ผู้เขียน หัวข้อ: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ  (อ่าน 19181 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tyde

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 501
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 15:31:23 »
ไม่ขอพูดถึงนโยบาย แต่อยากให้มองถึงคนอื่นในภาพรวม

ต้องยอมรับว่าระบบขนส่งมวลชนไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก ทั้งเรื่องของคุณภาพยานพาหนะ รอนาน ความปลอดภัย มลพิษ ฯลฯ
ทุกคนอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ประหยัดเวลาในการเดินทางเพื่อการทำงานและถึงจุดหมายปลายทาง
ดังนั้นเมื่อระบบขนส่งมวลชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ คนส่วนใหญ่จึงคิดซื้อรถเพื่อตอบสนองความต้องการ

ทีนี้ถ้าคุณมองว่าคนอื่นออกรถมา แล้วคุณจะมีพื้นที่ให้รถของคุณวิ่งในถนนสาธรณะน้อยลง
อยากให้คิดว่า คุณเองก็เป็นรถ 1 คัน ที่ทำให้การจราจรบนถนนติดขัดเหมือนกัน รวมทั้งผมด้วย

ผมว่าเมื่อถึงจุดๆ หนึ่่ง อาจจะ 10 หรือ 20 ปี ระบบขนส่งมวลชนสามารถตอบสนองความต้องการได้ระดับหนึ่ง คนก็จะหันมาใช้บริการสาธารณะมากขึ้น
อาจจะวันทำงานใช้บริการสาธารณะ เสาร์ - อาทิตย์ใช้รถส่วนตัว
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คุณอาจจะนอนเร็วขึ้น 1 ชม. ออกจากบ้านเร็วขึ้น 1 ชม. เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในตอนสาย
หรือถ้าพักอาศัยอยู่ในแนวรถไฟฟ้า ก็ลองหันมาใช้บริการสาธารณะมากขึ้น

ไม่อยากให้มองว่าผมมีรถ แล้วคุณอย่ามีนะ รถเยอะอยู่แล้ว เดี๋ยวทำผมติดมากขึ้น
เพราะถึงจะมีนโยบายหรือไม่มี ปริมาณรถบนถนนก็ต้องเพิ่มขึ้น รองรับกับประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้น

ถึงเวลาก็ต้องปรับตัวกันไป.................

สุดยอดครับ

+1 สมัครมาตอบกระทู้นี้กระทู้แรกเลย  ถูกใจผมมาก คหนี้ ;D

ผมคิดว่าถ้าหากคนที่คิดว่านโยบายนี้จะทำให้รถติดขึ้น  มันก็อาจจะจริง  แต่ก็อย่าลืมว่าคุณก็เป็นคนนึงที่ใช้รถส่วนตัว  ดังนั้นถ้าจะให้คำพูดของผู้พูดฟังน่าเชื่อถือขึ้นก็ต้องให้ผู้พูดเลิกใช้รถส่วนตัวแล้วไปใช้ขนส่งมวลชนแทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2011, 15:36:02 โดย Tyde »

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 15:43:25 »
ด้วยความเคารพต่อความคิดเห็นทุกท่านครับ ต่อให้ประเทศไทย พัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ดีเทียบเท่าญี่ปุ่น หรือดีมาก ขนาดไหน
ผมเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า คนไทยก็ยังต้องการมีรถเป็นของตัวเองอยู่ดี น้อยคนที่จะใช้ระบบขนส่งมวลชนของรัฐ ด้วยจิตสำนึก แต่ใช้เพราะความจำเป็น
เมื่อก่อนตอนที่ผมไม่มีรายได้อะไร ผมก็นั่งรถเมล์ ขี่มอเตอร์ไซด์ แล้วก็หวังไว้สักวันหนึ่ง ว่าจะมีรถขับ จับพลัดจับผลู พอมีงานมั่นคงผมก็ไม่รอช้าที่จะซื้อรถเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยความสบายกว่า หรือ อยากมีหน้ามีตาอย่างเพื่อนๆ เพราะฉะนั้น ประเทศไทยก็ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ว่าประเทศเราจะพัฒนาไปขนาดไหนก็ตาม ฟันธง !!



อยากจะบอกว่า ประเทศไหนเมืองไหน ใครใครก็อยากมีรถส่วนตัวทั้งนั้นแหละครับ
ทั้งเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง และภาพลักษณ์และฐานะทางสังคม
มีที่ไหนบ้างล่ะ ที่ไม่ว่าจะขับ Merc, Ferrari, หรือ Tata ก็จะมีภาพลักษณ์เท่ากัน ไม่มีซะหรอกครับ
แต่ที่คนหลายประเทศนิยมใช้ขนส่งมวลชนมากกว่า ก็เพราะต้นทุนการนำรถ "ออกมาวิ่ง" มันแพงครับ

ยกตัวอย่างง่ายง่าย New York ถามว่าทุกคนที่มีรายได้ มีรถเป็นของตัวเองหรือไม่ คำตอบคือ "มี" แทบทุกคนครับ
แต่วันทำงานปกติ เอารถออกมาใช้หรือเปล่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เอาออกมา เพราะค่าจอดรถแพงมหาศาล
จอดทั้งวันนี่ Early Bird เข้าจอดก่อน 9 โมงเช้า ก็ค่าจอดปาเข้าไปวันละ 20-30 เหรียญแล้ว
แถมสถานที่จอดรถก็ไม่ค่อยมี ดังนั้น ข้อจำกัดมันมีมากโข ก็เลยไม่นำรถออกมาใช้กัน

ย้ายเมืองมาดู Philadelphia ซึ่งเป็นเมืองที่เล็กกว่ามาก ทุกคนที่นี่นิยมขับรถมากกว่าใช้ขนส่งมวลชน
ก็เพราะต้นทุนการใช้รถต่ำ จอดทั้งวัน 9.99 เหรียญ ถ้ามาสายก็ 14 เหรียญ ถูกกว่ากันเยอะ
แถมถนนทุกสายใน Philadelphia จอดรถได้สองข้างทางหมด ถูกแสนถูก รถก็วิ่งกันเต็มเมือง

ทีนี้ การที่ New Yorkers สามารถเปลี่ยนไปใช้ขนส่งมวลชนได้ ก็เพราะมัน Reliable ครับ
รถเมล์ขับอย่างมีระเบียบ สะอาดเรียบร้อย มาบ่อยถี่และตรงเวลา (ถึงจะเพี้ยนบ้างก็ตามเหอะ)
หรือเมืองต่างต่างที่ ระบบขนส่งแบบราง ทำออกมาดี คนก็นิยมใช้กัน เพราะถึงจะสะดวกสบายน้อยกว่า
รถยนต์ส่วนตัวบ้าง แต่มันก็ยังทำให้การเดินทางไปถึงจุดหมายเป็นไปอย่างสบาย และเข้าถึงจุดหมาย
แบบไม่ได้ต้องเดินเยอะกว่าขับรถส่วนตัว หรือต้องต่อสองต่อสามต่อ กว่าจะถึงที่หมายได้

หรืออย่าง สิงคโปร์ ถนนขาเข้าทุกสายที่วิ่งเข้าใจกลางเมือง Singapore City ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใช้ถนน
วิ่งผ่านไอ้เสานี่ที ก็จ่าย 2 เหรียญสิงคโปร์ ไอ้แบบนี้ล่ะทำได้ เพราะขนส่งมวลชนดี รถไฟฟ้าถึงทั้งเกาะ
คนก็ไม่อยากขับรถไปโดยปริยาย จะไปไหนทีก็วางแผนจะได้ไม่ต้องขับผ่านเสานี่ซ้ำซ้ำ เสียเงินซ้ำซาก
แต่ถ้าขนส่งมวลชนเป็นแบบไทย รถเมล์ขับแบบจะพาคนไปตายอย่างนี้ ก็คงลำบากครับ

ผมถึงคิดว่า หากต้องการจะแก้ไขปัญหาจราจรอย่างจริงจัง ต้องรีบสร้างระบบขนส่งมวลชนให้เป็นโครงข่าย
เข้าถึงหลายจุด ครอบคลุมให้มากพื้นที่ แทนที่คนจะขับรถเข้าไปติดในเมือง หาที่จอดอีกชั่วโมงนึง
ก็เปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถไฟบนดิน เพื่อไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ประหยัด และสะดวกสบาย

ผมกลับจากอเมริกามานี่ แรกแรกไม่อยากขับรถเลยครับ พอดีบ้านใกล้รถไฟฟ้าก็เลยโหนไปใจกลางเมืองบ่อยบ่อย
แต่พอกลับมาอยู่นาน ธุระปะปังเริ่มมากขึ้น วันวันต้องไปหลายแห่ง ขนส่งมวลชนที่มีมันรองรับไม่ได้ทั้งหมด
ก็ต้องเอารถออกมาขับกันล่ะ ช่วยไม่ได้นี่นา

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 15:47:02 »
ผมอยากไปทำงานบ้านนอกก็เพราะตรงนี้แหละครับ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าจอดรถ ขับไกลๆหน่อย แต่สบายใจดี รถไม่ติดครับ ;)

ออฟไลน์ MandM

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 54
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 15:52:01 »

ถ้าคุณต้องการจะช่วยคนกลุ่มล่างสุดของสังคม ให้มีรายได้มากขึ้น
พอจะซื้อรถได้ คุณควร ให้ความรู้ ให้การศึกษา พัฒนาการทำมาหากินของเขา
ให้ดีขึ้น มันอาจใช้เวลาหน่อย แต่มันจะเห็นผลระยะยาว


ในอดีตรัฐบาลชุดนี้ก็เคยทำแล้วนิครับ พวก OTOP ไงครับ เดียวคงสานต่อเองละ

ส่วนเรื่องคืนภาษี 100,000 บาท
ไม่ได้หมายความว่า ซื้อรถราคา 1,000,000 ลบ 100,000 เหลือ 900,000 นะครับบบบ !!

2 ปีที่แล้วก็มีนโยบายแบบนี้ออกในวงการอสังหา คืนภาษีสูงสุด 300,000 บาท
ทุกคนจะตีความว่าซื้อบ้านแล้วจะได้ลด 300,000 บาท แต่มัน !! ไม่ใช่ !!

สมมุติถ้าคุณจ่ายภาษีเงินได้ต่อปี 1,000,000 บาท คุณจะได้คืนภาษี
เต็มๆ 300,000 บาทแน่นอน

แต่ !!  ถ้าคุณจ่ายภาษีเงินได้ต่อปีแค่ 10,000 บาท คุณก็จะได้คืนภาษีแค่ 10,000 บาทครับ

ออฟไลน์ biancocelesti

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 114
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 16:01:34 »
ส่วนลด หนึ่งแสน บาท สำหรับ รถคันแรก โดยส่วนตัวผมมีรถเป็นของตัวเองแล้ว เพราะฉนั้นนโยบายนี้ ผมอดครับ แต่ผมเห็นด้วยนะครับ ผมมองว่า มันเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้น้อยได้มีรถนะครับ เพราะคนที่มีเงินแล้ว มีรถแล้ว จะไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ แต่ จะได้รับผลเสียเช่น มีรถเยอะขึ้นบนถนน รถต้องติดกว่าเดิมแน่ๆ ราคาขายต่อรถฉันน้อยลงแน่ๆ แต่ในมุมมองกลับกัน คนรายได้น้อยในต่างจังหวัด ก็จะสามารถมีโอกาสมีรถเป็นของตัวเองไว้ใช้งาน ชาวนา ชาวสวน มีรถนำ พืชผลเข้ามาขายในตลาด ไม่ต้องไปเสียเปรียบให้แก่พ่อค้าคนกลางที่ไปรับหน้าสวน และหากเจ็บป่วยก็มีรถไปหาหมอไปโรงพยาบาล ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าดีครับ ส่วนคนรวยแล้ว หนึ่งคือ มีรถแล้วแน่นอน ซื้ออีกก็ไม่ได้ส่วนลด หรือ ถ้ารวยแล้วจะซื้อรถจริง จะซื้อรถราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทเหรอครับ เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้บริหารองค์กรใหญ่โต จะซื้อลดราคาต่ำกว่าล้านหรอครับ คนที่ทำธุรกิจเค้าซื้อรถมาเป็นชื่อบริษัทได้ลดภาษีอยู่แล้ว ทำไมตรงนี้ไม่เห็นมีใครไปคัดค้าน แต่กลับคนมีรายได้น้อย ไม่เคยมีรถเป็นของตัวเอง คนรากหญ้า ชาวสวน ชาวไร่ จะได้ส่วนลดภาษีบ้าง กลับโดนคิดค้านกันใหญ่โต สำหรับคนในกรุงเทพนะครับ ตัวผมเองและเพื่อนๆคนรอบข้างผม ที่มีรถแล้ว กลับเลือกที่จะใช้บริการขนส่งมวลชนนะครับ โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ขับรถส่วนตัวไป จะถึงที่หมายกี่โมงก็ไม่ทราบได้ จะมีที่จอดรถหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะฉนั้น เลือกบริการรถไฟฟ้าครับ ถึงแม้รถไฟฟ้าไทย จะแน่นมาก ช้ามาก และ เสียบ่อยมากๆก็ตามที


ขอโทษนะครับ ถ้าข้อความนี้ยาวไป หรือ ทำให้ใครรำคาน แต่ผมเห็นใจคนรายได้น้อยครับ จาก คนรายได้น้อยเช่นกัน

ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 16:20:13 »
ผมว่าดีครับ แต่ทุกวันนี้ผมปั่นจักรยานนั่งรถเมล์กับรถไฟฟ้าอยู่ ซึ่งตอนนี้ผมว่ามัน "พอใช้ได้" อยู่ ไม่ถึงกับแย่แต่ก็ไม่ใช่ว่าดี
แต่ถ้าถามว่าให้ออกจากบ้านไปใจกลางเมืองผมจะไปยังไง ผมเลือกรถเมล์คือคำตอบ ขี้เกียจมองซ้ายมองขวา ขึ้นรถ ปอ. ใส่หูฟังนั่งตากแอร์หลับยาววววว
สบายดีด้วยเงินก็ไม่จ่าย ล้อเล่น (เคยโลกส่วนตัวนั่งรถเมล์ไปเลี้ยงบาสไปยังได้เลย แต่ต้องรถเมล์พื้นไม้นะ  ;D)

ผมว่ามันก็ดีนะ เป็นทางเลือกถ้าผมจะซื้อรถเป็นขอตัวเองสักคัน แต่คงอาจจะซื้อเก็บไว้บ้าน นานๆใช้ที เดือนละ 2 ครั้ง - 3 ครั้งออก ตจว. เผื่อฉุกเฉินคนที่บ้านป่วยหามส่งโรงบาลก็ว่าไป

ยังไงซะ ผมว่านโยบายนี้ออกมามันก็ไม่ต่างจากทุกวันนี้เท่าไหร่หรอกครับ เพราะผมเห็นลูกชายคนข้างบ้านเข้า ป.ตรี ได้ แม่ก็ซื้อรถให้ขับแล้วละ  :(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2011, 16:29:25 โดย Codename - H »
H.

ออฟไลน์ nick007

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 426
  • ความรักนั้นมันคืออะไรยิ่งเรียนรู้ยิ่งไม่เข้าใจ!!!!
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 16:26:25 »
ส่วนลด หนึ่งแสน บาท สำหรับ รถคันแรก โดยส่วนตัวผมมีรถเป็นของตัวเองแล้ว เพราะฉนั้นนโยบายนี้ ผมอดครับ แต่ผมเห็นด้วยนะครับ ผมมองว่า มันเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้น้อยได้มีรถนะครับ เพราะคนที่มีเงินแล้ว มีรถแล้ว จะไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ แต่ จะได้รับผลเสียเช่น มีรถเยอะขึ้นบนถนน รถต้องติดกว่าเดิมแน่ๆ ราคาขายต่อรถฉันน้อยลงแน่ๆ แต่ในมุมมองกลับกัน คนรายได้น้อยในต่างจังหวัด ก็จะสามารถมีโอกาสมีรถเป็นของตัวเองไว้ใช้งาน ชาวนา ชาวสวน มีรถนำ พืชผลเข้ามาขายในตลาด ไม่ต้องไปเสียเปรียบให้แก่พ่อค้าคนกลางที่ไปรับหน้าสวน และหากเจ็บป่วยก็มีรถไปหาหมอไปโรงพยาบาล ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าดีครับ ส่วนคนรวยแล้ว หนึ่งคือ มีรถแล้วแน่นอน ซื้ออีกก็ไม่ได้ส่วนลด หรือ ถ้ารวยแล้วจะซื้อรถจริง จะซื้อรถราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทเหรอครับ เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้บริหารองค์กรใหญ่โต จะซื้อลดราคาต่ำกว่าล้านหรอครับ คนที่ทำธุรกิจเค้าซื้อรถมาเป็นชื่อบริษัทได้ลดภาษีอยู่แล้ว ทำไมตรงนี้ไม่เห็นมีใครไปคัดค้าน แต่กลับคนมีรายได้น้อย ไม่เคยมีรถเป็นของตัวเอง คนรากหญ้า ชาวสวน ชาวไร่ จะได้ส่วนลดภาษีบ้าง กลับโดนคิดค้านกันใหญ่โต สำหรับคนในกรุงเทพนะครับ ตัวผมเองและเพื่อนๆคนรอบข้างผม ที่มีรถแล้ว กลับเลือกที่จะใช้บริการขนส่งมวลชนนะครับ โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ขับรถส่วนตัวไป จะถึงที่หมายกี่โมงก็ไม่ทราบได้ จะมีที่จอดรถหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะฉนั้น เลือกบริการรถไฟฟ้าครับ ถึงแม้รถไฟฟ้าไทย จะแน่นมาก ช้ามาก และ เสียบ่อยมากๆก็ตามที


ขอโทษนะครับ ถ้าข้อความนี้ยาวไป หรือ ทำให้ใครรำคาน แต่ผมเห็นใจคนรายได้น้อยครับ จาก คนรายได้น้อยเช่นกัน


เห็นด้วยครับ +1  มันอาจจะดีกว่าที่พวกคุณคิดก็ได้เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นเพราะชาวนาชาวสวนจะได้มีรถขับไปขายของ
แต่ถ้าเรามองในอีกมุมหนึ่งคนที่มีรถแล้วอาจจะเสียเปรียบในเรื่องนี้

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 18:09:56 »
คุณเองก็เป็นรถ 1 คัน ที่ทำให้การจราจรบนถนนติดขัดเหมือนกัน รวมทั้งผมด้วย

ไม่อยากให้มองว่าผมมีรถ แล้วคุณอย่ามีนะ รถเยอะอยู่แล้ว เดี๋ยวทำผมติดมากขึ้น
เพราะถึงจะมีนโยบายหรือไม่มี ปริมาณรถบนถนนก็ต้องเพิ่มขึ้น รองรับกับประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้น

ถึงเวลาก็ต้องปรับตัวกันไป.................
เห็นด้วยสุดๆ ประทับใจความเห็นแบบนี้มากๆครับ
บางคน รถก็มี แต่พอคนที่เขามีได้ยาก ได้มีโอกาสจะมีบ้างดันออกมาโวยวาย มาแย่งถนนใช้ แถมไม่อยากให้นโยบายนี้เกิด เพราะตัวเองไม่ได้ประโยชน์ แถมเสียผลประโยชน์เพราะจะขายรถได้ถูกลง แล้วเราจะอยู่กันยังไงครับ คนอื่นดีกว่าตัวเองไม่ได้  คิดกันแบบนี้ ชาวนาถึงไม่ได้ผุดได้เกิดซักที  ตัวเองมีแล้วก็มีน้ำใจให้คนอื่นที่เขาด้อยกว่าเราเถอะครับ ลดแค่ไม่เท่าไรเองเอาเข้าจริงๆ

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 18:22:54 »
เมื่อไหร่นโยบาบตัวจริงจะออกเสียทีครับ ได้แต่ให้ข่าว เสนอหน้าออกสื่อรายวัน คนนั้นพูดทีคนนี้พูดที

แต่ถ้าในความเห็นผมนะครับ มีเงื่อนไขที่พูดถึงคือคำว่า
"ไม่เกินล้าน ลดแสนนึง"
"ลดภาษี"
"ต้องเป็นรถคันแรก"
"ห้ามโอนห้าปี"

ถ้าสมมติว่าลดหนึ่งแสน คือการหักส่วนลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งถ้าคนมีรายได้น้อยก็แทบจะไม่เสียภาษีอยู่แล้ว หรือเสียก็เสียไม่ถึงแสนหรอก อาจจะแค่1-2หมื่นแบบความเห็นต้นๆพูดไว้

แต่ว่ามันมีเงื่อนไขคำว่าห้ามโอน 5 ปี ถ้าแค่หักส่วนลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มันดูจะหนักไปนะครับกับการได้ส่วนลดภาษีไม่กี่บาท หรืออาจจะไม่เลย เพราะรายได้ยังไม่มากพอที่จะต้องเสียภาษี
ถ้าออกแบบนี้จริง คงมีคนเข้าเกณฑ์แค่หยิบมือ และถึงเข้าเกณฑ์จริงแต่ห้ามโอน5ปี คงไม่มีใครอยากจะเข้าร่วมแน่ๆ

ลึกๆแล้ว ผมเลยเห็นว่า ภาษีตัวนี้มันน่าจะมีอะไรที่น่าสนใจพอควร เช่นลดภาษีสรรพสามิตร ที่เก็บหน้าโรงงาน ถ้าเทียบกับการห้ามโอน 5 ปี ผมว่ามันน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่านะครับ

ออฟไลน์ AVANTGARDe'

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,172
  • AWDiesel
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 21:41:32 »
ผมว่ามันคงไม่ทำให้รถติดหรอกครับ
เพราะสาเหตุสำคัญที่กรุงเทพรถติดก็แค่ 'ผังเมือง' กับ 'จอดรถริมถนน'

แต่นโยบายที่ผมคิดว่าควรจะมีได้แล้วก็คือ
'การซื้อรถต้องมีเอกสารแสดงที่จอดรถ'
'ผู้มีใบขับขี่หนึ่งคนสามารถมีรถได้คันเดียว'
เท่านี้ผมว่ารถก็คงหายไปเกือบครึ่งประเทศเลยทีเดียว

ออฟไลน์ Lertvarit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,212
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 21:57:54 »
แหล่มเลยยย ครับบบบ
FD 1.8 + ACV40 Hybrid + E90 LCI 320d sport 
And My new stuff  E60 LCI 520D sport

ออฟไลน์ เฮียหลี

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 214
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 22:47:00 »
เดี๋ยวก็มีคนมาบอกอีกว่า บีทีเอส 20 บาท ตลอดสาย คนเเน่น ตายเเน่ๆ ไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม

เเล้วก็ คนบางคน ที่ทำเขาไกล เขาจำเป็นต้องใช้รถก็มีนะครับ
คุณจะไปบอกว่า ซื้อมาทำไม ทุกวันนี้รถก็ติดจะเเย่อยู่เเล้ว มันดูไม่ดีนะครับ

Blue 229

  • บุคคลทั่วไป
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 23:08:25 »
นโยบายบางตัว ต้องการผลทางด้านจิตวิทยาเป็นหลักครับ
ผลทางด้านเศรษฐกิจ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นเรื่องรอง
หรือบางครั้ง ผู้ออกนโยบายอาจประเมินแล้วว่า มันไม่มีผลต่อคนกลุ่มใหญ่ด้วยซ้ำไปครับ

นโยบายที่ จขกท. กล่าวถึง ไม่ว่ามันจะอยู่ในรูปของการให้ส่วนลดราคาสินค้า หรือการลดหย่อนภาษีก็ตามแต่
ผมมองว่า ถ้ามันจะมามีผลต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์
มันต้องมีนโยบายด้านอื่นๆมาสนับสนุนอีกครับ เช่น นโยบายเพิ่มค่าแรง โครงการลดค่าครองชีพ
หรือ นโยบายอำนวยความสะดวกสินเชื่อรถยนต์ เป็นต้นครับ
ผมมองว่า นโยบาย ลดหนึ่งแสนนี้ จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนรถยนต์ครับ
โดยเฉพาะในกรุงเทพ
เพราะสาเหตุที่กรุงเทพมีสภาวะจราจรแออัด ปัญหานี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอีกสองปัญหา
คือ การไหลเข้าของประชากรอันเนื่องมาจากความเจริญของเศรษฐกิจ และปัญหาระบบขนส่งมวลชนไม่ครอบคลุมพื้นที่ครับ
ดังนั้น ตราบใดความเจริญทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายตัวออกไปจากรุงเทพ
และ ยังไม่มีนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมอย่างจริงจัง ที่ไม่ใช่แค่บรรเทาปัญหา อย่างในทุกวันนี้
ตราบนั้น รถก็ยังติด มากขึ้นและมากขึ้น ครับ คงไม่ใช่เพราะนโยบายใดๆหรอกครับ  :D

ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับผม

 

methus zaa

  • บุคคลทั่วไป
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 23:21:26 »
ผมเห็นด้วยกับนโยบายนี้อีกคนครับ ผมว่าดีนะครับ เพราะคนที่ทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิตจะได้มีรถเป็นตัวเอง ไม่มีปัญหา ผมอยากมองว่า เค้าเพิ่งจะมารับตำแหน่งได้ไม่นานมานี้ อยากให้ใจเย็นๆครับ ส่วนนโยบายเรื่อง ชาวนา อุทกภัย เค้าทำอยู่แล้วครับ แต่มันต้องใช้เวลาสักนิดนะครับ แต่แน่ๆ เลยคือ วันที่ 1 กันยายน นี้ ราคาน้ำมันลดตามที่นโยบายบอกด้วยครับ และขอกด like ให้กับสมาชิกที่บอกว่า คุณเองก็มีส่วนทำให้รถติดเหมือนกัน อันนี้ดีมากๆครับ ขอชื่นชม



อยากให้ทุกคนอย่าพึ่งตื่นตูมครับ รอไปก่อน ครับ

ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 23:34:45 »
พูดถึงรถติดในกรุงเทพหน่อยนึง

ผมว่าต่อให้ไม่ต้องมีรัฐบาลเลยสัก 10 ปี ไม่ต้องมีนโยบายอะไรเลย รถก็จะติดต่อไปในกรุงเทพ...
H.

ออฟไลน์ BOYGOOD

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 33
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 23:45:38 »
กระทู้นี้ เค้าก็บอกว่า กรุงเทพ ครับ ไม่ใช่ต่างจังหวัด

เพิ่งคุยกับผู้บริหารรถยี่ห้อหนึ่งไป ไม่นานมานี้ ไม่ขอระบุละกันว่าค่ายไหน เป็นมุมมองที่น่าสนใจ
มุมของคนทำบริษัทรถ ถ้าให้ออกมาพูดในฐานะบริษัท แน่นอน เขาเห็นด้วย เพราะเขาขายรถได้เยอะขึ้น
แต่ ถ้าลองให้ผู้บริหารแต่ละค่ายรถยนต์ ถอดหมวกบริษัทรถ แล้วสวมหมวกส่วนตัว น่าจะมีไม่น้อย ที่ไม่เห็นด้วย
กับนโยบายนี้ เพราะถือเป็นการแก้ปัญหาที่มองภาพแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไมได้มองถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ
ทั้งเรื่องการจราจร และผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาอีกมาก

มุมมองของผม ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เลยครับ
เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผิดที่ผิดทาง

ถ้าคุณต้องการจะช่วยคนกลุ่มล่างสุดของสังคม ให้มีรายได้มากขึ้น
พอจะซื้อรถได้ คุณควร ให้ความรู้ ให้การศึกษา พัฒนาการทำมาหากินของเขา
ให้ดีขึ้น มันอาจใช้เวลาหน่อย แต่มันจะเห็นผลระยะยาว

ไม่ใช่มาทำนโยบายแบบนี้ เพื่อกระตุ้นในระยะสั้น แล้วก่อปัญหาอื่นๆตามมาในระยะยาว

แต่ทุกรัฐบาล ทุกพรรค ไม่กล้าให้ความรู้กับประชาชนมากนัก
เหตุผลที่ง่ายที่สุดคือ กลัวประชาชนรู้มาก แล้วจะรู้เยอะเกินไป
ซึ่งเมื่อนั้น ก็อาจถึงคราวซวยของตน

เฮ้อออออออออออออออ! ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้หมดละครับ


    + 1000000000000000000
    คิดเหมือนกันครับ ทุกวันนี้ไปไหนใน กทม ผมต้องวางแผนการเดินทางมากๆๆ

  กว่าเมื่อก่อน และถนนที่ไม่เคยรถติด มันก็ติดแบบว่าไม่มีเหตุผล ครับ T T

ออฟไลน์ Ishida

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 738
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 23:50:44 »
กระทู้นี้ เค้าก็บอกว่า กรุงเทพ ครับ ไม่ใช่ต่างจังหวัด

เพิ่งคุยกับผู้บริหารรถยี่ห้อหนึ่งไป ไม่นานมานี้ ไม่ขอระบุละกันว่าค่ายไหน เป็นมุมมองที่น่าสนใจ
มุมของคนทำบริษัทรถ ถ้าให้ออกมาพูดในฐานะบริษัท แน่นอน เขาเห็นด้วย เพราะเขาขายรถได้เยอะขึ้น
แต่ ถ้าลองให้ผู้บริหารแต่ละค่ายรถยนต์ ถอดหมวกบริษัทรถ แล้วสวมหมวกส่วนตัว น่าจะมีไม่น้อย ที่ไม่เห็นด้วย
กับนโยบายนี้ เพราะถือเป็นการแก้ปัญหาที่มองภาพแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไมได้มองถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ
ทั้งเรื่องการจราจร และผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาอีกมาก

มุมมองของผม ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เลยครับ
เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผิดที่ผิดทาง

ถ้าคุณต้องการจะช่วยคนกลุ่มล่างสุดของสังคม ให้มีรายได้มากขึ้น
พอจะซื้อรถได้ คุณควร ให้ความรู้ ให้การศึกษา พัฒนาการทำมาหากินของเขา
ให้ดีขึ้น มันอาจใช้เวลาหน่อย แต่มันจะเห็นผลระยะยาว

ไม่ใช่มาทำนโยบายแบบนี้ เพื่อกระตุ้นในระยะสั้น แล้วก่อปัญหาอื่นๆตามมาในระยะยาว

แต่ทุกรัฐบาล ทุกพรรค ไม่กล้าให้ความรู้กับประชาชนมากนัก
เหตุผลที่ง่ายที่สุดคือ กลัวประชาชนรู้มาก แล้วจะรู้เยอะเกินไป
ซึ่งเมื่อนั้น ก็อาจถึงคราวซวยของตน

เฮ้อออออออออออออออ! ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้หมดละครับ



นี่หละครับ สิ่งที่ทุกคนรู้และโดนกระทำอยู่ทุกวี่ทุกวัน คนที่บอกว่าช่างมันนี่แหละครับ คือคนที่เป็นเหยื่อของเจ้าพวกนี้แหละ
พระเจ้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา เพียงแต่ทำได้ในสิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้

ออฟไลน์ LaTeX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 973
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 00:22:04 »
นโยบายบางตัว ต้องการผลทางด้านจิตวิทยาเป็นหลักครับ
ผลทางด้านเศรษฐกิจ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นเรื่องรอง
หรือบางครั้ง ผู้ออกนโยบายอาจประเมินแล้วว่า มันไม่มีผลต่อคนกลุ่มใหญ่ด้วยซ้ำไปครับ

นโยบายที่ จขกท. กล่าวถึง ไม่ว่ามันจะอยู่ในรูปของการให้ส่วนลดราคาสินค้า หรือการลดหย่อนภาษีก็ตามแต่
ผมมองว่า ถ้ามันจะมามีผลต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์
มันต้องมีนโยบายด้านอื่นๆมาสนับสนุนอีกครับ เช่น นโยบายเพิ่มค่าแรง โครงการลดค่าครองชีพ
หรือ นโยบายอำนวยความสะดวกสินเชื่อรถยนต์ เป็นต้นครับ
ผมมองว่า นโยบาย ลดหนึ่งแสนนี้ จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนรถยนต์ครับ
โดยเฉพาะในกรุงเทพ
เพราะสาเหตุที่กรุงเทพมีสภาวะจราจรแออัด ปัญหานี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอีกสองปัญหา
คือ การไหลเข้าของประชากรอันเนื่องมาจากความเจริญของเศรษฐกิจ และปัญหาระบบขนส่งมวลชนไม่ครอบคลุมพื้นที่ครับ
ดังนั้น ตราบใดความเจริญทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายตัวออกไปจากรุงเทพ
และ ยังไม่มีนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมอย่างจริงจัง ที่ไม่ใช่แค่บรรเทาปัญหา อย่างในทุกวันนี้

ตราบนั้น รถก็ยังติด มากขึ้นและมากขึ้น ครับ คงไม่ใช่เพราะนโยบายใดๆหรอกครับ  :D

ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับผม

 

ขออนุญาตนะครับ ชอบข้อความนี้จริงๆครับ
ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมาก และระบบขนส่งมวลชนกลับไม่พัฒนาตาม

ประมาณ1ปีที่ผ่านมาผมได้ใช้รถเมล์น้อยมาก เนื่องจากใช้รถส่วนตัวกับรถไฟฟ้า จนเมื่อไม่นานนี้ได้ไปนั่งรถเมล์สาย73ครับ
ผลคือรอรถนานมากกกกกก จากเดิมปีที่แล้วไม่เกิน20นาทีบางที5นาทีมาแล้ว 
ปรากฎว่ารอไปเกินครึ่งชมครับ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว สองสามวันที่ได้รอ นานเหมือนกันหมด แทนที่จะพัฒนารู้สึกว่ารอบน้อยลง รอนานขึ้น

อีกด้านที่กลับกันคือจิตสาธารณะครับไปขึ้นรถไฟฟ้าถ้าช่วงที่แน่นๆก็จะได้เห็นครับ พวกไม่ยอมขยับเข้าใน แทนที่จะแบ่งให้คนอื่นเข้าไปด้วย
เพราะช่วงแน่นๆนี่สองสามขบวนครับกว่าจะขึ้นได้ หน้าประตูอัดกันแทบตาย กลางขบวนยืนกดบีบี ไอโฟน
อีกส่วนก็คือนิสัยบนถนนครับ ขับเว้นช่วงเกินไม่ยอมตามกระแส หรือจอดข้างทางในที่ห้ามจอด
ทำให้การจราจรมันไม่ไหลต่อเนื่องเป็นสาเหตุของรถติดในช่วงที่ไม่ควรจะติดอีกครับ


ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,013
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 00:26:36 »
ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด

แต่ส่วนตัว มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

ที่ไม่เห็นด้วยคือ มันน่าจะเอารายได้จากภาษีที่คุณจะไปหักลบ ไปพัฒนาระบบขนส่งมวลชนมากกว่า เพราะนั่นคือทางออกระยะยาว โดยเฉพาะกรุ่งเทพ และเมืองใหญ่ต่างๆ เดี๋ยวนี้ โคราช อุดร ขอนแก่น ก็รถติดนะครับ

แต่ที่เห็นด้วยคือ ผมเชื่อว่า คนที่มีครอบครัว สมควรจะมีรถครับ (ถึงตรงนี้คงมีคนโห่)

ผมเชื่อว่า รถยนต์ เป็นสิ่้งที่พัฒนาคุณภาพชีวิตขึ้นมาแบบทันตาเห็น มันทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น สามารถไปเที่ยวกับครอบครัวได้มากขึ้น ทุกอย่างมันจะดีขึ้นไปหมด (ยกเว้นรถติด)

แต่

เราก็มี Eco Car ทีเป็นรถราคาถูกสำหรับคนกลุ่มนี้แล้วนี่ สำหรับผม การลดภาษีรถ 1 แสน มันจะทันซ้อนกับ Eco Car ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร มากไปกว่าจิตวิทยามวลชนครับ
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

ออฟไลน์ 5thAvenue

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,430
  • Hi!!!!
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 02:25:40 »
เอาเงินที่จะลดภาษี มาทำระบบขนส่งมวลชน ให้มันคล่องตัวราคาถูกน่าจะดีกว่า

เป็นความรู้สึกเดียวกับผมตอนเห็นป้ายหาเสียงนโยบายนี้ครับ

แทนที่จะ่ช่วยเหลือคน ด้วยระบบขนส่งที่ทันสมัย รวดเร็ว

กลับสนับสนุน ให้คนเป็นหนี้ "ง่ายขึ้น"

ออฟไลน์ loading

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 90
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 06:33:24 »
ตจว ยังติด เวน  ข้าวขึ้นราคาแต่คนทำนายังจนสิตาย   ยางรถยนต์แพงขึ้นแต่ยางพารายังถูก  สนใจแต่ภาษีรถ และรถไฟ กทม  เมิงช่วย repair รถไฟ ตจว  ใหม่หน่อยเถอะ หมาจะวิ่งแซงรถไฟแล้วเวน

ออฟไลน์ Din-dum

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 10:20:32 »
ผมขอเสนอ MOD ให้พิจารณาหยุดการออกความคิดเห็นแต่เพียงเท่านี้ครับ

เนื่องจากมันหมิ่นเหม่ เข้าใกล้เรื่องการเมืองซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของสมาชิก

ซึ่งพาลจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพรวมของเว็บได้ครับ   อย่างผมนี่แทบจะไม่เคยตอบเลยนะครับ

ปกติจะอ่านอย่างเดียว  หลังๆรู้สึกว่าการแสดงความคิดเห็นของแต่ละท่าน ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมากเกินไป

อย่างเช่นกระทู้นี้ ยิ่งกระทู้ท้ายๆนี่ เริ่มมีคำหยาบคายมาแล้ว แม้ว่าจะเลี่ยงพิมพ์ให้ไม่ถูกก็ตาม

ขอแสดงความคิดเห็นครับ

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,667
  • Nine & Knight
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 11:58:24 »
เห็นด้วยครับว่าจะเริ่มไปกันใหญ่แล้ว ถ้าเรื่องมันจะปลายบานขึ้นไปอีก ก็หยุดก่อนดีกว่าครับ
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ swan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 870
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 16:50:07 »
กระทู้นี้ เค้าก็บอกว่า กรุงเทพ ครับ ไม่ใช่ต่างจังหวัด

เพิ่งคุยกับผู้บริหารรถยี่ห้อหนึ่งไป ไม่นานมานี้ ไม่ขอระบุละกันว่าค่ายไหน เป็นมุมมองที่น่าสนใจ
มุมของคนทำบริษัทรถ ถ้าให้ออกมาพูดในฐานะบริษัท แน่นอน เขาเห็นด้วย เพราะเขาขายรถได้เยอะขึ้น
แต่ ถ้าลองให้ผู้บริหารแต่ละค่ายรถยนต์ ถอดหมวกบริษัทรถ แล้วสวมหมวกส่วนตัว น่าจะมีไม่น้อย ที่ไม่เห็นด้วย
กับนโยบายนี้ เพราะถือเป็นการแก้ปัญหาที่มองภาพแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไมได้มองถึงการแก้ปัญหาอื่นๆ
ทั้งเรื่องการจราจร และผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาอีกมาก

มุมมองของผม ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เลยครับ
เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผิดที่ผิดทาง

ถ้าคุณต้องการจะช่วยคนกลุ่มล่างสุดของสังคม ให้มีรายได้มากขึ้น
พอจะซื้อรถได้ คุณควร ให้ความรู้ ให้การศึกษา พัฒนาการทำมาหากินของเขา
ให้ดีขึ้น มันอาจใช้เวลาหน่อย แต่มันจะเห็นผลระยะยาว

ไม่ใช่มาทำนโยบายแบบนี้ เพื่อกระตุ้นในระยะสั้น แล้วก่อปัญหาอื่นๆตามมาในระยะยาว

แต่ทุกรัฐบาล ทุกพรรค ไม่กล้าให้ความรู้กับประชาชนมากนัก
เหตุผลที่ง่ายที่สุดคือ กลัวประชาชนรู้มาก แล้วจะรู้เยอะเกินไป
ซึ่งเมื่อนั้น ก็อาจถึงคราวซวยของตน

เฮ้อออออออออออออออ! ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้หมดละครับ



เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ออฟไลน์ T1k

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 711
    • T1K
    • อีเมล์
Re: กรุงเทพ รถติดตายแน่ๆๆๆ
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 23:53:30 »
ผมขอโทษมากๆๆครับที่ทำให้มันไปกันใหญ่ กรุณาอย่าเข้าการเมืองเลยครับ 


เพราะทุกวันนี้ผมอยู่ตจว กะ กทม อย่างละครึ่ง พอกลับ กทม แทบจะบ้าตาย
อยู่ อยุธยา ขับรถสบายๆมีความสุขมากๆๆ เลยเบื่อการทำให้รถใน กทม มากขึ้นเท่านั้นครับ ผมLock แล้วนะครับ T T