ผู้เขียน หัวข้อ: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย  (อ่าน 6263 ครั้ง)

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
สวัสดีสมาชิก headlightmag ทุกท่าน อีกครั้งครับ คราวนี้ผมก็จะมารีวิวรถ Holden อีกรุ่นหนึ่งครับ ซึ่งน่าจะเป็นรถที่หลายๆท่านอยากให้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ขอเชิญพบกับ SUV บ้าพลังจากGMครับ Holden Equinox



เป็นอีกครั้งที่ผมใช้บริการรถเช่าจากแอปพลิเคชั่นชื่อว่า Maven เป็น Car sharingของ GMเอง ในส่วนของCar sharingนั้น เป็นการเช่ารถแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังนิยมในหลายๆประเทศ โดยจะแตกต่างจากการเช่ารถทั่วไป ที่ต้องเช่ากับบริษัทเช่ารถชื่อดังที่หลายๆท่านอาจเคยได้ยิน อย่าง HERTZหรือ BUDGET และมีการวางมัดจำและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ แต่กับCar sharingนั้น การเช่ารถนั้นง่ายดายและสะดวกกว่านั้นเยอะครับ ในส่วนของMavenนั้น เพียงแค่โหลดแอปมาแล้ว ทำการสมัครโดยใช้เอกสารแค่2อย่างนั้นเท่านั้นครับ คือบัตรเครดิต/เดบิต และใบขับขี่เท่านั้น แต่แอปนี้เหมาะสำหรับนร.ไทยหรือคนไทยที่เป็น permanent resident  มากกว่าครับ เพราะต้องใช้ใบขับขี่ของออสเตรเลียเท่านั้น แม้ที่จริงแล้วกรณีวีซ่านร.ใช้ใบขับขี่ไทยในการขับรถที่ออสเตรเลียได้ ไม่มีปัญหาครับ แต่ผมเลือกที่จะทำใบขับขี่ของออสเตรเลียด้วยเลย เพราะเราสามารถใช้เป็นIDได้ ไม่ต้องพกพาสปอร์ตไปด้วย และที่สำคัญคือ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าความสามารถในการขับขี่ของเรานั้น ได้มาตรฐานดีพอที่จะขับรถที่ออสเตรเลีย ซึ่งมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดกว่าเมืองไทยมากๆ กลับมาเรื่องเช่ารถต่อครับ เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาประมาณ2วันครับ การสมัครถึงจะเสร็จสมบูรณ์ และเราสามารถเช่ารถได้ทันที คำว่าทันทีของผมคือทันทีจริงๆครับ คุณสามารถเปิดดูว่ารถคันไหนว่างอยู่ และกดเช่าได้เลยครับ ไม่ต้องรอเวลาทำการ เหมือนบริษัทเช่ารถทั่วไป รถมีให้เลือกหลายรุ่นตามต้องการครับ ต่างจากบริษัททั่วไปที่เราเลือกประเภทของรถ แล้วอาจต้องมาลุ้นอีกว่าจะได้รถยี่ห้อไหน รุ่นอะไร



หนนี้ผมเลือกรถsuv  เพราะจะเดินทางออกไปนอกเมือง ซึ่งน่าจะให้ความสะดวกสบายมากกว่ารถเก๋ง เป็นรุ่นที่เชื่อว่าหลายท่านอยากจะให้เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ทดแทนChevrolet Captiva ซึ่งก็คือ Holden/Chevrolet Equinox นั่นเองครับ ค่าเช่ารถราคาถูกมากเพียงแค่80$ต่อวัน ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมน้ำมันเต็มถังฟรี1ครั้ง

การเดินทางไปเอารถของMaven ถือเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งที่ผมพบเจอ เพราะแย่กว่าการไปเช่ากับบริษัททั่วไปอีก บริษัทเช่ารถทั่วไปนั้น มักจะตั้งอยู่ในเมือง หรือสถานที่สำคัญๆอย่างสนามบินหรือสถานีรถไฟ แต่แรกนั้นMaven จะเลือกจอดรถของตัวเองไว้ตามศูนย์บริการหรือดีลเลอร์รอบๆเมลเบิร์น แต่ไปมา กลับย้ายเอารถทุกคันมาจอดอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของตัวเอง ตรงPort Melbourne ซึ่งเป็นย่านอุตสาหกรรม มีเพียงรถบัสเท่านั้นที่ผ่าน โดยนั่งมาจากสถานีรถไฟ Southern Cross หรือถ้าใครคิดว่ายุ่งยากไป ก็ใช้บริการUberได้ครับ สะดวกกว่ามาก เมื่อถึงสำนักงานของHolden ซึ่งตั้งอยู่ที่191 Salmon st. Port Melbourne ก็เดินเข้าไปด้านหลังครับ จะเป็นลานจอดรถกว้างๆ ผมเลยได้มีโอกาสเจอรถแปลกๆ ที่ทางGM นำเข้ามาทดสอบ เป็นรถที่ไม่มีขายที่ออสเตรเลียด้วยซ้ำ อย่างเช่น Cadillac, Chevrolet Bolt


Chevy Bolt จอดชาร์จแบตตรงตึกจอดรถ ที่ผมเดินผ่านระหว่างไปรับรถครับ

เราเปิดแอปขึ้นมาครับ เมื่อใกล้ถึงเวลาที่เราจองรถไว้ แอปจะมีรูปรถขึ้นมา ระยะเวลาที่เราจอง ซึ่งจองได้ตั้งแต่รายชม.หรือเป็นวันก็ทำได้ ทะเบียนรถ ที่เราทำก็เพียงแค่เดินไปยังล็อคที่จอดของMaven และมองหารถเท่านั้น แล้วกุญแจรถล่ะ ไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนหรือ คำตอบคือไม่ต้องครับ มือถือเรานี่แหละครับ กญแจรถ เพียงแค่เดินไปที่รถแล้วเชื่อต่อบลูทูธเข้ากับตัวรถ  หน้าแอปก็จะมีปุ่มสำหรับปลดล็อครถขึ้นมาครับ แล้วเราก็ใช้มือถือเราเสมือนกุญแจของรถเลยครับ ใช้ล็อคและปลดล็อค รวมถึงสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย ฟังค์ชั่นนี้จะใช้ได้กับรถที่เป็นKeyless Entryและ Push Startเท่านั้นครับ ส่วนรุ่นอื่นที่ใช้กุญแจอย่างColorado ก็เพียงแค่เดินไปออฟฟิศ รปภ.ใกล้ๆครับ จะมีจนท.อยู่ เพียงแค่โชว์หน้าแอปกับใบขับขี่ให้ดูครับ


ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:03:12 »
กลับมาดูพระเอกของเราในวันนี้ต่อครับ ในแอปไม่ได้บอกว่าเราจะได้รุ่นย่อยไหนครับ ผมเลยต้องมาลุ้นในวันจริง ปรากฏว่า Holden Equinox ที่ผมได้ขับนั้นเป็นรุ่นย่อยกลางอย่าง LT จะดีใจก็ดีใจไม่สุดครับ เพราะผมอยากได้รุ่นท็อปอย่าง LTZหรือLTZ-V ซึ่งจะจัดเต็มกว่าทั้งออปชั่นและลูกเล่นที่มากกว่าแต่ใช่ว่า LT จะแย่ครับ มาดูกันครับว่า Holden Equinoxนั้น มีรุ่นย่อยใดบ้าง

-LS เป็นรุ่นเริ่มต้น มีเครื่องเบนซิน1.5T ขับเคลื่อนล้อหน้า มีระบบส่งกำลังให้เลือก2แบบคือเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ6สปีด ได้ล้อ17นิ้ว

-LS+ เหมือนLS มีเครื่องดีเซล1.6T ในเลือกเพิ่มขึ้นมา จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ6สปีดเช่นกันและเพิ่มออปชั่นความปลอดภัยให้มากกว่า

-LT ได้เครื่องเบนซิน2.0T จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ9สปีด และเครื่องดีเซล1.6T ขับเคลื่อนล้อหน้า ได้ล้อ18นิ้ว

-LTZ เหมือนLT แต่เลือกรุ่นขับเคลื่อน4ล้อ Awdได้ มีออปชั่นความสะดวกสบายมากกว่าและล้อขนาด19นิ้ว

-LTZ-V เหมือนLTZ แต่ได้Awdเป็นมาตรฐาน และได้ panoramic sunroof

 

Holden Equinoxเป็นชื่อที่ใช้จำหน่ายที่ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์เท่านั้น ส่วนภูมิภาคอื่นจะใช้ชื่อว่า Chevrolet Equinox ในส่วนของชื่อรุ่นนั้น อ่านว่าอิ-ควิ-นอกซ์ มาจากภาษาละติน แปลว่า กลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน หลายท่านอาจเกาหัวแกรกๆ อิหยังวะ ชื่อรุ่นรถอะไรเนี้ย แต่แท้จริงแล้วเป็นความหมายในทางดาราศาสตร์ที่จะมีเพียง2วันใน1ปีเท่านั้น ที่ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรพอดี 2วันนี้จะสำคัญสำหรับซีกโลกเหนือและใต้ เป็นการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ช่วงกลางวันหรือกลางคืนจะยาวนานขึ้น ส่วนออสเตรเลียที่อยู่ซีกโลกใต้นั้น จะต่างกันกับซีกโลกเหนือที่กลางปีจะเป็นฤดูร้อน ส่วนออสเตรเลียจะหนาวเข้ากระดูก ส่วนช่วงคริสต์มาส ซึ่งที่อื่นหนาวกัน แต่ที่ออสเตรเลียนั้น ร้อนตับแตกยิ่งกว่าเมืองไทยซะอีก ซึ่งผมเองอยากทราบมากว่าทำไมGM ถึงเลือกใช้ชื่อนี้กับรถSUVของพวกเขากัน หรือต้องการจะสื่อถึงอะไร



กลับมาเรื่องHolden Equinoxกันต่อ ในตลาดโซนเอเชียและโอเชียเนียนั้น Equinoxมาขายแทน Captiva ซึ่งลากขายมานานมาก สมควรแก่การเปลี่ยนโฉม แต่ในโซนอเมริกานั้น รุ่นปัจจุบันถือเป็นเจนที่3แล้ว เนื่องจากCaptivaไม่มีวางจำหน่าย GMเลยผลิตEquinoxขึ้นมา สำหรับวางจำหน่ายในภูมิภาคนี้แทน ตั้งแต่ปี2005แล้ว


ตัวรถนั้นดูเหมือนใหญ่กว่าCaptiva แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเส้นสายของตัวรถนั้นดูหลอกตา Equinoxนั้นสั้นกว่า แคบกว่า แต่ฐานล้อยาวกว่า ในความรู้สึกของผมนั้น งานออกแบบนั้น ดูดีกว่าCaptiva ดูพรีเมี่ยมกว่า หรืออาจจะเป็นเพราะเห็นCaptivaจนชินตา ทั้งที่ไทยและออสเตรเลีย แล้วรู้สึกว่าEquinoxนั้นดูแพงกว่า แต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งด้วยกัน ตัวรถพึ่งเปิดตัวเมื่อปี2017 แต่ไม่รู้ว่าดีไซเนอร์ออกแบบไว้เมื่อไหร่ Equinoxกลับดูธรรมดาไปเสียอย่างนั้น โดยคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน หรือ Mid-size SUV นั้นเป็นตลาดที่ดุเดือดมากในออสเตรเลีย มีกว่า10แบรนด์ลงสู้ในตลาดกลุ่มนี้ โดยมีหลายรุ่นจำหน่ายในไทยทั้ง Mazda CX5, Nissan X-trail, Honda CRV,Subaru Forester และรุ่นอื่นๆที่ไม่มีอย่าง Toyota Rav4, Kia Sportage, Hyundai Tucson,Mitsubishi Outlander  ส่วนของHoldenเอง แม้จะถือว่าเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่เก่าแก่อยู่คู่กับคนออสซี่มานาน แต่กลับสู้ผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นหรือเกาหลีไม่ได้ บนท้องถนนนั้น ถือว่าEquinoxเป็นรุ่นหายากมาก ต่างจากCaptiva ที่ยังหาได้ง่ายกว่า

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:10:30 »
-Exterior

Equinoxถือว่าเป็นรถที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ สดๆซิงๆเลย ถูกนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อปลายปี2017 โดยนำเข้าทั้งคันมาจากเม็กซิโก ทรวดทรงมาสไตล์เมกันจ๋าๆเลย กระจังหน้าแบบ2ชั้น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HIDพร้อมDRL  ส่วนไฟเลี้ยวกับไฟตัดหมอกอยู่ตรงกันชน ชายล่างเป็นพลาสติคสีดำ ตัวถังภายนอกเป็นสีดำชื่อ Tuxedo Black ชายล่างนี้เลยดูกลมกลืนกันดี ด้านหน้ารถนั้นดูโฉบเฉี่ยว งานออกแบบคล้ายๆรถรุ่นอื่นในเครือ อย่าง Cruze หรือ Malibu ล้อที่ให้มามีขนาด18นิ้ว เป็นลาย5ก้านคู่ ดูเหมือนตัวY เป็นลายล้อที่ผมมองว่าสวยกว่าลายในรุ่นท็อปอย่างLTZด้วยซ้ำ บานประตูดูเรียบๆ มือจับมีปุ่มล็อคและปลดล็อคมาให้ทั้ง4บาน ประตูสำหรับแถวกลางยาวกว่าคู่หน้ามาก จนนึกว่าทำเผื่อผู้โดยสารแถว3 เพียงแต่ว่าEquinox นั้นมีเพียงแค่5ที่นั่งเท่านั้น กระจกมองข้างทรงเรียวยาวพร้อมไฟเลี้ยว





จุดเด่นหนึ่งที่ผมชอบ ไม่เฉพาะกับEquinoxเท่านั้น แต่รวมถึงรถSUVหรือกระบะหลายรุ่นของGMคือ การมีชื่อรุ่นแปะอยู่ตรงประตูบานหน้า ทั้งฟอนต์และการจัดเรียง โคตรเมกันเลย ไปต่อกันที่ท้ายรถครับ เป็นส่วนที่ผมมองว่าเรียบๆค่อนไปทางเชยด้วย เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไฟท้ายเป็นแนวนอน ตรงกันชนมีแผงทับทิมตรงมุมซ้ายและขวา ถัดลงมาเป็นเส้นโครเมี่ยมลากยาว เซนเซอร์กะระยะ และท่อไอเสียคู่ออกมุมซ้ายและขวาของกันชน เสาอากาศแบบธรรมดา และไม่มีราวหลังคามาให้



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2019, 17:43:51 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:16:19 »
-Interior

งานออกแบบภายในของEquinoxนั้น คล้ายๆกับรุ่นอื่นของGM ไล่จากขวามาซ้ายนะครับ แผงข้างประตูบุนุ่ม สัมผัสดี มือเปิดโครเมี่ยม ปุ่มล็อคและปลดล็อคอยู่ติดกัน ตรงส่วนที่ท้าวแขนนั้น เป็นปุ่มกระจกไฟฟ้า onetouchขึ้นลง แค่ฝั่งคนขับ และปุ่มปรับและพับกระจก ถัดมาเป็นช่องแอร์ล้อมกรอบด้วยโครเมี่ยมแบบด้าน ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับเปิดปิดไฟหน้า ไฟตัดหมอก ปุ่มปรับความสว่างของแผงหน้าปัดและปรับองศาไฟหน้า





พวงมาลัยหุ้มหนัง3ก้าน ให้สัมผัสที่ดีมากๆ กระชับมือ ตรงก้านแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยม ปรับใกล้-ไกล สูง-ต่ำได้ มาดูปุ่มกันครับ ปุ่มเป็นวัสดุยางเหมือนปุ่มกดมือถือรุ่นเก่าๆเลยครับ ไม่แน่ใจว่าใช้ไปนาน จะเสื่อมจนกดไปจะทะลุไหม ฝั่งซ้ายเป็นปุ่มควมคุมCruise Control ระบบเตือนกันชนหน้าด้าน ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลน และSpeed Limiter ก้านฝั่งขวาเป็นปุ่มควบคุมหน้าปัดและโทรศัพท์ แล้วปุ่มควบคุมเครื่องเสียงล่ะ หรือGMงก ให้กดเปลี่ยนตรงหน้าจออย่างเดียว ไม่ครับ GMซ่อนไว้ตรงที่ๆคุณอาจไม่คิดมาก่อน ผมเองยังเจอด้วยความบังเอิญ เพราะปุ่มเหล่านั้นอยู่ตรงหลังก้านพวงมาลัยครับ ที่ๆรถส่วนใหญ่ติดตั้งแพดเดิ้ลชิฟท์ ปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มเปลี่ยนคลื่นวิทยุ/เพลง อยู่ที่ฝั่งซ้ายและขวา เข้าใจคิดเหมือนกันGM คอนโซลใช้วัสดุบุนุ่มเช่นกัน ก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านขวา ก้านปัดน้ำฝนอยู่ฝั่งซ้าย หน้าปัดเป็น2วงใหญ่ วัดรอบอยู่ด้านซ้าย คันนี้ให้มา8000รอบ เลยมั่นใจได้ว่าเป็นเครื่องเบนซิน ฝั่งขวาเป็นมาตราวัดความเร็ว ให้มาถึง260 ให้มาเผื่อเยอะมาก สำหรับประเทศที่ความเร็วตั้งลิมิตไว้ที่110 ข้างบนเป็นวัดน้ำมันกับอุณหภูมิหม้อน้ำ ตรงกลางเป็นหน้าจอแสดงสถานะต่างๆของตัวรถ กดดูได้ที่ก้านพวงมาลัยด้านขวา





หน้าจอตรงกลางมีขนาด8นิ้ว เป็นทัชสกรีนพร้อมHolden/Chevrolet MyLink รองรับApple carplayและ Andriod Auto มีระบบนำทาง AUXและUSB ลำโพง6ตัว นอกจากนี้หน้อจอตรงนี้ยังสมารถตั้งค่าต่างๆของตัวรถได้ เช่น ตั้งการปลดล็อคได้ว่าจะได้กด1ครั้งสำหรับคนขับบานเดียวหรือทั้ง5บาน รวมถึงเวลาล็อครถพร้อมไฟฉุกเฉินและเสียงแตร ซึ่งเป็นอย่างแรกที่ผมเลือกปิดเลย เพราะหนวกหูทุกครั้งเมื่อล็อครถ ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดไฟฉุกเฉิน ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ สามารถแยกทำงานซ้ายขวาได้และปุ่มอุ่นเบาะคนขับและผู้โดยสารคู่หน้า ข้างใต้เป็นช่องวางของวางมือถือได้ มีแผ่นกันลื่น ไม่ให้มือถือหล่นออกมา แต่ในรุ่นท็อป ตรงนี้จะเป็นWireless Chargerสำหรับมือถือ มีช่องต่อไฟ12V ช่องเสียงUSBและAUX ส่วนของฝั่งผู้โดยสารจะมีเป็นตาข่ายสำหรับใส่ของหรือขวดน้ำได้





มาดูคอนโซลกลางกันต่อ ปุ่มเปิดปิดระบบช่วยจอด คันเกียร์หุ้มหนัง ปุ่มเบรกมืออยู่ด้านซ้าย เกียร์ดันลงมาตรงๆได้เลย ไม่ใช่แบบขั้นบันได บนฐานไม่มีโยก+- เพราะเป็นอีกครั้งที่GM อยากทำในสิ่งที่ไม่เหมือนชาวบ้าน โดยใช้การเปลี่ยนManual Mode อยู่บนหัวเกียร์ กดข้างบนเพื่อเพิ่ม กดข้างล่างเพื่อลด ปกติผมเป็นคนที่คลั่งการขับเกียร์ธรรมดามาก พอจำเป็นต้องมาขับรถเกียร์อัตโนมัติ สิ่งแรกที่ผมมองหาคือรถคันนั้นมีManual Modeไหม อย่างน้อยก็ทำให้การขับขี่ไม่จืดชืดเกินไป พอลองใช้ของEquinoxแล้ว ทั้งทริปผมเลยได้แต่เข้าเกียร์Dอย่างเดียว การเลือกตำแหน่งเปลี่ยนเกียร์เองแบบนี้ มันแย่กว่ารุ่นอื่นๆมาก ไม่ต่างกับการไม่มีเลย เรื่องนี้ลดทอนความสนุในการขับขี่ไปด้วยซ้ำ ซึ่งจุดนี้รุ่นถูกสุด 1.5Tกับเกียร์ธรรมดา น่าจะเป็นรุ่นที่สร้างความตื่นเต้นในการขับขี่มากกว่า ถัดมาเป็นช่องวางแก้ว2จุด กล่องเก็บของตรงคอนโซลกลางใหญ่และลึกมาก เบาะเป็นเบาะผ้า สากกำลังดีครับ เป็นลายข้าวหลามตัด เดินด้ายสีส้ม ปรับได้6ทิศทางด้วยกำลังมือของตัวเองครับ ปรับไฟฟ้าต้องข้ามไปหารุ่นLTZ



ข้ามมาเบาะหลังครับ กว้างขวางและนั่งสบายมาก มีช่องแอร์ USB และช่องไฟ12Vมาให้ ไม่มีอุ่นเบาะให้ ต้องไปรุ่นท็อปเท่านั้น ตัวเบาะพับได้60:40 มาพร้อมที่ยึดเบาะเด็ก ISOFIX เปิดฝาท้ายขึ้นมา ที่เก็บของด้านหลังใหญ่โตมาก ยิ่งพับเบาะลงไปใช้เป็นที่นอนเวลาไปตั้งแคมป์ได้สบายๆเลยครับ และที่สะดวกไปกว่านั้นคือมีปุ่มพับเบาะหลังมาให้ด้วยครับ ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปพับเอง เลือกได้ว่าจะพับแค่40หรือ60 จะเอาลงหมดก็แต่ดึงพร้อมกันครับ ยกแผ่นปิดที่วางสัมภาระขึ้นมา มียางอะไหล่และอุปกรณ์เปลี่ยนยาง ยางเป็นแบบล้อเดฟกระทะสีดำ วิ่งได้ไม่เกิน80กม/ชม.



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2019, 18:04:24 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:20:30 »
-Performance

Holden Equinox มีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง3แบบ พ่วงระบบอัดอากาศทั้งหมด เริ่มต้นด้วยเบนซิน1.5T 170แรงม้า มีเฉพาะรุ่นย่อยLSกับLS+ ขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น ถัดมาเป็นเครื่องดีเซล1.6T 137แรงม้า มีให้เลือกทุกรุ่นย่อยยกเว้น LS ส่วนคันที่ผมขับนั้นจะได้เครื่องยนต์ตัวท็อปสุด พละกำลังมากสุด มากกว่าคู่แข่งในพิกัดเดียวกันทุกคัน เป็นเครื่อง2.0T มีรหัสว่าLTG เป็นเบนซินไดเร็คอินเจคชั่น พ่วงเทอร์โบแบบTwin-scroll พร้อมIntercooler ให้กำลังสูงสุด 252แรงม้าที่ 5500รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด353นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ9สปีด ในรุ่นย่อยLTที่ผมขับ มีให้เลือกแค่ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนLTZและLTZ-V สามารถจับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อAwdได้ อัตราเร่งถือเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ ยิ่งถ้าปิดtraction control กระทืบคันเร่ง ล้อหน้าก็มีฟรีให้เห็นแล้วครับ เกียร์9สปีด ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลมาก ไม่มีการรอหรือคิดให้เสียเวลา เปลี่ยนเกียร์ได้ตามที่ใจต้องการ จะมีแค่ปุ่มManual Modeที่ทำให้ผมไม่ได้สนุกอย่างเต็มที่กับ252ม้า




ต้องขออภัยสำหรับท่านใดที่สนใจเรื่องข้อมูลอัตราเร่ง ความเร็วสูงสุด หรืออัตราสิ้นเปลือง ผมไม่มีโอกาสได้ทดลองจริงๆจังนะครับ โดยเฉพาะเรื่องความเร็วที่เสี่ยงโดนกล้องจับความเร็ว ซึ่งไม่คุ้มกับค่าปรับที่ต้องเสีย รวมถึงแต้มที่จะโดนตัด

ทริปนี้ผมเลือกไปเที่ยว Arthur’s Seat เป็นกระเช้าขึ้นเขา เห็นวิวทะเล อยู่ไม่ไกลจากเมลเบิร์นมากนัก ใช้เวลาราวๆ1ชม.ก็ถึงแล้วครับ เส้นทางจากในเมืองเป็นฟรีเวย์ ถนนหนทางของออสเตรเลียนั้นดีอยู่แล้ว Equinoxเองก็ขับได้ดีบนทางเรียบ เสียงรบกวนน้อยมาก เพราะทางHoldenเองก็ยัดวัสดุซับเสียงมาเต็มที่เพื่อช่วยลดเสียงจากภายนอก พอถึงกระเช้านั้น จะเริ่มด้วยการขึ้นจากด้านล่างก็ได้ หรือจะขับรถขึ้นเขาเพื่อนั่งลงมาก็ได้ เส้นทางขับขึ้นนั้นค่อนข้างชัน เป็นถนน2เลนสวนกัน โค้งหักศอกหลายโค้ง เจ้าEquinoxทำได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร ผมกลั้นใจลองใช้Manual Modeอีกรอบ แล้วเหยียบเร่งรอบขึ้นไป เสียงเครื่อง4สูบเทอร์โบ ไม่ได้ดังดุดันเอาเรื่องมากนัก แต่ให้กำลังเหลือเฟือ ไม่ต้องขับไปลุ้นไป ช่วงล่างและพวงมาลัยเข้าขั้นดีเลยครับ เบรกน้ำหนักในการเหยียบกำลังดี เพราะรถที่มาขายที่ออส ไม่ว่าจะผลิตจากที่ไหนก็ตาม ช่วงล่างมักจะได้รับการปรับจูนเพื่อรองรับรูปแบบถนนที่หลากหลายของออสเตรเลีย พละกำลังเครื่องยนต์เป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ และแน่นอนเหรียญมี2ด้านเสมอ เครื่องLTGถือเป็นตัวสูบน้ำมันชั้นดีเลย เข็มน้ำมันลดฮวบฮาบจนน่าตกใจ แม้จะมีAuto Start-Stopมาให้และเป็นแค่เครื่อง2.0T ขับหน้าก็ตาม ซึ่งผมมองว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เรื่องนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ ที่ทำให้คนออสซี่กลับเลือกรถคู่แข่งมากกว่า




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2019, 17:37:35 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:36:59 »
-Safety

แม้จะเป็นรุ่นกลาง แต่ระบบความปลอดภัยจัดเต็มเป็นที่น่าพอใจมาก ตัวรถผ่านมาตรฐานการชน 5ดาวจาก ANCAP

ถุงลม6ใบ: คู่หน้า ด้านข้างและม่านนิรภัย

เบรค ABS/EBD/BA

ระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC)

ระบบช่วยออกตัวจากทางลาดชัน  Hill Start Assist

ระบบเตือนการชน ถ้าข้างหน้ามีรถเบรกกะทันหัน โดยส่งสัญญาณเตือนที่กระจกหน้าพร้อมเสียงเตือน (Forward Collision Alert with Head-Up Warning)

ระบบเตือนรถออกนอกเลน (Lane Keep Assist)

ระบบเบรกอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ Autonomous Emergency Braking (AEB low speed)

ระบบเตือนมุมอับสายตา ตรงกระจกมองข้าง Side Blind Zone Alert

ระบบเตือนรถที่ผ่านด้านหลัง เวลาเราถอยรถออกจากช่อง Rear Cross Traffic Alert

เซนเซอร์กะระยะหน้า-หลัง Front Park Assist Rear Park Assist

กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Rear view camera พ่วงกับ Safety Seat Alert  เมื่อกรณีเรายังดื้อดึงจะถอยหรือเดินหน้าจนใกล้สิ่งกีดขวาง
รถจะเตือนอีกขั้นโดยสั่นตรงเบาะตรงก้นครับ แปลกดี

กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ

ไฟหน้า-ไฟตัดหมอก ที่ปัดน้ำฝน เปิดปิดอัตโนมัติ

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2019, 17:49:34 »
สุดท้ายแล้ว Holden Equinox LT ก็ถือว่าสร้างความประทับใจให้ผมไม่น้อยเลย ทั้งพละกำลังจากเครื่อง2.0T การขับขี่ และเบาะที่นั่งสบาย ระบบเซฟตี้ที่จัดเต็ม ส่วนข้อติ ผมก็ได้พูดถึงไปบ้างแล้ว ทั้งอัตราสิ้นเปลือง การเปลี่ยนเกียร์แบบManual Modeที่ขัดใจ รวมถึงงานดีไซน์บางจุดที่อาจจะยังดูด้อยกว่าคู่แข่ง ซึ่งข้อเสียหลายจุด สะท้อนให้เห็นแล้วผ่านจำนวนรถรุ่นนี้บนท้องถนนที่หายากมาก คนที่ชอบขับรถไม่โหลเหมือนคนอื่นอาจจะชอบ แต่GM Holdenเองไม่ถูกใจสิ่งนี้แน่นอน จนข่าวล่าสุดเมื่อปลายปีก่อน Holdenเองต้องชะลอการนำเข้ารถรุ่นนี้จากโรงงานที่เม็กซิโก ต้องติดตามว่าGMยังจะเลือกทำตลาดรถรุ่นนี้ต่อไป หรือจะนำเข้าBlazerที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกมาขายต่อ





ส่วนเมืองไทยนั้นแน่นอนแล้วว่ารุ่นเปลี่ยนโฉมของCaptiva คือรถจีนที่พัฒนาร่วมกันกับGM อย่าง Baojun 530 ทำให้Equinoxหมดสิทธิ์เกิดในเมืองไทยแน่นอน ซึ่งคุณสมบัติของตัวรถเองนั้น ก็น่าจะถูกใจคนไทยหลายๆคนรวมถึงผมด้วย ผมเลยมโนถึงเหตุผลที่GM เลือกใช้ชื่อEquinoxกับรถรุ่นนี้ อาจจะเป็นเพราะความพิเศษของวันEquinoxนี้มีเพียงแค่2วันใน1ปี เป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลของซีกโลกเหนือ-ใต้ หรืออันที่จริงอาจเป็นแค่2วันใน1ปีที่เป็นวันของGM ส่วนวันอื่นๆที่เหลือนั้นเป็นคู่แข่งรายอื่น ฮา

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ครับ แล้วพบกันในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ


ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,793
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 02, 2019, 10:30:33 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: [Review from Aus] Holden Equinox LT ทายาทCaptiva ที่ตกเครื่อง อดมาไทย
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2019, 11:23:42 »
ขอบคุณครับ ทำการบ้านมาดีทีเดียว