ผู้เขียน หัวข้อ: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...  (อ่าน 19296 ครั้ง)

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 20:54:06 »
สวัสดีครับ สืบเนื่องจากรถยนต์คู่ใจเพิ่งจะอายุครบรอบ 20 ปี ไปหมาดๆ เลยถือโอกาสนี้มา review และแชร์ประสบการณ์ให้ผู้อ่านชาว headlightmag ทุกท่านครับ

เอาล่ะ ขออนุญาตเริ่มจากข้อมูลทั่วไปของรถรุ่นนี้แล้วกัน… (พวกรูปภาพประกอบบางส่วนมาจากอินเตอร์เน็ต และโบรชัวร์ที่ผมแสกนเก็บไว้นะครับ หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแชร์ได้นะครับ)


Accord ตัวนี้นับเป็น Generation ที่ 5 ของตระกูล Accord ซึ่ง Generation นี้จะมีการแยกแบบตัวถังที่แตกต่างกันเพื่อจับตลาด 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเอเชีย/สหหรัฐอเมริกา และกลุ่มยุโรป (ซึ่งใช้ platform จาก Accord Generation ที่ 4 ออกแบบเอาใจตลาดโซนยุโรป รวมถึงมีการร่วมทุนกับ Rover และใช้อะไหล่ร่วมกันกับ Rover 600 ได้ ใช้รหัสตัวถัง CE7-CE9 และ CF1) ณ ที่นี้จะขอพูดถึงเฉพาะตัวถังสำหรับกลุ่มเอเชีย/สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวถังที่ขายในประเทศไทยนะครับ

Accord ตัวถังสำหรับกลุ่มกลุ่มเอเชีย/สหหรัฐอเมริกา โฉมนี้บ้านเราที่มักเรียกติดปากกันว่า “โฉมไฟท้ายท้ายก้อนเดียว/ไฟท้ายสองก้อน” ออกสู่ตลาดโลกประมาณปี 1993 ทำตลาดจนถึงประมาณปี 1997 แบ่งตัวถังออกเป็น Sedan, Wagon และ Coupe (ซึ่งทำตลาดในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และถูกส่งกลับมาขายในประเทศบ้านเกิดบางส่วน) รหัสตัวถังแตกต่างกันตามขนาดเครื่องยนต์, รุ่นย่อย และประเทศที่ทำตลาด แบ่งออกเป็น
-   CD2-CD6, CE6 สำหรับตัวถัง Sedan
-   CD7-CD9 สำหรับตัวถัง Coupe
-   CE1-CE2, CF2 สำหรับตัวถัง Wagon
(ที่มา https://hondacodes.wordpress.com/complete-honda-chassis-code-list/)



หมายเหตุที่ 1 : สำหรับรหัส “SV4” อันนี้ผมไม่ชัวร์ว่านับเป็นรหัสตัวถัง หรือโค้ดสำหรับสั่งอะไหล่ของรุ่นนี้นะครับ
หมายเหตุที่ 2 : ในประเทศญี่ปุ่น ช่วงนั้นมีการแลกเปลี่ยนรถยนต์กับค่ายอื่นมา rebadge ขาย ซึ่ง Accord บอดี้นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย หากไปเยือนญี่ปุ่นอาจจะได้เห็น Accord ท้ายก้อนที่เราคุ้นเคยแปะป้าย Isuzu Aska


Trim ที่ถือว่าเป็น ”ตัวจี๊ด” ของตัวถังนี้ที่หลักๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่

1.   “SiR” (CD6, CD8, CF2)



ถือเป็น Top of the line ของตัวถังนี้ ได้เครื่องยนต์ H22A “ฝาดำ” DOHC VTEC 190 แรงม้าจากโรงงาน บ้านเรามักจะเอาพวกเครื่องกับภายในสีดำจากตัวนี้มาใส่กัน

นอกจากนี้เจ้า SiR ตัวนี้เอง ยังได้ไปโลดเล่นในการแข่งขันรายการ JTCC (Japan Touring Car Championship) ในปี 1996-1997 เครื่องยนต์ใช้พื้นฐานจาก H22A จับหันกลับด้าน เพื่อให้ฝั่งไอดีไปอยู่ด้านหน้า ลดความจุจาก 2,200 ซีซี เป็น 2,000 ซีซี รีดได้ประมาณ 280 แรงม้า โดยรถจากทีม Castrol Mugen คว้าชัยชนะมาได้ทั้ง 2 ปีติดกัน


2.   “V6” (CE6)



บางท่านอาจจะเข้าใจว่า Honda ให้เครื่อง V6 มาลงใน Accord ครั้งแรกใน Generation ที่ 6 หรือ “โฉมงูเห่า” ซึ่งใช้เครื่องยนต์ J30A V6 3,000 ซีซี SOHC VTEC 200 แรงม้า แต่จริงๆแล้ว Accord V6 มีมาตั้งแต่ช่วงปลายของโฉมไฟท้ายก้อนเดียว ได้เครื่องยนต์จาก Honda Legend มาลง เป็นเครื่องยนต์ C27A V6 2,700 ซีซี SOHC ไม่มีระบบวาล์วแปรผัน VTEC 170 แรงม้า ทำตลาดเฉพาะในสหรัฐอเมริกา คงเทียบเรื่องความแรงกับ H22A ไม่ได้ แต่โดดเด่นเรื่องความสบายในการใช้วิ่งทางไกล มีจำหน่ายเฉพาะตัวถัง Sedan เท่านั้น ดูเผินๆภายนอกแทบไม่ต่างอะไรกับ Accord คันอื่นๆ แต่….

เนื่องจากห้องเครื่องยนต์ เดิมนั้นออกแบบมาสำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ ไม่ขนาดไม่เกิน 2,200 ซีซี การจะจับยัดเครื่อง V6 ลงไปในห้องเครื่องเดิมๆ คงจะไม่เหมาะ วิศวกรจึงทำการยืดขนาดห้องเครื่องออกมาให้ยาวขึ้นอีก!!! ดังนั้นอะไหล่แก้มหน้าและกันชนหน้าของตัว V6 จะใช้ร่วมกับรุ่นอื่นๆ ไม่ได้ ลองสังเกตดูที่รูปครับ เปรียบเทียบกับรุ่นปกติ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 22:55:40 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 20:58:14 »
สำหรับในประเทศไทยนั้น เริ่มทำตลาด Accord Generation ที่ 5 ประมาณปี 1994 โดยประกอบในประเทศไทย  เริ่มจากโฉมไฟท้ายก้อนเดียวจำหน่ายในช่วงปี 1994-1995 และต่อมา Minorchange เป็นโฉมไฟท้ายสองก้อนจำหน่ายในช่วงปี 1996-1997 ถือเป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของ Honda ที่ขายในประเทศไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่เอาเครื่องยนต์ VTEC มาขาย ให้ Airbag และ ABS สำหรับท้ายสองก้อน (ถึงแม้ยี่ห้ออื่นจะเอาเข้ามาให้เป็นอุปกรณ์มาตราฐานก่อนหน้านั้นก็ตาม) 



ตลอดช่วงอายุตลาด สามารถแบ่ง Trim ออกเป็น LXi, EXi, VTi-L, VTi-E ซึ่งประกอบในประเทศไทย รหัสตัวถังจะขึ้นต้นด้วย “ACC” (เลขเครื่องยนต์จะใช้รหัสเดียวกันกับเลขตัวถัง) (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า “รุ่นประกอบใน”) และ VTi-S นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รหัสตัวถังจะขึ้นต้นด้วย “CD5” (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า “VTi-S”) หากท่านใดสนใจจะซื้อมือสองแล้วล่ะก็ สามารถตรวจสอบได้ไม่ยากว่าเป็นรุ่นประกอบในที่ยำมาให้เหมือนรุ่นประกอบนอก หรือเป็นรุ่นประกอบนอกแท้ๆ ผ่านการวางเครื่องใหม่มาหรือไม่ เครื่องที่วางใหม่เป็นเครื่องรุ่นประกอบในหรือรุ่นประกอบนอก ในกรณีที่รถคันนั้นลงเครื่องรหัสเดิม
Trim สำหรับรุ่นประกอบในสามารถแยกได้ง่ายๆครับ LXi เกียร์ธรรมดา, EXi เกียร์ออโต้ ได้เครื่องยนต์หัวฉีดธรรมดา ส่วน VTi-L เกียร์ธรรมดา, VTi-E เกียร์ออโต้ เครื่องยนต์ VTEC ออฟชั่นแทบไม่ต่างกัน

สำหรับตัว VTi-S ไฟท้ายก้อนเดียวนั้น จะได้สิ่งที่เหนือกว่ารุ่นประกอบใน คือ ภายนอกจะมีสีตัวถังที่ตัวประกอบในไม่มี คือ สีทอง, สีเทา และสีน้ำเงิน (สีนี้หายากมากถึงมากที่สุด) กระจกสีชารอบคัน มี moonroof ไว้ส่องดูดาวยาวค่ำคืน ภายในสีครีมอ่อน  / สีดำ (สำหรับรถสีน้ำเงินบาง lot) เบาะหนังฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า ไฟส่องประตูสีแดง พวงมาลัยหุ้มหนัง Airbag ฝั่งคนขับ (สำหรับปี 94) / Airbag คู่หน้า (สำหรับปี 95) แอร์มือบิดพร้อม heater (สำหรับปี 94) / แอร์แบบอัตโนมัติ (สำหรับปี 95) ABS เป็นต้น



ในส่วนของเจ้าไฟท้ายสองก้อน สามารถแบ่งได้ 2 phase ครับ phase แรก ภายนอกคิ้วกันกระแทกสีดำ ล้อแม็กตัว VTi จะใช้ลายเดียวกับตัวไฟท้ายก้อนเดียว ภายในสีเทา ไม่มี Airbag และ ABS เบาะปรับมือ ออฟชั่นทั้งหลายจะคล้ายกับตัวไฟท้ายก้อนเดียว

ส่วน phase ที่สอง ภายนอกคิ้วกันกระแทกสีเดียวกับตัวรถ เพิ่มเฉดสีตัวถังใหม่ ล้อแม็กลายใหม่สำหรับตัว VTi ภายในสีเทา หรือ สีครีมเข้ม (สีครีมคนละเฉดกับตัว VTi-S) ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก เบาะคนขับปรับขึ้นลงไฟฟ้า มี Airbag, ABS นอกจากนี้ช่วงปลายอายุตลาดยังออกรุ่น “Limited” ออกมาด้วย ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงครบรอบ 25 ปี ของ Accord คุณจะได้เพลท Limited สีทองแปะอยู่ที่มุมล่างขวาของฝากระโปรงท้าย ภายในได้ครอบเกียร์ลายไม้สีอ่อนแบบด้าน และน่าจะแค่นั้น   



หมายเหตุ: VTi-S โฉมท้ายสองก้อนไม่มี phase นะครับ แบบเดียวตลอดอายุตลาดเลย ถูกหั่นออฟชั่นทิ้งไปเยอะพอสมควรเลย ภายนอกไม่มี moonroof แล้ว แต่ได้ล้อแม็กอีกลายหนึ่งลายตันๆ ภายในกลับมาใช้แอร์มือบิดพร้อม heater เหมือนเดิม ครอบเกียร์ลายไม้ Airbag คู่ เบาะหนังคนขับปรับขั้นลงและเอนไฟฟ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2017, 10:06:05 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:00:15 »
เอาล่ะ หลังจากปล่อยให้รอมาเสียนาน ขอเชิญพบพระเอกของกระทู้นี้ครับ

ประวัติของรถคันนี้ถ้าเล่าหมดคงยาวครับ เอาคร่าวๆ แล้วกัน ย้อนกลับไปสมัยปช่วงปลายๆปี 1996 ผมอายุราวๆ 4-5 ขวบ ป๊าพาผมไปที่ศูนย์ฮอนด้าสาทร ตรงแยกสุรศักดิ์เพื่อดูรถคันใหม่ของบ้าน บรรยากาศตอนนั้นตัวผมเองอาจจะจำไม่ค่อยได้นัก แต่จากคำบอกเล่า ผมเดินมาที่ Accord สีแดงที่จอดโชว์อยู่ ขึ้นไปนั่ง แล้วบอกว่าจะเอาคันนี้ สุดท้ายป๊าซื้อ Accord สีแดงจริงๆ (ป๊ากับม๊าคงจะเล็งๆ เจ้านี่ไว้อยู่แล้วล่ะ) โดยเจ้ารถคันนี้ ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่ทุกวัน โดยก่อนหน้านี้ป๊าใช้จนกระทั่งไปสอยงูเห่ามือสองจากญาติมาใช้แทน และให้ม๊าผมใช้ต่อ จนกระทั่งเปลี่ยนมือมาที่ผมและคงจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ



ตัวรถเป็น Accord โฉมท้ายสองก้อน phase ที่สอง VTi-E รุ่นท็อปของตัวประกอบใน มาพร้อมกับสีแดงเฉดใหม่ “Inza Red Pearl” สีจะแดงสดกว่า “Bordeaux Red Pearl” ซึ่งเป็นสีแดงเฉดเก่าที่ถูกยกเลิกไป (สีนี้ใช้ต่อมาถึงโฉมงูเห่า แต่ก็หายากเช่นกัน)

ในการ review นั้นจะมีการท้าวความถึงการซ่อมบำรุง จุดอ่อนที่พบ และอุปกรณ์ที่ไม่มีในรุ่นประกอบในเพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่สนใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:22:16 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:04:46 »
ภายนอก: ตัวรถเดิมๆ เพิ่มเติมของตกแต่งเล็กน้อย ประกอบด้วย ไฟตัดหมอกของ Honda Access, หูข้างสลัก “Accord” ของตัวนอก และโลโก้ Honda of America

ออกแดด






เข้าร่ม





ขออนุญาตเน้นไปที่จุดอ่อนแล้วกันนะครับ เริ่มด้วย

1. คิ้วรีดน้ำของประตูทั้ง 4 บาน ใช้งานไปนานๆขอบยางจะแข็ง ขูดกระจกจนเป็นรอย และน้ำซึมเข้าประตูรถ ทางแก้คือเปลี่ยนใหม่สถานเดียว ไม่แนะนำของมือสองครับ เพราะมันก็ตากแดดตากฝนมานานแล้วเช่นเดียวกัน แต่ราคาเบิกใหม่ก็โหดอยู่เหมือนกัน บานละประมาณ 2,000 บาท เจ้าคันนี้จับเปลี่ยนใหม่เรียบร้อย แต่ก็คงทำใจเรื่องกระจกล่ะครับ

2. ยางขอบกระจกบังลมหน้าและหลัง เสื่อมตามอายุเช่นกัน แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือมันเสื่อมและน้ำขังอยู่ด้านใน ส่งผลให้ฐานรองกระจกบังลมหน้าและหลังผุอยู่ด้านใน เบิกใหม่บานหน้ามี 3 ชิ้น รวมแล้วราวๆ 5,000 บาท ส่วนบานหลังประมาณ 2,000 บาท และหมดค่าปะผุไปร่วมหมื่น

3. ตัวถังบริเวณซุ้มล้อและบังโคลนหลังผุง่าย คันนี้ปะผุไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ประมาณ 3-4 ครั้ง ไม่ซ้ำจุดเดิม หมดค่าปะผุไปร่วมหมื่นเช่นกัน

4. เสาอากาศไฟฟ้า ใช้งานไปนานๆมันไม่ค่อยจะยอมลงให้สุด ต้องใช้ระบบสัมผัสเอา ถอดซ่อมได้ราคาไม่แพงก็จริงแต่ซักพักก็เป็นอีก เลยปล่อยไว้งี้ล่ะไม่เปลี่ยนใหม่ด้วยตราบใดที่ยังรับคลื่นได้ปกติ (ยอมลงสุดให้หลังจากล้างรถเสร็จ 2-3 วันแรก) และที่พี้คคือขอบยางตรงฐานมันขาด ขาดแบบมองไม่เห็น ต้องแหวกดูถึงจะทราบ ทำให้น้ำรั่วเข้าท้ายรถและน้ำขังอยู่ด้านใน พรมไม่เปียกด้วยเพราะไปไม่ถึง น่าจะมีผุอยู่ข้างใน ไว้รอซ่อมสีเมื่อไหร่ค่อยเข้าไปรื้อ เบิกใหม่ร้อยกว่าบาท แต่ที่ผุอยู่ข้างในนั้นยังไม่เห็นสภาพ T-T
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2017, 00:10:07 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:11:54 »
ภายใน: สำหรับ phase ที่สอง สีของภายในจะขึ้นอยู่กับสีของตัวถังภายนอก มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ประกอบด้วย สีเทา และ สีครีมเข้ม








รถสีแดงจะได้ภายในสีครีม (เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ที่บ้านผมเลือกสีนี้)



มาเริ่มกันที่แผงประตูครับ (ส่วนตัวรู้สึกว่าที่วางแขนของประตูคู่หน้าอยู่ต่ำไปนิดนึงวางแขนไม่ค่อยสบายนัก ปกติจึงวางข้อศอกบนขอบบนของแผงประตูแทน ส่วนที่วางแขนของประตูคู่หลังวางแขนได้กำลังดี) แผงประตูบุนุ่มทั้งบาน ฝั่งคนขับประกอบด้วยแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า กระจกฝั่งคนขับขึ้นและลงออโต้ สามารถสั่งล็อคกระจกบานอื่นได้ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า ด้านล่างของแผงประตูคู่หน้า มีช่องเก็บเอกสารให้ ส่วนไฟส่องประตูสีเหลืองนวล มีมาให้ครบทั้ง 4 บาน



เซ็นทรัลล็อคมีให้ก็จริง แต่ปุ่มกดเซ็นทรัลล็อคไม่ต้องหาครับ เพราะไม่มี!! ใช้เอี้ยวไปดึงตัวล็อคที่ประตูฝั่งคนขับนั่นล่ะครับ (คันนี้เปลี่ยนไปใช้แท่งล็อคแต่ง) ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนั้นไม่ยอมให้มาด้วย (Corolla 3 ห่วงยังให้มาเลยนะเออ) ช่องสำหรับใส่สวิตซ์ก็มีมาให้ตรงมือเปิดฝั่งคนขับแต่เอาพลาสติกปิดไว้ ปัจจุบันพี่น้องหลายคันเอาสวิตซ์เซ็นทรัลล็อคของตัวนอกมาใส่ ใช้งานได้และสวยงามตามท้องเรื่องกันไป

ข้อเสียของแผงประตูรถรุ่นนี้ คือ มันช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน รถคันนี้แทบจะไม่ได้จอดตากแดด แต่โครงแผงประตูด้านในกรอบแตกหมด (หาอะไหล่เซียงกงนี่แทบจะเลิกฝัน เพราะภายในสีครีมหายากมากถึงมากที่สุด) ซ่อมมาหลายรอบ สุดท้ายจับไปเสริมโครงไฟเบอร์ด้านใน แต่ก็ไม่กล้าท้าวแขนแบบเต็มแรงนัก ยังคงพอมีเสียงให้รู้สึกว่ามันไม่ได้แข็งแรงมาก ส่วนมือเปิด 4 บาน, ครอบสวิตซ์กระจก 4 บาน และถ้วยใส่เหรียญ 3 บาน เบิกใหม่เช่นกัน เนื่องจากตรงเบ้าน็อตเริ่มแตกคลอน อยู่ในสภาพไม่มั่นคง อะไหล่เซียงกงไม่มีสีนี้เช่นกัน ถ้าจำไม่ผิด หมดไปราวๆ 4-5,000 บาท กระเป๋าแฟ้บกันไป (ร้านอะไหล่แห่งหนึ่งย่านวรจักรยังมาเถียงกับผมฉอดๆ ตอนสั่งอะไหล่มาให้ผิดสี ว่ารุ่นนี้ไม่มีภายในสีครีม แถมไล่ให้ผมไปพ่นสีเอาเองซะงั้น เชื่อเค้าเลย สุดท้ายจึงไม่รับของแล้วกลับไปเบิกที่ศูนย์แทน) กันเลยประตูทั้ง 4 บาน หากใช้ไปนานๆ จะมีเสียงก็อกแก็กเวลาเปิดปิดประตู ถ้าเป็นไม่มากยังพอพึงจารบีได้ ถ้าทางที่ดีเบิกใหม่ดีกว่าครับ ไม่ได้แพงมาก บานละ 600 กว่าบาท คันนี้จับเบิกใหม่เรียบร้อย

ดังนั้น ใครจะซื้อรุ่นนี้แล้วอยากเก็บงานภายในแล้วก็ไม่ได้พิสวาทภายในสีครีมล่ะก็…..เลือกคันที่เป็นภายในสีเทา ไม่ก็ยกภายในสีดำของ SiR มาใส่ จะได้สบายตัวและสบายเงินในกระเป๋ามากกว่าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:32:36 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:18:15 »
ในส่วนของคอนโซลหน้านั้นมีการบุ่นุ่มครึ่งบน แต่….โครงด้านในก็กรอบเช่นกัน วันดีคืนดีจะเจอเศษไฟเบอร์ตกอยู่พื้นรถ แต่ในเมื่อด้านนอกมันยังไม่เสียงรูปเลยปล่อยไว้ก่อน รอรื้อรถเมื่อไหร่ค่อยจับไปเสริมโครงไฟเบอร์ ระหว่างนี้ก็มีสั่นบ้างช่วงรอบเดินเบาและตอนแอร์ทำงาน



อุปกรณ์ต่างๆ เริ่มจากขวาไปซ้ายแล้วกันครับ บนคอนโซนบริเวณเหนือช่องแอร์ฝั่งคนขับนั้นจะเป็นเซ็นเซอร์กะระยะกันชนหลังที่ติดตั้งเพิ่มเติมจากข้างนอก ไล่ลงมากรอบสี่เหลี่ยมใต้ช่องแอร์จริงๆ แล้วจะเป็นที่อยู่ของสวิตซ์ moonroof แต่รุ่นประกอบในไม่มีจึงอดไป (สามารถหามาใส่ได้ เซียงกงเลาะตะเข็บมาให้ทั้งบาน สนนราคาประมาณหลักพันปลานๆถึงหมื่นต้นๆ ไม่รวมติดตั้ง) กระเถิบมาทางซ้ายอีกนิดเป็นสวิตซ์ปรับแสงไฟหน้าปัด ถัดลงมาด้านล่างเป็นสวิตซ์ไฟตัดหมอกหน้า และช่องเก็บเหรียญ



มาตรวัดของรุ่นประกอบในความเร็วจะสุดที่ 220 กม./ชม. ขึ้น redline ที่ประมาณ 6,250 รอบ/นาที (หากเป็นตัว SiR จะขึ้น redline ที่ประมาณ 7,400 รอบ/นาที) มีมาตรวัดอุณภูมิน้ำทางฝั่งซ้าย และมาตรวัดปริมาณน้ำมันทางฝั่งขวา ด้านล่างมาตรวัดรอบจะมีไฟแสดงกรณีประตูหรือฝากระโปรงหน้าปิดไม่แน่น ไฟเตือนหลอดไฟเบรคขาด (หากใครเปลี่ยนเป็นหลอด LED ไฟแสดงหลอดไฟเบรคขาดจะติดค้าง) นอกนั้นจะเป็นพวกไฟแสดงต่างๆ หากเป็นหน้าปัดของตัวนอก จะมีไฟแสดงแคตตาไลติก, Cruise Control, ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยมาให้ด้วย



พวงมาลัยเป็นแบบสี่ก้านหุ้มหนัง (หากเป็นรุ่น LXi, EXi จะเป็นแบบยูริเทน) ปรับสูงต่ำได้ มี Airbag มาให้เฉพาะฝั่งคนขับ ที่เห็นอยู่ในภาพ จับไปหุ้มหนังแท้มาใหม่แล้ว เนื่องจากหนังเดิมเริ่มขาดตั้งแต่รถอายุราวๆ 10 ปีเศษ ปุ่มแตรอยู่ที่ก้านพวงมาลัยทั้ง 2 ฝั่ง เบิกใหม่เช่นกัน ข้างละ 600 กว่าบาท เนื่องจากของเดิมขาสวิตซ์หัก
 


ถ้าเป็นตัวนอกฝั่งขวาของพวงมาลัยจะเป็นที่อยู่ของสวิตซ์ Cruise Control แต่เนื่องจากตัวประกอบในไม่มี ฉะนั้นจึงให้พลาสติกมาปิดไว้แทน
ก้านไฟเลี้ยวอยู่ทางฝั่งขวามือ เปิดไฟต่ำ ไฟใหญ่ ดันเข้าหาตัวเป็นไฟสูง ใช้งานเหมือนรถทั่วไป ก้านปัดน้ำฝนอยู่ซ้ายมือ สามารถปรับความไวได้ 3 ระดับ ดันเข้าหาตัวเป็นที่ฉีดน้ำล้างกระจก หากเป็นตัวนอกจะมีใบปัดน้ำฝนที่กระจกบังลมหลังมาให้ด้วย บางท่านยกมาใส่ทั้งชุด สนนราคาตกหมื่นต้นๆ



กลับมาที่คอนโซลต่อครับ ถัดจากหน้าปัดไปทางซ้ายเป็นปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง และแผงควบคุมแอร์แบบมือบิด ปรับทิศทางลมได้ตามภาพ ไม่มี heater (ส่วนตัวมองว่าแอร์ในโฉมนี้เย็นฉ่ำ ดีกว่าโฉมงูเห่าอีกคันที่ป๊าใช้อยู่เยอะครับ คันนั้นแก้ยังไงก็เย็นไม่เท่า แถมแผงวงจรควบคุมแอร์พังก่อนคันนี้ด้วย) หากใครอยู่ลัทธิตัวนอกก็สามารถยกหน้ากากแอร์แบบดิจิตอลมาได้ใส่ได้ สภาพสวยๆ ราคาไม่แพง แต่ถ้าอยากให้เต็มระบบก็ยกตู้ heater มาด้วยนะ (ถ้าเป็น VTi-S ก็สบายไป มีมาให้ครบๆ)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:35:34 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:22:44 »
ถัดลงไปตรงคอนโซนกลาง



ไล่จากบนลงล่าง สวิตซ์ไฟฉุกเฉิน อยู่ใกล้มือดี นาฬิกา ส่วนกรอบซ้ายจริงๆ แล้วจะเป็นไฟแสดงระบบสัญญาณกันขโมยของตัวนอกครับ รุ่นประกอบในไม่มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คันนี้จึงติดสัญญาณกันขโมย Alpine จากข้างนอกเอง และเจาะกรอบพลาสติกใส่หลอดไฟแสดงระบบกันขโมยในช่องนี้แทน

วิทยุของเดิมติดรถเป็น Alpine 1 DIN เล่นเท้ป Cassette ได้ พร้อมช่องวางของด้านล่าง มีลำโพงมาให้ที่แผงประตูคู่หน้าและแผงด้านหลัง แต่ใช้ไปได้ซักพักป๊าก็ไปทำเครื่องเสียงเพิ่ม ใส่ Front Pioneer  1 DIN รุ่นตู้ปลาโลมา พร้อม CD Changer 12 ใส่ลำโพงหลัง Peerless ส่วนคู่หน้าไม่แน่ใจว่าของเดิมรึเปล่า แล้วก็มีเจาะทวิสเตอร์เพิ่มที่แผงประตูคู่หน้า



จากใช้งานมา 10 กว่าปี ทำให้ Front ปุ่มทะลุ CD Changer เสีย Subwoofer แตก ลำโพงคู่หน้าบอด เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาจึงได้ไปสังคายนาระบบเครื่องเสียงกันใหม่ โดยเอาเปลี่ยนไปใส่จอ Pioneer 2 DIN กับลำโพง คู่หน้า Hertz พร้อม damp ประตูกับแผงหลังใหม่ คู่หลังยังใช้ Peerless คู่เดิมต่อไป ค่อยไปทำเพิ่มอีกทีในอนาคต   

ถัดลงมาด้านล่าง เป็นช่องจุดบุหรี่กับช่องลิ้นชักใส่ธนบัตร ส่วนช่องวางของด้านล่างนั้น หากใส่อุปกรณ์เสริมเช่น เสากะระยะที่มุมกันชนหน้า และเสาอากาศหลังแบบปรับลงครึ่งหนึ่งได้ สวิตซ์ของอุปกรณ์ทั้งสองจะมาสถิตอยู่ตรงนี้ซ้ายปุ่มนึง ขวาปุ่มนึง

คอนโซนเกียร์ ตามภาพ หัวเกียร์เป็นยูริเทน ปุ่มกดเกียร์ ส่วนใหญ่หักในกันมาแล้ว บางคันหักนิดหน่อยก็ถอดมาหยอดกาวช้างพอใช้งานได้ แต่ของผมจับเบิกใหม่ราคา 600-700 มั้งครับ ส่วนที่ล็อคเกียร์เป็นของข้างนอกครับ (Honda Access ก็มีแต่ไม่สั่งมาด้วยตอนซื้อรถ ส่วน VTi-S มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน) ถัดลงมามีช่องวางแก้ว 2ช่อง เบรกมือ และช่องกล่องเก็บของกลาง ซึ่งเก็บของได้พอสมควร (หากเป็นตัวนอกจะมีฝา 2 ชั้น ชั้นบนเอาไว้วางพวกปากกากับของกระจุกกระจิกนิดหน่อย หายากพอสมควร) ตรงฝาปิดสามารถวางศอกได้พอดีอยู่ ถ้าเป็นตัวนอกจะมีลูกเล่นเป็นที่วางแก้วแบบสไลด์เก็บได้สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง (ยังไม่เคยเห็นสีครีมอีกตามเคย)

คอนโซนฝั่งผู้โดยสารนั้นด้านบนก็จะโล่งๆ เพราะไม่ใช่ VTi-S จึงไม่มี Airbag ฝั่งผู้โดยสารมาให้ ด้านล่างเป็นเก๊ะเก็บของ พื้นที่พอประมาณ ฝาเก๊ะมีการบุนุ่ม สามารถเก็บพวกคู่มือรถ กรมธรรม์ได้ และยังเหลือพื้นที่อีกนิดหน่อย มีไฟส่องสว่างยามค่ำคืน



มองขึ้นไปเหนือศีรษะ เพดานไวนิลสีครีมบุนุ่มทั้งผืน ที่บังแดดหุ้มไวนิลบุนุ่ม มีกระจกแต่งหน้าให้สำหรับฝั่งผู้โดยสาร ไฟเพดานมีตำแหน่งเดียวบริเวณกลางรถ (หากเป็นตัวนอกจะมีไฟส่องแผนที่ให้เหนือกระจกมองหลัง) มีมือจับให้ 3 ตำแหน่ง มีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ ส่วนเบาะนั่งหลังเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดเช่นกัน (หากเป็นตัว VTi-S จะเพิ่มเข็มขัดนิรภัยแบบ 2 จุดคาดเอว สำหรับผู้โดยสารที่นั่งกลางเบาะหลังให้ด้วย)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2017, 00:32:50 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:34:13 »
ต่อมาเป็นส่วนของเบาะนั่ง อันที่จริงแล้วเบาะนั่ง ฝาปิดช่องเก็บของกลาง และแผงประตูของรุ่นประกอบในทุกรุ่นจะหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ แต่คันนี้เปลี่ยนถูกเป็นเบาะหนังตั้งแต่ตอนออกจากศูนย์ ที่เห็นอยู่ในภาพเป็นเบาะหนังชุดที่สอง ทำใหม่เมื่อซัก 7-8 ปีก่อน เป็นหนังเทียมทั้งหมด แบบเจาะรู (เบาะหนังชุดแรกสมัยที่ทำตอนป้ายแดงเป็นแบบหนังแท้ส่วนผิวสัมผัส แบบย่น) เบาะฝั่งคนขับปรับขึ้นลงด้วยไฟฟ้า ปรับเอนและเดินหน้าถอยหลังด้วยมือ (หากเป็น VTi-S จะปรับสูงต่ำและเอนแบบไฟฟ้า) พนักพิงศรีษะของเบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับให้ก้มเงยได้ ตัวเบาะนั่งสบายพอประมาณ รองรับได้โอเค พนักพิงหลังครึ่งบนยังรู้สึกโล่งไปนิด ปีกข้างพอโอบกำลังดี ผมสูงประมาณ 173 ซม. มีพื้นที่เหนือศรีษะประมาณ 2 กำปั้น ส่วนเบาะหน้าฝั่งผู้โดยสารสามารถปรับและเดินหน้าถอยหลังด้วยมือเช่นกัน



เบาะหลังและพนักพิงศรีษะเป็นแบบชิ้นเดียวกัน (VTi-S เบาะหลังสามารถเปิดทะลุไปยังท้ายรถได้) พนักพิงศีรษะแอบเตี้ยไปนิด หากผมนั่งหลังตรงแล้วจะเหลือพื้นที่เหนือศีรษะประมาณ 2 กำปั้นนิดๆ ส่วนเบาะรองนั่งรองรับได้ดี แต่ส่วนตัวคิดว่าสั้นไปนิดนึง ที่วางขามีพื้นที่เหลือพอประมาณ หากปรับเบาะนั่งคนขับแบบที่ผมขับประจำแล้วย้ายมานั่งเบาะหลัง จะเหลือช่องว่างระหว่างหัวเข่ากับเบาะหน้าประมาณ 1 กำปั้น แต่ทั้งนี้สามารถสอดเท้าเข้าไปใต้เบาะได้ ตรงกลางเบาะมีที่วางแขนแบบพับเก็บได้ ซึ่งตำแหน่งวางแขนกำลังดี





การเก็บเสียงรบกวนภายใน คงอธิบายได้ลำบากเนื่องจากรถอายุมากแล้ว พวกขอบยางหรือวัสดุซับเสียงคงเทียบกับรถใหม่ป้ายแดงสมัยไม่ได้ ปัจจุบันเสียงลมและเสียงรบกวนเริ่มเล็ดลอดเข้ามาตั้งแต่ความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พื้นที่ภายในฝากระโปรงหลัง ในโบรชัวร์ไม่ได้ระบุว่ามีความจุกี่ลิตร แล้วก็ไม่เคยลองวัดจริงๆ จึงขออธิบายด้วยรูปภาพแทนนะครับ วัสดุที่บุด้านในจะเป็นพรม มีไฟส่องสว่างด้านบน ด้านล่างเป็นช่องเก็บยางอะไหล่ ให้ล้อแม็กลายเดียวกัน พร้อมเครื่องมือประจำรถและอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนยาง





ฝากระโปรงท้ายนั้นจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน สปริงฝาท้ายย่อมล้าไปตามกาลเวลา เวลาโดนลมพัดก็จะร่วงลงมาปิดเอง อันตรายเหมือนกันครับ เคยเกือบโดนร่วงใส่ตอนก้มเก็บของ จับเบิกใหม่เช่นกัน ราคาไม่แพงนัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:45:03 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:41:14 »
ห้องเครื่องยนต์ อาจจะไม่ได้เก็บงานเรียบร้อยเหมือนรถยนต์สมัยนี้ แต่ก็มีข้อดีตรงที่ หากมีน้ำมันอะไรซึมหรือผิดปกติตรงไหนสามารถตรวจสอบได้ง่าย คันนี้มีติดตั้งค้ำโช้คหน้าของ Sparco เพิ่มเติม



เครื่องยนต์ Accord Generation ที่ 5 ที่ขายในประเทศไทยนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ เครื่องยนต์หัวฉีดธรรมดา ขนาด 2,200 ซีซี ไม่มีระบบวาล์วแปรผัน VTEC รหัส F22A ให้พลัง 140 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (สำหรับรุ่น LXi) หรือ เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ (สำหรับรุ่น EXi) และ เครื่องยนต์หัวฉีด ขนาด 2,200 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VTEC รหัส F22B ให้พลัง 145 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (สำหรับรุ่น VTi-L) หรือ เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ (สำหรับรุ่น VTi-E และ VTi-S)


 
ขออนุญาตแปะสเปคเลยแล้วกันนะครับ สังเกตดีๆ VTi-S จะแปลกกว่า VTi รุ่นประกอบในนิดหน่อย เรื่องแรงบิด อัตราทดเฟืองท้าย ระยะหมุนพวงมาลัยสุด ความสูงใต้ท้องรถ และความจุถังน้ำมัน



ในส่วนของอัตราเร่งนั้น ไม่เคยลองจับเวลาจริงๆจัง เนื่องจากเส้นทางที่ใช้ประจำไม่ค่อยเอื้ออำนวยซักเท่าไหร่นัก และในโบรชัวร์ก็ไม่ได้แจ้งไว้ แต่จากที่หลายๆท่านทำไว้ เครื่องยนต์ VTEC เกียร์อัตโนมัติ 0-100 ทำได้ประมาณ 9 วินาที
เคยเห็นคลิปตัว SiR เกียร์ธรรมดา ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ประมาณ 6 วินาทีปลายๆ - 7 วินาทีต้นๆ

จากที่ใช้งานจริง นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานครับ (แม้จะไม่ดึงเท่ากับงูเห่าของป๊าที่วางเครื่อง H22A ฝาดำ) ในส่วนของเครื่องยนต์ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกอะไรครับ แต่คันนี้สมัยก่อนจะเจอปัญหาเรื่องระบบระบายความร้อนมากกว่า เคยความร้อนขึ้นเท่าที่จำได้ประมาณ 2-3 ครั้ง ไล่มาหลายจุดกว่าจะพบ แต่ก็ไม่ทันการ ฝาสูบโก่งเสียก่อน ประกอบกับตอนนั้นเกียร์เริ่มออกอาการนิดๆ เข้าเกียร์ถอยหลังแล้วรอนานกว่าจะยอมเข้าให้ ถ่ายน้ำมันเกียร์ก็ช่วยไม่ได้มากนัก ขณะนั้นเลขไมล์ประมาณ 265,000 กิโลเมตร จึงตัดสินใจวางเครื่องพร้อมเกียร์รหัสเดิมจากญี่ปุ่น จบไปประมาณ 30,000 บาทต้นๆ (สมัย 6-7 ปีที่แล้ว) ปัจจุบันเลขไมล์ประมาณ 332,000 กิโลเมตร ยังไม่พบปัญหาจุกจิกอะไรครับ มีแค่ปัญหาหม้อน้ำซึมบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ตรวจเจอก่อนเลยซ่อมทัน

ท่อไอเสีย หม้อพักท้ายเดิมผุตามอายุการใช้งาน หม้อพักกลางก็เริ่มผุเช่นกัน ปลายปีที่ผ่านมาจึงตัดสินใจสั่งเดินท่อใหม่ทั้งเส้นเป็นแสตนเลส ขนาด 2 นิ้ว (ของเดิมติดรถประมาณ 1.7-1.8 นิ้ว) ตั้งแต่หลังเฮดเดอร์ เปลี่ยนหม้อพักกลางและหม้อพักท้ายใส้วน ปลายออกเป็น 2 ท่อ ให้หน้าตาใกล้เคียงกับของเดิม (เสียงแอบดังกว่าที่คิดไว้พอสมควร ตั้งแต่ทำท่อมาจึงเปลี่ยนพฤติกรรมการเหยียบคันเร่งใหม่ เนื่อจากเกรงใจคนที่นั่งข้างและผู้ร่วมทางคันอื่นๆ อนาคตอาจจะเอาไปใส่หม้อพักกลางเพิ่มอีกใบ ไม่ก็เปลี่ยนหม้อพักท้ายใหม่อีกรอบหนึ่ง เผื่อเสียงจะเบาลงบ้าง) ส่วนอัตราเร่งนั้น ส่วนตัวคิดว่าดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย กดแล้วมาไวขึ้น ไม่ค่อยอั้นเหมือนแต่ก่อนครับ 


 
น้ำมันที่ใช้ เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ผลิตเมื่อ 20 ปีก่อน ที่น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วราคาลิตรละแค่ 10 บาท และยังไม่มีน้ำมันแก๊ซโซฮอล์ พวกอุปกรณ์ต่างจึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแอลกอฮอล์ สามารถใช้ได้เฉพาะน้ำมันเบนซินเท่านั้น แต่เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไป เจ้าคันนี้ก็เปลี่ยนนิสัยการบริโภคมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ เบนซิน 95, เบนซิน 91 จนกระทั่งปัจจุบันบริโภค แก๊ซโซฮอล์ 95 เติมมาได้ 5-6 ปีแล้ว ยังไม่เจอปัญหาอะไร ปั๊มติ๊กยังไม่เคยเสีย ท่อยางต่างๆ ดูจากภายนอกยังไม่เปื่อย แต่คงไม่กล้าเติมสเปคต่ำกว่านี้แล้วครับ แค่นี้ก็ลดสเปคเค้าลงมาเยอะแล้ว แต่เคยเห็นบางท่านจับบริโภค E20 ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรนะครับ แต่ระยะยาวต้องติดตามดูว่าจะเป็นอย่างไร

อัตราสิ้นเปลือง หากวิ่งนอกเมืองส่วนใหญ่ ปกติทำได้ประมาณ 10-11.5 กิโลเมตรต่อลิตร ติดนิสัยเร่งบ่อยคิกดาว์นบ่อย แต่หากวิ่งถนนโล่งๆ 80-110 นิ่งๆ เคยทำได้ 14.4 กิโลเมตรต่อลิตร (เติมเต็มถังจากปราณบุรีกลับกรุงเทพฯ แล้วเติมเต็มอีกรอบเพื่อหารค่าน้ำมัน) ตามโบรชัวร์และคู่มือถังน้ำมันจุได้ 65 ลิตร หากวิ่งนอกเมือง น้ำมัน 1 ถังสามารถพาไปได้เกิน 500 กิโลเมตรแน่นอนครับ (เคยจับระยะทางหลังเติมเต็มถัง วิ่งไป 485 กิโลเมตรยังเหลือน้ำมันอีกครึ่งช่องสุดท้าย ไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดยังไม่แสดง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:47:54 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:44:33 »
ระบบเบรก เป็นดิสก์เบรค 4 ล้อ และจากที่เกริ่นไปในย่อหน้าบนๆ แล้วว่า นับเป็นครั้งแรกที่ Honda Thailand ใส่ระบบ Anti-Brake Lock System หรือ ABS มาให้ในโฉมท้าย 2 ก้อน เป็นอุปกรณ์มาตรฐานครั้งแรกสำหรับรถยนต์ Honda ที่ประกอบขายในประเทศไทย แต่…..ใช้งานไปได้ไม่นานก็มีปัญหาไฟเตือนระบบ ABS ขัดข้อง โชว์ที่หน้าปัดเป็นระยะๆ จนสุดท้ายเลิกซ่อม และถอดปลั๊ก ABS ออกเสียเลยเพื่อเป็นการตัดปัญหา เข้าใจว่าอาการนี้เป็นกันหลายคัน หากท่านไหนต้องการยกเลิกระบบนี้แบบถาวร แนะนำให้เปลี่ยนวาล์วกระจายแรงเบรกไปใช้ของรุ่นที่ไม่มี ABS ด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัย



นิสัยของแป้นเบรกจะออกแนวลึก คือ แรกๆ กดแล้วจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร ต้องกดลงไปลึกหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่ากดลึกปุ๊บจะหน้าทิ่ม สามารถกะแรงเบรกและรถหยุดตามแรงเหยียบได้นุ่มนวลอยู่

หากท่านใดต้องการจะอัพเกรดระบบเบรกแล้วล่ะก็ คู่หน้าสามารถยกคอม้าของตัว SiR มาใส่ได้เลย จะได้จานเบรกขนาด 282 มิลลิเมตร (ของเดิมขนาด 262 มิลลิเมตร) หรืออยากเล่นแรงกว่านั้นก็สามารถยกคอม้าของ Accord Euro-R หรือ Odyssey ขนาด 300 มิลลิเมตร มาใส่ได้เช่นกัน แต่จะได้ดุมล้อแบบ 5 รู 114.3 ส่วนคู่หลังหากท่านต้องการแปลงดุมเป็น 5 รูแล้วล่ะก็ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเจาะเอาครับ เนื่องจากไม่สามารถหารุ่นที่เหมาะๆ มาใส่พอดีได้ ครั้นจะยกแพหลังของ Accord Euro-R ก็ไม่คุ้มค่า

ระบบกันสะเทือนเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบนอิสระ (ปีกนกคู่) ทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโครง ซึ่งจากการใช้นั้นออกไปในแนวนุ่มนวล ไม่เด้งดึ๋ง แต่ขับแล้วมั่นใจ เกาะถนนดีครับ แต่ข้อด้อยที่ต้องแลกมาก็คือ พวกบูชและลูกหมากปีกนกต่างๆ มีหลายจุดมาก ซึ่งพวกนี้มีอายุการใช้งานของมันอยู่ แปรผันตามลักษณะการขับขี่และสภาพถนน หากวันใดมันเริ่มเสื่อมหรือหลวมก็จะออกอาการเป็นเสียงดังกุกกักออดแอดเวลาวิ่งผ่านคอสะพาน หลุม ลูกระนาด เส้นประชะลอความเร็ว หากปล่อยไว้นานมีโอกาสล้อพับขณะขับขี่จนอาจเกิดอันตรายกับตัวเองและผู้ใช้ถนนท่านอื่นได้ และเวลาจะเปลี่ยนนั้นมันจะมาทั้งปีก ไม่แยกขาย ดังนั้นเข้าศูนย์เบิกใหม่อ้วกแตกแน่นอน ขนาดของมือสองยังต้องมี 2-3,000 บาทต่อชิ้น แล้วข้างนึงมันมีทั้งปีกนกบนและปีกนกล่าง คำนวณเอาละกันครับว่าถ้าเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 4 ล้อจะจบที่เท่าไหร่ แต่ใจเย็นครับ มันไม่เสื่อมพร้อมกันทีเดียว และถ้าคุณเข้าร้านทำช่วงล่างข้างนอกนั้น สามารถถอดของเดิมมาอัดบูช อัดลูกหมากใหม่ได้ สนนราคาหลักร้อยบาท ไม่รวมค่าแรง จริงอยู่คุณภาพอาจเทียบกับของศูนย์เบิกใหม่ไม่ได้ แต่อายุและการใช้งานก็นับว่าคุ้มค่ากับราคาอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:48:58 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:48:00 »
โช้คอัพและสปริงนั้น ถ้าเป็นของเดิมๆ ติดรถจะเซ็ตมาค่อนข้างสูง สามารถเอากำปั้นสอดเข้าซุ้มล้อได้สบายๆ เจ้าคันนี้สมัยป๊ายังใช้ ก็เคยเอาไปโหลดคู่หน้าลงโดยการตัดสปริงหรือใส่สปริงโหลดนี่ล่ะ แต่แนะนำว่าอย่าทำแบบนั้นเลยครับ สงสารรถ โช้คกับสปริงมันไม่ค่อยเข้ากัน วิ่งผ่านหลุมผ่านที่ขรุขระนี่รู้สึกเลยว่ามันไม่ค่อยโอเค จนกระทั่งโช้ครั่วซึม ไปๆมาๆก็กลับคืนสู่สามัญกับโช้คเดิมที่ดูโย่งๆ พอโช้คเดิมรั่วอีกประจวบเหมาะกับที่ผมอยากให้มันเตี้ยลงเหมือนเดิม แต่อยากให้เตี้ยแบบมีประสิทธิภาพด้วย จึงจัดทรงรถใหม่โดยการเบิกชุดสตรัทปรับเกรียว จาก D2 รุ่น Street ปรับสูงต่ำได้ และสามารถปรับแข็งอ่อนได้ 36 ระดับ มาใส่ ตอนนั้นจบที่ราวๆ 30,000 บาท ปัจจุบันใช้งานมา 40,000 กิโลเมตรแล้ว ยังไม่พบปัญหาอะไร แต่แน่นอน รถกระด้างขึ้นมาก แม้จะใช้ยาง GR100 แก้มยาง 60 และปรับอ่อนสุดแล้วก็ตาม แต่แลกมากับการทรงตัวและการเข้าโค้งขึ้นที่ดีขึ้นกว่าเดิม



ล็อแม็กที่ให้มาเป็นขอบ 15 นิ้ว 4 รู 114.3 ซึ่งคันนี้เป็น phase ที่สอง ตัว VTi จะได้ล้อแม็กลายใหม่ แบบ 9 ก้าน กว้าง 5.5 นิ้ว มีฝาปิดดุมล้อให้ รัดด้วยยางขนาด 205/60 



ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบปั๊มน้ำมัน (ไฮดรอลิก) ในช่วงความเร็วต่ำมันหนักกว่าเพาเวอร์ไฟฟ้าของรถสมัยใหม่แน่ๆล่ะ แต่ไม่ได้หนักถึงขนาดต้องออกแรงสาวพวงมาลัย ผู้หญิงปกติสามารถหมุนพวงลัยเจ้าคันนี้ได้สบายๆ ในช่วงความเร็วสูงก็ไม่ได้เบาโหวง ยังมีน้ำหนักที่พอจะมั่นใจได้อยู่ (วิ่งทางตรงไกลๆไม่ต้องคอยเลี้ยงพวงมาลัย สามารถจับมือเดียวที่ความเร็ว 120 ได้สบายๆ) อัตราทดไม่ได้ทดมาแบบกลางๆไม่ไวจนเกินไป

แน่นอนว่าตามอายุการใช้งาน พวกแร็คพวงมาลัยอาจรั่วซึมได้ แต่อู่นอกจะมีชุดซ่อมแร็คพวงมาลัยอยู่ สนนราคาประมาณ 7,000 บาท ซึ่งก็นับว่าก็คุ้มราคาอยู่ถ้าเทียบกับการซื้อของเซียงกง หรือเบิกแร็คเส้นใหม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:52:44 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:49:40 »
ในส่วนของการบำรุงรักษานั้น…

พึงระลึกเสมอว่าอุปกรณ์ต่างๆ มันก็เสื่อมลงไปตามอายุของรถ โอเคมันเป็นรถที่ไม่ได้มีระบบไฟฟ้าเข้ามาให้ยุ่งยากปวดหัวเยอะ แต่คุณอาจจะต้องซ่อมมันเป็นระยะๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ซ่อมครั้งนึงจะอยู่หลักพัน ถึงหมื่นต้นๆ ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนเสีย อย่าลืมเผื่องบซ่อมปีละประมาณ 20,000 บาท และตอนเลือกรถถ้าเป็นไปได้ก็ถามเจ้าของเก่าเรื่องจุดอ่อนที่ผมว่ามา ว่าเคยทำไปรึยังเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ถ้าคุณต้องการซื้อมาเก็บงาน หรือซื้อมาแต่ง เป็นรถคันที่สองคันที่สามของบ้าน คุณสามารถ “เล่น” กับรถรุ่นนี้ได้ อะไหล่มือหนึ่งเบิกศูนย์ยังมี ราคาถูกบ้างแพงบ้างปนกันไป อะไหล่เซียงกงนับว่ายังมีเยอะ ทั้งชิ้นส่วนภายใน ภายนอก และเครื่องยนต์ ข้อควรระวัง หากคุณสิงตามคลับของรถรุ่นนี้ คุณอาจจะเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เพราะอุปกรณ์กระจุกกระจิกของตัวนอก และของแต่งต่างๆมันเยอะเหลือเกิน จนบางทีก็คิดว่ารถประกอบในทำไมอุปกรณ์มารันทดนัก 555+

เครื่องยนต์สามารถวางได้หลากหลาย ทั้งแคมเดี่ยวและแคมคู่ งบน้อยก็เล่น F22B รหัสเดิม อยากแรงก็จัด H22A ฝาดำ 190 แรงม้าจากตัว SiR ฝาดำ 200 แรงม้าจาก Prelude หรือเล่นของแรงอย่าง H22A ฝาแดง 220 แรงม้าจาก Accord Euro-R (ไม่แนะนำฝาแดงจาก Prelude Type-S เพราะจบยากกว่า จะมีระบบเลี้ยว 4 ล้อเข้ามาวุ่นวาย) หรือหากต้องการเล่นเกียร์เองแต่ไม่อยากเหยียบครัชต์ ก็สามารถวาง H23A ฝาฟ้า เกียร์ทิปทรอนิคได้ สมัยนี้ไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีหลายอู่ที่วางแล้วจบ


ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:50:57 »
บทสรุป

ปัจจุบัน Accord Generation ที่ 5 ล็อตสุดท้าย อายุอานามก็ขึ้นหลัก 20 ปีแล้ว คุณสามารถหาซื้อรถรุ่นนี้ได้ในราคา 70,000- 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับปี สภาพ และของตกแต่งที่ติดมากับรถ

หากคุณมองหารถใช้งานซักคันในงบประมาณเท่านี้ มีโจทย์ว่าต้องใช้วิ่งทางไกลบ่อยๆ นั่งสบาย อะไหล่พอหาได้ ช่างทั่วไปสามารถซ่อมได้ และถ้าคิดว่าสามารถรับปัญหาจุกจิกแบบที่กล่าวมาได้ คุณอาจจะเลือกรถรุ่นนี้มาเป็นเพื่อนคู่ใจก็ได้ครับ

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านชาว headlightmag ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:53:30 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 21:52:06 »
Bonus Track

ปิดท้ายด้วยราคารถ Honda สมัยปลายๆ ปี 1996 ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 22:49:28 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Weetting

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,708
  • ช่วงล่าง+เครื่องยนต์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 22:07:55 »
ชอบครับ รีวิวแบบนี้เพราะเป็นรีวิวที่คนใช้รถมือสอง ต้องการฟังความคิดเห็นจากคนใช้งานจริง   :D :D
ตราบใดที่สิ้น M/T บนแ่ผ่นดินนี้แล้วไซร้ข้าเจ้าจักเลิกขับรถเสียให้สิ้นตามเกียร์

ออฟไลน์ EKA

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 192
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 22:13:25 »
กำลังหารถมาไว้ขับเล่น ตัว vti เกียร์ธรรมดา ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

ปล. ดูแลรถได้ดีมากเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2017, 23:52:13 โดย EKA »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 00:04:50 »
ขออนุญาตลงรูปใหม่นะครับ เนื่องจากตอนแรกแปะจาก photos google แล้วมันไม่ขึ้น

แถมคลิป Sound Check หลังจากทำท่อแล้วกันครับ  kick down 60-120 แล้วถอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2017, 00:06:31 โดย Sith8059 »

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 00:07:32 »
ชอบครับ รีวิวแบบนี้เพราะเป็นรีวิวที่คนใช้รถมือสอง ต้องการฟังความคิดเห็นจากคนใช้งานจริง   :D :D

ขอบคุณมากครับ  :)

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 00:09:07 »
กำลังหารถมาไว้ขับเล่น ตัว vti เกียร์ธรรมดา ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

ปล. ดูแลรถได้ดีมากเลยครับ

ขอบคุณมากครับ  :)
ตัวเกียร์ธรรมดาหายากอยู่ครับ นานๆจะเจอผ่านตาซักที

ออนไลน์ รถสีเขียว

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,834
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 00:26:19 »
เห็นรถ จขกท แล้วทำให้ผมนึกถึงรถ Accord คันเก่าที่บ้านคับ

ของผมเป็นรถปี 37 ตัวก้อนเดียว VTI-S สีน้ำเงิน
แต่ขอแก้อย่าง ว่า ภายในผมเป็นสีครีมเบสนะครับ ไม่ได้เป็นสีดำ
กับ Cruise control ไม่มีเลยครับ และแอร์ผมเป็น digital แล้ว

ก่อนหน้านี้ก็มี Accord ตาเพชร EXI อีกคัน

Accord เป็นรถที่ทำให้ที่บ้านผมกลับมาซื้อ Honda ต่อจนถึงปัจจุบัน
แต่ downsite จาก Accord 2.2 มาเป็น CR-V G2 2.0 และ Freed 1.5 ตามลำดับ
พูดถึงผมว่า Honda เป็นรถที่ทนทานไม่จุกจิกนะครับ แต่กินน้ำมันเครื่องนิดๆ ทุกคัน (เว้น Freed)

ขอบคุณสำหรับรีวิวที่ทำให้ผมได้ย้อนกลับไปยุคนั้นนะครับ

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 08:02:28 »
เห็นรถ จขกท แล้วทำให้ผมนึกถึงรถ Accord คันเก่าที่บ้านคับ

ของผมเป็นรถปี 37 ตัวก้อนเดียว VTI-S สีน้ำเงิน
แต่ขอแก้อย่าง ว่า ภายในผมเป็นสีครีมเบสนะครับ ไม่ได้เป็นสีดำ
กับ Cruise control ไม่มีเลยครับ และแอร์ผมเป็น digital แล้ว

ก่อนหน้านี้ก็มี Accord ตาเพชร EXI อีกคัน

Accord เป็นรถที่ทำให้ที่บ้านผมกลับมาซื้อ Honda ต่อจนถึงปัจจุบัน
แต่ downsite จาก Accord 2.2 มาเป็น CR-V G2 2.0 และ Freed 1.5 ตามลำดับ
พูดถึงผมว่า Honda เป็นรถที่ทนทานไม่จุกจิกนะครับ แต่กินน้ำมันเครื่องนิดๆ ทุกคัน (เว้น Freed)

ขอบคุณสำหรับรีวิวที่ทำให้ผมได้ย้อนกลับไปยุคนั้นนะครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
สงสัยอาจจะมีหลาย lot เพราะเคยคุยกับอดีตคนใช้ VTi-S สี Midnight Blue ท่านหนึ่งสมัยป้ายแดง ได้รถภายในสีดำ

ออฟไลน์ ps000000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,168
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 13:00:15 »
หืม วัยสี่สิบกว่าอย่างผม

เห็นรุ่นนี้แล้วนึกถึงสมัยหนุ่มๆ รถสวยครับคันนี้

ออฟไลน์ หมีขับสี่

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 178
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 13:31:17 »
รถยังสวยอยู่เลยครับ สุดยอด

ออฟไลน์ BasE

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: เมษายน 22, 2017, 16:38:21 »
ขออนุญาตอวดครับ รถผมเอง ท้ายก้อน VTI-S'94 แหะๆ ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2017, 16:47:40 โดย BasE »

ออฟไลน์ w_th

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 125
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: เมษายน 22, 2017, 23:56:14 »
ดูแลรถได้ดีมาก
และขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,505
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 07:44:00 »
สุดยอดครับ ขอบคุณมากๆ

ออฟไลน์ Impress_za

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 527
  • I Love HLM
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 08:57:00 »
ชอบมากๆครับ เป็นรถที่อยากได้ สมัยประถม คุณหมอแถวอำเภอผมใช้รุ่นนี้
แต่เป็นรุ่น vtec เกียร์ธรรมดา สีแดงแบบนี้เลย ป้ายเชียงใหม่ตอนนั้นหมวด ฉ
รักษารถได้ดีมากๆครับ

ปล.ดอกเบี้ยรถสมัยนั้นแพงจริงๆ คนสมัยก่อนแถวบ้าน ถึงซื้อรถเงินสดกันทั้งนั้น
ดังนั้น ใครมีรถแถวๆบ้านผม จะถือว่าเป็นคนรวยมากๆ
Toyota Corolla Altis ESport option '17
Toyota Corolla Altis 1.6G '09 "Sold"
Honda city 1.5 V '15
Toyota hilux mighty-x '95

ออฟไลน์ oatekung

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 738
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 09:13:43 »
vtis ตอนมันไม่งอแงนี่ ดีงามพระราม8
หลังๆไดชาจ ไดสตาท เสียวนไป > <

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 22:55:17 »
ขออนุญาตอวดครับ รถผมเอง ท้ายก้อน VTI-S'94 แหะๆ ;D ;D ;D

ว้าววว สวยมากเลยครับพี่
พี่อยู่ Accord Racing Club Thailand ใช่มั้ยครับ

ออฟไลน์ Sith8059

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • อีเมล์
Re: 20 ปีผ่านไป กับ Accord ท้ายก้อนคันเดิม...
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 23:02:04 »
vtis ตอนมันไม่งอแงนี่ ดีงามพระราม8
หลังๆไดชาจ ไดสตาท เสียวนไป > <

คันของผมโชคดียังไม่เคยเจอไดชาร์จครับ แต่ไดสตาร์ท เมื่อก่อนเคยอยู่เหมือนกันครับ แปลงถ่านมันสึก คว้าตัวล็อคเกียร์ลงไปเคาะไดหลายรอบอยู่
คันนี้เรื่องสตาร์ทไม่ติดเคยเจอหลายแบบ ทั้ง Main Relay เสียทำให้ไฟไม่ไปที่ปั๊มติ๊ก, สวิตซ์ท้ายกุญแจเสีย, กล่องปุ่มสตาร์ทที่ไปทำเพิ่มในห้องเครื่อง มันมีส่วนที่ไปแตะฝาประโปรง ทำให้สตาร์ทไม่ติด (กว่าจะเจอต้นตอ เข้าอู่เช็คระบบไปหลายรอบ สุดท้ายเส้นผมบังภูเขาแท้ๆ แค่เอาจุกยางมาปิด อาการหายขาดเลย)