ผู้เขียน หัวข้อ: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "  (อ่าน 14255 ครั้ง)

ออฟไลน์ deelifes

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
รบกวนขอความเห็นหน่อยค่ะคือว่า  ไปจอง city ไว้ตัังแต่เดือนธค.ปีที่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่า ได้คืนภาษี 1 แสน กำหนดรับรถประมาณเดือนพค.-มิย.นี้   แต่เมื่อเดือนที่แล้วเห็น Cruze สีขาว สวยมากเห็นแล้วแบบว่าหลงรักเลย ก็เลยไปจองเป็นตัว 1.8 lt  (แพงกว่า city  อีก 2แสน ถ้าได้คืนภาษีอีก 1 แสนก็จะแพงขึ้นเป็น 3 แสน)


1. City (จ่ายสด 7แสน) ไม่ต้องเป็นหนี้ จ่ายค่าน้ำมันอย่างเดียวและค่าบำรุงรักษา  (ไม่ชอบ ไม่สวย แต่เหตุผลที่ไปจองเพราะจำเป็นใช้รถและได้คืนภาษีแค่นั้น)

2. Cruze (9 แสน ต้องเข้าไฟแนนท์ผ่อนเพิ่มอีก 2 แสน เลือกไว้ผ่อน 5 ปี) เป็นหนี้ 5 ปี + จ่ายค่าน้ำมัน + ค่าบำรุงรักษา แต่ชอบมากเพราะสวย ภายในกว้างและดูหรูกว่า  



ปล. เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว




ตอนนี้สับสนมากเลยค่ะ  สรุปแล้วไม่รู้ว่าจะเลือกไรดีระหว่างเลือก "รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้" กับเลือก "รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้"




ออฟไลน์ HIGHSEA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 639
รายรับคือคำตอบครับ ว่าครอบคลุมและควบคุมรายจ่ายพอรึเปล่า

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,683
  • Nine & Knight
ถ้าผมเป็นคุณผมจะเลือกเป็นหนี้ครับเพราะจริงๆแล้วเป็นไม่มากนักเพียงแค่ 2 แสนแต่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก เอ้ยคันที่เรารักไปนานแสนนาน แต่ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ก็เก็บตังเพิ่มเอาสิครับเอาเงินที่มีอยู่ไปลงทุนหรือฝากธนาคารแบบประจำก็ได้พอครบก็จัดได้เลย แต่ถ้าผ่อน 5 ปี ก็ไม่เกิน 4 พันต่อเดือนแต่เค้าจะให้ผ่อนเหรอ ยอดน้อยมากเลย

ไม่รู้จะคล้ายของผมเปล่าอยากได้รถใหม่ป้ายแดงเพราะเรื่องเงินคืนภาษีนี่แหละ ตอนนี้ยังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้คันเก่าต่อไปไม่เป็นหนี้หรือเอาคันใหม่แต่ต้องเป็นหนี้ไปอีก 5 ปีแต่แนวโน้มน่าจะใช้คันเก่าแต่สบายกระเป๋ากว่า เฮ้อ เลือกยากจังดีที่รับรถตอนตุลามีเวลาคิดอีกเยอะ
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,856
  • Let the SKYFALL
ต่างกันไม่มากครับ
จัดครูสดีกว่า
ผ่อนเพิ่ม 2 แสนคงไม่เป็นปัญหาใช่ไหมครับ
เดี๋ยวจัดซิตี้มา จะกินแหนงภายหลังเปล่าๆ
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ MystogaN

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,477
City คุ้มค่ากว่าทั้งตอนซื้อและตอนขายครับ ;D

ออฟไลน์ O_o"

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,738
ถ้า  เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว

กว่าจะเก็บเงินได้ขนาดนี้ แล้วซื้อรถคงเก็บเงินปีหลายพอสมควร เป็นผมจะเลือก

ข้อ 1 ครับ ได้คือภาษีรถคันแรกด้วยไม่มาเหนื่อยมาผ่อนรถอีก4-5 ปี เอาเงินที่ผ่อนรถนั้นไปเป็นทุนไว้ทำอะไรสักอย่างครับ ในอนาคต ดีกว่าครับ

จะเอาไว้เป็นทุน ติด LPG NGV ก็ได้ครับ

สภาพ เศรษฐกิจอีก 3-4 ปี แบบนี้อย่าพยามสร้างหนี้ดีกว่าครับ ถ้าตัวคนเดียวนะครับ ไม่ได้มีแฟน ไม่ได้มีใครมาช่วยเสริมรายได้

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,170
ปกติ ความไม่เป็นหนี้ ก็เป็นอะไรที่ดีอยู่แล้ว

ยิ่งมาเจอเคสนี้ เอาซิตี้ดีกว่าครับ

- ลดภาษี 1 แสน
- ส่วนต่างของราคา 2 แสน + ดอกเบี้ยอีกหลายหมื่น น่าคิดอยู่เหมือนกัน เติมน้ำมัน+เข้าศูนย์+ต่อประกันได้หลายปี
- คุณคิดว่าคันนี้จะเป็นรถคันสุดท้ายเหรอ
เลือกคันที่เจ็บตัวน้อย มีเวลาตั้งตัว สร้างตัว รถที่ชอบ รถที่ใช่ ไม่ไกลเกินฝันครับถ้า
- สมรรถนะ ผมเชื่อว่าคุณคงรีดสมรรถนะออกมาไม่หมดหรอก
ซิตี้ก็เพียงพอแล้วกับการขับในชีวิตประจำวัน ประหยัดกว่า ซ่อมบำรุงถูกกว่า

ผมมองความคุ้มค่าเป็นหลักครับ คนอื่นอาจะมีแนวคิดไม่เหมือนกัน แล้วแต่มุมมอง ผมแค่เสนอ 1 ทางเลือกนะครับ

ออฟไลน์ Korn Coconut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
เป็นคำถามที่โดนใจจริงๆครับ  ผมออก Mz2 สดมา ปีที่แล้ว แต่มาเห็น New camry อยากเป็นหนี้ขึ้นมาทันที  ;D

ขอเสริมว่านอกจากรายได้แล้ว " สุขภาพ " ต่อจากนี้ไปอีก 5 ปี คุณยังจะแข็งแรง สามารถหาเงินมาส่งค่างวดได้ทุกเดือนหรือเปล่าด้วยครับ

อย่างผม มีรายได้ 80000 ต่อเดือน +/- ผ่อนบ้านเดือนละ 25000 ถ้าจะเป็นหนี้ผ่อนรถก็อย่างน้อยๆอีก 15000

ตอนนีี้ผมเพิ่งเข้ารับการผ่าตัด ต้องพักฟื้น 2 Wks รายได้หดหายอย่างน้อยๆ ครึ่งหนึ่ง ไม่มีเงินเก็บถ้าเงินเก็บไปดาวน์ Camry หมด (สมมุติ)

ตอนนี้เลยพับโครงการไปก่อน รอหายเปื่อยค่อยว่ากัน ;)

ถ้ามีรายได้สูงพอ สุขภาพดีไม่มีลาป่วย จัด Cruze ไปเลยครับ






ออฟไลน์ Despinaauto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 557
    • อีเมล์
    ผมเลือก city ผมว่าสวยดี  ได้ยี่ห้อและศูนย์ที่ดีกว่าครับ

    แต่แปลกใจมีเงินเก็บตั้ง 7 แสน น่าจะสามารถผ่อนอีก 2 แสนได้สบายๆนะครับ

    อ้อ ... ถึงคุณ korn ไม่ได้ทำประกันชดเชยรายวันไว้เหรอครับ ยามป่วย แนะนำทำไว้ก็ดีครับ ผมเคยทำไว้ได้วันละหนึ่งหมื่นบาท ยามที่ต้องนอน ร.พ. แต่เป็นเบี้ยทิ้งครับ

    ทำมาเกือบสิบปี ไม่ได้เบิกเลย เลยเลิกทำไปปีหนึ่งแล้ว กำลังจะกลับมาทำใหม่ กลัวแบบคุร korn ครับ

ออฟไลน์ alove

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 57
เป็นผม ผมเลือกเอาที่ตัวเองชอบครับ ผมว่าผ่อนอีก สองแสนคงไม่ใช่ปัญหาอะไรมั่งครับ ได้สิ่งที่ตัวเองชอบ  ;D

ออฟไลน์ Korn Coconut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
ขอบคุณครับ ไม่เคยได้ลองทำเลยครับ  จะลองศึกษาดูครับ :D

ออฟไลน์ udis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,653
รถปกป้องชีวิตผมมาสองคันล่ะครับ และผมก็เลือกรถที่ผมชอบมากกว่าครับ
 ;) ;) ;)

ออฟไลน์ beebird

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,058
    • อีเมล์
ปล. เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว

ตอนนี้สับสนมากเลยค่ะ  สรุปแล้วไม่รู้ว่าจะเลือกไรดีระหว่างเลือก "รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้" กับเลือก "รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้"


ขอถามต่อครับ ใช้รถทุกวันไหมครับ วันๆนึงอยู่บนรถกี่ชม วิ่งกี่กิโลครับ ..... ถ้าขับทุกวัน ผมขอเลือกข้อ 2. เพราะเดี๋ยวมันจะเข้าข่าย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ขับ City ป้ายแดงอยู่แต่ไหงใจเราไปอยู่ที่ ครูส คันข้างหน้าล่ะเนี่ย ต้องใช้คันนี้ไปตลอดชีวิตเหรอ โอ้วไม่นะ .... ท้ายที่สุด ขาย City ขาดทุน 2 ต่อ

เอาที่ชอบเถอะครับ เก็บมา 5 แสนแล้ว เชื่อว่าผ่อน 2 แสน คงไม่ลำบากเกินไปนัก ถ้าเราพยายามครับ

ออฟไลน์ Noctis Lucis Caelum

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 419
  • Life is beautiful and short.
ถ้าคิดว่าเป็นคันสุดท้ายจริงๆ ผมเลือกข้อ2 ครับ

จัดไฟแนนซ์ 200000 5ปี ไม่มากนักหรอกครับ

แต่...ได้ไปลองขับหรือยังครับ ???
นั่นคือร่างกายของคุณ ใช้มันให้คุ้ม ใช้ให้พอใจ ...จนกว่าคุณจะต้อง "เสียมันไป"

PLEASE DON'T CALL ME ARROGANT BUT I THINK I'M A SPECIAL ONE

ออฟไลน์ BlueMan69

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 602
ถ้าเลือก city ตอนนี้คุณต้องหาทางซื้อใบจองต่อเท่านั้น จองใหม่ไม่ทันได้ภาษีคืนแน่นอน

แต่ถึงอย่างนั้นผมต้องบอก city เหมาะสำหรับคนงบจำกัดมากนะครับ. ค่าบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดน้ำมัน คุณภาพดี

คนไทยมักง่ายชอบเป็นหนี้เห็นว่าไม่เท่าไหร่ก็ทำกันไป. สำหรับผมมันมีผลมากไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้เท่าไหร่ก็ตาม มันเป็นผลทางจิตวิทยามาก ๆ ถ้าวันนี้คุณคิดจะสร้างหนี้ครั้งแรก รับรอง ยาวครับ ตามมาอีกเพียบ

พูดจากคนที่เห็นพี่ชายมีหนี้บัตรเครดิต เต็มไปหมด โดนส่งฟ้องศาลมาหลายรอบแล้ว.

มันก็เริ่มจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ นี่แหละครับ

นอกจากการมีรถที่ใช่แล้วการมีชีวิตอย่าง ภาคภูมิ ผมว่ามันสำคัญกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 30, 2012, 22:35:26 โดย BlueMan69 »

ออฟไลน์ KLANG MR-S

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 381
แน่ใจได้ยังไงครับว่าจะเป็นรถคันเดียวและคันสุดท้ายที่จะซื้อ

เดาว่า จขกท อายุไม่น่าจะมากนักนะครับ (เพราะถ้ามากขนาดรุ่นแม่ผมคงไม่เล่น Internet)

ยังมีเวลาอีกนานครับ ใครจะไปรู้ว่าทำงานไปเรื่อย ๆ อาจเจอช่องทางใหม่ ๆ มีเงินเพิ่มขึ้น

ตอนนั้นรถที่ชอบและสามารถซื้อได้อาจเปลี่ยนจากครูซเป็น BMW Series 3 ก็ได้

อีกอย่างเวลาอยากเปลี่ยนรถ ขายรถเก่าก็ได้เงินก้อนอยู่นะครับ มันไม่ได้หายไปไหนหมด

ที่สำคัญสำหรับผม เสียดายมากครับกับเงินแสนนึงที่ได้คืนภาษี ถ้ารวมกับเงินสองแสนที่แพงขึ้น

กับค่าดอกเบี้ย ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันที่แพงขึ้นอีก น่าจะไม่น้อยอยู่

แต่ถ้ามั่นใจว่าเงินเหล่านี้คุ้มกับการได้ครอบครองเจ้าครูซก็จัดเลยครับ ;D ;D

ออฟไลน์ simcity

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
ขึ้นอยู่กับรายรับในแต่ละเดือนครับ

ถ้าต้องผ่อนแล้วรู้สึกตึง

ผมยอมขับ City และ ไม่เป็นหนี้ครับ

รถก็แค่ยานพาหนะ สิ่งของนอกกาย

อย่าให้กิเลสมาครอบงำเราให้มากครับ

สำหรับผม ขอรถอะไรก็ได้  มีแอร์เย็น มีวิทยุ

ถ้าเราขับอย่างปลอดภัย ก็พาเราถึงที่หมายได้เหมือนกัน

ผมขอเอาตัวเอง สบายไว้ก่อน ไม่ต้องมีภาระผ่อน

เป็นหนี้ 5 ปี ไม่สนุกนะครับ  ถึงแม้ยอดจะเดือนละ 4 พัน

แต่เงินเข้ามาเท่าไหร่ หายไป 4 พันทุกเดือน




ออฟไลน์ Johnpang

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
    • อีเมล์
ต้องดูว่า ความอยากได้ความชอบในตัวรถ (กิเลส)
กับ       ความไม่อยากเป็นหนี้ (สติ)
มีอันไหนมากกว่ากันครับ

*ในกรณีนี้ การมีกิเลสมากกว่า ก็ไม่ใช่สิ่งผิด ถ้าคุณมั่นใจว่าจะไม่เกิดทุกข์

เพราะสำหรับผมกิเลสก็ชนะออกบ่อยไป

แต่สุดท้ายจากใจ. อยากให้คุณตัดสินใจอย่างมี สติ

โชคดีครับ

ออฟไลน์ F&O

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,776
  • เส้นขอบฟ้า
อยู่กับสิ่งที่เรารักกับสิ่งที่เราเป็นมีความสุขครับ ผมว่าส่วนต่าง2แสนไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมว่าคุ้มนะแลกกับรถที่เราชอบ
เพราะเราต้องใช้มันไปอีกหลายปี ถ้าการเป็นหนี้2แสนมันไม่ได้ทำให้คุณเดือดร้อนมากมายผมว่าก็โอเคนะครับ

ออฟไลน์ redsun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,026
อันนี้มันแล้วแต่ความพอใจครับ แต่ละคนคิดไม่เหมือนกันและมีไม่เท่ากันครับ
บางคนมีความสุข จากการได้ใช้รถที่ตนเองชอบ แม้จะเป็นหนี้เพิ่มจำนวนหนึ่ง(หนี้ต้องไม่โอเวอร์)
บางคนมีความสุข จากการได้ใช้ประโยชน์จากรถได้คุ้มค่าที่สุด
บางคนมีความสุข จากการความสบายใจในการใช้รถ +บริการหลังการขาย +ราคาขายต่อ
ีฯลฯ

ชีวิตประจำวันของเราใช้รถทำอะไร และเราต้องการอะไรจากรถบ้าง
เราก็เลือกรถที่ตอบโจทย์เราได้สัก 80% ขึ้นไป
(ชีวิตช่วงนั้นของเราก็น่าจะใกล้เคียงที่คาดไว้ล่ะครับ ถึงจะพลาดก็ยังอยู่ในขอบเขตโอเคล่ะครับ)
l
l
l
(หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องหลังการขายล้วนๆครับ)


ความคิดส่วนตัวสุดๆ :
ถ้าคิดว่าเป็นคันแรก และคันสุดท้าย
ถ้าเป็นผมๆเลือก CITY แน่นอนครับ
ยิ่งใช้นานขึ้นๆ CITY (ที่ได้ส่วนลด)จะยิ่งทวีความคุ้มค่า (เมื่อเทียบกับ CRUZE)
CITY สมรรถนะโอเค ความปลอดภัยใช้ได้ ความเอนกประสงค์โอเค ความประหยัดก็โอเค
การซ่อมบำรุงรักษาระยะยาวโอเคกว่าแน่ๆ

ปล.
จากการไม่เป็นหนี้(เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสน)และค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
ทำให้เรามีเงินเก็บออมเงินเริ่มแรกและเพิ่มขึ้นที่มากกว่า
เอาไปคิด เอาไปทำ เอาไปลงทุนได้ดีกว่า อิสระกว่า ถนัดกว่า
สุดท้ายได้ผลตอบแทนประสบการณ์และการเงินคุ้มค่ามากกว่า

หรือหากอยากเปลี่ยนใจซื้อรถใหม่ในอนาคต ก็ยังไม่สาย
CITY เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายและดีกว่าด้วยเช่นกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2012, 01:09:59 โดย redsun »

ออฟไลน์ patzahut

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,091
เอาที่ชอบครับ  แต่ City มันสู้ไม่ได้เลยเหรอเนี่ย!!

ออฟไลน์ apiwattu67

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 514
จัด Cruze ไปเลยครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง

ออฟไลน์ MoO Cnoe

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,375
    • อีเมล์
ใน Case นี้เป็นผมเลือก City นะ
ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวันๆ
น้ำมันก็ขึ้นเอาขึ้นเอา

ยังไม่รวมถึงค่าบำรุงรักษา เช่นถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์
ไหนจะค่าน้ำมันรถเอย ( Cruze กินน้ำมันมากกว่า City)
ค่าประกันชั้น 1 (แน่นอนว่า Cruze ต้องแพงกว่า City)
ค่าพรบ.ที่ต้องต่อทุกปี เป็นต้น รถคันไหนแพงกว่า ค่าใช้จ่าย
หลังซื้อรถ ก็ต้องย่อมแพงกว่าแน่นอน
(ประเด็นหลังซื้อรถแล้ว คุณอาจจะลืมนึกไป ว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา)

ไม่ต้องผ่อน แล้วเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า
เช่น ซื้อของที่เราชอบ Shopping
หรือจะเก็บออมไว้ก็ไม่เสียหาย

ออฟไลน์ pladaek

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,674
  • FF1.5SMG
ไม่ได้ขับรถเพื่อทำเวลาที่ดีที่สุด.. แต่ขับรถเพื่อเจอช่วงเวลาที่ดีที่สุด..

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087

แต่ถึงอย่างนั้นผมต้องบอก city เหมาะสำหรับคนงบจำกัดมากนะครับ. ค่าบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดน้ำมัน คุณภาพดี

คนไทยมักง่ายชอบเป็นหนี้เห็นว่าไม่เท่าไหร่ก็ทำกันไป. สำหรับผมมันมีผลมากไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้เท่าไหร่ก็ตาม มันเป็นผลทางจิตวิทยามาก ๆ ถ้าวันนี้คุณคิดจะสร้างหนี้ครั้งแรก รับรอง ยาวครับ ตามมาอีกเพียบ

พูดจากคนที่เห็นพี่ชายมีหนี้บัตรเครดิต เต็มไปหมด โดนส่งฟ้องศาลมาหลายรอบแล้ว.

มันก็เริ่มจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ นี่แหละครับ

นอกจากการมีรถที่ใช่แล้วการมีชีวิตอย่าง ภาคภูมิ ผมว่ามันสำคัญกว่า
+1 ครับ ถ้าเงินไม่ได้เหลือจริงๆ ต้องชั่งใจครับ รถเป็นแค่ปัจจัยภายนอก ยังมีอะไรที่สำคัญกว่าอีกเยอะครับ

ออฟไลน์ Seatar

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
    • อีเมล์
ตอนนี้คุณต้องมีสติ ตั้งสติดีๆนะครับ แล้วไปดูพระราชดำรัชของในหลวงที่ว่าด้วย ความพอเพียง
สำหรับผมผมเลือกCITYนะ จริงๆอยู่ความพอเพียงไม่ได้หมายถึงห้ามเป็นหนี้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆรอบตัวด้วย
ใช่ว่าในชีวิตนี้คุณจ่ายเงินซื้อรถคันเดียวจบซะเมื่อไร ในอนาคตคุณยังต้องจ่ายค่าอาหาร ซื้อบ้าน เก็บเงินไว้ลงทุน
ค่าเล่าเรียนลูก ค่าออกสังคม ค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องใช้ต่างๆในบ้านอีกและอีกเยอะแยะ สู้เอาเงิน
ที่ต้องผ่อนบ้านมาซ้อใช้จ่ายของเหล่านี้ไม่ดีกว่าหรอ สู้เก็บเงินไว้ใช้ยามที่ตัวเองและคนที่รักป่วยไข้ไม่ดีกว่าหรอ
สู้เก็บออมเงินเอาไว้ลงทุนต่อไม่ดีกว่าหรอ อย่าเป็นหนี้เพราะรถเลยเพราะรถนับวันราคายิ่งตกขณะที่คุณต้องจ่ายดอกเบี้ย
แพงขึ้นมันสวนทางกันนะครับ

ออฟไลน์ HME

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 715
ผมจะยอมเป็นหนี้

อยู่อย่างลำบาก(นิดเดียว)กับคนที่เรารัก
ดีกว่าอยู่ในกรงทองกับคนที่เราไม่เคยรัก

ออฟไลน์ wayz

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 139
    • อีเมล์
ถ้าเป็นผม ราคาแตกต่างกัน สองแสน และถ้าคิดว่าผ่อนไหว ไม่ตึงเกินไป คงเอารถที่ชอบครับ เพราะอยุ่ด้วยมีความสุข

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ครับ  ;)

ออฟไลน์ ponggu52

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 189
คุณอยากแต่งงานกับคนที่เราไม่รัก ค่าสินสอด 600,000 บาท
หรือจะแต่งงานกับคนที่เรารักมาก ค่าสินสอด 900,000 บาท

ทั้งที่เราจะอยู่กับเขาไปอย่างน้อย 5-10 ปี

คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว