ผู้เขียน หัวข้อ: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^  (อ่าน 16711 ครั้ง)

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,171
รบกวนด้วยนะครับ มีข้อข้องใจหลายๆเรื่อง
เลยกะว่าจะยกมาถามโครมเดียว
แบ่งเป็นหลายๆส่วนของรถนะครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ



เรื่องช่วงล่าง
1 คำว่า "ทำช่วงล่างใหม่" หมายถึงอะไรเหรอครับ
   สำหรับรถมือ2ที่เพิ่งซื้อมา ต้องทำใหม่ ต้องเปลี่ยนส่วนไหนบ้างครับ
   แล้ว มันจะดีเหมือนรถใหม่เลยมั้ยครับ?
2 จากข้อ1 ถ้าสำหรับรถธรรมดาๆ ที่อยากแต่งช่วงล่างใหม่
   ต้องเปลี่ยนอะไรบ้างครับ?
3 ถ้าเปลี่ยนมาแล้ว ไม่ว่าจากข้อ1 หรือข้อ2
   ช่วงล่างใหม่ จะทนเหมือนรถออกมาจากโรงงานมั้ยครับ(แบบว่าใช้ได้เกิน4-5ปีมั้ย)
   ถ้าขับแบบปกติ+ค่อนข้างถนอม น่ะครับ
4 รถซิ่ง ตามท้องถนน ทำช่วงล่างแข็งๆ มันจะทนมั้ยครับ?
   หรือสปริงที่หนึบๆ มันจะเสียชีวิตก่อนสปริงปกติหรือเปล่าครับ หรือว่ามันแข็งแรงกว่า??
5 ถ้าผมเพิ่มซีรี่ห์ยาง จาก50 ไป60
  มันจะมีผลอย่างไรบ้างครับ


เรื่องเบรก
1 ทำไม ล้อหน้า ถึงต้องหยุดก่อนล้อหลังเหรอครับ?
2 พอตเบรก คืออะไรเหรอครับ?
3 คาลิปเปอร์เบรก ทำหน้าที่อะไรเหรอครับ หรือแค่สวย?
4 ทำไมสำนักแต่งถึงชอบเอาเบรกของสกายไลน์มาติดเหรอครับ หรือว่ามันเป็นเบรกที่ดีมากๆ?

เรื่องท่อ ไอเสีย
1 ทำไมเวลาเปลี่ยนพักปลาย พักกลาง ท่อให้ใหญ่ขึ้น รถถึงวิ่งดีขึ้นเหรอครับ?
2 จากข้อ1 ถ้ามันดีขึ้นจริง ทำไมโรงงานถึงไม่ทำมาให้แบบที่ว่าล่ะครับ
3 สำนักแต่ง หรือคนแต่งรถ เค้ารู้ได้ยังไงครับ ว่าท่อขนาดเท่านี้ พักกลาง พักปลายแบบนี้
   ทำให้รถยี่ห้อ รุ่นนั้นๆ แรงขึ้นมาได้?
4 การทำของพวกนี้ มันทำให้ท้องรถยื่นออกมามั้ยครับ (เวลาขึ้นหลังเต่า อันตรายมั้ย?)
5 (สำหรับคนที่แต่งท่อ) ในมุมคนขับ ท่อแบบไหน ที่ "ดัง"แบบสุภาพครับ
   ถ้าข้อ1เป็นจริง ผมก็อยากจะทำดูบ้าง แต่ไม่อยากให้มันรบกวนชาวบ้าน และหูตัวเองครับ
   แล้วเสียงรบกวนภายใน เป็นยังไงบ้างครับ
6 ระบบท่อ มันเกี่ยวกับระบบเกียรยังไงเหรอครับ
   ที่ว่า เกียรออโต้ ต้องท่อแบบนี้ เกียรธรรมดาต้องแบบนี้ ทั้งๆที่รถเป็นรุ่นเดียวกัน??

เรื่องเครื่อง
1 เครื่องยนต์ในแต่ละขนาด
   วิ่งรอบเครื่องเท่าไหร่ ถึงเรียกว่า ไม่ทำร้ายเครื่องยนต์มาก แต่ความเร็วเหมาะสมครับ?
   รถผมวิ่ง120 เสียงเครื่องก็ดังแล้วครับ สงสารเครื่องยนต์
2 เสียงเครื่องเวลาวาลว์ทำงาน ทำไมมันดังมากชนาดนั้นเหรอครับ(ยาริส วีออส อัลติส ส่วนใหญ่โตโยต้า)
   เด็กๆชี้ที่รถผม แล้วบอกว่า รถอะไรไม่รู้ เสียงดั๊งดัง (อาย ครับ เหอะๆ)
3 Warmdown จำเป็นมั้ยครับ
4 ที่เค้าว่า "อัด ไล่ เขม่า" มันจริงมั้ยครับ??
   ที่จะต้องเอารถไปวิ่งเร็วๆบ้าง เพื่อให้เครื่องยนต์มันฟิต??
   (ส่วนตัวผมไม่เชื่อ เพราะรถยิ่งใช้ยิ่งโทรม ไม่เหมือนคน ยิ่งออกกำลัง ยิ่งฟิต)
5 ยกเครื่องใหม่ หรือเปลี่ยนเครื่องยนต์
   ถ้าสมมติผมใช้วีออสอยู่ แล้วเกิดเครื่องมันเสีย ผมสามารถเปลี่ยนเครื่องอื่นมาใช้แทนรหัสเดิมได้มั้ยครับ?
   หรือถ้าเกิดอนาคตข้างหน้า มีวีออสDual VVti จริงๆ ผมจะยกเครื่องเดิมเปลี่ยนเป็นตัวนี้ได้มั้ยครับ

เรื่องน้ำมัน
1 ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยม95 มากกว่า91เหรอครับ??
2 น้ำยาล้างหัวฉีด ที่ให้เติมลงไปในถังน้ำมัน มันช่วยได้จริงเหรอครับ??
   ช่วยอะไรได้บ้าง แล้วถ้ามันดีจริง ถ้าผมล้างหัวฉีดบ่อยๆ จะเป็นอะไรมั้ยครับ?
3  95 ดีกว่า91 จริงเหรอครับ? เห็นหลายๆแห่ง บอกว่าพุ่งกว่า เร่งดีกว่า

เรื่องเกียร
1 จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนเฟืองท้ายใหม่อะครับ
2 เกียรยิ่งทดสูง รอบยิ่งสูง ยิ่งกินน้ำมัน ถ้าผมเปลี่ยนเฟืองท้ายให้ทดต่ำๆ
   เพื่อให้รอบในความเร็วนั้นๆ ลดลง มันเป็นไปได้มั้ยครับ แล้วมีใครเคยทำแล้วบ้าง?
3 เกียรCVT ในอีกซัก3ปีข้างหน้า จะน่าใช้มั้ยครับ(การซ่อม ราคา)


เรื่องซื้อรถ
1 พรีอุส จะมีโอกาศเข้าไทย ใน3ปีข้างหน้ามั้ยครับ
2 ราคาของพรีอุส ตอนนี้ที่เห้นเค้าขับกัน เท่าไหร่เหรอครับ
3 ถ้ารถเป็นของเกรย จะเอาเข้าศูนย์ได้มั้ยครับ เค้าจะรับมั้ย?
4 สมมุติว่าพรีอุสที่ซื้อมามีปัญหา
   ช่างที่โตโยต้า จะสามารถซ่อมได้100% เหมือนรถที่ขายในไทยมั้ยครับ?


ขอบคุณที่ทนอ่านครับ
และขอบคุณสำหรับคำตอบ

ออฟไลน์ Ohmmypp

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,041
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 18:26:46 »
ขอตอบเรื่องที่รู้ก็แล้วกันนะครับ

ทำช่วงล่างใหม่ ก็คงจะหมายถึงเช็คดูระบบช่วงล่างทั้งหมด ตั้งแต่โช้ค สปริง ยางรอง ต่างๆ มากมาย ล่ะครับ เวลาซื้อรถมือสองก็คงต้องลองขับดูก่อนซื้อ ถ้ามีรถรุ่นเดียวกันมาเทียบได้ก็จะดีครับ จะเหมือนใหม่มั้ย? ก็คงไม่เหมือนซะทีเดียวหรอกครับ ใกล้เคียงมากที่สุดก็คือเข้าไปเปลี่ยนที่ศุนย์

รถที่อยากแต่งช่วงล่าง แน่นอนครับ โช้ค+สปริง เป็นส่วนหลักๆ ตามมาด้วยค้ำต่างๆ

ซีรี่ยาง ก็แก้มยางจะหนาขึ้น ส่งผลให้ไมล์เพี้ยนเล็กน้อย การสั่นสะเทือนลดน้อยลงประมาณนึง ครับ

เรื่องท่อไอเสียก็เป็นเรื่องของ ไอเสีย ครับ  มันจะมีจุด เหมาะสม ของมัน รถแต่ละรุ่นแต่ละแบบ สำนักต่างๆ สูตร มากมาย เขาจึงมีกัน ถ้าจะให้ชัวร์ ใช้รถอะไรก็ลองไปหาในบอร์ดคลับเค้าครับ

เรื่องรอบเครื่องก็ต้องแล้วแต่สภาพเครื่อง ทดเกียร์ ครับ แล้วก็เรื่องเสียงเครื่อง ไม่ดังขนาดนั้นนี่ครับ บ้านผมใช้วีออสตัวเก่าอยู่ มียาริสด้วย ก็ปกติดี เงียบกว่า c class รุ่นเก่าซะอีก

เกียร์ เปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้ายได้ครับ ต้องไปหาเอา ตามคลับรถต่างๆ ก็คงจะมีข้อมูลอยู่เยอะ
ทดเกียร์สูง รอบสูง กินน้ำมัน ใช่ครับ  แต่รถก็จะพุ่งขึ้นด้วย ส่งผลให้เกิดความสะใจในการขับ รู้สึกว่าแรงบิดมีมากขึ้น  แต่!! ความเร็วสูงสุดก็จะลดลงครับ
ทดเฟืองท้ายต่ำลง ไม่เคยเห็นใครทำนะครับ  ทดต่ำลง ส่งผลให้...รอบต่ำลง ถูก! ประหยัดขึ้น ถูก! แต่จะเหนื่อยกับการรอรอบกว่าเดิมนิดนึงนะครับ

ก็ประมาณนี้ครับที่ผมรู้  รอให้พี่คนอื่นมาเพิ่มเติม แล้วผมจะตามมาอ่านอีกที   8)
JC TU #54

ออฟไลน์ PREM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,906
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 18:59:30 »
ตอบเฉพาะที่ความรู้(น้อยนิด)ของผมตอบได้แล้วกันนะครับ

   เครื่องยนต์ในแต่ละขนาด
   วิ่งรอบเครื่องเท่าไหร่ ถึงเรียกว่า ไม่ทำร้ายเครื่องยนต์มาก แต่ความเร็วเหมาะสมครับ?
   รถผมวิ่ง120 เสียงเครื่องก็ดังแล้วครับ สงสารเครื่องยนต์

-  ผมว่าอันนี้ขึ้นอยู่กับการทดเกียร์ด้วยครับ อย่างบางคันวิ่ง 100 รอบ 2,500 แต่บางคันวิ่ง 100 รอบไม่ถึง 2,000 ด้วยซ้ำไป
 เพราะฉะนั้นผมว่ารอบประมาณ 2,200-2,700 น่าจะกำลังดีครับ ความเร็วประมาณ 100-120


   เสียงเครื่องเวลาวาลว์ทำงาน ทำไมมันดังมากชนาดนั้นเหรอครับ(ยาริส วีออส อัลติส ส่วนใหญ่โตโยต้า)
   เด็กๆชี้ที่รถผม แล้วบอกว่า รถอะไรไม่รู้ เสียงดั๊งดัง (อาย ครับ เหอะๆ)

-  ข้อนี้ตอบไม่ได้ แต่สังเกตเหมือนกันว่าเสียง Toyota รุ่นใหม่ๆ ดังกว่า Honda, Nissan ฯลฯ


   ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยม95 มากกว่า91เหรอครับ??

-  เพราะว่ามันดีกว่าครับ ค่าออกเทนยิ่งสูงยิ่งได้สมรรถนะดีครับ

   95 ดีกว่า91 จริงเหรอครับ? เห็นหลายๆแห่ง บอกว่าพุ่งกว่า เร่งดีกว่า

-   จริงครับ


   เกียรยิ่งทดสูง รอบยิ่งสูง ยิ่งกินน้ำมัน ถ้าผมเปลี่ยนเฟืองท้ายให้ทดต่ำๆ
   เพื่อให้รอบในความเร็วนั้นๆ ลดลง มันเป็นไปได้มั้ยครับ แล้วมีใครเคยทำแล้วบ้าง?

-   คงเป็นไปได้ครับ แต่ถ้าทดเฟืองท้ายต่ำแ้ล้ว อัตราเร่งจะแย่ลงเป็นข้อแลกเปลี่ยนนะครับ


    ราคาของพรีอุส ตอนนี้ที่เห้นเค้าขับกัน เท่าไหร่เหรอครับ

-   ประมาณ 1.8 ล้านครับ

้ตอบได้แค่นี้แหละ :D

2009 Nissan Teana 200XL             2012 Honda CR-V 2.4 EL 2WD    
2014 Mazda CX-5 2.5 S                2016 Volvo XC60 D4
2020 Volvo V60 T8 Inscription

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 19:38:17 »
หลายข้อ คุณ ohmmy ช่วยตอบให้แล้ว ผมจะเสริมอันที่เหลือละกันครับ

เรื่องช่วงล่าง

3 ถ้าเปลี่ยนมาแล้ว ไม่ว่าจากข้อ1 หรือข้อ2
   ช่วงล่างใหม่ จะทนเหมือนรถออกมาจากโรงงานมั้ยครับ(แบบว่าใช้ได้เกิน4-5ปีมั้ย)
   ถ้าขับแบบปกติ+ค่อนข้างถนอม น่ะครับ



ขับถนอมยังไงก็ทนครับ แต่มันเป็นเรื่องที่ฟันธงไม่ได้ เพราะเมื่อเราพูดว่าช่วงล่างแต่ง เรากำลังพูดถึงแบรนด์ของแต่งจำนวนมากมายยิ่งกว่าเมียสุลต่านซึ่งแต่ละอันก็ไม่เหมือนกัน

Koni กระบอกเหลือง..ถ้าใส่ในเบนซ์ 124 บางคัน 2-3ปีก็รั่วแล้ว แต่ Koniเหลืองใน VW Golf อยู่ได้ 5 ปีไม่รั่วเลย
Kayaba SR กระบอกฟ้า อายุไม่ค่อยยืนเหมือนกันสำหรับ Nissan 3 ปีก็รั่ว
Tein SS ในรถเพื่อนผมใช้มา 4 ปีและขับหนักรุนแรงมาก ยังไม่รั่ว
D2 ในรถ Civic ES ขับหนักๆ ปีเดียวรั่วหมด

อันนี้คือเท่าที่เจอมา แต่ผมว่าคุณสบายใจเถอะครับ คนขับถนอม ผมว่าน่าจะอยู่กับมันได้สัก 3-4 ปีอย่างต่ำ

4 รถซิ่ง ตามท้องถนน ทำช่วงล่างแข็งๆ มันจะทนมั้ยครับ?
   หรือสปริงที่หนึบๆ มันจะเสียชีวิตก่อนสปริงปกติหรือเปล่าครับ หรือว่ามันแข็งแรงกว่า??
ตอบทำนองเดียวกับข้อสี่ คือโอกาสความเป็นไปได้มันมีทั้งสองทาง
แต่บอกได้ว่าช่วงล่างยิ่งแข็ง ยิ่งทำร้ายบอดี้รถกับช่วงล่างนะครับ เบ้าโช้ค ตะเข็บยึดซุ้มล้อ มันจะเสื่อมเร็วกว่ารถที่ใช้ช่วงล่างนุ่มๆ




เรื่องเบรก
1 ทำไม ล้อหน้า ถึงต้องหยุดก่อนล้อหลังเหรอครับ?

จริงๆมันก็หยุดพร้อมๆกันตอนเหยียบนั่นล่ะครับ แต่ถ้าคุณหมายถึงว่าทำไมล้อหน้าต้องเบรคดีกว่า ก็เพราะเครื่องยนต์ เกียร์ น้ำหนักตัวรถมันหนักข้างหน้า แล้วพอเบรคหนักๆ น้ำหนักยิ่งถ่ายเทมาข้างหน้าเยอะกว่าเดิม เหลือข้างหลังเพียงน้อยนิดเท่านั้น เบรคหน้าจึงต้องดีกว่าข้างหลัง (ยกเว้นรถเครื่องวางท้ายหรือวางกลาง ก็อาจไม่ต้องเน้นให้เบรคหน้าประเสริฐกว่าด้านหลังเยอะนัก)

ถ้าเข้าใจข้อนี้ คุณจะขำเองว่าทำไมบางท่านทุกข์ร้อนกับการที่รถขับเคลื่อนล้อหน้าของเขาใช้ดรัมเบรคในล้อหลังทั้งๆที่ไม่ใช่รถที่ถูกขับอย่างหนักหน่วงหรือรถแข่ง


2 พอตเบรก คืออะไรเหรอครับ?

ก็คือส่วนหนึ่งของคาลิเปอร์ มีลักษณะเป็นลูกสูบแรงดัน เมื่อเราเหยียบเบรค น้ำมันเบรคเข้าไปดันในลูกสูบนี้ ลูกสูบก็ดันผ้าเบรคให้หนีบจาน

3 คาลิปเปอร์เบรก ทำหน้าที่อะไรเหรอครับ หรือแค่สวย?

คาลิเปอร์เป็นที่อยู่ของพอตเบรคนั่นแหละครับ เพื่อให้มันมีที่พักพิงยึดตัวติดไว้ได้
คาลิเปอร์ส่วนมากมีสีสันธรรมดาๆ มีรถแต่งหลายคันชอบพ่นสีให้เด่นและสวย ยิ่งพอ Brembo ทำคาลิเปอร์สีแดงมาใส่รถแรงๆ เราคนจนไม่มีเงินหลายหมื่นซื้อคาลิเปอร์ ก็ไปซื้อฝาครอบมาแปะให้ดูเหมือนๆ


4 ทำไมสำนักแต่งถึงชอบเอาเบรกของสกายไลน์มาติดเหรอครับ หรือว่ามันเป็นเบรกที่ดีมากๆ?

เบรคสกายไลน์ถ้าไม่ได้มาจากรุ่น GTR R33 หรือ R34 ก็ไม่ได้ถือว่าดีจนต้องกราบไหว้ เบรคของ Subaru STi หรือ Evo8 ก็ดีไม่แพ้กันครับ

ส่วนเบรคของสกายไลน์ GTS รุ่นธรรมดา คนมักเอามาใส่รถขับหน้าตัวเบาๆอย่าง Corolla, Sunny เพราะลำพังตัวเบรคแม้จะไม่เด่นอะไรนัก แต่การที่มันเคยรับมือกับตัวถัง 1.5 ตันของสกายไลน์มาก่อน พอมาอยู่ในรถเล็กหนัก 1.1 ตันเลยหยุดรถได้มั่นใจสบาย


เรื่องท่อ ไอเสีย
1 ทำไมเวลาเปลี่ยนพักปลาย พักกลาง ท่อให้ใหญ่ขึ้น รถถึงวิ่งดีขึ้นเหรอครับ?

ไม่จำเป็นครับ ขนาดท่อต้องสัมพันธ์กับประเภท และพละกำลังของเครื่องยนต์
ถ้าเปลี่ยนแล้วดีขึ้น เพราะไอเสียออกได้ด้วยความเร็วแรงดูดที่เหมาะสม อย่างรถผม SR20DE ตอนใช้ท่อ 1.7 นิ้ว เทียบกับตอนใช้ท่อ 2.2 นิ้ว อัตราเร่ง 0-140 เกือบเท่ากัน นาฬิกาจับไม่ได้ แต่ 140-180 ต่างกันอยู่ 3-4 วินาที เพราะท่อ 2.2 นิ้วรองรับการพุ่งออกของไอเสียที่รอบเครื่องสูงค้างเป็นเวลานานๆได้ดีกว่า

นั่นหมายความว่าผมใส่ท่อ 3 นิ้วแล้วจะแรงกว่านี้อีกไหม...ไม่ครับ เพราะไอเสียต้องมีการระบายออกด้วยความเร็วที่เหมาะสม
ถ้าโล่งเกินไป ไอเสียที่ถูกเครื่องยนต์ผลักออกมาเจอห้องโล่งๆกว้างๆมันจะสูญเสียความเร็ว แรงดูดไอเสียหายไป แรงที่จะกวักมือเรียกไอดีเข้ามาก็น้อยลง

คุณลองนึกภาพ ผมให้คุณอมน้ำยาบ้วนปากตราลิงถือลูกเหม็นเอาไว้ จากนั้นให้บ้วนออกด้วยแรงดัน 1 บรรยากาศแมวในปาก

แต่ให้บ้วนโดยผ่าน หลอดของนมไทยเดนมาร์คนะ
จากนั้นค่อยเปลี่ยนมาใช้หลอด 4 ม.ม.
แล้วจากนั้นค่อยเปลี่ยนมาใช้หลอดของชานมไข่มุก

คุณจะรู้ได้ว่าแรงดันบรรยากาศแมวในปาก มันก็คล้ายๆกับความสามารถในการทำไอเสียของเครื่องยนต์ และในแรงดันระดับต่างๆ มันจะมีหลอดในฝันอยู่หลอดนึงล่ะ ที่ทำให้คุณสามารถบ้วนน้ำยาตราลิงถือลูกเหม็นได้ไกลและเร็วที่สุดโดยไม่สำลักตายซะก่อน

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม คุณเอารถ 1.6 ลิตรเกียร์ออโต้ไปใส่ท่อ 3 นิ้ว มันก็ไม่ได้แรงขึ้น ดีไม่ดีโดนรถเดิมสวนด้วยซ้ำ


2 จากข้อ1 ถ้ามันดีขึ้นจริง ทำไมโรงงานถึงไม่ทำมาให้แบบที่ว่าล่ะครับ

เสียงดัง ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบ และความเงียบ สวนทางกับความแรงครับ
จริงๆถ้าโรงงานอยากทำท่อให้เน้นแรง เค้ายิ่งประหยัดต้นทุนไปอีก เดินแป๊บโล่งๆ 1.7 นิ้วทั้งคัน
ไม่ต้องใส่ CAT ไม่ต้องใส่หม้อพักสักใบ แต่รับรองคนด่าเยอะกว่าคนชม



3 สำนักแต่ง หรือคนแต่งรถ เค้ารู้ได้ยังไงครับ ว่าท่อขนาดเท่านี้ พักกลาง พักปลายแบบนี้
   ทำให้รถยี่ห้อ รุ่นนั้นๆ แรงขึ้นมาได้?

มันมีวิธีการคำนวณ ซึ่งผมจำไม่ได้ แต่เดาว่าบนเว็บไซต์น่าจะหาได้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ถ้าจำไม่ผิด
มีคนทำเว็บที่คำนวณได้เลยว่าใช้ท่อกี่นิ้ว แค่บอกว่ารถคุณเครื่องกี่ซีซี หมุนรอบสูงสุดเท่าไหร่ มีกี่แรงม้า
เพราะปริมาณไอเสียที่จะออกมานั้น มันมีความสัมพันธ์กับปริมาณอากาศที่ถูกประจุเข้าในลูกสูบ และเชื้อเพลิงที่ฉีด

นั่นเป็นเหตุว่าทำไมรถเทอร์โบถึงมักใช้ท่อใหญ่กว่ารถไม่มีเทอร์โบทั้งที่ขนาด cc เท่ากัน

และจริงๆแล้ว...ขนาดของท่อในบ้านเรามันไม่ได้มีให้เลือกมากมายอะไรนัก.. 1.5 นิ้ว 1.7 นิ้ว 2.0 นิ้ว 2.2 นิ้ว 2.5 นิ้ว 3 นิ้ว
และใหญ่กว่าขึ้นไป รถเกียร์อัตโนมัติเครื่องแรงไม่เกิน 150 ม้าจะอยู่ได้กับท่อ 1.7 นิ้ว ส่วน 2.0 นิ้วนั้นอยู่ได้กับรถ 140-170 ม้า ถ้าจะใช้ 2.2 นิ้ว ก็ควรจะมี 170-200 แรงม้า ส่วนถ้าอยากใช้ 2.5 นิ้ว รถคุณก็น่าจะมี 200 ม้าหรือมากกว่า

ทั้งนี้ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา ก็ให้บวกเพิ่มนิดหน่อย อย่างรถเกียร์ออโต้ 170 ม้า ผมจะเลือกใช้ท่อ 2.0 นิ้ว แต่ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาผมเลือกใช้ 2.2 นิ้ว เพราะรถเกียร์อัตโนมัติมักไม่นิยมออกล้อฟรี และมักมีอัตราทดเกียร์แรกยาวกว่ารถเกียร์ธรรมดา จึงควรเน้นแรงบิดรอบต้นและปานกลางไว้มากกว่ารถเกียร์ธรรมดา



4 การทำของพวกนี้ มันทำให้ท้องรถยื่นออกมามั้ยครับ (เวลาขึ้นหลังเต่า อันตรายมั้ย?)

ถ้าคุณเดินท่อไอเสียตามแนววางท่อเดิม คงไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ถ้าคุณเดินท่อแบบยิงตรงด้านท้ายมาเลย

5 (สำหรับคนที่แต่งท่อ) ในมุมคนขับ ท่อแบบไหน ที่ "ดัง"แบบสุภาพครับ
   ถ้าข้อ1เป็นจริง ผมก็อยากจะทำดูบ้าง แต่ไม่อยากให้มันรบกวนชาวบ้าน และหูตัวเองครับ
   แล้วเสียงรบกวนภายใน เป็นยังไงบ้างครับ

มานั่งรถผมถ้าว่าง เจอกันได้ทุกศุกร์ แถวซอยอารีย์

ล้อเล่นครับ จริงๆแต่ละคนมองเสียงท่อไม่เหมือนกัน บางคนชอบเสียงแหลมป๊าด แต่ผมชอบทุ้มต่ำ
วิ่งผ่านบ้าน กระจกหน้าต่างสั่น เป็นความถี่ต่ำ ถ้าไม่อยากให้รบกวนชาวบ้าน ไปวัดเสียง ทำอย่าให้เกิน 80เดซิเบล
ใส่หม้อพักให้ครบสองใบ ยัดใยแก้วให้แน่นๆ เอาฝอยขัดหม้อพันรอบแกนก่อนยัดใยแก้ว เสียงที่ได้จะทุ้ม
คนอยู่ใกล้ๆจะได้ยิน แต่ยิ่งซัดจะยิ่งเงียบ

ถ้าคุณมีคำว่าเสียงรบกวนมาเป็นตัวทำให้ชั่งใจ แนะนำว่าอย่าทำท่อทั้งเส้น แค่เปลี่ยนใบพักปลาย
ยัดใยแก้วแน่นสุดๆและขนาดปลายท่อไม่ต้องใหญ่มาก


6 ระบบท่อ มันเกี่ยวกับระบบเกียรยังไงเหรอครับ
  ที่ว่า เกียรออโต้ ต้องท่อแบบนี้ เกียรธรรมดาต้องแบบนี้ ทั้งๆที่รถเป็นรุ่นเดียวกัน??
คนชอบบอกว่ารถเกียร์ออโต้ต้องการแรงดูดไอดีที่ดีกว่า จึงต้องใช้ท่อขนาดเล็กกว่า ผมไม่รู้และไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม
แต่ผมใช้คิดเอาว่าท่อเล็กกว่าจะได้แรงรอบต้นที่ดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับเกียร์อัตโนมัติที่ต้องออกตัวจาก 0 ไม่เหมือนเกียร์ธรรมดาที่ออกด้วยรอบ 4000 แล้วกระชากคลัทช์ได้ (จริงๆเกียร์ออโต้ก็ทำได้ เร่งเครื่องแล้วปัดมา D แต่จะทำให้มันพังไปทำไมกัน)



เรื่องเครื่อง
1 เครื่องยนต์ในแต่ละขนาด
   วิ่งรอบเครื่องเท่าไหร่ ถึงเรียกว่า ไม่ทำร้ายเครื่องยนต์มาก แต่ความเร็วเหมาะสมครับ?
   รถผมวิ่ง120 เสียงเครื่องก็ดังแล้วครับ สงสารเครื่องยนต์

ภาระเครื่องขึ้นอยู่กับระยะชักกระบอกสูบ ขนาดเครื่องยนต์ รูปแบบเครื่องยนต์ แต่โดยหลักๆแล้วสำหรับรถเบนซินเครื่อง
1.5-4 ลิตรสามารถใช้รอบแช่ที่ 3000 รอบตลอดการเดินทางได้อย่างสบายอารมณ์ รถเก่าที่เกียร์ทดจัดบางรุ่นผมวิ่ง 125 รอบเครื่องปาเข้าไป 4000 ก็ยังใช้ขับได้นาน แม้จะสึกหรอและเสียงดังมากกว่า

สรุป ถ้ารอบมันไม่เกิน 3500 ผมว่าอย่าคิดมาก ถึงเกินก็ช่างมันเถอะครับ ประสาทจะเสีย รถทำมาเพื่อวิ่ง แต่ใช้น้ำมันเครื่องดีๆละกัน


2 เสียงเครื่องเวลาวาลว์ทำงาน ทำไมมันดังมากชนาดนั้นเหรอครับ(ยาริส วีออส อัลติส ส่วนใหญ่โตโยต้า)
   เด็กๆชี้ที่รถผม แล้วบอกว่า รถอะไรไม่รู้ เสียงดั๊งดัง (อาย ครับ เหอะๆ)

ผมนั่งรุ่นที่คุณบอกมา ยังไม่เคยเจออาการวาล์วดังครับ บอกไม่ได้ว่าจะเอายังไง นั่งทางในก็บอกไม่ถูก
เปิดฝาครอบเครื่องเอาไขควงใหญ่จิ้มตรงฝาครอบวาล์ว ไล่เงี่ยงหูฟังให้แน่ใจก่อนดีไหมครับว่ามันดังมาจากแถวแค็มหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็ค่อยเอาไปปรับตั้งวาล์วใหม่อาจจะหายมั้งครับ


3 Warmdown จำเป็นมั้ยครับ

ไม่จำเป็น แต่ถ้าทำแล้วดีกว่าไม่ทำครับ ก่อนเข้าบ้าน ขับแบบถนอมรอบเครื่องได้สัก 5 นาทีนี่ก็ถือว่าwarm down แล้วครับ

4 ที่เค้าว่า "อัด ไล่ เขม่า" มันจริงมั้ยครับ??
   ที่จะต้องเอารถไปวิ่งเร็วๆบ้าง เพื่อให้เครื่องยนต์มันฟิต??
   (ส่วนตัวผมไม่เชื่อ เพราะรถยิ่งใช้ยิ่งโทรม ไม่เหมือนคน ยิ่งออกกำลัง ยิ่งฟิต)

อาจจะจริงสำหรับเครื่องรุ่นเก่าๆ แต่กับเครื่องรุ่นใหม่ๆนั้นไม่จำเป็นเสมอไป ผมมองว่าการที่นานๆอัดทีนั้นเอามาใช้ในแง่ของการฝึกให้เจ้าของชินกับการพุ่งของรถเมื่อเหยียบคันเร่งเต็มพิกัด เพื่อที่เวลาคุณรีบจริงๆ คุณจะได้คุมมันอยู่

แต่เรื่องเครื่องยนต์ต้องไล่เขม่า ผมมองว่าไม่จำเป็น แต่นานๆครั้งลองทำทีก็ดีนะ คุณจะได้รู้ว่าอัตราเร่งมันยังสมบูรณ์อยู่หรือเปล่า


5 ยกเครื่องใหม่ หรือเปลี่ยนเครื่องยนต์
   ถ้าสมมติผมใช้วีออสอยู่ แล้วเกิดเครื่องมันเสีย ผมสามารถเปลี่ยนเครื่องอื่นมาใช้แทนรหัสเดิมได้มั้ยครับ?
   หรือถ้าเกิดอนาคตข้างหน้า มีวีออสDual VVti จริงๆ ผมจะยกเครื่องเดิมเปลี่ยนเป็นตัวนี้ได้มั้ยครับ

4A-GE, 4AFE มีคนลงมาเยอะแล้ว ส่วนถ้าจะลงเครื่องรุ่นใหม่ๆ มันมีแนวโน้มว่าน่าจะวางได้ ถ้าไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์มีระบบล็อคกับดักอะไรแปลกๆเยอะแยะหรือใช้ระบบสายไฟที่ช่างส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ที่จะทำ

เรื่องน้ำมัน
1 ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงนิยม95 มากกว่า91เหรอครับ??

เชื่อว่ามันแรงกว่า และจริงๆมันก็แรงกว่านั่นแหละ (หรืออย่างน้อยน่าจะใช้คำว่าทำให้เครื่องสามารถเรียกความสามารถของมันออกมาได้เยอะกว่า)

2 น้ำยาล้างหัวฉีด ที่ให้เติมลงไปในถังน้ำมัน มันช่วยได้จริงเหรอครับ??
   ช่วยอะไรได้บ้าง แล้วถ้ามันดีจริง ถ้าผมล้างหัวฉีดบ่อยๆ จะเป็นอะไรมั้ยครับ?

คุณลองเอาคราบน้ำมันดินหรือเขม่าคาร์บอนมาแช่ในน้ำมันเบนซินดู คุณก็จะรู้ได้ว่าลำพังในตัวน้ำมันเองนั้นมีสารทำละลายที่ดีอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเติม

3  95 ดีกว่า91 จริงเหรอครับ? เห็นหลายๆแห่ง บอกว่าพุ่งกว่า เร่งดีกว่า

เรื่องเกียร
1 จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนเฟืองท้ายใหม่อะครับ

ถ้าเป็น Vios คุณเปลี่ยนเฟืองท้ายทำไม เปลี่ยนเกียร์ทั้งลูกยังได้เลยครับถ้าอยากได้ทดจัดๆก็เอาเกียร์ 4AGE 20วาล์วประกบก็ได้

2 เกียรยิ่งทดสูง รอบยิ่งสูง ยิ่งกินน้ำมัน ถ้าผมเปลี่ยนเฟืองท้ายให้ทดต่ำๆ
   เพื่อให้รอบในความเร็วนั้นๆ ลดลง มันเป็นไปได้มั้ยครับ แล้วมีใครเคยทำแล้วบ้าง?

ไม่เคยทำครับ ส่วนมากรถที่ผมเจอมักทดมายาวเกินกว่าที่ผมต้องการ
เป็นไปได้น่ะมันทำได้ครับ กัดเฟืองเกียร์ใหม่ แต่คุณจะรับได้ไหมถ้าเข้าเกียร์อยาก เกียร์หอน เสียงเกียร์ดัง

เกือบจะทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ แต่ทำไปแล้วคุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียหรือเปล่า เท่านั้นเอง

3 เกียรCVT ในอีกซัก3ปีข้างหน้า จะน่าใช้มั้ยครับ(การซ่อม ราคา)
สำหรับผม อีก 3 ปีข้างหน้าไม่น่าจะมีอะไรใหม่ๆกับ CVT และสำหรับผม ก็ยังไม่ชอบ CVT อยู่ดี


- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,171
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 20:11:09 »
ขอบคุณสำหรับคำตอบมากๆนะครับ ^^

ออฟไลน์ Sarutino

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 755
  • อยากออกไปกอดเมืองไทย^ ^
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 20:30:21 »
ขอมาเก็บความรู้แล้วกัน ;D
"Lose who you are to save what you love."

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 22:07:58 »
มาชมเชยผู้เกิน ชาง ที่ขยันตอบดีจริงๆครับ อิอิอิ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 22:54:50 »
โห!!!!!!

สุดติ่งหู กันทั้งคนถาม และคนตอบเลย วุ้ยยยย เอิ๊กๆๆๆ

ดีครับดี

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,704
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 17, 2009, 23:59:36 »
ปักหมุดดีไหมครับ

ออฟไลน์ KLANG MR-S

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 381
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 01:10:27 »
ได้ความรู้เพิ่มอีกเพียบเลยคร๊าบ

ออฟไลน์ Deaw_BenZ''

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 605
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 08:12:38 »
ได้ความรู้เพิ่มอีกเพียบเลยคร๊าบ

เห็นด้วยครับ!

ออฟไลน์ SUN-PS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 782
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 09:58:43 »
ซูฮกให้commander chengครับ
สุดยอดจริงๆ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ

ออฟไลน์ 2k

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,574
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 12:27:21 »
ป๊าดดด คุณผู้เกินความรู้แน่นอั่กมากๆ วันมีรวยมีเงินปรับปรุงรถกะเค้าบ้างจะรบกวนขอความรู้เกี่ยวกับขนาดท่อที่เหมาะสมกับรถของผมนะครับ  ;D

ได้ที่พึ่งแล้วตรู  :-*

หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com


ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,171
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 13:32:52 »
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ

จริงๆยังมีถามอีกมากมายก่ายกองแหละครับ
แต่ตอนพิมดันนึกไม่ออก ลืมๆไปบ้าง



เออ..ขอรบกวนถามอีก1เรื่อง 3ข้อ นะครับ
เรื่องชุดช่วงล่าง
1 ถ้าผมเปลี่ยนสปริงเป็นสปริงโหลด โดยที่ใช้โช๊คเดิม
   โช๊คเดิมๆมันจะรับไหวมั้ยครับ เพราะช่างแนะนำให้เปลี่ยนทั้งชุด(โช๊ค สปริง) >> ผมไม่เชื่อช่างเท่าไหร่ เพราะเค้าต้องการขายรึเปล่า?
   แต่ราคามันแพงจนรับไม่ได้เลยครับ (ราวๆ40,000) เลยคิดว่าเปลี่ยนแค่สปริงก็พอ(6,500)
   พอถามเพื่อนที่แต่งรถพวกนี้ ก็แนะนำให้เปลี่ยนโช๊คด้วย ไม่ก็อัดน้ำมันโช๊คแทน
   เลยอยากถามว่า โช๊คมันจะพังมั้ยครับ??
   แล้วน้ำมันโช๊ค อัดไปเพื่ออะไรครับ??
   ถ้าเปลี่ยนได้ ต้องระวังอะไรบ้างมั้ยครับ(หลุม ขับเนียนๆ หรือน้ำหนักบรรทุก??)
   กลัวว่าระดับสปริงกับโช๊ค มันไม่เท่ากัน จะกลายเป็นภาระให้โช๊คมันพังเร็วขึ้นอะครับ
2 จากข้อ1 ที่เปลี่ยน เพราะเข้าใจว่า รถมันจะหนึบขึ้น(พอสมควร) ทรงตัว+เข้าโค้ง ได้ปลอดภัยขึ้น
   มันจริงมั้ยครับ?
3 ผมดูๆอยู่2ยี่ห้อ Tein ไม่ก็ H&R ใช้แบบไหนดีครับ(หรือมียี่ห้ออื่นแนะนำมั้ยครับ??)
   แล้วมันเตี้ยลงมากมั้ยครับ ไม่อยากให้เกิน1นิ้วเลยครับ ที่ม.หลังเต่าสูง(มาก)

ปล. ยาริสของญาติ ใช้Tein(แบบแข็งสุดยอด) ขับแล้ว เหมือนขับมาสด้า3เลย ความเกาะ+ฟิลลิ่งในการขับดีมาก(ในทางโค้ง+เร็วเกิน100)
แต่เวลาเข้าซอย เข้าบ้าน ผ่านทางรถไฟ หรือปวดท้องอยู่ มันทรมาณมากๆเลยครับ
ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

ปล2. ถ้าเอาคำถามที่ผมถาม มารวมๆกันทุกๆกระทู้ คงได้มหาศาลแน่ๆเลย เหอะๆ
ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยตอบให้นะครับ

ออฟไลน์ nongya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 13:54:06 »
แนะนำให้ปักหมุดไว้ซักพักครับ

ได้ความรู้เยอะดี

(พี่แพน ตอบซะผอมเลยมั้งนั่น)






(แบบว่า ตอบซะหมดพุงเลย  ;D ;D ;D)

ออฟไลน์ yoyoland

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 318
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 14:14:16 »
เยี่ยมมากครับ

ความรู้มากมาย

Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 17:08:19 »
เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้

ออฟไลน์ MyName

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,810
  • I'm............................
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 22:16:49 »
หุหุหุ ความรู้ทั้งนั้น :D
2016 - Mazda 2
2012 - Yamaha Mio 125
2011 - Honda Click-i
2008 - Mitsubishi Space Wagon !!User'Review Click here!!
1997 - Daihatsu Mira
1993 - Nissan Sentra

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 23:37:24 »
1 ถ้าผมเปลี่ยนสปริงเป็นสปริงโหลด โดยที่ใช้โช๊คเดิม
   โช๊คเดิมๆมันจะรับไหวมั้ยครับ


   ไม่ก็อัดน้ำมันโช๊คแทน
   เลยอยากถามว่า โช๊คมันจะพังมั้ยครับ??
   แล้วน้ำมันโช๊ค อัดไปเพื่ออะไรครับ??
   ถ้าเปลี่ยนได้ ต้องระวังอะไรบ้างมั้ยครับ(หลุม ขับเนียนๆ หรือน้ำหนักบรรทุก??)
   กลัวว่าระดับสปริงกับโช๊ค มันไม่เท่ากัน จะกลายเป็นภาระให้โช๊คมันพังเร็วขึ้นอะครับ

ตกลงผมจะตอบคำถามไหนดีครับเนี่ย อ่านไปอ่านมาเริ่มเมาคำถามแล้วล่ะ

เปลี่ยนสปริงโหลด ใช้โช้คเดิมมันรับไหวไหม ถ้าโหลดลงไม่เกินนิ้ว ส่วนมากมักจะรับไหวครับ แต่โช้คมันจะมีระยะยืดระยะยุบไม่เท่ากับสเป็คที่มันออกแบบมา อย่าง Kayaba เขาจะแนะนำให้ักับผู้ซื้อโช้คบางรุ่นว่า "เหมาะกับรถที่ลดความสูงลงจากสเป็คเดิมไม่เกิน 20ม.ม. เพราะหากมากกว่านั้น อาจส่งผลให้โช้คทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจมีเสียงดังหรือสะเทือนมากกว่าปกติ"

รับน่ะรับไหวครับ แต่อายุการใช้งานสั้นลงครับ

เรื่องที่สองคืออัดน้ำมันโช้ค ทำไปเพื่ออะไรนั้น ส่วนมากคนที่ทำเพราะต้องการให้โช้คหนืดขึ้น แข็งขึ้นกว่าเดิม และมักทำกับรถที่ใส่สปริงโหลดและใส่โช้คเดิม เพราะสปริงกับโช้คเป็นของที่ต้องมีความแข็งความหนืดสัมพันธ์กัน หากโช้คแข็งมากแต่สปริงอ่อนมาก โช้คพังเร็วเพราะรับภาระแรงกระแทกเอาไว้เยอะ และจะออกอาการสะเทือนมาก วิ่งบนถนนขรุขระอาจส่งผลให้รถเลี้ยงพวงมาลัยตรงได้ยาก ส่วนถ้าสปริงแข็งมากแต่โช้คอ่อนปวกเปียก รถจะมีอาการกระเด้งกระดอน เพราะสปริงมีทิศทางการดันทางเดียวคือดีดคืนรูป ถ้าสปริงมีแรงดีดคืนตัวเยอะแล้วโช้คอ่อนจนรั้งไว้ไม่อยู่ เวลาเข้าโค้งหากมีบั๊มพ์โตๆโผล่มากลางโค้ง มันก็อาจดีดท้ายรถออกจนเกินงามได้

เรื่องความลงรอยกันระหว่างโช้คกับสปริงที่อาจจะฟังแล้วบ้าๆบอๆแต่ผมลองมาแล้วเหวอ ก็คือช่วงล่างของ Civic ES ซึ่งพอเอามาใส่สปริงโหลด Tanabe บวกกับโช้คหลังอัดน้ำมัน กลับมีอาการเด้งน้อยลงกว่าช่วงล่างชุดเดิมจากโรงงานชนิดคนละเรื่อง แต่เรื่องความสะเทือนจะก้อนกรวดเล็กๆจะมีให้รู้สึกมากกว่า อันนี้ผมเจอครั้งแรกก็งงเหมือนกัน

แต่ถ้าอัดน้ำมันโช้คแล้วโหลดรถด้วย ทำใจอย่างนึงนะ...ได้อัดน้ำมันกันบ่อยแน่ เพราะโช้คถูกทำให้แข็งขึ้นกว่าปกติ และสปริงก็ดันเตี้ยลงกว่าปกติ ผมใช้วิธีนี้ทำกับรถของผม อยู่ได้แค่ปีเดียวโช้คก็รั่ว ทำไปรอบนึง ผ่านไปไม่ถึงสองปีก็รั่วอีก แต่รถเพื่อนผม ฮอนด้าตาเพชร ไม่โหลดนะ แต่ทำโช้คเหมือนกัน อยู่ได้ 3-4ปีไม่รั่วสักที โช้คทั้งหมดนี้ทำที่บางพลัดนะครับ

ฉะนั้นถ้าใครจะแนะให้คุณซื้อทั้งสปริงทั้งโช้ค บางครั้งผมไม่ได้มองว่าเป็นการพยายามขายของเสมอไปหรอกครับ โช้ค+สปริง (ที่รวมกันแล้วเรียกว่าชุดสตรัท) ที่ออกแบบมาโดยผู้ผลิตเดียวกันนั้นเขาคิดค้นและวิจัยมาดีในระดับหนึ่งแล้วว่าของสองอย่างนี้จะทำงานประสานกันได้ผลดี (ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าของไปปรับตั้งอะไรมั่วๆ เช่นตั้งให้โช้คแข็งสุดติ่ง แล้วตั้งศูนย์ก็ตั้งมาห่วยๆ)

แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงิน มันก็ย่อมทำได้ครับ สปริงโหลดอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรกับโช้ค หรือจะเอาโช้คไปอัดน้ำมันก็ได้ แต่คุณควรทำใจไว้เลยว่าการโมดิฟายตกแต่งรถยนต์ มันเป็นจำเป็นว่าจะต้องเป็นของที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ใช้สบายใจเลย คุณทำใจได้ไหมกับการที่ทำออกมาครั้งหนึ่งแล้วมันยังไม่ได้ดั่งใจ ต้องกลับไปปรับแก้อีก 2-3 ครั้งจนกว่าจะลงตัว?

มันถึงมีคำว่า "รถที่เรื่องน้อยที่สุด ก็คือรถที่ไม่ได้ทำอะไรเลย" ไงครับ ต้องตกลงกับตัวเองก่อนว่าตกลงจะเอาสวย หรือจะเอาทนกันแน่ เพราะถ้าเอาทั้งสวยทั้งทน..ได้..แต่ยิ่งต้องการหลายอย่าง เงินที่จ่ายก็แพงขึ้นเยอะนะ



2 จากข้อ1 ที่เปลี่ยน เพราะเข้าใจว่า รถมันจะหนึบขึ้น(พอสมควร) ทรงตัว+เข้าโค้ง ได้ปลอดภัยขึ้น
   มันจริงมั้ยครับ?

คำตอบจากข้อนี้สามารถลองคิดดูตามที่ผมตอบในข้อที่แล้วได้ครับ ไอ้เรื่องทรงตัวและเข้าโค้งได้ปลอดภัยขึ้นนั้นทำได้ครับ แต่ขึ้นอยู่ด้วยว่าคนทำช่วงล่างเขารักเราแค่ไหน เขาคิดเผื่อเรามากแค่ไหน เพราะหนทางที่จะทำให้ห่วยลงมีเยอะกว่าวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นนะครับ ผมถึงต้องถามก่อนว่าถ้าทำสองสามครั้งไม่จบ จะหน่ายไปซะก่อนหรือเปล่า


3 ผมดูๆอยู่2ยี่ห้อ Tein ไม่ก็ H&R ใช้แบบไหนดีครับ(หรือมียี่ห้ออื่นแนะนำมั้ยครับ??)
   แล้วมันเตี้ยลงมากมั้ยครับ ไม่อยากให้เกิน1นิ้วเลยครับ ที่ม.หลังเต่าสูง(มาก)

H&R ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันนอกจากจะเคยลองนั่งใน W124 มันเป็นสปริงแต่ง 124 ที่จัดว่าเตี้ยมาก และแข็งกระด้างใช้ได้ ในประเด็นข้อนี้ผมไม่ควรตอบครับ สิ่งที่ดีกว่าคือคุณควรลองโพสท์ถามในคลับที่เขาใช้รุ่นเดียวกับคุณ และชั่งน้ำหนักคำตอบที่ได้พิจารณากันจะดีกว่า เพราะถ้าคุณมาถามผม ซึ่งมีประสบการณ์กับ TEIN เยอะกว่า และชอบ TEIN เป็นการส่วนตัว คุณก็จะได้คำตอบอันแสนจะไม่ยุติธรรมจากผมว่า TEIN เลยสิน้อง..ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องครับ
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,171
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กันยายน 19, 2009, 08:28:10 »
ขอบคุณคร๊าบบบ...

ออฟไลน์ AIMU

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 281
Re: ^^ ...นี่อาจเป็นกระทู้ที่มีคำถามเยอะที่สุด... ^^
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กันยายน 19, 2009, 23:47:36 »
เรื่องท่อ ไอเสีย
1. หม้อพักที่ออกจากโรงงานเป็นแบบไส้ย้อนเพื่อเสียงที่เงียบกว่า ไอเสียผ่านไม่สะดวกเพราะมันต้องวนข้างในก่อน ของแต่งส่วนใหญ่เป็นไส้ตรง ท่อใหญ่ก็คงดีขึ้นแต่ต้องไม่มากไป ท่อใหญ่มันควรเข้ากับอากาศที่ไหลผ่านด้วย ขึ้นกับโมอย่างอื่นด้วย
   ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าท่อไปเสียมีหน้าที่ ไล่ไอเสีย ต้องเน้นว่าไล่ไอเสีย ทำไมคุณไม่ปล่อยไอเสียออกเลย ไม่ต้องต่อท่อไอเสีย เพราะมันจะดูดไอเสียกลับเข้าคืน วาล์วไอเสียไม่ได้ปิดตอนลูกสูบขึ้นบนสุด (Top dead) มันยังเปิดอยู่อีกหน่อย เราจึงออกแบบท่อไอเสียด้วยวิชากลศาสตร์ของไหล เรื่องแรงดันในท่อ เมื่อลูกสูบหมุนขึ้นดันไอเสียออก ทำให้มีแรงดันในท่อไอเสียช่วยดูดไอเสียออก  จนลูกสูบขึ้นบนสุด วาล์วไอดีเปิด แรงดันในท่อไอเสียยังดูดไอเสียที่เหลืออยู่ในห้องเผาไหม้ออก แล้วยังช่วยดูดไอดีเข้าห้องเผาไหม้ด้วย การคิดแต่จะใส่ท่อใหญ่ๆอย่างเดียวมันอาจทำให้วิ่งไม่ดีก็ได้
   เรื่องแรงดันในท่อทางฝั่งไอดีก็มีแต่ไม่ได้เน้น ไปดูระบบ vics (Variable length intake manifold control system หรือ Variable Inertia Charging System) แต่เดี๋ยวนี้มีระบบวาล์วแปรผันเยอะ จึงไม่เน้นเรื่องนี้
2. ต้นทุน เสียง ความร้อน ทำไมบริษัทจะคิดไม่ได้แต่ร้านอาแป๊ะตี header ได้ ใส่แล้วยังแรงกว่าของโรงงาน เขาควาย(ท่อร่วมไอเสีย)ออกจากโรงงานเป็นเหล็ก ช่วยได้ทั้งเรื่องเสียงและความร้อนในห้องเครื่อง ต้นทุนก็ถูกหล่อเสร็จก็เอาใส่เลยเทียบกะ header ออกแบบมาก 4-1 , 4-2-1 ตัดท่อ stainless ดัดไปดัดมาเชื่อมแล้วเชื่อมอีกเพื่อให้ยัดในห้องเครื่องให้ได้ เพื่อให้ได้แรงเพิ่มนิดหน่อยโรงงานไม่ทำหรอก
3. คำนวณจากปริมาณอากาศที่จะผ่าน แรงดันในท่อ มันมีสูตร
4. คงมีบ้าง วางท่อตำแหน่งเดิมท่อใหญ่ขึ้น มันก็ยื่นลงมาอีกหน่อย
5.-6. ไม่รู้ ไม่ทราบ

เรื่องน้ำมัน
1. รถยุคใหม่เทคโนโลยีสูงขึ้น ก็ต้องการน้ำมันที่มีคุณสมบัติรองรับ เพื่อแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะสามารถทำให้ใช้น้ำมันอะไรก็ได้
2. เห็นโฆษณาของ caltex หรือเปล่า ที่เน้นว่ามีสารชะล้างให้ห้องเผาไหม้สะอาด น้ำมันทุกยี่ห้อก็มีสารชะล้างแต่เค้าไม่เอามาเป็นจุดขาย ยิ่งเป็น gasohol ซึ่งมี Lกฮ ที่มีคุณสมบัติชะล้างอีก
    ส่วนน้ำยาล้างหัวฉีดคงช่วยได้ แต่จะใช้ทำไมในเมื่อในน้ำมันก็มีสารชะล้างอยู่ เรื่องล้างบ่อยๆ ในเมื่อมันสะอาดแล้วก็ไม่มีอะไรให้ล้าง ส่วนมันจะทำลายล้างอย่างอื่นไปด้วยอันนี้ไม่รู้
3. ดีกว่า ก็ส่วนดีกว่า ส่วนแรงกว่า ก็ส่วนแรงกว่าต้องแยกกัน
95 ดีกว่า 91 ก็ต้องตอบว่าใช่ เพราะค่าต้านทานการจุดระเบิดสูงกว่าก็ทำให้จุดระเบิดได้ช้ากว่า โอกาสการน็อคก็เกิดน้อยกว่า ใช้กับเครื่องกำลังอัดได้สูงกว่า
    แรงกว่าทดสอบทุกครั้ง 95 ก็แรงกว่า 91 ถึงแม้ว่าจะไม่ถึง 1% แสดงว่าจริง มันเกิดจากการที่จุดระเบิดช้าได้ช้ากว่าทำให้ไฟออกไปทั่วห้องเผาไหม้ทำให้เผาไหม้ได้หมดจดกว่า แต่ผลมันไม่ถึง 1% ก็อย่างไปคิดมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2009, 02:34:47 โดย AIMU »