ผู้เขียน หัวข้อ: เปรียบเทียบกันจะๆ ไปลอง Camry 2.4 hybrid กับ Teana 2.5 ห่างกัน ไม่เกิน 20 นาที!!  (อ่าน 35980 ครั้ง)

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
หลังจากลังเลโน่นนี่มาพักใหญ่ๆ จนเอาวะ ตัดตัวเลือกเหลือแค่ 2 ตัวนี้แหละ

และจังหวะเหมาะเหม็งมาก ทั้งศูนย์โตโยต้ากับศูนย์นิสสัน แถวพระรามสามมีรถให้เทส
พร้อมกันทั้งคู่เลย (เซลส์โทรมาตามให้ไปลองเทส)

วันนี้ผมเลยออกไปลองเทสรถทั้งคู่ แบบลงจากคันนึง แล้ววิ่งไปลองอีกคันนึงต่อทันที
ความรู้สึกมันเลยสดมากๆที่จะได้เทียบกันแบบจะๆไปเลย ก็เลยเอามาเขียนให้ชาว HLM
ลองอ่านกันดูครับ ผมอาจจะบรรยายไม่ค่อยเก่งนะครับ แต่อย่างน้อยๆเผื่อว่าใครจะสนใจ
สองตัวนี้อยู่เหมือนผม จะได้ลองนึกตามได้ง่ายๆหน่อย

เริ่มจาก 10 โมงเช้าผมตรงดิ่งจากบ้านไปที่ศูนย์ toyota bangkok แถวๆถนนจันทร์ก่อน
ไปถึงก็เห็นรถจอดรอไว้อยู่แล้ว แต่เซลส์ยังติดประชุมอยู่ แป้ปเดียว ก็ได้ลองเอาไปขับกัน

น่าเสียดายที่ระยะทางที่ได้ลองยังถือว่าสั้นไปนิดนึง แต่ผมก็พยายามลองและสังเกตุทุก
อย่างเท่าที่จะทำได้แล้วแหละครับ

เริ่มจากฝั่งพี่โตก่อนละกัน....

เมื่อกดปุ่ม power แล้ว ก็ไม่ได้ต่างจาก first impression ที่คุณจิมมี่เขียนเอาไว้มากนักคือ
แทบไม่รู้สึกจริงๆว่ารถมันติดเครื่องแล้ว จนกระทั่งเปิดแอร์เนี่ยแหละ ถึงมีเสียงหึ่มๆขึ้นมานิด
หน่อยให้พอรู้ว่า เครื่องมันติดแล้วนะ

สัมผัสของตัวรถ เรียกว่าแทบไม่ได้แตกต่างจะตัวเก่ามากนัก ผมลองวิ่งจากช้าๆก่อน ตอนออก
ตัว ก็นิ่งๆดีเพราะรถจะใช้แรงจากมอเตอร์ก่อน เนื่องจากรถตรงถนนพระรามสามค่อนข้างจะเยอะ
ผมเลยต้องรอจังหวะรถข้างหน้าโล่งนิดๆ จึงลองกด kick down ลงไป

พบว่า แทบไม่ต่างจากตัวก่อนแหละครับ คือเสียงเครื่องดังมาก่อนแต่ตัวรถก็ยังนิ่งๆอยู่ ค่อยๆเพิ่ม
ความเร็วไปตามลำดับ ตรงนี้ผมคิดว่าอัตราเร่งแทบไม่ได้ต่างจาก 2.4V ตัวเก่าที่ผมเคยลองขับ
ของเพื่อนเท่าไหร่นัก แม้ว่าทางโตโยต้าจะเคลมว่า แรงม้าจากเครื่อง + มอเตอร์แล้วจะเท่ากับ
190 ม้า แต่ผมว่า วิ่งได้เท่าๆเดิมเลยครับ บุคลิกเครื่องยังเหมือนเดิมเป๊ะๆ

ตอนที่ผมขับ ความเร็วที่ทำได้สูงสุดคือแค่ ราวๆ 110-120 เท่านั้นเพราะว่าเกรงใจเซลส์ 555+
และทางไม่ค่อยจะดีด้วย แต่เท่าที่ๆลองราวๆเกือบครึ่งชม.พบว่า ช่วงล่างคงสไตล์โตโยต้าไว้
เป็นอย่างดี คือนิ่มสบาย แต่ยวบยาบเล็กๆ ส่วนเรื่องเกาะถนนหรือไม่ ผมไม่มีโอกาสลองโค้ง
เลยไม่ทราบจริงๆครับ แต่ถ้าให้เคา คงไม่ต่างจาก altis 1.8G โฉมพี่ แบรด คันเก่าของผมซะเท่าไหร่

ระหว่างที่ขับ คอยสังเกตุการทำงานของมอเตอร์เป็นพักๆ (แต่สังเกตุค่อนข้างยากหน่อย) เท่าๆที่ดู
เมื่อเร่งไปถึงระยะนึง มันจะเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ แต่ไม่รู้สึกอะไรสักอย่างเลย เรียกว่าถ้าไม่ดูจอก็ไม่รู้
ว่ามันใช้เครื่องหรือมอเตอร์กันแน่ และ ระหว่างวิ่ง มีการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์กับเครื่องเป็นระยะๆ
ครับ เมื่อเราถอนคันเร่ง รถจะอาศัยแรงเฉื่อยชาร์จไฟเข้ามอเตอร์เองครับ....

เรื่องเบรค.....จากที่เคยลอง 2.4V ของเพื่อนมา ตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเหมือนเบรคไม่ค่อยจะอยู่เท่าไหร่
คือเวลา่เบรคแล้ว เหมือนรถมันยังจะไหลๆต่อไปอีกนิดหน่อย (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ) ซึ่ง accord
ของแฟนผมไม่มีอาการแบบนี้ครับ เหมือนเบรคแล้วจะหยุดได้ดีกว่าเยอะ เมื่อมาลองกับ hybird แล้ว รู้สึก
ว่าดีขึ้นนะครับ แต่ยังไม่ดีขึ้นมาก คือเบรคหนืดขึ้นนิดหน่อย แต่เมื่อจะเบรครอไฟแดง ผมยังรู้สึกว่ารถไหล
ไปข้างหน้านิดหน่อย เหมือนเดิมเลย  = ='

ไปขับไปได้ราวๆ 20 นาทีถึงครึ่งชม.ก็กลับมาถึงศูนย์ที่เอารถออกไป แล้วก็มานั่งเล่น function ดูโน่นดูนี่
ในรถก่อน และพบว่า 2.4 HV เนวิเกเตอร์นั้น ไม่มีช่องต่อ AUX ครับ (ไม่แน่ใจว่า ตัว CD กับ DVD มีหรือ
เปล่า เพราะรถที่เทสเป็นตัวท้อปน่ะครับ)

กลับมาที่ 0 แล้วก็คุยเรื่องรายละเอียดเรื่องส่วนลดและของแถมกันหน่อย ซึ่งขั้นต้น แทบไม่ได้อะไรเลย
ครับ นอกจากขอมาตรฐานทั่วไปอย่างกรอบป้าย ผ้ายาง ฟิลม์ อะไรพวกนี้ ส่วนลดเงินสดและประกันชั้น 1
ไม่มีครับ หมดสิทธิ.....

เสร็จจากตรงนี้ ผมใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็มาถึง ศูนย์นิสสันอีกที่นึงใกล้ๆกัน โดยผมเองก็นัดกับเซลส์ไว้
ก่อนแล้ว มาถึงแล้วเราก็ไปที่รถที่จอดรอไว้แล้วกันเลย เรียกว่า สดจริงๆครับวันนี้ ลงคันนึงขึ้นอีกคันนึงต่อ
เลย เทียบความรู้สึกกันเห็นๆแบบไม่ขาดช่วงเลย

ขึ้นมาบนเทียน่ากันบ้าง ความรู้สึกแรกเลยหลังจากที่เข้ามาในรถ ผมรู้สึกว่า รถมันใหญ่กว่าแคมรี่แฮะ ไม่รู้
ทำไมเหมือนกัน แค่ความรู้สึกที่ีได้มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ทัศนวิสัยผมว่าดีกว่าแคมรี่นิดๆ

แต่ที่สำคัุญที่สุด

เบาะนั่งสบายกว่ากันแบบเห็นๆเลยครับ แม้ผมจะเคยได้ยินมานานแล้วว่าเบาะรองนั่งของแคมรี่ หรือว่ารถ
โตโยต้าส่วนใหญ่มันจะสั้นไปหน่อย แต่ผมไม่ค่อยจะสังเกตุเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะขาย altis ไปแล้วก็ทิ้งช่วง
เกือบๆสองปีเพราะว่าไปเรียนต่อ ก่อนจะกลับมาออก civic FD ก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ต่างกันนี่หว่า ขับทางไกล
แล้ว ก็ยังคงปวดหลังเหมือนๆกัน แต่วันนี้ได้รู้สึกแล้วครับ เบาะรองนั่งของ teana ทำได้ดีจริงๆ นั่งแล้วรู้สึก
สบายและผ่อนคลายกว่าแคมรี่อยู่พอสมควร

สิ่งที่แตกต่างจากแคมรี่อีกอย่างนึงก็คือ เสียงเครื่องยนต์ครับ ดังกว่าเห็นๆ พอกดปุ่ม start แล้วเสียงเครื่องก็
ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที (แหงล่ะ V6 นี่หว่า) แต่เมื่อวิ่งออกข้างนอกแล้ว กลับพบว่า เออ....มันเงียบจริงๆแฮะ
เสียงเครื่องแทบจะไม่ดังรบกวนโสตประสาทเท่าไหร่ แต่ไอ้ที่ดังน่ะ เสียงบดของยางกับพื้นถนนครับ สำหรับ
เทียน่า ผมว่าเครื่องวิ่งได้นุ่มนวลดีครับ แต่ยังไม่ได้กด kick down แบบเต็มที่เท่าไหร่เพราะว่าวันนี้รถเยอะ
จริงๆ  เท่าที่ลอง ผมว่าเครื่องตอบสนองได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ช่วงล่างเป็นอีกอย่างที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากแคมรี่ และโชคดีของผมที่แฟนผมมี accord ผมเลยเปรียบ
เทียบได้ง่ายขึ้นหน่อย พูดให้เห็นภาพ ผมว่าช่วงล่างของเทียน่า น่าจะวางไว้ตรงกลางระหว่างรถสามคันนี้ได้
พอดีๆแหละ จากความรู้สึกส่วนตัวผมนะ

คือมันกระด้างพอรู้สึกได้พอๆกับ accord เลย และกระด้างกว่าแคมรี่อย่างเห็นได้ชัด ที่พูดแบบนี้เพราะผมขับ
ไปบนถนนเดีัยวกันในระยะเวลาที่ห่างกันแค่ราวๆ 20 นาทีเอง

เรื่องความหนึบ ผมยังตอบไม่ได้เท่าไหร่เพราะว่า ผมไม่มีโอกาสสาดโค้งเหมือนที่เคยทำกับ accord ของแฟน
ตอนแรกว่าจะขับเนียนๆไปตรงวงแหวนอุตสาหกรรม แต่เซลส์เรียกให้กลับรถเสียก่อน ก็เลยตามเลย อย่างน้อยๆ
ก็พอจะจับฟีลและพอเดาๆได้ว่า คงไม่ทิ้งจาก accord เท่าไหร่นัก และก็ไม่ยวบยาบเหมือนแคมรี่เท่าไหร่

และที่แปลกคือ เพื่อนผมที่เคยให้ผมลองขับแคมรี่ 2.4V ของเค้าได้มีโอกาสลองเทียน่าตัวนี้เหมือนกันกลับบอก
ว่า เทียน่ายวบยาบกว่าแคมรี่ของเค้าเสียอีก........อันนี้คงเป็นเรื่องของนานาจิตตังล่ะครับ แต่ผมรู้สึกอย่างที่พิมพ์
ไปนั่นแหละ

คิดในแง่คนนั่ง อาจจะชอบแคมรี่มากกว่า นั่งสบายแต่ไม่เกาะถนน
คิดในแง่คนขับ อาจจะชอบเทียน่ามากกว่า เพราะแลจะเกาะถนนได้ดีกว่า แม้จะกระเทือนไปนิดก็เหอะ

อีกเรื่องที่อยากจะพูดถึงคือ....เกียร์ CVT ของเทียน่า ทำได้ดีตามที่พี่แกโฆษณาจริงๆครับ คือเปลี่ยนเกียร์ไป
ตอนไหน(วะ) ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเล้ย แต่ระยะยาว ผมไม่รู้ครับ เหอๆ ไม่เคยมีประสบการ์ณกับเกียร์แบบนี้เท่าไหร่

การออกตัวคงต้องกะน้ำหนักเท้าดีๆหน่อย เพราะถ้าต้องการถนอมเกียร์ตัวนี้ เห็นว่าต้องค่อยๆออก แต่วันนี้ผม
กดไปนิดเดียวรถก็พุ่งแล้ว = ='

ที่อยากจะติที่สุดก็คือ ลำโพงที่ให้มานั้น เข้าข่ายเฮงซวยไม่สมกับราคารถเอาซะเล้ย..... ตัวผมเองก็ไม่ไ้้ด้หูทอง
อะไรมากนักหรอก แต่เีสียงมันแย่จริงๆครับ ผมว่าโตโยต้าเสียงห่วยแล้วนะ เทียน่าทำได้แ่ย่กว่านั้นอีกครับ เฮ้อ

เรื่องเบรค ทำได้ดีกว่าแคมรี่เห็นๆครับ เบรคแล้วหยุดได้ดีกว่าตามความรู้สึกของผมนะครับ ไม่ไหลไปข้างหน้า
จนต้องย้ำอีกทีเหมือนแคมรี่

ข้อแตกต่างที่ผมเห็นได้อีกอย่างนึงแบบชัดเจนเลยนะครับคือเกจ์วัดน้ำมันของทั้งสองตัวหลังจากการขับเทส
มา......แคมรี่ แทบไม่กระดิกครับ ออกไปเท่าไหร่ กลับมายังอยู่เท่านั้นแหละ แต่ของเทียน่ามีแอบลดลงไปนิด
นึงครับ ข้อสังเกตุนี้คงพอเห็นภาพว่า แคมรี่ถ้าขับในเมืองน่าจะประหยัดได้มากขึ้นอย่างที่พี่แกเค้าโม้ไว้น่ะแหละ
ครับ ส่วนเทียน่า ผมคิดแล้วแอบสยองนิดๆ ว่าถ้าผมเอามาขับในเมือง มันน่าจะเอาเรื่องเลยทีเดียว (ดีนะที่ตูจะ
ออกไปอยู่ ตจว.)

กลับมาที่ศูนย์ ผมก็ได้มีโอกาสเห็นอีกคันนึงที่เปลี่ยนระบบ DVD ใหม่ โดยศูนย์เค้านำเข้ามาเองครับ มีเนวิเกเตอร์
จอ กล้องถอย และ DVD player แบบครบครันเลยครับ ซึ่งเสียงดีขึ้นนิดๆ แต่ระบบการใช้งานยุ่งยากไปหน่อยนึง
ยังไงๆ เปลี่ยนลำโพงคงชัวร์ที่สุดแล้วครับ สำหรับเทียน่าใหม่ ถ้าไม่อยากหงุดหงิดกับเรื่องเสียงเพลง

กลับเข้ามาที่ศูนย์แล้วผมก็ได้คุยกับเซลส์เรื่องส่วนลดอะไรต่างๆนาๆ เบื้องต้นถือว่าได้ของแถมเยอะเหมือนกัน
ที่แน่ๆได้ประกันชั้น 1 + ฟิลม์ด้วย แค่นี้ก็โอเคสำหรับผมแล้ว อย่างน้อยๆลดไป สองสามหมื่นละ ถ้าจะจองจริงๆ
คงต่อรองอะไรเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

ร่ายมายาวแล้ว ผมขอสรุปตรงนี้เลยละกันครับ

ผมชอบแคมรี่ :

1. เครื่องเงียบดี ขับแล้วรู้สึกดีกว่าที่คิด
2. ช่วงล่างนิ่มๆเนิบๆ น่าจะขับทางไกลสบายๆ
3. ผมสามารถเปลี่ยน front ที่ผมต้องการได้ เนื่องจากผมมีของเดิมที่ดีอยู่แล้ว
4. รูปทรง ผมว่ามันดูดีเหมือนกัน เมื่อดูไปดูมาๆบ่อยๆ เออมันก็สวยดีนะ
5. ราคาขายต่อ ที่ไม่น่าจะตกมาก
6. option ที่มากับรถ ผมว่ารวมๆแล้ว ดูดีกว่าเทียน่าหน่อยๆ
7. ผมชอบพวงมาลัย multi-function ของแคมรี่มากกว่าของเทียน่า การกดใช้งาน
ทำได้ง่ายกว่า มีปรับแอร์ที่พวงมาลัยได้เลยด้วย
8. อัตราการกินน้ำมันน่าจะดีกว่าเทียน่า

ผมเกลียดแคมรี่ :

1. เนื้อที่ด้านท้าย หายไปเยอะมากถึงมากที่สุด(สำหรับผม)
2. เบาะรองนั่งที่สั้นไปนิด (คราวนี้รู้สึกจริงๆละ)
3. การที่ผมไม่สามารถย้ายเครื่องเสียงจากคันเก่ามาติดคันนี้ได้ เพราะเนื้อที่ด้านหลัง
หายไปเยอะ ยิ่งถ้าติดเข้าไปอีก ไม่อยากจะคิดว่าจะหายไปอีกเท่าไหร่
4. เบรค ที่เหมือนจะเบรคไม่ค่อยจะอยู่เท่าไหร่ (คคห.ส่วนตัวนะครับ)
5. ค่าบำรุงรักษาต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าจะแพงกว่ารถปรกติหรือไม่ และความไม่
แน่นอนของอายุแบตไฮบริด รวมไปถึงเรื่องแบต 12V ที่หาเปลี่ยนข้างนอก
ไม่ได้ด้วย

6. ไอ้การที่ kick down แล้วมันไม่พุ่งเหมือนอย่างที่คิดเนี่ย คิดในแง่เวลา
เราจะเร่งแซงบนนถนนสองเลนตามตจว. โดยมีระยะลุ้นเล็กๆเนี่ย ผมว่า
อันตรายครับ

ผมชอบเทียน่า :

1. รูปลักษณ์ภายนอก สวยงามมาก และไม่โหลดี(ในตอนนี้)
2. เบาะนั่งที่นั่งแล้วสบายมากเลยทีเดียว
3. เ้ครื่องยนต์ วิ่งดีกว่า ถ้าเทียบกับอีกตัวเลือก (แหงล่ะ V6 2.5นิ)
4. เบรคให้ความรู้สึกว่าเอาอยู่
5. option ที่ได้ ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่ แม้บางอย่าง คู่แข่งจะดีกว่า แต่ก็มีบางอย่างที่คู่แข่งไม่มี
6. ห้องโดยสารดูโปร่งสบายกว่า ทัศนวิัสัยก็ดูดีกว่า
7. พื้นที่ด้านท้ายที่มากกว่าคู่แข่งเห็นๆ
8. ผมสามารถย้่ายลำโพง แอมป์ และซับมาจากคันเก่าได้ โดยไม่ต้องขายทิ้ง
9. ของแถมดีกว่า 5555+ (แบบว่าโลภ)

ผมเกลียดเทียน่า

1. ลำโพงเดิมๆแย่มาก
2. สีภายในที่น่าจะสกปรกง่ายสุดๆ
3. ราคาตกแหลกราญแน่ๆ
4. พวงมาลัย multifunction ที่ดูกดยากๆหน่อยๆ อย่างน้อยๆผมก็ไม่ชินล่ะหนึ่งและ
ปรับยืดพวงมาลัยเข้าหาตัวไม่ได้
5. ความไม่มั่นใจในตัวแบรนด์และศูนย์บริการที่มี
6. front ที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้เหมือนๆกันกับ accord แต่ก็ัยังดีที่พอทำให้มันดู
DVD ได้ เพียงแต่ไม่ได้ front ที่ผมต้องการเท่านั้นเอง และ front ที่ทางศูนย์จะติด
ตั้งให้ function เรื่องการปรับเสียงยังเหมือนๆกับของเดิมๆติดรถเลยครับ ไม่ละเอียด
เท่าไหร่ ไม่ค่อยยืดหยุ่นอย่างแรง
7. เรื่องของเกียร์ ถ้าเสียแล้วต้องเปลี่ยนทั้งลูกในราคาเท่าๆกับแบตไฮบริด



ขอบคุณที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ครับ ไหนๆก็ไปลองมา ก็เลยเอาประสบการ์ณมาแชร์
เฉยๆ อาจจะร่ายยาวไปหน่อยนะครับ นี่คือทั้งหมดเท่าๆที่นึกได้แล้วครับผม

 ;D

ถึงนาทีนี้แล้ว ผมก็ยังปวดหัวอยู่เหมือนกัน รักพี่เสียดายน้องจริงๆ ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย
กันคนละแบบ ยังคงตัดสินใจไม่ได้ต่อไปครับ 555+
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 05, 2009, 18:10:33 โดย tadto »

ออฟไลน์ SUN-PS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 765
วิ่งทางไกลเป็นหลัก hybridไม่ได้ประโยชน์นี่ครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,603
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
OK ขอบคุณมากครับ

ผมเพียงแต่จะแวะมาบอกว่า
สิ่งที่ผมขับ และจับอาการทั้งหมด จากรถทุกรุ่น ที่เจอมา

บางเรื่อง เท่านั้นที่ผมจะคิดเห็นเหมือนคุณครับ

และบางเรื่อง ก็จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

เอาไว้รออ่านในรีวิว เทียนา กันดีกว่า

ทำเก็บไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน แม้จะโดนน้องๆแฟนๆเว็บที่นี่ เขาด่ามาหลายรอบแล้วก็ตาม แหะๆๆๆ

(อาจจะมี CLC200 Kom คั่นเวลากันอีกคันนึง เพื่อจะไม่ใ้ห้รอ แล้ว ไม่มีอะไรอ่าน)

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
OK ขอบคุณมากครับ

ผมเพียงแต่จะแวะมาบอกว่า
สิ่งที่ผมขับ และจับอาการทั้งหมด จากรถทุกรุ่น ที่เจอมา

บางเรื่อง เท่านั้นที่ผมจะคิดเห็นเหมือนคุณครับ

และบางเรื่อง ก็จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

เอาไว้รออ่านในรีวิว เทียนา กันดีกว่า

ทำเก็บไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน แม้จะโดนน้องๆแฟนๆเว็บที่นี่ เขาด่ามาหลายรอบแล้วก็ตาม แหะๆๆๆ

(อาจจะมี CLC200 Kom คั่นเวลากันอีกคันนึง เพื่อจะไม่ใ้ห้รอ แล้ว ไม่มีอะไรอ่าน)

ผมก็รออยู่ครับ ท่านจิมมี่

จะได้เอาไปไฟท์กับท่านพ่อได้ 555+

ท่านพ่อจะให้ออกแคมรี่ท่าเดียวเลย

ขอบคุณครับที่มาบอกกล่าวกัน ;)

ออฟไลน์ volvolover

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 805
  • mitsudriver
    • อีเมล์
2006 Toyota Soluna VIOS 1.5S Ivory
2011 Mitsubishi Lancer EX 1.8 GLS-Ltd.

ออฟไลน์ ?????????

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 221
  • When I photograh, I make love.
วิ่งทางไกลเป็นหลัก hybridไม่ได้ประโยชน์นี่ครับ


ทางไกล 18 โลลิตร จากมาตรวัดนะครับ

สิ่งที่ทำให้ซื้อ Teana ไม่ลง สำหรับผมคือ สีภายใน ครับ  ไม่งั้นผมซื้อไปนานแล้ว สีมันอ่อนเกินไป หากประมาณ Accord ยังพอไหว สีดำจะดีมาก

มีใครพอรู้ไหมครับว่า Teana ภายในสีดำ จะมีแผนผลิตไหมครับ
:) Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. :)

ออฟไลน์ choomodify

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,508
วิ่งทางไกลเป็นหลัก hybridไม่ได้ประโยชน์นี่ครับ


ทางไกล 18 โลลิตร จากมาตรวัดนะครับ

สิ่งที่ทำให้ซื้อ Teana ไม่ลง สำหรับผมคือ สีภายใน ครับ  ไม่งั้นผมซื้อไปนานแล้ว สีมันอ่อนเกินไป หากประมาณ Accord ยังพอไหว สีดำจะดีมาก

มีใครพอรู้ไหมครับว่า Teana ภายในสีดำ จะมีแผนผลิตไหมครับ
ภายในสีดำมีสำหรับรุ่น 350 และ 250 สำหรับในบางประเทศครับ  แต่ไทยแลนด์อดครับ อิอิ

ออฟไลน์ Nut_K

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,124
เบาะหลัง Camry นั่งนานๆเมื่อยจริงๆครับ

ส่วนตัวชอบเบาะของ Teana

ภายในของ Accord 3.5 Navi

ส่วนเครื่องยนต์ก็ต้อง Camry Hybrid

ถ้าเอามาผสมกันได้นี่สุดยอดเลย

ออฟไลน์ MoO Cnoe

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,351
    • อีเมล์
ภายในสีดำของเทียน่า
ผมว่าน่าจะมีนะครับ

เห็นแว้บๆว่าพี่ homy
เคยเขียนไว้
หรือไม่ก็อ่านมาจากที่ไหน
ซักที่แหละครับ
(อันนี้ไม่ชัวร์มากๆเลยนะครับ)

ขอบคุณสำหรับ
การเทสไดร์ฟครับ

แต่หลายๆอย่าง
ผมก็อดจะเถียงไม่ได้ว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น
5555

ออนไลน์ MyName

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,283
  • I'm............................
เหอๆๆๆ ขออนุญาตข้ามมาอ่านข้อดีข้อเสียเลยนะครับ หุหุหุ

เรื่องภายในสีดำ น่าจะมีครับ แต่อาจจะเป็นรุ่น 250XV ครับ 200XL คงไม่น่ามีในอนาคต
Current :
2016 - Mazda 2
2012 - Yamaha Mio 125
2011 - Honda Click-i
2008 - Mitsubishi Space Wagon !!User'Review Click here!!
1997 - Daihatsu Mira
Sold :
1993 - Nissan Sentra

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,682
ขอบคุณครับ เขียนดีครับ
แต่ผมไม่ใช่คนซื้อน่ะ ;)

ออฟไลน์ PREM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,862
เอ ผมว่า Teana ไม่กระด้างเลยนะครับ นิ่มโคตรๆ ไม่รู้ว่าคันที่คุณ tadto ไปลองเขาเติมลมยางมากไปรึเปล่า
เพราะครั้งแรกที่ผมไปลอง Teana ก็กระด้างมาก เสียงยางก็ดัง แต่ไปลองใหม่อีกที นุ่มขึ้นเยอะมากๆ เลยครับ

เรื่องจะมีภายในดำมั้ยผมไม่รู้ แต่มายืนยันว่าข้างในสีเบจของ Teana เลอะง่ายมากครับ ลงจากรถทีต้องระวังห้ามรองเท้าโดนอะไรเด็ดขาด
2009 Nissan Teana 200XL             2012 Honda CR-V 2.4 EL 2WD    
2014 Mazda CX-5 2.5 S                2016 Volvo XC60 D4
2020 Volvo V60 T8 Inscription

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293

แต่หลายๆอย่าง
ผมก็อดจะเถียงไม่ได้ว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น
5555

เถียงเถอะครับ เผื่อมีอะไรที่ผมเองลืมคิดไปบ้าง
จริงๆแล้วทั้งหมดที่เขียนนี่เอาคคห.ของตัวเองเป็นหลักเลยครับ

และเวลาที่ลอง เอาจริงๆแล้วก็สั้นมากๆ ไม่ได้ลองแบบเต็มเหนี่ยวเท่าไหร่
กลัวเซลส์จะช็อคซะก่อน เพราะผมเคยลอง accord ให้แฟนที่นึง เซลส์งี้
นั่งเกร็งเชียว 555+ มันก็ไม่ได้เร็วมากหรอกครับ แค่ลองมุดนิดๆหน่อยๆ
พร้อมลองอารมณ์ตอน kickdown

เอ ผมว่า Teana ไม่กระด้างเลยนะครับ นิ่มโคตรๆ ไม่รู้ว่าคันที่คุณ tadto ไปลองเขาเติมลมยางมากไปรึเปล่า
เพราะครั้งแรกที่ผมไปลอง Teana ก็กระด้างมาก เสียงยางก็ดัง แต่ไปลองใหม่อีกที นุ่มขึ้นเยอะมากๆ เลยครับ

เรื่องจะมีภายในดำมั้ยผมไม่รู้ แต่มายืนยันว่าข้างในสีเบจของ Teana เลอะง่ายมากครับ ลงจากรถทีต้องระวังห้ามรองเท้าโดนอะไรเด็ดขาด

ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะครับ แต่สังเกตุยางเป็นของมิชลิน เรื่องลมยางแน่นอาจเป็นไปได้ครับ รถยังใหม่มากๆเลย
วิ่งไปไม่กี่ร้อยโลเองครับ

ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ (แม้จะข้ามไปอ่านข้อดีข้อเสียเลยก็เหอะ 555+)

ผมเองก็อยากฟังความคิดเห็นคนอื่นด้วยว่าคิดกันยังไง เนื่องจากผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้
มันดีกันคนละแบบ ตอนแรกผมเองก็ต่อต้านไฮบริดมาก แต่ลองเข้าจริงๆก็ชักจะชอบแฮะ

:p


ออฟไลน์ P_Wut

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 866
  • My Sporty Innova
    • อีเมล์
มาแจมครับ
ผมเองก็ได้ทดลองขับ Teana 250XV ตัวท็อป ไปสัก 2-3 อาทิตย์ก่อน

แล้วก็ได้ขับ Camry Hybrid ไปรอบเดียว แบบไม่ได้ลองเหยียบอะไรเท่าไหร่

แต่เท่าที่จำได้ สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง 2 คันนี้นะครับ

1. การเก็บเสียง ผมว่า Teana ดีกว่านิดหน่อย
ที่ได้ยินชัดหู กรณีของ Teana จะมีแต่เสียงเครื่อง ตอนเร่งแซงครับ (Kick down)
เพราะ เครื่องมันจะเร่งไปถึง 6000 RPM แล้วเกียร์ XCVT จะแปรผันอัตราทดให้ได้อัตราเร่งที่ดีที่สุด
เสียงเครื่อง มันก็เลยดัง  แต่เสียงลมผ่านหลังคา กระจกข้าง ประตู แล้วก็เสียงยาง/ใต้ท้อง ผมว่าเงียบกว่า Camry นะ

กรณี Camry เท่าที่จำได้ ขนาดไม่ได้ Kick down วิ่งที่ราวๆ 100-120 ได้ยินเสียงลมผ่านเสาหน้า-ประตูข้าง มากกว่าครับ

2. ช่วงล่าง
ผมคิดว่า Teana นุ่มพอๆ กับ Camry ครับ แต่...หนึบกว่า Camry พอรู้สึกได้
ตอนผมทดลองขับ ไม่มีความรู้สึกว่า มันกระด้างเลยครับ แต่ว่า เส้นทางที่ผมขับ เป็นถนนลาดยางล้วนๆ เลยนะ ไม่มีคอนกรีต
ก็เลยอาจยังไม่รู้สึกถึงความกระด้างก็ได้ครับ

ส่วน Camry ถ้าเจอถนนเป็นลอนแบบต่อเนื่องสัก 2-3 ลอนขึ้นไป ตัวรถมันจะโยกเยกๆ มากกว่า Teana พอเห็นความแตกต่างได้ครับ
(ทั้ง 2 คัน ผมขับบนถนนเส้นเดียวกันเลย เพราะบังเอิญทั้ง 2 ศูนย์ อยู่สายนอกทั้งคู่)

3. เก้าอี้/เบาะนั่ง
แถว 2 Teana สบายโคตรๆ  ผมนั่งแล้ว ความรู้สึกเหมือนนั่งโซฟา ตัวละหลายหมื่นน่ะ
ส่วนเบาะคนขับ ก็สบายเหมือนกัน แต่รู้สึกว่า ตรงกลางหลัง มันจะดุนเยอะไปนิดนึง แต่ตรงนี้ อาจแค่ปรับความเคยชินก็ได้ครับ
ส่วน Camry ทั้งเบาะหน้า และเบาะหลัง  พูดง่ายๆ ว่า นั่งแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่า นั่งเก้าอี้ของรถราคา 1.6 ล้าน เลยครับ หุ หุ

4. อีกอันนึงที่คิดเหมือนคุณ คือ Camry Hybrid ระหว่างวิ่งไปนั้น
จับแทบไม่ได้ว่า ตอนนั้น มอเตอร์ขับล้อ / เครื่องยนต์เดิน / ทั้ง 2 อย่างช่วยกัน
ถ้าไม่ชายตามามองตรงจอนี่ จะไม่รู้เลยครับ

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
คุณ P_wut อยู่ระยองเหรอครับ อนาคตผมจะย้ายไปอยู่ที่นั่นเหมือนกัน แฮ่ๆ

อยู่ตรงแกลงน่ะครับ ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันนะครับ

ตอนนี้บอกตรงๆว่าสองจิตสองใจมากๆเลย รักพี่เสียดายน้องจริงๆ เฮ้อ

ใครมีอะไรจะเสนอแนะเพิ่มเติมก็ยินดีนะครับ เพราะผมเองก็เอาแค่จากความรู้สึกส่วนตัว
ล้วนๆ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นคิดแบบไหนกัน

ออฟไลน์ SUN-PS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 765
กลับไปลองอีกรอบสิครับ
ของผมลอง2รอบทั้ง3ยี่ห้อเลยครับ
มันมีข้อดี ข้อเสียทุกยี่ห้อ เลือกอันที่เหมาะกับเราที่สุดล่ะครับ

ปล.ตอนนี้ผมเหนื่อยกับคำถาม ทำไมไม่ซื้อแคมรี ซื้อเทียน่าทำไม ทุกครั้งที่คนเห็นรถผม
หลังๆอธิบายบ่อยๆมันเหนื่อย เลยตอบสั้นๆว่า "กรูชอบ" อิ อิ

ออฟไลน์ ?????????

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 221
  • When I photograh, I make love.
สิ่งที่หลายคนลืมไป ตอนไป test Drive คือ วัดลมยาง ติดเกจ์ไปด้วยครับ รถหลายคัน ลมยางมาจากโรงงานสูงมาก 0 ก็ไม่เคยเช็คอีก อย่างน้อยผมเจอกับ BMW X3 และ Fortuner มาแล้ว

จขกท. ลองเช็คลมยางหรือเปล่าครับ

Camry HV ที่ผมลองมา ลมยาง 31 PSI ซึ่งผมว่าใช้ได้แล้ว
:) Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. :)

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
ไม่ได้วัดอ่ะครับ 555+

ไอ้ผมก็ไม่ได้คิดถึงตรงนี้เท่าไหร่ ละเอียดไม่พอแฮะ  :D

คือรวมๆตอนนี้ผมก็ชอบทั้งสองคันแหละครับ มันได้คนละแบบ
ดีกันคนละอย่าง ตอบโจทย์ได้คันละอย่างเลย ผมเลยมึนๆอยู่

ค่อยๆคิดไป ศึกษาเพิ่มอีกหน่อย ดีกว่า แต่ภายในวีคสองวีคนี้
ผมคงจองแล้วแหละครับ

ขอบคุณทุกๆ คคห. ครับ

ออฟไลน์ ?????????

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 221
  • When I photograh, I make love.
เมื่อซักครู่เพิ่งไปลอง ไฮบริด รอบที่ 3 เป็นคันที่ลองครั้งแรก

วิ่ง 110 แล้วดูอัตรากินน้ำมันจากมาตรวัด average ได้ 15.x โลลิตร แปลกใจว่าทำไมต่างจากคันที่สองที่ลองขับ ในเงื่อนไขเดียวกัน (คันนั้นได้ 18 กว่า) สภาพถนนเส้นเดียวกัน ลองไปถนนขาไปและกลับก็เหมือนเดิม

และมีประเด็นใหม่คือ ภรรยาผมพบว่า ที่นั่งเบาะหลังด้านริมเบาะตรงหัวไหล่ด้านนอกทั้ง 2 ฝั่งได้รับความร้อนจากแบตท้ายรถแบบรู้สึกได้ เวลาผมขับไป เธอรู้สึกร้อนเลย พอรถจอด ผมลงมาจับเบาะบรเวณดังกล่าวดูก็พบว่ามันร้อนกว่าส่วนอื่นของเบาะจริงๆ

หมอนรองหัวด้านท้ายที่ติดกับช่องระบายความร้อนแบตก็ร้อนแต่จุดนี้คงไม่มีผลต่อการใช้งาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 06, 2009, 14:00:12 โดย เซมากูเตะ »
:) Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. :)

ออฟไลน์ walle

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
    • อีเมล์
Re: เปรียบเทียบกันจะๆ ไปลอง Camry 2.4 hybrid กับ Teana 2.5 ห่างกั$
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 13:34:26 »
มาแชร์ประสบการณ์บ้างค่ะ  เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาก็เพิ่งไปลองcamry hybridมาเช่นกัน  ลงจากรถเทียน่าของตัวเอง ก็เข้าไปนั่งในคัมรี่ทันที

ต้องออกตัวก่อนว่า นี่เป็นมุมมองของคนที่นั่งข้างหลัง ไม่ใช่คนขับ

เข้าไปในรถ นั่งข้างหลัง ความรู้สึกคือแคบ ที่นั่งหลังถูกดันให้หดสั้นกว่าคัมรี่ตัวธรรมดาซะอีก วัสดุ อย่างหนังที่เอามาทำเบาะ หรือแม้แต่การเย็บ สู้เทียน่าไม่ได้เลย

แต่เสียงเครื่องเงียบจริงๆแหละ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานหรือเครื่องยนตร์ทำงาน ก็ไม่ได้ดังอะไรมากมาย

การเปลี่ยนเกียร์ก็นุ่มนวลไม่มีสะดุด คล้ายเทียน่า

เวลารถวิ่งไป รู้สึกตื่นเต้นดี เพราะมีกระเทือนเป็นระยะๆ เนื่องจากวิ่งบนถนนคอนกรีต  เปรียบเทียบแล้วเทียน่านุ่ม นิ่ง แน่น กว่ามาก ถนนเส้นเดียวกันแทบไม่กระเทือนเลยจนแทบอยากหลับ

ตอนที่รถวิ่งขึ้นเนิน ไม่มีอืดเลย แรงส่งดีมาก

วิ่งไปด้วยความเร็วระดับหนึ่ง เริ่มออกอาการส่าย ถามคุณแฟนที่เป็นคนขับว่าตอนนี้ความเร็วเท่าไหร่ คุณแฟนบอก120

ในขณะที่เทียน่าที่นั่งมาก่อน วิ่งไป140ยังนิ่ง ไม่มีส่ายเลย

โดยสรุป สำหรับตัวเอง ถึงแม้คัมรี่ไฮบริดจะเปิดตัวเร็วกว่านี้อีกนิด ก็ยังจะเลือกเทียน่าเหมือนเดิม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 06, 2009, 13:47:20 โดย walle »

ออฟไลน์ tadto

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
ขอบคุณที่เอามาบอกกันนะครับ

สำหรับคนนี้ส่วนใหญ่คงนั่งแค่สองคนแหละครับ คือผมกับแฟน
อาจจะมีพ่อแม่นั่งบ้างนานๆครั้งเท่านั้นเอง

แต่ถ้าเกิดมีลูกขึ้นมา คุณแฟนคงต้องระเห็จไปอยู่เบาะหลังแหละครับ

ผมก็ยังคงสองจิตสองใจ และแอบสงสัยในจุดที่คุณเซมากุเตะบอกเหมือน
กัน พอดีมะวานไม่ได้สังเกตุว่า เบาะหลังจะร้อนหรือเปล่าเนื่องจากตำแหน่ง
แบต ใกล้กับเบาะมากเลยครับ.....

ถอย 2.4G ดีกว่ามั้ง จบเรื่อง 555+

ออฟไลน์ PREM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,862
ปล.ตอนนี้ผมเหนื่อยกับคำถาม ทำไมไม่ซื้อแคมรี ซื้อเทียน่าทำไม ทุกครั้งที่คนเห็นรถผม
หลังๆอธิบายบ่อยๆมันเหนื่อย เลยตอบสั้นๆว่า "กรูชอบ" อิ อิ
ผมก็เจอเหมือนกัน ทั้งเพื่อน ทั้งญาติๆ ถามว่าทำไมไม่เอา Camry ล่ะ
อธิบายจนขี้เกียจแล้วเหมือนกัน
2009 Nissan Teana 200XL             2012 Honda CR-V 2.4 EL 2WD    
2014 Mazda CX-5 2.5 S                2016 Volvo XC60 D4
2020 Volvo V60 T8 Inscription

ออฟไลน์ JIRATH

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,782
    • อีเมล์
อ่านแล้วเหมือนได้ขับเอง ฮ่าๆ
2008 Mazda CX-9 (SOLD)
2008 BMW X5 3.0si E70 (SOLD)
2010 Volkswagen CC R-Line (SOLD)
2014 Subaru BRZ Limited (SOLD)
2016 Subaru STi (SOLD)
2016 Honda Accord Sport
2016 BMW 328d F31 Xdrive
2015 Lexus CT200h F-Sport
2006 BMW 330i E90 6M/T

ออฟไลน์ moo36

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 178
มาขอแจมด้วยหน่อยครับ วันนี้เพิ่งไปลองเจ้าไฮบริดมาเหมือนกัน  ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับหลายๆท่านที่คอมเมนท์มาครับ ........

ที่จริงเตรึยมกะตังค์จะไปจองแล้วนะเนี่ย  แต่จุดที่ทำให้ผมลังเลเป็นเรื่องวัสดุภายใน และงานประกอบบางจุด ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมุดเข้ามุดออกแคมรี่ละเอียดขนาดนี้ เห็นผาดๆตลอด  พอกะว่าจะจ่ายตังค์ เลยดูละเอียด แล้วก็ให้รู้สึกว่าวัสดุภายในดูด้อยไปหน่อยครับ สำหรับรถระดับนี้  ..... เรื่องเบาะร้อนผมรู้สึกได้เหมือนกันครับ อันนี้มาช่วยคอมเฟิร์ม 

ตอนนี้เก็บตังค์เข้าเป๋าไว้ก่อน เริ่มออกอาการลังเล ..... อีกใจก็ยังรู้สึกครับว่า ซื้อไฮบริดมันก็ โค ตะ ระ คุ้ม เพราะได้ประโยชน์ทางภาษีเยอะ

ต้องกลับไปนั่งคิดอีกสองสามตลบ

อ้อ อีกเรื่องคือ รอรถไม่นานอย่างที่เซลล์ขู่ไว้ตอนแรกแฮะ  นี่ถ้าวันนี้จอง อาทิตย์หน้าได้รถเลย .......... เร็วปานนั้น  ;D
2017 Honda Civic Turbo RS
2016 Volvo XC90 T8
2015 Volvo XC60 D4
2009 Toyota Estima Hybrid
1993 Bmw E36