ปล่อยเกียร์ว่าง ขณะปล่อยรถไหลเข้าไฟแดง(เกียร์กระปุก)

Bank113

ที่ผมพอจะรู้มาบ้างว่า ถ้าเป็นเกียร์ ออโต้ การปล่อย เกียร์ว่างไหลเข้าไฟแดง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
อยากทราบว่า ถ้าเป็นเกียร์กระปุกปล่อยเกียร์ว่างแล้ว ไหลจอดไฟแดง
จะมีผลเสีย ต่อเกียร์ไหมคับ
พอดีวันนี้ ขัยเกียร์กระปุก เลย เกิดความสงสันขึ้นมาคับ



johnlee

ระยะสั้นๆ ไม่มีผลครับ



akewizard

ไม่น่ามีผลกระทบครับ ถ้าความเร็วไม่มาก......

ตอนเด็กๆผมดูพ่อขับรถ พอเห็นไฟแดงจะชะลอรถก่อน ใช้แรง engine เบรคไปพลางๆ
เมื่อใกล้จะถึงท้ายรถติดไฟแดงใช้วิธีเหยียบคลัช เหยียบเบรค พอรถชะลอมากแล้วก็สับเข้า N ก่อนรถหยุด ก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีปัญหาอะไรครับ
(บางคนให้รถหยุดก่อนแล้วค่อยเข้า N ก็ได้เช่นกัน)



Newhang

ไม่มีผลต่อการสึกหรอครับ



dht_tubes

ไม่น่าเป็นไรนะครับเพราะมันจะค่อยๆช้าลงอยู่แล้ว

จำได้ว่ามีครั้งนึงเคยขับรถเกียร์ธรรมดา มีน้องคนนึงนั่งไปด้วย ผมจะกลับรถ ก็ขับขึ้นเนินฝั่งนึง แล้วเหยียบคลัชแล้วปล่อยรถไหลลงมาแป๊บนึง น้องคนที่นั่งไปด้วยตกใจร้องเฮ้ย พี่รถเป็นไร

สรุปเค้าหัดขับ โดยไม่เคยสัมผัสเกียร์ธรรมดาเลยซักครั้ง ก็ขำๆกันไป




Peet Sayumpoo

เกียร์กระปุกไม่มีผลเสียใดๆต่อเกียร์ครับ สมมติว่าเข้าเกียร์ว่างลากรถ (คันที่ถูกลากเข้าเกียร์ว่าง) ลากข้ามจังหวัดได้เลย ไม่เป็นไรครับ
แต่ออโต้ห้ามทำเด็ดขาด เกียร์ออโต้ ถ้าจะลากต้องยกล้อที่ขับเคลื่อนให้ลอยขึ้น ห้ามให้ล้อนั้นหมุน

ทำอย่างที่ จขกท ว่า จริงๆผลเสียที่จะเกิดขึ้นก็มีเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องเล็กครับ โดยจะมีอยู่ 2 ข้อ

1. กินน้ำมันมากขึ้น เพราะหากไปเหยียบคลัตช์ หรือเข้าเกียร์ว่าง (มีค่าเท่ากัน) ท่านไปทำให้รอบเครื่องมันหล่นมาอยู่ที่เดินเบา
ซึ่งหัวฉีดมันก็จะสั่งฉีดน้ำมัน....ซึ่งโดยปกติจังหวะที่รถมี Engine brake อยู่ (ยกคันเร่ง แต่คาในเกียร์ไว้ ห้ามเหยียบคลัตช์หรือเข้าเกียร์ว่าง)
จังหวะนี้ถ้ารอบเครื่องอยู่สูงกว่ารอบเดินเบา (สูงกว่า 800 rpm) กล่องจะสั่งให้หัวฉีด cut off ตลอดเวลา
หรือพูดง่ายๆก็ไม่ฉีดน้ำมันลงเลยสักหยดนั้นแหละครับ ECU มันจะสั่งฉีดก็ต่อเมื่อรอบลงมาอยู่ที่รอบเดินเบาแล้วเท่านั้น
(ECU รู้ได้จากเซ็นเซอร์รอบเครื่องยนต์) อันนี้พูดถึงกรณีที่ยกคันเร่งสุดหมดอย่างเดียวน่ะครับ
แต่ถ้ากรณี้เหยียบคันเร่งนะ ยังไงก็ต้องฉีดตามที่เท้าเราสั่งอยู่แล้ว กรณีหลังไม่พูดถึง

2. เปลืองผ้าเบรกมากขึ้น และเบรกมีความร้อนสะสมมากขึ้น เพราะไม่มี Engine brake มาช่วยครับ


การขับรถเกียร์ธรรมดาที่ดีที่สุด ในจังหวะที่ยกคันเร่งลดความเร็ว คือต้องพยายามเหยีบคลัตช์ให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2018, 15:29:33 โดย Peet Sayumpoo »



NINENOI

แทบไม่มีผลครับ เท่าที่นึกออกก็เผื่อเหตุฉุกเฉินเช่นด้านหลังสิบล้อเบรคไม่ทันจะมาซัดท้ายเราถ้ายังอยู่เกียร์ว่างปล่อยไหลก็คงตกใจเหยียบคันเร่งหนีแต่รถไม่ไป
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น



kez


 เกียร์ไม่พัง  แต่เป็นวิธีการขับที่ผิด 

 ปล่อยไหลโดยตาเกียร์ไปเรื่อยๆ  จนใกล้หยุดสนิท  เหยีบยคลัช ปลดเกียร์ว่าง



TheRealMeaw

มีบางรุ่นแปลกๆ ก็มีผลครับ แต่ส่วนน้อยมาก เป็นข้อยกเว้นมากกว่า



ไทบ้าน

สมัยใช้รถเกียร์ธรรมดาผมทำประจำ  ไม่พังครับ
https://PrivateLadyEscorts.com - Date Local Private Lady - No Verify - Anonymous Casual Dating -   Local Secret Dating



No Trespassing

ไม่มีผลเสียครับ

แต่ทางที่ดีควรคาเกียร์ไว้เกือบหยุดจะดีกว่า
อย่างน้อยรถก็ยังพอมีเอนจี้นเบรคช่วยหน่วงได้บ้าง

เคยลองกับกระบะที่ทำงาน เป็นวีโก้ Champ 2.5G 4 ประตู เกียร์ธรรมดา
แค่ถอนคันเร่งออกปั้มก็หยุดจ่ายน้ำมันแล้ว (ดูจากมาตรวัด MID) ต่อให้คาเกียร์ไว้ก็ตามครับ



DiKiBoyZ

ไม่มีความจำเป็นอะไร ต้องเข้า N แล้วปล่อยไหล

เพราะเขาเกียร์ค้างไว้ ยกคันเร่ง ก็แทบไม่ต้องใช้เบรคละ จนรถเกือบจะหยัด ค่อย เปลี่ยนเป็น N

ปกติคันที่ใช้ประจำเป็น AT แต่บางครั้งก็ขับรถอีกคัน(กระบะ) เป็นเกียร์ MT ผมจะติดนิสัย คือ เมื่อไกล้ๆ ถึงไฟแดง จะค่อยๆ เชนเกียร์(พร้อมกดคันเร่งช่วย เพื่อไม่ให้รถกระชากเกินไป) ลงมาเรื่อย แบบ 4->3->2->1->N  ไม่ค่อยทำแบบ 4->N เลย ไม่รู้ติดมาจากไหน  ::) ::)



TheRealMeaw

เมื่อไกล้ๆ ถึงไฟแดง จะค่อยๆ เชนเกียร์(พร้อมกดคันเร่งช่วย เพื่อไม่ให้รถกระชากเกินไป) ลงมาเรื่อย แบบ 4->3->2->1->N  ไม่ค่อยทำแบบ 4->N เลย ไม่รู้ติดมาจากไหน  ::) ::)

วิธีนี้ดีสุดละครับ เซฟซินโครเมชด้วย ผมก็ทำ ฝึก Heel and toe ด้วยก็ได้ถ้าอยากไปให้สุดครับ เพราะบางทียกคันเร่งเฉยๆไม่พอ



flat6


 เกียร์ไม่พัง  แต่เป็นวิธีการขับที่ผิด 

 ปล่อยไหลโดยตาเกียร์ไปเรื่อยๆ  จนใกล้หยุดสนิท  เหยีบยคลัช ปลดเกียร์ว่าง

+1
เบื่อเด็กน้อยพึ่งมีรถ



kakashi

ทำไมเกียร์ออโต้ ถึงทำไม่ได้ครับ ทั้งลากรถเกียร์ว่าง กับ N ก่อนถึงไฟแดง
พอดีขับสามห่วงออโต้ ก็ทำแบบนี้มาหลายปี เคยลากรถด้วยเกียร์ N
ก็ไม่เห็นจะเป็นไร ^^



Peet Sayumpoo

ทำไมเกียร์ออโต้ ถึงทำไม่ได้ครับ ทั้งลากรถเกียร์ว่าง กับ N ก่อนถึงไฟแดง
พอดีขับสามห่วงออโต้ ก็ทำแบบนี้มาหลายปี เคยลากรถด้วยเกียร์ N
ก็ไม่เห็นจะเป็นไร ^^

มันไม่พังในทีเดียวครับ แต่มันจะทำให้เกียร์อายุสั้นลง เหตุผลเพราะน้ำเกียร์ออโต้ใช้ระบบไหลเวียนคนละแบบกับเกียร์ธรรมดา
เกียร์ธรรมดาจะใช้วิธีแบบง่ายๆเลยคือ เอาเฟืองแช่น้ำมัน เมื่อเฟืองหมุน เฟืองก็จะตีน้ำมันขึ้นไปหล่อเลี้ยงทั้งห้องเกียร์โดยธรรมชาติ
พูดง่ายๆก็คือเกียร์ธรรมดาจะใช้แรงหมุนของเฟืองเกียร์ทำให้น้ำมันไหลเวียนหล่อลื่นตัวมันเอง

แต่ระบบไหลเวียนน้ำมันของเกียร์ออโต้นั้นต่างออกไป เกียร์ออโต้จะใช้ปั๊มน้ำมันเกียร์ ปั๊มน้ำมันจากอ่างขึ้นไปหล่อลื่นเกียร์
โดยจะใช้โซ่ขับปั๊มน้ำมัน ซึ่งโซ่ตัวนี้จะต่ออยู่กับลูกทอร์คอนเวอร์เตอร์ ซึ่งลูกทอร์คมันต่ออยู่กับข้อเหวี่ยง
ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือระบบหล่อลื่นของเกียร์ออโต้"ต้องอาศัยการหมุนจากเครื่องยนต์ เพื่อให้ระบบทำงาน"

กรณีถ้า

1. ดับเครื่องแล้วลากรถโดยที่ล้อขับเคลื่อนสัมผัสอยู่กับพื้น (ล้อขับเคลื่อนหมุน)
- กรณีนี้จะเสียหายมากสุด เพราะแน่นอน เครื่องไม่ทำงาน = ระบบหล่อลื่นไม่ทำงาน โดยที่มีชิ้นส่วนในเกียร์หมุนถูกันอยู่
แน่นอนครับ เหล็กถูเหล็กโดยที่ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น คงไม่ต้องบอกว่าจะเป็นไง แต่ทั้งนี้จะเสียหายมากน้อยขนาดไหน จะพังเลยมั๊ยหลังจากลาก
ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะทางที่ลากด้วย (แต่คนที่มีความรู้ รู้งาน เค้าจะไม่ลากแบบนี้กันอยู่แล้ว)

2. ติดเครื่องให้เดินเบา เข้าเกียร์ N แล้วลากรถโดยที่ล้อขับเคลื่อนสัมผัสอยู่กับพื้น (ล้อขับเคลื่อนหมุน)
- กรณีนี้จะเสียหายน้อยกว่ากรณีแรก เพราะเครื่องทำงานอยู่ ระบบหล่อลื่นทำงาน แต่.....
เกียร์ออโต้ เวลาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ N แล้วเดินเบา "แรงดันน้ำมันเกียร์ในระบบหล่อลื่นจะน้อยกว่าตอนที่เข้าเกียร์ D แล้ววิ่ง"
นั่นหมายความว่า หากลากจูงรถที่ให้มันวิ่งมีความเร็ว มันก็จะมีชุดเฟืองบางตัวในเกียร์มันหมุนเร็ว มันต้องการแรงดันน้ำมันเกียร์มาก
เพื่อให้น้ำมันไหลเวียนในระบบด้วยความสูง เพื่อให้หล่อลื่นทั้งระบบได้ทั่วถึง
การที่ไปเข้าเกียร์ตำแหน่งเกียร์ N โดยที่รถวิ่งมีความเร็วอยู่ มันก็คือการทำให้ในระบบเกียร์ได้รับการหล่อลื่น"ไม่ทั่วถึง" 100%
ตามที่มันควรจะเป็นนั่นเอง....แต่ทั้งนี้จะเสียหายมากน้อยขนาดไหน จะพังเลยมั๊ยหลังจากลาก
ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะทางที่ลากด้วย แต่กรณีนี้ไม่นาจะถึงพังในทีเดียวครับ แค่สึกหรอกว่าปกติ ไม่เหมือนกรณีที่ 1 อันนั้นจะเสียหายมากกว่า
อย่างกรณีที่ 2 หากเป็นการปลดลงมาเกียร์ N ตอนที่ความเร็วลงมาต่ำกว่า 20 km/h แล้ว ก็อาจไม่ได้ส่งผลอะไรร้ายแรงมากนักครับ
แต่ถ้าเป็นการลากไปด้วยความเร็วสูงเกิน 60 อันนั้นมีผลให้สึกหรอกว่าปกติแน่นอนครับ

หวังว่าคงนึกภาพออกตามออกน่ะครับ


แต่ทั้งนี้ทั้ง แม้มันอาจจะไม่พังในทีเดียว แต่ก็ทั้ง2กรณีก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ....ยกเว้น
ยกเว้นว่าท่านจะอยากให้เกียร์ออโต้ลูกที่ใช้อยู่อายุสั้นลงครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2018, 21:42:08 โดย Peet Sayumpoo »



toonze

MT ไม่มีผลเสียใดๆครับ



Tien.W

จำได้ว่า

ครั้งนึง เคยติดไฟแดงอยู่แยกบางคล้า เข้า D เหยียบเบรคไว้ มองกระจกหลัง เห็น Ford Explorer เบรคดังลั่นมาแต่ไกล ... มือไวครับ หักหลบวิ่งไหล่ทางขวา พร้อมกระทืบคันเร่งสุด ขึ้นไปประกบคันหน้าครับ

ประกบปุ๊บ ... Ford คันหลัง ก็เข้ามาจอด ในตำแหน่งเดิมผมทันที

คิดกลับว่า ถ้าเป็นเกียร์ M/T ปล่อยไหลเข้า เจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ตูดบาน ล่ะครับ คงเข้าเกียร์ไม่ทัน



Activehybrid

ไม่มีผลหรอก เกียร์ออโต้ก็ไม่มีผล ผมอยู่ในกทม. ทำมา10ปีแล้ว
แต่เกียรผมเคยพังครั้งนึงตอนเอาไปเอนจิ้นเบรคลงเขาอะ(ปุ่มกดระบบลงเขา เกียร์ต่ำกว่าปกติอัตโนมัติ)เล่นเอาเกียร์เอ๋อไปเลยวิ่งต่อไม่ได้ หลังจากนั้นใช้เบรคอย่างเดียว



cadherin

ใส่เกียร์ไว้แบบความเห็นบน ปลอดภัยกว่านะครับ เผื่อคันหน้าเบรคฉุกเฉิน
 เหยียบเบรคบอกรถที่ตามหลังด้วย เดี๋ยวโดนจูบท้าย เซ็งแย่เลย



SETTHASART

กระบะคันเก่าใช้จนหงำหงึกไม่มีอะไรเสียหายนะครับ คันใหม่ก็ทำเหมือนกัน 3 ปีแล้วก็ไม่มีอะไรพัง แต่ผมจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้เอนจิ้นเบรกครับ และอยู่ในช่วงที่ความเร็วต่ำๆ



lucifer

คือถ้าเข้าใจเรื่องโครงสร้างของเกียร์แมนนวลแล้ว ก็จะทราบเองแหละครับ  มันสามารถทำได้โดยไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ   

ผิดกับเกียร์อัตโนมัติที่ไม่แนะนำให้ทำ แต่ก็พอจะทำได้โดยต้องเข้าใจก่อนว่า มันคนละกรณีกับการลากจูงรถเกียร์ออโต  เพราะปั้มน้ำมันเกียร์ที่ทำหน้าที่ส่งน้ำมันเกียร์ออกไปเพื่อ หล่อลื่น ระบายความร้อน และส่งกำลัง มันมีอยู่ 2 ตัว   ตัวแรกจะรับแรงจากชุดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ (TC) ซึ่งกังหัน impeller ในชุด TC มันจะหมุนตามเครื่องยนต์อยู่แล้ว  ถึงแม้จะเป็นรอบเดินเบามันก็จะหมุน  มันจะหยุดหมุนกรณีเดียว คือ ใส่เกียร์ D แล้วเหยียบเบรคไม่ให้รถขยับเท่านั้นแหละครับ  มันถึงจะหยุดหมุน   ส่วนปั้มอีกตัวรับแรงจากชุดเฟืองท้าย ซึ่งจะหมุนตามล้อ  ดังนั้นหากเดินเบา ใส่เกียร์ N แล้วปล่อยไหล  มันก็ไม่มีปัญหา  แต่ถ้าเครื่องดับ แล้วลากรถ ปั้มตัวสองจะทำงานเพียงตัวเดียว  อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการหล่อลื่นชิ้นส่วน

แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจ  เกียร์ออโตออกแบบให้ใส่เกียร์ D ในจังหวะที่รถหยุด  แต่ถ้ารถไหล แล้วเราปลดไป N แล้ว คืนกลับมา D ชุด Brake band ที่ทำหน้าที่หยุดการหมุนฟรีของชุดเฟืองภายในเกียร์จะต้องทำงานหนักขึ้น  การสึกหรอก็จะมากขึ้นตามไปด้วย   ดังนั้นให้ระวังตรงจุดนี้ไว้ก็แล้วกันครับ

อย่างไรก็ตาม  ไม่มีคำแนะนำว่า ให้ปลดเกียร์ D ไปเกียร์ N ในขณะรถไหลอยู่นะครับ   มันยังมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ใช้อธิบายว่า ไม่น่าจะทำอยู่เช่นกัน

 :) :) :) :) :) :) :) :) :) :)

ส่วนข้อเสียของการใส่เกียร์ว่าง ในเกียร์แมนนวล แล้วปล่อยให้รถไหลไปนั้น   ก็คือ เราจะไม่มี engine brake ครับ   แล้วเราจะต้องพึ่งแรงเบรคจากระบบเบรคเพียงอย่างเดียว  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังว่าระยะเบรคจะยาวขึ้น

( ถ้าใครทันปีที่น้ำมันดีเซลลิตรละ 45 บาท  เบนซินลิตรละ 50 บาท   เราจะเห็นรถกระบะดีเซลหลายคันทำแบบนี้  คือ วิ่งๆอยู่  แล้วปลดเป็นเกียร์ว่างให้รถไหลไปเองด้วยแรงเฉื่อย  ผมคนหนึ่งก็ทำครับ    มันจำยอม )