ผู้เขียน หัวข้อ: almera vl กับ city sv  (อ่าน 12942 ครั้ง)

ออฟไลน์ Inwsatan

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 88
    • อีเมล์
almera vl กับ city sv
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 18:39:50 »
อยากทราบว่าทั้ง2รุ่นมีปัญหาหรือdefectบ้างไหมครับกำลังเล็งๆ2ตัวนี้อยู่ครับ
เพื่อนๆจะเลือกอะไรครับ ผมใช้งานคนเดียวและใช้ยาวเกิน10ปี

ออฟไลน์ Staples

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,396
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 19:53:20 »
เข้าไปส่องคลับทั้งคู่ ผมก็เห็นปัญหาทั้งคู่นะ

ออฟไลน์ narenrit

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 237
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 20:04:13 »
ถ้าจะใช้เกิน10ปี  ฮอนด้าดีกว่าครับ  ปัญหาจุกจิกน้อยกว่านิสสัน  แต่ถ้าตัวเลือกมีโตโยต้า จะเชียรโตโยต้านะครับ

ออฟไลน์ johnlee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,298
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 20:33:00 »
ถ้าจะใช้เกิน10ปี  ฮอนด้าดีกว่าครับ  ปัญหาจุกจิกน้อยกว่านิสสัน  แต่ถ้าตัวเลือกมีโตโยต้า จะเชียรโตโยต้านะครับ

ผมว่าไม่แน่ จากปัญหาที่เกิดขึ้น กับทุกรุ่นของฮอนด้าตอนนี้  ผมว่าแบรคนด์ยุ่น แทบไม่ต่างกันเลย
2535-2555 Nissan Big-m z16
2555-2561 Nissan Big-m Td27 + Bd25
2555- present -Nissan Almer N17
2561- present -Isuzu D-max spacecab SLX 3.0

ออฟไลน์ Nutty eiei

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 261
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 21:54:26 »
ผมใช้ Almera VL นะครับ ถ้า City SV ผมเชียร์ Almera ถ้า City RS ไป City เลยครับ  รุ่น RS ดูแพรวพราวกว่าเยอะแต่จากการใช้งานอัลเมร่ามาออฟชั่นที่มันให้มาก็ถือว่าโอเคสำหรับรถระดับนี้ ถ้าไม่ชอบก็สามารถปิดได้เช่น พวก RCTAกับ BSM  ในคลับอัลเมร่าปัญหาที่เห็นคือ 1.หน้าจอกลางดับ 2.กระจกหลังฝั่งซ้ายกดไม่ลง แต่ได้ข่าวว่ารถล็อตหลัง Chassis No.6000 ลงไปไม่เจอแล้วครับ 3.น้ำมันเครื่องซึมเห็นแค่ 2 คันอยู่ครับ ที่ว่ามาทั้งหมดคันของผมยังไม่เคยเจอซักอย่างครับ เกิน10 ปี ต้องมีซ่อมกันหมดครับแต่ 2 ตัวนี้เพิ่งออก ต้องดูกันยาวๆครับ

ออฟไลน์ เป็นงงเลยดิ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 513
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 22:48:55 »
เรี่องคงทนสองรุ่นนี้พูดยากมาก

เหมือน Nissan พยายามปรับปรุงเรี่องความคงทน ทั้งใส่ CVT Cooler Intercooler เเบบธรรมดา เเต่รุ่นเดิมก็มีประวัติว่าเเอบเปราะอยู่ เเต่เขาก็เเก้ เปลี่ยน part no. ใหม่ให้หมดนะ เเต่รุ่นใหม่ไม่รู้จะปรับปรุงได้เเค่ไหน รถยังใหม่อยู่

ส่วน Honda บอกตรงๆ ผมไม่เชี่อว่ามันทนอีกเเล้ว รุ่นใหม่ๆคุณภาพตกลงเรี่อยๆ  เกียร์ CVT Civic 1.8 พังกันเป็นเเถบ  ที่เอามาพูดถึงเพราะ City 1.0 ก็ใช้เกียร์ลูกนี้เหมือนกัน เเละไม่มี CVT cooler เเบบ Almera ด้วย


ออฟไลน์ CNX

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,068
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2020, 23:59:58 »
ขออภัยไม่ได้ตอบตามที่เจ้าของเรื่องสงสัยครับ
แค่เป็นข้อมูลให้พิจารณา
ถ้าเป็นรถมือ2 ปีเดียวกันHondaจะได้ราคาสูงกว่าครับ
ค่าซ่อมบำรุงพิจารณาจากตารางเช็คระยะและจากคลัปรถครับ รถตลาดอะไหล่แท้ เทียบเยอะทั้งคู่ครับ

บ้านผมซื้อรถมือ2คัน
HondaCrv ปี2011 4-5แสน ซื้อเมื่อปี2018
Nissan Sylphy ปี2014 3-4แสน ซื้อเมื่อปี2019
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2020, 00:22:34 โดย CNX »
วิถีพอเพียง วิถียั่งยืน

ออฟไลน์ porasit33

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,064
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 00:53:32 »
1.ใช้ยาวๆซื้อรถที่ถูกใจดีกว่าครับ
หน้าตารถ ความสวยงามภายใน ให้น้ำหนักตรงนี้เยอะๆ

2.ใช้ยาวๆ ก็ต้องดูเรื่องอะไหล่ต่อ
เลยคิดว่าฮอนด้าเป็นต่อ เพราะมีอะไหล่เกาหลีเพียบ
ผมใช้ฮอนด้าน่ะ พังแล้วสบายใจตรงมันไม่ต้องจอดนาน
ไปอู่ อู่โทรหาอะไหล่แปปเดียวได้ ไปศูนย์ ศูนย์เบิกอะไหล่แปปเดียวได้
ของผมสามแสนกว่าโล โช้คแข็ง ลมแอร์ไม่ออก ไฟหน้าเริ่มเหลือง
ลุยน้ำท่วมไฟเตือนขึ้น มันซ่อมแปปเดียวก็ใช้ต่อได้

3.ส่วนออพชั่นแฝง มีดีกว่าอยู่แล้ว แต่วันนี้ถ้าขับรถคล่องแล้ว
 ไม่มีก็ไม่ได้เสียหาย ไม่ต้องไปเสียดาย พอเราชินกับรถแล้ว
 ระบบพวกนั้นก็อยู่นอกสายตาไปเลย

4.ราคาขายต่ออันนี้ตัดทิ้งไปเลย สิบกว่าปีแล้ว คุ้มแล้ว
ราคารถจะไปกองๆต่างกันไม่มากถ้าขายเป็น ดูแลรถดีๆ
แต่กำไรขาดทุนจะอยู่ที่การดูแล ช่วงจ่ายหนักๆหลัง 2 แสนกิโลเมตร
กับช่วงรถอายุ 6-10 ปีมากกว่า
มีอะไรๆให้เสียเงินบำรุงเยอะ ขึ้นกับการใช้งานเรา

มีดีทั้งคู่ชอบคันไหนจิ้มไปเลยครับ ขอดีข้อเสียสองรุ่นนี้คงพอๆกันจริงๆ

ออฟไลน์ ขนุนน้อย

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 156
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 02:44:01 »
ใช้ City RS ครับ ขอคอมเม้นเฉพาะ defect นะ

1. น้ำไหลจากคอจิ้งหรีด ระบายลงเข้าไปในห้องเครื่อง: ผมเจอเฉพาะฝั่งคนนั่ง มีหลายคนในคลับไปถามศูนย์ แต่มีอยู่เคสนึงที่ศูนย์อ้างว่า "คนออกแบบตั้งใจให้เป็นแบบนี้"
> บางเคสแก้ปัญหาโดยการหาวัสดุอะไรสักอย่างมาเปลี่ยนทางน้ำหรือซับน้ำไว้นี่แหละ คิดว่าเคสนี้ยังต้องตามต่อ

2. เสียงประหลาดเวลาขับไม่เกิน 1500 RPM ที่ความเร็วต่ำๆ: 1,000 กิโลแรกไม่ได้ยินครับ แต่รถผมเพิ่งมาได้ยินเบาๆ เมื่อสองสามวันนี้เอง ใครอยากรู้ว่าอาการเป็นยังไง ดูคลิปที่คุณแพนไปเทสรุ่น SV ตอนนาทีที่ 16:10 ได้เลยครับ เสียงแบบนี้เลยเป๊ะๆ ชัดเจนมาก
> บางคันที่เคลมไปแล้ว ศูนย์จับเปลี่ยนชุดสายพานไทม์มิ่ง ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนทั้งชุดหรือแค่ตัวที่มีปัญหา
> ทั้งนี้ทั้งนั้น สายพานไทมมิ่งรุ่นนี้ คู่มือแจ้งให้เปลี่ยนที่ 100,000 กิโล 2 เส้น รู้สึกว่าจะนานกว่าเครื่องตระกูล D series ใน Civic ES 1.7 หลายหมื่นกิโลอยู่

ปัญหาอื่นๆ ที่คนใช้ฮอนด้ารุ่นใหม่ๆ กลัวกันก็คือ เจอสนิมกับรถไม่กี่ปี หลายคนหนีไปซื้อยี่ห้ออี่นเพราะเหตุผลนี้เหมือนกัน

เรื่องเครื่อง เกียร์: ผมตั้งข้อสังเกตจากคนที่ติดจอ OBD 2 แล้วพบว่า
1. อุณหภูมิน้ำมันเกียร์ CVT ขับทางราบไกลๆจะอยู่ประมาณ 95 องศา ขึ้นดอยหนักๆ มีแตะ 110 องศา > ขอศูนย์ถ่ายน้ำมันเกียร์ทุกๆ 20,000 กิโล ถ้ามีกรองเกียร์ก็เปลี่ยนไปพร้อมกันเลย น้ำมันเกียร์ CVT ฮอนด้าแท้ไม่ได้แพงครับ ...พอหมดประกัน รีบไปติดออยเกียร์เถอะครับ แต่ถ้าอยากติดตั้งแต่ป้ายแดงก็แล้วแต่ศรัทธาแต่ประกันคงขาด แต่ก็ตัดปัญหาเรื่องออยเกียร์ติดรถแตกไปในตัว

2. อุณหภูมิน้ำยาหม้อน้ำจะอยู่ที่ 105 องศา แต่ก็จะนิ่งๆ ไม่เกินกว่านี้ > Temp ปกติก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยชักจะไม่แน่ใจว่า ค่า HTHS น้ำมันเครื่อง 0W-20 จะเอาอยู่ถึง 10 ปีโดยที่เครื่องไม่หลวมไปซะก่อน หรือแกนเทอร์โบลาโลกก่อนวัยอันควรไหม แล้วตอนนี้ศูนย์ก็ขายแค่เกรดนี้เกรดเดียวด้วย (แอบดูฉลากน้ำมันศูนย์ เห็นว่า Shell ทำให้ จากราคาน่าจะตัว HX8 คงไม่ใช่ Ultra มั้ง) สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือ ความหนืดระดับ 20 จะหล่อลื่นแกนเทอร์โบไหวหรือเปล่า ภายใต้สภาพอากาศบ้านเรา ...ยินดีรับ research paper จากสมาชิกท่านอื่น เพื่อความกระจ่างเรื่องนี้นะครับ

เรื่องความทนทาน ผมไม่เชื่อว่า City 1.0T จะเปราะกว่า Mazda 2 นะ .... ที่บ้านมี 2 diesel โอ้โห ยังไม่หมดประกัน เคลมนู่นเคลมนี่บ่อยเหลือเกิน เพลีย  :-\

ออฟไลน์ +@ กฤษ @+

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,072
  • ^_^ /l\ *_*
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 10:46:51 »
อันนี้แล้วแต่คุณเลยนะว่าจะชอบออฟชั่น หรือหน้าตาอย่างไหนมากกว่า

ถ้าซื้อ city เป็นผมเอาแค่ตัว v ออฟชั่นเพียงพอต่อการใช้งาน
เก็บเงินส่วนต่างไว้ลงเครื่องเสียง ชุดแต่งรอบคัน ฯ

ทั้งสองตัวนี้ ควรเปลี่ยนล้อให้ใหญ่กว่าเดิมสัก 1 นิ้ว
และหายางดี ๆ เกาะถนนมาสักชุดก็น่าจะจบในการใช้งานประจำวันนะครับ

รวม ๆ ผมชอบ almera มากกว่า สวยกว่า ทั้งภายนอก / ใน
แต่หากใช้ยาว 10 ปี ผมคงเลือก honda ครับผม 8)

ออฟไลน์ HHHsung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,371
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 14:55:50 »
ใช้ยาวต้องมองที่ยอดขายเพราะสัมพันธ์กับช่างและอะไหล่ และเครดิตรถที่ยังวิ่งอยู่ของแบรนด์ว่ารุ่นที่อายุเกิน 10 ปี ยังมีเยอะอยู่มั้ย

2 ปัจจัยที่ว่ามา ฮอนด้าค่อยข้างได้เปรียบกว่า ระยะยาวออฟชั่นเยอะจะเป็นจุดอ่อน เวลาเสียน้อยคนที่จะซ่อม เพราะอะไหล่พวกนี้นานๆเสียทีมักราคาแพง

ถ้าเน้นใช้ยาว รุ่นล่างสุด เป็นรุ่นที่น่าใช้ที่สุด ออฟชั่นโล้นๆ ความเสี่ยงที่อุปกรณ์ชำรุดย่อมน้อยกว่า เพราะพาร์ทน้อยกว่า

ออฟไลน์ mamaman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,768
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 16:12:43 »


เอามาใช้งาน ยาวๆ แนะนำ Honda ครับ
อะไหล่ถูก  ศูนย์หาง่าย ศูนย์มีเยอะ ก็มีทั้ง ดีและไม่มีเลือกเอา

อีกอย่าง ดีเฟค หรือ ปัญหา ของทั้ง 2 รุ่น ยังไม่เจอปัญหาร้ายแรงอะไรครับ

ทั้ง 2 รุ่นยังไม่เจอ ว่าต้องขึ้น รถสไลด์

ออฟไลน์ Tien.W

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,748
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 18:34:54 »
ใช้ยาว ผมเชื่อใจ HONDA ครับ

ออฟไลน์ bobsan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,321
    • อีเมล์
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2020, 21:25:01 »
ดูแค่หน้าตาเอา Almera

ใช้เหตุผล city

ใช้อารมณ์จะไม่เลือก city เพราะอวยกันเยอะจนถึงขั้นเรียกกันว่า 110i


ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 22,821
Re: almera vl กับ city sv
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2020, 08:49:31 »
ผมว่าไม่น่าห่วงนะครับ ทั้ง 2 ตัวนี้ 10ปี น่าจะมีซ่อมบ้างแน่ๆ แต่อะไหล่ไม่น่าเป็นปัญหา

เอาคันที่ถูกใจครับ