ผู้เขียน หัวข้อ: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม  (อ่าน 7566 ครั้ง)

ออฟไลน์ SRY

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 713
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 12:09:16 »


ก็ยังเข้าใจผิดๆ อีก

แต่ก่อน B-Segment ที่ไม่ใช่ Eco car  มันมีอยู่
รัฐกระตุ้นตลาด ที่พังทลาย จากนโยบายรถคันแรก
ด้วย การให้ โครงการณ์ ซึ่ง โดยมาก จะทำตลาดให้ต่ำกว่า B- segment ในค่าย คือ Eco car เฟส 1 มีเงือนไขึือ การประหยัด และขนาดเครื่องยนต์
เราเลยได้ รถราคาต่ำ สมรรถนต่ำมาด้วย แต่ ได้ความประหยัด และ ความปลอดภัย
รถที่ผลิต ส่วนมากจะเป็นตัวถังพัฒนาใหม่ขนาดเล็กกว่า B-Segment แต่บางค่ายก็เอา B-Segment มาใส่เครื่องยนต์เล็ก
 
พอมา Eco car เฟส 2 ตลาดรถ เริ่มกลับสู้สภาวะปกติ  เงื่อนไขโหดเรื่อยๆ คือ ประหยัดกว่าเดิม มีระบบ VSC บังคับด้วย
บางค่าย เริ่ม ปรับปรุง เอา  B-Segment  มาพัฒนาเครื่องยนต์ พูดง่ายๆ เฟส 2 อาจได้เครื่องยนต์ที่ประหยัด แต่ไม่แรง หรือ ทั้งแรงและประหยัด

คำถามง่ายๆคือ
คุณจะให้รถ  ที่มีแรงม้า 122  ขายเท่า ตัว 100 หรือ 90 แรงม้าเหรอ
ที่คุณไปแต่งรถหมดเป็น แสน เพื่อได้แรงม้า 10 ตัว ทำไมไม่บ่น
122 แต่ตัดออพชั่นออกจนโล้น ก็แพงนะครับ

ถ้างั้น ตัวก่อน ciaz 91 แรงม้า อัลเมร่า 79 แรงม้า ยาริส 86 แรงม้า แอทราจ 78 แรงม้า amaze 90 แรงม้า
เค้ายังทำให้ขายราคาเท่าๆกันได้เลย
พระเจ้า เท่านี้ก็เอา
ยังไง 122 ก็ขายดีอยู่แล้ว อย่าไปแซะเค้าเลย แค่นี้ก็แย่แล้ว ทำดีแค่ไหนก็ผิด ยอดก็เท่านั้น

ออฟไลน์ BKK777

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 13:02:05 »
ผมว่าเจ้าของกระทู้ก็เข้าใจถูกแล้วนะครับ จุดประสงค์ของโครงการคือ ทั้ง Ecology และ Economy ที่ต้อง Ecology เพราะตอนนั้นน้ำมันแพง  ถ้าน้ำมันลิตรละ 10 บาท รัฐก็จะไปเล่นเรื่องมลภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว พร้อมกับราคาที่เหมาะสม

บ้านเรารถแพงก็มีคนพยายามสร้างภาพว่ารถไม่แพง ของเราทั้งแพงแถมได้เครื่องเล็กกว่าเขา..ก็นะ  ตามสมการของโลกใบนี้ คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด

In October 2011, Nissan launched a new model as the economical saloon car for the Eco-Car project in Thailand, which was named Nissan Almera. The car is a rebadged version of the Nissan Latio (N17), which is based on the company's global V platform. It is equipped with the same 1.2-litre petrol engine (HR12DE) as the Nissan March and has either a five-speed manual or a CVT transmission. The name is also used for the car in Malaysia, Australia, Indonesia, Singapore, Mauritius and Nigeria.

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,071
  • ขับขี่ปลอดภัย
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 13:07:41 »
ผมจำได้ว่ามีคำพูดถึงราคาของรถ  ECO carในกระบวนการจัดตั้งโครงการ

แต่ไม่มีเอกสาร

เท่าที่เห็นก็แค่เอกสารที่บอกว่า ราคาเอื้อมถึง

ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ pim_cute

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 179
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 13:50:42 »
ผมว่าเจ้าของกระทู้ก็เข้าใจถูกแล้วนะครับ จุดประสงค์ของโครงการคือ ทั้ง Ecology และ Economy ที่ต้อง Ecology เพราะตอนนั้นน้ำมันแพง  ถ้าน้ำมันลิตรละ 10 บาท รัฐก็จะไปเล่นเรื่องมลภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว พร้อมกับราคาที่เหมาะสม

บ้านเรารถแพงก็มีคนพยายามสร้างภาพว่ารถไม่แพง ของเราทั้งแพงแถมได้เครื่องเล็กกว่าเขา..ก็นะ  ตามสมการของโลกใบนี้ คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด

In October 2011, Nissan launched a new model as the economical saloon car for the Eco-Car project in Thailand, which was named Nissan Almera. The car is a rebadged version of the Nissan Latio (N17), which is based on the company's global V platform. It is equipped with the same 1.2-litre petrol engine (HR12DE) as the Nissan March and has either a five-speed manual or a CVT transmission. The name is also used for the car in Malaysia, Australia, Indonesia, Singapore, Mauritius and Nigeria.
เรื่องของราคาถูกจำกัดด้วยข้อ จำนวนการผลิต แล้วครับ ดังนั้นผมมองว่าใช้คำว่าราคาเอื้อมถึงก็พอได้อยู่ แต่ถ้าใช้คำว่าราคาถูก ราคาประหยัด ตามที่ จขกท เข้าใจ มันเป็นอีกกลุ่มนึงมากกว่า ดูจากจำนวนที่กำหนดของโครงการแล้วมองว่าเป็นรถ mass จะถูกต้องกว่า ซึ่ง eco car ก็มีทั้งคนที่ทำตลาดล่างไปจนถึงกลาง ส่วนรถแพงๆ หมดสิทธิครับ คงขายได้ไม่ถึงจำนวนที่กำหนดแน่ๆ รถใหญ่ก็ผ่านเกณฑ์ประหยัดได้ยาก

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,500
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 14:42:55 »
122 แต่ตัดออพชั่นออกจนโล้น ก็แพงนะครับ

ถ้างั้น ตัวก่อน ciaz 91 แรงม้า อัลเมร่า 79 แรงม้า ยาริส 86 แรงม้า แอทราจ 78 แรงม้า amaze 90 แรงม้า
เค้ายังทำให้ขายราคาเท่าๆกันได้เลย
พระเจ้า เท่านี้ก็เอา
ยังไง 122 ก็ขายดีอยู่แล้ว อย่าไปแซะเค้าเลย แค่นี้ก็แย่แล้ว ทำดีแค่ไหนก็ผิด ยอดก็เท่านั้น

Eco car เฟส 1
อัลเมร่า 79  แรงม้า เฟส 1  433,000 – 608,000.
มิราจ  78 แรงม้า 380,000 - 546,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 442,000 – 564,000.
amaze 90 แรงม้า เฟส 1  ราคา 454,000 – 521,000.
ยาริส 86  แรงม้า เฟส 1  469,000-599,900.

Eco car เฟส 2 2020
มิราจ 78 แรงม้า  474,000-619,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 494,000 – 624,000.
Ciaz 91 แรงม้า  2020  ราคา 523,000 - 675,000.
ยาริส  92 แรงม้า 539,000 – 649,000.
ยาริส ATIV 92 แรงม้า 529,000-649,000.
New อัลเมร่า 100 แรงม้า  เฟส 2  490,000 - 639,000.
New City 122 แรงม้า   579,500 - 665,000.  ( Spacial grade 739,000 )


ตั้ง สติ คิด พิจารณา วิเคราะห์แยกแยะ ดูให้ครบๆ ครับ มันมีหลายๆอย่าง ที่มีผลกับราคา
ที่ Eco car เฟส 1 ขนาดรถจะเน้นตัวถังไปที่ตัวถังเล็กกว่า B- Segment ตามที่ผมบอก

ที่ผม งง คือ ทำไม หลายๆคนรุมด่า แต่ Honda ทั้งที่ หากดูตามตาราง เทียบ ให้ครบทุกค่าย เค้าไม่ได้ขายแพงเลย 55555



ออฟไลน์ AgentMolder

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 702
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 15:32:23 »
Eco car

Eco มาจาก Ecology แปลว่า ระบบนิเวศวิทยา แปลภาษาชาวบ้านคือ รถที่ใส่ใจอนุรักษ์ในสิ่งแวดล้อม

ซึ่งก็คือรถที่ปล่อยมลพิษสู่อากาศ ได้ไม่เกินอัตราที่ กม.กำหนด

ไม่ใช่ Economy ที่แปลว่า ระบบเศรษฐกิจ หรือรถราคาถูก เหมาะกับคนไม่ค่อยมีอัฐ



งงตรงที่มีตั้ง 2 พันกว่ากระทู้ แสดงว่าเล่นบอร์ดนี้มานานมาก แต่ไม่รู้จักนิยามของ Eco Car ได้ยังไงนิ

รถคุณจะ 1000 แรงม้าก็ได้ ถ้ามันปล่อยมลพิษไม่เกินที่ กม.กำหนด ก็เรียก Eco car

ออฟไลน์ supercat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 796
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 16:00:46 »
บริษัทต้องทำ spec ให้เข้าเกณณ์ ecology จะได้เข่าข่ายลดหย่อนภาษี จะได้ตั้งราคาได้ economy  รึเปล่า  :-* :-* :-*

ออฟไลน์ Wongsakorn5558

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 16:47:00 »
จขกท เข้าใจนะถูกแล้วครับตอนตั้งโครงการ ความตั้งใจเป็นแบบนั้น ตั้งใจเป็น "Economy car รถราคาประหยัด" มาตั้งแต่ต้น ไม่มี  ecology car หรือ ecology car มาตอน เฟส 2  ก็ไม่แน่ใจ

ตอนแรกเลยมีการตั้งเงื่อนไขตัวรถด้วยซ้ำไปว่า อีโคคาร์จะต้องมีมิติตัวถัง ความกว้างไม่เกิน 1.6 เมตรและความยาวไม่เกิน 3.6 เมตร ต้องประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 5.6 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร EURO 4 หรือสูงกว่า ปริมาณ CO2 ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร ฯลฯ

แต่ตอนหลังมาแก้ว่า ไม่กำหนดขนาดตัวรถ (ข่าวลื่อว่า มีการกดดันจากค่ายรถค่ายหนึ่ง เพราะไม่ต้องการลงทุนแพลตฟอร์มใหม่) แก้เป็น 5 ต่อ 100 กิโลเมตร **Brio น่าจะจำเหตุการณืนี้ได้ดี**

คหสต นะครับ Eco car มันกลายพันธุ์เป็นรถยนต์ประหยัดพลังงาน ไปแล้วครับ เพราะเหตุการณ์ในข่าวลือ ตอนหลังเลยกลายเป็น รถอะไร ก็ได้ เข้าเข้าเกณฑ์ ที่กำหนด ราคาแพง ก็ไม่เป็นอะไร ลืมที่มาไปเสียฉิบ
เพราะถ้ามีการกำหนดขนาดรถใว้ ขนาดรถยังไงก็เป็นตัวกำหนดราคารถ โดยส่วนใหญ่อยู่แล้ว



เพิ่มเติมครับ อ้างอิงเว็ป aic.or.th บทความ BOI : บทบาทสู่ยุคทอง ยานยนต์ไทย

โครงการ “อีโคคาร์” (Eco Car) เริ่มต้นเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. 2546 และถูกนำมาผลักดันชัดเจนในเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2547 โดยมีนิยามหรือความหมายมาจากคำว่า Economy car หรือรถราคาประหยัด เพื่อให้เป็นโปรดักซ์แชมเปี้ยนคู่กับ “รถปิกอัพ” ตามแผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ไทย ที่วางเป้าหมายประเทศไทยจะต้องผลิตรถให้ได้1.8 ล้านคัน ในปี พ.ศ. 2553

ปี พ.ศ. 2548 กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปลี่ยนชื่อโครงการอีโคคาร์เป็น “ACEs CAR” เพื่อบ่งบอกนิยามของรถ ที่มีความคล่องตัวสะอาด ราคาประหยัดคุ้มค่าราคา และปลอดภัย ซึ่งมาจากคำว่า Agile, Clean, Economical และ Safety รวมกันเป็น ACEs CAR หรือรถยนต์เล็กประหยัดพลังงาน ที่ได้ข้อสรุปสเปกใหม่ให้มีความกว้างไม่เกิน 1.63 เมตร ความยาวไม่เกิน 3.6 เมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันไม่เกิน 5 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร ขณะที่มาตรฐานมลพิษยังคงอยู่ที่ระดับยูโร 4 และมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับยุโรป ส่วนการตั้งราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 350,000 – 400,000 บาท

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีมติเห็นชอบในการเปิดให้การส่งเสริมการ ลงทุนรถยนต์ประเภทนี้ ภายใต้ชื่อ “รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล” โดยกำหนดเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนไว้ 7 ด้าน คือ
1. ไม่กำหนดขนาดของรถยนต์
2. อัตราสิ้นเปลืองไม่เกิน 5 ลิตร/100 กิโลเมตร
3. มาตรฐานมลพิษ EURO 4 หรือสูงกว่า ปริมาณ CO2 ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร
4. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล คือ UNECE Reg. 94 และ 95 Rev.0 หรือสูงกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 17:03:23 โดย Wongsakorn5558 »

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,760
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 16:57:44 »
ผมว่าเค้าตั้งใจให้รถเล็กเพราะเครื่องจะได้เล็กเลยปล่อยก๊าซต่ำ ประหยัดน้ำมัน มากกว่า ส่วนราคามันเป็นผลพลอยได้ เพราะรถเล็กราคาเลยถูก แต่ยุคหลังเทคโนโลยีดีขึ้น รถใหญ่เครื่องเล็ก หรือเครื่องใหญ่แต่ยังปล่อยก๊าซ ประหยัดน้ำมันอยู่
ผมว่าเค้าตั้งใจให้เป็น ecology แต่แรก เพราะถ้าเน้นรถถูกก็คงดัน K car ที่เครื่องแค่ 1.0 แต่แรกสิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 17:00:04 โดย Jacob »

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,760
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:02:49 »
ผมว่าแปะลิงค์ reference ด้วยก็ดีนะ เพราะที่มาแต่ละอันมันไม่ตรงกัน ถ้าอิงจากแหล่งที่ผิดก็ได้ข้อมูลผิด


ออฟไลน์ Wongsakorn5558

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:06:29 »
ถ้าใครติดตามมานาน จะมีภาพจำตอนตั้งโครงการแรกๆ ครับ ว่าจะมีรถราคาถูก มลพิษน้อย ใครๆ ก็ซื้อหามาใช้ได้ออกขาย

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,760
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:06:58 »
ในลิงค์ก็บอกว่าประหยัดพลังงานนะ
...ประการแรก สานต่อโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์)...
ปล. เรื่องราคาถูก คืนภาษี ลดภาษี คือการสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาใช้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 17:11:17 โดย Jacob »

ออฟไลน์ Wongsakorn5558

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:11:35 »
ในลิงค์ก็บอกว่าประหยัดพลังงานนะ
...ประการแรก สานต่อโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์)...

ประโยคที่บอก "ประการแรก สานต่อโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล" มันปลายเหตุแล้วครับ
ต้องอ่านจนจบ จะมีการกล่าวถึงที่มาก่อนครับ ว่า "โครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล" มันมาจากอะไร


อย่างที่บอกครับ คหสต ที่รถรถราคาประหยัด กลายเป็น รถยนต์ประหยัดพลังงาน เพราะไปเลิกกำหนดขนาดตัวรถครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 17:15:03 โดย Wongsakorn5558 »

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,500
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:15:02 »
แต่เริ่ม ความตั้งใจหลัก คือ

Eco car ที่เป็น รถขนาดเล็ก รักสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายคือ กลุ่ม ที่มีกำลัง ซื้อน้อย อ้างอิง ตามนี้ครับ


https://www.set.or.th/th/news/download/files/2551/MAI_T_20080708154703.pdf

แต่ ปัจจุบัน
มันก็ยังเป็นรถรถขนาดเล็ก รักสิ่งแวดล้อม อยู้
เพียงแต่บางค่าย อาศัยช่องโหว่ แต่ ก็ถือว่า ได้รถถูกใน Option ที่มากขึ้น

แต่หลายๆค่าย ไม่ได้ สนใจ จุดประสงค์หลักอีกต่อไป คือ กลุ่ม ที่มีกำลัง ซื้อน้อย

เงื่อนไข ประหยัดเป็นข้ออ้างที่จะทำลายกำแพงภาษีให้ต่ำลงไงครับ

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,760
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:18:19 »
นิยามแบบไทยๆ มันต่างกับนิยามของสากล  8)
ปล. จริงๆก็คือประชานิยมมากกว่าจะนึกถึงสิ่งแวดล้อม แต่ความหมายที่ทั่วโลกเข้าใจคือรถที่ประหยัดน้ำมัน

ออฟไลน์ jayjung

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 42
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 17:22:26 »
ไขข้อสงสัย เปรียบเทียบ Eco car เฟส1 และ เฟส2 ต่างกันอย่างไร?


http://www.headlightmag.com/comparing_ecocar1_vs_ecocar2_report/

ออฟไลน์ Ponthakorn

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 421
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 20:42:49 »
122 แต่ตัดออพชั่นออกจนโล้น ก็แพงนะครับ

ถ้างั้น ตัวก่อน ciaz 91 แรงม้า อัลเมร่า 79 แรงม้า ยาริส 86 แรงม้า แอทราจ 78 แรงม้า amaze 90 แรงม้า
เค้ายังทำให้ขายราคาเท่าๆกันได้เลย
พระเจ้า เท่านี้ก็เอา
ยังไง 122 ก็ขายดีอยู่แล้ว อย่าไปแซะเค้าเลย แค่นี้ก็แย่แล้ว ทำดีแค่ไหนก็ผิด ยอดก็เท่านั้น

Eco car เฟส 1
อัลเมร่า 79  แรงม้า เฟส 1  433,000 – 608,000.
มิราจ  78 แรงม้า 380,000 - 546,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 442,000 – 564,000.
amaze 90 แรงม้า เฟส 1  ราคา 454,000 – 521,000.
ยาริส 86  แรงม้า เฟส 1  469,000-599,900.

Eco car เฟส 2 2020
มิราจ 78 แรงม้า  474,000-619,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 494,000 – 624,000.
Ciaz 91 แรงม้า  2020  ราคา 523,000 - 675,000.
ยาริส  92 แรงม้า 539,000 – 649,000.
ยาริส ATIV 92 แรงม้า 529,000-649,000.
New อัลเมร่า 100 แรงม้า  เฟส 2  490,000 - 639,000.
New City 122 แรงม้า   579,500 - 665,000.  ( Spacial grade 739,000 )


ตั้ง สติ คิด พิจารณา วิเคราะห์แยกแยะ ดูให้ครบๆ ครับ มันมีหลายๆอย่าง ที่มีผลกับราคา
ที่ Eco car เฟส 1 ขนาดรถจะเน้นตัวถังไปที่ตัวถังเล็กกว่า B- Segment ตามที่ผมบอก

ที่ผม งง คือ ทำไม หลายๆคนรุมด่า แต่ Honda ทั้งที่ หากดูตามตาราง เทียบ ให้ครบทุกค่าย เค้าไม่ได้ขายแพงเลย 55555
mazda 2 ละครับ เบนซินก็ได้ ทำไมถึงขาย 690000 บาท ถ้าคุณบอกว่าแรงม้าเยอะต้องขายแพง

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,500
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: มีนาคม 26, 2020, 22:44:26 »
122 แต่ตัดออพชั่นออกจนโล้น ก็แพงนะครับ

ถ้างั้น ตัวก่อน ciaz 91 แรงม้า อัลเมร่า 79 แรงม้า ยาริส 86 แรงม้า แอทราจ 78 แรงม้า amaze 90 แรงม้า
เค้ายังทำให้ขายราคาเท่าๆกันได้เลย
พระเจ้า เท่านี้ก็เอา
ยังไง 122 ก็ขายดีอยู่แล้ว อย่าไปแซะเค้าเลย แค่นี้ก็แย่แล้ว ทำดีแค่ไหนก็ผิด ยอดก็เท่านั้น

Eco car เฟส 1
อัลเมร่า 79  แรงม้า เฟส 1  433,000 – 608,000.
มิราจ  78 แรงม้า 380,000 - 546,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 442,000 – 564,000.
amaze 90 แรงม้า เฟส 1  ราคา 454,000 – 521,000.
ยาริส 86  แรงม้า เฟส 1  469,000-599,900.

Eco car เฟส 2 2020
มิราจ 78 แรงม้า  474,000-619,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 494,000 – 624,000.
Ciaz 91 แรงม้า  2020  ราคา 523,000 - 675,000.
ยาริส  92 แรงม้า 539,000 – 649,000.
ยาริส ATIV 92 แรงม้า 529,000-649,000.
New อัลเมร่า 100 แรงม้า  เฟส 2  490,000 - 639,000.
New City 122 แรงม้า   579,500 - 665,000.  ( Spacial grade 739,000 )


ตั้ง สติ คิด พิจารณา วิเคราะห์แยกแยะ ดูให้ครบๆ ครับ มันมีหลายๆอย่าง ที่มีผลกับราคา
ที่ Eco car เฟส 1 ขนาดรถจะเน้นตัวถังไปที่ตัวถังเล็กกว่า B- Segment ตามที่ผมบอก

ที่ผม งง คือ ทำไม หลายๆคนรุมด่า แต่ Honda ทั้งที่ หากดูตามตาราง เทียบ ให้ครบทุกค่าย เค้าไม่ได้ขายแพงเลย 55555
mazda 2 ละครับ เบนซินก็ได้ ทำไมถึงขาย 690000 บาท ถ้าคุณบอกว่าแรงม้าเยอะต้องขายแพง

คำถาม คุณคืออะไรละครับ
mazda 2 1.3 93 แรงม้า เป็น เฟส 2 คันแรกของไทย ราคา 546,000 - 690,000
เปิดตัว ราคา มา สูงกว่า เฟส 1 ทุกค่าย ทำไม ขายดี

New CITY
122 แรงม้า   579,500 - 665,000.  ( Spacial grade 739,000 )

มันก็ไม่ได้แพงกว่า กันสักเท่าไหร่ ทำไม คนในนี้โวยวายเยอะจัง

อะสรุปให้อีกที เฉพาะ เฟส 2

Eco car เฟส 2 2020
mazda 2 1.3 93 แรงม้า เป็น เฟส 2 คันแรกของไทย ราคา 546,000 - 690,000.
มิราจ 78 แรงม้า  474,000-619,000.
แอทราจ 78 แรงม้า ราคา 494,000 – 624,000.
Ciaz 91 แรงม้า  2020  ราคา 523,000 - 675,000.
ยาริส  92 แรงม้า 539,000 – 649,000.
ยาริส ATIV 92 แรงม้า 529,000-649,000.
New อัลเมร่า 100 แรงม้า  เฟส 2  490,000 - 639,000.
New City 122 แรงม้า   579,500 - 665,000.  ( Special grade 739,000 )

พอ Grop เฉพาะ เฟสสอง จะเห็นภาพเลย อะไรที่ ราคามันสูง มันก็มีเหตุผลของมัน mazda 2  ขายดีทั้งที่แพงกว่าชาวบ้าน
ถ้า honda อยากขาย ราคาเท่า ต่ำ เค้าก็ทำได้ แต่อย่าลืม นี้คือ city เค้ามี กลุ่มลูกค้า และ กลุ่มกำลังซื้ออยู่แล้ว
รถ รุ่นนึง มันก็มี หลายเกรด แต่ไม่ดูตัวเริ่ม ไปดูแต่ตัว สูงแล้วก็โวยวายกัน


ออฟไลน์ monsterjeff

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 80
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 05:21:20 »
Toyota Honda Nissan SAIC พวกน้ี้เป็นบริษัทจำกัด กำไรสูงสุดคือเป้าหมายผู้ถือหุ้น
ลูกค้าชอบ อยากได้อะไร จัดได้ครับ คงไม่มีใครออกรถที่ไม่มีใครซื้อ นอกจากอ่านตลาดผิดหรือสู้เขาไม่ได้

ขอตอบว่าแบบไม่เต๊มปากว่า หลงทาง ไม่ว่า ECO หรือ EGO

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 588
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 10:16:22 »
ของแพงขึ้น ค่าแรงขึ้น ค่าเงินลดลง

ราคามันก็ปรับขึ้นเป็นปกติ

Eco Car ยุคนี้ กับ Eco Car รุ่นแรก หลายๆอย่างมันต่างกันพอสมควรนะครับ ราคาเพิ่มมาก็สมเหตุสมผลแล้วนะ


ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,334
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 10:58:32 »
ผมมองว่าเพราะนิสัยคนไทยครับ ซื้อรถคันเดียว แต่อยากได้ทุกอย่าง ทั้งหน้าตาในสังคม ประหยัด แรง option ขนคน ขนของได้เยอะ แล้วรถราคาถูกๆ ที่ไหนจะตอบโจทย์พวกนี้ได้

ออฟไลน์ TCP

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 565
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 12:21:57 »
ย้อนกลับไป 2011
ราคาแค่  4-5แสนกว่า

ตอนนี้  6-7แสนกว่า
มันไม่เรียก economy price แล้วนะ

เพราะคนไทยติดหรู ติดแพง  และ ไม่ยอมกัน แข่งกันว่าใครเหนือกว่าใคร เสมอ ใช่ไหม
ควรใส่อุปกรณมาตรฐานครบ และราคาใช่ ในclass ของมัน
ไม่ใช่ราคาถูก จริง แต่ จอไม่มี กล้องหลังก็ไม่มี
เอาไปยัดไว้บนๆ กับตัวรอง และใส่นู้นนี่เพิ่ม อ้างว่าได้ ของมาก ต้องเพิ่มราคา มากขึ้นไปอีก อย่างมีเหตุผล

แรกเริ่มของแนวคิด Eco car เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและ ทัดเทียมกัน สามารถ มีรถเปนของตัวเองได้

ตอนนี้ข้าวยาก หมากแพง แต่ eco car ราคา b seg กันหมดแล้ว
สรุปเค้าหลอกเรา
หรือ  เราหลงทาง     ;)

ไปเอาความเชื่อนี้ มาจากไหนครับ ??

โปรดทราบไว้นะครับ ว่า ... ECO CAR ไม่ใช่ .. Economy Car (รถราคาถูกๆ) นะครับ

แต่มาจากคำว่า  Ecology Car (รถเพื่อสิ่งแวดล้อม) .. ครับ  - ประหยัดน้ำมัน ก่อมลพิษต่ำ
รัฐเค้าให้นโยบายนี้ แล้วตั้งใจจะเน้นให้เป็น Product Champion (สินค้าตัวหลักตัวสำคัญ) ชิ้นที่ 2
ต่อจาก รถกระบะ 1 ตัน ที่เป็น Product Champion ตัวแรก ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยครับ

แล้ว .. อีกเรื่องนะ ..  รู้จักคำว่า .. " มูลค่าเงิน " มั้ยครับ ??

เงิน 100 บาท เมื่อปี 2010 (ปีที่ออก ECOCAR รุ่นแรก คือ Nissan March)
วันนั้น มันยังซื้อ ข้าวกล่องได้ 3 กล่อง แล้วยังมีเงินทอนเหลือมาให้ 10 บาทนะครับ
เพราะ ราคาข้าวกล่อง 1 กล่อง สำหรับ 1 คน มันยังราคาแค่ 30 บาทครับ

ไม่ใช่ราคา 40-45 บาท/กล่อง อย่างปัจจุบัน (ปี 2020) นี้  ครับ

เคลียร์มั้ยครับ ..

ยังมีอะไรสงสัยอีกมั้ยครับ ..

ออฟไลน์ TCP

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 565
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 12:32:25 »
แรกเริ่มของแนวคิด Eco car เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและ ทัดเทียมกัน สามารถ มีรถเปนของตัวเองได้

ตอนนี้ข้าวยาก หมากแพง แต่ eco car ราคา b seg กันหมดแล้ว
สรุปเค้าหลอกเรา
หรือ  เราหลงทาง     ;)

เค้าไม่ได้หลอกเราครับ และเราไม่ได้หลงทาง แต่เป็น ตัวของคุณเองที่มีความคิดความเข้าใจผิดๆครับไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน

https://www.asiadirect.co.th/adbnewsdetail.php?newId=163
Eco Car เป็นชื่อเรียกอย่างย่อจากสื่อต่างๆ ที่มาจากคำว่า Ecology Car หรือรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่รถยนต์ประหยัดพลังงานหรือ Economy Car ไม่ได้เริ่มมาจากแนวคิดที่ว่าเป็นรถราคาประหยัดอย่างที่คุณคิดไปเอง

Ecology Car มีการกฏเกณฑ์มาเพื่อได้รับสิทธิ์ทางภาษี ซึ่งต้องมีคุณสมบัติ
1.ความประหยัดน้ำมัน
2.การรักษาสิ่งแวดล้อม
3.ความปลอดภัยชั้นนำ
4.ความเหมาะสมต่อการใช้งาน

มาตรฐานเหล่านี้ก็ปรับเปลี่ยนได้ตามยุคตามเวลา

ความจริงแล้วนั้นรถยนต์อีโค่คาร์ ไม่ใช่รถยนต์ที่มีราคาถูกแต่ไร้คุณภาพ อีโค่คาร์คือรถที่มีมาตรฐานต่างๆรองรับมากมาย เป็นรถที่มีดีที่มาตรฐาน ดังนั้นหากท่านกำลังมองหารถขนาดเล็กเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้งานรถเยอะมาก เน้นขับในตัวเมือง อีโค่คาร์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

งงกับ ข้อความที่คุณลอกเอามาตอบมาก

เกณฑ์ 4 ข้อ มันชัดเจนเลยว่า ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม + ต้องประหยัดพลังงาน + มาตรฐานความปลอดภัยสูง + อีกข้อนึง
แต่ในข้อความ มีช่วงนึงระบุว่า " Ecology Car หรือรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่รถยนต์ประหยัดพลังงาน ... " <<< มันจะไม่ใช่ ได้ยังไง !! !!

จะไป copy ข้อความเค้ามาตอบ ก็อ่าน แล้วก็แก้ไขให้ถูกๆ หน่อยนะครับ

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,500
    • อีเมล์
Re: หมดยุค ของถูก ในนิยาม Eco Car แล้วใช่ไหม
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: มีนาคม 27, 2020, 12:36:54 »
ย้อนกลับไป 2011
ราคาแค่  4-5แสนกว่า

ตอนนี้  6-7แสนกว่า
มันไม่เรียก economy price แล้วนะ

เพราะคนไทยติดหรู ติดแพง  และ ไม่ยอมกัน แข่งกันว่าใครเหนือกว่าใคร เสมอ ใช่ไหม
ควรใส่อุปกรณมาตรฐานครบ และราคาใช่ ในclass ของมัน
ไม่ใช่ราคาถูก จริง แต่ จอไม่มี กล้องหลังก็ไม่มี
เอาไปยัดไว้บนๆ กับตัวรอง และใส่นู้นนี่เพิ่ม อ้างว่าได้ ของมาก ต้องเพิ่มราคา มากขึ้นไปอีก อย่างมีเหตุผล

แรกเริ่มของแนวคิด Eco car เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและ ทัดเทียมกัน สามารถ มีรถเปนของตัวเองได้

ตอนนี้ข้าวยาก หมากแพง แต่ eco car ราคา b seg กันหมดแล้ว
สรุปเค้าหลอกเรา
หรือ  เราหลงทาง     ;)

ไปเอาความเชื่อนี้ มาจากไหนครับ ??

โปรดทราบไว้นะครับ ว่า ... ECO CAR ไม่ใช่ .. Economy Car (รถราคาถูกๆ) นะครับ

แต่มาจากคำว่า  Ecology Car (รถเพื่อสิ่งแวดล้อม) .. ครับ  - ประหยัดน้ำมัน ก่อมลพิษต่ำ
รัฐเค้าให้นโยบายนี้ แล้วตั้งใจจะเน้นให้เป็น Product Champion (สินค้าตัวหลักตัวสำคัญ) ชิ้นที่ 2
ต่อจาก รถกระบะ 1 ตัน ที่เป็น Product Champion ตัวแรก ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยครับ

แล้ว .. อีกเรื่องนะ ..  รู้จักคำว่า .. " มูลค่าเงิน " มั้ยครับ ??

เงิน 100 บาท เมื่อปี 2010 (ปีที่ออก ECOCAR รุ่นแรก คือ Nissan March)
วันนั้น มันยังซื้อ ข้าวกล่องได้ 3 กล่อง แล้วยังมีเงินทอนเหลือมาให้ 10 บาทนะครับ
เพราะ ราคาข้าวกล่อง 1 กล่อง สำหรับ 1 คน มันยังราคาแค่ 30 บาทครับ

ไม่ใช่ราคา 40-45 บาท/กล่อง อย่างปัจจุบัน (ปี 2020) นี้  ครับ

เคลียร์มั้ยครับ ..

ยังมีอะไรสงสัยอีกมั้ยครับ ..

เอา จริงๆ รัฐก็ไม่ได้ ระบุ ชีชัดนะครับ ว่ามันจะเป็น  Economy หรือ Ecology
เอาจริงๆ มันคือ ทั้งคู้นั้นละครับ
ตาม จุดประสงค์ ที่ต้องการรถ ราคาต่ำ เพื่อ คนรายได้ต่ำในตอนมันเกิดเฟส1 โดยเอา การประหยัดมาทำลายกำแพงภาษี
โดยมีการจำกัดให้ลดมีขนาดเล็กนะครับ เพื่อที่ จะเป็น Segment ที่ราคาต่ำกว่า B-Segment ทั่วไป

แต่นะ เฟส ปัจจุบัน มันเป็น Ecology เต็มตัวโดยไม่สน Economy แล้ว
แล้ว แต่ไป ก็จะไม่มีมีคำนี้แล้ว เพราะ มันกลยมาเป็น  B-Segment  เต็มตัว ไม่ต้องเรียก Eco car อีกต่อไป