ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมค่ายญี่ปุ่น ไม่ใส่เครื่องดีเซลในเก๋งขายครับ ?  (อ่าน 9855 ครั้ง)

ออฟไลน์ XL_SiZe

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,041
ยุโรปทำ อเมริกาก็ทำ แต่ญี่ปุ่นที่ขายในบ้านเรา
ไม่เห็นมีเจ้าไหนใส่ดีเซลมาเลย ทั้งที่ความต้องการก็มี...

ความจริงแล้ว เหตุผลคืออะไรครับ....

กลัวราคาแพง  เทคโนโลยีไม่ถึง  ภาษี  ไม่คุ้ม ?????

แล้วทุกท่านถ้าทำมาขาย ท่านว่าดีหรือไม่ดี...  :o

ออฟไลน์ tspeed

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 91
รอคำตอบด้วยครับ

ออฟไลน์ pongisra

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,459
ส่วนตัวผมก็อยากให้ทำมาขายครับ

แต่ในมุมมองของบริษัทรถผมว่าเขามองแบบนี้ครับ ต้นทุนเครื่องดีเซลลำพังก็สูงกว่าอยู่แล้ว และพอมาเจอภาษีที่แพงกว่าอีก 5%(เพราะไม่ได้ส่วนลดภาษีจากการใช้ E20) ยิ่งทำให้ถ้าออกมาขายจริงๆ อาจจะทำราคาใช้กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเครื่องดีเซลหันไปซื้อเบนซินหมดก้ได้

เลยคิดว่าไม่คุ้มที่จะเปิด line การผลิตเครื่องดีเซลขึ้นมา

อย่าง Civic ดีเซลนี่รู้สึกจะมีแต่เครื่อง 2.2 ภาษีแพงกว่า2.0 E20 อีก 10% ถ้า option เหมือนรุ่น top ราคามี 1.4M แน่ๆ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าขายจริงๆ คนหนีไปซื้อ accord ไม่ก็ตัวเบนซินหมด

ถ้า Accord เอาดีเซลมาขาย ราคาคงไปอยู่ 1.9-2.0M ลำพังปัจจุบันขายได้เดือนละไม่กี่คัน สัดส่วนรุ่น 2.4 ก็ยังน้อยกว่า 2.0 อยู่มาก จะมีกี่สักกี่คนที่จะยอมจ่ายเพิ่มเพื่อไปเอาตัวดีเซล เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อ 2.0 ถ้าจะเอาตัวดีเซล ต้องเพิ่มเงินกัน 5-6แสนเลยทีเดียว

สรุปแล้วผมว่าช่องว่างในตลาดมี แต่ยังน้อยเกินไปที่จะเอามาขาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2012, 10:37:08 โดย pongisra »

ออฟไลน์ สมาชิกคนที่2455

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,775

อันนี้คือ 1 ในเหตุผลด้วย

จริงๆ ก่อนหน้านี้มีครับ นานมาแล้วอย่าง

Daihatsu Charade Diesel เป็นต้น (เคยมีอยู่คัน)
หรือ Corona หลายรุ่นเองก็มี diesel

แต่อาจะเป็นเพราะเทคโนโลยีดีเซลญี่ปุ่นสู้เยอรมันไม่ได้ และประชากรในบ้านตัวเองต่อต้าน เพราะว่าเหม็นมลพิษ (ขอใช้คำว่าต่อต้าน)
คนนี้ Ishihara Shintaro เป็นผู้ว่า Tokyo ตั้งแต่ปี 2005


แกเคยรณรงค์ต่อต้านเครื่องยนต์ดีเซล เมื่อราวๆ ปี 2002 ด้วยการออกกฎข้อบังคับที่เข็มงวด และเอาน้ำมันดีเซลใส่ขวดแล้วเผาทิ้ง!

(ล่าสุด แกก็ไปพูดทำนองว่า ที่คนญี่ปุ่นเจอซึนามิ เพราะถูกพระเจ้าลงโทษ ว่าไปนั่น)

จนเพิ่งกลับมามีรถยนต์นั่งเครื่องดีเซลเมื่อไม่นานมานี้ครับ

ดังนั้นจึงพูดได้ว่า ญี่ปุ่นอยู่ในยุคมืดของเครื่องดีเซลมาเกือบๆ 10 ปี ตอนนี้กำลังอยู่ในยุค renaissance จึงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักพักครับ

http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php?topic=17465.10
http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php?topic=11188.10
http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php?topic=13058.10

ออฟไลน์ [J]e[w]

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,237
เพราะเบนซิน ติดแก๊สแล้วคุ้มกว่าดีเซลครับ
Don't waste time grieving over past mistakes, learn from them and move on!

ออฟไลน์ swan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 876
อันที่จริงค่ายญี่ปุ่นก็มัเครื่องดีเซลประจำการในรถนั่งส่วนบุคคลกันทุกค่ายแหละครับ จะเห็นได้จากที่อินเดียรถญี่ปุ่นรวมถึงรถจากค่ายอื่นๆส่วนใหญ่เป็นเครื่องดีเซล ไม่เว้นแม้แต่รถตุ๊กๆสามล้อ

ส่วนในบ้านเราไม่เป็นที่นิยมคงเนื่องมาจากราคาต้นทุน และมาตรการด้านภาษีไปเอื้อให้กับเครื่องเบนซิลซะมากกว่า อีกอย่างผู้คนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับคำว่าเครื่องดีเซล เสียงดัง อืด และควันดำ คงยากที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะหันมายอมรับกันได้ในเร็ววัน

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,603
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
คุณ YIM เขียนมา สรุปไว้ถูกแล้วครับ
นั่นคือ ปัญหาหลักส่วนหนึ่งที่ทำให้ เครื่องดีเซลจากญี่ปุ่น มีช่วงสุญญากาศ ตามยุโรปไม่ทันไปพักใหญ่ สิบกว่าปี

คุณ swan เองก็ถูกเหมือนกันครับ แต่ว่า เพิ่งจะมีในพักหลังๆ และสังเกตได้ว่า ยังไม่ค่อยเยอะเมื่อเทียบกับรถค่ายยุโรป


ออฟไลน์ mckyparty

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 748
    • อีเมล์
ถ้าเป็นไอเดียผม ผมสงสัยนิดนึงว่า พวกกระบะบ้านเรามันก้อของพี่ยุ่นทั้งนั้น และก้อแรงๆทั้งนั้น
ถ้าสมัยก่อนเทคโนโลยีดีเซลตามไม่ทันก้อถูก
แต่ปัจจุบันมเรื่องคอมม่อนเรลออกมา แรงไม่ต่างกันมาก

เรื่องสำคัญที่คนญี่ปุ่นที่รักชาติ(ตัวเอง)ยิ่ง โดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมไหน ก้อคือ เค้าไม่เอามลพิษมาใส่ประเทศตัวเอง แต่ประเทศอื่น ช่างเม่น อันนี้คือความจริงที่ทุเรศมาก

ออฟไลน์ choomodify

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,507
ลองนึกภาพดูถ้าวันนี้่ รถเก๋งญี่ปุ่นที่ขายในบ้านเรามีดีเซลเป็นตัวเลือกด้วย อุปกรณ์เสริม ทั้งพ่วงกล่อง ดัน ราง คงรวยกันเละเทะมากกว่านี้
  GTR อาจโดน TAXI Collora diesel สวนเอาก็ได้ 5  5 5

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,856
  • Let the SKYFALL
Toyota Corolla Altis 1.4D4D น่าจะเป็นรีวิวของอินเดีย
หน้าตาเหมือนบ้านเราเป๊ะแต่เสียงเครื่องเหมือน Vigo
http://www.team-bhp.com/forum/official-new-car-reviews/86431-toyota-corolla-altis-1-4-d-4d-diesel-test-drive-review.html
ลองหาคลิปฟังเสียงในยูทูปได้ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2012, 15:45:55 โดย NONT4477 »
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ Action

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,667
ต้องรอสักระยะครับ รถเก๋งดีเซลในค่ายเอเชีย เมื่อก่อนเหมือนมันมีครับ
แต่ไม่มีการพัฒนาต่อเหมือนยุโรป ก็เหมือนว่าจะล้มหายตาจากไปนานมากแล้ว
ถ้าจะกลับมาอีกรอบ ตอนนี้ผมมองว่าค่าย mazda น่าจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะคืนชีพ
ลึก ๆ แล้วผมกำลังแอบลุ้น mazda 3 mazda 6 เครื่อง skyactiv-diesel อยู่เหมือนกัน
ถ้า mazda ตกลงปลงใจว่าจะทำ c-d segment diesel แล้ว อีกหน่อยค่ายอื่น ๆ คงจะตามมาเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูต้นทุนและเทคโนโลยีว่าจะมีความสามารถและประสิทธิภาพ ว่ามีพอแล้วหรือยัง ?
ถึงรถผมจะไม่แรง แต่ก็ยังแซงทุกคันไม่เว้น...
Honda Civic 3dr. '96
Chrysler Neo '98
BMW 320i '01
Honda Civic FD 2.0 '06 > Sold
Mazda BT-50 Pro '12

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,740
    • อีเมล์
ผมว่าประเด็นสำคัญ มันอยู่ที่ต้นทุนด้วยมั้งครับ
เครื่องดีเซล เทพๆ สมัยนี้ ต้องมีเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ตามมาด้วยรางหัวฉีด คอมมอนเรล แถมด้วนเทอร์โบ แปรผัน
แถมตัวเครื่องก็ต้องทนแรงอัดที่สูงกว่าเบนซิน (เบนซินแรงอัดอยู่ที่ 10-12 ต่อ 1 ส่วนดีเซล 20 อัพ ต่อ 1)
ต้องใช้เหล็กที่แข็งกว่าหนากว่า
เครื่องดีเซลเลยแพงระยับ จับไม่ลง แถมบ้านเรายังเสียภาษีแพงด้วย
เครื่องดีๆ เทคโนโลยีเทพๆ เลยไม่ค่อยจะมาในบ้านเราเลย

ผมว่า มีลุ้นอัตราภาษีที่ถูกลง น่าจะพอมีหวังกับเครื่องดีเซลครับ

ออฟไลน์ beerrl

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,670
    • อีเมล์
เพราะ
1. เครื่องดีเซลแพงกว่าเครื่องเบนซิน มาทำราคาขายกันจริงๆ ใน option เดียวกันแพงกว่า 200,000 บาท คงขายยาก
2. Gas ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV ถูกกว่าน้ำมันดีเซลมาก 2.5 เท่าตัว แต่ ความประหยัดอย่างมากก็แค่ 2 เท่าตัว ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่า ติด Gas ประหยัดกว่า
3. ค่าแรงเมืองไทยไม่แพง ถึงเครื่องดีเซลจะทนกว่า แต่ค่าซ่อมในประเทศไทยก็ไม่ได้แพงกว่าค่าตัวที่ต่างกันระหว่างดีเซล กับ เบนซิน
4. เครื่องดีเซลส่วนใหญ่ (ถ้าไม่นับรวมรถกะบะ) ไม่ได้ประกอบในเอเชีย เพราะ รถญี่ปุ่นเองในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีเครื่องดีเซลขายในรถเก๋ง ดังนั้น ถ้าจะเอาเครื่องดีเซลตอนนี้ก็ต้องเป็นนำเข้า หรือ ถ้าประกอบในเมืองไทยคงต้องมีประมาณที่มากพอในการประกอบ

ดังนั้น จากเหตุผลคร่าวๆ ที่ว่ามาเลยทำให้ รถญี่ปุนที่มาขายในไทยเลยไม่ค่อยเห็นเครื่องดีเซล หรือ ถาอาจจะมีก็เป็นเครื่องเดียวกับรถกะบะครับ
Volvo 850GLT
Honda odyssey
Toyota Camry hybrid
Suzuki swift eco
Hyundai tucson crdi
Nissan Xtrail 2.0V 4wd
Honda Civic FC 1.8EL

ออฟไลน์ MystogaN

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,477
รอเจ้า CX-5 Diesel SkyActive ;D

ออฟไลน์ WhoIsI

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 112
ยุโรปทำ อเมริกาก็ทำ แต่ญี่ปุ่นที่ขายในบ้านเรา
ไม่เห็นมีเจ้าไหนใส่ดีเซลมาเลย ทั้งที่ความต้องการก็มี...

ความจริงแล้ว เหตุผลคืออะไรครับ....

กลัวราคาแพง  เทคโนโลยีไม่ถึง  ภาษี  ไม่คุ้ม ?????

แล้วทุกท่านถ้าทำมาขาย ท่านว่าดีหรือไม่ดี...  :o

ในอเมริกาไม่น่าจะมีเครื่องดีเซลในเก๋งครับ รถกระบะส่วนมากเป็นเครื่องเบนซิน
ปกติหาปั๊มที่ขายน้ำมันดีเซลยากมาก

ออฟไลน์ BiGPanG

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
  • ซักวันจะเอา M3 มาขับให้ได้เอ้า!!
    • อีเมล์
อยากเห็น Lancer EX 2.5VG Turbo  ;D

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
อยากเห็น Lancer EX 2.5VG Turbo  ;D
อยากด้วยครับ ขอเกียร์ ที่ขับได้ไม่ต้องกลัวพังแบบ CVT นะ *-*   

เรื่องเครื่องดีเซลผมว่า เอามาก็ขายไม่ค่อยออกอยู่ดีครับ มองคนรอบตัวก็ได้ คนทั่วๆไปมองว่า
- รถเก๋ง ถ้าเสียงกระหึ่มแบบดีเซลนี่ โดนสาวๆถามทันทีครับ  (แต่ถ้ากระหึ่มแบบ Ferrari สาวจะกรี๊ดแทน)
- แพงมากแน่ๆ รถเก๋งเบนซินติดแก๊สได้ แต่รถเก๋งดีเซล ติดแก๊สไม่ได้ แถมยังขนของไม่ได้อีก มีแต่แรงอย่างเดียว  กับเสียงเครื่องที่ดัง   ซึ่งถ้าวิ่งในเมืองก็ไม่รู้จะเอาแรงไปทำไม

ส่วนตัวผมก็ไม่คิดอยากได้เครื่องดีเซลเลยครับ อย่าง โฟกัส TDCI ถ้าให้ผมจ่ายตัง ผมคงซื้อรุ่น เบนซิน GDI ไปติดแก๊ส (แต่ไม่รู้ติดได้ยังแหะๆ)

ออฟไลน์ hutzero

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,561
    • อีเมล์
อยากเห็น Lancer EX 2.5VG Turbo  ;D

เมืองนอกมี Lancer EX ดีเซล DI-D ครับ
แน่นอน ไม่คิดจะขายในไทย