ผู้เขียน หัวข้อ: ระหว่าง "ซื้อรถถูกๆใช้ 6 ปีแล้วขาย" กับ "ใช้รถ 12 ปี ซื้อรถดีๆไปเลย" คุณเลือกอะไร??  (อ่าน 10862 ครั้ง)

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,177
มีคำถามอยากทราบความเห็นชาว HLM ครับ

โดยมีโจทย์ตามนี้

- คุณกำลังสร้างฐานะ เป็นหัวหน้าครอบครัว มีคนทีุ่ถูกใจ กำลังจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
- หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี อาจจะไม่ถึงกับเป็นผู้จัดการ แต่กำลังก้าวไปเรื่อยๆ
- คุณไม่มีอคติเรื่องเครื่องยนต์ คุณเชื่อว่า มิร่าเครื่องเล็กจิ๋ว แต่วิ่งพาคนรุ่นพ่อ ไปไหนต่อไหนได้สบายๆ
- วิ่ง 1 หมื่นกิโลต่อปี แบ่งเป็น : ขับในเมือง 50% ชานเมือง 30% และนอกเมือง 20%
- คุณมีความรู้พื้นฐานด้านรถยนต์ค่อนข้างดี ดูแลรถ เข้าใจรถ มีวินัย
- คุณมีงบ 1.3 ล้านบาท ถ้วนๆ >> ไม่มีปัจจัยเรื่อง Future Value ไม่มีปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยว

..............

หากมีรถ 2 ประเภทให้คุณเลือก ระหว่าง

1.
รถเก๋งซีดาน//แฮชแบค ขนาดเล็ก เครื่อง 1.5 ราคาแถวๆ 5-7 แสนบาท
ไม่ว่าจะ B Segment หรือ Eco Car ใช้แค่ระยะสั้นๆ 6-7 ปี แล้วเปลี่ยน

2.
รถเก๋ง กระบะ หรือ SUV(PPV) ราคาแถวๆ 1.3 ล้านบาท
ซื้อรถดีๆ รถใหญ่ สมรรถนะดี แล้วใช้ยาวๆ 12 ปี ไปเลย

คุณจะเลือกแบบไหน เพราะอะไรครับ??
ผมกำลังมองว่า แฟนผมจะซื้อรถซักคันในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เป็นรถคันแรก
กำลังเก็บตังอยู่ พอจะซื้ออีโค้คาร์แล้วครับ กำลังมองๆอยู่ว่าจะเป็นข้อ 1 หรือข้อ 2 ดีครับ
ถ้าเป็นข้อ 2 ผมมองซีวิค MC ช่วง 2 ปีหน้าอยู่ ไม่ก็รออัลติส//ทีด้าโฉมใหม่ไปเลย
แต่ถ้าเป็นข้อแรก คงรออัลเมร่า MC ไม่ก็วีออสใหม่นั่นล่ะครับ

ออฟไลน์ M Performance

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 582
ข้อ 1 คำตอบสุดท้าย

แล้วก็เลือก Jazz ครับ

ในอนาคตซื้อคันใหม่ Jazz ก็ให้แฟนใช้

ส่วนเรา SUV อะไรก็ว่าไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2012, 21:46:18 โดย KONGA »
My Current Collection  8)

'13 Honda CR-V 2.4 EL 4WD
'14 Mercedes-Benz E200 Coupe AMG Dynamic
'16 Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD
'19 BMW 320d GT M Sport
'22 Nissan Kicks e-Power VL Autech

ออฟไลน์ 0%

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,579
ซื้อ city มือสอง สภาพดี ขับดีกว่าครับ ถึงเวลาขายตัว ไม่เจ็บตัวมาก

ตัวรถเองก็ตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง

อนาคต เป็นสิ่งไม่แน่นอน

อีกหน่อยอยากขยับ ก็ขยับได้ ไม่ต้องคิดมาก สบายตัว ขายง่าย ไม่เจ็บตัว

ออฟไลน์ mick

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,549
ผมใช้แบบข้อสองมาตลอด แต่เป็นรถยุโรป ก็ดูแลดีๆ มันก็ใหม่ตลอด
เป็นคนใช้ของอย่างรักษา
แต่อย่าเอา ppv เลยครับ เปลืองน้ำม่น นั่งไม่สบาย แฟนบ่นแน่

ออฟไลน์ Wayfarer-R

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,560
ข้อ 1. ครับ ถ้าเลือกข้อสอง เหมือนเราจำกัดกรอบของตัวเราเองมากไปครับ ต่อไปข้างหน้า ถ้ามีเหตุผลอะไรให้ต้องเปลี่ยนรถ มันก็จะเสียความตั้งใจ เพราะเราตั้งใจไว้ในตอนแรกแล้วว่า เราจะใช้มันไปเป็นสิบปี ยังไงเราก็ต้องใช้เงินในด้านอื่นด้วย ถ้าเราเก็บเงินได้ 1.3 ล้าน แล้วเลือกตามข้อ 2 เงินที่เก็บมาตั้งนาน มันก็จะหมดไปกับรถคันเดียว แต่ถ้าเราซื้อรถราคา 6-7 แสน เราได้รถดีๆ หนึ่งคัน และมีเงินเหลือไปทำทุน หรือซื้ออย่างอืนอีก ในอนาคต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2012, 21:18:19 โดย marcovic9 »

ออฟไลน์ mewzabahl

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,621
ข้อ1 ครับ   วิ่งแค่1หมื่น/ปี  ใช้รถแพงๆไม่คุ้มเลย 5-6ปีเก็บเงิน แล้วขยับไปรุ่นใหญ่กว่านี้ได้แล้วครับ

popdemonic

  • บุคคลทั่วไป
ผมจะซื้อรถญี่ปุ่น ตลาด และเป็นรถมือสอง ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คุณเจ้าของกระทู้ ดูแลรถ มีความรู้เรื่องรถดี เพราะฉะนั้น

เรื่องปัญหายิบย่อย คงแก้ไข้ได้ สืบเนื่องต่อมาจึงเป็นเหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องซื้อรถใหม่ รวมทั้ง จะใช้แค่6ปีจับรถญี่ปุ่นไซด์กลาง

พวกคัมรี่ เทียน่าในงบประมาณแค่ครึ่งนึงของทั้งหมด เอาซักประมาณปี2004-2005 ไม่ขี้เหร่ เก็บเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดอีก50000-100000

ไว้เผื่อฉุกเฉินอีก500000บาทเอาเงินไปลงทุนทำการค้า ออม ไว้ทำอย่างอื่นต่อยอดครับ เหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกญี่ปุ่นไซด์กลางเพราะ

มันสามารถติดต่องานได้ ขนของได้สำหรับครอบครัวเล็ก ไปพักผ่อน ต่างจังหวัดก็ให้ความสบายได้ในระดับเพียงพอผมมองว่ารถซิตี้คาร์หรืออิโค

คาร์อาจจะเล็กไปสักนิด ในความเห็นของผม รถคันเล็กๆเหมาะกับหนุ่ม สาว โสดที่ยังไม่ครอบครัวอยู่ในวัยตั้งไข่ในชีวิตการทำงาน ครับ

ความเห็นส่วนตัวซึ่งผมเอาพื้นฐาน และความคิดเห็น เหตุผลส่วนตัวของผมนะครับ

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
สำหรับผมเอารถถูกๆ B-segment พวก Eco car 1.5 หรือ Mpv เล็กแต่เปลี่ยนบ่อยๆ ดีกว่าครับ ไม่ต้องมารอซ่อม รอมีอาการครับ

ออฟไลน์ นายพรานจ๋าหมีมาแล้ว

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,875
  • เส้นขอบฟ้า
ข้อ1 ครับจากที่ขับในเมือง 50% ชานเมือง 30% และนอกเมือง 20% B-Segment หรือ Eco Car เพียงพอกับการใช้งานแล้วครับ
ใช้แค่ไปสัก 5-6 ปี แล้วเปลี่ยนครับหรือไม่ก็ C-Segment อย่าง Tiida 2012, Sylphy หรือ Cruze

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,085
เห็นด้วยกับคุณ popdemonic
แล้วเก็บตังไว้ก่อน อนาคตอาจมีสมาชิกเพิ่ม หรืออาจจะอยากซื้อบ้าน จะได้มีเงินเหลือครับ   
ถ้าเงินไม่เหลือๆจริงๆ ยังไงผมว่า เอาเงินไปใช้อย่างอื่น หรือออมไว้ลงทุน ทำอะไรเพื่ออนาคตดีกว่าครับ

honoiuiu

  • บุคคลทั่วไป
ผมเลือกข้อ2นะครับ"แต่"ถ้ามี1.3ล้านผมคงเลือกข้อ1เพราะ1.3ล้านต่อให้ผ่อนผมว่ามันก็น้อยเกินไปที่จะเอาไปทำอย่างอื่นหรือถ้ามีอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมานะครับ


สรุปง่ายๆรถราคา1.3ล้านผมไม่เรียกว่ารถดีๆครับเอาเงินไปซื้อตลาด6ปีขายดีกว่าฮะ

promt

  • บุคคลทั่วไป
ถ้าไม่ติดภาพลักษณ์ของสังคม

เอารถเล็กหรือกลาง แต่เปลี่ยนบ่อยดีกว่า

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,723
  • Nine & Knight
ถ้าได้สิทธิคืนภาษีก็เอาเครื่อง 1500 หรือ อีโคคาร์ครับ แต่ถ้าไม่ได้ผมว่าหามือสองเงินสดปีใหม่หน่อยสภาพดีๆใช้ไปก่อนผ่านไปซัก 2-3 ปี ถ้ายังอยากได้ซีวิคก็ค่อยขายซึ่งไม่ขาดทุนมากแล้วจัดซีวิคได้สบาย เอาเงินที่ขายเป็นเงินดาว์น

ตอนนี้ผมก็คิดคล้ายคุณนะสามารถซื้อ C-Segment ได้ แต่ตัดใจเอารถมือสอง 3.55 แสน ดาว์น 1.7 แสน ผ่อนเดือนละ 4,325 เก็บเงินที่เหลือเอาไปลงทุนแทนที่จะเอาไปลงกับลด(รถ)ซึ่งก็ทำรายได้ให้ผมเดือนละ 6000 เท่ากับจ่ายแค่ดาว์นแล้วได้มือสองมาใช้เลยแถมค่าน้ำมันให้ด้วย อีก 2-3 ปีข้างหน้าก็ค่อยขายแล้วซื้อรถที่อยากได้ในขณะนั้นดีกว่า แต่คงเป็นมือสองเหมือนเดิมอาจเป็นมิว 7 โฉมนี้หรือซีวิค FD ตามการใช้งาน

ป.ล. มีบ้านยังหล่ะครับ ถ้ายังซื้อบ้านก่อนดีกว่า หรือมีแล้วแต่อยากซื้อไว้เก็งกำไรก็ได้ พี่ที่บ.ผมซื้อคอนโดมา 1.9 ล้านปล่อยเช่าผ่านไป 4 ปี มีคนมาซื้อต่อ 2.6 ล้าน แต่ไม่ขายแฮะรอให้ขึ้นกว่านี้ก่อน
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

Emission-Test

  • บุคคลทั่วไป
งบ 1.3 ล้านบาท กับเงื่อนไขต่างๆ
คล๊ายๆ กับตัวผมเลยครับ
ขออนุญาตยกตัวอย่าง นะครับ

ผมได้ Civic FD 1.8 top ปี 2009 ราคา ประมาณ 6 แสนถ้วน (มือสอง รับต่อจากญาติ)
ตั้งใจใช้ยาวๆ 5 ปี (งบบำรุงรักษา 1แสน)
และผมเชื่อว่า ในด้านความปลอดภัย civic ดีกว่า อีโคคาร์
ส่วนเรื่อง ค่าน้ำมัน พอไหว ได้เรื่อยๆ ครับ
พวกรถใหม่ป้ายแดง ผมก็มองนะครับ ....แต่ ผมชอบ Civic FD

ค่าบำรุงรักษาหลักๆ เข้าศูนย์บริการ เช็ครถ ขอใบเสนอราคา มาดู
กินกาแฟ จิบน้ำชา ดูรายละเอียด
ถ้าแพงมาก ก็ไปอู่นอก  หรือเทียบราคาจากพวกคลับก่อนก็ได้ (ใช้เวลาหน่อย แต่ได้ความพอใจ)
กะว่าจะใช้ประมาณ 5 ปี เงินเหลือ ก็จะจัดทรง Type R เนียนๆ (แต่งรถบ้างก็สนุกดีครับ)

ส่วนเงินที่เหลือ 500,000 เตรียมจัดงานแต่งงาน
(วันแต่ง ก็จัดงบเช่า รถหรูๆ ซักคันให้เป็นเกียรติกับเจ้าสาว 555)

หลังแต่งงาน เงินที่เหลือรวมๆ แล้ว ก็ไปหาที่ลงทุน หรืออะไรก็ว่าไปครับ

สุดท้าย ผมคิดว่า ผมไม่อยากใช้รถราคาแพง ด้วยความเครียดเลยครับ
อยากเอาเงินที่เหลือ ไปทำอย่างอื่นมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2012, 23:18:51 โดย Emission-Tester »

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,048
ตามคำถามก็เลือกข้อสอง

แต่ถ้าเอาจริงก็ขอเลือกรถราคาข้อแรก ที่มีคุณภาพดีที่สุดในกลุ่ม แล้วใช้ยาวก็ได้เหมือนกันครับ

ออฟไลน์ chean

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 293
    • อีเมล์
ถ้าทำงานกินเงินเดือน ผมว่าเลือกข้อ 1 ดีกว่า เพราะรายจ่ายในอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน
แต่รายรับมันแน่นอน อาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินแบบเร่งด่วน ใครจะไปรู้....
สู้เก็บส่วนต่างเพื่อไว้ทำธุรกิจส่วนตัวดีกว่า ไม่แน่เงินส่วนต่าง 700k
อาจจะอัพได้เป็น 7 ล้าน  ภายใน 6 ปีก็ได้ ใครจะไปรู้....

มีเพื่อนผมคนนึงเป็นแบบด้านบนเลย ปัจจุบันลาออกจากปูนใหญ่ที่รับเงินเดือนอยู่ 60K+
มาเป็นเจ้าของธุรกิจเต็มตัว รายรับสุทธิเหลือประมาณเดือนล่ะ 1.2 M
เมื่อก่อนเห็นบ่นๆ อยากได้ Teana แต่อดทนซื้อ Jazz มาใช้ไปก่อน
เก็บส่วนต่างมาลงทุนทำธุรกิจเป็นรายได้เลริม ผ่านมาประมาณ 5 ปี
ปัจจุบันขับ E-Class ตัวล่าสุด   แต่ Jazz คันนั้นก็ยังไม่ขายสักที
มันบอก..เก็บไว้เตือนใจตัวเอง

ผมอยากเป็นเหมือนเพื่อนผมจัง ...  :'(

Phongrapee

  • บุคคลทั่วไป
ผมเลือกข้อแรกนะ แต่คงไม่ใช้แค่ 6 ปี 7 ปี ก็คงใช้ยาวไปเป็น 10 ปีเลย ต่อให้เป็น Eco Car ก็เถอะั

ออฟไลน์ nudragon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,870
  • MT Mania!!

ออฟไลน์ time traveler

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 120
อิอิ    ;D คาดว่าจะมี กับมีแล้ว สำหรับ ป๋มต่างกันเยอะมาก ครับเราไม่มีทางรู้อนาคตหรอก เลือกรถที่มีรายจ่ายต่ำแต่ต้องปลอดภัยมากๆ ไม่แพงมาก ขายต่อไม่ขาดทุนดีกว่าครับ สรุปรถตลาด options พอมี ราคาที่ต่ำถึงราคาตกเป็น%เท่ากัน จำนวนเงินก็นิดเดียว แล้วพอใช้เงินให้ทำงานได้เมื่อไร อะไรอะไรก็ง่ายแล้ว ;)

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,906
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
ดูแล้วผมเลือก ข้อ1 ครับ

ชื้อ Jazz JP เพราะขนของได้ ปลอดภัย ประกอบดี ราคาไม่ตกมาก 800,000

เอาเงิน ที่เหลือ 500,000 มาแบ่งลงทุน แยกเป็นประกัน 100,000 กองทุน 100,000

300,000 ฝากประจำแบบถอนตอนไหนก็ได้รอเอาไว้ใช้ตอนงานแต่ง  ;D

ใช้ 5 ปี จะซื้อเพิ่มหรือเปลี่ยนก็ตามสบาย ตอนนั้นคงมีเจ้าตัวเล็กแล้ว หารถให้เขาหน่อย

ค่าท้องจนคลอด 1ปี ประมาณ200,000 ลูกออกมาทำประกันให้ลูก 50,000

ค่าใช้จ่ายลูกปีแรก 2-300,000 บาท

ขอให้โชคดี

ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,013
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
ข้อ 1 รถเล็ก มือหนึ่ง ประหยัดน้ำมัน ไม่ต้องดูแลมาก Service อย่างเดียว เริ่มงอแงก็ขายทิ้งหาคันใหม่ครับ
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

denSM

  • บุคคลทั่วไป
เลือกข้อแรกเพราะเปลี่ยนรถบ่อย ชอบเล่นรถมือสอง  ;D

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
ความเห็นผมว่า ไม่ควรตีกรอบเรื่องอายุการใช้งานนะครับ
ถ้าจะเลือกใช้รถ ก็ดูว่าเราใช้งานอย่างไรเป็นหลักมากกว่า
ถ้าวิ่งในเมืองมาก เดินทางไกลน้อย ก็น่าจะใช้เก๋งขนาด B
หรืออาจจะเผื่อไว้เดินทางไกลด้วย และไม่มีัปญหาเรื่องค่าใช้จ่ายก็ขยับมาเป็น C

แต่ถ้าต้องเดินทางไปในที่ที่เป็นถนนออฟโรดหรือกึ่งออฟโรดด้วย ก็ควรจะเลือก SUV

  เมื่อเรามีรถใช้แล้วก็ควรตั้งใจไว้เลยว่าจะใช้มันนาน ๆ เพราะเราจะดูแลมันอย่างดีที่สุด
ถึงเวลาเราต้องการปลดระวาง ขายได้ราคาดีแน่ ๆ ครับ

ออฟไลน์ archian

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,100

2C-T

  • บุคคลทั่วไป
ตอบตามข้อๆละกัน

- คุณกำลังสร้างฐานะ เป็นหัวหน้าครอบครัว มีคนทีุ่ถูกใจ กำลังจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
ก็ต้องปรึกษากันว่าใช้รถประเภทไหนดีที่ถูกใจ

- หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี อาจจะไม่ถึงกับเป็นผู้จัดการ แต่กำลังก้าวไปเรื่อยๆ
ตำแหน่งสูงขึ้นเงินเดือนเยอะขึ้นเป็นเรื่องอนาคตถึงตอนนั้นอาจจะซื้อเพิ่มก็ได้

- คุณไม่มีอคติเรื่องเครื่องยนต์ คุณเชื่อว่า มิร่าเครื่องเล็กจิ๋ว แต่วิ่งพาคนรุ่นพ่อ ไปไหนต่อไหนได้สบายๆ
ต้องดูลักษณะการใช้งานให้คล่องตัวเหมาะสมกับคนในครอบครัด้วยครับ

- วิ่ง 1 หมื่นกิโลต่อปี แบ่งเป็น : ขับในเมือง 50% ชานเมือง 30% และนอกเมือง 20%
ขับน้อยค่าน้ำมันไม่ค่อยมีผล ในเมืองรถติดมากๆเอาเป็นรถเล็กจะเวิร์คกว่า

- คุณมีความรู้พื้นฐานด้านรถยนต์ค่อนข้างดี ดูแลรถ เข้าใจรถ มีวินัย
อันนี้ไม่มีปัญหารถจะเก่าใหม่ก็แก้ปัญหาเบื้องต้นได้สบาย

- คุณมีงบ 1.3 ล้านบาท ถ้วนๆ >> ไม่มีปัจจัยเรื่อง Future Value ไม่มีปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยว
งบ1.3ล้าน อืม... เป็นผมซื้อไม่เกิน800K เงินที่เหลือเก็บไว้ใช้อย่างอื่น


สรุป
ตัวผมเองก็คล้ายๆกัน แต่ส่วนใหญ่วิ่งชาญเมือง เกิน50 % วิ่งวันนึงประมาณ80โล
เลือก.....กระบะ4ประตู....แต่ต้องเป็นBT-50PRO นะ ตอบโจทย์ได้หลายๆข้อเลยละ
ปล. รอรถมา3เดือนแล้วยังไม่ได้สักทีวุ้ย...

ออฟไลน์ maxzerker

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 180
    • อีเมล์
แนะนำ eco car ประมาณ 500,000 ครับถ้าคุณไม่ได้สนหน้าตาในสังคมนัก
ที่เหลือ 8 แสนเอาไปลงทุนครับ จะซื้อ ltf ก็ได้ ฝากแบบถอนได้ดอกสูงทิ้งไว้
รอดูราคาทองตอนถูกๆ ก็ไปหอบมาสัก 10-20 บาทขายขำๆ
ก็ยังได้มีเงินกับตัวยังไงก็ไม่ตายครับ

ผมตอนนี้ 26 พึ่งมีเงินครบล้าน อยากได้ prius มากแต่่เกินตัวไป
เลยเหลือแค่ swift เงินที่เหลือก็เอาไปลงทุนลดภาษีกับหาค่าน้ำมันให้มันครับ

มีเงินกับตัวสบายกว่ากันเยอะ คนอื่นเดือนชนเดือน เรามีเงิน
จะตกงานสักมันสัก 5 ปีก็ยังอยู่ได้แบบขำๆ

ออฟไลน์ Terng

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,757
ซื้อพวก C-Segment สิครับ แล้วใช้สัก 7-8 ปีไปแล้วเปลี่ยนเอาก็ได้ วิ่งปีละ 10,000 นี่เท่าๆผมเลยนะ ซึ่งวันธรรมดานั่งรถใต้ดินไปทำงาน จอดรถแช่ไว้เลย แล้วใช้อีกทีวันเสาีร์อาทิตย์อะครับ
=====================
รถที่ใช้เป็นประจำ
2013 Toyota Camry Extremo 2.0
2015 Ford Ranger T6 XLT Open Cab 2.2 MT
2018 Toyota CHR HV Mid
=====================

ออฟไลน์ beercs

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
เอาข้อ 1 ครับ  เนื่องจากข้อ 2 ใช้รถนานเกินไป  ซึ่งเป็นไปได้ยาก
เพราะถ้าเราจะเลือกข้อ 2 เราอาจนึกถึงภาพลักษณ์ทางสังคม  ซึ่งได้เปรียบข้อ 1
แต่พอใช้รถเกิน 6 ปี ขึ้นไป  ภาพลักษณ์มันก็ไม่ได้ดูดีซักเท่าไหร่แล้ว 

ซื้อรถที่เราพอจ่ายไหวสบาย ๆ ในวันนี้ดีกว่า  อีก  6 ปีข้างหน้ายังไงรายได้เราก็ต้องมากขึ้น
อาจจะมากขึ้นแบบเราคาดไม่ถึงเลยก็ได้  ถึงตอนนั้นอาจต้องมาคิดว่าจะเอา D seg หรือ premium ไปเลย

ออฟไลน์ decptt

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,571
สำหรับผม
คงเลือกเป็น กระบะ 4 ประตู งบ 8-9แสน ใช้งาน 8-9 ปี ครับ (อยู่ระหว่างกลางๆ) ดีไม่ดี คงใช้ยาว (อย่างกระบะผมใช้ยาวประมาณ 15-18 ปีครับ)

ประโยชน์ใช้สอย ของพื้นที่กระบะหลังก็มีเยอะนะครับ ติดแค้ปก็กันฝนได้แล้ว

พวกกระบะ ถ้ามาขายต่างจังหวัดราคาไม่ตกมากนะครับ

ออฟไลน์ kbo1980

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 98
    • อีเมล์
คุณ YenChar ถ้าผมอ่านแล้วตีความไม่ผิดพลาด ก็คือ คุณวางแผนจะซื้อรถ 1-2 ปีข้างหน้าถูกต้องมั๊ยครับ ถ้าผมเข้าใจถูกต้อง ความเห็นของผมคือไม่ต้องคิดครับว่าข้อ  1 หรือ 2 ระยะเวลาขนาดนี้ เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนแปลงไปเยอะ conditionส่วนตัวของคุณก็อาจเปลี่ยนแปลง เช่น มีลูก มีสมาชิกเพิ่ม เลี้ยงหมาตัวใหญ่ หรืออะไรอื่นๆอีกมากมาย ผมว่าคุณเก็บข้อมูล ศึกษาไปเรื่อยๆ ยังไม่ต้องคิดครับ ไว้อีก 2-3 เดือนจะซื้อค่อยมาตีกรอบใหม่อีกครั้ง  :) :) :)