ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว Prius Minor Change 2012 มันมีดีตรงไหนแล้ว ทำไมมันถึงแพง จังฮู้ !!!!!!  (อ่าน 128235 ครั้ง)

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ก่อนจะรีวิว Prius Minor Change 2012 มาดู ชุดแต่งให้น้ำลายไหลกันก่อนนะครับ เห็นที่เข้าตา ก็มีอยู่   2  สำนัก


นะครับ ขอไม่กล่าวในรายละเอียด ว่าสำนักไหน จะหาว่าอวยกัน แต่ราคานั้น เจ็บตับละกันครับ + 70,000 บาท


อัพ ไม่ค่อยเห็นในบ้านเรานัก อาจจะติดเรื่องราคา ต้องรอดู ของจีนมาก่อนคาดว่า ไม่เกิน 35,000 แน่นอน!!!!


อีกสิ่งนึง ผมสับสนกับการลงรูปภาพมากครับจ๊ากๆๆ ทั้งจำนวนภาพและขนาดความละเอียด ทำไมลงไม่ได้ว๊ะเห้ย ขอซอยเป็นบล็อคๆละกันครับ


เอาเทคโนโลยี มาชนกับโฟกัสครับ ข้อมูลจาก http://www.toyotalover.com/club/index.php?topic=1239.0


มาดูกัน มีเสียงบ่นว่าวัยรุ่ยไม่ชอบ หน้าตา หรือแต่งยากไม่สวย เอ...................สิบตา่าไม่เท่าตาเห็น คร๊าบ.............น้ำจิ้ม จากหลายๆ



เว็ปครับ TOMMY KAIRA  G'S ที่มา http://www.prodrive-shop.com/tommy-kaira-prius-rr-gt



จ๋วยไหมหละ พี่น้อง





แบบแรมโบ้ ก็มีนะ



สำนักแต่งคู่บุญคู่บวช ครับของพี่โตที่ทำให้ พริอุส เท่านั้น




ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์เสริมใน Prius Hybrid Minor Change 2012


-กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำ Hydrophilic

-ระบบควบคุมการปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor

-ระบบควบคุมการเปิดปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ   Lamps  Sensor

-ไฟหน้าปรับระดับสูงต่ำ อัตโนมัติ

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

-กระจกมองหลังลดแสงสะท้อน EC Mirror

-สัญญาณไฟเบรกกะพริบเมื่อใช้เบรกกะทันหัน Emergency Stop Lamps

-จอ MID ออพติตรอน 3 มิติ

-จอ MID แสดงความเร็ว + รอบเครื่อง + NAVI บนกระจกหน้า

-ระบบควบคุมการทรงตัว VSC- Vehicle Stability Control

-ระบบกระจายแรงเบรก EBD Electronic Brake-force Distribution

-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC Traction Control System

-ระบบป้องกันล้อล็อก ABS Anti-lock Braking System

-ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง - ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง / ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง / ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง / หัวเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง

-หมอนพิงศีรษะคู่หน้าแบบลดแรงกระแทก Active Headrest

-ซันรูฟ

-ระบบระบายอากาศ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

-ระบบเปิดปิด แอร์ด้วยรีโมทคอลโทรน

-ควบคุมอุณหภูมิ ด้วยปุ่ม +- บนพวงมาลัย

-ระบบกุญแจ keyless push start และ ระบบ ล็อก - ปลดล็อค  ระบบสัมผัส  ( เค้าเรียกว่าอะไรน๊า)


ออฟชันพอจะสู้ได้ไหมครับ...........


ตัวอย่างเฉดสีที่มีให้เลือก สไตล์ HYBRID





ภาพประกอบชุดแต่ง 2 สำนักครับ ราคาไม่ต้องคุยกันจ๊ากๆๆ  เทียบกับเดิมๆๆ


เดิมๆ ก็ดูเรียบร้อยไปซักนิดครับ





โหดๆ มาหน่อยครับสำนักแต่ง G'S




อยากได้ DAY LIGHTING ต้อง TOMMY KAIRA












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2013, 10:45:08 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
          ต่อครับ ในส่วนของรูปภาพประกอบต้องขออภัยครับ ต้องขอเครดิตภาพจากเว็ปต่างๆ อ้างอิงตอนท้ายนะครับ ภาพจากรถของตัวเอง  ที่ถ่ายไว้มันใหญ่เกิน 200 kb พึ่งมาดูตัวเล็กๆข้างล่างไฟล์แนบ ยังงง ลงยังไงก็ ไม่ผ่าน ไว้มีโอกาส จะมาลงเสริมให้ครับ ในส่วนนี้ และ จะใช้รุ่น top option เป็นหลัก ซึ่งผมใช้อยู่ และเน้น ในรายละเอียด ที่เว็ปต่างๆไม่ค่อยพูดถึง ทั้งการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลัง  รวมถึงข้อดี – ข้อเสียนะครับ เจาะลึกกันไปเลย แต่ไม่ขอวิชาการ นะครับ เอาอารม การขับขี่เองเลยจะดีกว่า

ภาพแสดงชุดไฟ  LED หน้า  ไฟหรี่ (หรี่สมชื่อ) อย่าเปิดตอนเช้านะเพราะมันมองแทบไม่เห็น !!! แถมไม่ดับออโต้ซะด้วย แบตหมดแล้วจะหาว่าไม่เตือน !!!

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:11:18 โดย bleem »

ออฟไลน์ chanvitjeab

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 172
    • อีเมล์
แฮ่กๆ...พึ่งถึงบ้าน รอติดตามชมครับ  ;D ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
          Prius Minor Change 2012  เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ....เริ่มต้นเป็นไฟหน้า - ท้าย แบบ
LED + ไฟหรี่ LED  ในตัวดีไซน์มาใหม่ต่างจากตัวเก่านิดหน่อยตรง ชนิดของหลอดไฟ  ( HID -xenon  ) และไม่มี ไฟหรี่  ในส่วน
นี้ทำให้โคมไฟหน้าดูดีมีชาติตระกูล ขึ้นจม ..  LED กันทั้งหน้าและหลังครับ ไม่มีกั๊กหน้า หรือ หลังอย่างเดียวเหมือนค่ายอื่นๆ

และหลอดชนิดนี้ นอกจากกำลังไฟจะสว่างกว่า ยังมีอายุการใช้งานมากกว่า HID-xenon   ประหยัดไฟกว่า ความร้อนของหลอดต่ำกว่า แต่ราคาสูงกว่าตก ข้างละ 30,000 ถ้าผมจำไม่ผิดนะ เพราะในคลับ มีบางท่านเคยเปลี่ยนแล้วจากอุบัติเหตุ ครับ

พร้อมระบบปรับแสง สูง-ต่ำ   ไม่มีปรับซ้าย-ขวา ตามรุ่นพี่แคมรี่ และ ควบคุมการเปิด-ปิด อัตโนมัติ ในส่วนของการปรับสูงต่ำ ไม่มี ปุ่มกดเลื่อนระดับ 0-1-2 สไตล์  TIANA เพราะมาในระบบออโต้ครับ โดย ทำงานตามระนาบความชันของรถนะครับโดยจะปรับระดับให้เอง  จะเห็นได้ชัดเวลา ขึ้นลงห้างทางชันครับ ความคิดเห็น

ส่วนตัว คิดว่าเป็นข้อเสียนะครับ เนื่องจาก ไฟต่ำมันจะต่ำได้ใจไปไหน ต้องไปปรับใหม่ที่ศูนย์ครับ ส่องต่ำเกินไป ในส่วนของไฟสูงลำแสงขาวสว่างมาก ไม่รู้สึกแสบตา เท่า ไฟซีนอน  HID ของตัวเก่า  ถึงยังไง day light ก็ควรจะมีนะครับ ขอบ่น..... ( มาแน่ในตัว TRDของ ญี่ปุ่น ของ ไทย กินแห้ว แน่นอนเพราะมันกั๊ก )


              ต่อมาที่ระบบ เปิดปิดไฟอัตโนมัติ นี่มันช่าง ............เปิดปิดมือ ซะดีกว่า,มั้ย  ครับ 5555++  คือมัน ดันสั่งเปิดไฟหน้าเร็ว ไปหน่อย ประมาณ 4 โมงเย็น หรือขับผ่านตึกในเมือง ร่มไม้ พี่ติดทันทีเลย ถึงแม้จะตั้งค่า ความไวแสงให้ต่ำที่สุดในออฟชัน การตั้งค่ารถแล้วก็ ตามทีเถอะ

           กันชนหน้า สไตล์สปอร์ตดูดีขึ้นกว่าตัวเก่า มีทูโทน คาดสีดำบริเวณสเกิร์ตหหน้า ให้ดูวัยรุ่น ขึ้นพร้อมไฟตัดหมอก แต่ไม่มี ไฟ DAYLIGHT เช่นเดิม  นะครับ ในส่วนของชุดโคมไฟหน้า จะเป็นไฟหรี่ ซึ่งถ้าเปิดในตอนกลางคืน ก็จะเป็น DAYLIGHT ถูไถไปได้ แต่ถ้าเปิดในช่วงกลางวัน นี่มันช่างมองไม่เห็นเอาซะเลย แถมถ้าคุณดับเครื่อง แต่ดันลืมปิดไฟหรี่ มันจะติดตลอดระวัง!!!!  ต่อมาก็ชุดฉีดน้ำไฟหน้า สั่งงานได้ด้วยปุ่มกดภายในและพับเองเสร็จสับ

ภาพแสดง การติดตั้ง ไฟ  DAYLIGHT และ ตำแหน่งตัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า พับเก็บได้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:11:35 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
          ทีเด็ด ที่มีคนด่ากันจม............
ให้มาแล้วครับ กระจกมองข้างสามารถพับเก็บด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวด้วยนะท่าน คิดว่าสำหรับผมสำคัญมาก เวลามุดเข้าซอย หรือ ถนนแคบๆๆ นี่ ต้องกดพับกันตลอด หรือ แม้กระทั่งจอดข้างทางที่แสนน่ากลัว เข้าห้าง เข้าผับ ก็เก็บกันทั้งนั้น


คลิปวีดีโอ เมื่อถอดฝาครอบ ออกจะเป็นยังไงไปดูกัน



ภาพแสดง กระจกมองข้าง พับเก็บอัตโนมัต พร้อมไฟเลี้ยว ให้มาแล้วแม่จ้าว พี่จิมมี่  กับพี่แพนเคยด่ามันไว้ กว่าจะมารอซะนานเลย !!!

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:12:09 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
    ต่อมาเป็นล้อแม็ก ฟอร์ค เป็นล้อชนิดพิเศษน้ำหนักเบาชนิด 5 รู เส้นคู่ สีดำ สดสวย ไม่แกะ ไม่รู้นะนี่ ว่ามันสวย อ๊ะจ๊าก ......เพราะดูจากภายนอก เอ่อ........Home ๆ
ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าล้อแม็กธรรมดาที่มีขนาดไซล์เท่ากัน  พร้อมฝาครอบลายใหม่  ออกแบบให้ลดการต้านของอากาศในซุ้มล้อ ข้อดีคือช่วย ลดเสียงรบกวนและประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น  ข้อเสียคือ มันไม่สวยเอาซะเลย แต่

    ถ้าถอดฝาครอบออก เผยให้เห็นแม็กด้านใน 15 “ สีดำเงาต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นสีพื้นทั่วไป  มัน สวยและเข้ากับรถดี
มาก แต่..........น็อตทั้ง 5 รู  จะขึ้นสนิมเร็วขึ้นและรูตรงกลาง แกนล็อคหายไป สนิมเขลอะเลยทีเดียว ในฉับพลัน ต้องหาหัวน็อต  RAY  มาใส่ก็จะเข้ากันดีครับ


ภาพแสดง ฝาครอบ+ล้อโฉมเก่า เปรียบกับตัว MC  และแม็ก ฟอร์ค สีดำเงา 5 รู ติดรถ ขนาด 15 “

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:12:42 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
         มาต่อด้วย ภาย ในห้องโดยสารของ Prius Minor Change ยังคงเหมือนเดิม แต่มีการปรับโทนสีเล็กน้อยจากเทามาเป็นดำ และตัดด้วยสีเมทัลลิกในส่วนของคอลโทลน  ดูหรูหรา และให้ความเป็นสปอร์ตยิ่งขึ้น และหลายท่านได้แสดงทัศนคติว่ารถราคาเป็น ล้าน แต่ แดชบอร์ด ให้พลาสติกก็อกแก็ก มาก ไม่มีความนุ่มมือ

         ความคิดส่วนตัว ผมรู้สึกชอบ พลาสติกชนิดนี้มาก จากข้อมูลมันทำมาจากใยพืช และพิมพ์ลาย  ลายนั้นคมชัดมากและแตกต่างจาก รถคันอื่น  ผิวสัมผัสความหนา ของชิ้นงาน สามารถรับรู้ด้วยการสัมผัส และ ดูจากงานภายนอก ดูดีทีเดียว  ชิ้นงานไม่รู้สึกก็อกแก็กอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับ ของแจ๊ชแล้ว รับรู้ถึงคุณภาพได้เลย  ที่สำคัญ ทำความสะอาดง่าย กว่าแบบหนังที่มักดักจับฝุ่นละอองไว้กับตัว ซึ่ง มองไม่เห็น และเช็ดทำความสะอาดยากกว่า ส่วนตัวผมชอบพลาสติกมากกว่าหนัง แต่ขอความหนา ลาย พิมพ์สวยๆหน่อย มาถึงทีวางแขน คอนโทลนกลาง มีความนุ่ม วางแขนได้กำลังดี รับจนถึงข้อศอกและกว้างพอเหมาะ แต่อาจต้อง ปรับเบาะมาให้ต่ำที่สุดสำหรับคนตัวสูงๆ  แต่ปัญหาที่ติดมาจากรุ่นก่อน คือการวางแขนข้างประตู ยังคงต่ำเกินไป ไม่สามารถวางแขนได้ วางแล้วเมื่อยแทน ต้องไปวางกับขอบหน้าต่างซึ่งไม่สบายนัก

มันเหมาะกับคนสูงไม่เกิน 140 - 150  ซม. ฮ่าๆๆๆๆ  มันยังคงความแย่ไม่เปลี่ยนแปลง ควรจะขยับสูงกว่านี้อีกซักนิดนะครับ ผมสูง 180 นี่เมื่อยแขนเลยครับ !!!  

ต่อในส่วนของ   Leg Room   เมื่อเทียบกับ   C- secment นั้น มีช่องว่างวางขา ใกล้เคียงกัน เบาะนั่งไม่สูง หรือต่ำ เกินไป การเข้าออกง่ายกว่าที่คิด ทั้งประตูหน้าและหลัง การเปิดประตู กว้าง พอๆกับ แอลติช  ซึ่งปกติรถ 5 ประตู มักจะทำได้แย่ แต่ไม่ใช่คันนี้ แน่นอน  ทำให้ผู้โดยสารเข้า—ออก และนั่งสบาย ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เหมือน โฟกัส 2012  ดูสเปกมันกว้างเท่า D-SEGMENT แต่ทำไมข้างในมันแคบมาก ยิ่งด้านหลังยิ่งแคบ เข้าก็หัวโขก เสาหลังคากันเลยทีเดียว  เบาะคู่หน้าและหลัง  นั่งสบาย ไม่แข็งเท่าโฟกัส นุ่มกำลังดีแต่รู้สึกว่าความกว้างเบาะมันจะสั้นไปนิด โฟกัสเบาะนั่งจะกว้างกว่า

ส่วนคุณภาพของหนัง ??? จริง......เอ่อ.......


คุณภาพหนังปานกลาง ไม่ดีเท่า เทียนา แน่ๆ การนั่ง สบายทั้งระยะใกล้ไกล ในส่วนเบาะคู่หน้าโอบกระชับกำลังดี  มีช่องว่างระหว่างขา ใช้ได้ ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบ  แม้ จะมีคอลโทลน กั้นกลางตั้งแต่ชุดเกียร์มาแบ่งแยก ผู้ขับและผู้โดยสารก็ตาม  เบาะตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางและมีปุ่มกด ถุงลมดันหลังคลายปวดเมื่อย ส่วนตัวผมไม่ชอบใช้เพราะใช้ทีไรปวดหลังทุกที น่าจะชื่อว่าดันตูดมากกว่า ส่วนเบาะตำแหน่งผู้โดยสารด้านข้าง ปรับด้วยมือ เท่านั้น  และนี่ก็เป็นข้อเสีย อีกข้อนึง ซึ่ง รถคู่แข่งทั้ง  เทียนา 2.0 แอคคอร์ด 2.0 มีให้มากันหมดแล้ว โอกาสหน้าไมเนอเชนต์ ขอปรับไฟฟ้า ทั้ง 2 ฝั่งนะครับ พี่น้อง เฮ้อๆๆๆๆๆ !!!!

ภาพแสดงรูปแบบการจัดวางภายใน และ เบาะปรับไฟฟ้า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:14:48 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
                ต่อด้วยคุณภาพหนังที่ใช้ เป็น หนังแท้แสตนดาร์ด (ในส่วนนี้คิดว่าเป็นหนังแท้นะ) ความรู้สึกคือ คล้ายหนังเทียม ผิวสัมผัส เหมือนหนังเทียมเปี๊ยบ

              
              คือถ้าถามผม ผมจะบอกว่ามันคือหนังเทียมครับ  ดูแลรักษาง่ายเนื่องจากเป็น หนังสีดำ ลื่น มือครับ และบางส่วน จะเป็นรูๆ ถี่ๆ ทั้งแผ่น บริเวณก้น จนไปถึงแผ่นหลัง ต้องระวังของเหลวเช่นน้ำ หกใส่ด้วยนะครับ อาจเข้าไปถึงโฟมชั้นใน  ได้  และปีกขอบล่าง การก้าวขึ้นลง ต้องระวัง มีโอกาส คลูด หรือ เบาะยับได้ง่าย ซึ่ง ปีก ของขอบล่างมีความหนา และ สูงกว่าส่วนกลางเบาะ เป็นอีกสิ่งที่ต้องระวัง เพราะ ในคลับ มีหลายราย ที่ มีปัญหากับ เบาะนั่งครับ ในส่วนของพวงมาลัย รถ ขัดใจผมนิดนึง คือ ปุ่มกดต่างๆ เป็นยาง คล้าย ปุ่มกด จอยเพลสเตชัน หรือ ยางปุ่มรีโมททีวี หากมือเราเปียกจากน้ำหรือเหงื่อ มีโอการปุ่มกดจะสึกหรอ และบวมเปื่อย ได้ง่ายๆ เป็นแบบนี้ ทั้ง พริอุส และ แคมรี่ครับ ซึ่ง ส่วนตัว คิดว่าน่าจะใช้เป็นพลาสติกแข็ง มากกว่ายาง  มันดีแค่ในช่วงแรก ระยะยาว อาจ เปื่อยยุ่ย แน่นอน  


               เกือบลืม พวงมาลัย ไม่ได้มีความจำปรับออโต้เหมือน แคมรี นะครับ ปรับ สูง – ต่ำ ใกล้ไกลด้วยมือ เท่านั้นครับ เหมือนรถ ตลาดทั่วไป  
 อีกสิ่งที่ขัดใจแม่ คือ พนักวางแขนเบาะหลัง มันช่างดูก๊องแก๊ง งานเย็บไม่ค่อยดีสังเกตุจากขอบมุมที่ดูบู้บี้ ไม่เรียบร้อย  และวางมาต่ำเกินไปใส่ขวดน้ำได้ 2 ขวด  การวางแขนไม่ค่อยประทับใจเอาเสียเลยถือว่าห่วยครับเหมือนให้มาแบบไม่ตั้งใจ อันนี้ด่าครับ หัดไปดู แคมรี่ ไฮบริดตัวท็อปครับ ถึงจะไม่ให้ชุดควบคุมเครื่องเสียงอย่างน้อยขอ ให้ได้แค่ที่พักแขนดีๆ ซักนิดเถอะครับ

   
               มาต่อในชุดเครื่องเสียง ในรุ่น Top Option จะเป็นจอ LCD  ไม่ได้เป็นจอ  LED แต่อย่างใด พร้อมระบบ Navi พร้อม เสียง และข้อความ บนจอเป็นภาษาไทย รวมไปถึงเสียงบอกนำทางด้วย  และสามารถ  เล่น DVD mp3 รองรับฟอนต์ไทย้ต็มรูปแบบ ไม่มีภาษาต่างด้าว มาให้รบกวนสายตา อันนี้เจ๋ง กว่าค่ายอื่น ครับ

            
               รองรับ iphone usb drive  ผ่าน usb  พอร์ต  ซึ่งแสดงเฉพาะข้อมูลเสียง ส่วนภาพและเสียง กระทำได้เมื่อจอดนิ่งเท่านั้น ...............เอวัง.................
หรือจะไปปลดล็อกออกแต่ประกันจะสิ้นสุดลง และค่าปลดล็อก อยู่ที่ 1,500 บาท สามารถเชื่อมต่อ AUX  สำหรับ มือถือและเครื่องเล่น mp 3 ได้ ด้วย รวมไปถึง บลูธูท ลองรับ เต็มระบบ ทั้ง การโทรและ การฟังเพลงผ่านบรูธูท มือถือ หรือ จาก mp3 ไร้สาย และจัดมากับชุด Amplifier กับลำโพง 8 จุด จาก JBL  เสียงไม่ถึงกับดีมาก อยู่ในระดับกลางๆ


               เนื่องจาก การเซอราวด์มิติเสียง ยังทำได้ไม่ดี และเบส ออกมาต่ำมากถึงจะปรับแต่งแล้วก็ตาม ในย่านความถี่ต่ำยังทำได้ไม่ดี แต่เมื่อเร่งเสียงขึ้น เสียงที่ออกมาก็จะดีขึ้น ถ้าฟังแนว อะคูสติก  หรือ คลาสสิค เน้นเสียงดนตรี เสียงกลาง-แหลม จะดีกว่า ไม่เหมาะกับพวกฮาร์ดคอ ร็อค เป็นแน่ แนวทางการปรับ  EQ คือเสียงแหลม 50 % เสียงกลาง และ เบส 100 %  แค่นี้ก็ดีขึ้นมา ซ๊าก...........นิดครับ


               นอกจากนี้จอยังรองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบทั้งเนวิ และ รายชื่อเพลง รวมถึงคำสั่ง ต่างๆ ของระบบรถ และยังสามารถแสดงภาพจากกล้องถอยหลังเพิ่มความสะดวกสบาย ไม่มีเส้นแสดง มุมการถอย ถือว่าเชยจังในขณะค่ายอื่นมีกันหมดแล้ว  แต่อาจไม่ปลอดภัยในขณะถอยจอด  อย่าลืม ว่ากล้อง เป็นเลนแสดงภาพในมุมกว้าง ซึ่งระยะจริง กับระยะกล้อง ดูจากภาพกล้องแล้ว ไกล แต่เอาเข้าจริงใกล้มาก อย่ามัวแต่ดูกล้อง ละครับ และที่สำคัญไม่แถม เซนเซอร์ ถอย    มันมา เป็น option เสริม  เพิ่ม เสียตังค์อีก 3,900  ถึงจะได้ เซนเซอร์ 4 จุด  หน้าหลังพร้อมสวิทซ์ เปิดปิด จากในรถ แต่ ไม่มีจอ และแถบสี บอก ระยะถอย นะครับ  ถือเป็นข้อเสีย ก็ว่าได้ ในขณะที่เจ้าอื่นเค้ามีกันหมดแล้วงกจริง  เลยพี่น้อง



ภาพแสดง ชุดเครื่องเสียงพร้อม เนวิเกเตอร์ บลูธูท  DVD  รองรับ usb aux   พร้อมแสดงรายละเอียดข้อมูลรถได้ (มีปัญหาที่คลื่น FM 94 มักเปลี่ยนไปคลื่นอื่นเอา ดื้อๆ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:15:35 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
                มา ถึงของเล่นที่น่าสนใจตามโฆษณา สำหรับ Prius MC  ครั้งนี้ก็คือ มีมุนรูฟ + แผงโซล่าร์เซลล์ติดตั้งอยู่บนหลังคาหลังมูนรูฟ เหมือน หลังคาแก้ว ในรถหรูเลยทีเดียว หน้าที่ของมันคือแปลงความร้อนไปเป็นพลังงานไฟฟ้าทันทีไว้สำหรับการใช้พัดลมในการระบายความร้อนให้กับห้องโดยสาร โดยกดปุ่ม ภายใน รถ มันจะเปิดพัดลม ตลอดเวลาเมื่อมีแดดคล้ายกับ เปิดแอร์เบอร์ 1 แต่ไม่เปิด AC (คอมเพลสเซอร์) ลมออกอย่างเดียวครับ


                ส่วนตัวถือว่าดีมาก ความร้อนลดลงไปเยอะครับ ถึงลมจะไม่แรงประมาณเบอร์ 1 ก็ช่วยได้มากทีเดียว และยังมีอ๊อฟชั่นที่น่าสนใจของ Prius ตัว นี้คือการสั่งงานเปิด-ปิด ระบบปรับอากาศเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านรีโมทคอนโทรล กระทำได้ ในเวลาเพียง 3 นาที และอยู่ในระยะรีโมทเท่านั้น รวมถึงแบต EV ต้องมีเกิน 3 ขีดด้วย ซึ่งเอาเข้าจริง จะไม่สามารถ ใช้งานได้เลย เพราะถ้าขับในเมือง ในโหมด ECO แบตจะเหลือ ต่ำกว่า 3 ขีด


                สรุปแทบไม่ได้ใช้ และระยะเวลา การทำงานมันสั้นเกินไป ไม่เคยนึกจะเปิดเลย  ครับ  แต่ระบบนี้จะต่างกับโซลาเซลคือ ระบบนี้จะทำงานอัตโนมัติทั้งพัดลม และคอมเพรสเซอร์แอร์เมื่อแบตเตอรี่ของระบบไฮบริดมีมากกว่า 3 ขีด หรือประมาณ 40%  คงไม่ได้ใช้กันแน่ๆครับ .ให้ตายเถอะ

ภาพแสดง มูนรูฟ และแผงโซลาเซล ที่อาจไม่ได้ใช้นะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:16:01 โดย bleem »

ออฟไลน์ PPete

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 107
ภาพมันมีโปรแกรมย่อหลายตัวเลยนะครับ ลอง google ดูครับ  ;)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 22, 2012, 23:03:05 โดย PPete »
ทำตัวแต่พอเพียง (พูดโม้น้อยๆ หน่อย) แค่นี้ก็เป็นศรีกับชีวิตมากพอแล้ว

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
แนะนำครับ สำหรับรูปฝากเว็บ Ohoza ไปเลยครับ มีบริการ Resize อัตโนมัติ ลงได้ทีละเป็นสิบรูป แล้วก๊อบลิงค์วางทีเดียว ได้รูปขนาดพอดีจอ และไม่หนักเซิฟเวอร์ด้วยครับ ^^"

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ขอบคุณ ครับ กำลังงงและสงสัย มานานพออ่านคอมเม้น เลยพึ่งเห็นวิธีการฝากรูป และคิดได้ว่า เอ youtube ยังลงได้แสดงว่าต้องฝากรูปไว้  ไว้โอกาสหน้า จะลองดู

ครับ แต่ตอนนี้แบบ

นี้ก่อนนะครับ  แฮๆๆๆๆ  ;D


ข้อความโดย: 6162002

แนะนำครับ สำหรับรูปฝากเว็บ Ohoza ไปเลยครับ มีบริการ Resize อัตโนมัติ ลงได้ทีละเป็นสิบรูป แล้วก๊อบลิงค์วางทีเดียว ได้รูปขนาดพอดีจอ และไม่หนักเซิฟเวอร์ด้วยครับ ^^"

เว็ปนี้ง่ายดีเยี่ยมไปเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2012, 19:33:35 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
    ยังมีรายละเอียด บางประการที่ลืมกล่าวในข้างต้น เช่น แอร์ ออโต้ ไม่ได้แยกซ้ายขวา นะครับ  แบคไลต์เขียว แม่จ้าว รักโลก   และที่เด่นคือ ปรับอุณหภูมิบนพวงมาลัย ได้เลย เจ๋งไหมหละ  ย้ำกันอีกครั้ง แต่ที่เห่ย (ให้มันไปปรับปรุงมาใหม่)คือ สีเขียวของหน้าจอแสดงอุณหภูมิ มันโบราณได้ใจจัง น่าจะใช้โทนสีน้ำเงินจะดูดีกว่าไม่น้อย  และมีเสียงบ่นจากผู้โดยสารตอนหลัง ว่า แอร์ไม่เย็นในส่วนนี้ ทางโตโยต้าน่าจะแถมแอร์หลังมาซักนิด ตัด แอร์รีโมท ก็ยอมว๊ะ
  

   ไฟส่องสว่าง ภายในทำได้ดี และสว่าง เจิดจ้ามาก มีไฟส่องเท้า  และไฮโซขึ้น ไฟสำหรับแต่งหน้าสาวๆ  ไฟส่องแผนที่  ถูกติดตั้งชุดเดียวกับ ปุ่มซันรูฟ  เลือกปรับได้ซ้ายขวา โอเคเลยละครับ  การปิด มีการหน่วงเวลาปิดคือค่อยๆหรี่ลงตามรถสมัยใหม่



ภาพแสดงไฟส่องแผนที่และสวิทซ์เปิดปิดิซันรูฟ ขนาดใหญ่


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 22:16:16 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
แต่ที่ขั้นเทพเค้าก็มี คือระบบ จอกระจก Navigator  และ แสดงอัตราความเร็ว แถมยังเปลี่ยนโหมดได้หลากหลาย เช่น ชนิดการขับขี่  เนวิ แถบความเร็ว ยิงขึ้นจอกันบนกระจกหน้ารถเลยทีเดียวเพิ่ม ความสะดวกสบายไม่ต้องละสายตาลงมามองเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น  แลกกับ  จอมาตรวัด ต่างๆ คุ้มไหม  (ส่วนตัวคิดว่าไม่คุ้ม )  ฮ่าๆๆๆ
เอ...ที่ว่า พี่โฟกัส จัดมาเยอะ  พรีอุสก็ไม่น้อยเลยครับท่าน..............


ภาพแสดง   ภาพสะท้อนของแสงจากจอ MID  ขนาดเล็กบนกระจกหน้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:13:44 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
               ต่อด้วยขุม พลังของ Prius Minor Change ยังเป็นเครื่องยนต์ตัวยังเป็นเครื่องยนต์ทรงพลังความจุ 1.8 ลิตร Atkinson Cycle รหัส 2ZR-FXE แบบแถวเรียง 4 สูบส่วนทางด้านมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ จะมีกำลังสูงสุด 60 kw(82 ps) ทางด้านแรงบิดจะมีถึง 207 นิวตันเมตร แต่ถ้าเครื่องยนต์บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าจะได้กำลังสูงสุดถึง 100 kw ( 136 แรงม้า )  เลยทีเดียว พอๆกับรถ 1800 cc ทั่วไปเลย อัตราความเร็ว 0 - 100 ใช้เวลาประมาณ 11 วินาที รวมถึงทั้งแรงม้าแรงบิด

               ซึ่งมีกำลังที่เพียงพอและแถมประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ตัวเครื่องยนต์จะไร้ซึ่งสายพาน ดังนั้น แรง ฉุดที่จะมากระทำหรือภาระที่มีผลต่อเครื่องยนต์ก็จะดีขึ้น เป็นผลให้อัตราการสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองตกประมาณ  20 กิโลเมตรต่อลิตร กับการขับขี่ปกติ 60 – 80 กม/ชม กันเลยทีเดียว ทางด้านการปล่อยไอเสียผ่านมาตรฐาน Euro 5 น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ ตั้งแต่ E10 ขึ้นไป   ( แต่อี 20 ยังใช้ไม่ได้เหมือนกับแคมรีไฮบริด  ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ สามารถใช้ได้แล้ว เช่น civic  focus ส่วนแจ๊ชไฮบริด ผมไม่แน่ใจ ครับต้องดูในไฮไลต์ของพี่จิมมี่ ) และ รอบเดินเบาค่อนข้างสูง 1200 -1500 รอบ รถปกติ 700 - 900 รอบ เท่านั้น ส่วนนี้ ต้องศึกศาเรื่องเครื่องยนต์อAtkinson Cycle เอาครับ

                ทางด้านการรับประกันในส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดนั้น 5 ปี โดยที่ไม่จำกัดระยะทาง อีก 5 ปี ซ่อมเป็นเซลมีค่าใช้จ่าย รวม 10 ปี  ต่างจากตัวเก่าที่ประกัน 10 ปี ในส่วนนี้ต้องศึกษารายละเอียด อาจสับสน


               มาดูกันในส่วนของการขับเคลื่อน จะใช้ระบบส่งกำลังแบบ E – CVT ซึ่งเป็นเกียร์ไฟฟ้าเหมือนที่อยู่ใน camry hybrid แต่มีการเลือกรูปแบบการขับขี่ได้คือ

1 EV  MODE
2 ECO MODE
3 POWER MODE
4 NOMAL MODE  อันนี้เพิ่มให้ เพราะถ้าเราไม่กด 3 ตัวข้างต้นก็จะเข้าโหมดนี้  มันก็คล้ายๆกับ POWER นะ แต่ไม่เหมือน โดยอัตตราเร่งที่ให้มีน้อยกว่าครับ


ลืมบอก ถ้ากดปุ่ม โหมดไหนแล้วมันก็ดันกดได้ทุกปุ่มทีนี้ก็ติดกันทุกปุ่ม ทุกโหมด ผมยังงง บางทีขับเบิ้ลทั้ง 2 โหมด ไม่รู้จะมีปัญหาอะไรในระยะยาวไหม????

            คันเข้าเกียร์ E – CVT สะดวกสบายทันสมัยมากๆ เหมือนตามตู้เกม เบาแรง เข้าเกียร์ง่าย การที่จะเข้าเกียร์ผิดตำแหน่งกลัวอันตราย  ผมเคยพลาดหลายครั้งมันทำไม่ได้เลย ระบบจะเซฟตี้ ตัวเองคือไม่ยอมกระทำให้เมื่อไม่ปลอดภัย ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ทั้งความเร็ว เกียร์ที่ใช้ จะแสดงบนมาตรวัด MID เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบ ในรายระเอียดต่างๆ  จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ไม่รู้สึกถึงการกระตุก เหมือนโฟกัส หรือ จังหวะเปลี่ยนที่เกียร์สูงทำได้ดีมาก ราบเรียบ อัตราเร่งต่อเนื่องทุกเกียร์ ไม่มีการกระตุกบางจังหวะให้เสียอารม ใครที่อคติกับเกียร์ไฟฟ้า ลืมเรื่องเลวร้ายไปเลยครับ ยกให้ดีที่สุดเท่าที่ขับรถมาเลยครับ แต่ต้องกระทำในโหมด POWER นะครับ เพราะในโหมด ECO นั้น คันเร่งและเกียร์ มันหน่วง และไม่สัมพันธ์กันครับ เพราะเ้น้นการประหยัด ในโหมด NOMAL  ก็จะหน่วงหน่อยๆเช่นกันครับ


            ผสมผสานกับช่วงล่างทางด้านหน้าแบบเมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงทางด้าน หลังแบบทอร์ชั่นบี,ม ให้ความรู้สึก ไม่นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง พอดีเป๊ะ เกาะถนน ไม่โครงเครง เยี่ยมเลย  ในส่วนของเบรกก็เป็นดีสเบรกทั้งสี่ล้อ ประสิทธิภาพของการเบรกมั่นใจได้เลยว่าสุดยอด คือระยะกดแป้นเบรกสั้น บางท่านอาจไม่ชิน แต่ไม่เบรกหัวทิ่ม แบบ แจ๊ช แน่นอน เบรกแล้วมั่นใจเช่นกัน  แต่ถ้าให้เลือก แก้ให้สามารถเลี้ยงระยะเบรกหน่อย จะดีขึ้นมาก หากมีการเบรกแบบกระทันหัน ไฟเบรกท้ายด้านขวา สีแดง จะมีการทำงานแบบกระพริบถี่ๆ เพื่อเตือนคันหลัง ทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะบางท่าน สงสัย ว่าทำไมไฟท้ายทั้ง 2 ข้าง ลักษณะ  ถึงไม่เหมือนกัน

            การบังคับเลี้ยวจะเป็นแบบไฟฟ้า (eps) เช่นกัน ระยะหมุนฟรีของพวงมาลัยนั้นสั้นมากๆ  ผมลองแล้วไม่ชินอาจหมุนแรคพวงมาลัย กระทบกันบ่อยๆ มันจะพังง่ายไหมครับ เอมันเป็นข้อดีหรือข้อเสียกันนะ  หากมีการจอดรถบนทางชัน จะมีการทำงานของระบบ HAC ไม่ให้รถมีการเลื่อนไถลขณะออกตัวบนทางชันนั่นเอง จะเหมือนกับรถยนต์ หรูๆ หรือ  สามารถเปลี่ยนไปใช้ POWER MODE ทันทีเลย ก็ได้  เมื่อขึ้นทางชัน เนื่องจากการเข้าเกียร์นั้นง่ายมาก เปลี่ยนโหมดก็กดปุ่มเอา ชอบแบบไหนกดไปครับ อยากประหยัด   อยากแรง  ง่ายเพียงปลายนิ้ว


ภาพแสดง ของเล่น หากต้องการเกียร์แบบกดก็มีนะครับ และ การขับขี่ในโหมดต่างๆของรถ และ เกียร์ จอยสติ๊ก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:26:03 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
มาถึงโหมดการขับขี่ รูปแบบต่างๆ กันบ้าง


โหมดแรก EV Mode

ถ้าใช้เดินทางใกล้ๆ ไปจ่ายตลาด  EV Mode ซึ่งใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ความเร็วที่ใช้ไม่สูงนักต่ำกว่า 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือ ความเงียบที่ไม่มีเสียงครางจากเครื่องยนต์ให้เสียอารมณ์ คันเร่งอันแสนอืดและยวบ... เหยีบไปได้แค่ 50 กม/ชม จะตัดไปเป็นโหมดปกติทันที  เหมาะสำหรับเดินทางใกล้ ใกล้มากๆ อย่างเก่ง 2 กม. เมื่อแบตเต็ม นะ แต่ส่วนใหญ่ที่ทำได้คือได้แค่ปากซอยหน้าบ้านเท่านั้น โหมดนี้จึงเหมาะไว้แกล้งเพื่อนเล่นข้างทางเท่านั้นเอง น่าจะทำได้ซัก 30 กม นี่ คนออกกันตึมแหงๆๆ

ภาพแสดงห้องเครื่อง และการจัดวางภายใน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:26:44 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ECO Mode

เป็นการใช้พลังงานซึ่งกล่อง ECU จะคอยจัดการปรับอัตราทดเกียร์ และการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมคุ้มค่าที่สุดในขณะขับขี่จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ร่วมกัน ความฉลาดอยู่ที่การจัดการว่า ช่วงไหนจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือช่วงไหนจะใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ร่วมกัน ซึ่งเป้าหมายของโหมดนี้คือ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อความประหยัดสูงสุด  เท่าที่สังเกตุ จากหน้าจอ info มีระดับ อัตรความเร็ว จากการใช้สัมพันธ์กับ มอเตอร์ไฟฟ้า วิ่งได้ถึง 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง เลยทีเดียว มันถึงจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ ทำงานแทน  ซึ่งปกติ ใน EV MODE ทำได้แค่  49  กม/ชม เท่านั้น

สำหรับ อัตราเร่งในโหมดนี้ ถือว่าพอใช้ มีการหน่วงคันเร่ง ประมาณว่าท่านกำลังขับรถ เครื่องยนต์ 80 แรงม้า
คันเร่งจะวืดเหยีบแล้วมันไม่เร่ง แต่ถ้าท่านเหยียบให้ลึกกว่าปกติเรี่ยวแรงจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน  สำหรับผมถือว่าดีในเมือง นอกเมืองจะไม่ไหว บางจังหวะจะเร่งเครื่องไม่ทันใจเท่าที่ควร  ถือว่าอืดเลยทีเดียว  ต้องใจเย็นเข้าช่วย  เครื่องมีการ ติดดับ ตัดสลับกัน นานๆถึงจะติดเครื่องอีกครั้ง  เมื่อจอดติดไฟแดง ส่วนตัว อยากให้เซ็ทให้คันเร่ง ไม่หน่วงมาก คือ ไม่เหยีบลึกจนปวดข้อเท้า  อัตราเร่งให้มากกว่านี้หน่อย จะถือว่าดี เลย  ส่วนอัตราสิ้นเปลืองที่แสดงค่าออกมาก็ถือว่าดี   19 - 23 กิโลเมตร/ลิตร ช่วงกว้างเพราะ ขับในเมือง รถติด เร่ง ออกตัวความเร็วต่ำ  ไม่คงที่


ต่อมา  PWER Mode


             POWER Mode มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์จะทำงานร่วมกัน เน้นในเรื่องกำลังเป็นสำคัญ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าปล่อยกำลังเข้ามาเสริมเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เปลี่ยนบุคลิกของ พริอุส จากรถรักโลก เป็นรถทำลายโลกได้เลย เหยียบเป็นมาทันเท้า มั่นใจ แรง...................แน่นอน แซงเทียน่า 2.0 คอนเฟิร์มครับ

             อัตรา เร่งดุเดือดขึ้นรู้สึกได้ จากเสียง เครื่องยนต์ ส่วนตัว คิดว่าอัตราเร่ง พอๆ  กับแครื่องยนต์ 1.8 - 2.0 เลยทีเดียว เร่งแซง มั่นใจ  จากความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นมาถึงความเร็วการระดับ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถือว่ารวดเร็วดี มาก การทรงตัวไม่ว่าจะอยู่ในช่วง 120 หรือ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมงถือว่านิ่ง สามารถควบคุมรถได้โดยไม่ต้องลุ้น ส่วนอัตราสิ้นเปลืองที่แสดงค่าออกมาก็ถือว่าไม่น่าเกลียด 15 - 17 กิโลเมตร/ลิตร สามารถตอบสนองการใช้งานได้ดี ทั้งด้านสมรรถนะ และความประหยัด แต่ไม่แนะนำเพราะบางครั้ง อาจมีต่ำกว่า 14 กิโลเมตร/ลิตร ก็มี เหมาะขับทางไกลที่ต้องเร่งแซงมากกว่า อีกปัญหาที่พบ ที่ความเร็วสูง เกิน 100  กิโลเมตร/ชั่วโมง คือเสียงเครื่องยนต์และ ลมจากซุ้มล้อ  รวมถึงลมจากการปะทะจะเข้ามามาก และได้ยินดังขึ้นเรื่อยๆ  เช่นกันสไตล์ แจ๊ช หรือพวกรถตู้ อาจเป็นเพราะกระจกหน้าบานใหญ่ ห้องเครื่องเล็ก เสียงก็เลยดังขึ้น ก็เป็นได้ ถึงแม้จะอ้างว่าลดแรงเสียดทาน แต่เสียง จะค่อนข้างดังกว่า พวก แคมรี  เทียนา แอคคอร์ด อยู่พอสมควร  แต่ที่สังเกตุ โหมดนี้ก็ยังสามารถขับให้ประหยัด โดยการปล่อยคันเร่งขณะลงเนิน หรือเหยียบปล่อยคันเร่ง สลับกันที่ความเร็วสูงเพราะระบบไฮบริดอันแสนฉลาด มันจะทำหน้าที่ตัดต่อกำลังและพักเครื่องยนต์ นำรอบเครื่องที่ปล่อยทิ้งไปปั่นมอเตอร์นั่นเอง  เช่นเดียวกับกรณีรถหยุดเครื่องยนต์จะไปปั่นไฟ เมื่อมีระดับพอเหมาะมันจะทำงานแทนเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา



 NOMAL MODE


โหมดปกติ อันนี้ผมเสริมให้ครับเพราะถ้าไม่กด  มันก็เข้าโหมดนี้  ในโหมดนี้ ยังคงมีการจัดการพลังงาน สไตล์ ECO เพราะรับรู้ได้ถึง การมีมอเตอร์ มาช่วย ในรอบต้นๆ และเมื่อไต่ระดับความ้ร็ว ขึ้น เครื่องยนต์ก็เข้ามาจัดการแทน แต่ โหมด นี้ ความแรงนั้น ยังคงมีอาการหน่วงๆทั้งคันเร่ง  และรอบเครื่องคือ กดไปเยอะ แต่แรงออกมาไม่เต็มที่ เหมือนกับขับรถ เครื่องยนต์ 1800 cc  และมันอยู่ใน camry ผมประมาณให้เห็นภาพครับ น่าจะมาจาก เครื่องยนต์ทำงาน เพียง ลำพัง ในรอบสูง จะต่างกับ POWER ก็น่าจะตรงนี้ครับ ที่ มีการทำงาน สนับสนุนกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ครับ

ที่สำคัญน้ำมันสำหรับ เครื่องไฮบริดจ์ ของโตโยต้ารวมถึง แคมรี ไม่รองรับ E20 นะครับ รองรับแค่ E10 หรือ ที่เรียกกันทั่วว่าแก๊สโซฮอล์ 91 ครับ หากเติม

E20 เข้าไป เอทานอล จะไปกัด ซีลแหวน และท่อ จ่ายน้ำมัน มีโอกาส เสื่อมสภาพเร็วขึ้นครับ บางท่านได้ทดลองเติม ในระยะยาว ไม่ดีแน่นอนครับ เพียง

แต่ตอนนี้ไม่ออกอาการเท่านั้นครับ เพราะในคู่มือก็บอกแค่ แก๊ส 91 เท่านั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2012, 16:56:01 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ขอขอบคุณ ตัวอย่างภาพ (เครดิตเว็ป)  ดังรายชื่อต่อไปนี้ หวังว่า ไม่ใช่เว็ปต้องห้ามนะครับ  .........................


thaicartrick.com/toyota-new-prius-hybrid-2012-ราคา-โตโยต้าพรีอุส-hybrid
motortrivia.com/section-movie/test-drive/0097-toyota-prius-2012/2012-toyota-prius.html
ispeedegazine.com/admin/showscoop.php?scoopid=242
showdee.com/16761
phithan-toyota.com/toyota/new-prius.html
thaipriusclub.com
autozeed.com/รีวิวรถใหม่/รีวิวรถ-toyota/1973-review-และราคา-toyota-new-prius-2012
        และ ข้อมูลเครื่องยนต์ จอ mid จากเว็ปโตโยต้า ครับ


        ภาพแสดง ปุ่ม push start  ( และลองมอง ไฟแบ็คกราว ของแอร์ สีมันรักโลก เขียว สไตล์นาฬิกาเด็กอนุบาล (คาซิโอ) สมัยคุณแม่ยังสาว ซะจริงๆ พี่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินมันจะดูทันสมัย ขึ้นจม พริอุส V 7 ที่นั่งและน้องเล็ก  พริอุส C ก็ ให้ชุดแผงไฟทั้งหมดเป็นสีน้ำเงินแล้วนะ แต่ ตัว ปลั๊กอิน ไฮบริด ยังคง เหมือนเดิม เป๊ะ เห่ยจริงๆ  )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:48:15 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ยังไม่จบนะครับ ปัญหาที่พบหลักเลยนะครับ รถไม่ได้สมบูณแบบนะครับ มันก็มีข้อ เด่น ด้อย เสีย - บูด ธรรมดาครับ.........................


1. การตอบสนอง กุญแจคีย์เลส บางครั้งช้า หรือบางครั้งไม่ตอบสนอง แม้จะเกี่ยวมือจับประตูแล้วก็ตาม ( กรณีรีบอาจมีเสียอารม บ้างเช่นพี่ขาๆหนูเปิดประตูไม่ออกคะ ) เอ่อคือน้องต้องสวมมือลงไปง้างมือจับเท่านั้นนะ ถึงจะเปิดได้ ถ้าหนูไปดึงเร็วๆ  หรือเกี่ยวธรรมดา มันจะเปิดไม่ได้คะ   หรือกดปลดล็อคด้วยรีโมทดีที่สุด

2.การลืมดับเครื่อง ลืมเป็นปกติหลังจากปิดวิทยุปิดแอร์ลืมกดปุ่มดับเครื่องยนต์ เพราะมันเงียบ ๆๆๆ  เงียบมากไป จริงๆๆ เมื่อออกจากรถ กดรีโมทล็อคจะมีเสียงเตือน เบาๆๆๆ ปิ๊บๆๆ เหมือนในการ์ตูน หมาป่าจะกินนก นก(นรก)วิ่งเร็วกว่าจรวดซะอีก ปิ๊บๆ ดับเรื่องซิเพ่ ฮ่าๆๆๆ

3.เสียงลมปะทะ และเสียงเครื่องยนต์  จริงอยู่ที่ความเร็วต่ำทำไได้เยี่ยมมากๆ แต่ที่ความเร็ว 100 ขึ้นไปเสียงเครื่องยนต์ และ เสียงยางข้างล่าง  และลมปะทะกระจกหน้า ดังกว่ารถ เทียนา แคมรี แอคคอร์ด ชัดเจน มาก อาจเนื่องมาจากบานกระจก มีขนาดใหญ่กว่ารถกลุ่มนั้น และเสียงยาง และลมปะทะ ก็ดังขึ้นตามอัตตราเร็ว เช่นกัน ถึงจะไม่รำคาญ และพอๆ กับ c-segmentทั่วไปแต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ควรเทียบเคียงกับ D - SEGMENT ไปเลยนะ ไหนๆก็แพงแล้วก็สุดๆไปเลยเถิด มีเพื่อนสมาชิกแนะว่า ไป ติดแด็ปเป็นแผ่นยางใต้ซุ้มล้อนะครับ ส่วน ยางหุ้มขอบประตู คล้ายยางตู้เย็น แด็ปไว้ที่โครงเหล็กไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ไม่แนะนำครับ และปิดประตูยากขึ้น ความสวยงามลดลง อีก (ถอดออกแล้วนะ)

4.คอลโทลนกลาง ที่กั้นระหว่างคนขับกับผู้นั่ง ค่อนข้างสูงทำให้รถ ดูแคบ หยิบจับไม่สะดวกน่าจะทำให้ราบเรียบเหมือนรถทั่วไป  ดูจะเข้าท่ากว่า สไตล์ lexus 200h ดูน่าจะเหมาะสมกว่ามาก และทำให้บรรยากาศ กว้างขึ้น

5.กล้องหลังหลอกตา มาก ต้องระวังอย่าเชื่อกล้อง เพราะระยะห่าง เมื่อมองจากของจริงและจากกล้อง มันต่างกันมากเกินไป (ชนแน่ๆ)

6.กระจกปรับลดแสงอัตโนมัติ  เมื่องมองดูผมรู้สึกไม่ค่อยชิน และแสงสีดร็อปลง การมองทางด้านหลัง เหมือนมีการสะท้อนแสงเป็นวงๆดูแปลกไปทำให้ต้องหันไปมองเอง แต่ดีคือ ไม่แสบตาเมื่อรถคันหลังเปิดไฟสูงครับ

7.การตัดต่อมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ ขณะจอด หรือติดไฟแดง จริงอยู่ว่า นานๆที แต่ มันสั่นสะเทือนไปนิด ลดลงหน่อยก็จะดีมากครับ พี่น้อง

8.การปรับเบาะ คนสูงเมื่อปรับต่ำสุด จะมองช่วงด้านหน้ารถไม่ได้ สูงไปหัวก็ชนเพดาน และมองด้านหน้าสุดไม่เห็นเช่นกัน จะกะระยะจอดยากขึ้นมากครับ

9.ข้อนี้ผมให้ความสำคัญสูงสุด เรื่องมุมอับ บังสายตาคุณ รอบทิศทาง อาจด้วยถุงลมมากเป็นพิเศษ ทั้งช่วง หน้า กลาง หลัง ยิ่งเสาหลังนี่ถือว่าบังมิด เอาคะแนนความแย่ไปเป็นอันดับ 1 ละกันครับ การถอยจอดเข้าซองนี่ผมว่าสุภาพตรีขับ นี่หนักเอาการ หรือแมนๆอย่างเราก็ภารขัดใจมิใช่น้อย ครับ ผมถือว่าสอบตกในเรื่อง ทัศนวิศัยโดยรอบครับ  บังมิดชิดซะจริงครับ

10.เอ่ออันนี้ ไม่รู้ผมคิดไปเองรึป่าว ผมได้ยินเสียง คนพูดกัน นอกรถชัดมากๆ แต่เสียงรอบข้างก็เหมือนรถทั่วไป  คนนินทากันนอกรถ ผมยังได้ยิน และกลิ่นที่เข้ามา  ทั้งจากข้างทาง คูน้ำโโอ้ แม่จ้าว แอร์มันไม่กรองกลิ่น ด้วยเหรอนี่ กลิ่นมาเต็มๆ สัมผัสได้เลยครับ พี่น้อง


ข้อเสียมากมี แต่ผม รักมันเข้าแล้ว แค่นี้ จิ๊ปๆ ครับ หักลบ ปลดหนี้ กับ ข้อดี ก็ ถูไถกันครับ


สำหรับผมถูกใจมาก กับระบบ และภาพรวม ไม่ได้แคบนะครับ ถือว่าดีเลยทีเดียว สำหรับคนไทยนั้นพื้นที่หลัง ถ้าไม่ได้ตีกอฟ และ ขยับเบาะหลังหรือปรับเอนได้นี่ ได้ใจผมไปเลยครับ  ให้มามากเกินไปด้วยซ้ำ ส่วนด้านอื่นๆ ถือว่าทำดีแล้วทั้งกำลังเครื่องยนต์ อัตราเร่งใช้ได้ ปลายๆอาจ เอื่อยบ้างตามธรรมชาต์ของรถเครื่อง 1800cc ทั่วไป ถ้าจะให้มันกว่านี้ยกเครื่องแคมรี่ ไฮบริด มา แรงทุกเกียร์แน่นอน แล้วทำไมต้องซื้อ พริอุสในเมื่อ c-segment ก็เครื่องเท่ากัน ภายในเหมือนกัน ต้องลองนั่ง ลองขับและจะรู้ว่า ข้อแตกต่าง ระบบการขับ มันจะสอนให้คุณประหยัดอัตโนมัติ ซึ่งปกติผมเหยียบ ตีนหนัก  มาคันนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนไป  ในตอนแรกทำไมมันอืดจังวะ และตอนนี้ ใจเย็นลง สบายๆ ครับ แปลกไหม รถจะทำให้คุณเปลี่ยนไป ผมก็อธิบายไม่ถูกเช่นกัน................


ภาพแสดงอุปกรณ์เสริม เซนเซอร์ 4 จุด รอบคัน ติดตั้งเองเสียไป 3,900 ของศูนย์ทำไมไม่แถมมาแต่ต้นว๊ะแอบบ่น




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 22:31:42 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ภาพแสดงไฟท้าย LED และ ชุดแต่งฝาครอบไฟท้าย  เอ ลืมภาพที่ปัดน้ำฝนหลัง มันช่าง............พี่โตครับหัดไปดูของแจ๊ชแล้วเอามาใช้จะดีกว่านะ  มันดูย้อนยุค

คล้ายกับที่ปัดน้ำฝนยุค 70 -80 ฮาเข้าไป สามารหาซื้อมาเปลี่ยนได้ 890 - ต่อชุดครับ (ถอดมันออกไปทั้งก้านและแกนยึด)  สามารถเปลี่ยนเองได้ครับ รู้สึกมันจะติด

ให้กับ ตัว TRD มาให้เลยนะครับ เวรกรรมแท้ เค้าเรียกว่า ปล่อยให้อยากครับ ซื้อแล้วต้องซื้ออีกดูมันทำ.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2012, 22:38:59 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
รายละเอียดจอ MID

หน้าจอ MID แสดงผล 3 มิติ แสดง ผลภาพรวมของรถปรับเปลี่ยนโหมดโดยการ กดปุ่มบนพวงมาลัย และถือว่าไฮเทคที่สุดซึ่งยังไม่มีใครทำ หรือทำไม่ได้  โดยแยกเป็น 2 จอซ้อนกัน แสดงรายละเอียดสีสัน ชัดเจน และแตกต่างจากค่ายฮอนด้า ของซีวิค ทีมีช่องหลัก 1 ช่อง และไปเพิ่มแถบไฟอัตราเร่งบนคอลโทรน เทียบกันทางพริอุส มีลูกเล่น สีสัน มากกว่า และ สามารถแสดงผลหลายจอ สลับปรับเปลี่ยนโหมดได้หลากหลายแบบ

ภาพแสดงหน้าจอ MID 3 มิติ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:44:24 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
สามารถ แสดงผลจากการกด ปุ่มบนพวงมาลัย ขึ้น บนจอ MID ได้เช่นกันทั้งการควยคุมเครื่องเสียง บลูธูท เพิ่มลดอุณหภูมิแอร์  สั่งงานด้วยเสียงเฉพาะรายชื่อสไตล์มือ

ถือ (แทนการกด เบอร์โทรศัพท์ เท่านั้นครับ) และสามารถปรับเปลี่ยนโหมด แสดง ผลหน้าจอผ่านปุ่มนี้ได้เช่นกัน


ภาพแสดง ฟังก์ชันการทำงานผ่านหน้าจอ MID

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:46:38 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ต่อด้วย รีโมท ปุ่มมี ล็อค - ปลดล็อค และ AC คือ เปิดแอร์ แต่ขั้นตอนการเปิดต้องมี แบตเกิน 3 ขีดนะครับ และอยู่ในระยะการกด มันจะทำงานอัตโนมัติ เป็น เวลา 3

นาทีครับ

ดังภาพครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:47:06 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ใกล้จบแล้วครับ

ที่นั่งเบาะหลังครับ รวมถึง ที่วางแขน ต่ำไปมากเลย ส่วนที่วางแขนข้างหน้าพอดีแล้ว และที่วางแขนฝั่งประตูก็ต่ำไปเช่นกันทั้งหน้าและหลังครับ อันนี้เป็นมาตั้งแต่ก่อน MC ยังคงสงวนความแย่นี้ไว้ต่อเนื่องครับ (ต่ำได้ใจตรูจริง) เฮอะๆๆๆ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2012, 21:47:23 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
ไฟส่องแผนที่ ประกันความเจิดจ้า สว่างมากๆ มีทั้งหน้า และตรงกลางห้องโดย สาร สามารถเลือกเปิดซ้าย หรือขวา หรือคู่ได้ ตรงกลาง มีไฟส่องเกียร์ คล้ายไฟฉายขนาดเล็กส่องหัวเกียร์ยามค่ำคืน และแผงปุ่มยังรวม กับชุดสวิทซเปิดปิด moon roof ไปในตัวอีกด้วย รวมถึง แผงบังแดด มีกระจก ปะแป้ง พร้อมไฟ ส่องหน้า ในตัวสาวๆคงชอบกัน


ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
มาดูการพับเบาะหลังแบบแนบสนิท และความกว้างของกระบะท้ายกัน ถือว่ากว้างมากเกินไปด้วยซ้ำ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะขยับเบาะหลังให้ห่างได้อีกเยอะเพื่อที่จะเอนปรับ

ระดับได้ยิ่งดีครับ แต่ในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง มีน้อยเพราะลักษณะ ของกระจกจะลาดชัน ลงต่ำ เทียบกับแจ๊ซแล้ว แจ๊ซ จุกว่าครับ สามารถเอาลัง ขนาดใหญ่ซ้อนกัน 2 ลัง

แต่พริอุส ได้แค่ลังเดียว แต่ในเชิงความลึก อาจมากกว่าแจ๊ซ นิดหน่อย ภาพรวม ในส่วนนี้ แจ๊ซ จุกว่าครับ และพื้นที่เหลือด้านข้าง แจ๊ซจะ ไม่มีโป่งข้าง เข้าหาภายใน

พริอุสจะบีบเข้ามามากกว่าครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2012, 16:36:52 โดย bleem »

ออฟไลน์ bleem

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 404
    • อีเมล์
สุดท้ายแล้วครับ หลังจาก เพ้อเจ้อมานาน มาดูมุมสวยๆ  เห็นคอนโทรนกลางขนาดใหญ่ผ่ากลางรถ  กันเลยทีเดียว แล้วแต่คนชอบนะครับ  ใครสนใจ อยากเป็นเจ้า

ของ ส่วนตัว ถือว่าดีใช้ได้เลยครับ ถามว่าคุ้มไหม ถ้าขับในเมือง คุ้มครับ  ขับทางไกลเดินทาง สบายแน่นอน ทั้งผู้นั่งหน้าและหลัง ไม่ปวดเมื่อยเหมือน SUV โอเคเลย


อันนี้ยืมความคิดเค้ามานะครับ
สำหรับ โตโยต้า พริอุส รุ่นปรับโฉมนั้น นอกจากหน้าตาที่ดุดันขึ้นแล้ว อุปกรณ์ให้ก็ครบครันยิ่งขึ้น ผสานกับพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ตอบสนองการขับทั้งแบบวิ่งในเมือง เน้นประหยัดน้ำมัน หรือนอกเมืองที่ต้องการกำลังในการใช้งานไม่แปลกหากการตัดสินใจจะมาตกอยู่ที่อุปกรณ์ในแต่ละรุ่น เพราะราคาจากรุ่น Top Option Grade กับรุ่น Top Grade ราคาต่างกันประมาณ 70,000 บาท (ขาดระบบปรับอากาศเปิด-ปิดด้วยกุญแจรีโมท, หน้าจอ DVD เล็กกว่า, ไม่มีหลังคามูนรูฟ และแผงโซล่าเซลส์) และต่างจากรุ่น Standard Grade อยู่ 170,000 บาท (ไฟหน้าแบบฮาโลเจน, ไม่มีกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ, เบาะนั่งเป็นผ้าสีดำ, ไม่มีระบบปรับอากาศเปิด-ปิด ด้วยกุญแจรีโมท, ไม่มีชุดต่อUSB, ไม่มีหลังคามูนรูฟ, แผงโซล่าเซลส์ และไม่มีกล้องมองหลัง) ตัดสินใจกันเองนะครับ

- สรุป: โดยรวมแล้วผมให้คะแนนความพึงพอใจรถคันนี้ 9เต็ม 10 ครับ มันเหมาะกับการใช้งานของเราที่สุดแล้ว  อย่าไปแคร์ คันอื่นครับ ฮ่าๆๆๆๆ

คู่แข่งอันแสน น่ากลัว  ราคาโดยประมาณ / M

0. prius top option  1.37 pearl
1. camry 2.0 G -2.5 G  1.29 - 1.49
2. accord 2.0 JP 1.39
3. TIANA 2.0  1.36
4. C - SEGMENT  top 2.0  ทุกค่าย  ครับ  1.10  - 1.50

 แต่ถ้าถามว่าราคา !!!


หละหลังแจ๊ชไฮบริดออกมา  มันก็ขึ้นกับ ผู้ใช้นะครับว่าต้องการ รถไซด์ไหน จุดประสงค์ทำอะไร ไม่น่าจะแย่งส่วนแบ่งการตลาดกัน เพราะราคาต่างกันมาก

ถึง 2 เท่า แต่จะเป็นการบ้านให้พี่โต  ว่าทำไมขายแพง พี่ฮอนทำถูกกว่า ประมาณนั้นครับ

         รีวิว ครั้งแรก ค่อนข้างยากครับ สคริปไม่ยากเลย การจัดวางรูป การลงฝากงง กับ รูปจะยากกว่ามากเลยครับ ต้องมี แผนผังการจัดวาง ขนาดรูป ความต่อ

เนื่อง กับ สคริป สับสน ไม่แปลกที่  พี่จิมมี่  ถึงใช้เวลานาน กว่าจะได้ซักรีวิว ขอชื่นชมผู้รีวิว ท่านไม่ธรรมดาจริงๆๆ  ปรบมือให้เลยครับ :o...........

ขอบคุณทุกรีวิว ที่ให้มานั่งอ่านเรื่อยมาครับ ................

BLEEM 2012  มีส่งท้ายต่อหน้า 2 ครับ


ภาพรวมทั้งคันครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2012, 22:10:56 โดย bleem »

ออนไลน์ oonup

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • อีเมล์
ละเอียดดีมากๆเลยครับ ขอบคุณมากครับ  ;D

ออฟไลน์ Scarecrowman

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 254
ขอบคุณครับ อ่านเพลินเลย..รูปก็สวยด้วย ;D

ออฟไลน์ patzahut

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,091
รีวิวได้ครบครับ

ชอบครับชอบ