รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้

solo

รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2026, 16:44:54 »
เคยตั้งคำถามว่าเรามีหลักเกณฑ์อย่างไรว่าควรซ่อมรถเก่าหรือเปลี่ยนรถใหม่ดี ปรากฏว่าลุงผมเลือกการซ่อมครับ ผมถามลุงผมว่าเสียเวลาซ่อมรถเก่าทำไม ซื้อคันใหม่ดีกว่า แกตอบว่าแกไม่ค่อยชอบรถสมัยใหม่ อยากใช้คันเก่าจนซ่อมไม่ไหวแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะแกรู้ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นรถใหม่แล้วไม่ถูกใจแกแน่

รถสมัยนี้ได้ความไฮเทคสะดวกสบาย แต่แลกมาด้วยราคาค่าซ่อมที่แพงและไม่ทนทาน

รถไฮเทคขึ้นและซ่อมแพงขึ้น เกิดจากRegulationsต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาในการพัฒนารถ ทำให้รถยนต์ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่กลายเป็นคอมพิวเตอร์ติดล้อ เพื่อเอาใจคนขับรถไม่เป็น เอาใจคนนั่งไม่เอาใจคนขับ เอาใจคนเดินถนน เอาใจโลก เอาใจนายทุน รวมทั้งเอาใจมอไชค์

รถยนต์สมัยใหม่ห่วงแต่คนอื่นแต่ผลักภาระให้เจ้าของรถรับผิดชอบหลายอย่างมากกว่ารถเก่า

- ต้องเปลี่ยน EGR,DPF,Cat/Adblue เพื่อลดเขม่าโลก
- ต้องเปลี่ยนแบตไฮบริดเอาไว้เปิดแอร์จอดเพื่อรอรับลูกหรือคนขับรอรับเจ้านาย
- ต้องใส่สารพัดเซนเซอร์เอาใจคนขับรถไม่เป็น
- ต้องเปลี่ยนกันชนและฝากระโปรงหน้าเพื่อป้องกันมอไชค์และคนเดินถนน
- ต้องโอเวอร์ฮอลบ่อย เพราะเครื่องDownsizeจนเครื่องเปราะ
-ติดเทอร์โบตัวเดียวบ้างสองตัวบ้าง ใช้น้ำมันเครื่องใสแจ๋วเพื่อประหยัดน้ำมัน เปลี่ยนจากโช่เป็นสายพานแถมจุ่มน้ำมันอีก
- ต้องทนใช้พลาสติกรีไซเคิลเอาใจนายทุน

นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการ Build to fail กำหนดวันหมดอายุในรถสมัยใหม่เพื่อขายอะไหล่อีกด้วย

จอสัมผัสที่รกรุงรังและส่องแสงแยงตาตอนกลางคืน

ส่วนที่ดีก็มีเช่นระบบช่วยทรงตัวทำให้เราไม่แหกโค้ง และระบบ OBD ที่ง่ายต่อการวิเคราะห์อาการซ่อม

สาเหตุที่ไม่ชอบเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายเพราะ คุณลุงเกิดในยุค อ.ว.ท.ม. หมายความว่าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีในรถที่ออกจากโชว์รูม ต้องมาติดข้างนอกเอง เวลาขายต่อต้องโฆษณาว่ารถฉันมีอุปกรณ์เหล่านี้นะ
ลุงจึงคิดว่าออพชั่นความสบายบางอย่าง ไม่สมควรจะมี ถ้ามันเสียง่ายและซ่อมแพง

เกลียดระบบอิเล็คทรอนิกส์ที่เฟลแล้วขับต่อไม่ได้

เกลียดซอร์ฟแวร์ที่ไม่เสถียรแล้วมาอัพเดตทีหลัง เบื่อแผง PCB ที่ซ่อมยากและอะไหล่แพง

ใช้รถยุคเก่า มีอาการเสียเห็นได้ด้วยตาว่าท่อยางกรอบแตก ปลั๊กหลวม คอยล์เสีย เกียร์กระตุก เดินเบาไม่นิ่ง และอาการเสียบางอย่างก็ยังขับต่อไปอู่ได้โดยไม่มีปัญหาร้ายแรง ชิ้นส่วนแยกเปลี่ยนได้ทีละตัวไม่เหมายกแพ รักความเรียบง่ายซ่อมถูกอะไรแบบนี้
 





axister

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2026, 18:20:30 »
มันเป็นเรื่องปกติครับ

มาตรฐานมันดีขึ้น ต้องเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมา อย่างเรื่อง egr dpf มันเพื่อลดเขม่า, แบตไฮบริดก็เป็นพลังงานใหม่ "เพื่อให้ปล่อยไอเสียน้อยลง" อากาศก็สะอาดขึ้น
เซนเซอร์ กันชน ก็เพื่อความปลอดภัย

วัสดุทดแทนหนังกับพลาสติก ถ้าอยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว คุณจะมองอีกแบบว่ามันถือรากฐานของการปล่อยขยะเป็นพิษที่ส่งผลต่อมลภาวะหลายๆด้าน มากกว่าแค่เอาใจนายทุน

จะบอกว่าสมัยก่อนดีกว่า ผมแย้ง 100% ว่าไม่ใช่ สมัยก่อนมันไม่มีเทคโนโลยี มันไม่มีทางดีกว่าอยู่แล้ว แต่ของใหม่มีเรื่องให้ต้องบำรุงอ่ะใช่

ถ้าเราเป็น ignorant เห็นแก่ตัวถึงขั้นไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นยังไง เกิดอุบัติเหตุแล้วจะมีอะไรมาช่วยเซฟคนเดินถนนไหม หรือปล่อยมลพิษแล้วคนอื่นจะเหม็นมั้ย อากาศเป็นพิษไหม ก็คงจริงแหละรถสมัยใหม่มันวุ่นวาย เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในกะลาใช้ของเก่าที่เกิดมาในยุคไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร

แต่ใดๆนั้นในตลาดก็ยังมีรถรุ่นเก่าๆมา support คนกลุ่มนี้ให้เลือกซื้อรถโบราณมาโมใช้เองได้อยู่ครับ ถ้าไม่ชอบจริงๆ การเลือกซื้อรถเก่า ทั้งราคาถูกและถูกจริต ผมว่าก็วิน-วินนะ

แค่อย่าไปแซะคนที่เค้าใช้ของใหม่ คนที่เค้าพยายาม contribute เรื่องรักษ์โลก เรื่องมลพิษ แล้วตั้งทฤษฏีเลอะๆเทอะๆว่า เอาใจคนนั้นคนนี้เพื่อลดต้นทุนบลาๆ เลยครับไม่ดีหรอก วัสดุทดแทนต้นทุนผลิตเยอะกว่า พลาสติก/หนังสัตว์อีกครับ เพราะมันผ่านกระบวนการเยอะกว่า เราจะบ้าอยู่ในกะลาคนเดียวไม่มีใครว่าแน่นอนครับ



apinui

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2026, 20:10:33 »
เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับที่บอกว่า "รถยนต์สมัยใหม่ห่วงแต่คนอื่นแต่ผลักภาระให้เจ้าของรถรับผิดชอบหลายอย่างมากกว่ารถเก่า"

โดยเฉพาะ EGR/DPF เนี่ย

ค่ายรถพัฒนาไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว แต่กฏหมายก็ออกมาควบคุมเข้มข้นเรื่อยๆ ก็ใส่ EGR มาให้ซะเลย เพื่อลด Co2 ก็ลด Co2 ได้จริงแหละ แต่รถควันดำเกิดเขม่าสะสมในท่อ ID รถพังเจ้าของรถต้องซ่อมบำรุงมากกว่าเดิม

ต่อมา มีกฏควบคุมฝุ่นควัน ค่ายรถก็ไม่ต้องคิดเยอะ ใส่ DPF มากรองฝุ่นให้ซะเลย และก็เอาน้ำมันรถเรานี่แหละเป็นตัวเผา DPF ปัญหาคือน้ำดันรถอายุสั่น

ภาระอยู่ที่คนใช้ล้วนๆครับ



REX

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 00:41:51 »
สิ่งที่มีค่าของโลกใบนี้ คือ สิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกชีวิต ได้ใ้ช้อากาศและพื้นแผ่นดินดำรงค์ชีพ
ปฎิเสธ ไม่ได้ว่ามันใกล้ถึงลิมิต เข้าไปเรื่อยๆ
โดยรถยนต์ ก็คือส่วนนึง ที่ก่อ มลภาวะ
เมื่อรถมันปริมาณมากกว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ก็ถูกต้องแล้ว ที่แต่ละคันควร ลดปริมาณไอเสีย ของเสีย ออกมา

เทคโนโลยี่ซับซ้อนขึ้น  วัสดุที่ต้องรักษ์โลกมากขึ้น
การแข่งขันแต่บริษัทเข้มข้น จำเป็นต้องเร่งรีบพัฒนา
กำไรที่บางเฉียบลง
ขนาดก๋วยเตี๋ยว หรือค่าตัดผม เมื่อ20 ปีที่แล้ว
สัดส่วนที่เพิ่มยังแพงกว่า สัดส่วนราคารถยนต์ทึ่เพิ่มขึ้นเลย
ทั้งที่ รถยนต์ segment ต่างก็พองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลา
แถมยัดอุปกรณ์ ไฮเทค แน่นเอียดกว่าเก่า
มาตราฐานการชนที่สูงกว่าเก่า

ส่วนนึงของการลดต้นทุน คงมีเกรดวัสดุหลายชิ้นต้องกดราคาลงแน่ๆ
ไม่แปลกใจที่ มันจะไม่ทนเท่า รถสมัยก่อน
เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เป็น
จะว่ารถสมัยเก่า ดีกว่าสมัยนี้มั้ย ?
คงไช่ ถ้าเรื่องซ่อมง่าย ทนทานไม่ซับซ้อน
แต่ไม่ดีกว่า ในแง่ประสิทธิ การใช้พลังงาน ก่อมลพิษ และมาตราฐานการชน  รวมถึงอุปกรณ์ความสะดวกสบาย

อย่างน้อย ถ้ามัน ดีต่อโลก ก็คงต้องโดนบังคับ
ให้เดินไปในทิศทางนี้ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยู่ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 01:04:22 โดย REX »



samaklen

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 08:31:34 »
ดูจากขนาด ก็เป็นทิศทางนั้นครับ
คนเราตัวใหญ่ขึ้น ตามอัตราขยายขนาดรถจริงหรือ
น้ำหนักมากขึ้น ออพชั่นเพิ่ม
ราคาก็เพิ่ม



sukhontha

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 16:04:29 »
ถ้าคิดแง่นั้น ก็ถูกครับ   แต่อีกแง่หนึ่งก็รักษ์โลกมากขึ้นครับ



Symphonic

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 18:14:15 »
คิดแบบอยู่ในกรอบแคบๆ กรอบเดียว และไม่เชื่อโยงกรอบอื่นเข้าด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่ทุกกรอบของเรื่องราว
มันอยุ่ในโลกใบเดียวกันครับ

ผมยกตัวอย่างนะ แล้วลองมองตาม

#สิ่งแวดล้อม มลพิษ

- เวลาเป็นเจ้าของรถ มองเรื่องมลพิษ EGR, CAT, DPF, Aablue เป็นภาระ
  ไม่ชอบ ไม่ดี ไม่เอา
- พอจอดรถแล้วลงเดิน “เหม็นควัน (รถคันอื่น) จัง ทำไมภาครัฐไม่บังคับดูแล
  กฎหมายอ่อนแอ การจัดการไม่ได้เรื่อง”

# เทคโนโลยีความปลอดภัย ต้องเปลี่ยนกันชน ฝากระโปรง เอาใจคนเดินถนน ลุงไม่โอ
- ตอนเป็นเจ้าของรถ อุปกรณ์พวกนี้แพง ไม่มีประโยชน์กับลุง
- พอตกเป็นผู้ประสบภัย “ไอ่รถนั่นมันชนป้าเอ็ง มันบอกว่ามองไม่เห็น จู่ ๆ ป้าเอ็งมันหลบหมา
   ลงไปบนถนน รถนั่นก็วิ่งไม่เร็ว แต่เบรคไม่ทัน ชนป้าเอ็งเบาๆ แต่ป้าล้มหัวฟาดกระโปรง
   รถนั่น เลือดคั่งในสมอง รอผ่าตัดอยู่เนี่ย มันเป็นรถรุ่นเก่า เหล็กหนา กันชนเหล็ก แข็งแรง
   แบบรถในฝันที่ชอบเอามาอวดว่ารถข้าแข็งกันนั่นแหละ”

# รถสมัยนี้ได้ความไฮเทคสะดวกสบาย แต่แลกมาด้วยราคาค่าซ่อมที่แพงและไม่ทนทาน ใส่มาเพื่อเอาใจคนขับรถไม่เป็น
   เอาใจคนนั่งไม่เอาใจคนขับ เอาใจคนเดินถนน เอาใจโลก เอาใจนายทุน รวมทั้งเอาใจมอไชค์
- ถ้ารถรุ่นใหม่เปิดตัวมา ออปชั่นเหมือนเดิม ไม่มีระบบอะไรใหม่ มีแต่ระบบพื้น ๆ เดิม ๆ
ลุง - ของดี ๆ ตกทะเลหมด มาไม่ถึงไทย ดูถูกคนไทยว่ะ
ลุง - แม่ม กั๊กออปชั่น ล้าหลัง โคดโบราณ
ลุง - นี่มันปี 2026 แล้ว ถุงลมรอบคัน กล้องรอบคัน ช่วยเบรค ช่วยขับ ช่วยเลี้ยว บลา ๆ ๆ ต้องเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ต้องมีทุกคันได้แล้ว

# รถรุ่นใหม่มันไม่ทน
ลุง - รถใหม่มันไม่ทน ก็เลยซ่อมคันเก่าใช้นี่แหละ แต่มันซ่อมจนไม่ไหวละ ทะยอยเสียจนครบ
       ทุกชิ้นแล้วก็วนมาเสียชิ้นเดิมซ้ำแล้ว อะไหล่ก็เริ่มหมดแล้ว จำใจต้องซื้อคันใหม่ แต่รอรุ่นใหม่ก่อน
       ได้ข่าวว่าจะมาปีหน้า
หลาน - อ่าววว รถรุ่นใหม่มันแย่กว่ารุ่นเก่า ยิ่งทำยิ่งแย่ไม่ใช่เหรอ แล้วจะรอรุ่นใหม่ที่มันแย่กว่ารุ่นที่ขายตอนนี้ทำไมล่ะ
          ต้องรีบซื้อรุ่นนี้เลยสิ เดี๋ยวรุ่นใหม่ออกมามันจะแย่กว่าเดิมนะลุง
ลุง - ?!?

หลาน - ยังไงลุง ยังไง เอาให้แน่ อยากได้อะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 20:56:53 โดย Symphonic »



helloweentz

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2026, 22:09:07 »
รถสมัยก่อน ระบบมันน้อย ปัญหาก็น้อยตาม

รถสมัยใหม่ ระบบเยอะ ออฟชั่นเยอะ ปัญหาก็เยอะตาม

ผมใช้ รถกระบะตอนเดียว ออฟชั่นน้อยๆ รุ่นใหม่ ทน ดีครับ  :-X
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ



PaPaMan

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:51:32 »
ลองดูคลิปนี้ครับ


ทำไมรถยนต์ถึงไม่ทนทาน 20 ปี เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
https://youtu.be/RC-mhFEbwM4?si=Jceec_k8yzX01MVr
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 08:53:59 โดย PaPaMan »



albacore

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:24:11 »
ทุกวันนี้ค่ายรถไม่ได้ต่อสู้กับค่ายรถด้วยกันเองเท่านั้นครับ
 ค่ายรถทุ่มงบพัฒนารถมหาศาลก็เพื่อต่อสู้กับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายความปลอดภัยด้วย
  ถามว่าถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้รถที่ผลิตมาจะเหมือนรถปัจจุบันนี้มั๊ย
 ค่ายรถคงไม่มานั่งลงทุนพัฒนารถให้ผลิตยากและซับซ้อนขึ้นขนาดนี้แน่นอน
 แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผลครับ ลองเทียบปริมาณรถที่ขายในยุค70 กับสมัยนี้ เฉพาะประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากประมาณกว่า7หมื่นคันต่อปีเป็น7แสนคันต่อปีเลยนะครับ มันทำให้คำณวนได้ถึงปริมาณคาร์บอนมหาศาลที่จะถูกปล่อยออกมาในอนาคต ถ้าเราไม่มีกฎหมายสิ่งแวดล้อม ตอนนี้เราอาจจะต้องใส่หน้ากากทตอนออกจากบ้านทุกวันแล้วก็ได้ แต่เพราะเราชื่อว่ามันมีผลกระทบกับชีวิตเรากฎหมายเหล่านี้จึงออกมาบังคับให้พัฒนารถไปในแนวทางเดียวกัน ติดที่กฎหมายเข้มข้นขึ้นจนเทคโนโลยีพัฒนาตามไม่ทันเลยมีสภาพอย่างที่เห็น
  ส่วนกฏหมายความปลอดภัยลองเทียบสภาพการจราจรยุค70กับปัจจุบันทั้ง ความเร็ว ความหนาแน่นทั้งคนทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ต่างกันขนาดไหน
  โอกาสเกิดอุบัติเหตุมันต้องมีสูงขึ้นอยู่แล้วครับ การลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุดจึงจำเป็น เพราะทรัพยากรมนุษย์มีต้นทุนทั้งที่ครอบครัวเลี้ยงดูและที่รัฐสนับสนุนยังไม่นับรวมโอกาสที่คนเหล่านั้นจะเป็นบุคลากรอันมีค่าต่อสังคมสร้างประโยชน์ขับเคลื่อนประเทศต่อไปอีก นึกถึงสิ่งที่ประเทศสูญเสียถ้าเราต้องสูญเสียคุณหมอซักคน หรือผู้ประกอบการที่มีพนักงานหลักสิบหรือหลักร้อยคนต้องดูแล จากอุบัติเหตุไม่คาดคิด
  ถ้าเราอยู่ในสถาพแวดล้อมแบบยุค60-70 เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายนี้ก็ได้ แต่การพัฒนาขยายตัวออกไปเรื่อยๆ โอกาสที่คนจะมีรถก็ง่ายขึ้นเรื่อยๆ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นตามมา เราคงห้ามไม่ให้คนมีรถไม่ได้ ก็ต้องมีกฎพวกนี้เพื่อลดผลกระทบต่อคนรุ่นถัดไปให้ได้มากที่สุด
  รถยุค80-90มันเป็นรถที่มีความดีงามในยุคของมันทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆทั้งช่วงล่างเครื่องยนต์มาถึงจุดสูงสุดเป็นรากฐานให้รถยนต์ยุคปัจจุบันที่ยังคงใช้ระบบเดียวกัน
 รถยนต์พัฒนาระบบช่วงล่างตั้งแต่ยุค60,70มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย จนมาถึงระบบล้อหน้าแบบสตรัท หรือระบบดับเบิ้ลวิชโบน และหลัง5linkในยุค80(รถยุโรปนะครับ)ก็ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ระบบช่วงล่างเปลี่ยนแปลงน้อยมาก พัฒนาพวกวัสดุลดน้ำหนักกับโช้คอัพขึ้นมา
  เครื่องยนต์ก็ohv ohc dohc 2วาล์วต่อสูบ มาถึงdohc 4วาล์วต่อสูบในปี90จนถึงปัจจุบัน(มีเลยไป5วาล์วต่อสูบแล้วก็กลับมาเหลือ4) ที่เหลือเป็นการพัฒนาระบบจุดระเบิดกับระบบหัวฉีด
  รถยุคนั้นเลยมีประสิทธิภาพหลายด้านที่ไม่ได้ต่างจากรถปัจจุบัน
  แต่รถปัจจุบันก็ก็มีสิ่งที่รถยุคก่อนให้ไม่ได้ทั้งความประหยัดความแรง เกียร์ที่ลื่นไหลตอบสนองดีขึ้นมาโดยตลอด โครงสร้างที่แข็งแรงกว่ายุคก่อนเยอะพอสมควร และราคาที่เทียบรุ่นต่อรุ่นแล้ว รถยุโรปราคาแพงขึ้นหน่อยเดียวถ้าเทียบกับยุคก่อนทั้งๆที่ค่าเงินลดลงเยอะมากจากยุค80
  ทุกวันนี้ต่อให้ยังมีรถป้ายแดงจากยุค90วางขายคู่กับรถยุคปัจจุบัน  ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็เลือกรถรุ่นปัจจุบัน
 แต่ก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ตาลุกวาวและรีบควักกระเป๋าจ่ายให้รถยุค90บางรุ่นที่เป็นรถiconแห่งยุคนั้น ซึ่งก็คือคนๆเดียวกับที่ซื้อรถยุค90มาแต่งหลายแสน หรือหลักล้านเพื่อสัมผัสยุคสมัยที่เคยรุ่งเรืองของมันนั่นแหละครับ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 09:25:58 โดย albacore »



kiwiwi

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:58:09 »
ผมอายุ 50 แล้ว อวทม.ก็ผ่านมาแล้ว ผมเห็นด้วยทุกประการครับ แต่ทุกวันนี้ผมซื้อรถจีนแบบใช้แล้วทิ้ง(จะมีที่ทิ้งมั๊ยก็อีกเรื่อง)​

สมมติ crv คันละ 1.6ล้าน ใช้ไป 7 ปีเหลือ 3 แสน ผมเสี่ยงดวงซื้อ geely คันละ 9 แสน 7 ปีแล้วทิ้งไปเลย ถ้าถึง 7ปีจริง ผมกำไรนะนั่น

ผมชอบที่คุณเขียนอย่างหนึ่ง สำหรับผม
Blind Spot, ช่วยเบรค ช่วยนู่นนี่นั่น ใส่มาเพื่อ
เด็กหลายคนอาจจะมองว่าเพื่อช่วยเหลือ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น แต่ถ้าไม่มีสติ มันก็ไม่ช่วยอยู่ดี เว้นซะแต่ของ Tesla...



เนื้อน่องไม่หนัง

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:34:46 »
สำหรับผมสิ่งที่ไม่ชองในรถใหม่คือช่วงล่างครับ
ทำมาเน้นเฟิร์ม แน่นมากกว่านุ่มสบาย
รถเดิมโรงงานขับใช้ความเร็วได้สูงขึ้นกว่าพวกยุค 90s
อีกจุดคือ การยัดของเข้าจอ ยังชอบ mechanic switch มากกว่า

ระบบต่างๆผมเห็นดีด้วยครับ พวก เตือนให้เบรคฟรือช่วยเบรคแรกๆก็ไม่ชอบ พอสักพักมันก้อช่วยเราไว้ได้เยอะครับ คืออยู่ในระดับที่เราเบรคเองก็ยังไหว แต่มันบอกก่อสสัก ครึ่งวิ ก็ช่วยได้เยอะอยู่ครับ

ฝั่งของวัสดุมลพิษ แรกๆก็ไม่เข้าใจ แต่พอลองกลับไปนั้งรถเมล์ร้อนเวลารถติดๆ ผมว่ามันดีขึ้นมากเลยครับ



bravo

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:18:34 »
รถสมัยก่อน กินน้ำมัน แรงน้อย มลพิษเยอะ

แต่...มันไม่มีระบบตรวจสอบความผิดปกติ

มีอะไรผิดปกติเล็กน้อย ก็ไม่มีโค๊ดขึ้นเตือน

วิ่งได้จนกว่าจะพัง มันก็เลยดูว่า ทน ในความคิดของคนรุ่นเก่า

คนกลุ่มนี้ จะไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ แม้แต่ทีวีใช้รีโมท ในยุคแรกๆ พวกนี้ก็จะบอกว่า อย่าไปซื้อ มันไม่ทน  ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D



ฟง อวิ๋น

Re: รถสมัยก่อนดีกว่ารถสมัยนี้
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: วันนี้ เวลา 13:47:23 »
ถ้ามองในแง่เงินในประเป๋าเราเอง ก็ไม่ผิดอะไรครับ เราเลือกได้

ถ้ามองในแง่ส่วนรวม เราก็ต้องจ่ายแพงขึ้นละครับ ก็เข้าใจได้เช่นกัน

อย่างถ้าเราจะซื้อกระบะดีเซลตอนนี้ ก็ต้องเผชิญกับระบบเผ่าเขม่า DPF ที่เพิ่มมาเป็นภาระ

ต่อไปก็อาจจะต้องเจอ AdBlue อีก (หรืออาจจะไม่เจอในบางยี่ห้อ แต่ก็ไม่น่าจะรอด)

เครื่องเบนซินล้วน ก็น้อยรุ่น น้อยทางเลือกลงเรื่อยๆ เกียร์ธรรมดายิ่งไม่ต้องพูดถึง

จะเอาเกียร์ธรรมดา ก็ตงต้องไปกระบะ ก็กลับไปด้านบนเรื่อง DPF / AdBlue อีก

จะไปมือสอง ก็ต้องไปวัดดวงกับรถย้อม รถกรอไมล์ รถจมน้ำอีก

เฮ่อ ชีวิต  :-\ :-\ :-\ :-\
Isuzu SLX, Accord G4, Colorado, Hilux Tiger, Lancer I, Triton, D-Max Cab4, TiiDA, Mazda2 I, Mazda2 II, D-Max, Fortuner, Sunny B14, Jazz GK, Accord G9, Mazda2 Sky, GLA200, Yaris, Alphard30, Lancer II, Lander III, Ranger, XL7, Forester SK, Swift, Stargazer, Aion V