« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มกราคม 19, 2016, 10:12:04 »
ที่คิดไปแบบนั้นเพราะเราเทียบเท่าที่ตาเราเห็นครับ
ดีเซลญี่ปุ่นที่ใช้ๆกันทุกวันในไทยตอนนี้ มันออกแบบเพื่อรถบรรทุก (พวก UTE) เป็นหลัก สมรรถนะการวิ่งบนทางเรียบจึงทำได้เท่าที่เห็น
กลับกัน ดีเซลฝั่งยุโรปที่มาขายและที่เราได้เห็น มันอยู่ในรถยนต์นั่ง ไม่ต้องเน้นลากจูงอะไรมากมาย ประสิทธิภาพทางเรียบ
จึงทำออกมาได้ดี
จะเทียบตรงๆต้องไปเทียบดีเซลที่อยู่ในพวก Civic , CRV , Accord ตัวยุโรป พวก I-DTEC เจนใหม่ๆ 1.6 ลิตร รู้สึกจะ 15x แรงม้า แถวๆนั้น ,หรือ Mazda Skyactiv Diesel หรือฝั่งโตโยต้าเองก็มี Line ของเครื่องดีเซลสำหรับรถเก๋งเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดมี 2.2 D4-D 150 แรงม้า เคยลงใน Lexus IS เจนที่แล้ว (IS220d) อะไรพวกนั้น
หรือเอาใกล้ตัวกว่านั้น ลองคิดว่าเอา 2.2 skyactiv d จาก CX-5 ลงใน Mazda 3 สิครับ ผมว่าความสนุกมีจริง แต่มันก็คงมาพร้อมกับราคาที่อาจไปแตะ 1.3x ล้าน มันจึงไม่มาไทย
จะเทียบโดยข้ามประเภทรถแบบนี้เทียบยากครับ
เสริมนิด เครื่องบล็อก GD เอง ถือว่าเป็นเครื่องดีเซลเจนล่าสุดสำหรับรถยนต์สาย UTE ของทางโตโยต้า มีการ Treatment ไอเสียต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคครับ (ต่างอีกแล้ว)
โดยปัจจุบันประเทศที่เป็น Euro 3 - 4 (ไทยอยู่ spec นี้แหละ) จะมีตัว catalytic converter + EGR
กลุ่ม Euro 5 จะเพิ่ม DPF Filter เข้าไป
และกลุ่ม Euro 6 จะเพิ่ม urea Treatment เข้าไปอีกขั้นนึงครับ
สรุป จุดประสงค์ต่างกัน ออกแบบมาต่างกัน อย่าคิดมากไปเลยครับผม