« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 15, 2026, 13:55:42 »
ก่อนอื่นต้องขออภัยเจ้าของกระทู้นะครับ ที่ออกชายฝั่งไปไกลเลย แต่เผอิญว่าผมไม่เห็นด้วยกับข้อมูลของบางท่านที่มาแชร์
และต้องขอโทษเป็นอย่างสูงที่จำราคาผิด สลับยางถ่วงล้อครั้ง1 =556 บาท ทำ 2 ครั้ง(ไมล์จริง 60,000 แต่วิ่ง2ป๊ ต้องเข้าเช็คระยะ3ครั้ง)
ก็ตีไป 1,100บาท เลขกลมๆ แต่0เขาไม่ได้บังคับต้องทำกับเขา จะไปสลับข้างนอกก็ได้ ดังนั้นถ้าถ้าไม่ประสงค์สลับยาง ก็เช็คระยะ6หมื่นโล=0บาท
ในตารางPM 6หมื่นโลแรกมีแค่เปลี่ยนกรองแอร์ทุก2หมื่นโล ซึ่งฟรี
แต่หาเจอแค่บิลตอน20,000 โล ขี้เกียจหาครับ ไม่รู้จะลำบากทำไมแค่ต้องยืนยันตัวตน
ว่าผมใช้งานจริงรถ EVจริงๆ ไม่ได้ฟังใครมา
คนที่ซื้อช่วงติดดอยฟรีค่าแรงทุกคัน หลังจากนั้นผมไม่รู้ ก็ไม่แปลกที่จะมีตารางค่าแรงเช็คระยะ
และอีก2คันรถน้ำมันที่ผมอ้างถึง XV และ Triton ราคาเช็คระยะที่ผมแจ้ง 6 ครั้ง (เช็คทุก6เดือน/10,000โล)นั้นก็ฟรีค่าแรงเช่นกัน
และช่วง4หมื่นโลของ XV นี่แจ้งผิดด้วยซ้ำแค่ช่วง4หมื่นโลนี้ก็ 8,000 กว่าบาทแล้ว(ฟรีค่าแรง)
แต่ใจความสำคัญที่เราถกกันคือค่าบำรุงรักษารถไฟฟ้าและรถน้ำมัน ถ้าเข้าศูนย์ตัวไหนใช้จ่ายเยอะกว่ากัน (ท่านบอกไม่ต่างกัน เผลอๆEVเยอะกว่า)
ดังนั้นก็อยากให้มาพูดจากประสบการจริงเคสบายเคส ไม่ไช่จะเหมารวมยกกรณีพัง กรณีเกิดอุบติเหตุ หรือเพราะว่าเป็นรถจีน
หรือนิสัยคนจีนทำธุรกิจไม่เหมือนญี่ปุ่นจะตีเหมาว่าสินค้าเขาก็ไม่น่าจะดีเหมือนกัน เลยอยากจะให้เคสบายเคส เรื่องนิสัยคนจีนอันนี้ผมไม่เถียง(แต่ว่าเป็นบางส่วนไม่ไช่ทุกบริษัททุกคน)
ผมก็ทำธุรกิจกับคนจีน นำเข้าอินเวอเตอและแผงโซล่าเซลก็มีทั้งโกง และซื่อสัตย์ ต้องอยู่ให้เป็น เสาะหาพาทเนอร์ให้ถูก
ไม่ไช่ว่าเรา ปิดใจ แล้วจะพยายายามปิดตาคนอื่นด้วยข้อมูลที่แค่ฟังมา
เรื่องประกันรถ EV ที่ว่าแพงเกือบๆ2เท่า ไช่มันก็แพงจริงตามที่ผมได้กล่าวไว้ดานบน อันนี้ผมก็ยอมรับ เพราะมันเป็นเป็นเรื่องจริง
ถ้าเลือกได้ว่าราคา EV ญี่ปุ่นแพงกว่า EV จีนซักไม่เกิน 20% ที่วิ่งไกลเท่ากัน ผมก็คงเลือกญี่ปุ่น แต่ราคาเขาทำไม่ได้จะเรื่องอะไรก็แล้วแต่เขา
แต่ตัวเลือกของผมตอนนั้นคือต้อง EV เพราะมีรถน้ำมันอยู่แล้ว2คัน ซึ่งผมก็ไม่ได้มีอคติกับรถน้ำมันเลย และไม่ได้อวยอะไรรถEV เพราะข้อมูลผมก็เอาจากที่ผมประสบใช้มาจริงๆมาแชร์