พวก แบต ยางต่างๆ มั้งที่หมดอายุก่อนกำหนด พวกของเหลวก็ตามกำหนดเวลาอ่ะ



hutzero

ผมใช้ไปกลับ เที่ยวละ 10 โล รถติดพอควร

แบตต้องเปลี่ยนเกือบทุกปีเลยครับ

มันไม่ค่อยได้ปั่นแบตยาวๆ

ถึงว่า  ผมวิ่งวันละร้อยกว่าโลแบตเปลี่ยนที 3 ปีโน่น



MoO Cnoe

ไม่รู้ผมคิดถูกรึเปล่านะ
ลองเปรียบเทียบกับร่างกายคน

นายเอ คือ รถยนต์ที่วิ่งวันละ 10 กิโล
นายบี คือ รถยนต์ที่วิ่งวันละ 100 กิโล

นายเอ กับ นายบี กินอาหารวันละเท่าๆกัน
นายเอ เดินไปเดินมา วันละนิดๆหน่อยๆ อาหารที่กินเข้าไปก็เริ่มสะสมเรื่อยๆ
นายบี วิ่งออกกำลังกายทุกวัน อาหารที่กินเข้าไปมีการเผาผลาญ มีการไหลเวียนส่วนต่างๆของร่างกาย

สุดท้าย นายบี น่าจะเป็นคนที่สุขภาพดีกว่า เพราะไม่มีการสะสม ได้ไหลเวียนส่วนต่างๆ
(กรณีที่ยกตัวอย่าง แค่เรื่องเครื่องยนต์และระบบหล่อลื่นอย่างเดียวนะครับ)

ระบบช่วงล่าง = ข้อเข่า กระดูกต่างๆ คงเสื่อมสภาพตามการใช้งาน



mick

ผมใช้วันละไม่เกิน 20 โล ปีนึงไม่ถึงหมื่น แบตจะเจ็ดปีไม่เคยเปลี่ยน ผมว่าไม่เกี่ยวนะ



Headman

โอ๊ะ แล้วจะทำยังไงค่ะ เพราะว่า ทุกวันนี้ใช้รถวันละ 3 กิโลไปกลับค่ะ  >:(

จักรยาน คือคำตอบครับ 10 กม ผมยังไปด้วยจักรยานเลยครับ
https://PrivateLadyEscorts.com - Where To Chat With Private Lady - No Verify - Anonymous Casual Dating -   Real People Dating



neung23

สำหรับผมรถใช้ในเมือง จะวิ่งน้อยวิ่งมากถือเป็นรถที่ "โทรม" หรือ "สึกหรอมาก" อยู่แล้วคับ

ตัวอย่างชัดๆก็อยู่ในบ้านผมนี่แหละ Camry 2.4Q ปีเดียวกัน คนละสี

คันแรกวิ่ง ซอยอารีย์-แปดริ้ว ทุกวัน หรือ วันเว้นวันช่วงปีแรกๆ หลังๆวิ่งไม่เยอะแล้ว ตอนนี้ วิ่งไป 210,000 กิโล เครื่องยังนิ่งๆอยู่เลย ไม่เคยซ่อมน้ำมันเครื่องรั่ว คอยล์จุดระบิด ประเก็นฯลฯ ช่วงล่างยกไปครั้งเดียว โช๊คเดิม

คันที่สองวิ่ง ซอยอารีย์-อาคารอะไรไม่รุ ตรงข้ามศูนย์สิริกิตติ์ ตรงแยกอโศกพอดี ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ตอนี้วิ่งไป 94,000 กิโล ช่วงล่างยกไป 2รอบ โช๊ค1ชุด คอยล์จุดระเบิด มอเตอร์พัดลมไฟฟ้า2ตัว คอยล์เย็นรั่ว หม้อน้ำผุรั่ว ลำโพงเปื่อยเสียงกระพือ ยางขอบกระจก ยางขอบประตู ยางรถเปลี่ยนบ่อยกว่าคันแรก เกือบเท่าตัวเพราะจอดตากแดดตลอด

คันที่สองขายออกไปเมื่อต้นปีที่แล้ว สภาพต่างกันแบบสุดๆ คันแรกทำสีกันชน ฝากระโปรงหน้าก็สวยแหล่มแล้วคับ

-

รถวิ่งในเมืองไครบอกไม่โทรม เร่งๆเบรคๆ เครื่องยนต์ช่วงออกตัวใช้แรงเยอะนะคับ ขอบอก รถมันหนักกว่าจะฉุดมันออกได้ นี่แหละระบบ Hybrid ถึงเข้ามาช่วยประหยัดน้ำมันที่เครื่องยนต์เวลาออกตัว หรือ เร่งแซง

ไหนระบบหล่อเย็นทำงานหนักมากๆ เพราะลมไม่พัดผ่านรังผึ้งทั้งหลายเลย แถมลมก็สกปรก ตันเร็ว พัดลมไฟฟ้าก็หมุนแรงตลอดเพราะความร้อนสะสม

ติดเครื่องอยู่กับที่ เครื่องโทรมนะคับ ร้อนตลอด เผาน้ำมันตลอด รถเดินทางยาวๆมันมีช่วงเร่ง ช่วงผ่อน ไม่ได้จ่ายน้ำมันเข้าเครื่องตลอดเวลา ไหนจะรถวิ่งระบายความร้อนได้ดีกว่า ลมไหลผ่านตลอด สบายๆ

ช่วงล่างก็ต้องมาทนหลุมๆ บ่อๆ แถม ลูกระนาด ในกรุงที่มันจะเยอะไปไหนก็ไม่รู้  >:(

โอกาศเจออุบัติเหตในเมืองเยอะกว่าด้วย (รถวิ่งต่างจังหวัดส่วนมากชนหนักทีเดียวจบทั้งนั้น  ;D ) ไม่ต้องซ่อม ขายทรากเลย  :o
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 06, 2012, 01:51:50 โดย 내가 제일 잘 나가 »
2013 W204 C250 AMG Plus
2011 Prius
2010 X5 xDrive 4.8i
2003 E39 523i Sport



singving

เป็นคำถามที่ดีครับ

ศาสตร์ทาง Tribology หรือการสึกหรอ  คืออีกแขนงทางวิศวกรรมวัสดุ-เครื่องมือ,วิศวกรรมเครื่องกล     อธิบายว่าการสึกหรอจะเกิดจากกลไกการเชื่อมเย็นครับ !!

" รถยนต์ที่ใช้งานน้อย  มีโอกาสเกิดกลไกการเชื่อมเย็นมากกว่ารถที่ใช้งานมาก "

ผมอธิบายด้วยภาษาพื้นๆ ง่ายๆคือ 

---> เมื่อเราเอาน้ำแข็งหลอดสองก้อนมาวางติดกันแล้วจับไส(ทำให้ก้อนน้ำแข็งทั้งสองเคลื่อนที่สลับทิศกันในแนวเส้นตรง )  สังเกตว่า  มันเกิดแรงเสียดทานต่ำมาก

เปรียบเสมือนรถที่ใช้งานเป็นประจำ หรือใช้งานมาก  หรือใช้งานในระยะทางไกลๆ


--> เมื่อเราเอาน้ำแข็งสองก้อนมาวางติดกันโดยปล่อยระยะเวลาสักพัก ประมาณ 1-2 นาที แล้วจับไส  เหมือนกรณีแรก   สังเกตว่าจะต้องใช้แรงมากขึ้นกว่าที่น้ำแข็งจะหลุดออกจากกัน   และสังเกตว่าผิวที่หลุดออกจากกันมีความเสียหาย หรือเรียกว่าการสึกหรอหรือเราเรียกว่า
ปรากฏการณ์การเชื่อมเย็น

เปรียบเสมือน รถยนต์นั่นล่ะครับ     มันจะเกิดลักษณะเช่นนี้้เพราะประสิทธิภาพของน้ำมันหล่อลื่น...มันจะแปรผันตามระยะเวลาและการใช้งานนั่นเอง


อยากรู้เพิ่มเติมลองค้นคว้าคำว่า Cold welding  ดูครับ   หรือดูที่ http://www.elkalube.com/index.php/component/content/article/1-2009-06-19-03-29-47

คงพอนึกภาพออกนะครับ   ;D ;D



pleelagun

เท่าที่อ่าน สรุปคร่าวๆ ใช้ในกรุงเทพ สึกหรอเร็ว กว่า ตจว. ประมาณนี้ไหม ;D ;D



myalexxp

10 โล นี่ไม่น้อยนะครับ ไม่เชื่อลองเดินไปกลับดุก้ได้ ( ล้อเล่น )

วิออสผม จะเข้าปีที 7 แล้ว ยังวิ่ง 36000 โล

ก็ไม่เห็นเครื่องมันจะโทรมตรงไหนนี่ครับ

ยังไงๆ ผมว่ารถวิ่งเยอะ ไม่มีทางที่จะดีกว่ารถวิ่งน้อยแน่ๆ

แต่ถ้าจอดไว้เฉยๆเป็นปี อันนั้นไม่เถียงครับ

ถ้าขับทุกวัน วันละ 10 โล ไม่มีทางที่จะโทรมได้

 >:(



H.

10 โล นี้ปั่น จกย. กันเถอะครับ
H.



chew

โอ๊ะ แล้วจ(ะทำยังไงค่ะ เพราะว่า ทุกวันนี้ใช้รถวันละ 3 กิโลไปกลับค่ะ  >:(

ใช้จักรยานดีกว่าครับ(ล้อเล่น)ก็หากโอกาสเที่ยวในวันหยุดชดเชยก็ได้ครับ