ผู้เขียน หัวข้อ: Review HONDA ODYSSEY 2.4 JP 2012 (RB3) สวยและเก่งแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนสนใจ  (อ่าน 68050 ครั้ง)

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,712
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
ก่อนจะมาเป็นคันนี้ ความคิดแปลกๆมันก็เข้ามาให้หัวหลังจากที่ซื้อ Jazz JP ตัวนำเข้าพิเศษจาก Honda Thailand มาแล้ว

ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดกับ Honda Freed SE อีกคันนึงเพราะพี่สาวผมได้ยึดรถไปเป็นที่เรียบร้อย แบบผมเองยังงง.. ว่าเออ เขาซื้อมาใช้ด้วยกันอ่ะน่ะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด Jazz ที่ประจำการมันดูเล็กไปเมื่อถึงวันที่ตัวเล็ก 9 เดือนเริ่มอยากรู้เรื่องภายนอกบ้านก็ถึงเวลา หารถคันใหม่ที่พอจะหอบคนที่บ้าน

อย่างน้อยก็ 5 คน พร้อมสัมภารก อีกพอสมควรเพื่อนเดินทางไปไหนต่อไหน ทั้งใกล้ๆ (กทม.) หรือไกลๆ (เชียงใหม่ ภูเก็ต) เป็นตน

มาถึงผู้เข้ารอบแรก และรอบสุดท้าย กับงบที่ตั้งไว้ 2 ล้านไม่เกินนี้ (เงินดาว์ รวมประกันต้องไม่ถึง 1 ล้าน ที่เหลือ เข้าไฟแนนท์)



คันแรกมาแรงมากๆ Honda SpetWagon SPADA 2.0 MC (2013) ราคา 1.899 กับ 1.959 ล้านบาท

http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=3944:%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A-Honda-STEPWGN-SPADA-2-0-CVT&catid=72:midsize-mini-van&Itemid=91

คันที่สอง มาแบบว่าได้ยินว่าลดมากและยังมีเหลือ Honda Odyssey 2.4 JP  (2012)  ราคา 2.557 ล้านบาท ส่วนลดพิเศษ เหลือ 1.9X ล้านบาท

(ลบ Link ออกให้แล้วครับ เพราะมันเป็น Link ของ Pantip เขา เรามีกฎเราอยู่ครับว่าห้ามโพสต์<--- J!MMY)



จุดที่เลือก Honda Odyssey เพราะ

- นั่งได้ 5 คนโดยที่ยังมีที่ข้างหลังไว้ขนของ (กระเป๋าเสื้อผ้า รถเข่น ของที่ร้าน)

- ต้องการรถไซท์ D Seg  เพราะติดกับ Teana 2.5VX  J32 คันเก่าที่ขับระหว่างจังหวัดสบายกว่า B Seg (Jazz JP) เดิมที่ใช้อยู่ และ C Seg (Sylphy 1.8V) ที่มีก็ยังไม่ได้

- รถวิ่งไม่ไกลแค่ กทม. ชลบุรี แต่ ขึ้นด่านบูรพาวิธี ต่อวงแหวนบางนา-สุขสวัสดิ์ เป็นทางสูงยาวๆ รถไม่ติด แต่วิ่งได้แค่ 120 ไม่เกินนี้เด็ดขาด (เพราะมีกล่องจับ)

- ราคาที่มีส่วนลดถึง 600,000 ที่ผมได้มา เมื่อเทียบกับศูนย์อื่นก็ถือว่าเหมือนได้ประกันฟรี และจองในช่วงงานได้ Ultimate Care เพิ่มเป็น 5 ปี 140,000 กม.



สำหรับคันนี้ ถือว่าเป็น Odyssey MC แล้วเพราะรหัสตัวถังคือ RB3 ซึ่งเป็นตัวถัง ขับเครื่อน 2 ล้อ ถ้าเป็น 4 ล้อจะเป็น RB4  

และตัวที่คุณจิมมี่รีวิวไว้ก็คือตัวถัง RB1 ครับ ดูแล้วอายุตัวถังนี้นานทีเดียวกว่าจะปลดประจำการโดยในรุ่น MC เท่าที่จำได้ ออกมาช่วงปลายปี 2009 - ปลายปี 2014

และถ้าจำไม่ผิด RB1,2 ออกมาช่วงกลางปี 2004 เพราะ Honda Thailand เอาเข้ามาปลายปีนั้นโดยตั้งราคาไว้ที่ 2.79 ล้านบาท ซึ่งไม่รู้ส่วนลดตอนนั้นเท่าไหร่



มาดูที่รถกันดีกว่า ประตูฝั่งคนขับเปิดได้กว้าง ตัวรถสูงกว่า Accord นิดหน่อย คือ สูงเท่า Jazz เลยล่ะครับ ฉะนั้นสำหรับผมมันคือ Jazz ที่ยาวขึ้น เมตรหน่อย

และกว้างขึ้น 10 ซม. เป็นไงจำง่ายดีเนอะ Odyssey (ย 4800 x ก 1800 x ส 1545 x ฐ 2830) Jazz ( 3915 x 1695 x 1525 x 2500 )  เห็นไหมว่าเหมือนขนาดไหน

ถ้าเอาไปเทียบกับ Accord G9 ( 4870 x 1850 x 1465 x 2775 ) จะเห็นว่ามันเล็กกว่าด้วย แต่สูง และมีฐานล้อที่ยาวกว่าเท่านั้น



เบาะคนขับปรับระดับสูงต่ำได้ด้วยก้านโยก ซึ่งตัวเก่าให้ปรับไฟฟ้ามา ส่วนตัวเบาะก็เป็นผ้า แต่ตัวเก่าเป็นหนัง มันช่างลดต้นทุนอะไรขนาดนี้ แต่ไม่เป็นไร

เบาะผ้าที่ให้มาเป็นแบบหน้านุ่ม ไม่อมฝุ่นเท่าไหร่ สามารถถอดซักได้เลยเบาในได้หน่อยสำหรับแถว 2 , 3 ที่น่าจะเลอะบ่อยสุด



และเปลี่ยนที่พิงศรีษะใหม่ดูแล้วบางลงกว่าก่อน MC และเอนมาข้างหน้าแต่ใช้แล้วไม่ดันหัวเท่าไหร่และใหญ่รับดี ความสูงปรับได้ 4 ระดับ



สำหรับที่ประตูก็มีจุดให้ชมน่ะครับอย่างน้อยก็ให้ไฟส่องพื้นมาให้ และที่ท้าวแขนบุผ้าไว้วางแขนพอดีๆ



และที่ดูเหมือน Jazz ยังเข้าไปอีก็คือ นี้ครับ กุญแจรถ แบบ Im พร้อมกันขโมย หน้าตามัน เหมือนของ Jazz เลย (เอาไปอวดใครได้นี้รถราคา 2 ล้านกุญแจแบบ..)



ส่วนฝั่งคนนั่งข้างเบาะปรับได้แค่เอนครับ ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ ซึ่งเหมือนกันตัวก่อน MC

ระหว่างเบาะมีที่ท้าวแขนแนบข้างเบาะให้ปรับระดับได้ 4 ระดับตามต้องการ ถือว่าช่วยคลายความเมื่อยในการเดินทางได้ดี (นึกถึง Civic ES )



สำหรับแถว 2 ประตูเปิดได้กว้างเกือบ 90' เบาะแถว 2 เป็นแบบ 60:40 โดยเลือนเข้าออกได้เป็นชุดๆ ปรับเอาหลังได้ หรือพับราบมาด้านหน้าก็ได้



พร้อมที่วางแขนตรงกลางพับมาจะพบกับที่วางแก้วน้ำ กับวางของเล็กๆน้อยๆ ได้อีกหน่อย และไม่หล่นแผละมาแบบตัวก่อน MC น่ะครับ



สำหรับการเปลี่ยนแปลงคือ ที่พับเบาะ จากอยู่ด้านบนข้างเบาะย้ายลงมาใกล้ๆกับที่ปรับเอนเบาะแล้ว ช่วยให้แถว 2 พับเบาะได้ง่ายขึ้นก่อนก่อน



ส่วนแผงประตูก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบยกแผงใหม่ โดยทำที่จับใหม่ในสะดวกขึ้น เพิ่มที่เก็บของตรงกลาง และปรับที่เก็บด้านล่างให้ใหญ่ขึ้น



ตัวเบาะแถว 2 ก็เปลี่ยนไปพอสมควรทั้งรูปแบบเบาะนั่ง และพนักพิง และพนักพิงศรีษะที่ออกแบบมาเต็มใบดี





สำหรับการเข้าสู่แถว 3 ก็ต้องปรับเลื่อนแถว 2 ไปด้านหน้า และพับลงก็จะมีทางเข้าแถว 3 ได้แบบพอดีๆ



แถวที่ 3 เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ตัวเบาะและพนักพิง ขนาดพอๆกันเพราะต้องเอาไว้พับเก็บที่หลังรถได้ เลยมีหน้าตาเหมือนจะบางๆ แต่จริงๆแล้ว

ฟองน้ำแน่นกำลังดี นั่งแล้วไม่เมื่อยแน่ๆ เพียงแค่มันแบนราบไปหน่อยเท่านั้นเองสำหรับผมที่สูง 171 เข้าไปนั่งได้สบายๆ



สำหรับที่วางเท้าถ้าเป็นปกติที่แถว 2 ถอยมาสุดๆ ก็จะได้ประมาณนี้คือ วางเท่าได้ เขาไม่ติดเบาะ เอาเท้าสอดได้



แต่ถ้าแถว 2  มีความเมตตาซัก 10 ซม. ก็จะได้ประมาณนี้ คือจะบอกว่ามันรู้สึกเหมือนนั่งอยู่เบาะหลัง Jazz คันเก่าประมาณนั่นน่ะครับ

และพื้นที่เหนือศรีษะเหมือนจะพอๆกัน ความโปรงจากกระจกบานใหญ่ด้านข้างก็ช่วยให้ไม่อึดอัด โดยด้านขวาจะมีเสาอากาศฝั่งอยู่ด้วย



และที่วางแขนก็มีช่องวางแก้วกับวางของได้นิดหน่อย สำหรับความเย็นก็ไม่ต้องกลัว ทุกตำแหน่งมีแอร์เดินกลางหลังคามาให้ครบทุกที่นั่ง โดยปรับ

อุณหภูมิ และพัดลมได้จากแถว 2 หรือจากคอนโทลแอร์ด้านหน้าก็ทำได้





แถว 2 ถือเป็นที่เประจำของลูกคนโตสำหรับรับส่งเรียนหนังสือ หรือเข้ากรุงเทพฯ เพราะเบาะเป็นแบบ 3 ที่นั่งเต็มก้นผ้านุ่มพองน้ำไม่แน่นมาก

นั่งสบายก้นปรับเอนได้ตามที่ต้องการ กับก้านปรับระดับด้านข้างทั้งสอง เพิ่มความสบายในการเดินทางเป็นพิเศษ และยังสามารถปรับเลื่อนขึ้นหน้า

หรือถอยหลังก็ได้ตามต้องการ



มาที่ด้านหลังเริ่มจากด้านบนไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED (กำลังรอสปอยเลอร์หลังของ Modulo ที่สั่งไปอยู่) ด้านซ้ายมีหัวฉีดน้ำ



ลงมาเป็นแถบโครมเมียมยาวโดยที่ด้านล่าง จะมีปุ่มเปิดฝากระโปรงหลังแบบไฟฟ้า ขนาบด้วยไฟส่องสหกรณ์ของฮอนด้า



ด้านข้างซ้ายจะพบเจอกับกล่องส่องด้านหลังซึ่งเหมือนติดในไทย ไม่ค่อยเนียรดูไม่เหมือนติดมาจากญี่ปุ่นเลย

ถัดลงมาเป็นที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขนาดปกติ แต่ออกจะกว้างเพื่อรองรับป้ายแบบยาวได้ ส่วนไฟท้ายจะเป็นแบบใส แดง



โดยไฟเบรคเป็น LED ที่ดูทันสมัย แต่ไฟเลี้ยวและไฟถ่อยเป็นหลอดไฟปกติธรรมดา

ด้านซ้ายจะมีป้ายบอกชื่อรุ่น Odyssey ให้คนที่สงสัยว่าฮอนด้านอะไรไม่เคยเห็นรู้ (จริงน่ะ ถามหลายคนแล้วว่ารุ่นอะไร)

ส่วนกันชนหลังขนาดใหญ่มาก ไปถึงด้านข้างมีไฟระวัง ทับทิมแดงให้ผู้ตามหลังทราบ ส่วนที่ดูสปอร์ทมากคือท่อไอเสียออกคู่  



 เปิดฝาหลังขึ้นมาด้วยปุ้มเปิดด้านบนป้ายทะเบียน แค่คริกโช้คฝากระโปรงก็ทำหน้าที่ค่อยๆเปิดประตูท้ายอย่างนุ่มนวล



ให้พบที่เก็นสัมภาระหน้าตาเป็นหลุมขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควร ข้างขวามีที่เก็นของแบบมีผาปิดอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนมีที่เก็บให้อีกหน่อย

เลยขึ้นมาจะพบกับไฟส่องห้องเก็บของขนาดย่อมๆ และขึ้นมาอีกนิดจะพบปุ่มพับ และกางเบาะแถว 3 แบบไฟฟ้าซึ่งถือเป็นจุดขายของรุ่นนี้กันเลยที่เดียว

ส่วนข้างขวามีที่เก็บของอีกหน่อย และถัดลงมามีช่องอากาศสำหรับระบายออกสู่ภายนอก

ด้านล่างเป็นที่เก็บยางอะไหล่ ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรพร้อมเครื่องมือสำหรับทำกิจแบบครบๆ





สำหรับการพับเบาะแถว 3 ลงที่เก็บนั้นก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำตามวิธีที่ทางญี่ปุ่นบอกมาก 2 ขั้นตอนเอง ง่ายไหม

เริ่มจากดึงตัวพับเบาะทั้งซ้าย และขวา ตัวพนักก็จะทำการพับลงไปกับเบาะนั่งอย่างรวดเร็วพอเสร็จจากขั้นตอนแรก




ก็กดสวิทต์รูปพับเบาะค้างไว้ (เกียร์ต้องอยู่ในตำแหน่ง P เท่านั้น) ตัวชุดเบาะแถว 3 ก็จะทำการเงยพับลงอย่างนุ่มนวลพร้อมปลายปิดอย่างเรียบร้อย






ก็จะได้พื้นที่เก็บของที่สูงขึ้นหน่อย (เท่าขอบทางเข้าประตูหลัง) แต่ความยาวสะใจในการขนของ ไม่ว่าจะวางถุงกอล์ฟ หรือกล่องใบใหญ่ๆ สบายๆครับ



หรือไม่พอจะพับเบาะแถว 2 ลงแบนราบอีกหน่อยก็ได้ ถึงแม้มันจะไม่ราบแบบระดับเดียวกันก็เถอะ แต่ใสเรือพายได้ทั้งลำเลยน่ะครับ (พอดีมีเรือแต่ไม่มีแรงยก)



มาดูด้านหน้ากันดีกว่าการจัดวางคอลโซนหน้าผมอยากบอกเลยว่ามันดูอวกาศดี แต่อารมณ์มันก็คล้ายๆ Jazz เหมือนกันน่ะครับ (หรือว่ามันจะเป็นพี่น้องกัน)

รูปแบบตัววี ไม่มีคอลโซลกลางคั้นกลางเลื่อนคันเกียร์ไปไว้ด้านบนเพื่อเปิดพื้นที่ในการเชื่อมถึงกันระหว่างคนนั่งหน้า



ส่วนทางเชื่อมด้านหลังก็มีที่เก็บของแบบ CRV รุ่นก่อน แบบพับเก็บได้มาให้พอเก็บของได้บ้าง อย่างที่วางแก้วน้ำให้ 2 ใบแต่ถ้าให้ดี เอาแบบ Jazz ที่อยู่ตรงช่องแอร์ดีกว่าไหม

คอลโซลออกแบบเป็นระดับ ด้านบนสุดจัดสีดำเพื่อไม่ให้สะท้อนแสงเข้าตาเวลาขับกลางแดด ซึ่งพื้นที่ด้านบนนั้นมันขนาดใหญ่มาก

แถว 2 จะเป็นส่วนที่แสดงผลและ ระบบควบคุมการทำงานต่าง ทั้งแอร์ หน้าปัดวิทยุ และหน้าปัดวัดรอบต่าง

แถว 3 จะใช้สีครีมเพื่อทำให้ดูสว่างตาขึ้นเป็นที่อยู่ของที่เก็บของต่างๆ



ย้ายมาดูตำแหน่งคนขับดีกว่า อย่างแรกเลยเบาะนั่งที่ทำจากผ้าไม่ว่าแดดจะร้อนหรืออากาศจะเย็นแค่ไหนมันก็มอบความสบายให้คนนั่งได้ทุกสภาวะอากาศ

ถึงแม้ข้างนอกจะ 16' หรือ 38' เบาะผ้าก็ไม่ทำให้คุณหนาวต. หรือต. พองครับ ถึงแม้มันจะปรับได้แค่สูงต่ำเท่านั้นก็เถอะ



พวงมาลัยแบบ 3 ก้านขนาดเท่าๆ Accord หุ้มหนังให้ขนาดพอเหมาะ แต่ผมว่าห้าอวบกว่านี้หน่อยจะแจ้วเลย และตรงที่จับถ้าเป็นหนังรูเหมือน Jazz JP ก็จะดี

สำหรับผมที่มีเหงื่อออกมือค้อนข้างเยอะ พวงมาลัยมีสวิทย์ Criuse Control ให้อยู่ทางด้านขวา แต่ทางด้านซ้ายที่หายไปคือสวิทย์ควบคุมเครื่องเสียง



ที่คงต้องหามาติดตั้งเพิ่มเพราะเครื่องเสียงที่ให้มาแบบสัมพัสต้องเอื้อมมือไปไกลพอสมควรในการจะทำอะไรกะมันซักกะอย่าง



ยังดีที่พวงมาลัยชุดนี้ปรับสูงต่ำ ใกล้ไกลได้เหมือนฮอนด้านทั่วๆ แต่ที่พิเศษคือด้านหลังตรงคอมีการหุ้มหนังบังส่วนที่อยู่ข้างในให้ด้วย ซึ่งถือว่าเก็บงานเนียบมาก



หน้าปัดเป็นแบบวงกลมตรงกลางบอกความเร็วตั้งแต่ 0 ถึง 220 กม. ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นชุดสำหรับส่งขายออสเตเลีย

ด้านซ้าย ไฟบอกตำแหน่งเกียร์แบบระดับทุกตำแหน่ง วงนอกสุดเป็นวัดรอบโดยขีดแดงเริ่มที่ 6,700 รอบ/ นาที

ด้านขวาบนเป็นมาตรวัดความร้อนที่มีอยู่ในรุ่นใหญ่ๆ (แต่ใน New Odyssey ไม่มีให้แล้วน่ะ) ด้านล่างเป็นระดับน้ำมันโดยความจุถังที่ 60 ลิตร

ส่วนหน้าจอตรงกลางวัดความเร็วเป็นตัวบอกค่าต่างในการใช้ง่าย เช่น Trip A, B อัตราสิ้นเปลือง ระยะทางที่จะไปถึง อุณหภูมิภายนอก เป็นต้น



ตรงคอพวงมาลัยด้านขวาจะเป็นก้านไฟต่างๆ (ไฟหน้าไม่ออโต้) รุ่นนี้ไม่มีสวิทย์ไฟตัดหมอกให้ตามสเป็กที่ถูกตัดทิ้ง เพราะได้กันชนหน้าแบบนี้ไงเลยไม่มีติดให้



ด้านซ้ายเป็นที่ปัดน้ำฝน แบบตั้งหน่วงได้ (ไม่ Auto) ที่ปัดกระจกหลังก็อยู่ตรงนี้ด้วย



ถังจากหน้าปัดลงมาด้านขวา มีปุ่มรักโลก (สีเขียว) ECON ให้กดเล่นเพื่อลดกำลังและทำให้เครื่องอืดขึ้นหน่อย ส่วนว่างๆด้านขวา ถ้าเป็นที่อื่นจะเป็นปุ่มปิด

ระบบ VSC และที่ฉีดล้างโคมไฟหน้า (ที่อื่นนี้ ทั้ง สิงค์โปร์ ออสเตเลียมีหมด)
 


ส่วนแผงควบคุมตรงกลาง จากด้านบนจะพบกับวิทยุ DVD พร้อมระบบ NAV ที่เห็นได้ใน Honda หลายๆรุ่นครับ เชื่อมต่อ BT ได้ มีช่อง SD Card ให้ด้วย

ถัดลงมามีสวิทย์ไฟฉุกเฉินสีแดงตรงกลางขนาดใหญ่เอาไว้แย้งกันกด และถือว่าว่างตำแหน่งได้ดี

ถังลงมาจะเจอชุดควบคุมระบบแอร์ที่ควบคุมได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง แต่ไม่มีแยกซ้าย ขวาให้น่ะครับ แต่ในญุ่ปุ่นมีรุ่นที่ปรับได้ด้วยไม่รู้ว่าจะเอามาเปลี่ยนได้ไหม

ถัดลงมาอีกเป็นที่เก็บของขนาดย่อมๆ เอาไว้วางมือถือหรือกระเป๋าเงินก็ได้ ทางด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของคันเกียร์ออโต้แบบรางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพี่ฮอนเขาล่ะ

โดยเป็นแบบ Automatic 5 speed พร้อมปุ่ม OD โดยมีตำแหน่งเกียร์ P R N D 2 1 ซึ่งดูแล้วก็น่ะ ไม่มี S ที่จะสามารถเปลี่ยนต่ำแหน่งเกียร์ได้ที่ Pad ship หลังพวงมาลัย





สำหรับความบันเทิงที่มีให้เป็นจอ 5.8"  ระบบสัมผัส รองรับ CD MP3 DVD และมีระบบ Navigator ใช้ระบบนำทางของ Garmin ที่ใช้งานได้ง่ายพอสมควร

แต่ปกติผมจะเชื่อมต่อผ่าน USB ให้เครื่อง iPhone เป็นตัวเล่นเพลง ส่วนเสียงที่ออกมาจากลำโพง 6 ตัวถือว่าดีในระดับนึง เพราะทวีเตอร์ยกขึ้นมาติดที่เสา A

ส่วนลำโพงเสียงเบสอยู่ที่ประตูในตำแหน่งปกติ เสียงเบสค่อนข้างจะลงต่ำดีแต่เสียงต่ำยังออกบวมๆอยู่บ้าง ถ้าให้ดีคงต้องเปลี่ยนคู่หน้าให้ดีขึ้นน่าจะเพียงพอ



บนเพดานมีไฟส่อง และไมล์รับเสียงสำหรับระบบโทรศัพท์ (แต่ไม่มีปุ่มรับ และวางสายให้ที่พวงมาลัยซักนิด) อ่อตรงกลางมีไฟ LED สีฟ้าส่องลงมาตอนกลางคืนให้ด้วย

และกระจกมองหลังเป็นแบบธรรมดา และปรับตัดแสงโดยใช้มือ ไม่มีระบบตัดแสงออโตให้ใช้ และไม่มีให้สั่งติดด้วย คงต้องไปหยิบของ Accord มาใส่แทนแล้วล่ะ



สำหรับแผงบังแสงทั้ง 2 อันด้านบนทำจากวัสดุอย่างดีเหมือนผ้า เปิดมามีกระจกส่งหน้าให้พร้อมกับไฟส่องแต่งหน้าครบทั้ง 2 อัน



ส่วนที่เก็บของด้านคนนั่งข้างขนาดดูเหมือนว่าจะใหญ่แต่เปิดมาทำให้อึ้งนิดนึงว่ามันต่างจากของ Jazz ตรงไหนหว่า ขนาดเป็นสมุดคู่มือที่เป็นหนังของ Accord

ให้ไม่ได้ก็แล้วกัน ต้องไปหยิบแบบที่เป็นผ้าของ Jazz มาใส่แทนถึงจะดูดีขึ้นมาหน่อย ส่วนสมุดหนัง คงเอาไปให้ Jazz แทน



มาดูที่พื้นบ้าง เบรคมือย้ายเป็นเบรคเท้าเหมือนรถ D Seg รุ่นอื่น คันเร่งและคันเบรคอยู่ในตำแหน่งที่สูงไปนิด แต่ได้พรมที่หนาและนุ่มมากมาให้ทั้งคัน

กระทู้เต็มต่อด้านล่างน่ะครับ Part2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 11:28:55 โดย NineKlao »

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,712
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่


สำหรับเครื่องของ RB3 ก็ยังยืนพื้นฐานจาก Accord G8 ที่ยังเป็น 4 สูบเรียงแถว  K24A DOHC ติดระบบวาล์วแปลผัน i-VTEC

โดยที่ท่อไดดียังอยู่อยู่ด้านหน้ารถ และท่อไอเสียอยู่ด้านในติดกับฝนัง เหมือนเดิมก่อนที่ New Odyssey จะสรับสับเปลี่ยนท่อเป็นแบบใหม่

รับไอดีจากกระจังหน้ารถเดินเข้ากล่องกรองอากาศแล้วย้อนเข้าท่อไอดีที่ทำจากพลาสติกสีดำ วนตัวเข้าไอดีผ่านหัวฉีด PGM-Fi เหมือนเดิม

สูงกระบอกสูบความจุ 2,354 cc. แบบชักยาวได้ม้ามาประจำการ 180 ตัวที่ 6,500 รองต่อนาที รองรับน้ำมัน E10 ทั้งออกเทน 95, 91 เหมือน Jazz JP เลย



ด้านขวาตัวรถในสุดจะเป็นระบบ ABS ที่ไม่มีระบบ VSA ติดมาด้วย (ไม่รู้เอามาเปลี่ยนจะได้ VSA ตามมาด้วยเปล่า)

ถัดมาเป็นยางแทนเครื่องขนาดใหญ่เหมาะกับเครื่องเปิดโล่งๆ ให้เห็นกัน รับแรงได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง แต่จากประสพการณ์ 150,000 โลได้เปลี่ยนแน่

ถัดมาเป็นฝาสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์คือ ท่อเติมน้ำยาล้างกระจกส่วนตัวถังเก็บและมอเตอร์อยู่ด้านล่าง และนอกสุดเป็นกระปุกพักน้ำหม้อน้ำ



ตัวเครื่องทำตัวเหมือนเดิมคือเอนเข้าด้านใน ฝาครอบเครื่องเป็นอลูสีเงิน และปิดหัวฉีดให้เรียบร้อยด้วยพลาสติกสีดำพร้อมบอกสรรภคุณเครื่อง

ด้านบนเครื่องเป็นที่เติมน้ำมันเบรคที่ชูคอออกมา ส่วนตัวหม้อลมเบรคอยู่ด้านในติดไฟลวอล



ด้านซ้ายรถในสุดเป็นกล่องฟิวต่างๆ ถัดมาเป็นกล่องเก็บเสียงไอดี ถัดมาอีกพบแบตเตอรี่ขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่สำหรับผมก็ยังดูเล็กไปนิดน่ะ

เข้ามาที่ตำแหน่งคนขับกันบ้าง



อย่างแรกเลยพวงมาลัยครับ ขนาดถือว่ากำลังดีไม่ใหญ่เท่าเทียน่า เพียงแต่ขนาดวงถ้าได้หนาก็นี้ก็จะขับได้มั่นขึ้น และอีกอย่างคือตรงที่ 3,9 นาฬิกา น่าจะเป็นหนังรู

แบบที่ให้มาใน Jazz JP จะได้จับกระชับมากขึ้น การปรับก็เหมือน Honda ตัวอื่นคือ 4 ทิศทาง โดยเฉพาะความลึก ตื้น ปรับได้เยอะมากกว่าตัวอื่น

และที่ชอบมากคือตรงส่วนที่ยื้นออกมาตรงคอพวงมาลัยมาการหุ้นหนังปิดกันโป้ให้ด้วย ตรงนี้ถือว่าทำได้กีกว่า Teana ที่ไม่มีให้

สำหรับฟิวของพวงมาลัย ถ้าใครเคยขับช่วงล่างหน้าแบบ ดับเบิลวิชโบน ก็จะรู้ได้ครับคือมันตอบสนองตรงตามที่หมุน ทางเอียงมันก็จะเอียงตามถนน



คือแบบว่าถนนเป็นไง จับพวงมาลัยจะรู้สึกตลอดไม่เหมือน Teana ที่รายนั้นเก็บอาการได้ดีกว่าชัดเจน สรุปพวงมาลัยเซตนี้สำหรับนักขับรถ

ขับช้าๆ หรือหมุนกับที่มีหนืดไม่เบา ขับเร็วยิ่งหนืดไม่เบาโหวง  อ่อมีปัญหานิดนึงในการเลี้ยวที่ต้องมากกว่า 1 รอบพวงมาลัย ผมจะมีปัญหากับคันเกียร์ด้านข้างเสมอ

คือมือมันจะไปโดนทำให้รู้สึกเลี้ยวแล้วไม่ค่อยสมูทเท่าไหร่



ส่วนด้านหลังเอกลักษณ์ในการดีดหลังมีในสังผัสบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่อาจเป็นเพราะน้ำหนักกดหลังที่มากกว่า Sedan เลยทำให้รู้สึกดีในด้านหลัง



ต่อมาที่ช่วงล่างเดิมออกจากโชวรูมจะเป็นล้อ 16" กับยาง Yoko ASpec 205/60R16  ผมใช้ขับชุดนี้จากศูนย์ถึงร้านยางประมาณ 15 กม.ได้



ก็เลยบอกได้ไม่มากแต่รู้ได้ว่ายางชุดนี้มันรับกำลังของ Odyssey ไม่น่าจะได้ แต่ความนิมมีให้ได้พอควร แต่ก็รู้สึกเบาๆกับยางชุดนี้เหมือนกัน



ล้อชุดใหม่เป็นล้อของ Civic TypeR "FD2" ขนาด 18 x 7.5" Offset 60 ผลิตโดย Enkei Japan เป็นล้อมือสองสภาพเยินนิดนึงเพราะได้มาในราคาไม่แรง

เมื่อลองชั่งกับล้อ 18" ตัวอื่นปรากฏว่าน้ำหนักมันเบาพอๆกับ 17" เลย ก็คิดว่า Enkei ทำล้อตัวนี้ได้เบาพอสมควร ส่วนระยะ Offset ก็ลึกไปนิดเลยเพิ่ม

รองอีก 4 มม.  ส่วนยางขนาดที่เลือกคือ 225/45R18 ที่อยู่ในตัว Absalute พอดี





ยางตอนแรกมี ตัวเลือกมี 3 รุ่นคือ Goodyear F1 Asymnetic II, Michalin PilotSport 3, Michalin Primacy 3st ในราคาเส้นล่ะ 6500 - 7300  

ส่วนตัวเคยใช้ PS3 แล้ว แต่ตัด GY เพราะยังกลัวว่าจะดีปีเดียวอยู่ เนื่องจากไปจับแก้มยางแล้วมันนิ่มกว่า Primacy 3st อีก (PS3 แข็งสุด)

เลยขอลองของใหม่หน่อยเป็น Primacy 3st ราคาแพงสุดแต่ดูยางแล้วคงเกาะพอควรและเงียบกว่า PS3 ก่อนหน้านี้เคยไปลองถามร้านที่ขายล้อพร้อมยาง

ของ New Accord 2.4 G9 ที่เป็น 18" ยาง 235/45R18 เป็น PilotSport3 เห็นราคาห้าหมื่นบาทแล้วเทียบกับล้อมือสองกับยางใหม่ที่ตรงขนาดยังถูกกว่าหลายบาท


  
กระจกรถรอบคันเป็นสีเขียวมาแต่กำเนิดครับ (รูปเป็นกระจกข้างที่ยังไม่ได้ติดฟิมล์) บานหน้าเป็นลามิเนต ส่วนรอบคันเป็นเทมเพท

และกรองแสง uVs ทุกบาน(ยกเว้นบานหน้า) ซึ่งช่วยกรอง UV ได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยตอนขับจากศูนย์ไปเปลี่ยนล้อ และไปติดฟิมล์มันก็ไม่ร้อนน่ะ



พอถึงร้านติดฟิมล์ ตอนแรกอยากลองของใหม่ Huper Optic แต่ดันไม่มี 70 ที่บานหน้าเลยเปลี่ยนไปเล่น 3M แทน Vkool ที่ EasyPass ไม่ผ่าน

3 บานหน้าเป็น 3M Crystalline 70 ที่ให้แสงผ่าน 70% กัน SPF1700  ส่วน 5 บานหลังเป็น 3M FX15 สีดำ แสงผ่าน 14%

เบาตัวไปหมื่นกลางๆ แต่บานหน้าก็ยังร้อนผิวนิดๆ ยังแสบตาอยู่เทียบแล้วพอกับ VK70



มุมมองในการขับคันนี้สำหรับผมถือว่าคุ้นๆ ทั้ง Jazz และ Teana เลยใช้เวลาไม่นานในการทำตัวคุ้นเคยเท่าไหร่ครับ
ด้านหน้า ไม่เห็นฝากระโปรงเป็นปกติ คอลโซนหน้าลึกมาก เส้า A ไปอยู่ไกลลิ้บแต่มีการเปิดมุมในการมองที่ สามเหลี่ยมมุมเส้า



มุมมองด้านข้างกระจกมองข้างขนาดใหญ่เห็นด้านข้างได้ทั้งหมด หน้าตาเหมือนกระจกข้างของ CRV ไม่ตัดแสง สีฟ้า

มีการหลอกตากับกระจกมองหลังนิดหน่อย คือด้านข้างระยะดูเหมือนไกลไปนิด



แผงควบคุมข้างประตูหน้าตาคุ้นเคย แผงด้านบนข้างมีช่องแอร์เป่าออกมาเมื่อปรับทิศระบบปรับอากาศให้เป่ากระจกมองข้างไม่ให้ขึ้นฝ้า



สำหรับมุมหลังเสาหลังสุดขนาดใหญ่แต่ก็ไม่มีผลเท่าไหร่สำหรับคนที่เคยขับ Jazz มาก่อนใช้กระจกมองข้างช่วยมองก็ช่วยลดมุมบอดด้านนี้ได้ดี

สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน หลังจากออกศูนย์ก็อยากกินของแพงก่อนเลย เลยเติม Shell NittoPlus เป็นโซฮอล 95 ราคาขึ้น 43 บาท

ทำอัตราการสินเปลืองที่ 120 กม/ชม. ได้ 13 กม.ลิตร จากหน้าจอ ซึ่งของจริงคงได้น้อยกว่านี้หน่อย ที่ 12 กม. หรือ ตก กม.ล่ะ 3 บาทเกือบ 4 บาทแนะ



แต่พอปลายเดือนเงินเริ่มหมดเลยหันมาเติม E10 91 แทนจากบางจาก และวัดดูเหมือนเดิมปรากฏได้ 12 กม.ลิตร จากหน้าจอ ก็ตก 3 บาทนิดๆ

ตอนนี้ก็พอจำได้ว่าตอน Jazz JP แรกๆ กินดุแต่ดีกว่านี้นิดเดียวพอพ้น 10,000 กม.ไปก็จะดีขึ้นอีกประมาณ 1-2 กม.ลิตรครับ ก็ได้แต่หวังว่าจะได้

ยิ่งถ้าเปลี่ยนเป็น Shell FualSave 91 E10 น่าจะกินน้อยกว่าบางจาก 0.5 กม./ลิตรได้เพราะเคยเติมใน Jazz JP มาแล้ว

แต่ถ้าเทียบกับ Teana คันก่อนวิ่งขนาดนี้ ได้ประมาณ 11 กม. ก็ถือว่าไม่กินเกินหน้าเกินตารถ D Seg  2.4 เท่าไหร่ พอรับได้กับค่าน้ำมันตกเดือนล่ะ 8 พันกว่าบาท



สำหรับคันนี้คงต้องบอกว่าเป็นไปตามคาดทุกอย่าง ทั้งการใช้งาน การขับขี่ ความสิ้นเปลือง เพราะโดนแม่ว่าไปหน่อยว่าเปลี่ยนรถบ่อย คันนี้ขอ 5 ปีน่ะค่อยเปลี่ยน

ก็คงต้องตามนั้นล่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 14:54:00 โดย NineKlao »

ออฟไลน์ TLX

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 193
ขอบคุณสำหรับการรีวิวดีๆครับ
รออ่าน Part 2 ครับ
รุ่นนี้เป็นฮอนด้ารุ่นหนึ่งที่ผมชอบมาก โดยเฉพาะคอนโซลหน้ามันดูล้ำสมัย หรูหรา งดงามจริงๆ
แต่พอเป็น Odyssey 2014 รุ่นใหม่ กลับดูเรียบง่ายมากขึ้น แต่ก็เรียบหรูไปอีกแบบ

รุ่นนี้ของจขกทผมว่าฮอนด้าแอบให้ออปชันมาน้อยไปนิดเหมือนกัน  ถ้าซื้อราคาเต็มนี่คิดหนักเลยครับ
แต่พอมีส่วนลดขนาดนี้  ผมว่ามันก็ดูคุ้มค่าน่าใช้ดีนะ เหมาะกับเป็นรถครอบครัวดีครับ 
บนท้องถนนเห็นมีอยู่ไม่กี่คัน  ผมเจอทีไรเป็นต้องเหลียวมองตลอดเลย

ออฟไลน์ Gateau_BKK

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 37
ที่บ้านผมเพิ่งขาย Odyssey ตัว RB1 รุ่นก่อนหน้าของ จขกท. ไปเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เองครับ
เป็นตัวที่เอาเข้ามาโดย Honda ประเทศไทยเอง ราคา 2.79 ล้านครับ
แต่ตอนนั้นออฟชันที่ให้มานี่ถือว่าค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับรถในยุคนั้นนะครับ
- Side curtain airbags, ไฟหน้า HID projector, เบาะแถว3พับไฟฟ้า(กลไกเดียวกันเป๊ะ ปุ่มรุ่นนี้ยังเหมือนกันเลย), เบาะหนัง, Moonroof ฯลฯ
ประทับใจในความสามารถของมันมากครับ รถ MPV ที่มี character เหมือนเป็น รถ Estate มาก แถมดีไซน์ก็ดู modern สวยไม่ค่อยสร่าง
ถ้าเลื่อนเบาะแถว2จนสุดนี่ legroom กว้างฝุดๆ ช่วงล่างนิ่ม แต่ก็ยังเกาะถนนมาก
ใช้ตั้งแต่ Nov 2004 - Nov 2013 ครบ 9 ปีเต็มพอดี วิ่งไป 270,000 km ไม่ค่อยงอแงด้วย แต่มี overhaul เกียร์ไป 1 ครั้ง

อ่านรีวิวแล้วนึกถึงเจ้าคันเก่าเลยครับ


GreenG

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณครับ :D

ออฟไลน์ @NeUnG

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
  • CFDT & CCTH
    • อีเมล์
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ   :) :)

ปล. ล้อที่เปลี่ยนมาน่าจะเป็นของ Civic Type R (FD2) ครับ ของ DC5 เป็น 17" 5 ก้านคู่ครับ  ;)

ออฟไลน์ nl2br

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,649
    • ร้านค้าออนไลน์
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ
บล็อกข่าวไอทีกากๆ >> https://thaimobiletricks.blogspot.com/ << ข่าวมือถือ มือถือรุ่นใหม่

ออฟไลน์ Nikle_pk

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,550
ขอบคุณครับ
My Review !!! New Vellfire 2.5ZG Edition !!!
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=44242.0

ออฟไลน์ Blur

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 520
    • อีเมล์
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ HLRx

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 815
    • อีเมล์
การเก็บเสียงเป็นงัยบ้างครับ ตามสไตล์ honda Thailand รึเปล่า ถ้าผมซื้อ จะเอามา ตกแต่งภายในใหม่หมด
 เคยไปดูตอน มอเตอร์โชว์ ปลายปี 55 ตอนนั้นกำลังหารถมาแทน Space wagon ที่ย่างเข้า ปีที่ 8 เปิดไปเจอภายในเบาะผ้าเลยถอย แต่ถ้าราคา 1.9x ล้าน ผมคงเลือกซื้อ แล้วเอามาตกแต่งภายใน ตามสไตล์ที่ชอบ

ออฟไลน์ Eddy5659

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,621
ขอบคุณครับ น่าใช้มากๆๆ ตอบโจทย์การใช้งานสุดๆ
ขอถามหน่อยนะครับ มีแผนจะหุ้มหนังไหมครับ เพราะผมเคยคิดเล่นๆว่าถ้าผมถอยมา อย่างแรกคือจับหุ้มหนังให้หมด
ไอ้ลูกชายแฝดน้องของผมไม่ถูกกับฝุ่นเอาซะเลย

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดผมว่าผมเจอคันนี้ที่ลานจอดรถแหลมทอง บางแสน เมื่อวานนี้ ตอนไปทานข้าวเที่ยง
ยังชี้ให้แฟนดูอยู่เลย แต่คุณเธอหลงไหลตัวใหม่หลังจากอ่านรีวิวคุณจิมมี่เสียแล้ว  :-\ :-\ :-\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2014, 11:09:26 โดย Eddy3585 »
2007 Toyota Vios
2009 Toyota Hilux Vigo
2010 Toyota Camry
2011 Ford Ranger
2011 Isuzu Dmax
2011 Toyota Hilux Vigo
2015 Ford Ranger
2015 Ford Everest 2.2 Titanium
2015 Ford Everest 3.2 Titanium+
2016 Toyota Hilux Revo 2.4 J m/t (5 คันจะที่รัก)
2017 BMW 320d iconic

ออฟไลน์ PengZZ

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 267
รถสวยครับ ชอบตอนเวลาเก็บเบาะแถวที่สามมาก ดูสะดวกดี

ออฟไลน์ dinner15

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 46
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ

อ่านแล้วอยากได้มากกก พอดีกำลังจะมีลูกคนที่2ด้วย เพิ่งออก CR-V ไป ไม่คิดว่าคนที่ 2 จะมาเร็วขนาดนี้

เสียอย่างเดียวคือเบาะผ้า น่าจับไปเปลี่ยนเป็นหนังให้หมด

ออฟไลน์ NR

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 868
ช่วงล่างความนุ่มนวลเป็นยังไงครับ นั่งแล้วเวียนหัวไหม เมื่อเทียบกับ Teana กับ Jazz

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,591
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
รีวิวนี้ ดีทุกอย่างครับ แต่ขอรบกวนว่า เอา Link Pantip ออกด้วยเถิดครับ
เรามีกฎกันอยู่แล้ว เราห้ามในทุกห้อง ทกกระทู้ ในทุกกรณีครับ

ขอความกรุณาด้วยครับ
ขอบคุณมากครับผม

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,570
รีวิวชัดเจนดีมากเลยครับ ยินดีกับรถคันใหม่ด้วยนะครับ

ออฟไลน์ Coat145

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 594
รีวิวดีมากครับ...เสียดายอย่างเดียว...ทำไมไม่ให้เบาะหนัง..ถ้าทำเองนี่เเพงไหมครับเนี่ย
YARIS1.2 G 2013 ขาว
L33 2.0XL 2014 ดำ
FORTUNER TRD 2.8 4WD WHITE BLACK TOP 2016
Mercedes-Benz E350e Exclusive ดำ 2018
Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ขาว 2018
FORD RAPTOR 2.0 BI-TURBO 2019

ออฟไลน์ waisana

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
ขอบคุณครับ  ตัวนี้ขับสนุกครับ 

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,712
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
การเก็บเสียงเป็นงัยบ้างครับ ตามสไตล์ honda Thailand รึเปล่า ถ้าผมซื้อ จะเอามา ตกแต่งภายในใหม่หมด
 เคยไปดูตอน มอเตอร์โชว์ ปลายปี 55 ตอนนั้นกำลังหารถมาแทน Space wagon ที่ย่างเข้า ปีที่ 8 เปิดไปเจอภายในเบาะผ้าเลยถอย แต่ถ้าราคา 1.9x ล้าน ผมคงเลือกซื้อ แล้วเอามาตกแต่งภายใน ตามสไตล์ที่ชอบ

เก็บเสียงดีกว่า accord ที่ประกอบในครับ จองรถเสียงข้างนอกไม่เข้ามาเท่าไหร่

ขับเร็วต้อง 110 ขึ้นจะเริ่มมีเสียงลมที่กระจกมองข้างครับ ข้างล่างจะมีแต่เสียงยางครับที่ได้ยิน

ส่วนตอนเร่งเครื่องฟินครับ ปรีดดดด สนุกดี แต่กินตามน่ะ

รุ่นนี้ขาดหลายอย่างจากตัว RB1 ครับ  เบาะหนัง เบาะปรับไฟฟ้า ซันรูฟ  ไฟHid 

ส่วนเบาะผ้าถ้าเปลี่ยนเป็นหนังดีๆ ก็น่าจะสี่หมื่นขึ้นน่ะครับ

ออฟไลน์ aries

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 31
ขอบคุณสำหรับรีวิวละเอียดสุดๆ เป็นข้อมูลอ้างอิงก่อนตัดสินในซื้อเลยละครับ

ออฟไลน์ Tha10050

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 322
    • อีเมล์
Re: Review HONDA ODYSSEY 2.4 JP 2012 (RB3) สวยและเก่งแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนสนใจ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 20:13:17 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ  รถหล่อมากคับ ไม่นึกว่า ใส่ล้อ FD2 Type r รองสเปเซอร์หน่อย ยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่เลยคับ


ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,492
  • *** HLM.COM ***
Re: Review HONDA ODYSSEY 2.4 JP 2012 (RB3) สวยและเก่งแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนสนใจ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2014, 03:53:40 »
ใส่ล้อลายนี้แล้วสวยขึ้นเยอะเลย

ส่วนลดโหดมาก คุ้มเลยครับ

ขอบคุณสำรีวิวครับ

ออฟไลน์ pop

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 689
  • ชีวิตออกแบบได้
    • www.teemgroup.com
    • อีเมล์
Re: Review HONDA ODYSSEY 2.4 JP 2012 (RB3) สวยและเก่งแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนสนใจ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2014, 01:38:58 »
ล้อใหม่สวยนะครับ
ขอบคุณสำหรับ review ครับ :)

ออฟไลน์ AUCIFER

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
เริ่มแต่ง part กับ เครื่องเสียงแล้วบอกกันมั่งนะครับ อิๆ
ดีใจมีเพื่อนร่วมทางแล้ว  ;D

ออฟไลน์ NoName__???

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,628
ออฟชั่นน้อยกว่ารุ่นเก่า RB1อีกแฮะ ตัดเฮี้ยนเลย เบาะหนัง ปรับไฟฟ้า moonroof หายหมด เหมือนถุงลมจะแค่2ใบด้วยใช่มั้ยคะ
 เทียบกับEstima ไม่ได้เลย รายนั้นให้มา8-9ใบ  แถมถังน้ำมันรุ่นนี้ทำไมให้มาน้อยจัง เทียบกับขนาดรถแล้วน่าจะให้มาใหญ่กว่า Accord (เหมือน Accord จะให้มา65ลิตร)
 แต่ข้อดีคงอัตราการกินน้ำมัน ได้ขนาดนี้ถือว่าไม่กินมากนัก อาจเพราะรูปทรงลู่ลม แนวๆwagon เลย

ออฟไลน์ Metallic

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 244
  • I'm a ME
ล้อสวยครับ เป็นของ enkei นี่เอง
ตัวผมชอบด้านหน้า และด้านท้ายมากครับโดยเฉพาะท่อคู่และไฟท้าย
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 31, 2014, 13:18:05 โดย Titerlon »

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,712
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
ออฟชั่นน้อยกว่ารุ่นเก่า RB1อีกแฮะ ตัดเฮี้ยนเลย เบาะหนัง ปรับไฟฟ้า moonroof หายหมด เหมือนถุงลมจะแค่2ใบด้วยใช่มั้ยคะ
 เทียบกับEstima ไม่ได้เลย รายนั้นให้มา8-9ใบ  แถมถังน้ำมันรุ่นนี้ทำไมให้มาน้อยจัง เทียบกับขนาดรถแล้วน่าจะให้มาใหญ่กว่า Accord (เหมือน Accord จะให้มา65ลิตร)
 แต่ข้อดีคงอัตราการกินน้ำมัน ได้ขนาดนี้ถือว่าไม่กินมากนัก อาจเพราะรูปทรงลู่ลม แนวๆwagon เลย

ถุงลมมีครบครับ หน้า ข้าง ม่าน ครับ

ถังก็พอดีกับตัวรถครับ เพราะยังมียางอะไหล่ให้อยู่น่ะครับ เทียบกับตัวใหม่ให้สูบกับที่ปะยาง

ตอนนี้ สปอย์เลอร์หลังที่สั่งมาแล้ว ทำสี รอติดครับ

ช่วงล่างเปลี่ยนแล้วครับ จับ TEIN StreetFlex รุ่น Top ปรับสูง_ต่ำไม่เปลี่ยนค่า K ใช้สไลด์กระบอกแทน

ตอนแรกดู StreedAdvance ที่มาแทน SuperStreet แต่ไม่มีของ ช่างเลยแนะนำตัวนี้แทน

ติดกับ EDFC Active Pro ปรับไฟฟ้าตามความเร็ว และแรง G  รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ มีต่อ GPS เพื่อวัดความเร็ว และแบบสนามก็ได้น่ะ

ตอนแรกว่าจะหามือสองรุ่น EDFC แรก แต่เห็นราคาเลย ลองเทียบรุ่นใหม่ Active กับ Active Pro เลยจบที่ Pro เพราะคบ และเพิ่มอีกนิดนึง

ส่วนท่อ รอ M นิดนึง เพราะคงสั่งใช้เวลา เดือนนึงได้ ดู Fujisubo ไว้ เปลี่ยนตั้งแต่หลังแคท ออกท่อคู่เหมือนเดิม

น่าจะได้กลางมาอีกหน่อยเพราะเคยลองในFreed แล้วเสียงไม่ดังขึ้นเท่าไหร่ แต่ได้ต้นกับกลาง ขับสนุกดี


ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,799
กระทู้นี้นานมากแล้ว แต่อยากจะมาขอบคุณรีวิวครับ

เป็นกระทู้ที่ทำให้ผมเห็นว่า ฮอนด้าก็แอบมีความกระหรั่วเฉกเช่นเดียวกับมิตซูเหมือนกันแฮะ...(เพราะรุ่นที่ท่านรีวิว ผมบอกตรงๆ ผมไม่เคยเห็นภายในเลย ฮอนด้าแทบไม่เคยแสดงรถคันนี้เลยครับ แถมเป็นช่วงที่ผมยังไม่มีคิวได้เปลี่ยนรถด้วย)

//คือ ผมกำลังหาข้อมูลที่จะติดจอดีวีดีให้กับเจ้า All new odyssey อยู่ ในกูเกิลมีน้อยมากครับ
กระทู้นี้จึงเด้งมาที่กูเกิ้ล

All new odyssey ที่ผมจะรับมาเป็นรุ่น 8 ที่นั่งครับ ได้ส่วนลดจนทำให้พอจ่ายไหว
ผมเห็นเบาะแถว 2 ของรุ่นในกระทู้และ all new เอิ่ม.......
มันจะเหมือนกันไปไหนครับ เหมือนแม้แต่ช่องวางแก้วตัวที่ท้าวแขนกลาง ตัวปรับเบาะเป๊ะเลย

แบบว่า ฮอนด้ายกจากตัวเก่ามาทั้งดุ้นเลยนะนั่น
ไม่ต่างจาก all new pajero ที่ยกแถว 2 และแถว 3 มาทั้งดุ้นเลย

แต่เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆ มันไม่มีตัวเลือกอื่น แถมจ่ายตังค์ไปแล้วด้วย
แค่บ่นเฉยๆครับ ช่วง gen-2genหลังมานี่ มีการลดต้นทุนแบบแปลกๆกันเยอะนะครับเนี่ย