« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2015, 10:41:09 »
ขาดทุนไม่คุ้มกับเงินที่ลง เพราะเป็นทีมแข่งเต็มตัวแบบม้า ค่าใช้จ่ายสูงมาก
ส่วนใหญ่แต่ละทีม จะใช้เครื่องจากโรงงานที่ให้การสนับสนุน ซึ่งเปลี่ยนรายได้ เช่น
แมคลาเรน ฮอนด้า ,เมอร์ซิเดส
วิลเลี่ยม เรโนลต์ ,ฟอร์ด
เบเนตองค์ ยามาฮ่า
เรดบูล เฟอร์รุ่นเก่า
ปัญหาเดิมๆคือ fia จะออกกฎที่เล่นพวกค่อนข้างมาก หรือไม่ก็ตอนความคิดสร้างสรรค์กันไปเลย เช่น
รถต้องมีสี่ล้อ ทั้งที่รถหกล้อ ก็ไม่ได้ชนะแต่เข้าโค้งได้แคบกว่า เปลี่ยนยางช้ากว่า
ยางสลิดต้องมีร่องรีดฝุ่น ทีมแข่งเลือกใช้จากผู้ผลิตได้ มีไม่กี่ยี่ห้อ ตอนนี้เหลือยี่ห้อเดียว
สายการผลิตเล็กกว่า ฝรั่งเศล ญี่ปุ่น แม้แต่เครื่องจักรผลิตยางยังสร้างเองไม่ได้
ห้ามติดตั้งพัดลม ดูดลมจากใต้ท้อง และท้ายรถ เพราะอัลฟ่า กับแมคลาเรน ใช้จนชนะมาหลายสนาม
ยกเลิกเทอร์โบ สมัยพอร์ช กับเซนน่า อยู่ทีมเดียวกัน เพราะแรงและประหยัดน้ำมัน กว่าชาวบ้าน
มีที่หลายทีมรับไม่ได้ขนาดจะแยกไปตั้งลีดแข่งกันเอง ตรงที่ลดขนาดเครื่อง ลูกสูบ ล๊อคสเปกเป็น
เครื่องจากโรงงานเดียว แทบจะเป็นวันเมกเรซ
เขาว่าเพื่อให้แต่ละทีมไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกับจนเกินไป แต่ที่เข้า1-3 ก็หน้าเดิมๆโดยมาก
fiaก็ผ่อนผันให้ เพราะค่าสิทธิ์ในการออกอากาศมหาศาล ทีมแข่งต้องได้ค่าโฆษณาพอถึงอยาก
แข่งต่อ ไม่งั้นทำไปก็มีแต่หนี้ และรายการอื่นๆที่ใช้ทดสอบรถต้นแบบ ในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก
กติกาก็ไม่จุกจิกขนาดนี้ แต่พอมาสด้า โรตารี่ชนะแค่ครั้งเดียว ในเลอมังค์24ก็แก้กฎเหมือนกัน
ยังดีที่รุ่นโปรโตไทป์ ไม่แก้กฏจนเป็นรถบ้าน แบบที่f1 แทบจะไม่มีความโดดเด่นเหมือนดังก่อน
สามห่วง ลงแข่งมีแต่เจ๊งกับเจ๊า ชนะก็โดนหมั่นไส้ แพ้ก็ขาดทุนเยอะ แถมต้องทำคะแนนให้ติดกลุ่ม
และนักแข่ง ทีมช่าง ก็ไม่ได้คุมง่ายๆ ไม่ต่างจากทีมฟุตบอล แต่ต้นทุนแพงกว่า เสี่ยงตายกว่า
ภาวะแบบนี้แค่รักษายอดขาย ไม่ต้องโดนเรียกคืน คุมราคา คุณภาพ ให้ลูกค้าเก่าซื้อต่อไปก็เก่งแล้ว