ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก  (อ่าน 60941 ครั้ง)

ออฟไลน์ night77

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 33


*รีวิวนี้อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดลึกนัก เป็นรีวิวบ้านๆ ตามประสา User's Voice
*หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่กำลังสนใจรถยนต์รุ่นนี้อยู่ แต่หาอ่านรีวิวไม่ได้ เนื่องจากจะเจอแต่ รีวิว CLA250 ซะส่วนใหญ่
*หากมีข้อผิดพลาดประการได้ต้องขออภัยมา ณ ทีนี้ครับ
*รถที่ใช้ควบคู่กัน คือ Ford Focus S+ และ Subaru XV โฉม ปจบ.
*ปัจจัยบางอย่างเป็นข้อตัดสินใจการซื้อรถของผมเอง ถ้าท่านใดอ่านแล้วไม่สบายใจต้องขออภัยด้วยครับ





เชื่อว่าทุกคนก็หวังว่าอยากจะเป็นเจ้าของดวงดาวสีเงินซักคัน ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
เมื่อถึงเวลาอันควร จึงเป็นที่มาของรถคันนี้



MERCEDES-BENZ CLA200 URBAN



ทำไมถึงเป็น CLA200?


ด้านตัวรถ - เหตุผลที่ผมเลือกรถคันนี้มาเป็นรถยนต์อีกคันของครอบครัว เพราะว่าเป็นความใฝ่ฝันที่ว่าซักครั้งจะได้เป็นเจ้าของเมอเซเดสซักคัน
คุณแม่ชอบ ทั้งบ้านนั่งได้ ตัวรถรูปทรงสวย น่าจะอยู่เหนือกาลเวลาได้ประมาณนึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมาให้ในระดับนึง ไม่น้อยจนเกินไป
และที่สำคัญเสียงปิดประตูหนักแน่น น้ำหนักประตูดี รวมถึงหลายๆด้านของตัวรถที่ต้องดีกว่ารถที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน(ใช้ Focus เป็นพื้นฐานว่าต้องดีกว่า)

ด้านการบริการของพนักงานขายและสถานที่ - ปกติรถเกือบทุกคันผมจะไปเดินดูในงานแสดงรถประจำปี ถ้ามีเซลล์คนไหนมาต้อนรับก่อน
ก็จะซื้อกับเซลล์คนนั้น เพราะถือว่าเค้ามีใจมาบริการเราก่อน โดยไม่สนว่าส่วนลดจะมากหรือน้อย และสถานที่ปิดการขายก็สะอาดสะอ้าน
ไม่วุ่นวาย ซึ่งบางค่าย สกปรก ดูแลไม่ทั่วถึงและวุ่นวายมาก

เมอเซเดสเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ผมรู้สึกประทับใจ ทั้งพนักงานขาย รวมถึงสถานที่รับรองลูกค้าในงาน
และทำให้เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้คุณค่าของเมอเซเดสคงอยู่และครองใจคนไทยหลายคนได้ยาวนานกว่า 100 ปี
ลูกค้าที่จองในงานทุกคน (Motor Expo 2015) จะได้หนังสือสีดำเล่มหนาอย่างดีชื่อว่า
The Journey of Silver Star ซึ่งแสดงถึงการเข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกของเมอเซเดส รวมถึงรถยนต์ขายดีรุ่นต่างๆของทางค่าย



รูปลักษณ์ภายนอก




ด้านหน้า - กระจังหน้า Diamond Grill สีดำในรุ่น CLA200 (รุ่น250 เป็นสีเงิน)
ไฟหน้าเป็นแบบ Bi-Xenon + DRL แบบติดอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทเครื่อง และทำหน้าที่เป็นไฟหรี่ในตัวในตอนกลางคืน
ไฟเลี้ยวแบบ LED เมื่อเปิดไฟเลี้ยวข้างใดข้างนึง ไฟ DRL จะดับจนกว่าไฟเลี้ยวจะหยุดทำงาน เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น




ด้านข้าง - กระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED พับเก็บอัตโนมัติเมื่อล๊อครถ มาพร้อมกับไฟส่องสว่างใต้กระจกในตอนกลางคืน
ซึ่งในรุ่นประกอบนอกที่พี่ J!MMY เคยรีวิวไม่ได้มีติดมา กระจกประตูแบบไร้กรอบในสไตล์รถคูเป้
รวมไปถึงเส้นสายด้านข้างตัวรถที่ย่อลงมาจากรุ่นพี่ CLS ล้ออัลลอย ขอบ 18" ลาย 5 ก้าน สีเทา พร้อมกับยาง Run Flat
ตอนแรกก็กังวลว่าจะแข็ง พอได้อยู่กับรถซักพัก น่าจะมาจากการซับแรงกระแทกที่ดีของตัวรถด้วย




ด้านหลัง - ไฟท้ายแบบ LED ทั้งโคม และไฟหรี่รูปปีกผีเสื้อ มองตอนกลางคืนสวยงามใช้ได้เลยครับ
ชายกันชนล่างมี Diffuser สีดำ มาพร้อมกับท่อไอเสียคู่



ภายใน




แผงแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสาร - มีลักษณะเป็นวงๆ ต่างจาก CLA250 ที่จะเป็นสีเงิน




คอนโซลกลาง - ด้านบนมีจอ Command ใช้สำหรับฟังเพลง รองรับระบบแผนที่นำทาง แต่ไม่ได้มีแผนที่มาให้
และควบคุมระบบการขับขี่ของตัวรถ การเลือกน้ำหนักพวงมาลัย และอื่นๆ คล้ายกับเมอเซเดสรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน
แอร์อัตโนมัติ มาพร้อมช่องแอร์เรโทรแบบรถขสมก. แยกฝั่งซ้ายขวา  แต่ตกในแต่งให้หรูกว่าและวัสดุที่ใช้ค่อนข้างดี ปรับตำแหน่งง่าย
ไม่เข้าตา หรือเป่ามือจนเย็นมากเกินไป ถือว่าช่องแอร์อยู่ในระดับกำลังดี ไม่สูงเกินไป และยังมีช่องแอร์ด้านหลังกับลมเอื่อยในแบบฉบับผู้ดี
ที่ไม่ได้ช่วยให้เย็นซักเท่าไหร่ มีระบบ Auto Start & Stop และปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นจอแสดงผลและปุ่มปรับค่าต่างๆของระบบปรับอากาศในรถ




ฝั่งคนขับ - เรือนไมล์สหกรณ์ มีเข็มวัดความร้อน มาพร้อมกับหน้าจอตรงกลาง ซึ่งแสดงผลข้อมูลหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระบบเตือนลมยางการเตือนเข้าเช็คระยะ เพลงที่กำลังฟัง การตั้งค่าอื่นๆ ของตัวรถ
พวงมาลัยหุ้มหนัง เดินด้ายสีขาว ขนาดกำลังเหมาะมือ มี Paddle-Shift และปุ่มมัลติฟังก์ชั่นพื้นฐานเหมือนเมเซเดสรุ่นอื่นๆ
เกียร์หลังพวงมาลัย ซึ่งเคยเผลอไปกดเนื่องจากมึนกับตำแหน่ง ทำให้เกียร์ตัดไป N และเสียงเครื่องดังกระหึ่มเลยครับ




ระบบไฟหน้าแบบ Auto พร้อมกับ Parking Light และไฟตัดหมอกหลัง เบาะหนังหุ้มหนัง Artico เบาะนั่งคู่หน้ามี Memory ให้ 3 ตำแหน่ง
พร้อมปุ่มดันหลังไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง

สำหรับผม เบาะนั่งด้านหน้า นั่งได้สบายประมาณนึง ไม่เมื่อยจนเกินไปครับ




ด้านบนใช้วัสดุสีดำในการบุหลังคารถ มีปุ่มควบคุมไฟอ่านแผนที่แบบ LED และไฟส่องสว่างด้านหลัง ซึ่งต้องเปิดจากด้านหน้าเท่านั้นครับ




ด้านหลัง - เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 60 : 40 แต่ไม่มีพนักท้าวแขนตรงกลางมาให้เหมือน CLA250 ตำแหน่งเบาะค่อนข้างเตี้ย
และส่วนรองขาสั้นมาก แต่พื้นที่วางเท้ามีค่อนข้างเยอะ มุมมองด้านหลังตีบตันใช้ได้ เวลาขับต้องเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มขึ้นนิดหน่อยครับ

เรื่องการเก็บเสียง - ดีครับ ดีในแบบที่ควรจะเป็นเลย


เครื่องยนต์ & ช่วงล่าง

เครื่องยนต์ - CLA200 จะได้ใช้เครื่องยนต์เดียวกับ CLA180 รุ่นประกอบนอก เป็นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี เทอร์โบ ส่งกำลังลงล้อคู่หน้า
แต่มีการปรับจูนแรงม้าเป็น 156 พร้อมกับแรงบิด 250 นิวตันเมตร เรี่ยวแรงและความเร็วของคันเร่งรวมไปถึงน้ำหนักพวงมาลัยนั้น
จะขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกโหมดการขับขี่แบบไหน โดยรวมเทียบกับ เครื่อง GDi ของ Focus สมรรถนะน่าจะใกล้เคียงกัน
แต่อัตราเร่งช่วงออกตัว CLA จะไปได้ไวกว่าเพราะว่าได้เทอร์โบเข้ามาช่วย

สำหรับผมคิดว่ากำลังเครื่องเดิมๆจากโรงงาน เพียงพอต่อความใช้งานดีแล้ว และสามารถลากตัวถังได้โดยเครื่องยนต์ไม่รับภาระมากจนเกินไป

หลายคอมเม้นพูดถึงเรื่อง ขับหน้า ขับหลัง เรียนตามตรง ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าอันไหนจะดีกว่า เคยขับรถมาทั้ง ขับหน้า ขับหลัง และขับสี่
โดยรวมผมว่าขับหน้าของ CLA ไม่ได้แย่ครับ ขอแค่เรารู้ลิมิตของตัวรถ และพยายามไม่ไปเกินลิมิตที่รถมีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร (คหสต)


ช่วงล่าง - ครั้งแรกที่อ่านในรีวิวของพี่ J!MMY และดูคลิปรีวิวของ CLA250 AMG ทั้งพี่ J!MMY และพี่แพนต่างบอกว่าช่วงล่างมันแข็งมาก
มากจนอาจโดนตัดออกจากกองมรดก ตอนที่จองก็ไม่ได้ลองขับครับ เพราะไม่มีรถให้ลอง กังวลมาก หาข้อมูลจากไหนก็ไม่มี

สรุปพอรับรถมา ผิดคาดแฮะ เทียบกับ Focus แล้ว นิสัยช่วงล่างคล้ายกันมาก นุ่ม หนึบ แต่ CLA จะซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดีมากกว่ามาก
ทั้งที่ ล้อใหญ่กว่า ยาง Run Flat และแก้มยางค่อนข้างบาง รวมถึงอาการเอียงซ้ายขวา ของตัวรถเวลาถนนไม่เท่ากัน CLA จะเก็บอาการโคลงได้ดีกว่า
แบบที่รู้สึกได้ แต่ช่วงล่างด้านหน้า จะยวบมากเกินไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่ประทับใจครับ

เคยเห็นกระทู้นึง มีคอมเม้นนึงพูดถึงช่วงล่าง CLA ว่า ไม่ได้เด่นไปกว่ารถราคา 600,000 เท่าไหร่
ส่วนตัวผมคิดว่าคงไม่ขนาดนั้นครับ คือ ต้องลองขับที่ความเร็ว 180 เท่ากันน่ะครับ เทียบกับ Focus ก็ต่างแล้ว

ข้อควรระวัง - ถ้าเทียบกับ Focus ระยะความสูงจากพื้นถึงกันชนหน้า CLA จะน้อยมาก CLA เตี้ยกว่า Focus เกือบ 2 นิ้วครับ
เวลาขับต้องระวังนิดนึง

ข้อเสีย

สำหรับผม ข้อเสียที่สุดของรถคันนี้คือตำแหน่งเกียร์ ทำให้ผมค่อนข้างกังวล เวลาเปิดไฟเลี้ยว เพราะบางทีสลับใช้กับอีกคัน เคยกดผิดมาแล้วครับ


สรุป

ส่วนตัวผมว่ากับราคา 2.14 ล้าน โดยรวมผมว่าคุ้มค่าใช้ได้ครับ กับสิ่งที่เราได้มา แน่นอนว่ารถคันนี้อาจจะไม่ได้ดีเด่นเท่ารถรุ่นใหญ่ของเมเซเดส
แต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าเมเซเดส ให้ความใส่ใจกับรถทุกรุ่นที่ตนเองผลิต และคงคุณภาพไว้ได้ดี ผมคิดว่าเมอเซเดสประสบความสำเร็จนะ
กับราคาประมาณนี้ เจาะกลุ่มตลาดใหม่ได้ดีทีเดียวครับ


สุดท้ายต้องขอขอบคุณ Headlightmag แห่งนี้ รีวิว และคลิปต่างๆ ที่พี่ๆ ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยกันทำนั้น ทำให้ผมคิดว่าผมตัดสินใจไม่ผิดที่ดูรีวิว
และเลือกรถแต่ละคันมาเป็นรถสำหรับครอบครัว ผมหวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกท่านอื่นๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ :)





My Silver Star
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 21, 2016, 22:11:09 โดย night77 »
2010 - Honda City SV
2015 - Subaru XV STi
2015 - Ford Focus 2.0GDi
2016 - Mercedes Benz CLA200 Urban
2016 - Ford Focus 1.5 EcoBoost
2017 - Subaru WRX Lineartronic CVT
2018 - Mercedes Benz C220d AMG Dynamic
2020 - BMW 220i Gran Coupe M Sport

ออฟไลน์ Life is a Highway

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,337
  • My Way or The Highway
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 14:00:49 »
เยี่ยมครับ

แสดงว่าน้องโฟกัสมีดีไม่เบาเลย

ออฟไลน์ Pasakorndvm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,298
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 22:44:02 »
ขอบคุณครับ
Benz ที่เข้าถึงง่าย น่าใช้เหมือนกันครับ
'19 Honda Civic EL

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22,633
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 05, 2016, 23:40:04 »
ยินดีกับรถใหม่ครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ F&O

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,767
  • เส้นขอบฟ้า
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 06, 2016, 08:41:40 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ รถสวยมากๆ

ออฟไลน์ fishfinger

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 868
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 06, 2016, 13:12:41 »
รถสวยมากครับ
ตอนแรกลังเล ระหว่าง CLA กับ W204 ตอนนู้นอยู่ สรุปได้ W204 มาแทน
เพราะ C class มันอยู่คู่กับคนไทยมานาน ราคา ขนาด สมรรถนะ มันก็อยู่ในระดับมาตรฐาน
แต่รูปลักษณ์ภายนอกยอมรับว่า CLA สวยและเด่นจริงๆครับ

ออฟไลน์ Superdonkey

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • อีเมล์
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 06, 2016, 15:57:04 »
ขอบคุณมากๆสำหรับ review ครับ ผมเป็นคนนึงที่สนใจเจ้า CLA200 แต่หารีวิวเจอแต่CLA250 เอาจริงๆไปดูมาทั้งคู่ (ยังไม่ได้ลองขับ) ผมกลับชอบกระจังหน้า + เบาะ artico ในตัว200 มากกว่าเลยครับ ;) ของ250 เบาะมันดูกำมะหยี่ๆชอบกล ส่วนกระจัง diamond มันให้ความรู้สึกใกล้ a class มักๆ แต่ติดแค่ที่ ม้า 155 ใน CLA200 กับ 211ใน CLA250 มันต่างกันเยอะอะครับ กลัวซื้อมาแล้วไม่จบ ตอนนี้เลยกำลังตัดสินใจอยู่ๆ :D
ปล. รถสวย สีเข้ากับ ล้อลายนี้มากๆครับ

ออฟไลน์ burutrad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,168
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 08, 2016, 18:26:43 »
เยี่ยมเลยครับรุ่นนี้คุ้มค่ามากๆครับผมก็เล็งๆอยู่หลังจากใช้ w203 มานาน

ออฟไลน์ Super hornet

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,142
  • Hello everyone 我是爱车的人
    • อีเมล์
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 08, 2016, 23:01:33 »
ยินดีกับรถใหม่ครับ รุ่นนี้ขับแล้วจะดูเป็นวัยรุ่นวัยมหาลัยขึ้นมาทันทีเลย

ส่วนตัวแล้วชอบดีไซน์มาก  และรถรุ่นนี้เพื่อนผญผมมาถามข้อมูลกับผมเยอะมาก และออกป้ายแดงมาแล้ว3คน ถือว่าโดนใจ ญ ช หลายคน
History of my car
2013 Lamborghini LP570-4 Superleggera For me
2006 Benz E200 Kompressor +Kleemann For wife
2008 Maserati Granturismo 4.2  For wife,me
2009 Jaguar XF 3.0 For sister
2014 Range Rover Evoque 2.2 Sold...
2009 Benz CL 500 second hand  Sold....
2001 Lexus GS300  Sold....

ออฟไลน์ tubtup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 668
    • อีเมล์
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 09, 2016, 15:40:44 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ
ราคาเพิ่มจาก D-seg ตัวท็อปไม่ถึงครึ่งล้าน ได้ดาวสามแฉกน่าสนใจครับ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,041
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 16, 2016, 07:26:47 »
ยินดีด้วยครับ ล้อ18นิ้วดีแล้วครับเพราะล้อ19หรือ20ผมเห็นส่วนใหญ่ไม่รอดกับถนนห่วยๆในบ้านเราแทบทั้งนั้น ไปดูร้านยางได้เลยว่าทั้งล้อและยางดุ้งเยอะมากๆครับ

ออฟไลน์ Devill_PRO

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 66
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 27, 2016, 15:46:33 »
ชื่นชมเจ้าของกระทู้นี้จริงๆเลย
ขยันตั้งใจทำงาน และตอบแทนบุพการีตลอด
ผมเห็นตั้งแต่ XV แล้ว นิสัยดีมาก
เป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ ในที่สุดก็ทำได้ตามความฝัน
ยินดีด้วยนะครับ โฟกัสสีเขียวเลยตกกระป๋องเลย 555

ออฟไลน์ burutrad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,168
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 04, 2016, 17:11:00 »
สมรรถนะใช้งานจริงๆเป็นอย่างไรครับแรงพอได้ไหมครับ

ออฟไลน์ night77

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 33
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 04, 2016, 19:41:59 »
เยี่ยมครับ

แสดงว่าน้องโฟกัสมีดีไม่เบาเลย

ดีทั้งคู่เลยครับ แต่จะเด่นคนละด้านกันครับผม

ขอบคุณครับ
Benz ที่เข้าถึงง่าย น่าใช้เหมือนกันครับ

ขอบคุณมากครับ

ยินดีกับรถใหม่ครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ขอบคุณคร้าบ

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ รถสวยมากๆ

รถสวยจริงๆครับ :)

รถสวยมากครับ
ตอนแรกลังเล ระหว่าง CLA กับ W204 ตอนนู้นอยู่ สรุปได้ W204 มาแทน
เพราะ C class มันอยู่คู่กับคนไทยมานาน ราคา ขนาด สมรรถนะ มันก็อยู่ในระดับมาตรฐาน
แต่รูปลักษณ์ภายนอกยอมรับว่า CLA สวยและเด่นจริงๆครับ

ขอบคุณมากครับ

ก่อนจะเลือก CLA ก็ลังเลกับ C200 W205 ครับ แต่ได้ CLA มา
เพราะไม่ชอบความเป็นไส้กรอก 3 ขนาดเท่าไหร่

ยินดีกับรถใหม่ครับ รุ่นนี้ขับแล้วจะดูเป็นวัยรุ่นวัยมหาลัยขึ้นมาทันทีเลย

ส่วนตัวแล้วชอบดีไซน์มาก  และรถรุ่นนี้เพื่อนผญผมมาถามข้อมูลกับผมเยอะมาก และออกป้ายแดงมาแล้ว3คน ถือว่าโดนใจ ญ ช หลายคน

ผมก้เพิ่งจะจบมหา'ลัยมาครับ ยังแอบวัยรุ่นได้อยู่นะครับ  :-\

ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ
ราคาเพิ่มจาก D-seg ตัวท็อปไม่ถึงครึ่งล้าน ได้ดาวสามแฉกน่าสนใจครับ

ใช่ครับ เพิ่มจาก D-Seg นิดเดียวได้ Merc แล้ว
ตอนซื้อเทียบกับ W205 /Teana 2.5 /V40 /S60

ยินดีด้วยครับ ล้อ18นิ้วดีแล้วครับเพราะล้อ19หรือ20ผมเห็นส่วนใหญ่ไม่รอดกับถนนห่วยๆในบ้านเราแทบทั้งนั้น ไปดูร้านยางได้เลยว่าทั้งล้อและยางดุ้งเยอะมากๆครับ

จริงๆครับ เมื่อก่อนขับล้อ 17 ยังพอซิ่งได้
ตอนเห็นคนขับรถล้อโตๆ ก็สงสัยว่าทำไมเค้าขับช้าจัง

วันนี้เข้าใจแล้วครับ สงสารรถเลย

ชื่นชมเจ้าของกระทู้นี้จริงๆเลย
ขยันตั้งใจทำงาน และตอบแทนบุพการีตลอด
ผมเห็นตั้งแต่ XV แล้ว นิสัยดีมาก
เป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ ในที่สุดก็ทำได้ตามความฝัน
ยินดีด้วยนะครับ โฟกัสสีเขียวเลยตกกระป๋องเลย 555

พี่เป็นลูกค้าผมป่าวครับ 555

ไม่มีคันไหนตกกระป๋องเลยคร้าบ รักทุกคัน
เวลาไปทำงานวันธรรมดานี่เอาโฟกัสออกแว๊นตลอดครับ

Merc ไว้เวลามีคนที่บ้านไปด้วยน่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2016, 20:12:39 โดย night77 »
2010 - Honda City SV
2015 - Subaru XV STi
2015 - Ford Focus 2.0GDi
2016 - Mercedes Benz CLA200 Urban
2016 - Ford Focus 1.5 EcoBoost
2017 - Subaru WRX Lineartronic CVT
2018 - Mercedes Benz C220d AMG Dynamic
2020 - BMW 220i Gran Coupe M Sport

ออฟไลน์ night77

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 33
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 04, 2016, 19:49:49 »
เยี่ยมเลยครับรุ่นนี้คุ้มค่ามากๆครับผมก็เล็งๆอยู่หลังจากใช้ w203 มานาน

สมรรถนะใช้งานจริงๆเป็นอย่างไรครับแรงพอได้ไหมครับ

สำหรับความแรงผมว่าพอใช้งานได้เลยครับ แรงไม่ได้ขี้เหร่อะไร ขับออกตจว. ก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ
ม้าน้อย แต่กำลังยังเยอะตามประสารถยุโรปเหมือนเคยครับ(อาศัยอ่านเค้ามานะครับ)
แต่ถ้าคิดว่ายังแรงไม่พอ นำไป Remap ก็น่าจะโอเคแล้วครับ
เห็นหลายๆสำนักรับทำอยู่ครับ ได้แรงบิด+50NM แรงม้า+ประมาณ 20 แรงครับ

เทียบกับ Focus GDi ถ้ากดคันเร่งพร้อมกันคงสูสีครับผม แต่คงไปแพ้เครื่องใหญ่ตรงช่วงปลายๆ
Focus ตัวนี้ เทียบกับรถบ้านราคาไม่เกินล้าน(หลังหักส่วนลด) ยอมใจเค้าเลยเรื่องเครื่องยนต์ 8)
2010 - Honda City SV
2015 - Subaru XV STi
2015 - Ford Focus 2.0GDi
2016 - Mercedes Benz CLA200 Urban
2016 - Ford Focus 1.5 EcoBoost
2017 - Subaru WRX Lineartronic CVT
2018 - Mercedes Benz C220d AMG Dynamic
2020 - BMW 220i Gran Coupe M Sport

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,859
  • *** HLM.COM ***
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 10, 2016, 15:08:06 »
เบาะหน้าสบายดีนะ เบาะหลังหัวผมจะทะลุเพดานอยู่ละ 55+

ออฟไลน์ Mike

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,559
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2016, 12:33:09 »
ผมดีสนใจ Focus MK3 2.0 GDi มือ 2 และมี XV แล้ว
รบกวนคุณ night77 ช่วยเปรียบเทียบระหว่าง Focus vs XV ให้หน่อยครับ ในด้าน ช่วงล่าง การควบคุม การทรงตัวที่ความเร็วสูง ทางโค้ง ทางตรง handling
SUBARU XV 2.0i-P 16
HONDA City SV 12
FORD Ranger Hi Rider 4DR XLT 2.2 TDCi 12
FORD Ranger Hi Rider OpenCab LIMITED 2.5 TDCi 08
TOYOTA Hilux Vigo 4DR 3.0 G 4X4 08
ISUZU Dragon Eye SpaceCab SLX 2.8 00
TOYOTA Hilux Mighty X 2.5 94
MAZDA Familia 94
MITSUBISHI Cyclone 94
TOYOTA Hilux Super Star 88

ออฟไลน์ night77

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 33
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2016, 19:58:09 »
ผมดีสนใจ Focus MK3 2.0 GDi มือ 2 และมี XV แล้ว
รบกวนคุณ night77 ช่วยเปรียบเทียบระหว่าง Focus vs XV ให้หน่อยครับ ในด้าน ช่วงล่าง การควบคุม การทรงตัวที่ความเร็วสูง ทางโค้ง ทางตรง handling

ขออนุญาตตอบตามความรู้สึกที่ขับนะครับ
ผมใช้ XV ตัวก่อนปรับโฉมครับ (หลักๆ รถคันนี้คุณแม่จะเป็นคนใช้ครับ)


เรื่องพวงมาลัย

Focus เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่เซ็ทมาค่อนข้างดีมากครับ ความไวและความคมกำลังดีเลยครับ
ขับในเมืองก็สบาย คล่องตัวดี ไม่ต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยมาก นอกเมืองก็สบายมาก ส่วน XV เป็นพวงมาลัยไฮดรอลิค
ก็เซ็ทมาดีมากอีกเช่นกันครับ แต่จะเสียตรงเวลามุดลัดเลาะเวลารถติด
ต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยประมาณนึง บางทีเหยียบคันเร่งแล้วหมุนพวงมาลัยคืนไม่ทันหลังจากยืนหน้าออกไป

แต่โดยรวม ผมชอบทั้ง 2 คัน ครับ เพราะทราบธรรมชาติของรถทั้ง 2 รุ่นอยู่แล้ว แต่เวลาจะขับคันไหนบางทีต้องมีสติครับ
ตอนนี้ขับ Focus นะ ตอนนี้ขับ XV นะ จะได้กะระยะเวลาแซงถูกครับ


เรื่องช่วงล่าง
Focus จะซับแรงกระแทกได้ดีกว่า XV ครับ ส่วนเรื่องการเก็บเสียงจากช่วงล่างก็ดีกว่า XV เช่นกัน แต่เวลาจั๊มคอสะพานที่ความเร็วสูง
ผมชอบ XV มากกว่าครับ Focus จะยวบกว่านิดนึง ทั้งสองคันเวลาจั๊มแรงๆ ไม่แกว่งครับ ดีทั้งคู่ แต่อย่างว่ รถเก๋ง 5 ประตู กับCrossover
ช่วงล่างเซ็ทมาคนละจุดประสงค์อยู่แล้วครับ

เรื่องการเข้าโค้ง XV มีอาการเทออกข้างน้อยกว่าครับ น่าจะมาจากการเซ็ทช่วงล่างของ Focus ที่มานิ่มกว่าครับ แต่ไม่ได้ขาดความมั่นใจนะครับ
สมมุต XV เอียง 10% Focus จะเอียง 15% ประมาณนี้ครับ อีกอย่างระบบขับ 4 ของ Subaru ด้วยครับ มั่นใจมากกว่านิดๆ เวลาเข้าโค้ง

การทรงตัวที่ความเร็วสูง 190+ ในเส้นทางเดียวกัน เส้นบูรพาวิถีช่วงประมาณเที่ยงคืนกว่า ใกล้เคียงกันมากครับ กินกันลำบาก
นิ่งแน่น ดูดถนน ทั้งคู่ครับ

โดยรวมทั้งคู่ทำคะแนนค่อนข้างสูสีครับ คันนึงก็จะได้อีกด้านนึงดีกว่า อีกคันก็จะมีอีกด้านที่ดีกว่า
แต่ติดที่เวลาขับ XV จะเซ็งนิดๆ ที่เสียงรบกวนเข้ามาค่อนข้างมาก และอัตราเร่งจะไม่ติดเท้าเท่า Focus น่ะครับ

สรุปแล้ว รักทั้งคู่ครับสองคันนี้ ไม่ผิดหวังที่ซื้อมา


2010 - Honda City SV
2015 - Subaru XV STi
2015 - Ford Focus 2.0GDi
2016 - Mercedes Benz CLA200 Urban
2016 - Ford Focus 1.5 EcoBoost
2017 - Subaru WRX Lineartronic CVT
2018 - Mercedes Benz C220d AMG Dynamic
2020 - BMW 220i Gran Coupe M Sport

ออฟไลน์ Mike

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,559
Re: รีวิว Mercedes-Benz CLA200 Urban รถขายดีที่หาอ่านรีวิวย๊ากยาก
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2016, 08:49:05 »
ผมดีสนใจ Focus MK3 2.0 GDi มือ 2 และมี XV แล้ว
รบกวนคุณ night77 ช่วยเปรียบเทียบระหว่าง Focus vs XV ให้หน่อยครับ ในด้าน ช่วงล่าง การควบคุม การทรงตัวที่ความเร็วสูง ทางโค้ง ทางตรง handling

ขออนุญาตตอบตามความรู้สึกที่ขับนะครับ
ผมใช้ XV ตัวก่อนปรับโฉมครับ (หลักๆ รถคันนี้คุณแม่จะเป็นคนใช้ครับ)


เรื่องพวงมาลัย

Focus เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่เซ็ทมาค่อนข้างดีมากครับ ความไวและความคมกำลังดีเลยครับ
ขับในเมืองก็สบาย คล่องตัวดี ไม่ต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยมาก นอกเมืองก็สบายมาก ส่วน XV เป็นพวงมาลัยไฮดรอลิค
ก็เซ็ทมาดีมากอีกเช่นกันครับ แต่จะเสียตรงเวลามุดลัดเลาะเวลารถติด
ต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยประมาณนึง บางทีเหยียบคันเร่งแล้วหมุนพวงมาลัยคืนไม่ทันหลังจากยืนหน้าออกไป

แต่โดยรวม ผมชอบทั้ง 2 คัน ครับ เพราะทราบธรรมชาติของรถทั้ง 2 รุ่นอยู่แล้ว แต่เวลาจะขับคันไหนบางทีต้องมีสติครับ
ตอนนี้ขับ Focus นะ ตอนนี้ขับ XV นะ จะได้กะระยะเวลาแซงถูกครับ


เรื่องช่วงล่าง
Focus จะซับแรงกระแทกได้ดีกว่า XV ครับ ส่วนเรื่องการเก็บเสียงจากช่วงล่างก็ดีกว่า XV เช่นกัน แต่เวลาจั๊มคอสะพานที่ความเร็วสูง
ผมชอบ XV มากกว่าครับ Focus จะยวบกว่านิดนึง ทั้งสองคันเวลาจั๊มแรงๆ ไม่แกว่งครับ ดีทั้งคู่ แต่อย่างว่ รถเก๋ง 5 ประตู กับCrossover
ช่วงล่างเซ็ทมาคนละจุดประสงค์อยู่แล้วครับ

เรื่องการเข้าโค้ง XV มีอาการเทออกข้างน้อยกว่าครับ น่าจะมาจากการเซ็ทช่วงล่างของ Focus ที่มานิ่มกว่าครับ แต่ไม่ได้ขาดความมั่นใจนะครับ
สมมุต XV เอียง 10% Focus จะเอียง 15% ประมาณนี้ครับ อีกอย่างระบบขับ 4 ของ Subaru ด้วยครับ มั่นใจมากกว่านิดๆ เวลาเข้าโค้ง

การทรงตัวที่ความเร็วสูง 190+ ในเส้นทางเดียวกัน เส้นบูรพาวิถีช่วงประมาณเที่ยงคืนกว่า ใกล้เคียงกันมากครับ กินกันลำบาก
นิ่งแน่น ดูดถนน ทั้งคู่ครับ

โดยรวมทั้งคู่ทำคะแนนค่อนข้างสูสีครับ คันนึงก็จะได้อีกด้านนึงดีกว่า อีกคันก็จะมีอีกด้านที่ดีกว่า
แต่ติดที่เวลาขับ XV จะเซ็งนิดๆ ที่เสียงรบกวนเข้ามาค่อนข้างมาก และอัตราเร่งจะไม่ติดเท้าเท่า Focus น่ะครับ

สรุปแล้ว รักทั้งคู่ครับสองคันนี้ ไม่ผิดหวังที่ซื้อมา

ขอบคุณมากครับ แน่นอนว่าในเรื่องความ จี๊ด ยังไงๆ XV ก็ต้องเป็นรอง ยิ่ง Focus MC Ecoboost นี่น่าสนใจมากครับ ว่าจะหาเวลาไป test drive อยู่
ปล.ผมขับ XV เพิ่งได้ ไม่ถึง 2 สัปดาห์ แต่ความรู้สึกดูด ถนนเหมือนตอน test drive มันไม่มีแล้ว 555 รู้สึกเหมือนรถธรรมดาทั่วๆไป
SUBARU XV 2.0i-P 16
HONDA City SV 12
FORD Ranger Hi Rider 4DR XLT 2.2 TDCi 12
FORD Ranger Hi Rider OpenCab LIMITED 2.5 TDCi 08
TOYOTA Hilux Vigo 4DR 3.0 G 4X4 08
ISUZU Dragon Eye SpaceCab SLX 2.8 00
TOYOTA Hilux Mighty X 2.5 94
MAZDA Familia 94
MITSUBISHI Cyclone 94
TOYOTA Hilux Super Star 88