« เมื่อ: มีนาคม 03, 2025, 16:04:43 »
ตั้งแต่รถไฟฟ้าจีนเข้ามา ผมรู้สึกว่าช่องว่างพวก option หรือวัสดุมันมีความเข้าใกล้รถยุโรปมากขึ้น (อาจไม่ใช่เกรดเดียวกัน อย่างน้อยก็ยังมีให้) ยกตัวอย่างเลยก็พวก วัสดุภายในรถจีนบุนุ่มมาแทบจะทุกส่วนเป็นส่วนใหญ่ พวกระบบช่วยขับ ช่วยจอด ควบคุมผ่านโทรศัพท์ หลังคากระจก เบาะอุ่นเย็น นวดได้ สังเกตเลยว่ารถญี่ปุ่นมีการขยับอัด option อย่างเห็นได้ชัด ถึงจะไม่เท่ารถจีนก็ตาม อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น สามารถเป็นเจ้าของรถที่ดีไซน์ดูเหมือนรถพรีเมียมมากขึ้นในราคาที่จับต้องได้
ช่วงล่างอาจจะสู้รถยุโรปไม่ได้ แต่ก็ดูเหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป นุ่มนิ่มโคลงๆ เป็นผมก็พอรับได้ ได้แรงม้าระดับ 200-500 แรงม้า ในคราบรถบ้านๆ มันดูน่าสนใจมาก เพราะรูปลักษณ์ดูสวย ระบบต่างๆ ครบถ้วนทันสมัย แต่ไปดูในเฟสเวลารออะไหล่จากอุบัติเหตุ หรือชิ้นส่วนเสื่อม ต้องรออะไหล่แบบไม่มีกำหนด 2-4 เดือน หรือความเสถียรของเทคโนโลยีมันก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่กล้าซื้อใช้ ซื้อรถเหมือนไม่รู้อนาคตเลย
กลับกันเป็นรถญี่ปุ่น ยุโรปมือสองเก่าๆ 10+ ปี ยังมีอะไหล่เกลื่อน ของใหม่ ของเทียบ มือ2 เพียบ ใช้แล้วมันสบายใจตรงที่ชนหรือพังยังหาอะไหล่ทดแทนได้ แต่ลองแบรนด์รถที่ยุติทำตลาดในไทยไป ของยังพอหาได้ แต่ต้องรอหา ไม่ใช่ว่าจะหาได้ภายในวันเหมือนรถปกติ แต่รถจีนนี่ซิจะหาอะไหล่จากไหน ในเมื่อเบิกศูนย์ยังรอไม่มีกำหนด
สรุป
ส่วนตัวเปิดใจ ไปดูตัวรถไปลองนั่งลองขับแล้ว ดูใช้ได้ดี น่าสนใจ คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย แต่ระยะยาวก็ยังน่าห่วงเรื่องอะไหล่จริงๆ ครับ แค่อะไหล่ตัวถังยังรอ 2 เดือน ผมไปคุยกับศูนย์ซ่อมตัวถังยี่ห้อนึง พนงเคลมยังบอกเอง ติดตรงนี้จริงๆ ครับ