ผู้เขียน หัวข้อ: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"  (อ่าน 21879 ครั้ง)

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
หลังจากที่ทำเฟิร์สท์อิมเพรสชั่นของนิสสันทีด้าไปแล้ว วันสองวันมานี้ผมได้ตัดสินใจเช่ารถจาก Hertz เพื่อมาดำเนินภารกิจ เนื่องด้วยไม่อยากเสียเงินสดกับแท็กซี่ ซึ่งท้ายสุดแล้วก็ไม่อาจทราบได้ว่ามันจะคุ้มกว่าหรือเปล่า แต่เจ้าคันนี้มีความเกี่ยวข้องกับทีด้าไม่น้อยก็มาก เดี๋ยวก็ต้องลองดูครับ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืมคำแนะนำของคุณ JIRATH ที่ชื่อคล้ายผมให้ไปรีวิว 4Runner นะครับ ถ้ามีโอกาสจะรีบทำแน่


เริ่มด้วยว่าจริงๆแล้วผมจองเจ้า Versa ไป (มันก็คือทีด้านั่นล่ะ) แต่ปรากฎว่าพอถึงเวลาเขาพาไปหา Sentra แทน ซึ่งผมก็เคยเห็นเจ้าซันนี่ B14 แปะตรา Sentra เลยคิดงงไปว่า ทีด้ากับซันนี่มันมาบรรจบกันตรงนี้หรอกหรือ แต่หลังจากค้นคว้าหาคำตอบอยู่สักพักปรากฎว่าไม่ใช่ครับ มันแค่แชร์แพลตฟอร์ม นิสสัน C กับทีด้าเฉยๆ ซึ่งความเหมือนหรือแตกต่างเดี๋ยวก็จะได้เห็นนี่ล่ะ

ขอเริ่มจากภายนอกก่อนนะครับ เนื่องด้วยในการไล่รุ่นของ Hertz แล้ว เจ้าทีด้า (หรือเซ็นทร่าที่ได้มา) อยู่ระดับเหนืออาวีโอ้เท่านั้น แต่ต่ำกว่าโคโรลล่า ซึ่งมันก็เหมือนจะเป็นจริงนะครับที่รุ่นนี้มันอยู่ตรงกลาง ในเมื่อเซ็นทร่ามาแทน ก็น่าจะอยู่ระดับพอๆกันหรือเปล่า? ทั้งที่คิดว่ามันน่าจะดีพอขึ้นไปขู่โคโรลล่าได้ พอดีมีโฟกัส (ก่อน MC US version) มาจอดข้างๆ เลยเทียบขนาดตัวให้ดูครับ


มาดูด้านหน้าโดยตรงบ้าง ใครมองยังไงก็แล้วแต่นะครับ มีร่องเป็นไอ้มดแดงด้วยล่ะ ที่นี่ป้ายทะเบียนหน้าไม่บังคับติดครับ เมืองไทยก็ไม่ติดกัน บางคัน แต่ทราบมาว่ากฎหมายเขาสั่งให้ติดนะ..


ไฟหน้าแสดงความเป็นนิสสันออกมาได้ดีทีเดียว มองไปก็กลมเกลียวน้ำหนึ่งใจเดียวตั้งแต่แฟเลดี้ เทียน่า ยันจีทีอา

เด้งแล้วครับเดี๋ยวขึ้นต่อ

ออฟไลน์ MoLee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,191
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 09:26:11 »
อืมขอปาดนิดนึงนะครับ ผิดห้องรึป่าวครับพี่ :-\

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 09:34:38 »

วกกลับมาทางท้ายรถกันบ้าง พบกับไฟท้ายสองชั้น บนสุดแถบสีเงินคงไม่ได้ใช้ทำอะไร ล่างสุดเป็นแถบสะท้อนแสงสีแดง มีช่องกลมๆสำหรับไฟถอย ถึงตอนนี้อาจมีคำถามขึ้นมาได้ว่าแล้วไฟเลี้ยวไปไหน


เอานี่ไปดูก่อนครับ ไฟท้ายเปิดหรี่ ไม่มีไฟเลี้ยวสีส้มอำพันนี่นา

เนื่องจากการเล่า ไม่เท่ากับการได้เห็นเองเลยยกตัวอย่างเป็นคลิปแสดงการทำงานของไฟเลี้ยว ณ ที่นี้กดเปิดไฟฉุกเฉินไว้ครับ

ก็คือใช้ไฟเบรคหลอดบนนั่นเอง อย่างนี้ถ้าเกิดเบรคอยู่ล่ะ ข้างปกติก็สว่างไปครับ ข้างเลี้ยวก็ มืด สว่าง มืด สว่าง ถ้ามีสามระดับก็ 2, 3-1 นั่นล่ะครับ พบว่าเชฟโรเลตบางรุ่น ใช้ไฟเลี้ยวเป็น DRL ก็มีขั้นตอนแบบนี้ครับ คือสลับสว่างและหรี่ เมื่อเทียบกับ DRL อีกข้าง มันก็สะกิดสายตาได้ ไม่สับสนครับ (นอกจากแดดแรงสุดจนกลบหมด)

พูดถึง DRL ขอย้อนกลับไปไฟหน้า คือเจ้ารุ่นนี่ไม่มีนะครับที่จะเปิดหลอดไฟสูงครึ่งกำลังให้เป็น DRL ก็วิ่งไปไม่มีไฟทั้งอย่างนั้นล่ะครับ ส่วนตัวก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นฝรั่งเขาจะบิดก้านเปิดไฟเองหรือไม่


มีสปอยเลอร์หลังให้ และในนั้นก็เป็นไฟเบรคดวงที่สามแบบ LED ด้วยครับ เอาให้สว่างๆชัดเจนไปเลย เบรคเป็นเบรค


พอเปิดประตูขึ้นมาก็จะพบแท่งไฮดรอลิคครับ เกือบเรียกผิด เพราะจริงๆแล้ว โช้ค(แอ๊บซ๊อบเบอร์) มันแปลว่าตัวรับการสั่นสะเทือนใช่ไหมครับ ไม่รู้มาใช้กับหน้าที่นี้จะถูกหรือเปล่า ก็คือมันช่วยเสริมการเปิดและปิดกระโปรงท้ายรถครับ เวลาจะปิด กดเบาๆก็พอ ครั้งแรกผมเหวี่ยงลงไป เสริมแรงเหมือนท่า Irish Whip ดังซะเกือบพัง แท่งมีทั้งสองฝั่งซ้ายขวานะครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 09:35:33 »
อืมขอปาดนิดนึงนะครับ ผิดห้องรึป่าวครับพี่ :-\

จริงด้วยครับ ชินไปหน่อย เดี๋ยวนี้มีห้องเพิ่มแล้ว
สมาชิกอย่างเราสั่งย้ายห้องเองได้ไหมล่ะครับ

หาคำสั่งไม่เจอครับ คงต้องรบกวนผู้ดูแลที่ผ่านมาพบด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 09:39:42 โดย Ruksadindan »

ออฟไลน์ MoLee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,191
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 09:42:47 »
อืมขอปาดนิดนึงนะครับ ผิดห้องรึป่าวครับพี่ :-\

จริงด้วยครับ ชินไปหน่อย เดี๋ยวนี้มีห้องเพิ่มแล้ว
สมาชิกอย่างเราสั่งย้ายห้องเองได้ไหมล่ะครับ
ไม่แน่ใจเหมือนกันครับผมว่่า copy ข้อความไปวางห้องโน่นจะง่ายกว่ามั้งครับ   :-\

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 11:16:06 »
ขอนอนก่อนครับเดี๋ยวมาต่อ + จัดระเบียบ

ออฟไลน์ Pluem_411

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 825
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 20:59:44 »
ขอตั้งชื่อใหม่ว่า น้อง Prius Gen 2
ก็ไม่รู้สินะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,013
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 21:22:38 »
เอ สั้นกว่าที่คิดนะเนี่ย ผมนึกว่า จะยาวกว่า Tiida ชัดเจนกว่านี้เสียอีก

ไฟท้ายสวยดีจังเลย
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 23:08:12 »
ยังไม่เสร็จครับ อาจจะขอค่อยๆต่อไปนะครับ ไหนๆก็เริ่มไปแล้ว วางแผนพลาดไปก็ขออภัยด้วยครับ


นี่คือขนาดของท้ายรถครับ ผมคงไม่ลงทุนเข้าไปถ่าย เลยเอาสัมภาระที่ยังถ่ายออกจากรถไม่หมดให้ลองเทียบดูคร่าวๆ เป็นแกลลอนอย่างแท้จริงที่ใส่น้ำ ซื้อมาจากวอลมาร์ทครับ นั่นก็คือ 3.78 ลิตรนั่นเองครับ สำหรับตอนที่ได้ใส่กระเป๋าเดินทางนั้น สองใบใหญ่ก็ยังมีที่เหลือๆครับ ถือว่ากว้างดีทีเดียว แต่เดี๋ยวจะกล่าวถึงข้อเสียกลับด้านต่อไป


มีก้านดึงสำหรับคนที่ติดอยู่ท้ายรถด้วยครับ สีขาวตัดดำ แต่ไม่รู้ว่าถ้าปิดหมดจะเห็นอยู่รึเปล่า คงใช้ความรู้สึกคลำได้ครับ แต่จะจำเป็นหรือไม่หากเบาะพับได้ เดี๋ยวจะประกอบในรูปต่อๆไปครับ


วกกลับมาก่อนเข้ารถครับ คราวนี้จะได้กล่าวถึงสมรรถนะบ้าง เป็นยาง บริดจ์สโตน ทูรานซ่า อีโคเปีย EL400 ครับ ถูกแล้วล่ะครับ มันผสมทั้งตระกูลทูรานซ่า และอีโคเปียเข้าด้วยกัน (มองลำบากมาก "eco" ตรงบ่ายสองครึ่ง) อาจ คล้ายแอ็ดวานดีบี สงสัยไทยยังไม่มีแบบนี้? ในการวิ่งทั่วไปถือว่านุ่มและเงียบตามแบบของมันครับ นอกนั้นไม่ได้ตั้งใจใช้อะไรรุนแรงจึงไม่สามารถบอกได้มาก แต่มีครั้งหนึ่งอยู่บน Route 501 เจอไฟเหลืองระยะเกือบใกล้ ตัดสินใจไม่ฝ่าจึงเบรคตัวโก่งครับ ยางร้องลั่นเลยทีเดียว ทั้งที่รุ่นนี้มี ABS นะ แต่ก็สามารถหยุดได้ทันท่วงทีครับ (วิ่งแบบปกติที่ฝรั่งคันอื่นรอบๆเขาทำกันนะครับ) ส่วนเรื่องความประหยัด ไม่ได้เทียบกับยางเส้นอื่นอยู่แล้ว ตอบไม่ได้ครับ จะไปรวบรัดกับเครื่องและเกียร์ดีกว่า ล้อเป็นกระทะและมีฝาครอบครับ สวยทีเดียว ตั้งแต่ชี้แจงไปหลายเดือนก่อนกับคลิปแคมรี่ครับ ล้อกระทะกับฝาครอบ ที่นี่ธรรมดา ไม่มีใครว่า ดรัมเบรคหลั


ถึงเวลาเปิดประตูเข้ามาในรถครับ ก้านปรับเบาะสำหรับคนขับอยู่ด้านนอก ต่างจากทีด้า สามารถปรับได้ทั้งระดับเบาะสูงต่ำ และเอน (อันหลังมันแน่นอนอยู่แล้ว) จากที่เห็นเป็นเบาะผ้าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 28, 2011, 02:22:25 โดย Ruksadindan »

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 02:34:02 »

เข้ามาแล้ว ผู้โดยสารข้างหน้าขวาสามารถสั่งการผ่านเซ็นทรัลล็อคได้ครับ แต่การควบคุมกระจกต้องกดเองจนสุด ช่องแอร์คุ้นไหมเอ่ย?


การควบคุมกระจก สำหรับผู้ขับขี่เท่านั้นที่ขึ้น - ลงอัตโนมัติครับ มีเซ็นทรัลล็อคกับระบบห้ามขยับกระจกเป็นปกติ ในส่วนกระจกแล้วเก็บเสียงได้เงียบเรียบร้อยดีครับ บนสุดของรูป L|R นั่น แน่นอนเป็นการปรับกระจกมองข้างครับ บิดเลือกฝั่งและเลื่อนๆเป็นจอยสติ๊กได้เลย แล้วปุ่มพับกระจกมันหายไปไหนออกไปดูอีกทีดีกว่า


ขอมาอีกฝั่งนะครับเพราะมีประโยคว่า Objects in mirror are closer than they appear. เหมือนดั่งหนังจูราสสิกพาร์ค แต่มันก็คือเรื่องธรรมดาที่นี่ที่มีการเตือนครับ และการทำให้อัตราย่อส่วนและขยายแบบนี้ ขอบอกว่ามันทำให้มองยากกว่ากระจกมองข้างของรถในเมืองไทยมากครับ มุมมองแคบถึงแคบมาก โดยเฉพาะฝั่งคนขับที่ถ้าเป็นรถในไทยจะเปลี่ยนเลน (ก่อนแซงซ้าย) หรืออะไร มองกระจกข้างยังพอได้ แต่นี่ไม่ไหวครับ อาจต้องหันหัวเลยทีเดียว BL เยอะมาก รถในเมกาคันอื่นๆที่ผมประสบก็มีอาการนี้ทุกคันครับ กลับมาเรื่องพับกระจกครับ ตอนแรกนึกว่าต้องออกมาพับมือ มาดูดีๆแล้ว เอ่อ....มันพับไม่ได้ครับ!! นับเป็นอะไรที่แปลกใหม่ที่ได้พบครับ แต่ลองนึกดูที่จอดรถที่นี่มักกว้างขวางแม้เป็นในห้าง เลยไม่จำเป็นเท่าไหร่ครับ เห็นไหมฝรั่งยังไม่บ่น เขาไม่ต้องการด้วยซ้ำ


กลับเข้ามารถในห้องโดยสารส่วนหลังนะครับ เบาะพับ 60:40 ตรงกลางไม่มีหมอน มีที่วางแขนพร้อมแก้วน้ำ แต่ลองนั่งดูแล้วขอบอกว่า ค่อนข้างแข็งและไม่สบายเลยเมื่อเทียบกับทีด้าครับ จะเป็นเพราะเบาะผ้าหรือเปล่าผมก็ไม่อาจยืนยันได้ พื้นที่ขา แค่ความรู้สึกนะครับ ทีด้าก็ยังเหนือกว่า ส่วนไอ้หมอนซ้ายที่มันพับลงมาไม่รู้จะไปทำอะไรกับมันครับ แต่แก้อาการแบบนี้ใน w203 ได้ ไว้เรามาต่อครับ

ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,813
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 20:53:49 »
เป็นรถที่มีมิติตัวเลขใหญ่กว่า Civic FD ทั้งคัน แต่กลับดูไม่ใหญ่เลยนะ ตั้งแต่

รีวิวตัวนี้ก็ดีแล้วเหมือนกัน เพราะนี่คือ Sentra รุ่นที่จะ "ทิ้งทวน" C-platform

Sentra L12F รุ่นต่อไปใช้ B-platform (แพลทฟอร์มใช้ซ้ำมาก ๆ ๆ )

ตัวใหม่มาจะได้มีตัวเปรียบเทียบกัน

ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,013
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 21:05:30 »
อย่างว่า ที่เขากว้าง กระจกพับ เลยอาจไม่จำเป็น (ตรงข้ามกับญี่ปุ่น แค่พับไม่ได้ ต้องพับไฟฟ้าเท่านั้น เพราะที่แคบมาก)

เอ L12F เป็น B Platform เหรอครับ แสดงว่ามันจะสั้นลงกว่านี้อีกเหรอครับเนี่ย หรือจะเป็น B ยืดออก (แต่เท่าที่ดูจาก Tiida ใหม่ ก็พอเดาได้ว่า L12F น่าจะใหญ่เอาเรื่อง)

แต่ระบบเปิดกระโปรงจากด้านใน ผมว่าดีนะครับ เวลาโดนลักพาตัว อาจจะเปิดกระโปรงหลังหนีได้
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,813
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 21:26:57 »
เดี๋ยวนี้งานวิศวกรรมเริ่มจะพัฒนาแพลทฟอร์มให้ยืดหยุ่นได้

B-platform มาขยายนี่ล่ะครับ มีข้อดีหลายอย่างและต้นทุน

แต่การขับขี่นี่ขึ้นอยู่กับการ set และโครงสร้างตัวถังด้วย

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 23:15:02 »

ยังอยู่ที่ส่วนเบาะหลังอยู่นะครับ จากที่บอกว่ามันพับได้ นี่คือร่อง(?)ยึดเบาะครับ เท่าที่เห็นมีหนึ่งตัวต่อเบาะหนึ่งฝั่งเท่านั้น การปลดก็ดึงสายนั่นล่ะครับ แสงบวกไปหน่อย และจะขอบอกจุดอ่อนอย่างรุนแรงให้ ณ ที่นี้ คือจากที่เบรคตามที่กล่าวไว้ใต้รูปยางนะครับ เกิดแรงเฉื่อยไปข้างหน้าสูงมากจนเบาะหลังหลุดออกมาจากที่ยึดทั้งสองฝั่ง ไม่รู้มันหลุดมาได้ไง ทำไมยึดได้บอบบางอย่างนี้ เป็นอีกวิธีที่จะปลดเบาะทีเดียว แต่อันตรายหรือไม่ผมก็ไม่ทราบนะครับ ให้ท่านไปตัดสินเอาเอง


อันนี้ตอนแรกก็งงๆว่าเป็นอะไร แต่จากการแปลอักษรภาพบนฝา เป็นรูปสมอ กับเบาะเด็ก ก็คือที่ยึดเบาะเด็ก ไม่แน่ใจใช่ที่เรียกว่า Isofix หรือเปล่า ผิดถูกขอคำแนะนำด้วยครับ มีสองตัว


เริ่มเข้าสู่ส่วนคนขับขึ้นเรื่อยๆครับ เบรคมือใช้มือขวา มีที่วางแก้วขวดเล็กใหญ่ ที่ได้ทั้งเล็กใหญ่เพราะมันมีลูกเล่นอันนี้ครับ เป็นลูกบิด เลือกได้ว่าจะจับคู่ขนาดแบบไหน รถติดนิดหน่อย เบื่อๆก็บิด เพลินดีครับ 555 เลยไปข้างหน้ามีหลุมใส่ของกระจุกกระจิก ลองประมาณๆดู ไม่น่าใส่กล่องซีดีได้ครับ


ถัดมาก็ช่องเก็บของครับ มีชั้นเดียวแต่ก็ลึกพอสมควร แม้ไม่ใช่รูปสามมิติก็พอบอกได้ มีช่องต่อไอพอด และช่องจ่ายไฟที่สอง (ช่องแรกอยู่ข้างหน้าถ่ายมาไม่ติดครับ) วัสดุที่บุอยู่ด้านบน คล้ายๆหนังแต่ไม่น่าใช่ ถือว่าสัมผัสไม่แย่ครับ การวางก็ได้แค่ศอก ไม่ไกลมาถึงบริเวณก่อนข้อมือ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 23:25:48 »

ลิ้นชักเล็กเก็บของ มาตรฐานแทบทุกคันในตลาด ถ้าเป็นบ้านเราก็ที่ใช้มือขวาเกี่ยวลงมานั่นล่ะครับ ที่สำคัญมีปุ่ม VDC off ด้วย จากเว็บนิสสัน มามาตั้งแต่รุ่นล่างสุดครับ สำหรับตัว VDC นั้นไม่ได้ลองหรอกครับ


ก้านปัดน้ำฝนอยู่ทางขวา สามารถทำงานแบบทั่วไปคือ ปรับเอง เร็ว และเร็วมาก ปรับเองทำได้ถึง 7 ระดับครับ ไม่มีเซ็นเซอร์น้ำฝน ดึงฉีดน้ำแล้วปัดหลายทีมาก  ???


จำได้ว่าพี่จิมเคยกล่าวไว้ให้ถ่ายรูปให้ครอบคลุม อันนี้มีสองอย่างครับคือก้านควบคุมไฟส่องสว่าง ไม่มีไฟตัดหมอกครับ (รุ่นสูงกว่าจะมี) เป็นฮาโลเจน สว่างพอใช้งาน ไม่เหมือนทีด้าพันธุ์แท้ เนื่องจากเป็นหลอดเดียว ยกไฟสูงแล้วไฟต่ำจะดับครับ ไม่ใช่แบบ bi พอเป็นคนเดินถนนเอง เห็นฝรั่งขับเวลากลางวันเขาก็หมุนเปิดไฟเองเพื่อความปลอดภัยครับ ถ้าเกิดผมไปเป็ดก้าบๆใส่เขาคงยิ่งงงใหญ่ อีกอย่างคือก้านปลดยึดพวงมาลัย ปัดลงมาก็สามารถยกพวงมาลัยขึ้นลงได้ครับ แต่ระยะใกล้-ไกล นั้นไม่ได้ลอง เลยไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่


ส่วนนี้ก็เป็นช่องเก็บของบน วิทยุ เครื่องปรับอากาศและก้านเปลี่ยนเกียร์ครับ สำหรับวิทยุที่ฟังผ่านคลื่นเท่านั้น พบว่าเสียงเบสไม่หนักแน่นเท่าของทีด้าครับ แต่พอปรับไม่ยากก็ทำให้เสียงลงตัวได้ ในข้อนี้ไม่ฟันธงนะครับ เพราะตอนนั้นนั่งของเพื่อน มันก็เป็นซีดี และเพลงโหดๆด้วย ไม่แน่ใจเป็นตัวแปรทำให้แตกต่างหรือเปล่า แต่โดยรวมคือเสียงดีหายห่วง ไม่รับเอ็มพีสามครับ มีการรองรับวิทยุ ซีดี AUX และไอพอดครับ มีไฟแสดงการปิดถุงลมผู้โดยสาร หากไม่มีคนนั่ง หรือต้องการปิดไม่ให้ชนเด็กครับ (ให้เด็กนั่งหลังดีสุด) เครื่องปรับอากาศก็เป็นแบบหมุนๆทั่วไป มีเครื่องทำความร้อนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 28, 2011, 23:27:38 โดย Ruksadindan »

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 23:48:29 »

พวงมาลัยสไตล์ GT-R ชอบมากก แต่สงสัยว่าเดี๋ยวพวกใช้ GT-R ก็บอกว่าทำไมต้องเอาไปใส่กับรถถูกกว่าด้วย ใช่ไหม?? มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและความเร็วคงที่ในแต่ละฝั่ง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแล้วครับ แต่มันก็ใช้ช่วยได้จริง ปุ่มดูกระจายไปกว่าทีด้าและไม่เป็นกระจุก แตรบีบแบบแปลกๆครับ คือมันรองรับการสัมผัสที่รูปแตรเท่านั้น เลยต้องใช้ฝ่ามือ เสียงหวานใช้ได้นะ ปุ่มขึ้นลงดูเหมือนใช้แบบเทียน่า การใช้ครุยส์คอนโทรลของรุ่นนี้ดีทีเดียวครับ คือส่วนใหญ่เวลาขึ้นเนิน มันจะไม่ทดรอบจัด "เหมือนรถญี่ปุ่นส่วนใหญ่" อย่างที่พี่จิมกล่าวไว้ในหลายๆรีวิวครับ แต่ถ้าเนินชันหน่อยรอบก็ปั่นขึ้นบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้นครับ และเท่าที่ขับบน U.S. Route 501 มันทำให้ทางพิเศษอุดรรัถยาดูไม่ชันเท่าไหร่เลยครับ อาจเป็นเพราะอานิสงส์ของอุปกรณ์ที่จะกล่าวต่อไปก็ได้ อีกอย่างครับ การแตะเบรคเป็นการปลดล็อคความเร็วอย่างทั่วไปที่ควรจะเป็น แต่เวลาเซ็ตแล้ว เติมคันเร่ง มันไม่เร่งเพิ่มแหะ แต่อาจจะเป็นเพราะผมเติมไม่มากพอ หรือว่าเขาคิดเผื่อไว้ว่า หากพักเท้าบนคันเร่ง มันจะจมนิดๆแล้วไปเปลี่ยนความเร็ว เลยให้มันนิ่งๆดีกว่า แต่ถ้าจังหวะแซงคับขัน มันน่าจะลากรอบทดใหม่ให้นะ.. จริงๆแล้วต้องพักเท้าอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ (บางทีก็พักบนเบรค เบาๆ เผื่อมีอะไรจะได้ทัน)


Driver's interface ครับ ถ่ายมาให้ดูเฉยๆ ส่วนที่เราเกี่ยวข้องด้วยโดยตรง


เกียร์ครับ ไม่เหมือนทีด้าเพราะถัดมาจาก D ก็เป็น L เลย ตอนแรกคิดว่าเป็นสี่สปีดเหมือนทีด้า แต่สังเกตไปมา ทำไมมันนุ่มจัง พอไปกดดูในนิสสันยูเอสเอ ว่าแล้ว มันเป็น Xtronic CVT ครับ ผมเองก็ไม่เคยขับมาร์ชออโต้ หรือเทียน่าหรอกนะ แต่คิดว่ามันน่าจะอาการคล้ายกันทั้งตระกูลล่ะครับ ค่อนข้างฉลาดพอดู คือขับอยู่เลนขวา มีรถบรรทุกจะ merge เข้ามา ก็กดคันเร่งเติมไปสักครึ่งกว่าๆ รอบเครื่องบนลากขึ้นอย่างเร็วพอดี และเกียร์ก็ทดลงไม่มาก ทำให้ไม่ถึงกับเปลืองน้ำมัน แต่ก็สามารถเร่งแซงหนีรถบรรทุกใหญ่คันนั้นก่อนมันเข้ามาเลนหลังเราได้ทันท่วงทีครับ (แน่นอน ขับใกล้ๆมันน่ากลัวอยู่แล้ว ถึงมาตรฐานอาจจะไม่ทำให้ของหล่นง่ายเหมือนเมืองไทยก็เถอะ ไม่นานมานี้เพิ่งมีข่าวโซลูน่าวีออสโดนทับเละบนสาย 7 bypass สุภาพสตรีเสียชีวิต)


อันนี้คือขณะ set cruise control อยู่ที่ 50 MPH ครับ หรือประมาณ 80 กม./ชม. รอบเกือบพันห้าเอง แค่เทียบกับทีด้าก็ถือว่าต่ำมากแล้ว ถ้าดูอัตราสิ้นเปลืองสดมันบอกมากสุดได้ถึง 60MPG คงมีโม้อยู่บ้างแหละครับ แต่ถ้าพูดถึงการทดเกียร์และรอบเครื่อง วันที่กลับมาถึง นั่งแท็กซี่เมอคิวรี่ รุ่นใดไม่ทราบ น่าจะเครื่องวี วิ่งร้อยยี่ แค่สองพันรอบเอง อะไรจะต่ำขนาดนั้นนน

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2011, 00:12:01 »

ห้องโดยสารส่วนหน้าครับ ตอนนี้ผมคุ้นเคยกับพวงมาลัยซ้ายไปเต็มที่แล้ว มองๆดูมันก็แคบจริงๆนั่นล่ะ แต่นั่นเป็นแค่ความรู้สึกหลอกตาเพราะว่าเวลานั่งขับจริง (และลองนั่งข้างเล่นๆ) ก็โอ่โถงไม่ไปติดอะไรครับ ลืมกล่าวถึงการใช้งานพวงมาลัยไฟฟ้าแบบปรับความหนืดตามความเร็วเลยครับ แน่นอน ไม่ต้องถามนะว่า 140+ จะเป็นอย่างไร ถ้าในแง่การทดลองขับเพื่อแสดงผลผมก็ไม่ต่อต้านหรอก แต่ไม่กล้าทำเองครับ เดี๋ยวเจอ undercover cop จะหนีไม่ออก ไม่ชาร์จเจอร์ก็คราวน์วิค V8 นี่ล่ะ ในช่วงการใช้งานมันปรับความหนืดได้เหมาะสมจริงๆครับ ออกตัวแรกๆ หรือเลี้ยวจากสี่แยกก็เบาหมุนง่าย (สี่แยกมีป้ายสต๊อป หรือหยุด ไม่เกี่ยวกับก.ไรเดอร์สหรือคนสวย ต้องหยุดจริงนะครับ ไม่งั้นจะเหมือนที่ผมเจอในบอสตั้น C300 4MATIC โดนหวอเลย) แต่พอถึงความเร็วเดินทางที่แท้จริง ก็หนืดขึ้น ควบคุมไม่เหนื่อยครับ เวลาเข้าโค้งทีก็ไม่ต้องหมุนมากให้วุ่นวาย แต่เอาตามความรู้สึกแล้วผมกลับชอบของทีด้ามากกว่านะ ไม่รู้ทำไม คงเป็นความคมกับระยะฟรีที่แตกต่างนิดหน่อยนี่ล่ะครับ


เครื่อง MR20DE 140 แรงมา ที่ 5100 รตน. ครับ 147 ปอนด์ฟุต ที่ 4800 รตน. CVTCS (<<น่าสงสาร สงสัยชื่อย่ออื่นโดนจดลิขสิทธิ์หมดแล้ว เลยต้องใส่ยาวๆ) แม้ตัวเลขที่ดูน้อยแต่สำหรับเครื่องนิสสันที่ "แรงขั้นเทพ" (Cheng, Commander). การใช้งานก็ไม่มีปัญหาน่ากลัวอะไรครับ แรงบิดต้นให้ความคล่องตัวเพียงพอ และอย่างที่กล่าวไป การไต่เนิน รอบต่ำก็ไม่ต้องทดจัดบ่อยครับ ไหนๆถ้าดูแค่ตัวเลขมันก็ยังเหนือกว่าทีด้า 1.6 อยู่แล้ว เสียงถือว่าเรียบร้อยแม้จะแรงตามแบบนิสสัน แต่ได้ลองคิกดาวน์ในถนนปลอดรถแค่ครั้งเดียวครับ เสียงคงไม่เร้าใจเท่าไอลบวีเทคแน่ๆ แต่รู้สึกแปลกคือกว่าจะถึง 60MPH ที่ไปหยุดแค่นั้นแล้วรีบร่นถอย ค่อนข้างช้า แต่ว่าไม่ได้จับเวลานะครับ แล้วมันเป็นซีวีทีด้วย ก็อาจจะเหมือนเอ็กซ์เทรล ที่เลขเร็วแต่ไม่รู้สึกกระมังครับ รุ่นนี้แค่ 2.0 ยังเป็นของเล็กครับ เครื่องใหญ่ก็ I4 QR25DE เลยทีเดียว


ยังอยู่ในส่วนของการขับขี่นะครับ คือเวลามองหลังผ่านกระจกหลักเนี่ย มุมมองแคบมากกก เพราะหันไปมอง มันก็แคบจริงๆนั่นล่ะครับ จากตูดที่โด่ง อารมณ์เดียวกับเฟียสต้า เอาจริงๆแล้วเวลาถอยผมลำบากใจทุกทีครับ แต่ก็ไม่ได้ไปที่ๆแคบนัก เลยพอเอาตัวรอดได้อยู่


ฉากหลังเป็นโรงแรมติดมหาสมุทรครับ แสงไม่ค่อยดี ตอนนี้ขี้เกียจไปถ่ายที่ลานจอดรถวอลมาร์ทครับ ใกล้จบแล้วครับเดี่ยวไว้มาต่อ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2011, 00:16:41 »
แต่ระบบเปิดกระโปรงจากด้านใน ผมว่าดีนะครับ เวลาโดนลักพาตัว อาจจะเปิดกระโปรงหลังหนีได้

มันดีในตัวของมันเองครับ แต่โจรคงไม่เลือกรถที่เปิดจากในกระโปรงหลังได้หรอก 55555+

ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,013
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2011, 00:22:58 »
แต่ระบบเปิดกระโปรงจากด้านใน ผมว่าดีนะครับ เวลาโดนลักพาตัว อาจจะเปิดกระโปรงหลังหนีได้

มันดีในตัวของมันเองครับ แต่โจรคงไม่เลือกรถที่เปิดจากในกระโปรงหลังได้หรอก 55555+

เอ่อ ผมลืมคิดไปง่ะ

ภายในดูแคบจริงๆ โดยเฉพาะ console หน้า ดูแล้วให้ความรู้สึกอึกอัดยังไงไม่รู้ แล้วที่ผมไม่ชอบคือ ทัศนวิสัยด้านหลัง น้อยจริงๆ แบบนี้เวลาถอยเข้าซอง ต้องกะเอาจากกระจกส่องหลังเยอะทีเดียว แต่มาตรวัดสวยดี และน่าจะดูง่ายครับ
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

ออฟไลน์ JIRATH

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,783
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2011, 00:42:01 »
ผมละอยากทารุณกับรถเช่าจริงๆครับ ฮ่าๆๆๆๆ
2008 Mazda CX-9 (SOLD)
2008 BMW X5 3.0si E70 (SOLD)
2010 Volkswagen CC R-Line (SOLD)
2014 Subaru BRZ Limited (SOLD)
2016 Subaru STi (SOLD)
2016 Honda Accord Sport
2016 BMW 328d F31 Xdrive
2015 Lexus CT200h F-Sport
2006 BMW 330i E90 6M/T

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 10:14:23 »
คุณรักษาดินแดนอยู่เมืองอะไรครับ

ถ้าในเมืองมีบริการรถเช่ารายชั่วโมงแบบ Zipcar ผมแนะนำนะ
สบายไปเลย อยากเอาคันไหนไปขับเล่นก็เสียชั่วโมงละ $8-$13 เท่านั้นล่ะ
ไม่เสียค่าน้ำมัน ไม่เสียค่าทางด่วน ไม่เสียค่าประกันเพิ่มแล้วด้วย

ผมใช้ที่ Philadelphia ประจำก็มี Mazda 3 Sedan, Honda Civic, Mini Cooper/Country Man, Volvo S40 2.4, แล้วก็ BMW 328xi ครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 03:42:47 »

ที่จริงก็เหลือแต่ส่วนแสดงผลแล้วนะครับ อันนี้คือมาตรวัดขณะบิดกุญแจเตรียมติดเครื่อง อ้อ เป็นกุญแจธรรมดานะครับไม่มีลูกเล่นสมาร์ทเอ็นทรี่หรือบิดโดยไม่ต้องเสียบเหมือนทีด้า มีการเตรียมระบบ VDC และแทร็กชั่นคอนโทรล บอกด้วยว่า ENGINE SERVICE SOON (บอกทำไมยังใหม่ๆอยู่เลย) และอีกอย่างที่แตกต่างจากรถไทยก็คือ TPMS ครับ ระบบตรวจวัดความอ่อนลมยางอัตโนมัติ มันอาจไม่เหมือนแคมรี่ไทยที่สั่งติดได้และบอกอย่างละเอียด แต่ก็เหมือนแคมรี่เมกาที่เคยรีวิวไปครับ มันเตือนว่าลมอ่อนหรือพอดีไหม โดยไม่ต้องซื้อเพิ่มเท่านั้นเอง


ต่อจากนี้ก็ลูกเล่น MID ล่ะนะครับ อากาศค่อนข้างร้อน 84F อันนี้จะแสดงไปในทุกข้อมูลย่อยครับ จอแรกเลยที่จะเริ่มก็คืออัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรวม ใช้หน่วย MPG ครับ 30.8 คำนวณจาก http://www.random75.com/eco-living/go-green/mpg-miles-gallon-kplkilometers-liter-calculator ก็ได้ 13.09 กิโลเมตรต่อลิตรครับ สำหรับการวิ่งบนทางหลวงมีไฟแดง การจราจรปานกลาง ก็ถือว่าไม่เปลืองครับ โดยเฉพาะเมื่อเป็นรถที่อเมริกันใช้ด้วยแล้ว ซึ่งความเห็นส่วนตัวว่าถ้าแช่ความเร็วเดินทางควรจะได้ 15+กิโลเมตรต่อลิตรครับ


มี AVG MPH นั่นก็คือความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ในถังน้ำมันนี้/ก่อนการรีเซ็ต เป็นไมล์ต่อชั่วโมงครับ เจอรถติดเบาๆ เลขก็ตกหน่อย เป็นกิโลเมตรก็ 37 นะ


มีรูปนาฬิกา นึกว่าเป็นเวลาจริง แต่มีที่วิทยุแล้วจะมีอีกทำไม เป็นเวลาที่ใช้ไปในขณะติดเครื่องและทั้งเดินทางทั้งหยุดรถครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 03:54:41 »

อันนี้คืออะไร ทำไมเลขน้อยจัง ไม่มีคำอื่นกำกับครับ จึงสรุปได้ว่าเป็น ODOmeter ระบุอยู่ที่ 87 ไมล์ที่แท้จริง นั่นคือหนึ่งไมล์เท่ากับ 1.609269 กิโลเมตรนะครับ (อ้างอิงจากโทรศัพท์ของแช้มเปี้ยน Tracfone) ปาเข้าไปเป็น 140 กิโลเมตร ใช่ครับ คันนี้วิ่งมาแค่ 87 ไมล์ก่อนนำไปคืนเท่านั้นเอง!!


มีทั้งทริปเอทริปบีครับ ที่แสดงให้ดูคือให้รู้ว่ามีทริปบี 82.7 ไมล์ คือที่วิ่งไปทั้งหมดในการทำภารกิจยุทธการ ธุรการ และพลาธิการ ลบแล้วคือผมได้มันมาตอนหกไมล์เท่านั้น รันอินต้องวิ่งถนอม อืม ก็วิ่งถนอมอยู่นะ กดหนักแค่นิดเดียว เครื่องคงยังคับอยู่ กลับมานึกอีกที ถ้าพ้นรันอินแล้วอาจจะประหยัดกว่านี้อีกก็ได้ครับ


อันนี้ให้ท่านเดา 315 dte แปลว่าอะไร ผมก็ใช้เวลานิดหน่อยกว่าจะร้องอ๋อได้ครับ


MPG สด ดูมันขึ้นลงเล่นๆ เหมือนเข็มบีเอ็ม หรือหลอดฮอนด้า หรือยิ่งกว่านั้นตัวเลขโคโรลล่าที่บางทีเพี้ยนไปที่ 99.9 ได้ครับ อันนี้ที่เห็นมันขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 60 ครับ เป็น 25.5 กิโลเมตรต่อลิตร แค่มาร์ชก็ยากแล้ว แต่ถ้าเจ้านี่แช่สักความเร็วขั้นต่ำของครุยส์คอนโทรล ซีวีทีทดรอบต่ำสุด ไม่น่าเกินจริงครับ

สำหรับรูปก็หมดแล้ว จะจบสวยๆก็ไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ ก็เอาเป็นว่ามันยังรักษาความดีอย่างที่ตระกูลของมันเป็นได้ครับ แรงมีพอตัว ประหยัด และขับสบาย ขอบคุณที่เสียเวลาอันยาวนานอ่านนะครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 04:03:15 »
แต่ระบบเปิดกระโปรงจากด้านใน ผมว่าดีนะครับ เวลาโดนลักพาตัว อาจจะเปิดกระโปรงหลังหนีได้

มันดีในตัวของมันเองครับ แต่โจรคงไม่เลือกรถที่เปิดจากในกระโปรงหลังได้หรอก 55555+

เอ่อ ผมลืมคิดไปง่ะ

ภายในดูแคบจริงๆ โดยเฉพาะ console หน้า ดูแล้วให้ความรู้สึกอึกอัดยังไงไม่รู้ แล้วที่ผมไม่ชอบคือ ทัศนวิสัยด้านหลัง น้อยจริงๆ แบบนี้เวลาถอยเข้าซอง ต้องกะเอาจากกระจกส่องหลังเยอะทีเดียว แต่มาตรวัดสวยดี และน่าจะดูง่ายครับ
จริงๆถ้ามีมีทติ้ง ผมปิ๊งไอเดียโฆษณารถที่มีตะขอปลดล่ะครับ แสดงเป็น Gangster ลักพาตัวแล้วคนหนีไปได้ หัวหน้ายิงลูกน้องตาย เอาสมาชิกมาแสดงกันครับ ฮ่าๆ มาตรวัดก็มองง่ายไม่แพ้เทียน่าครับ ส่วนการถอยเข้าซอง ฝรั่งมังค่าไม่ทำครับ เขาเอาหน้าเข้าเสียบเลย เป็นทุกคันนั่นล่ะ แต่พอผมไปจอด ผมก็เอาท้ายเข้านะ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม บางทีอยู่ไทยก็เอาหน้าเข้าแบบฝรั่งครับ สลับกันซะงั้น

คุณรักษาดินแดนอยู่เมืองอะไรครับ

ถ้าในเมืองมีบริการรถเช่ารายชั่วโมงแบบ Zipcar ผมแนะนำนะ
สบายไปเลย อยากเอาคันไหนไปขับเล่นก็เสียชั่วโมงละ $8-$13 เท่านั้นล่ะ
ไม่เสียค่าน้ำมัน ไม่เสียค่าทางด่วน ไม่เสียค่าประกันเพิ่มแล้วด้วย

ผมใช้ที่ Philadelphia ประจำก็มี Mazda 3 Sedan, Honda Civic, Mini Cooper/Country Man, Volvo S40 2.4, แล้วก็ BMW 328xi ครับ
ขอบคุณครับ เรื่องนี้ค้นคว้าไว้ดีพอสมควร ตอนนี้อยู่เมอร์เทิลบีช SC ไม่มีครับ เดี๋ยวกลับไปบอสตั้นหลังจากอายุถึง 21 ก็อาจจะไปลองดู มีเพียบ แต่ไม่แน่ใจนะว่าถ้าไม่มีใบรับรองการขับขี่กับ IDP เขาจะรับหรือเปล่า เพราะดูเว็บแล้วเขาบอกต้องมีครับ ต่างจากที่ Hertz นี่ คือใบขับขี่มีภาษาอังกฤษเขาก็รับแล้ว

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 04:28:57 »
ขอตั้งชื่อใหม่ว่า น้อง Prius Gen 2
มีมุมนึงเหมือนจริงๆด้วย แต่ถ้าเห็นเองแล้วจะพบว่ามันไม่เหมือนเลยครับ มันไปทางนิสสันคันอื่นๆพี่น้องมันนั่นล่ะ

ออฟไลน์ Iwata Kana Σ4

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,483
  • Archievement in Control
    • อีเมล์
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 06:57:53 »
dte = Range นี่เอง
ความมีระดับ มาพร้อมศักดิ์ศรีที่เหนือใคร
มีเป้าหมาย ที่อะไรก็ไม่อาจขวาง
มีอำนาจ ที่เลือกใช้ได้ตามใจ
มีชีวิต อย่างที่ใคร ก็ไม่อาจปฎิเสธ

ออฟไลน์ PREM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,782
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 14:13:19 »
dte = distance to empty ??

เกียร์ทดต่ำกว่า Teana 2.0 อีกครับ ของเทียน่าวิ่ง 80 รอบขึ้นไป 1,700
ผมไม่ค่อยชอบหน้าตามันเท่าไหร่แฮะ มันดูทื่อไปหน่อย
2009 Nissan Teana 200XL             2012 Honda CR-V 2.4 EL 2WD    
2014 Mazda CX-5 2.5 S                2016 Volvo XC60 D4
2020 Volvo V60 T8 Inscription

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,617
Re: มินิรีวิวภาคต่อของนิสสันทีด้า: [s]ลาติโอ้[/s] "SENTRA"
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2011, 23:18:37 »
dte = distance to empty ??

เกียร์ทดต่ำกว่า Teana 2.0 อีกครับ ของเทียน่าวิ่ง 80 รอบขึ้นไป 1,700
ผมไม่ค่อยชอบหน้าตามันเท่าไหร่แฮะ มันดูทื่อไปหน่อย

dte = Range นี่เอง

ถูกต้องทั้งสองท่านครับ สำหรับหน้าตาผมว่ามันก็คือเทียน่าย่อส่วนมาแหละ แต่อาจจะไม่สวยเพราะอัตราส่วนเพี้ยนไปก็ได้ เหมือนแคมรี่กับวีออสแหละครับ พี่ใหญ่สง่า แต่ลูกน้องออกมาแปลกๆ