ผู้เขียน หัวข้อ: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?  (อ่าน 73085 ครั้ง)

ออฟไลน์ Adi Autolism

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
  • Adi Autolism..
Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 21:51:30 »
สวัสดีครับ หลังจากเงียบหายไปนาน  สาระวนอยู่กับการเลี้ยงลูกๆไม่ค่อยจะมีเวลาทำรถ เลยทำรีวิวค่อนข้างช้า เรื่องรถก็ยังวนเวียนอยู่กับ Subaru ตลอด เลิกไม่ได้จริงๆครับกับยี่ห้อนี้

ทำไมๆๆเป็นคำถามที่โดนทั้งคนรอบข้าง เพื่อนร่วมงานต่างถามไถ่จนเบื่อที่จะตอบเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี รถอะไร? ฮุนไดหรืออีคาร์แต่งครับเนี้ย? ทำไมไปใส่ชุดแต่งเยอะแยะ? ทำไมเสียงเครื่องจะดับ เดินสะดุดล่ะ? ทำไมขายรถใหม่ไปเอารถเก่ามาซ่อมอ่ะ?  กระป้อเจ้าพรหม?

Impreza GC8 -> Outback BP9 -> Legacy BC6 -> และก็วนกลับมาบรรจบที่  GC8 สีเดิม อีกครั้งทั้งที่หลังก็ไม่ค่อยจะดี
“Why Why Why”  รถ 20 ปี มันมีดีอะไร?

ขอออกตัวก่อนครับว่า Review  นี้ไม่เน้นหลักทฤษฎีนะครับ(ไม่ค่อยแม่น) เอาการใช้งานจริงๆเลยดีกว่า
Go……….




ว่าด้วยเรื่อง Impreza  ขออนุญาตวางลิงค์  และกรุณาเข้าไปอ่านกันก่อนเพราะเดี๋ยวท่านจะมึนตึบกับคำศัพท์ต่างๆที่ผมใช้
http://www.siamsubaru.com/subaruboard/index.php/topic,98069.0.html
http://www.boxzaracing.com/subaru/impreza

ตัว Body นี้เป็นงานออกแบบโดย ปอร์เช่ แม้กาลเวลาจะผ่านล่วงเลยไปกว่า 20 ปีจวบจนปัจจุบันก็ยังสามารถมองเห็นเส้นสายที่สวยงามร่วมสมัยอยู่ตลอดกาล ถึงขนาดเวลาเหงาๆขอให้ได้นั่งจิบเบียร์มองบั้นท้ายรถแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว


คันนี้เป็น Subaru impreza GC8 จดทะเบียนในไทยปี 1995  แต่สืบค้นจากปีผลิตที่สาย safety belt แล้วพบว่าผลิตที่ญี่ปุ่นในปี 1994 จริงๆจะมี plate เล็กๆบอกเดือนปีผลิตติดอยู่ที่ด้านล่างเสา B ฝั่งคนนั่ง แต่กาลเวลาทำให้มันหายไปแล้ว

Body GC8 Turbo แท้ 210 ps  (GC8 มีแบบไม่มี Turbo ด้วยนะ แต่ก็เป็นขับ4 แท้) ที่ผมเลือกจะต้องเป็น GC8 เท่านั้นเพราะอะไร?  GC8 – GC6 ก็ขับ4 โรงงานเหมือนกัน แต่ตัวโครง Body GC8 จะแข็งแรงกว่าเพราะเป็นรถที่มีแรงม้าสูงจากโรงงาน พี่ๆที่เล่นกันมานานบอกว่าเคยมีคนรื้อนับเม็ดรอยเชื่อม Spot ตัวถังมาแล้ว GC8 มีมากกว่า อันนี้จริงไหมใครมีข้อมูลบอกด้วย  ในที่นี้ไม่ขอพูดถึง GC3 (1.6 ขับหน้า)

   
ตัวรถเดิมน่าจะเป็น Version 1 ดูจาก Code plate “GC8B”แต่ทำและวางเครื่องเป็น Type RA มาแล้วจะเห็นด้านบนหลังคามีฝากระป๋องนม(เขาเรียกกันอย่างนั้น)ติดอยู่ สามารถเปิดรับลมได้ เครื่อง 275 ps   5 หัวฉีด (จะมีหัวฉีดอีกหัวทิ่มอยู่ตรงกลางด้านบนท่อร่วมไอดีเลย) เกียร์ 5 speed   3.9 close มี C.diff  แรงม้า 275 คอไอดียังไม่เป็นสีแดงนะครับ ตัวนี้ท่อร่วมไอดีจะอวบอ้วนกว่าเครื่องคอขาวอินเตอร์เฉียง 210 ม้านะครับ  ดูสเปคกันเลย



รหัส : EJ20G
อินเตอร์คูลเลอร์ : แบบเฉียง
ระบบจุดระเบิด : Direct Coil สูบละ 1 ชุด
เทอร์โบ : TD05
แรงดันบูสท์ : 0.93 บาร์
อัตราส่วนกำลังอัด : 8.5 ต่อ 1
แรงม้าสูงสุด : 275 แรงม้าที่ 6,500 รอบ
แรงบิดสูงสุด : 32.5 Kgm ที่ 4,000 รอบ

   
ส่วนตัวเครื่องที่เห็นผ่านการโมดิฟายมาพอสมควร เช่นอินเตอร์ของหน้าเหยี่ยว, โบล์ออฟ HKS,กรองอากาศติดมาเป็นดอกเห็ดของ Trust เปลี่ยนเป็น ARC เพราะมันสามารถใช้ใส้กรองเดิมได้ (ใช้ร่วมกับของ Nissan ได้)  เออตัว RA จะไม่มี Brake ABS system นะครับ ตัวอื่นมีมาให้ ส่วนสาย Vacuum เปลี่ยนเป็นซิลิโคนรวมถึงท่อน้ำ และมีวาล์วน้ำซิ่งเปิดที่อุณหภูมิต่ำติดมาให้ด้วย

อีกหนึ่งจุดอ่อนที่ทำให้ซูบารุน๊อคเอ้าเซลกันกลางถนนมามากคือท่อน้ำใต้ท่อไอดีกับใต้อินเตอร์ เก่าๆแล้วมักจะผุกร่อนจนเกิดการรั่วซึมของน้ำหล่อเย็นโดยเราไม่รู้ตัวเพราะมองไม่เห็น เพื่อนๆผมโดนกันมาแล้ว Slide on ไปยกเครื่องอย่างเดียวเลย อันนี้ดิฟฟี่ที่เรียงกันเป็นตับก็ช่วยท่านไม่ทันเพราะว่าท่านอาจจะกำลังเมามันส์กับคันเร่งรู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว ผมเลยรีบส่งเข้าอู่เปลี่ยนมาเรียบร้อยรวมถึงปะเก็นฝาวาล์วที่มักจะรั่วเพราะสูบนอนยัน ฝาวาล์วจะมีน้ำมันเครื่องค้างอยู่ตลอด


Turbo เดิมเป็น TD05 เปลี่ยนมาเป็น IHI RHF55 จากหน้าเหยี่ยว ลื่นปรื๊ด Boost 1 bar พอดิบพอดี  และตัวนี้มี Oil cooler มาด้วยทำให้เครื่องเย็นสบายซัดยังไงก็ไม่เกิน 100‘C (Oil Temp.) น้ำมันเครื่องใช้ Motul synthetic  ท่อไอเสีย Stainless  3” ตั้งแต่ Font pipe ไปยันปลาย มีหม้อพักแบบบวบเล็กๆกับหม้อพักปลายช่วยลดเวฟเสียง ปะยี่ห้อ KAKIMOTO จาก Japan

   
คลัช STI ไม่แข็งมากแต่เด้งโครต สายน้ำมันคลัชเป็นสายถัก STI  ขับรถติดๆมีเหนื่อยแน่นอน ปกติวิ่งปทุม-อยุธยาสบายๆ เคยเข้ากรุงเทพตอนเย็นวันศุกร์รอบนึง กลับมาให้สัญญากับตัวเองว่า..กรูจะไม่เอาเจ้า RA เข้าไปวันศุกร์อีกตลอดชีพ....ว่ากันขนาดนั้น
   
เกียร์แบบมี C-Diff ตัวปรับแรงบิดหน้า-หลัง ไม่ได้ต่อสายไว้สรุปใช้ไม่ได้ ระยะเข้าเกียร์สั้นดี เปลี่ยนบูชคันเกียร์ใหม่เบิกมาถูกดีจังและก็เปลี่ยนยางหุ้มแร็ค เฟืองท้ายเป็นเพลาเล็ก 3.9 (ขับ100 km/hr รอบเครื่องประมาณ 2900) ใส่ Limited slip หลังของ STI จับเล็กๆแต่พองาม
 
เบรคหลังเดิมเป็น 1 pot  เปลี่ยนเป็น 2pot ของ Subaru(คล้ายของ R32) ต่อขาอแดปเตอร์เพิ่มเติม ถ้าไม่ต่อต้องยกดุมมาแพงอยู่  เบรคหน้าที่ใส่มาน่าจะเป็นของ Legacy turbo จานกว้าง 315 หนา 28  ปั้มเบรค 2 potใหญ่ จับนุ่มนวลดีแต่....ลองกดที่ 140 ขึ้นออกจะไหลนิดๆ สงสัยต้องเสียเงินหาพี่โบ้ทองซะแล้ว ส่วนสายอ่อนเบรคเปลี่ยนเป็นสายถักของ STI ทั้ง4ล้อ (มีแอบพ่นกันสนิมอีกแล้ว555)


ปีกนกอลูมิเนียมพร้อมลูกหมากแต่งแบบยูรีเทน  โช้คเป็นตัว STI ไม่ใช่กระบอกแดง ออกส้มๆยังงงๆ...มันเป็นของรุ่นอะไรหว่า แต่ประสิทธิภาพใช้ได้ ไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เข้าโค้งหนักๆมีท้ายย้วยนิดๆ หรือจะหนักถังโดนัท  เออลืมคันนี้เจ้าของเดิมติดแก๊ส AC หัวฉีด+ถังโดนัท 42L. มาเดี๋ยวจะกล่าวถึงตอน review การขับ
   
ส่วนค้ำก็มีค้ำหน้า TEIN, ค้ำหลัง STI, ค้ำแก้มหน้า,ค้ำล่าง4จุด, ค้ำbody ในกันชนหลังของ Cusco รวมถึงค้ำหม้อลมเบรค (โรบาร์ไม่ใส่ คันเก่าเคยใส่รถแข็งมากขับเป็นกระดานเลย)





ออฟไลน์ Adi Autolism

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
  • Adi Autolism..
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 21:54:38 »
ภายนอก   ใส่ parts เดิมของ Version 5 แท้มาทั้งคัน ฝากระโปรงอลูมิเนียม ส่วนหางหลังเห็นเป็นชั้นๆ ไม่ใช่ราวตากผ้านะครับถึงแม้มันจะเหมือนก็เถอะ แต่มันเป็นของตัว Limited และ S201(เหมือนยานอวกาศมาก55) ผลิตมาน้อย หาข้อมูลจำนวนผลิตไม่เจอ ตัวปีกเป็นอลูมิเนียม 2 ชั้น เขาว่าหายากแล้วในทั่วโลก แต่มาอยู่ที่เมืองไทยพอสมควร คันนี้เจ้าของแจ้งว่าเปลี่ยนมายันกระจกเพราะตัว RA กระจกจะบางเบากว่าตัวธรรมดา





   
ส่วนล้อเป็นของตาเหยี่ยว STI (รอยเพียบ)เรียกกันว่าก้าน V ขอบ 17” ยาง RE11 เกาะถนนดีและเคยช่วยชีวิตผมมาแล้วตอนใช้คันเก่า

   
ภายใน เปลี่ยนมาเป็น Version 5  RA(น่าจะใช่นะ) ซูบารุมีรุ่นย่อยเยอะมากจับใส่สลับผสมกันได้หมดเป็นข้อดีมากที่ชอบ  หน้าปัด RA ไมล์180(วิ่งได้เกินไปเยอะ) รอบ Red line เริ่ม 7900 rpm จับใส่ ดิฟฟี่ Water temp.-Oil temp.-Oil press-RPM-Boost ทั้งหมด 5 ตัว แต่ไม่ได้เรียงกันเป็นตับแบบวัยรุ่นนะ ใส่ไว้ในฮูดตรงรุ่น
   
พวงมาลัยเปลี่ยนมาเป็นของ Prodrive หนังกลับ, หัวเกียร์ตรงรุ่น RA, แป้นเหยียบ STI, RA ไม่มีแอร์แบคมาให้ซักลูก, พรมพื้นน้ำเงิน+ชุดเบาะหน้า-หลังของตากลม STI ใส่กันได้เลยแต่ที่เบาะหลังจะมีช่องวางนิดหน่อย  เครื่องเสียงพอฟังได้ สู้ฟังเสียงเครื่อง เสียงท่อ เสียงยางไม่ได้ ไพเราะกว่ากันเยอะ



จบการรายงานเกี่ยวกับตัวรถแค่นี้นะครับ ส่วนใครสนใจรายละเอียดเชิงลึกก็เข้าไปศึกษากันได้เลยที่ siamsubaru ที่ๆมีแต่มิตรภาพ
ต่อไปเป็น Review การใช้งานล้วนๆ ผมไม่เคยเอาไปวิ่ง Track เล่นกับพี่ๆในคลับ  เคยแต่ไปมีตติ้งธรรมดา ข้อมูลเชิง Racing ไม่ค่อยมีเท่าไร Midnight racing ก็ไม่เคย มีลูก 2 คนแล้วกลัวตายครับ แต่เอะ..หลายคนคงสงสัยแล้วทำไมมาขับซูบารุ

ส่วนตัวเป็นคนขับรถค่อนข้างเร็ว แต่ไม่ซิ่ง ขับหน้ามาก็แล้ว ขับหลังมาก็เคย สรุปมันไม่ตอบโจทย์ จนมาลองขับ 4 full time นี่มันใช่เลย ขับแล้วมั่นใจ ปลอดภัย ไปเร็ว สนุกในราคาสบายกระเป๋า(มือสองนะ ไม่ได้พูดถึงมือหนึ่ง55) คำตอบเลยมาลงที่  Subaru

   
มุมมองด้านหน้าโปร่งโล่ง ทัศนวิสัยดี มองเห็นปลายด้านหน้ารถ ด้านท้ายเนื่องจากเซตไว้ท้ายโด่งนิดๆ+หางหลังที่มโหฬารก็เลยเหลือช่องให้มองผ่านแคบไปหน่อย จนบ่อยครั้งที่ต้องใช้กระจกมองข้างช่วยเพิ่มความมั่นใจ

   
ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆภายในดูลงตัวดี มีที่วางแก้วซ่อนอยู่ด้วยนะ เบาะนั่งที่เปลี่ยนมารู้สึกว่าตำแหน่งจะสูงไปหน่อยถึงแม้จะสามารถปรับได้ก็ตาม แต่ผิวสัมผัสดี มีปีกข้างโอบกระชับห่อหุ้มรับสัดส่วนดีมากเข้าโค้งตัวไม่มีไถลออกข้าง
   
ตำแหน่งคันเกียร์ทำได้ดี ระยะเข้าเกียร์สั้น ถ้าขับจนชินซักพักจะสามารถสับเกียร์ได้ไว(เกียร์ 1-2-3 รอบไปไวมาก) ตำแหน่งพวงมาลัยไม่ค่อยจะลงตัวอาจจะเกี่ยวเนื่องมาจากเบาะที่สูงขึ้นด้วยมั้ง
   
เนื่องจากเป็นรถขับ 4 Full time และมีเต็ดหลัง จะไม่สามารถขับกรอที่เกียร์1 ช้าๆแบบปล่อยไหลๆได้ มันจะมีอาการ”เด้า”กระตุกปึกๆๆเหมือนเครื่องใกล้จะดับจนต้องเหยียบคันเร่งเพิ่มไป การออกตัวแบบนุ่มนวลคงต้องเลียคลัชซึ่งไม่เป็นผลดีซักเท่าไร อันนี้จึงอยู่ที่ฝีมือคนขับ  ส่วนการเทคออกตัวแนว racing พวกคนขับรถขับ4 โดยเฉพาะซูบารุทุกคนจะรู้ดีว่าไม่ควรเร่งรอบสูงๆแล้วกระแทกออกตัวไป เพราะเกียร์อาจจะลาโลกก่อนวัยอันควรได้จึงต้องมีการอมคันเร่งนิดๆให้รถไหลออกแล้วค่อยกดตาม....จัดเต็มกันปายย
   
ในห้องโดยสารคุณจะเร้าใจไปกับเสียง Boxer sound ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น GC ถ้าถัดขึ้นไปเป็นตากลม เหยี่ยว หมู แมวก็จะไม่ค่อยมีเสียงนี้แล้วเพราะเขาไปออกแบบท่อร่วมไอเสียกับ port ทางเข้าโข่งหลังของ Turbo แบบใหม่ให้เสียงสุภาพมากขึ้น


Turbo เริ่มสร้างแรงดันตั้งแต่ 3000 รอบเผลอแป๊บเดียวก็พาดไปครบ 1 bar ที่เกือบๆ5000 รอบ แรงบิดจะสร้างแรงดึงแบบปรื้ดๆจนหน้าหงายที่รอบเพียง 4500 rpm โดยที่คุณจะไม่ได้ยินเสียงยางร้องเหมือนพวกขับหลังบ้าพลังแม้แต่นิดเดียว เกียร์ 1-2-3 สับเกียร์มือเป็นระวิง แต่ถ้าคุณเป็นพวกมือใหม่อาจจะได้ยินเสียงแว๊นนนแกร๊กๆแล้วก็อาการห้อยหายเนื่องจากเข้าเกียร์ผิดจังหวะได้ง่ายๆ(แรกๆก็เป็นบ่อย)

   
IHI RHF55 ตัวนี้แกนจะเป็นแบบ Ball bearing รอบจะกวาดไปไวมาก ถ้าคุณเผลอลืมละคันเร่ง เข็มวัดความเร็วมันจะวิ่งไปชน Peak ที่ 180 km/hr.(Japan spec) อย่างรวดเร็วและมันจะทะลุ 180 ไปได้อีกไกล(แต่ต้องปลดล็อคกล่องก่อนนะ) จน Rev. speed ของ ULTRA แสดง  Peak 235 แบบยังไม่สุดแค่นี้ก็กลัวตายจนฉี่เล็ดแล้วครับ ขอครั้งเดียว รูปไม่มีเพราะดันไปรีเซตซะแล้ว พยายามจะทำอีกตอนหลังแต่ไม่ไหวได้แค่ 210 เพราะไม่กล้าลองความเร็วแบบนั้นอีก  (เรต18+ เด็กและสตรีไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)
   
พวงมาลัยตัว RA แบบ Quick steering  อัตราทดจะกระชับกว่าตัว Turbo plus ธรรมดาที่ผมเคยใช้(210ps) หนักกว่า จอดหมุนอยู่กับที่ก็หน่วงตึงมือกว่ารถกระบะล้อโตยกสูงในปัจจุบัน ถ้าวิ่งก็ยิ่งตึงมือมากจนแอบคิดว่ามันมีเพาเวอร์มาให้รึป่าวน้า เอะหรือมันจะเสีย ลองไปถามผู้รู้ก็ได้คำตอบว่าปกติ  เฮ้อ...ได้ทั้งกล้ามแขนกล้ามขากันเลยทีเดียว




เบรคเนื่องจากไม่ใช่เบรคเดิมๆจากโรงงานเลยไม่สามารถรีวิวรวมทั้งรุ่นได้แต่คันนี้ที่ความเร็วต่ำเบรคนุ่มนวลดี (ดีกว่า 4 pot แดงดำ) แต่เล่นหนักๆ 140+ แล้วกดหนักๆยังรู้สึกได้ว่ามันมีอาการไหลอยู่นิดๆ ถึงจะเปลี่ยนเบรคหลังเป็น 2pot แล้วก็ตามคงต้องพึ่ง เบรมโบ้ทองซักชุด
   
ช่วงล่างโชคดีคันนี้ที่ได้มาสภาพช่วงล่างค่อนข้างดี ไม่มีอะไรหลวมคลอนหรือเสียงดัง ขับช้าๆจะมีอาการกระเด้งนิดหน่อยแต่เร็วๆแล้วนิ่ง....นิ่งแบบไหนเออเทียบกับคันไหนดีน่า ไม่เทียบล่ะยากที่จะอธิบาย แต่เส้นบางปะอิน-มอเตอร์เวย์สามารถกดขึ้นสะพานที่ 180 ได้แล้วลงมาอย่างปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องถอนคันเร่ง!!!!!!!!    เข้าโค้งกว้างๆหนองเสือ-คลองหลวง 180+ โดยที่ไม่ต้องยกคันเร่ง!!!!!!! (เรต 18+)

เคยดันรถกระบะทั้งล้อถ่างทั้งยกสูงบ้าพลัง เข้าโค้งมาเกือบครบทุกยี่ห้อ เห็นถอนคันเร่งกันหมด *ยกเว้น BT ยกสูงที่กล้าเข้าที่ 180+ แต่ยังนิ่ง!! ช่วงล่างเขาดีจริง!!   ตัว GC8 จะเกาะดีกว่า Outback และ Legacy  เพราะทั้งคู่จะออกแนวนุ่มนวลชวนหลับ การขับแซงเปลี่ยนเลน รถขับ4 นี่ดีกว่าแบบอื่นจริง เห็นความต่างได้ชัดเจน สามารถโยกเปลี่ยนเลนได้รวดเร็วแม่นยำ ไม่มีสะบัดให้เสียวไส้ สามารถใส่โค้งได้มั่นใจแต่...คุณต้องรู้ลิมิตรถนะครับ ถึงจะเป็นซูบารุก็จะหลุดได้อย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ยถ้าเกินลิมิตมัน !!  แต่ถ้าอยากจะรู้ลิมิตก็คงต้องเอาไปลองวิ่งในสนามเท่านั้น ห้าม !! ลองบนถนนเด็ดขาด **อันตราย**



ออฟไลน์ Adi Autolism

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
  • Adi Autolism..
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 21:56:51 »
การบริโภคน้ำมัน
ไม่เคยลองจับแบบคุณจิมมี่นะครับ เคยแต่ใช้วิ่งเส้นทางเดิมๆบ่อยๆ  ปทุม-อยุธยา-ปทุม รวมไปกลับ 107-112 km. โดยถ้าใช้   

- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95   เฉลี่ย 3 รอบการวิ่ง   ความเร็วเฉลี่ย 120-140 km/hr (ขับแบบไม่ดันบูสนะครับ)    ทำได้  7-7.7 km/L (ตก km ละประมาณ 5.3-5.8 ฿)
- แก๊ส LPG   เฉลี่ย 5 รอบการวิ่ง   ความเร็วเฉลี่ย 120-140 km/hr    เติม Gas 300฿ (ลิตรละ12.79฿ จะได้ 23.46 L.) วิ่งได้ระยะทาง 165-180km. (เฉลี่ยค่าใช้จ่าย km ละประมาณ 1.67-1.88 ฿)  ใช้แก๊สประหยัดโครตตตตต

แก๊สก็วิ่งดีนะแต่จะดรอปจากน้ำมันแบบรู้สึกได้ ถ้ากดยาวจนถึง 150 จะสะดุดหัวทิ่มต้องยกแล้วค่อยๆกดต่อไป เนื่องมาจากหม้อต้มไม่น่าจะเพียงพอ และใช้แก๊ส Oil Temp. จะสูงกว่าใช้น้ำมันประมาณ 3’C  เวลาอารมณ์ขึ้นก็ยกคันเร่ง กดเปลี่ยนเป็นน้ำมันแล้วก็ ……..GO……..





มาดูอัตราเร่งกันบ้าง

0-100 km/hr.   (ออกตัวแบบอมคันเร่ง เบิ้ลรอบประมาณ 3500 รอบ  เปลี่ยนเกียร์ที่ 6500 rpmเซฟๆแต่ก็ยังมีไหลไปถึง7000)   
ครั้งที่ 1 –    8.11
ครั้งที่ 2 –    8.15
ครั้งที่ 3 –    xxx

งง กันล่ะซิพี่น้องเห็นตัวเลข 555 ขับมันส์ๆอยู่ตั้งนาน ไม่เคยอัดแบบนี้จริงๆจังๆเจอข้อบกพร่องเข้าให้คือเกียร์ 3 มันไม่ยอมให้เข้าง่ายๆ ขับเปลี่ยนแบบธรรมดามันก็เข้าดี มาลองยัดแนว racing ไหงกลับ แกร๊กๆๆ เสียเวลายัดที่เกียร์3 น่าจะประมาณ 1.5-2 วินาทีเป็นอย่างต่ำ ขณะทดสอบรีบโทรไปปรึกษาช่างคาดว่าจานกดครัชน่าจะเริ่มมีอาการล้าแล้วหรือไม่ก็ตัวซิงโครเมตของเกียร์ 3 ใกล้จะลาโลก งานงอกกกกกกกก  เอาไงดีหว่าจะหยุดทดสอบหรือจะรันต่อดีน้า แต่กว่าจะซ่อมคงอีกนานรีวิวนี้คงจบยาก เอาก็เอาให้มันพลีชีพเพื่อสาธารณะชนก็ยอม    ไปต่อ.......

            

80-120 km/hr  (เกียร์ 3)       ครั้งที่ 1 – 4.31
            ครั้งที่ 2 – 4.02
            ครั้งที่ 3 – 4.16
            เฉลี่ย –  4.163

80-120 km/hr  (เกียร์ 4)       ครั้งที่ 1 – 6.28
            ครั้งที่ 2 – 7.01
            ครั้งที่ 3 –    6.55   
            เฉลี่ย –  6.613

เบรค 100-0 (ไม่ได้วัดระยะทาง)                 ครั้งที่ 1 – 2.26
            ครั้งที่ 2 – 2.18
หน่วยการวัด : วินาที
วัดโดยนาฬิกาจับเวลา Casio

มาแปลกใจตรงการทดสอบเบรค 100-0 ตัวนี้ไม่มี ABS ทำได้ดี ดูดได้เร็วดีกว่าตัวที่มี ABS  เริ่มแรกจะกดลงแบบหมดแม็กจนได้ยินเสียงยางร้องก็จะผ่อนน้ำหนักเท้านิดๆแล้วกดลงไปต่อแบบเร็วๆ หยุดได้เร็วดีที่บอกว่าจะต้องไปพึ่งแบรมโบ้คงต้องกลับมาทบทวนลักษณะการใช้งานของตัวเราเองก่อน ที่มีอยู่น่าจะดีอยู่แล้วแต่เราใช้ไม่เป็นเอง...รึป่าว
   
ส่วนการออกตัวที่ว่าไว้ถ้าออกโดยเบิ้ลรอบแถวๆ 3500 รอบปล่อยครัช อมคันเร่งนิดนึงรอบเครื่องจะห้อยไปหน่อย ตรงนี้เสียเวลาแต่ก็เซฟเครื่องเกียร์ครัชได้ แต่ถ้าจะโดดออกต้องเบิ้ลเครื่องไปที่ 4000 รอบปล่อยครัชแล้วกดต่อเลย ตัวรถจะกระโจนออกพรวดเครื่องจะสร้างแรงดึงจนตัวติดกับเบาะและก็.ก็.เปลี่ยนเกียร์ 2 ไม่ทัน 555 เมื่อวนกลับมาถึงจุดออกตัวก็จะพบกับรอยยางที่พร้อมใจกันสลิปทั้ง 4 ล้อ ใช่!!ผมพิมพ์ไม่ผิดทั้ง 4 ล้อจริงๆดังรูปด้านล่าง ตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้ตัว LSD ที่ใส่เพิ่มไปทำให้ออกตัวได้ตรงดีไม่มีเป๋ข้าง


ทั้งที่เป็นถนนคอนกรีต อารมณ์นึกถึงรถ Skyline R32 ของ Jun auto mechanic ยามออกตัวประมาณนั้นเลย555 เห็นรอยยางแล้วไม่ได้สะใจนะแต่เสียวสันหลังวาบ ครัชตรูจะทนได้อีกซักกี่น้ำกันน้า หาเรื่องเสียเงินอีกแล้ววววววว

รูปข้างล่างเป็น Peak สูงสุดหลังทดสอบ ความร้อนชนที่ 100พอดี

            

จริงๆมีไฟล์ VDO ตอนออกตัวด้วย แต่ผมลบทะเบียนไม่เป็นเลยไม่เอาลงดีกว่า

ออฟไลน์ Adi Autolism

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
  • Adi Autolism..
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 21:59:02 »
เรื่องการซ่อมแซมบำรุงรักษา ถ้าเป็นงานเล็กๆเปลี่ยนอะไหล่ของเหลวจะทำเองทั้งหมด แต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงหรือไม่มีเครื่องมือเฉพาะก็จะวิ่งไปให้อู่ป๋าเล็กนักปั่นน่องเหล็กทำ (ป๋าเล็กไหนย้อนกลับไปอ่านรีวิวของคุณแพนที่รีวิวเจ้า Old Legacy turbo คันดำดู)
   
ส่วนค่าใช้จ่ายที่ผมบำรุงรักษาไป โดยไม่รวมของแต่งที่ใส่เพิ่มก็ดังนี้ครับ
   ยาง+ประเก็นฝาครอบวาล์ว  2,050 , ยางหุ้มแร็ค 1,100 , สายน้ำมัน+สาย Vacuum 940 , ฝาหม้อน้ำ 180 ,กรองอากาศ 180
ค่าแรงเช็คเครื่องเช็คระบบแก๊สเปลี่ยนอะไหล่ทั้งหมด+เช็คระบบแก๊ส 7,000 ,  เบรคหลัง 2 pot+ขาต่อ 7,000 , ตั้งศูยน์ 4 ล้อ 600

ผมมองว่าเครื่องซูบารุไม่ได้ซ่อมยาก หลักการทำงานก็เหมือนกับเครื่องทั่วไป ช่างทั่วไปที่พอจะมีประสบการณ์ก็สามารถซ่อมได้สบายมาก เพียงแต่ว่าซูบารุเป็นรถเฉพาะกลุ่ม จำนวนรถมีไม่มากทำให้เรื่องอะไหล่ มือ1 มือ2 ค่อนข้างน้อย(ไม่ใช่ไม่มีนะครับ) ยิ่งตามต่างจังหวัดที่ไม่มีอู่ซ่อมซูบารุ เลยไม่สามารถหาอะไหล่ได้ง่ายๆ อู่เก่งๆก็มากระจุกรวมกันในกรุงเทพ เลยทำให้คนที่ไม่เคยเล่นซูบารุมองว่า ซ่อมยากหาอะไหล่ยากตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันก่อน ถึงยังไงซูบารุก็เป็นรถญี่ปุ่นนะครับ การซ่อมแซมบำรุงรักษาง่ายกว่าถูกกว่ารถยุโรปเยอะครับ  ขนาดแมวอ้วนคันละเกือบสี่ล้าน บำรุงรักษาก็พอๆกับพวกรถญี่ปุ่น D-Segment ทั่วไป
   
อะไหล่เซียงกงมีเยอะพอสมควร แต่ที่ญี่ปุ่นมีมากมายกองพะเนิน เนื่องจากซูบารุขายดีมากในญี่ปุ่น แง้มให้ว่าถ้าสั่งหัวตัดมาจากญี่ปุ่น หรือตัดมาทั้งคันราคาถูกกว่าพวกฮอนด้าอีกครับ และราคาอะไหล่ของใหม่ของแท้เลยก็ราคาไม่แพง บางชิ้นราคาใกล้กับมือสองเซียงกง เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการนำเข้ามาบ้าง



สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Review นี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่มีความสนใจในรถยี่ห้อ Subaru และ ซูบารุก็ไม่ได้เป็นรถเทพอะไรมาจากไหนสุดท้ายตัวคุณเองต้องเป็นผู้ควบคุมและตัดสินใจ เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อนเพราะมีครอบครัวรอท่านอยู่  ถ้าขาดสติไม่รู้ลิมิตรถ ลิมิตตัวเองต่อให้ขับ Supercar คันละหลาย10 ล้าน ก็พาไปตายได้เช่นกันครับ

ปล.1  review นี้ไม่ได้จัดทำมาเพื่อความคึกคนองใดๆทั้งสิ้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆกรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
   ปล.2 ภาพถ่ายใช้กล้องจากโทรศัพท์ HTC 1 ถ่ายภาพอาจไม่ค่อยคมชัดและสวยงามนัก
   ปล.3 ภาพถ่ายทั้งหมดไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ ลงเวปครั้งแรกที่ Headlight นี้


จบรีวิวเพียงเท่านี้ครับ สุดท้ายผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่ารถ 20ปี มันมีดีอะไร แล้วคุณล่ะพอจะรู้ไหมช่วยตอบที
 
เจอกันบนท้องถนนทักทายกันได้ครับ
“แต่ขอแบบว่าเปิดกระจกโบกมือหรือกดแตรสั้นๆทักทายกันก็พอนะครับ เดี๋ยวม้าตื่น 555”
Adi Autolism..


ออฟไลน์ nudragon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,871
  • MT Mania!!
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 22:14:53 »
ชอบครับ รถสวย เขียนดี

ออฟไลน์ PJ"

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,709
  • Fake Forester
    • อีเมล์
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 22:28:09 »
อ่านมันมากๆเลยครับ 555

ยังแอบอยากได้สีน้ำเงินซักคันมาทำโป่ง 22b + วางคอแดงตากลม

ออฟไลน์ H3T

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,686
    • อีเมล์
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 22:30:44 »
ขอบคุณครับ

 S201 ผลิตทั้งหมด 333 คันครับ แต่ด้วยอายุที่มาก ทำให้เหลืออยู่ไม่มากแล้ว

  ผมเพิ่งประมูลให้ลูกค้าไปคันนึง เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมาครับ ( ลูกค้าฝากหามานานแล้ว )

ออฟไลน์ arya

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 475
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 22:32:22 »
ขอบคุณครับ สำหรับรีวิว

เป็นรถที่ผมมองทุกครั้งที่เจอ อยากกลับไปขับมันอีกเหมือนกัน สะใจดีคับ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 23:06:22 »
0-100 ถ้าหาที่ดีๆให้ และลองเปลี่ยนจุดสับเกียร์ใหม่อาจจะดีกว่านี้พอสมควร เคยคุยกับพี่คนนึงที่ขับแรลลี่ เขาเคยบอกผมให้สับที่ 7,000 คือไม่ว่าคอขาวหรือคอแดง ถ้าไม่ใช่แคมแต่ง ให้สับ 7,000 เลย ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่ก็ทำตาม รู้สึกเหมืิอนถ้าสับเกียร์ได้ที่รอบนั้นเป๊ะๆ มันจะเข้าง่าย แต่ผมอาจจะมโนไปเองนะ

ผมเคยอยากได้ GC มาก แต่กดเครื่องคิดเลขแล้วสู้ไม่ไหว เลยได้เป็น BC5 แทน รถหายาก แต่อานิสงส์ของ GC ทำให้เราใช้อะไหล่ร่วมกันได้เยอะ

ท่อน้ำใต้อินเตอร์..อันนี้ยืนยันเลยว่าควรเช็คจริงๆ เพราะผมโดน และ โดน 2 ครั้ง ซึ้งเลย
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ NS

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,598
  • การเดินทางครั้งใหม่
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 23:08:37 »
เดี๋ยวกลับมาอ่านต่อครับ  ;D  ผมชอบเสียงดุดันของท่อยี่ห้อนี้มากครับ ใครจะว่ายังไง ผมก็ว่า มันหล่ออยู่ดี ขอบคุณสำหรับ review ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 22, 2014, 23:10:28 โดย u_hoo »
จะเลือกรถหรือเมีย....

...รถสิคร๊าฟ

ออฟไลน์ 2k

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,558
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 23:47:46 »
โอ!!! ทะ....ท่านอาจารย์!!!!  :o เมื่อไหร่ที่มีเงินซื้อซูบารุบ้างจะขอรบกวนคำปรึษานะครับ  :-*
หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com


keanetona

  • บุคคลทั่วไป
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 00:05:34 »
ผมเคยขับตัว210ม้าเป็นระยะทางสั้นๆ แต่เสียดายที่ผมขับเกียร์ธรรมดาไม่คล่อง(จริงๆแล้วขับได้แค่จาก A=>B) เลยไม่ได้รับรู้ถึงอรรถรสในการขับมากนัก และ ผมเหยียบคลัทช์ไม่ค่อยไหว

ออฟไลน์ redsun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,002
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 02:00:19 »
REVIEW ของพี่ทำให้ผมได้ความรู้ขึ้นเพียบเลย
พี่เปิดหัวก็น่าอ่านมากๆครับ อ่านง่าย อ่านเพลินครับ
แป๊บเดียวมาถึงช่วงท้าย REVIEW แล้ว
รู้สึกยังอยากอ่านต่ออีกเยอะๆครับ

รถอายุ 20 ปี แต่เขี้ยวเล็บยังคมกริ๊บ
+ดูแลแบบรถญี่ปุ่น (ตรงนี้กำลังใจผมมาเลยครับ)
เจ้า GC นี่รถในฝันของผมเลยครับ

ขอบคุณพี่  Adi Autolism  มากๆครับ

ออฟไลน์ Jim lover

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 159
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 05:57:52 »
รีวิวดีมากๆเลยครับ อ่านแล้วคิดถึงเมื่อ 16 ปีก่อน ได้ลองขับ EJ20 สีขาวเดิมๆ
ดึงหลังติดเบาะมันส์ทุกครั้งเลย ;D

ออฟไลน์ beebird

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,058
    • อีเมล์
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 06:59:25 »
อ่านเพลินจนจบเลย อ่านแล้วคันขึ้นมาตะงิดๆ ขอบคุณสำหรับสาระข้อมูล ตั้งใจทำมากๆขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ Zephyrus7

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 09:06:34 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,649
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 09:16:49 »
เพลิน ขอบคุณครับ
 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ despinaauto lci

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 418
  • MONEY
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 09:34:16 »
     รีวิวน่าสนใจมากครับ  กล้องก็ใช้ได้ครับ
Last id: despinaauto
2003-ACCORD 3.0 gen 7(2008 sold)
2006-CIVIC FD 1.8(2012 sold)
2008-ACCORD 2.4 gen 8(2013 sold)
2012-E250 CGI
2013-520i F10
2013-E200 coupe sport facelift
2014-528i F10 lci M Sport
2014-320d F30 upgrade m performance power

ออฟไลน์ GUDJA-MAN

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,505
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 09:52:23 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Anueis

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 483
  • Like !!! Automatic transmission.
    • อีเมล์
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 10:06:41 »
ขอบคุณสำหรับรีวิว ครับ ;D
1989 Honda Civic EF 1.6 4AT
2001 Volvo V70 2.3T
2007 Isuzu D-Max Cab SLX 2.5 Ddi I-Tec

ออฟไลน์ spitfire

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 125
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 10:22:46 »
เขียนดีมากๆครับ
อ่านแล้วอยากได้เลย
AMG C43 Coupe C205;
 - ECU Tuning by Gettuned
 - BMC Air Filter
 - KW HAS
 - EBC Yellowstuff
 - RENNtech Decklid

ออฟไลน์ kibrain

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 104
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 10:30:20 »
เคยมีกะเค้าคันนึง แต่ขายไปนานละ GC8 คอแดง แรงน้อยๆ เจอแบบนี้คิดถึงเลย

ออฟไลน์ mothsan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,541
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 11:48:59 »
รีวิวดีมากๆ ครับพี่ ขอบคุณครับ
จากที่เคยคุยแล้วอยากได้ ตอนนี้ยิ่งอยากได้มากไปอีก หลายเท่าแล้ว ลำบากแล้ว อิอิ
ถ้าพอมีเวลาดูแล จะหามาสักคันครับ คงต้องรออีกสักระยะ  รอคันนี้เก่าก่อน ถึงตอนนี้คงต้องสอยเป็นหน้าหมูแล้วมั้งครับ
ถ้ามีโอกาสขอนั่งบ้างนะครับ ยังไม่เคยนั่งซุบารุเลยอ่ะ  งงเหมือนกัน ทำไม ไม่เคย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2014, 11:50:32 โดย mothsan »

ออฟไลน์ suputshaya

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 125
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 12:46:32 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Equcha

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 762
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 13:08:37 »
ขอบคุณครับ สำหรับรีวิว เป็นรถที่ผมมองไว้สำหรับขับเล่นครับ เพราะอะไหล่มีมาก ราคามือ 2 ถูก
ขับดี ช่วงล่างสุดยอด เทียบกับราคาแล้ว ตัวอื่นเทียบไม่ติดเลยครับ  :D


ออฟไลน์ mewzabahl

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,611
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 14:03:01 »
ขอบคุณรีวิวครับ เขียนดี อ่านเพลินเลยครับ :D :D :D

ออฟไลน์ champchamp

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 14:11:02 »
อดีตอันน่าจดจำของผม

ชอบมากครับ ขับสนุกครับ เสียงเพราะ(เหมือนจะดับ)

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,144
  • ขับขี่ปลอดภัย
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 14:31:59 »
Subaru Impreza ไม่ได้ดีไซน์โดย Porsche ทีม หรือ คนใดคนหนึ่งในทีมครับ

Subaru Legacy B4 Blitzen  เป็นการออกแบบ พัฒนาร่วมกัน ไม่ได้ดีไซน์ตัวถังอีกนั่นแหละ

ทีมดีไซน์ใหญ่ ของ Porsche ในช่วงปี 199x จะมีแค่สองกลุ่ม ไม่มีใครเคลมผลงานว่าออกแบบ Impreza แต่อย่างใดครับ

ผิดถูกอย่างไรพิจารณาเอา
ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ Sagittarius Toshi

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 456
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 15:00:05 »
รถในฝันที่มีอยู่จริง ขอบคุณครับ  :)

ออฟไลน์ hutzero

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,561
    • อีเมล์
Re: Review : ทำไมต้อง GC8 รถ 20ปีมีดีอะไร?
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2014, 21:27:23 »
แจ่มเลย   รุ่นนี้เป็นอิมฯที่ผมมองว่าสวยที่สุดแล้วครับ  ในสายตาผม  ;D