ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่อง honda B16+b20 กับ B18+b20 มันแตกต่างกันอย่างไร  (อ่าน 40477 ครั้ง)

ออฟไลน์ 0%

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,564
พอดีดู dc2 ไว้คันนึงเป็นเครื่อง b18+b20 ท่อนล่าง b20 เลข 5001722

ไม่รู้ว่าประกบออกมาได้กี่ม้า กล่องจูน tec เปิดที่ประมาณ 4 พันรอบ

-----

เห็นส่วนใหญ่เล่น b16 b20 ประกบกัน เลยไม่รุ้ว่ามันต่ากันอย่างไร

-----

เครื่องประกบสองส่วนแบบนี้ เวลาจดทะเบียน เข้าไฟแนนซ์ มีปัญหาอะไรไหมครับ ?

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: เครื่อง honda B16+b20 กับ B18+b20 มันแตกต่างกันอย่างไร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2012, 21:18:52 »
ไม่มีปัญหาเรื่องการจด ยึดเลขตามเสื้อสูบ บนเสื้อปั๊มไว้อย่างไรก็ตามนั้นครับ

ฝา 18C ถ้าเป็นตัวฝาดำ ผมจำองศาแคมไม่ได้ว่าต่างกันไหม แต่ 18C ดำจะมีท่อไอดีงุ้มคล้ายมือเสือ
เป็นท่อไอดีแปรผัน ส่วน 16A,16B กับ 18 แดงจะเป็นท่อร่วมไอดีสีเงินสั้นๆธรรมดา

เทคเปิด 4,000 รอบ? อาจจะดีนะ..แต่ผมว่าเร็วไปนิด ถ้าเป็นผม กับท่อนล่าง 2,000 ผมสั่งเปิดสัก 4800-5000
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ chean

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
    • อีเมล์
Re: เครื่อง honda B16+b20 กับ B18+b20 มันแตกต่างกันอย่างไร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 00:31:09 »
ถ้า B18C+B20  อย่าเล่นเลยครับ  องศาไม่สูง  การต่อยอดก็ไปไม่สุด
ถ้าเจอ B16A+B20 จะต่อยอดได้ดีกว่า องศาก็สูงกว่า ของแต่งมีมากมายเป็นที่นิยม
ถ้าเจอ B16B+B20 อันนี้ดีสุด แคมสูงสุด ได้คอไอดีที่ขัดพอร์ทมาบ้างแล้วจากโรงงาน
ลักษณะท่อไอดีมีความไหลลื่นของอากาศดีกว่า สปริงวาวล์สองชั้นแข็งขึ้น
ฝา B16B มีการเคลือบแข็งมาจากโรงงาน ทำไมฝา B16B ถึงมีความพิเศษมากมาย
 เพราะมันคือเครื่องที่อยู่ใน EK9 type R นั้นเอง แต่ถ้าประกบกับ B20 แบบเดิมๆ
แนะนำห้ามเพิ่มกำลังอัด และห้ามลากเกิน 8,000 เด็ดขาด ไม่งั้น  มันจะพังคาเท้าแน่นอน
เพราะท่อนล่าง B20 ไม่ได้ออกแบบให้ใช้รอบสูงขนาดนั้น เช่นเครื่องที่อยู่ไน Crv เป็นต้น

โอเค...ถ้าในสายตาผม เครื่องที่เหมาะกับ Dc2 ที่สุดคือ B18CR  ปี 2000
เลขเครื่องถ้าจำไม่ผิด จะนำหน้าด้วย 22 หรือ 21 ไม่แน่ใจ เพราะเลิกเล่น Dc2 และขายไปนานแล้ว
ทำไมต้องเลือกเครื่องปี 2000 เพราแคมองศาสูงกว่า ปี 98 ประมาณ 3 องศามั้ง แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็เอาปี 98 ก็ได้
แต่อย่าเอาปี 96 เลย เพราะมันจะมากับเฟื่องท้าย 4.4 ขับไม่ค่อยมัน สู้ 4.7 ของปี 98+ ไม่ได้เลย
ถ้าย้อนกลับไปได้  ผมจะเลือกเครื่องแบบนี้แหล่ะ  มันทนมือทนตรีนที่สุดแล้ว

ถ้าคิดจะประกบแบบสุดขั้ว ทำทุกจุด ประมาณว่า ถ้า k20a เดิมๆ ฉีกกระจุย ก็พอมีวิธี
เอาฝา B16 ประกบท่อนล่าง b18 ยัดลูกโต ตีปลอก ขัดลื่นทุกอย่าง บาลานส์ทุกจุด แคม สปริงวาวล์
ลูก ก้าน ข้อ ยัดของแต่งลงไป คือง่ายๆทำให้หมด เปลี่ยนทุกอย่าง งบคงอยู่ประมาณ 250K+
หากล่องแต่งสักใบ พร้อมจูนเนอร์เทพๆ น่าจะมีอีกสัก 100K  รับรองคุณจะได้ม้าที่ล้อ 220 ตัว + แน่นอน
(ขอย้ำม้าที่ล้อนะครับ ไม่ใช่ที่ฟาลวิล ถ้าเจอไดโนอ่อนๆหน่อย อาจจะเห็น 240+)
พอเครื่องเสด ก็มาทำช่วงล่างกับดามตัวถังให้แข็งขึ้น ล้อ+ยางเทพๆด้วย แรงม้าขนาดนี้
น่าจะมีประมาณ 200K+

สรุปผมว่าหารถที่วางเครื่อง B18CR ปี 98+ ดีกว่า มันตรงรุ่น ไม่ต้องดัดแปลง
จะทำเพิ่มประสิทธิภาพช่วงล่างก็คงไม่แพงเท่าไร จบง่ายกว่า ขับง่ายกว่า ไม่ต้องซ่อมบ่อยๆ
ไม่จุกจิกกวนใจ แบบนี้ผมว่าเจ้าของรถน่าจะแฮบปี้กว่า

ปล. มีอะไร PM มาคุยกันได้ครับ เจ็บมาเยอะ......

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2012, 00:39:34 โดย chean »

ออฟไลน์ redsun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,024
Re: เครื่อง honda B16+b20 กับ B18+b20 มันแตกต่างกันอย่างไร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 11:04:32 »
เคล็ดไม่ลับเรื่อง B20VTEC
http://board.eg3d-club.com/index.php/topic,111.0.html

CREDIT : K.broom