ผู้เขียน หัวข้อ: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ  (อ่าน 23694 ครั้ง)

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
สืบเนื่องจากรอบ VIP งาน Motor Expo วันนั้นผมได้เยี่ยมชมบูท Jag แล้วคุยกับทางเซลถูกคอ จนได้มาลองเจ้า XF คันงาม ถือเป็นครั้งแรกของตัวผมเองกับแจกัวร์ครับ โดยรุ่นที่ได้ลองเป็นตัวเบนซิน ซึ่งทาง Inchcape ไม่ได้เน้นจำหน่ายเป็นตัวหลัก สามารถ order ได้ถ้าต้องการ เพียงแต่ทางบริษัทจะเน้นขายตัวดีเซลครับ

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2016, 23:43:57 »
สเปคเครื่องยนต์รุ่น 25t ขอคัดลอกจากโบรชัวร์ เป็นดังนี้ครับ:
ความจุ 1999 cc
แรงม้าสูงสุด 240 ps หรือ 177 kw ที่ 5,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 340 n.m ที่รอบ 2,000 ถึง 4,000 รอบ/นาที

ด้านสมรรถนะ ตัวเลขที่เคลมจากโรงงานจะเป็นตามนี้ครับ:
อัตราเร่ง 0-100 Km/h อยู่ที่ 7.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด 241 Km/h

มิติตัวถัง :
ความยาว 4,961 เมตร
ความกว้าง 1,877 เมตร
ความสูง 1,468 เมตร
ระยะฐานล้อ 2,909 เมตร
น้ำหนักสุทธิ (Curb Weight) 1,735 กิโลกรัม

XF จัดอยู่ใน E-Segment ซึ่งมีคู่แข่งมากมายอาทิเช่น 5er, A6, E-Class, GS, Nissan Fuga, Maserati Ghibli พื้นฐานตัวรถ เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างด้านหน้า ปีกนกคู่หล่อด้วยอลูมิเนียม ช่วงล่างด้านหลัง Integral link แบบเฉพาะของแจกัวร์ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 03, 2017, 16:37:04 โดย Anvers30 »

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2016, 00:22:17 »
หลังจากเกริ่นข้อมูล XF คร่าวๆ แล้ว ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูล trim ต่างๆ ของตัวรถกันอีกซักเล็กน้อยครับ โดยรุ่นที่โชว์ในงานจะเป็นการตกแต่งแบบ R-Sport เฉพาะตัวเบนซินจะใช้เป็นล้ออัลลอย 18 นิ้ว (ส่วนตัวดีเซลจะเป็นล้อ 17 นิ้ว) ซึ่งลายจะต่างจากตัว Portfolio และ Prestige ครับ

การตกแต่งภายนอก ก็จะมีชุด body kits ต่างๆ พวกกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง แต่งมาเน้นความสปอร์ตอีกด้วย ภายในจะตกแต่งด้วยแป้นเหยียบสปอร์ต พวงมาลัยปั้มตรา R-Sport และเบาะแบบ Sports Taurus Leather ซึ่งเป็นแบบกึ่งหนังกึ่งผ้า คล้ายกับรถในเครือ VW ครับ

ส่วนสำคัญที่สุด และทางเซลก็ไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ คือรุ่น R-Sport จะใช้ช่วงล่างแบบ Sports suspension ซึ่งคันที่ผมไปลองเป็นตัว Portfolio จะไม่ได้ช่วงล่างตัวนี้ ฉนั้นการขับขี่ของรุ่น R-Sport อาจจะต่างไปจากรุ่นอื่นๆ ที่ใช้ช่วงล่างแบบปกติครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2016, 01:13:50 โดย Anvers30 »

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2016, 00:37:06 »
ภายนอกตัวรถของรุ่น Portfolio ที่ได้ลองขับเป็นตามรูปด้านล่างเลยครับ

ส่วนเส้นทางการทดสอบ ก็ได้ระยะทางสั้นๆ ตามชื่อหัวข้อเลย แต่ไม่ได้วนแค่ลานจอดด้านหลัง Challenger เหมือนที่ค่ายอื่นๆ ทำกันครับ ขอทางเซลทดสอบไกลกว่านั้น มิเช่นนั้น ผมจะไม่ได้รับอะไรจากตัวรถเลย แต่ก็เข้าใจทาง Inchcape ว่าเพิ่งจะเปิดให้มีการทดสอบจริงจังเป็นครั้งแรก (Inchcape เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่งตั้งโดยบริษัทแม่ Jaguar-Land Rover จากที่อังกฤษ ไว้ดูแลตลาดภูมิภาคอื่นๆ นอกสหราชอาณาจักร ทั่วโลก) อาจจะติดขัด ให้เทสไกลมากไม่ได้ครับ

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2016, 01:12:48 »
มากันที่ภายในตัวรถ รุ่น Portfolio ซึ่งถือเป็นตัวท้อปในด้านการตกแต่งหรูหรา ใช้หนัง Windsor Leather ตกแต่งส่วนต่างๆ ภายในรถ ตามแผงข้างประตู แดชบอร์ดหน้า คอนโซลหน้า ส่วนเบาะนั่งก็ใช้เป็น Windsor Leather เช่นกันครับ โดยทางแจกัวร์เคลมว่าคุณภาพหนังเกรดใกล้เคียงกับที่ใช้ใน Aston Martin (ส่วนตัวผมว่ายังไม่ใกล้เคียงนะ เอาเป็นว่า เจอแค่หนังแท้ใน Volvo Lexus หรือหนังเกรด Designo ใน Merc ผมว่าก็ไปไม่เป็นแล้วล่ะ ฮา)

คุณภาพวัสดุภายใน และภายนอกบางจุด ยังเป็นรองเพื่อนฝูงอยู่พอสมควร ปุ่มกดต่างๆ ในรถ แข็งและหยาบกระด้าง สัมผัสแล้วแปลกๆ เปิดฝาท้ายรถขึ้นมา แล้วรู้สึกไม่โอเคกับสายไฟที่โผล่ห้อยต่องแต่งบางจุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคาดไว้อยู่แล้วว่าต้องมาอีหรอบนี้ ตั้งแต่โดน Tata Motor เทคไป อย่างที่ทราบว่าอินเดียเป็นเจ้าพ่อลดต้นทุนไม่แพ้ใคร เข้มงวดในการกระจายงบมากๆ (คล้ายๆ ตอน Chrysler เทค Daimler ทำนองเดียวกัน ลดต้นทุนกระจาย) ถ้าใครซีเรียสเรื่องเหล่านี้ ผมว่าข้าม Jag ยุคนี้ไปเถอะ ไม่งั้นจะพาลหงุดหงิดเอาได้ (แต่การประกอบถือว่าค่อนข้างดีนะ ยังไม่มีจุดตำหนิชัดเจน gap ต่างๆ ไม่มีให้เห็น ยกเว้นสายไฟท้ายรถ มายังไง :-\)


ส่วนตำแหน่งการนั่ง ความนั่งสบาย มาที่เบาะคนขับและเบาะหน้า ถือว่าทำได้ดีครับ นั่งสบาย ไม่เมื่อย ตำแหน่งการวางเบาะถือว่าคิดมาดี หนังที่ใช้ถึงจะไม่นุ่มเนียนมือ แต่แน่นพอดี ไม่ย้วย นั่งแล้วกระชับดีครับ ส่วนตัวขอจัดอันดับเบาะคนขับและเบาะหน้าตามที่ผมเคยนั่งมาดังนี้: Comfort Seats 5er F10 > GS = S90 > XF = Ghibli = Nissan Fuga (Infiniti M30d) > E-Klasse W213 > A6

มาทางด้านเบาะหลัง ขอชมเชยครับ นั่งสบายดีมาก มุมเอนกำลังดี ฟองน้ำแน่นนุ่มพอดีๆ กลายเป็นชอบที่สุดในบรรดาคู่แข่งทั้งหมดที่ผมเคยสัมผัสมาครับ และเช่นเคย ขอจัดอันดับดังนี้: XF > F10 > Nissan Fuga > GS = Ghibli > W213 > S90 > A6

ส่วนเลกรูมด้านหน้า จัดว่าเหลือๆครับ ใกล้เคียง F10 กับ GS แต่น้อยกว่า S90 กับ ES ที่พื้นที่เหลือเฟือกว่าใคร เฮดรูมด้านหน้ากำลังดีครับ แต่เฮดรูมด้านหลังค่อนข้างจำกัด ตามทรงของรถที่ลาดลงมาคล้ายพวกคูป 4 ประตู (CLS, A7 Sportback หรือ M6 Gran Coupe) เลกรูมก็จัดว่าน้อย คล้าย 5er F10 แต่ตำแหน่งเบาะยกสูงกว่า นั่งไม่ต้องชันเข่าเท่า ก็ให้อภัยตรงจุดนี้ไป




ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2016, 02:45:30 »
หลังจากพาทุกท่านรีวิวตัวรถกันมาหอมปากหอมคอแล้ว เรามาทดลองขับกันเลยครับ :D

สัมผัสแรกก่อนที่จะออกรถ ก็เจอสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดให้ผมก่อนเลย คือเจ้าคันเกียร์สุดติสท์ ที่เป็นแท่นหมุนทรงกลมนั่นล่ะครับ ถ้าถามถึงความสวยงามและแปลกใหม่ อาจได้เต็ม 10 แต่การใช้งานจริงผมให้แค่ 1 เท่านั้นพอ มันน่าหงุดหงิดอย่างไร เดี๋ยวผมจะอธิบายเพิ่มเติมช่วงท้ายอีกที

หลังจากสาละวนกับเกียร์ซักพัก ได้เวลาออกตัว เร่งหนีทางทางตรงทันที (ผมพาคุณพ่อมาลองด้วย สลับกันขับ) อัตราเร่งที่รถมอบให้ จัดว่าไม่เลวครับ น่าจะใกล้เคียง RC200t กับ 520i ถ้าจับเวลากันจริงจัง ตามมาตรฐาน HLM สำหรับผม ถือว่าสอบผ่านครับ จากจุดหยุดนิ่งถึง 100 เท่าที่ผมดูจากเข็มคร่าวๆ น่าจะอยู่ราวๆ 8 วิกลางค่อนปลาย ได้ (โหมด S) อาการเทอร์โบ lag แทบไม่มีครับ น้อยมาก

ส่วนที่น่าตำหนิ คือการตอบสนองของคันเร่งครับ มาสไตล์เดียวกับ Volvo Lexus หรือ Merc บางรุ่น คือหน่วง ทำตัวเป็นผู้ดี ช้าและน่ารำคาญ ในโหมด Normal พอปรับมาโหมด S จะตอบสนองไวขึ้น แต่ก็ยังช้า lag ไปอยู่ดี เทียบกับพวก Bimmer หรือพวกเครือ VW ไม่ได้เลย รอบหน้าปรับปรุงด้วยนะครับ

มาทางด้านเกียร์ XF ใช้ของ ZF 8 สปีด เหมือนกับทาง Bimmer ครับ เกียร์ดุดัน อัตราทดชิดใช้ได้ แต่ยังเป็นรองทางบีเอ็มอยู่นิดๆ ในด้านความเนียนเวลาเปลี่ยนเกียร์ และความฉลาดของสมองกล ถ้าให้ปล่อยให้เกียร์รันเอง แต่ถือว่าทำได้ดีแล้วครับ สำหรับหัวข้อนี้

พอลองมาชิพท์เกียร์เอง อันนี้ทีเด็ดครับ โดยเฉพาะในโหมด S เกียร์ดุมาก ขนาดตัวถังหนักและค่อนข้างใหญ่ ยังรู้สึกดึงกระชากทุกครั้งที่เปลี่ยนเกียร์ ถ้าเน้นชิพท์เอง ส่วนตัวผมว่า Jag เซทมาสนุก ดุดันกว่าใน 520i และ 528i ครับ

มาพูดถึงช่วงล่างและการควบคุม XF ที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราทุกรุ่น จะเป็นช่วงล่างแบบ fix ครับ โหมด Dynamic จะปรับแค่การตอบสนองของเกียร์ คันเร่ง และความหนืดของพวงมาลัยเท่านั้น ซึ่งการตอบสนองของช่วงล่าง ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีครับ จะติหน่อยตรงการซับแรงสะเทือน ยังส่งผ่านมาในห้องโดยสารเยอะไปหน่อย ถ้าพูดถึงในแง่นี้ ทั้ง F10 GS และ ES ทำคะแนนได้ดีกว่า โดยไม่ลดทอนความหนึบครับ

พวงมาลัยในโหมด Normal น้ำหนักออกจะแปลกๆ ซักหน่อย คือมันไม่ถึงกับเบาสบาย แต่ก็ไม่คม ไม่ไว มีระยะฟรีเยอะไปนิด ลองหักซ้ายขวาแบบสลาลอม รถไม่ค่อยไปตามใจสั่ง ดูเหมือนจะไม่เอาดีซักทาง แต่พอปรับมาเป็นโหมด Dynamic เท่านั้น ต้องอุทานโอ้วดังๆ นี่แหละที่ผมต้องการจาก Jag น้ำหนักตึงมือที่เพิ่มขึ้นชัดเจน อีกทั้งความไวและความคม มาพร้อมกันตามที่นัดหมายอย่างเคร่งครัด โดนใจมากๆ ครับ ค่อยสมกับที่สื่อนอกหลายๆ เจ้า ยกเจ้านี่เป็นที่สุดของคลาสนี้ อาการของรถจากการโยกซ้ายขวาสลับไปมา เป็นกลางและนิ่งมาก พวงมาลัยคุมรถได้สนุกตามใจสั่ง เสมือนขับรถที่คลาสเล็กกว่าเลยทีเดียว เท่าที่ประเมินจากอากัปกริยาเหล่านี้ คาดว่า XF จะต้องเข้าโค้งได้ดีไม่แพ้ใครแน่นอนครับ (หัวข้อนี้ผมให้นำคู่แข่งหมดทุกเจ้าครับ ประทับใจจริงๆ ไม่ต้องมากังขากับน้ำหนักพวงมาลัยวัยทองแบบ F10 CKD ที่ช่วงล่างเป็นแบบ fix ที่หนักในความเร็วต่ำและเดี๋ยวหนักเดี๋ยวเบาในความเร็วสูง รวมถึงโยนตัวในโค้งทางด่วนธรรมดาๆ อย่างน่าประหลาดกับรถจากแบรนด์นี้)

ขอเพิ่มเติมอาการช่วงล่างซักหน่อย คือเวลาขับเร็วๆ ทางตรง ถนนเป็นลอนคลื่นเล็กๆ จะรู้สึกเหมือนรถเบาๆ ลอยๆ นิดนึง ซึ่งผมคาดว่าถ้าขับเกิน 140 ไป จะมีปัญหาสำหรับคนขับเร็วแล้วล่ะ อาจต้องแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างง่ายที่สุด คือไปออกรุ่น R-Sport ที่มาพร้อมกับ Sports suspension ปัญหานี้น่าจะจบครับ

ส่วนเบรค ถ้าพูดถึงแง่การหน่วงจัดว่าดี ลดความเร็วระดับ 120 จนหยุดนิ่งได้เร็วไม่ต้องลุ้น แต่จุดที่น่าตำหนิคือ แป้นเบรคไม่ค่อย linear เหมือนพวกพรีเมี่ยมเจ้าอื่น กล่าวคือการเบรคระยะแรก เหมือนเราเบรคอากาศเปล่าๆ ไม่มีการหน่วงใดๆ ทั้งสิ้น พอเพิ่มแรงกดมากขึ้น เท่านั้นล่ะ หน่วงหนัก ความเร็วลดฮวบๆ แต่พอเพิ่มแรงกดมากขึ้นไปอีก เอาจนเกือบสุดระยะแป้น การหน่วงจะไม่เพิ่มไปกว่านี้นัก ก็เป็นอะไรที่แปลกดี เวลาขับในเมืองติดๆ คุมระยะเบรคไม่ให้หัวทิ่มหัวตำค่อนข้างยาก พูดถึงในแง่นี้ ถือว่าสอบตกครับ เพื่อนฝูงทำได้ดีกว่ามาก อาจจะต้องไปดูงานเบนซ์หน่อยว่าทำให้เบรคสมบูรณ์แบบ เค้าทำอย่างไร

ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้น ขอมาเล่าเพิ่มเติมกับเกียร์สุดติสท์อีกซักหน่อย คือถ้าคุณๆ จะเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S จะมีกรรมวิถีอยู่คือ 1.ต้องหยุดรถให้สนิทก่อน 2.กดที่ตัวเกียร์ทรงกลมแล้วหมุนมาที่ S ก็จะเปลี่ยนมาใช้โหมด S ครับ ส่วนถ้าจะเปลี่ยนกลับเป็น D ก็ทำตามขั้นตอนดังกล่าวครับ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมไม่ค่อยเข้าใจคนอังกฤษ จะทำเรื่องให้มันยุ่งยากทำไม ผมว่าไปศึกษาค่ายอื่นๆ เค้าเถอะว่าทำไมเค้าถึงเปลี่ยนจาก D เป็นแมนวลได้อิสระเสรี (โหมด S ของ Jag ไม่ได้เป็นแค่เปลี่ยนเกียร์เองแบบแมนวลเท่านั้น แต่จะปรับโหมดการขับขี่ของรถไปที่ Dynamic เอง โดยเราไม่ต้องกดปุ่มปรับโหมดซ้ำ มีข้อดีเท่านี้แหละ)

ข้อด้อยอีกอย่างคือ รถราคาระดับนี้ควรมี Auto hold ฟังก์ชั่น อันที่จริงคือมีครับ ผมเพิ่งมาทราบทีหลัง ตอนที่อ่านโบรชัวร์เล่มยักษ์ระดับวิทยานิพนท์ แต่มันพิศดารไม่เหมือนชาวบ้าน (ว่าเบนซ์แปลกแล้ว ที่ให้เหยียบเบรคจนสุดแล้วถึง hold ไม่่ได้มีปุ่มมาให้เหมือนเจ้าอื่น) คือเค้าให้ดึงเบรคมือไฟฟ้าขณะอยู่เกียร์ D นั่นแหละครับ พอจะออกตัวก็เหยียบคันเร่งได้เลย เออแปลกดีวุ้ย คือผมยังงงๆ ว่าทำไมไม่ทำแยกฟังก์ชั่นออกมาเหมือนชาวบ้าน นี่มันจะสร้างความเสียหายให้ชุดเบรคมือไฟฟ้าในระยะยาวหรือเปล่า ยังน่าสงสัย

เอาล่ะ มาถึงสรุปปิดท้าย mini test drive แล้วครับ หลังจากที่ไปขับมาสั้นๆ รู้จักกันแป๊บเดียว แต่เจ้า XF ทรงสวยคันนี้ สร้างความประทับใจ และความประหลาดใจให้ผมมากทีเดียว ความประทับใจในตัวรถนั้นมีมากพอๆ กับความเบื่อหน่ายการลดต้นทุนไม่เข้าท่าของนายทุนอินเดีย อีกทั้งตัวรถเองยังมีกิมมิคแปลกๆ ที่ไม่เหมือนใคร ตามสไตล์รถเมืองผู้ดี ที่ตัวผมเองและคุณพ่อทั้งชอบและมึนไปตามๆ กัน แต่ไม่ปฏิเสธว่า XF ได้ถูกเลือกเข้ามาในลิสท์รถคันต่อไปของที่บ้านเรียบร้อยแล้วล่ะครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทาง Inchcape และคุณแอนนา ที่ให้ข้อมูลดีดี และให้ทดสอบรถอย่างถึงใจ ตามสมควรแก่เวลาและสถานการณ์อันจำกัดจำเขี่ยด้วยนะครับ หวังว่าครั้งหน้าจะได้ไปร่วมลอง F-Pace ด้วยกัน :D


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2016, 10:18:49 โดย Anvers30 »

ออฟไลน์ ps000000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,386
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2016, 11:19:33 »
บร๊ะแหล่ว E Segment  ??? :D

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,069
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2016, 07:16:24 »
สวยงาม

แต่ไม่ชอบเกียร์ ตรงที่กินพื้นที่มากเกินไปหน่อย

ออฟไลน์ Arado_kung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,052
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2016, 22:15:54 »
ผมคิดถึงช่องแอร์พับเก็บได้เหมือนปุ่มหมุนเกียร์เวลาดับเครื่องของรุ่นเดิมจัง มันอะไรที่ดูแล้วว้าวดีจริงๆ ถามหน่อยรุ่นใหม่แอร์เย็นดีมั้ยครับ รุ่นเก่าผมเคยลองต้องตั้งประมาณ 20 องศาถึงจะเย็นสู้แดดร้อนๆบ้านเราไหว แล้วก็พวกไฟอ่านแผนที่ใช้ระบบนิ้วแตะเปิด,ปิดเหมือนเดิมรึเปล่าครับ

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2016, 10:50:22 »
ผมคิดถึงช่องแอร์พับเก็บได้เหมือนปุ่มหมุนเกียร์เวลาดับเครื่องของรุ่นเดิมจัง มันอะไรที่ดูแล้วว้าวดีจริงๆ ถามหน่อยรุ่นใหม่แอร์เย็นดีมั้ยครับ รุ่นเก่าผมเคยลองต้องตั้งประมาณ 20 องศาถึงจะเย็นสู้แดดร้อนๆบ้านเราไหว แล้วก็พวกไฟอ่านแผนที่ใช้ระบบนิ้วแตะเปิด,ปิดเหมือนเดิมรึเปล่าครับ

รุ่นใหม่ก็ยังมีกิมมิคนี้นะครับ แต่รุ่นเดิมจะทำดูเนียนกว่า มีคลาสกว่านิดนึงครับ

ส่วนแอร์ ผมปรับไว้ที่ 24 เย็นสบายดีครับ รับมือแดดช่วงเที่ยงได้สบายๆ แต่ช่วงนี้อากาศเย็น ต้องลองช่วงมีนา-เมษาดูอีกที ช่วงนั้นร้อนบันเทิง 55

พวกไฟส่องสว่าง กลับมาใช้ปุ่มกดแล้วครับ แถมดูราคาถูกพิกล แม้ตัวหลอดจะเป็น LED ก็ตาม มองไปทางไหนก็ลดต้นทุนไปซะหมด :-\

ออฟไลน์ tubtup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 663
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2016, 11:31:58 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวการทดลองขับครับ

ออฟไลน์ koko86

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 547
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2016, 17:28:13 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ OXYGEN2

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 950
    • เครื่องปั่น
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 03, 2017, 00:43:31 »
ตัวนี้ 4.69 ล้านหรือเปล่าครับ แอบสนใจ แต่ตอนไป Motor Expo แยกไม่ออกระหว่าง XF กับ XE สวยทั้งคู่เลย
2013 - Subaru Legacy 2.5GT
2016 - Subaru Forester 2.0i-P
2017 - Mercedes-Benz C300 AMG Cabriolet
2017 - BMW 520d G30 Luxury (Limited)

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 03, 2017, 19:27:22 »
ตัวนี้ 4.69 ล้านหรือเปล่าครับ แอบสนใจ แต่ตอนไป Motor Expo แยกไม่ออกระหว่าง XF กับ XE สวยทั้งคู่เลย

รุ่นที่ผมขับเป็นตัวท้อปเบนซินครับ ราคาอยู่ที่ 5.3 ล้านมีทอนนิดหน่อย ตัว 4.69 ล้านเป็นรุ่น Prestige อุปกรณ์จะหายไปหลายรายการ รวมถึงเบาะหนัง ไม่ใช่หนัง Windsor ครับ

ส่วนที่แยกไม่ออกระหว่าง XE กับ XF ผมเองก็แยกไม่ออกครับ สำเนาถูกต้องจริงๆ 55

ออฟไลน์ mothsan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,239
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 12, 2017, 21:39:20 »
รุ่นเก่า เคยเป็นรุ่นที่ผมชอบมาก ครับ ยังไม่ได้มีโอกาสขับ ได้แต่ลองนั่ง แล้วสตาร์ทเท่านั้น แต่ชอบช่องแอร์กับเกียร์มาก เท่ห์ดี แต่ถ้าเสียคงลำบาก 555
ตัวใหม่ สวย ดูเนียนขึ้นนะครับ ถ้าซื้อมา ขอชมรีวิวเต็มหน่อยนะครับ ชอบครับ

ออฟไลน์ Super hornet

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,130
  • Hello everyone 我是爱车的人
    • อีเมล์
Re: พามาลองสั้นๆ กับ All New Jaguar XF 25t Portfolio กันครับ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2017, 12:58:18 »
ผมก็เคยเป็นสาวกXF แต่เจอภายในจากัวร์ยุคนี้แล้ว5ล้านดูแพงไปในทันที ผิดกับค่ายเยอรมันที่ดูสมราคาที่สุด
History of my car
2013 Lamborghini LP570-4 Superleggera For me
2006 Benz E200 Kompressor +Kleemann For wife
2008 Maserati Granturismo 4.2  For wife,me
2009 Jaguar XF 3.0 For sister
2014 Range Rover Evoque 2.2 Sold...
2009 Benz CL 500 second hand  Sold....
2001 Lexus GS300  Sold....