ผู้เขียน หัวข้อ: mini review ทดลองขับ ZS EV รถไฟฟ้ามาหาแล้วเธอ  (อ่าน 9723 ครั้ง)

ออฟไลน์ lexus

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,760
บอกก่อนะครับสำหรับmini reviewนี้ไม่ใช่รถของผมนะครับ พอดีเห็นmgเปิดHSแล้วผ่านไปทำธุระแถวนั้นพอดีเลยจะไปดูคันจริง
แต่HSยังไม่ลงShowroom และเห็นZS EVจอดอยู่ เลยขออนุญาติคุณsaleพาไปทดลองขับสักหน่อย เป็นการขับEVครั้งแรกในชีวิตเลยครับ
ปล.รูปอาจจะติดเครดิตลายน้ำขัดหูขัดตาบ้าง..ต้องขออภัยด้วยครับ

หลายๆคนอาจจะเห็นเจ้าMG ZSมาแล้วบนท้องถนน แต่นั่นเป็นรุ่น1.5เบนซินที่ใครๆเขาก็บอกว่าอืดแสนอืดและซดน้ำมันเหมือนรถ2500 สงสัยmgจะได้ยินเสียงบ่น ประกอบกับในประเทศจีนได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ในbodyของmg zs ผนวกกับภาษีสินค้าไทย-จีนในเรทพิเศษ

mg thailandจึงไม่รอช้าสั่งmg zs evนำเข้าทั้งคันจากเมืองจีนในราคาเพียง1.19ล้านบาท นับเป็นรถevที่ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย (ไม่นับรวมพวกรถกอล์ฟ หรือพวกสกู้ตเตอร์นะครับ ฮาาา)

ดีไซน์ภายนอก

สำหรับงานดีไซน์ภายนอกดูเผินๆจะไม่ต่างจากzsปกติเลย มีเพียงล้อ17นิ้วลายใบพัดและสีฟ้าsignatureของevเท่านั้นที่ทำให้เรารู้ว่าคันนี้คือevนะ
หรือถ้าใครตาดีก็จะเห็นสัญลักษณ์ท้ายรถว่า zs ev


ไฟหน้าเป็นไฟหน้าแบบLED.มีไฟDRLแต่ไม่มีไฟตัดหมอก
ตรงกระจังหน้าLogoคือที่สำหรับชาร์จไฟ มีสองtypeด้วยกันคือชาร์จธรรมดา และแบบquick charge
ที่หลังคามีpanoramic sunroofเท่มากๆ สามารถสั่งการด้วยเสียงเปิดปิดได้
ด้านท้ายไม่ต่างจากรุ่นปกติ ยกเส้นสัญลักษณ์ev



ดีไซน์ภายใน


มือเปิดประตูคู่หน้าเป็นแบบsmart entryเมื่อมีกุญแจอยู่กับตัวสามารถเข้าไปเปิดรถได้เลย

พอเข้ามานั่งสัมผัสแรกก็รู้สึกดีไซน์เรียบๆโปร่งสบายตา




คอนโซลกลางจนถึงที่พักแขนดีไซน์ต่างจากตัวเบนซิน แป้นเกียร์แบบหมุน
มาตรวัดแบบวงกลมสองวง ตรงกลางมีจอMIDแสดงค่าต่างๆของตัวรถ ฝั่งซ้ายคือมาตรวัดความเร็ว ฝั่งขวาเมื่อไม่มีวัดรอบ มันจึงเป็นแถบแสดงการใช้พลังงาน หรือเรียกเข้าใจง่ายๆว่าeco indicator คือเราเหยียบเบาๆมันก็จะอยู่ในโซนเขียวคือใช้พลังงานน้อย แต่ถ้าเราเหยียบลึกๆเรียกอัตราเร่ง เข็มก็จะกวาดขึ้นไปในแถบส้มคือใช้พลังงานมาก


โหมดการขับขี่สามารถปรับได้3รูปแบบด้วยกัน คือ eco normal sportโดยจะต่างกันตามความไวของคันเร่ง

Eco ก็ต้องกดคันเร่งลึกหน่อย
Normal ก็ธรรมดา
Sport กดคันเร่งนิดเดียวรถก็พุ่งแล้ว



เกียร์
รถคันนี้ใช้motorขับเคลื่อนจึงไม่มีเกียร์แบบรถเครื่องยนต์ แต่มีปุ่มควบคุมเกียร์ไฟฟ้าแบบหมุนให้ มีเกียร์P N D


การขับเคลื่อนมีปุ่มปรับการregenertorหรือการชาร์จไฟกลับเมื่อปล่อยคันเร่ง เรียกว่าKERS โดยปรับความหน่วงของรถได้3ระดับด้วยกัน

3 เมื่อปล่อยเท้าออกจากคันเร่งรถจะหน่วงที่สุดจนเหมือนเราเหยียบเบรค
2 ปล่อยคันเร่งแล้วรถยังไหลต่อได้บ้าง แต่ก็หน่วงอยู่
1 ปล่อยคันเร่งรถไหลสุดแต่ก็มีแรงหน่วงไว้นิดนึง ไม่ถึงกลับไหลแบบเกียร์n

ระบบความปลอดภัย

มีมาให้ครบครัน หลักๆมีดังนี้ครับ

1 lane keep assist ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน
2 auto high beam เปิดไฟสูงอัตโนมัติ
3 blind spot monitering เตือนมุมอับข้างรถ
4 ระบบเตือนการชนพร้อมเบรคให้อัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน
5 ถุงลมนิรภัย.6.ใบ
6 ระบบตรวจสอบลมยางTPMS

ระบบอำนวยความสะดวก

-ไฟหน้าเปิดปิดอัตโนมัติ
-ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-adaptive cruise control with low speed ระบบควบคุมความเร็วพร้อมชะลอตามความเร็วรถคันหน้า
-push start, smart entry ประตูคู่หน้า
-กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะหมุนตามพวงมาลัย
-กระจกมองหลังแบบแสดงผลจากกล้องมองหลัง
-เบาะคนขับปรับไฟฟ้า6ทิศทาง

การขับขี่จริง เน้นฟีลลิ่งไม่เน้นตัวเลข
อัตราเร่ง ใครที่เคยดูถูกzsไว้ว่าอืด มาลองตัวนี้ดูครับ motorไฟฟ้า150แรงม้า แรงบิด350Nm ที่ตั้งแต่รอบ0
ออกตัวพุ่งทะยานดีมาก ดึงหลังติดเบาะ เหยียบตอนใหนพุ่งตอนนั้นไม่มีคำว่ารอรอบ ทดลองออกตัวเหยียบจมคันเร่ง ผลคือล้อฟรีดังเอี้ยดดดด ระบบtraction controlเข้ามาช่วย  แปปเดียวความเร็วก็100แล้ว (ที่ว่าแรงจากความรู้สึกนะครับไม่ได้จับเวลา)

การเร่งแซงไม่ต้องพูดถึง ถึงใหนถึงกันมาก แล้วแต่เท้าเลย แรงบิดติดเท้ามาก ไม่รอรอบ เหยียบปุ้บพุ่งปั้บ คันเร่งเนียนกดเท่าไหนไปเท่านั้น ส่วนเรื่องเบรค คือปรับkersระดับ3แทบไม่ได้เหยียบแป้นเบรคเลย ขอติดตรงนี้ไว้ละกันครับว่าถ้าเหยียบเบรคจะสมูทเท่ารถยนต์สันดาปไหม

ช่วงล่างและพวงมาลัย
ช่วงล่างนุ่มเลยหละ พวงมาลัยเบาเมื่อความเร็วต่ำและหนืดขึ้นเมื่อความเร็วสูง พวงมาลัยผมว่าไวระยะฟรีน้อย การขับขี่ทางตรงถือว่าสอบผ่าน เจอหลุมก็นุ่มอยู่ แต่ช่วงล่างเวลาเลี้ยวกระทันหันหรือเวลาเข้าโค้งนั้นมีความยวบแรงมาก ยวบจนรู้สึกไม่มั่นใจ ยวบเกินไป ยวบจนน่ากลัว ช่วงล่างกับกำลังเครื่องยนต์ไม่ได้ไปด้วยกันเลย

ระบบตัวช่วยและความปลอดภัย
โดยรวมทำงานได้ดีครับแต่มีข้อสังเกตุคือเมื่อใช้ความเร็วสูงระดับนึง น่าจะไม่เกิน100หรอกแล้วแกล้งปล่อยมือ ระบบLKAมันเตือนแต่มันดึงพวงมาลัยกลับมาไม่ได้ รถออกนอกเลนไปเลย แต่ลองที่ความเร็วต่ำๆมันดังกลับได้อยู่นะครับ


Adaptive cruise controlเป็นก้านสวิชคล้ายๆก้านไฟเลี้ยวอยู่ทางซ้ายมือ ต่ำกว่าก้านไฟเลี้ยว
เวลาใช้งานถ้าไม่คุ้นชินใช้งานยากครับ เวลาขับพวงมาลัยจะบังก้านนี้มิดเลย ทำให้ไม่รู้จะปรับมันยังไง
แต่ถ้าชินแล้วมันก็คงไม่ยากครับ ล้อคความเร็วคือกดที่ปุ่มปลายก้าน ยกเลิกคือผลักก้านไปข้างหน้า รีเซทดึงก้านเข้าหาตัว สามารถปรับระยะไกล้ไกลที่ปลายก้าน โดยรวมทำงานได้ดีครับ แม่นยำ แต่ก็ไม่ได้ทดลองเอาไปขับในเมืองเวลาความเร็วต่ำไม่รู้ว่าจะเบรคให้จนหยุดสนิทเลยไหม

การโดยสารและการเก็บเสียง
เบาะหน้านั่งนุ่มสบาย รองรับสรีระดีครับ แต่ปรับมุมเงิยของเบาะไม่ได้ เสียงเครื่องยนต์เงียบสนิท เพราะมันไม่มีเครื่อง ฮาา
แต่จะมีเสียงมอเตอร์วี้..เสียงแอร์ และเสียงถนนเท่านั้น การเก็บเสียงผมว่าทำได้ดีนะครับ เสียงยางเสียงลมเข้ามาน้อย

เบาะหลังมีเนื้อที่กว้างกว่าที่คิดมากก Leg roomผมว่าพอๆกับพวกaltisเลย พนักพิงเอนกำลังดีนั่งสบาย
แบตเตอร์รี่อยู่ใต้เบาะหลัง ไม่กินพื้นที่เก็บของสัมภาระหลัง

กระจกมองหลัง

เป็นแบบใช้กล้องมองหลังแสดงผลบนกระจกเต็มแผ่นโดยตรง
ตอนแรกก็โห..เค้าใช้เทคโนโลยีขนาดนี้เลยเหรอ ใช้กล้องฉายแทนกระจกไปเลย เท่จัง
พอมาขับจริงช่วงกลางวันตาลายมาก เวลาแสงจ้ากระจกเองมันก็สะท้อนภาพข้างหลังแถมมีภาพจากกล้องมองหลังซ้อนทับเข้าไปอีก ลายไปหมดมองไม่ถูกเลย ไม่รู้มันมีวิธีปิดมั้ยนะครับเพราะน้องเซลล์ที่นั่งไปด้วยกันก็ไม่ทราบวิธีตั้งค่าเหมือนกัน แต่สำหรับผมกระจกแบบนี้ไม่เวิร์ค!!

สำหรับท่านที่สงสัยว่ามันจะวิ่งไกลแค่ใหน
ในข้อมูลที่เค้าให้มาบอกว่าชาร์จเต็มจะวิ่งได้ที่.337.km ซึ่งผมคิดว่าพอใช้ในชีวิตจริงอาจจะไม่ถึง
เวลาไปตจว.ต้องใช้แท่นชาร์จสาธารณะสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่ควรเอาปลั้กไปเสียบกับบ้านคนอื่นที่ระบบไฟไม่รองรับ
อันนี้seriusครับ ก่อนซื้อรถทางศูนย์เค้าจะส่งวิศวะกรไปประเมินและปรับปรุงระบบไฟในบ้านให้รองรับความปลอดภัยก่อน
ใครจะซื้อไว้ขับทางไกลหรือค้างคืนควรพิจารณาจุดนี้ดีๆว่าสะดวกชาร์จไหม ชาร์จซี้ซั้วกลัวจะไฟไหม้เอานะครับ

สำหรับการลุยน้ำขังเวลาฝนตก ไฟจะช้อตมั้ย
รถคันนี้ลุยน้ำได้เหมือนรถยนต์ปกตินะครับ โดยสามารถลุยน้ำถ้าจำไม่ผิด40-45cm. (หากผิดขออภัย)

สรุป
เป็นรถไฟฟ้าที่ถูกที่สุดคันนึงของไทย ไม่นับพวกรถจิ๋วๆนะครับ
อัตราเร่งกดเป็นมา ไวทันใจดีมาก
พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางกว่าที่คิด
ราคาและระบบความปลอดภัยถือว่าให้มาครบ

จุดที่น่าพัฒนา
-อยากให้วิ่งได้ไกลกว่านี้
-ช่วงล่างเข้าโค้งหักหลบแรงๆยวบน่ากลัวมาก ควรsetช่วงล่างใหม่
-ราคาที่ตอนแรกว่าดูไม่แพง แต่ถ้ามันเทียบราคากับcivic RS ที่ดูเหมือนเกือบจะเหนือกว่าทุกอย่าง รวมถึงชื่อชั้นของแบรนด์ คนที่ซื้อZS EVก็ต้องใจรักจริงๆอะครับ









ออฟไลน์ shipcake

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 477
    • อีเมล์
Re: mini review ทดลองขับ ZS EV รถไฟฟ้ามาหาแล้วเธอ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2019, 13:25:18 »
ก่อนซื้อรถทางศูนย์เค้าจะส่งวิศวะกรไปประเมินและปรับปรุงระบบไฟในบ้านให้รองรับความปลอดภัยก่อน
ใครจะซื้อไว้ขับทางไกลหรือค้างคืนควรพิจารณาจุดนี้ดีๆว่าสะดวกชาร์จไหม ชาร์จซี้ซั้วกลัวจะไฟไหม้เอานะครับ


ชอบครับ แอบเทใจให้ค่ายนี้หลังจากตัวนี้ออกมา หวังว่าปีหน้าจะมี minor change ปรับปรุงเรื่องภาพลักษณ์ตัวรถที่มันแตกต่างกว่ารถเครื่องสันดาบ

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,985
Re: mini review ทดลองขับ ZS EV รถไฟฟ้ามาหาแล้วเธอ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2019, 13:47:11 »
ผมก็ชอบครับ  เกือบตัดสินใจซื้อ 

แต่ปีหน้าเป็นปีทัวร์นรก  และปีนี้ใช้เงินไปเยอะแล้ว  เลยขอบายดีกว่า

ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
Re: mini review ทดลองขับ ZS EV รถไฟฟ้ามาหาแล้วเธอ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2019, 02:31:11 »
ผมว่าถ้าเป็นสายรักษ์โลก ซื้อเอาไว้ขับไปทำงานกับใช้ในเมืองโอเคมากเลยนะ แต่มันต้องไม่ใช่รถคันเดียวในบ้าน และคนอยู่คอนโดก็ไม่ควรซื้อ เพราะไม่มีที่ชาร์จ เศร้าไปเลย

ออฟไลน์ Asiatina.D

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
Re: mini review ทดลองขับ ZS EV รถไฟฟ้ามาหาแล้วเธอ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 19, 2020, 16:08:23 »
รถดูดีจังค่ะ