เหตุที่บางคนยังใช้รถคันเดิมทั้งๆที่มีตังค์ซื้อรถใหม่

solo

ไม่จำเป็นต้องเป็นเบนซ์อย่างในคลิปหรอก อาจจะเป็นโตโยต้าหรือ Isuzu ก็ได้หากมี Eco Systemที่Support




sukhontha

แต่ละคนมีเหตุผลแตกต่างกันไป  โดยเฉพาะความผูกพัน

เหมือนผม ผูกพันกับ saab  ผมขาย มังการทอง ซื้อดีแม็ก  ขายดีแม็ก ซื้อเอ็กซ์เทรล ขายเอ็กซ์เทรลซื้อคิกส์   แต่saab  ผมก็ยังเก็บไว้  และขับอยู่....



tswift

รถผม w205 เครื่องเบนซินล้วน อายุ 10 ปีแล้ว ก็รู้สึกมันยังสวยอยู่เลย ระบบไฟฟ้าก็ไม่ซับซ้อนเท่ารุ่นใหม่ๆ ไม่มี mild hybrid มาให้จุกจิก เลยยังไม่คิดจะเปลี่ยนเลยครับ แม้ใจจะชอบ Interior รุ่นใหม่ๆของ W206 หรือรุ่นใหญ่ W214 แต่พอชั่งเรื่องค่าซ่อม ค่าดูแลแล้ว ไม่เปลี่ยนดีกว่า  ::)



harvard

เปลี่ยน camry80 ใหม่ แต่เบาะนั่งแล้วตึงคอ เลยต้องกลับมาใช้ตัว 70 เหมือนเดิม



PaPaMan

ก็จริงครับ แต่ต้องบำรุงรักษาและดูแลสภาพรถให้ดูดีและพร้อมใช้อยู่เสมอนะครับ
ไม่ใช่ปล่อยให้เก่าบุโรทั่งแล้วทนใช้อยู่อย่างนั้น อันนั้นแสดงว่าไม่มีเงินซ่อมรถให้อยู่ในสภาพดีได้ อย่าว่าแต่ซื้อใหม่เลย



S6

รถผมคันนึง 32ปีแล้ว ซ่อมบำรุงดูแลดี ขับแล้วเหมือนรถใหม่ตลอด ขับแล้วชอบกว่ารถรุ่นใหม่
คันอื่นอีก 2คัน 11 ปี ดูแลเป็น มีอู่ประจำที่ดี ก็ใช้ได้สบาย
ค่าดูแลมันเสียน้อยกว่า เงินที่ไปออกรถใหม่มากๆ รถใหม่ค่าเสื่อมก็เยอะต่อปี



เนื้อน่องไม่หนัง

เห็นด้วยนะครับ กับการใช้รถแบบไม่ต้องแคร์คนอื่น เงินเรา เราเลือกได้

รถยุค 90s หลายรุ่น พวกช่วงล่างมันปรับมาคนละแนวกับรถใหม่ๆด้วยครับ เน้นนุ่มสบาย จนถึงความเร็วสัก 140-160
ในขณะที่รถใหม่ๆ ทำให้ เฟิร์ม กระชับขึ้น ใช้ความเร็วสูง โยกเปลี่ยนเลนได้ดีขึ้น ไม่แปลก ที่คนที่พวก w124/140 จะยังชอบรถของเขา

สำหรับผม ปัญหาที่เจอคือเสียงในหัวครับ พอรถอายุมากมูลค่ามันต่ำลงๆๆ แต่ค่าซ่อม มันเท่าเดิม เจอค่ายางช่วงล่างอะไหล่ทีนึง 20-30% ของตัวรถ ก็เริ่มรุ้สึกว่าแพง แล้วก็เริ่มลด grade อะไหล่ไป สุดท้ายมันก็ใช้ได้ดี แต่ไมไ่ด้ดีเท่าเดิมครับ

ถ้าไม่รุ้จักอู่ ผมคิดว่าออก C-Seg ใช้ยาวๆ 10-15 ปี ขายออก อยู่ในจุดที่ค่อนข้างคุ้มค่าครับ



REX

ส่วนใหญ่จะวิ่งน้อย ราวๆ 1 แสนกิโล
แม้อายุเยอะ มันยังขับดี ไม่พัง ค่าดูแลไม่แพง
Vois รุ่นแรก  ยังใช้สบายใจหายห่วง
Mirage 13 ปีแล้วมั้ง
แต่ถ้าเมื่อไหร่ ดูทรง เริ่มงอแง ก็ไม่เก็บไว้



renew

มันประกอบกันหลายส่วน
 ส่วนแรก ตัวรถถ้าดูแลมาดี เก็บงานตลอด บำรุงรักษาถึงๆ มันไปต่อใด้ 5 - 10 ปี แบบไม่ต้องกังวล กรณีรถตลาดมีอะไหล่ตลอด
 ส่วนที่สอง ประสบการณ์ ส่วนตัวผมเคยใช้ป้ายแดง แบบดูแลไม่ดีและขายทิ้งไปแล้ว ลูปนั้นประสบการณ์จะสอนว่าต้องทำไงกับคันใหม่
 ส่วนที่สาม การเงิน อันนี้ นานาจิตตัง บางคนขายคันเก่าออกไปเอาใหม่ก็ยังต้องผ่อนอีก บางคนมีเงินซื้อใหม่ใด้แบบไม่ต้องผ่อน แต่ยัง ok กับคันเก่า มันก็อยู่กับแผนชีวิต สภาพเศรษฐกิจ อื่นๆ
 สุดท้าย อยู่ที่ใจ ต้านทานใด้มากแค่ไหน รถใหม่ก็เหมือนเด็ก 18 ที่เย้ายวนนั่นแล



helloweentz

ค่าซ่อม รถคันเก่า ยังคุ้มกว่า ผ่อนรถใหม่

ยังไม่มี สเปค รถคันใหม่ ที่ ถูกใจ
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ



youngbear

 8) 8) 8)......ยังใช้คันเก่าเดิม คือ :-
-   ใช้รถน้อย ปีละไม่กี่พันกิโลฯ
-   สภาพรถยังสมบูรณ์
-   ค่าประกัน ก็ได้ส่วนลดลงมาเรื่อยๆ
-   รุ่นเดียวกัน ก็ยังมีวิ่งกันเยอะแยะ

น่าจะโอเค เป็นคำตอบ ยังไม่ซื้อรถใหม่ได้ฮับ :-X



samaklen

คันเก่า ซ่อมบำรุงง่าย
อะไหล่ยังมี
ใช้ต่อไปครับ



Tien.W

ถ้ารถยนต์นี่ .. เคยคิดอยากเก็บ แต่สุดท้าย เจอทั้งเรื่องค่าซ่อม เจอทั้งต้องหาอะไหล่ ต้องเฝ้าช่าง สุดท้าย ขายทิ้งซื้อใหม่ดีกว่า

- อย่าง Pulsar Turbo ก็อยากเก็บนะ แต่แบบ ก็รู้ไงว่า เดี๋ยวนู่นก็อาการไม่ดี นี่ก็ร่อแร่ แถมเบิกอะไหล่ยาก บางชิ้นรอนานอีก .. ปีที่จะขาย รวมๆเวลารออะไหล่ 3 ชิ้น (ประตูหน้าซ้าย / แร็คพวงมาลัย / หม้อน้ำ) เกิน 6 เดือน จะขับไปไหนไกลก็ไม่ได้ วิ่งได้สั้นๆ กับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก กับรถที่วิ่งแค่ 6 หมื่นกม. ตัดใจ ขายทิ้งดีกว่า


ถ้ามอเตอร์ไซค์ .. อาจจะเพราะ วิ่งสั้น ไม่กี่ กม. เลขไมล์ไม่สูง กับ ค่าดูแลที่ถูก รวมถึง ซ่อมเองได้ ก็ใช้ๆไป จนกว่า จะไม่ไหวจริงๆแหละ 14 ปีละ



albacore

ผมค่อนข้างจะคิดคล้ายๆในคลิปนะ ของเดิมถ้ามันดีพอสำหรับเราก็ไม่ได้มองรุ่นใหม่(จริงๆคือหาข้อมูลแล้วไม่ไหวจะซ่อมเพราะไม่ได้ซื้อรถใหม่มาก หรือการออกแบบไม่ถูกใจต้องกลับมารุ่นเดิม)
 ผมใช้รถ90บอดี้เดียวมาตลอดเกือบ30ปี(แต่ไม่ใช่คันเดิมนะ)
  แต่เจอหัวตัดก็ซื้อคันใหม่เพื่อเก็บเครื่องที่ได้มา เจอรถย้ายของเสปคที่ต้องการ ก็เอามาเก็บงานอีกคัน
  จนตอนนี้มีรุ่นเดียวกัน 3คัน 3เครื่อง ลองบวกดูความจุรวมกันเกือบ13ลิตร!! ขับไปก็หาเรื่องแต่ง หาเรื่องเก็บงานให้มันน่าใช้ไป
  เจออะไหล่ที่น่าจะหายากในอาคตก็เก็บไว้บ้าง แต่อะไหล่โดยทั่วไปตัวถังยังมีเยอะ อะไหล่สิ้นเปลืองมีทุกเกรด มันเลยยังไม่ลำบากจนดูไม่น่าใช้
  อาจจะจุกจิกบ้างตามประสา แต่รถสมัยนั้นวัสดุคุณภาพค่อนข้างดี ยังไม่โดนกฎหมายสิ่งแวดล้อมมากนัก เลยกรอบอยู่ไม่กี่ชิ้น แทบไม่มีชิ้นไหนละลายเลย (มีปุ่มวอลลุ่มวิทยุอันนึงกับท้าวแขน แต่ผมเปลี่ยนเป็นตัวเก่าก็ไม่ละลายแระ)
  ภายในก็เงียบไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือก๊อกๆแก๊กอะไร(ถ้าภายในดังนี่ผมน่าจะไปนานแล้วเพราะขับรถวันละ2-3ชั่วโมงผมไม่น่าทนไหว ท่อดังยังไม่ไหวต้องเปลี่ยนกลับท่อเดิม) คันที่ใช้จริงจังผมน่าจะขับมา3แสนโลคันนึงแล้วขายไป คันปัจจุบันน่าจะขับมาซักซัก8แสนโลแล้ว(เปลี่ยนไป3-4เครื่องนะไม่ใช่เครื่องเดียว พอรู้สึกว่ารถอืดก็เปลี่ยน)
  นึกได้อีกอย่างที่ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าซ่อมมันแล้วลำบากคือแถวบ้านมีอู่เยอะ ใกล้สุดที่ใช้ประจำ ห่างจากบ้าน50เมตร ขับไปทิ้งไว้แล้วเดินกลับมาเอาคันอื่นไปขับ
  ถ้ารถต้องการอู่เฉพาะทางจบๆที่อยู่ไกลหลายสิบโล ผมอาจจะไม่ไหวแบบนี้ก็ได้

  แต่กับรถแฟนอีกแบบนะอันนั้นต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าเพราะรถเมียห้ามเสียกลางทางเกิน2ครั้ง รายนั้นต้องโตโยต้าปีใหม่ๆหน่อยถึงจะอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 17:34:59 โดย albacore »