« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 08, 2026, 12:10:58 »
พฤติกรรมการใช้รถของเพื่อนผม
วิ่ง 15,000 กม./ปี
ไปต่างจังหวัด ปีละ 2 ครั้ง
เติมน้ำมัน ปีละ 2 ครั้ง
วันหยุดอื่น
เลือกไปเที่ยวต่างประเทศ (ผมเคยเจอจริง)
ราคาพลังงาน:
น้ำมัน 3540 บาท/ลิตร
ค่าไฟ 4.2 บาท/kWh
อายุรถ (อิงความเสี่ยงอะไหล่จริง)
รถยุคใหม่มี:
ECU ประมาณ 20200 ตัว
และในหลายตลาด
มีแนวโน้มผลิตอะไหล่ประมาณ
1012 ปี หลังล็อตสุดท้าย
ดังนั้น
อายุรถจริง
ไม่ได้ขึ้นกับแบตอย่างเดียว
แต่ขึ้นกับ:
อะไหล่
Scenario ที่ใช้
Scenario A BEV → BEV
BEV คันแรก
แบต 80 kWh
(ผลิตนอกประเทศ)
ปีที่ 12
เปลี่ยนแบต
80 kWh
(เริ่มมีแนวโน้มผลิตในประเทศ)
ปีที่ 16
ปลดรถ
ซื้อ BEV ใหม่
แบต 80 kWh
(มีโอกาสสูงผลิตในประเทศ)
ใช้ต่อถึง ปี 28
Scenario B PHEV → BEV
PHEV
แบต ≈ 18 kWh
(ผลิตนอกประเทศ)
ตลอดอายุ
มีการเปลี่ยนโมดูลรวมประมาณ
≈ 28 kWh
(เริ่มมีแนวโน้มผลิตในประเทศ)
ปีที่ 23
ปลดรถ
ซื้อ BEV ใหม่
แบต 80 kWh
(มีโอกาสสูงผลิตในประเทศ)
ใช้ต่อถึง ปี 28
สมมติฐานด้านอุตสาหกรรมไทย
ปัจจุบัน:
ไทยมีโรงงานผลิตแบตระดับเซลแล้ว
จากประมาณ 10 บริษัท
มีประมาณ ครึ่งหนึ่ง
ประกาศผลิตระดับเซล
อีกครึ่งยังอยู่ระหว่างแผน
ดังนั้น:
แบตที่ เปลี่ยน
และแบตรถใหม่ในอนาคต
มีแนวโน้มผลิตในประเทศ
ซึ่งมีผลต่อ:
PM2.5 ในประเทศ
TCO ต่อเดือน (เฉลี่ย 28 ปี)
รวม:
ราคาซื้อรถ
ค่าไฟ
ค่าน้ำมัน
ค่าแบต (รวมแบตของรถใหม่)
ค่าเสื่อม
ปลายอายุขายยาก
(เพราะเทคใหม่มา)
Scenario A BEV → BEV
≈ 24,800 27,600 บาท/เดือน
เพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
เพราะ:
เปลี่ยนแบตใหญ่
ซื้อรถใหม่
แบตรถใหม่ก้อนใหญ่
Scenario B PHEV → BEV
≈ 22,600 24,900 บาท/เดือน
ยังต่ำกว่าเล็กน้อย
เพราะ:
รถแรกใช้ได้นานกว่า
แบตรวมตลอดชีวิตน้อยกว่า
สรุป TCO
PHEV → BEV
ยังประหยัดกว่าเล็กน้อย
ประมาณ:
1,800 2,200 บาท/เดือน
CO2e ต่อเดือน (รวมแบตรถใหม่แล้ว)
คิดจาก:
การใช้ไฟ
การใช้น้ำมัน
การผลิตแบตทุกก้อน
การผลิตรถใหม่
Scenario A BEV → BEV
≈ 540 620 kg CO2e/เดือน
เพราะ:
มีแบตรวม:
≈ 240 kWh
ตลอดชีวิตรถ
(80 + 80 + 80)
Scenario B PHEV → BEV
≈ 525 605 kg CO2e/เดือน
เพราะ:
แบตรวม:
≈ 100106 kWh
ตลอดชีวิตรถ
(18 + โมดูล + 80)
สรุป CO2e
BEV ยังดีกว่าเล็กน้อยในบางช่วง
แต่เมื่อรวมการเปลี่ยนรถ
ความต่างเริ่มแคบลงมาก
PM2.5 ต่อเดือน (รวมแบตรถใหม่)
นี่คือจุดที่เริ่มต่างชัด
เพราะ:
แบตรถใหม่
มีแนวโน้มผลิตในประเทศ
Scenario A BEV → BEV
≈ 24 33 กรัม/เดือน
เพราะ:
มีการผลิตแบตใหญ่:
3 รอบ
Scenario B PHEV → BEV
≈ 21 29 กรัม/เดือน
เพราะ:
แบตรวม:
น้อยกว่าอย่างชัด
สรุป PM2.5
Scenario B มีแนวโน้มต่ำกว่าเล็กน้อย
โดยเฉพาะ
เมื่อแบตเริ่มผลิตในประเทศมากขึ้น
ข้อสรุปสุดท้ายของโพสต์นี้
หลังรวม:
แบตเปลี่ยน
แบตรถใหม่
อายุอะไหล่
พฤติกรรมการใช้จริง
สิ่งที่เห็นชัดคือ:
ความต่างไม่ได้อยู่แค่ชนิดรถ
แต่อยู่ที่:
จำนวนแบตที่ต้องผลิตตลอดชีวิตรถ
และเมื่อโลกจริง
รถมี:
ECU 20200 ตัว
ถ้าวันหนึ่ง
ECU บางตัวไม่มีผลิต
ไม่ว่าแบตจะดีแค่ไหน
รถทั้งคัน
ก็อาจกลายเป็น:
รถที่วิ่งไม่ได้
และนั่นคือเหตุผล
ที่ผมเริ่มมองว่า
การออกแบบให้ซ่อมได้
สำคัญพอ ๆ กับชนิดพลังงาน