ผู้เขียน หัวข้อ: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ  (อ่าน 112256 ครั้ง)

ออฟไลน์ Sappe

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,975
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มีนาคม 31, 2012, 13:09:25 »
รถสวยมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ  :)
'02 Ford Ranger 2.5 Turbo XLT
'06 Ford Ranger 3.0 TDCi XLT
'10 Ford Focus 2.0 TDCi Ghia
'11 Ford Fiesta 1.6 Sport
'14 Ford EcoSport 1.5 Titanium

ออฟไลน์ นครอัญมณี

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,172
    • นครอัญมณี
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 23:35:24 »
รีวิวซะ เซลล์อายเลย
สามารถสร้างความชอบให้กับคนที่ก่อนนี้รู้สึกเฉยๆ อย่างผมได้

ฮอนด้า น่าจะให้ Gift อะไรสักอย่าง กับเจ้าของกระทู้นะครับ
เพราะทำให้เพิ่มยอดขายได้อีกหลายคัน
รักรถมาก
รักครอบครัวมากกว่า
รักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์มากที่สุด

ออฟไลน์ poopoo

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 02:15:45 »
ขอบพระคุณมากครับละเอียดดี  รบกวนถามหน่อยครับผ้าปูยางที่ใช้ปูมาจากศูนย์เลยเหรอครับหรือสั่งตัดครับและหาได้ที่ใหน
พอดีผมเพิ่งไปถอยเจ้านี่มาและอยากได้พรมยางอะครับเห็นแล้วสวยดี  รบกวนตอบด้วยนะครับขอบคุณครับ
อ้อพอ  100  แล้วตอนแซง กลับเข้าเลนโคลงจิงๆๆครับหวิวๆๆ

ออฟไลน์ decptt

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,571
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 16:43:29 »
ขอถามอีกเรื่องครับ
ถ้านั่งอัดกัน ผู้ใหญ่ 7 คน ส่วนสูงไม่เกิน 170
มีเด็ก 4 ขวบอีกหนึ่ง ทารกอีก 1 (7เดือน)

ถ้าขับรถประมาณ 0.5-1.5 ชั่วโมง
"เอาอยู่"มั้ยครับ จะเมื่อยหรือเปล่าครับ
กำลังเริ่มจะฟันธง สำหรับช่วงตุลาแล้วครับ

ปล. ไม่กล้ารบกวนส่งmessage ถามส่วนตัว ;)

ออฟไลน์ Jae_156JR

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 233
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 17:05:09 »
รบกวนสอบถาม VK55 GPS กับ Easy Pass ผ่านไม๊ครับ

หรือต้องเว้าช่องใส่ไว้

ออฟไลน์ freedスプーン3300

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 440
  • freed korat
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 13:59:16 »
ขอถามอีกเรื่องครับ
ถ้านั่งอัดกัน ผู้ใหญ่ 7 คน ส่วนสูงไม่เกิน 170
มีเด็ก 4 ขวบอีกหนึ่ง ทารกอีก 1 (7เดือน)

ถ้าขับรถประมาณ 0.5-1.5 ชั่วโมง
"เอาอยู่"มั้ยครับ จะเมื่อยหรือเปล่าครับ
กำลังเริ่มจะฟันธง สำหรับช่วงตุลาแล้วครับ

ปล. ไม่กล้ารบกวนส่งmessage ถามส่วนตัว ;)
แวะมาตอบในฐานะคนใช้ฟรีดรุ่นแรก มา2ปี

"ถ้านั่งอัดกัน ผู้ใหญ่ 7 คน ส่วนสูงไม่เกิน 170
มีเด็ก 4 ขวบอีกหนึ่ง ทารกอีก 1 (7เดือน)
"

นั่งตามนี้นะครับ 
แถวหน้า  1.คนขับ  2.ผู้โดยสาร+เด็กสี่ขวบ
(ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเด็กเมื่อย หรือเบื่อ แกจะเดินไป-มาในรถเอง)
แถวสอง  3.ผู้โดยสาร  4.ผู้โดยสาร +อุ้มทารก

แถวสาม   ผู้โดยสาร 5-6-7

**ปรับเบาะแถวสอง ให้พอดี เผื่อแแผ่กัน เข่าเสมอหลังเบาะหน้า
แล้วพอผู้โดยสารแถวสอง นั่งอ้าขาและเหยียดเท้าไปใต้เบาะเบาะหน้าจะพอดีเอง

ทำให้ผู้โดยสาร แถวสามนั่งได้สบายขึ้น  ปรับเอนหลังให้สุด ยกหัวหมอนขึ้น
ผู้โดยสารแถวสามที่นั่งกลาง สามารถเหยียดไปตรงกลางของเบาะแถวสองได้..

 ข้อสังเกตุ การนั่งแถวสาม ผู้โดยสารจะไม่นั่งชันเข่ามาก เหมือนในรถPPV
จะคล้ายๆนั่งในรถสี่ประตู  แต่จะสบายกว่า..

การเดินทางไกล อาจมีการโยนตัวของที่นั่งแถวสาม
แต่ได้รับการยืนยันจากพี่ชายที่มีฟอร์จูนเนอร์เดิมๆ ว่าเด้งน้อยกว่า
เวลาจะเร่งแซงที่ต้องการความเร็ว ใช้ปุ่มD3ที่คันเกียร์

***ฟรีดเดินทางไกล จะประหยัดที่ 15.9กม/ลิตร ที่ความเร็ว100-120
น้ำมันโซฮอลล์95   

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 14:01:18 »
เฮ้อ...อยากได้ freed

ออฟไลน์ KoZZ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 68
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: เมษายน 20, 2012, 14:58:10 »
รีวิวได้น่าอ่านมากๆ แถมมีข้อมูลแต่งรถด้วย เยี่ยมเลย! รถน่าใช้จริงๆ
ผมว่ารถคันนี้ช่างลงตัวกับคนที่มีครอบครัว เดินทางสะดวกสบาย ;)

ออฟไลน์ Pasakorndvm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,295
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: เมษายน 24, 2012, 08:31:07 »
อยากได้แทน Innova เพราะการขับขี่ที่ดีกว่าเยอะ แต่ติดตรงที่ติด Gas อินโนว่าไปแล้วก็ประหยัดดี

ปล. มีหลวงพ่อบ้านแหลม คนแม่กลองปะเนี่ยครับ
'19 Honda Civic EL

ออฟไลน์ kasuya

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 198
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: เมษายน 28, 2012, 00:09:26 »
เจออัตรากินน้ำมันไป 10 กิโล/ลิตร นี้วิ่งนอกเมืองหรือในเมืองนิครับ

ถึงจะอยู่ในช่วงรันอินก็เถอะแถมเติมโซฮอล95ด้วย แบบนี้ก็กินมากโขเลย

ออฟไลน์ อืม...นะ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 647
  • Spirit of the "R"
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: เมษายน 28, 2012, 07:55:32 »
รีวิวดี ภาพสวย อ่านแล้วอยากได้ฟรีดขึ้นมาอีกรอบเลยครับ
'11 Scirocco R
'04 Integra dc5 Type R
'96 Prelude bb1

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 15:23:37 »
โอ...ตอนนี้ ภรรยาผม 90 % แล้วครับ จะไปจอง freed ล่ะครับท่าน
ไปลองขับแล้ว คุณเธอชอบมากกกกกกกกก

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,747
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 16:01:30 »
ยินดีครับ

เมื่อวานไปศูนย์ฮอนด้ามาเจอเจ้า StepWG สีขาว สวยมากเลย แต่ราคา 2.1 ล้าน

ดูมันใหญ่ดี ถ้ามีเงินผมคงเอาเจ้านี้แทน Freed ล่ะครับ แต่ตอนนี้ แค่นี้พอก่อน

อ่อ พึ่งขับ Freed มาได้ 2 พันกว่าโลครับ (ขับชานเมือง ไม่ไกลรถติดเยอะหน่อย)

กิน ไม่ถึง 10 km/L น่ะครับ (กินดีจัง) แต่ก็ปกติสำหรับการใช้งานผมน่ะครับ ที่ขับใกล้ๆ

ยังไม่ออกตจว. เพราะหลานยังเล็กอยู่ แค่ขับพาพี่สาวพร้อมหลานไป รพ. เดือนล่ะครั้งเองครับ

ให้เด็กนอนเปล ที่ยึดกับเข้มขัดนิรภัยได้ ไว้ที่แถวสอง แล้วให้พี่สาวผมนั้งข้างๆ สบายๆ ครับ ชิวๆ

หลานหลับ ตั้งแต่บ้าน จนไปถึง รพ.ก็จอดเปิดประตูไฟฟ้า ลงเข้ารพ.ได้เลย สะดวกมาก

ถ้างอแงก็ อุ่ม โอ้กันในรถได้เลย ไม่ต้องลงไปให้ร้อน :D 

สรุปพี่สาวผมชอบมากครับ สำหรับผมก็คุ้มครับ รถสำหรับครอบครัวจริงๆ  :D

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 16:35:42 »
จาก swift กลายมาเป็น freed ซะงั้นครับ
จริง ๆ มันก็เกินความจำเป็นอยู่หรอกนะ
แต่ผู้หญิงเค้าคิดอะไรแบบรอบคอบ ลงรายละเอียดมากกว่าผมครับ

ภรรยาผมบอกว่าถ้าเอา eco มันก็ได้ที่ประหยัด แต่ถ้าจะเอาไปธุระ หรือไปเที่ยวทางไกล
มันก็ไม่ค่อยคุ้ม  freed วิ่งในเมืองก็คล่องตัวพอสมควร น้ำมันก็ยังไง ๆ ก็น้อยกว่า GV. 2000 cc. ที่ใช้อยู่
เอาไปวิ่งทางไกลก็ OK ไม่อึดอัด และที่สำคัญคุณแม่ยายผมก็ขึ้นลงสะดวกครับ

มันก็เป็นรถที่ไม่ใหญ่ ไม่เล็กนะ พอดี ๆ

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,664
  • Nine & Knight
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 16:53:41 »
จาก swift กลายมาเป็น freed ซะงั้นครับ
จริง ๆ มันก็เกินความจำเป็นอยู่หรอกนะ
แต่ผู้หญิงเค้าคิดอะไรแบบรอบคอบ ลงรายละเอียดมากกว่าผมครับ

ภรรยาผมบอกว่าถ้าเอา eco มันก็ได้ที่ประหยัด แต่ถ้าจะเอาไปธุระ หรือไปเที่ยวทางไกล
มันก็ไม่ค่อยคุ้ม  freed วิ่งในเมืองก็คล่องตัวพอสมควร น้ำมันก็ยังไง ๆ ก็น้อยกว่า GV. 2000 cc. ที่ใช้อยู่
เอาไปวิ่งทางไกลก็ OK ไม่อึดอัด และที่สำคัญคุณแม่ยายผมก็ขึ้นลงสะดวกครับ

มันก็เป็นรถที่ไม่ใหญ่ ไม่เล็กนะ พอดี ๆ

กะแล้วครับว่าคุณอาต้องเสร็จเจ้านี่ เชื่อภรรเมียไว้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงที่ไม่ได้เกิดจากรถ ซ่อมก็ไม่ได้ เครมก็ไม่ได้ บุ แดมป์อะไรก้ไม่ได้
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 15:48:44 »
จาก swift กลายมาเป็น freed ซะงั้นครับ
จริง ๆ มันก็เกินความจำเป็นอยู่หรอกนะ
แต่ผู้หญิงเค้าคิดอะไรแบบรอบคอบ ลงรายละเอียดมากกว่าผมครับ

ภรรยาผมบอกว่าถ้าเอา eco มันก็ได้ที่ประหยัด แต่ถ้าจะเอาไปธุระ หรือไปเที่ยวทางไกล
มันก็ไม่ค่อยคุ้ม  freed วิ่งในเมืองก็คล่องตัวพอสมควร น้ำมันก็ยังไง ๆ ก็น้อยกว่า GV. 2000 cc. ที่ใช้อยู่
เอาไปวิ่งทางไกลก็ OK ไม่อึดอัด และที่สำคัญคุณแม่ยายผมก็ขึ้นลงสะดวกครับ

มันก็เป็นรถที่ไม่ใหญ่ ไม่เล็กนะ พอดี ๆ

กะแล้วครับว่าคุณอาต้องเสร็จเจ้านี่ เชื่อภรรเมียไว้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงที่ไม่ได้เกิดจากรถ ซ่อมก็ไม่ได้ เครมก็ไม่ได้ บุ แดมป์อะไรก้ไม่ได้

55555  กะไว้แม่นดีนะครับ
ผมเองนะ ชอบมันก็ตรงที่ความเอนกประสงค์ล้วน ๆ เลย แล้วอีกอย่างก็เป็นสาวก honda ใช้ city มา 10 ปี มันไม่จุกจิกกวนใจครับใหม่ ๆ ทะเลาะกับช่าง สองสามครั้งนะ ทำพรมรถผมเปื้อนน้ำมันเครื่อง แต่ตอนนี้กลายเป็นสนิทกันกับช่างและผู้จัดการไปแล้ว รถที่ผมใช้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษกว่าคนอื่น
ถึงเวลาเช็คระยะหัวหน้าช่างก็มารับรถเองถึงที่ทำงาน เสร็จแล้วก็มาส่งเองครับ ภรรยาผมเคยอาละวาดซะแต่ละคนนี่กลัวไปหมดครับ
    แต่ส่วนตัวผมเองก็บอกตรง ๆ ว่าลังเล ๆ ระหว่าง freed กับ swift 50 - 50 อยู่ครับ  พอมาลอง brio ก็พอใจพอสมควรนะ ข้อติมันมีเยอะ แต่ก็ถูกใจห้องโดยสารที่ดูโปร่งสบาย ที่นั่งด้านหลังก็วางขาได้ไม่แคบเกินไป
เพียงแต่เสียว ๆ ตูดครับ มันติดกระจกบานหลังเลย  แต่นึกในใจไว้แล้วว่า ภรรยาต้องชอบ freed แน่ ๆ แต่ราคามันก็ไปคนละเรื่องกับ eco car เลย  แล้วมีรถใหญ่ใช้งานอยู่แล้ว freed มันก็เลยดูเกินความจำเป็นสำหรับผมครับ

    ทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องฟันธงเลือกรถเอาเมื่อวานซืน  ผมก็ออกไปดู swift อีกครั้ง  แต่มันก็มีข้อด้อยที่พื้นที่ด้านคนนั่งหลังกับที่เก็บสัมภาระ  แต่ก็พอรับได้นะ เพราะใช้ในเมืองก็ไม่มีความจำเป็นมากนัก แล้วก็ไปไหนมาไหนในเมืองก็แค่ผมกับภรรยา อาจจะมีบ้างที่ภรรยาผมพาเพื่อนไปสามสี่คนไปสังสรรค์   แต่ข้อด้อยอีกเรื่องก็คือภายในห้องโดยสารที่เป็นสีดำ  ภรรยาผมเค้าเป็นโรคกลัวที่แคบ  แต่มันก็พอมีทางออกอยู่บ้าง เพราะผมก็ได้ติดต่อร้านทำเบาะไว้แล้ว ฝีมือดีใช้ได้  แต่ต้องลงทุนอีกประมาณ 20000 ทำเบาะหนังพร้อมกับด้านข้างประตูเป็นสีเทาอ่อน   แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่ามันจะออกมาดูกลมกลืนแค่ไหน กลัวจะออกเป็นลิเกเหมือนกันครับ

  อ่ะ … คันต่อไป ผมไปดู mirage รูปลักษณ์ก็พอไหว พื้นที่โดนสารด้านหลังสบายกว่า swift เล็กน้อย แต่วัสดุดูไม่ดีเท่า แล้วยิ่งพื้นห้องสัมภาระ ไม่ดีเอาเลย  ที่สำคัญ ภายในสีดำอีกแระ 

  ทีนี้ในใจผมก็ลองหันมาที่ brio ก็เลยไปดู brio ต่อเลยครับ   อืม….โทนสีเบจภายใน ดูใช้ได้ เบาะนั่งสบาย
ด้านหลังก็มีพื้นที่วางขาดีพอสมควร แต่ถ้าซื้อมาก็คงต้องเสียเงินตกแต่งอีกหน่อย เพราะผมไม่ชอบด้านท้ายเอาเลยครับ  แต่ดูไปดูมามันก็เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชั้นนึง จะดูให้สวยมันก็พอไปไหว  ก็คิดว่า  เอาเจ้า brio นี่ก็ได้วะ
แต่ก็แอบมอง freed นะ ซึ่งผมก็เคยไปลองขับมาแล้วด้วยครับ

  ก็กลับมาที่ทำงานครับ วันรุ่งขึ้นก็เลยชวนคุณภรรยาไปดู brio เลย เพราะรถก็มี ถ้าจะเอาก็ออกรถได้เลยครับ
Swift กับ mirage ก็เลยตัดไป 
  ภรรยาไปดู brio โห… เจอเสาอากาศก็โดนภรรยาตำหนิเลย ทำไมมันโบราณอ่ะพี่  แล้วก็ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
อีกหลายเรื่อง  ผมอ่ะลุ้นให้ภรรยาตัดสินใจเอานะครับ ก็พยายามหว่านล้อมเต็มที่  ก็พอได้ผลอยู่บ้าง  ช่วยกันกล่อมกะน้องฝ่ายขายครับ 55555  และแล้วสายตาภรรยาไปเห็น freed สีขาว ด้านใน ( อ่ะ…งานเข้าแระกรู )
พอได้เห็นห้องโดยสารภายใน freed ก็เป็นดังคาดครับ ถูกใจแม่หญิงเรไรเอามาก ๆ  ตกลงก็ขอน้องฝ่ายขายทดลองขับทั้งสองคัน  ก็ลอง brio ก่อน ภรรยาผมขับเองนะครับ  อืม… ก็ OK ในระดับหนึ่ง แต่บ่นว่าพวงมาลัยมันไวมาก แล้วก็บ่นต่อว่ามันเล็กอ่ะ 
 พอมาลอง freed โอ…ชมเอา ๆ  ๆ  ( งานเริ่มเข้า 80 % แล้วกรู )
สุดท้าย ก็คุยกับผู้จัดการ ต่อรอง โน่น นี่ นั่น ไปเมื่อวาน กับวันนี้ ขอ ลดแลก แจก แถม ไปเพียบแล้วครับ
( งานเข้า 90 % แล้ว ณ ขณะนี้ และทางผู้จัดการก็ OK ไปตามที่เธอเรียกร้องแล้วด้วย   ตอนนี้ก็คงเหลือทำสัญญา ไฟแนนท์ กันแล้วมั้งครับ  ล่าสุดคุณภรรยาก็บอกให้ผู้จัดการ เตรียมรถไว้เลย )

    เธอให้เหตุผลตามประสาผู้หญิงที่เค้าคิดอะไรรอบคอบ ผมก็ต้องเห็นชอบล่ะครับ ผ่อนเหนื่อยหน่อย แต่เธอบอกว่ามันคุ้มที่จะมีรถแบบนี้ไว้ใช้ เพราะคุณแม่เธอก็อายุมากแล้ว หลานสาวก็กำลังซน ซึ่งเราต้องไปเยี่ยมเยียนที่ภูเก็ตบ่อย ๆ  พี่ ๆ น้อง ๆ ก็หลายคน freed มันก็เหมาะ ถ้าเอา  GV. ไป ก็กินน้ำมันกว่า แล้วก็ไม่ได้ไปเข้าป่า ด้วย  และหากต้องเข้าป่าที่ตรัง ก็เอา GV. ไปใช้   วิ่งในเมืองหรือไปทำงาน freed ก็ไม่ได้ซดน้ำมันจนเกินไป  รวม ๆ แล้ว มันคุ้มกว่าใช้ eco car  มันก็เป็นเหตุผลที่ดีนะครับ 
   ถ้ายังไงผมติดอะไรตรงไหนในเรื่องของการใช้งาน ก็คงต้องปรึกษาท่านล่ะครับ




ออฟไลน์ khunpan33

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 729
  • ขับหน้า-ขับหลัง-ขับสี่ ไม่เท่าขับรถดีมีน้ำใจ
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2012, 22:42:35 »
รีวิวดีมากเลยครับ วันก่อนลองไปเทสมาแล้ว ติดใจตรงทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีมากๆเลยครับ ขับ Jazz 08 อยู่ว่าดีแล้วเจอ Freed นี่รักเลย นั่งแล้วเหมือนขับรถกึ่งๆรถตู้เลย สูงๆโย่งๆ ท่านั่งห้อยขาหน่อยๆ  นั่งในรถดูโล่งๆใหญ่ๆ แต่มุดขวาเปลี่ยนเลนนี่คล่องและมั่นใจดี ดูแล้วท่าทางจะได้เปลี่ยนคันใหม่เป็นเจ้า Freed แล้วล่ะครับ  ;D

ออฟไลน์ yod artstu

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,158
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 13:34:48 »
คุณอา adis ครับ
ถ้าให้ศรีภรรยา เลือกรถ
ส่วนมาก ก็เสร็จเจ้านี่ครับ
ผมก็อยากได้ Jazz JP
แต่จบที่เจ้านี่ เพราะศรีภรรยาครับผม
55555 ;D ;D ;D
: )

ออฟไลน์ adis

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,416
    • อีเมล์
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 14:14:04 »
คุณอา adis ครับ
ถ้าให้ศรีภรรยา เลือกรถ
ส่วนมาก ก็เสร็จเจ้านี่ครับ
ผมก็อยากได้ Jazz JP
แต่จบที่เจ้านี่ เพราะศรีภรรยาครับผม
55555 ;D ;D ;D

อ่า... งั้นก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันสิครับเรา 55555
ภรรยาผมจะออกรถวันที่ 16 มิย.นี่ล่ะครับ
ตอนนี้ผมก็ถูกขอร้องแกมบังคับเพื่อความคุ้มค่าของ freed อีก เป็นการต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ ( นึกแล้วเชียวว่าต้องโดน )
คือการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนครับ  1. ผมต้องเลิกบุหรี่ 2. หยุดซื้อของจุกจิก 3. หยุดซื้อขนมและน้ำอัดลมกิน 
ค่าใช้จ่ายพวกนี้ผมใช้เดือนละหลายพันครับ  ถูกตัดงบหมดเลย.....

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,747
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 09:04:49 »
คุณอา adis ครับ
ถ้าให้ศรีภรรยา เลือกรถ
ส่วนมาก ก็เสร็จเจ้านี่ครับ
ผมก็อยากได้ Jazz JP
แต่จบที่เจ้านี่ เพราะศรีภรรยาครับผม
55555 ;D ;D ;D

อ่า... งั้นก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันสิครับเรา 55555
ภรรยาผมจะออกรถวันที่ 16 มิย.นี่ล่ะครับ
ตอนนี้ผมก็ถูกขอร้องแกมบังคับเพื่อความคุ้มค่าของ freed อีก เป็นการต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ ( นึกแล้วเชียวว่าต้องโดน )
คือการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนครับ  1. ผมต้องเลิกบุหรี่ 2. หยุดซื้อของจุกจิก 3. หยุดซื้อขนมและน้ำอัดลมกิน 
ค่าใช้จ่ายพวกนี้ผมใช้เดือนละหลายพันครับ  ถูกตัดงบหมดเลย.....


เลิก1 ดีแล้วครับ ดีกับเรา และคนรอบตัวเราด้วย ;D

เลิก2 คงยากครับ แต่ลดลงง่ายกว่า กับมูลค่าของ ;)

เลิก 3 อ้างลูกแทนล่ะกันครับ :P

ออฟไลน์ porsche_guy

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 01:49:49 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวสวยๆครับผม
คิดว่าคงจะต้องจัด Freed SE ซะแล้วสิ 555+
พรุ่งนี้มีนัดเทสต์ไดร์ฟ ที่ศูนย์ Honda รัชดาภิเษก
คิดว่าเหมาะสมมากสำหรับครอบครัวนะครับ

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 12:57:35 »
เหมือนเดิมจากครั้งที่พี่จิมมี่ ทดลองขับไว้ ตั้งแต่ปี 2010
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=942:-honda-freed-15-l-5at-&catid=71:compact-mini-van&Itemid=90

สำหรับรีวิวคันนี้ จำต้องมาหลังน้องส้มจี๊ด Jazz JP เพราะต้องล้างเครือบสีให้สะอาดแจ่มก่อน

แล้วค่อยจับถ่ายรูปให้ดูกัน กลางแดดเดือนมีนาที่ร้อนๆนี้แหละครับ  (กว่าจะเสร็จหน้ามืดไปเลยเรา)



ท้าวความหน่อย ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากครั้งที่เปิดตัวช่วงต้นปี 2010 ที่กระแสก่อนหน้า คนพูดกันกระหึ่ม แต่แป็กตอนเปิดตัวขาย

ผ่านมา 2 ปี กับยอดขาย ... ที่ปรับไปหลายเวอร์ชั่น โดยฮอนด้าไทยแลนแดนสยามเมืองยิ้มแฉาะๆ อ่ะน่ะ

จนถึงน้ำท่วมโรงงานฮอนด้าที่โรจนะ อยุธยา ทำให้ฮอนด้าไม่มีรถจะขายเลยจำต้องเอาเจ้า Freed มาตัดราคาขายใหม่อีกครั้ง

หั่นออฟชั่นบางตัว และปรับบางอย่าง เอาขายแบบว่า "คนซื้อไปก่อนหน้าที่เลือดซิบๆ กันเลย"



จากช่วงน้ำท่วม ฮอนด้ามี Freed Limited ออกขายแค่รุ่นเดียว (มั่ง) ราคา 935,000 บาท พร้อมโปรฯ ฟรีประกันภัย กับดอกเบี้ย 0% สำหรับ 2,3 ปี

แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ยอดขายเจ้าฟรีดได้เท่าไหร่ จนมาถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ฮอนด้าคิดอะไรไม่รู้ จัด FREED SE ราคา 820,000 ออกมาขายอีกรุ่น



เราไม่ขอกล่าวถึงเรื่องระหว่างผู้ซื้อก่อนหน้านี้ กับฮอนด้าไทยแลนด์ น่ะครับ (เรื่องมันยาว)



ผมกล่าวที่มาของ น้อง Feel white  " น้องซาอาด"    นิดหน่อยคือเดิม ผมให้ Mazda3 2.0 5D กับพี่สาวผมเพื่อใช้แทน Civic ES 1.7 EXi ที่ขายไป

แต่พี่ผมท้วงว่า อยากได้รถครอบครัวเอาไปกันทั้งบ้าน ขับไปไหนใกล้ๆ รับส่งลูกผมที่โรงเรียนได้ พาคุณยายผมไปหาหมอที่โรงพยาบายได้สะดวก

จึงตัดสินใจ ขาย Mazda3 และซื้อ Freed SE เพิ่มเข้ามาในบ้านอีกคันส่วนเงินดาว์ ท่านพ่อช่วยมาก้อนนึง ผมออกหน่อยนึง และซื้อในนามบริษัทซ่ะ



สรุปราคาคันนี้ สีขาวเพิ่ม 10,000 บาท ราคารวมเป็น 830,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ซ่อมห้าง ดาว์ 280,000 จัด 550,000 บาท ดอก 2.4% 4 ปี

สำหรับคู่แข่งเจ้าคันนี้  สำหรับผมไม่มีครับ ถึงแม้จะเอาเจ้าแว้นซ่ามาประกบ มันก็คนละชั้นกันอยู่ดี ซึ่งเหมือนกับเอา APV ที่ไม่เข้าพวก

ก่อนหน้าที่มองเจ้าหมูอ้วน H1 ไว้แต่วิเคราะห์แล้ว คันมันใหญ่ไป นั่งไม่ครบ ราคาแพงกว่า เข้าห้างลำบากไป และศูนย์ฯอยู่ไกลไป



มาดูเจ้า Freed SE ดีกว่า เริ่มจากประตูไฟฟ้าทั้ง 2 ข้าง เปิดได้จากรีโมท ที่ใหญ่เวอร์ (ใครอยากรวมเป็นดอกเดียว 3 ปุ่ม จัดได้ราคาไม่ถึงหมื่น)

ประตูหน้าเปิดแล้วมันทิ่มไปข้างหน้าอย่างนั้น ดูหน้ากลัวแต่ถ้าค่อยๆเปิด ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใหญ่ดีปิดได้แน่น



ทางเข้าถือว่าสะดวกดี ประตูบานใหญ่กว่า Jazz มาก และหนักกว่าด้วย (คันนี้ผมโหลดให้เตี้ยลง กว่าเดิมด้วยสปริง TEIN H-Tech) น่ะครับ

เพราะเดิมมันสูงมากกกก (สเป็คอินโดนิเซีย) สูงกว่าตัวญี่ปุ่นอีก และคุณยายผมขึ้นลงลำบากเลยต้องโหลดเพื่อให้ท่านหย่อนก้นลงที่เบาะนั่งได้พอดี

สำหรับผู้สูงอายุ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ พวก PPV ทั้งหลายที่แนะนำน่ะ ทำไม่ได้ หรือ H1 ก็ยังต้องดึงตัวขึ้น (ซึ่งลำบากมาก สำหรับคนแก่)

สำหรับความกระด้างนั้น มีมากขึ้นนิดหน่อย เพราะ H-Tech ถือว่าแข็งกว่าเดิมไม่มาก และยังช่วยลดการโยนตัวของรถ เวลาเข้าโค้งด้วย



สวิทย์สำหรับเปิดประตูไฟฟ้า ซ้าย-ขวา มีที่ล็อค ตัดการทำงาน และที่ประตูมีสวิทต์ประตูเด็กให้ด้วย (ถือว่าครบมาก) 

ช่วงสวิทย์ด้านขวาว่างไว้ สำหรับติดสวิทย์ไฟตัดหมอก ที่ SE ไม่มีให้มา รวมทั้งตัว Limited ก็ไม่มีให้ ด้านล่างมีอีก 2 ช่องใส่เพิ่ม
 


ประตูด้านหน้า เปิดได้กว้าง เบาะเป็นเบาะผ้าลายละเอียด เนื้อเดียวกับ Civic ES เลย แต่โฟมนุ่มเท่าๆกันแต่ไม่แข็งเท่า JAZZ JP ครับ

ตัวเบาสั้นไปหน่อยนั่งได้ไม่เต็มก้น ซับพอทด้านข้างมีน้อย ไม่เหมาะกับการโยนโค้งเท่าไหร่ ตามประเภทรถที่นั้งสบาย ชิว ชิว

ที่ท้าวแขนด้านซ้าย พับได้ มีให้เฉพาะผู้ขับเท่านั้น คนนั่งข้างไม่มีให้ และมีสำหรับเบาะแถว 2 ทั้ง 2 ตำแหน่ง ใครอยากได้ ซื้อข้างนอกเพิ่มเอาน่ะ

เบาะคนนั่งข้าง ปรับได้แค่พนักพิง เหมือนคนขับ



ประตูไฟฟ้าซ้าย-ขวา เหมือนพี่อัลพาล์ด แต่ช่วงทางขึ้นลงไม่ถือกว่ากว้างเท่าพี่เขา แต่ก็เพียงพอให้รถเขนเข้าไปเทียบยืนแล้วหย่อนก้นลงพอดีเบาะนั่ง

กระจกประตูไฟฟ้า นี้เอาลงได้น่ะครับ ตอนแรกผมนึกว่าปิดตายซะอีก 



ดูระดับความสูงที่ลดลงมา ให้ผู้ใหญ่ขึ้นลงสะดวกขึ้น ความสูงมันก็ยังเตึ้ยกว่ารถตู้ที่พวกเราเสียวๆ กันอยู่ในตอนนี้อีก (คอมมูฯ)

เบาะแถว 2 มีที่ท้าวแขนด้านใน ทั้ง 2 ตัว เลื่อนไปหน้า ไปหลังได้จากที่ปรับใต้เบาะ พับมาด้านหน้าได้บ้าง และปรับเอนนอนได้

ตัวเบาะรองนั่ง ถือว่าสั้น แต่ก็เหมาะสมกับขนาดรถครับ ซักพักรอลูกเล่นให้เปื้อนก่อน จะของบจัดเบาะหนังสีส้ม ชาเย็น ใสแทน



ใครนั้งแถว 3 จะขึ้นจากทางนี้ก็ได้น่ะครับ ปรับเบาะแถว 2 เอนหน้าได้แค่นี้ แล้วโดดขึ้นไปนั้งแถว 3 ได้เลย

แต่ที่บ้านผม ผู้ที่จะไปอยู่ตรงนั้น คือลูกผม อายุ 3 ขวบ กับพี่สาวผมที่สูง 155 ซม. กับหลานอายุ 2 เดือน



แถว 3 สำหรับเด็กเล็กๆ และผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ ไม่มีบ่นครับ  ส่วนเรื่องความเย็นจากแอร์มีหลายท่านกังวล ว่าจะถึงไหม

ผมบอกได้ว่าถึงครับแต่ต้องมีตัวช่วย นั้นคือ ฟิมล์ดีๆที่ด้านหลัง คันนี้ผมจัด V-Kool VK15 ซึ่งกันร้อนได้ดีมาก และมืดเป็นส่วนตัวดี

ก็เพียงพอ ถ้าใครอยากได้สวนตัว มีม่านให้ท่านได้เสียเงินกันเพิ่มอีกก็มีครับ



ตำแหน่งจากแถว 3 ครับ จะเห็น ช่องแอร์ ที่เป่ามาให้แบบพอดีๆ เลย  และช่องว่างระหว่างเบาะ สำหรับเจ้าลิงน้อย ที่ซนได้ที่ของผมเดินเล่น



มาดูด้านหลังกัน มีสปอยเลอร์ แบบ Modulo (แท้ศูนย์) ติดเพิ่มมาอันนึงช่วยได้ตอนขับรถฝนตก ทำให้น้ำไม่มาเกาะกระจกหลัง และตีลม

ไม่ให้ฝุ่นขึ้นมาเกาะกระจกหลังด้วย  ลงมาจะเห็นไฟเบรค 3 เป็นแบบธรรมดา กระจกประตูหลัง พร้อมไล่ฝ้า ใบปัดน้ำฝน และที่ฉีดน้ำด้านหลัง

สำหรับประตูด้านหลัง สูงใหญ่มาก กว้างพอสมควร ขนของขึ้นลงสะดวก (แม่ชอบมาก) เพราะประตูเปิดถึงพื้นรถเลย



ที่เปิดประตูหลังอยู่ใกล้ทะเบียน ด้านซ้าย (มีขีดบอก) ความสูงของประตูเมื่อเปิดแล้ว ผมที่สูง 171 ซม. เข้าไปสบายๆ แต่ถ้าสูง 180 คงต้องก้มหน่อย



แถว 3 พับได้  แบบนี้



แบบนี้



หรือแบบนี้ก็ กว้าง และสูงดี ใส่รถเข็นยายผมได้สบายเลย (โดยไม่ต้องพับ)



ที่ว่างตรงนี้ ผมใช้ใส่แม็กเจ้าแจ้ส ไปรับ ส่ง ตั้งแต่ร้านยางมาศูนย์แบบ ชิวๆ ครับ กว้าง ลึก สูง



คอลโซนด้านหน้า มี 2 อย่าง ที่ SE ต่างจาก Limited นั้นก็คือ แถบคาดบริเวณช่องแอร์ ที่เป็นสีเงิน ไม่มีให้ (แต่ทำเพิ่มได้)

วิทยุ CD MP3 ต่อ USB ได้ที่สายต่อด้านล่าง  Limited จะเป็น วิทยุ DVD LCD 7" + Navigator  แค่นั้นครับ (ราคาต่างกัน แสนนึง)

ส่วนหัวเกียร์หุ้มหนัง ไม่มีให้ทั้ง 2 ตัว แต่ในตัวแรกที่ออกขาย มีให้ในรุ่น Top (หุ้มเพิ่มเองได้)



หน้าปัด แบบชั้นลอย 2 ชั้น  ดูง่ายดี ตรงกลางเป็นวัดความเร็ว ด้านขวาเป็นปริมาณน้ำมันแบบดิจิตอล ซ้ายเป็นวัดรอบเครื่อง แต่ไม่ละเอียดเท่าไหร่

จอความเร็วอย่างใหญ่ แต่พวงมาลัยไม่บดบัง อยู่ใต้สายตาพอดี (คล้ายๆ FD) อ่อ ไม่มีวัดความร้อนน่ะ มีแค่ไฟแสดงตอนเครื่องเย็น และร้อนเลย



คอลโซนด้านข้าง มีเก๊เก็บของด้านล่างอันเดียว ขนาดเท่าๆ กับ Jazz เลย ใส่สมุดคู่มือ เล่มน้ำตาล กับของอีกนิดหน่่อยได้

ที่วางแก้วตรงหน้าช่องแอร์ ทั้ง 2 ด้านซ้าย-ขวา แบบเดียวกับ Jazz แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน แบบนี้ดูน่าจะดีกว่าใน Jazz (มีไฟซื้อเพิ่มได้)

ที่วางแก้วน้ำตรงกลางแบบซ่อน ดึงออกมาเอาแก้ว Mac ใหญ่ว่างได้พอดี  ด้านล่างลงมามีที่วางของอีก เอาไว้ใส่ กล้องตัวใหญ่ได้

แต่ผมอยากบอกว่า ขอที่เก็บของแบบมีฝาปิดอีกซักอันได้เปล่า (ถ้าล็อกได้ก็จะดีมาก)



สวิทย์แอร์ออโต้ หน้าตาดูดี  คล้ายๆ Jazz JP แต่ Mode ไม่เหมือนกันแค่นั้น อุณหภูมิ ปรับได้แบบหยายๆ 23, 24, 25 เลย

คันเกียร์ออโต้หุ้มยาง ดูดีหน่อยตรงที่มีโครเมียมมาช่วย มีปุ่ม Hold ด้านล่าง ด้วยน่ะ ส่วน Jazz ไม่มีให้ คันเกียร์เลือนแบบตรงทั่วๆ ไป



ตัววิทยุ CD MP3 USB สีดำเงาๆ ดูธรรมดาแต่ลูกเล่นใช้ได้ กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนวิทยุกับ Jazz JP  น่าจะดี



กระจกมองหลังตัดแสงด้วยมือท่าน (แบบปรับไฟฟ้ามีให้เสียเงิน) ส่วนไฟส่องเพดาน มาแบบเดียวกับ Jazz (เอาที่ติดกล่องแวนตามาเพิ่มได้)



พวงมาลัยยางหน้าตา น่าเกียจมากกกกกก มันยิ่งกว่า ES อีก น่ะ (อย่างงี้ต้องเอา พวงแจ้สมาเปลี่ยนเข้าไป ใช้แอร์แบ็คเดิมได้เลย)

อ่อ ปรับสูง-ต่ำได้ แค่นั้น จัดได้ลื้นมือมาก ขนาดพวกเล็กไปนิดถ้าหุ้มหนังน่าจะดูดีและหนึบขึ้นกว่านี้แน่



เบรคเท้า ครับ ตามชื่อ  ใช้เท้าเบรค ครับ ที่มันเป็นเบรคเท้าเพราะเหมาะสมกับตัวรถดีครับไม่เกะกะ

จะเห็นด้านซ้าย ฝาปิดช่องสำหรับเสียบไฟชาร์ต 12V อยู่ตำแหน่งเตี้ยไปหน่อย น่าจะสูงกว่านี้จะดีน่ะ



ก้านสวิทย์ด้านขวาเป็นที่อยู่ สวิทย์ไฟหน้า ไฟเลี้ยว (ใครอยากได้แบบออโตทำได้ไม่ยากครับ)



ก้านสวิทย์ด้านซ้าย ที่ปัดน้ำฝน หน้า-หลัง แค่นั้น ฉีดน้ำหลังดันไปด้านหน้าน่ะ (ใครอยากได้ ปัดหน่วง หาซื้อใส่เพิ่มได้)



กุญแจสตาร์ทรถแบบทั่วไป ดูแล้วนึกถึง ES แต่ดันมีพวงรีโมท 4 ปุ่ม เพิ่มขึ้นมาดีหน่อยที่สั่งปิด-เปิดประตูไฟฟ้าได้



มุมมองด้านหลัง ถือว่าถูกปีบจากช่องกระจกที่ประตูหลัง แต่ไม่มีปัญหาเท่าไหร่สำหรับมอกรถตามหลังมา 

แต่ใครอยากสะดวกตอนถอย หาวิทยุ LCD ที่สามารถต่อกับกล่องมองหลังใส่เลย (ราคาตอนนี้ถือว่าไม่แรงแล้ว)



มุมขวาเสาขนาด เท่าๆ Jazz ซักพักก็ชิด แต่กระจกมองข้างใหญ่มากกก .ชอบ เห็นได้ตั้งแต่หลังคา ยังพื้นข้างรถเลย



ด้านซ้ายถือว่ามีมุมบอดนิดหน่อย แต่โยกหัวเอาน่าจะได้ ไม่มีปัญหาอะไร



แผงประตูด้านข้าง เป็นพลาสติก ไม่แข็งมากแต่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไว้หุ้มหนังจะจัดมาหุ้มตรงนี้ด้วย เอาให้มาถึงที่วางแขนเลย

ช่วงเก็บของที่ประตู ใหญ่มากกก ไม่รู้จะไว้ใส่อะไรนักหนา และไม่ทำร่องให้ใสขวดน้ำด้วยน่ะ ใครเอาของไปวางก็กริ่งซิครับ



เบาะหน้า ที่อยากถอดทิ้งแล้วเอาเบาะแจ้สไปใส่ รถอะไร ไม่มีที่ปรับเบาะสูงต่ำ ใครตอบได้ ช่วยที่ คุณจิมก็บ่นไปรอบนึงแล้ว

ขอตัว MC จัดมาให้หน่อย ผมจะยอมไปถอดมันเอามาใส่เลย (แต่ MC ก็ไม่เปลี่ยนเบาะอ่ะ)



เครื่องยนต์ประจำรถ หน้าตาคุ้นเคย ตำแหน่งเครื่องวางเข้าไปในตัวรถมากกว่า Jazz  และมีพื้นที่ด้านบนเหลือด้วย

เครื่อง 4 สูบ รหัส L15A7 เหมือนกันก็จริงแต่ม้าหายไป 2 ตัว เหลือ 118 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ออโต้ 5 Speed

และเหมือนเดิม ไม่มี ERG มาแต่ปิดมาให้ ( Jazz ก็ไม่มี)



ด้านขวาครับ ไม่มีอะไรในกอไผ่



แบตเตอรี่ กรองอากาศอยู่ฝั่งนี้



เกียร์ออโต้ 5 Speed  กับม้า 118 ตัว แต่แบกน้ำหนักมากกว่า 1,355 กก.  จะเอาอะไรมากมายครับ ขับเลื่อยๆ ชิวๆ ครับ

แต่พอได้ที่ 80 km/hr แล้ว จะสนุกขึ้น จนไปอืดเอาก็ 120 แล้วนั้น ซึ่งเป็นความเร็วสำหรับเดินทางที่เหมาะสมกับตัวรถมาก



การบังคับควบคุม เดิมถ้าออกมาจากศูนย์เลย ตัวรถจะสูงมากกก สูงเท่าๆ CRV เลยมั่ง พวงมาลัยเบาสบายดี ขับในเมืองเปลียนเลนสะดวก

สั่งเลี้ยวขวา มันก็ขวา ซ้าย ก็ซ้ายไม่ติดขัด แต่พอเกิน 100 ไป พวงมาลัยเริ่มเบาไปหน่อย แต่ยังคุมได้อยู่

และพอเปลี่ยนยางหน้ากว้าง กับโหลดช่วงล่างลงมา พร้อมทั้งติด Rigid เพิ่ม

ขับความเร็วต่ำ ไม่โยนขึ้นลงแล้ว ช่วงล่างกระชับขึ้น ดีขึ้นมาก สะพานต่างๆ ไม่มีดีด โดดให้รู้สึกอีกเลย ยิ่งบรรทุกของด้านหลังยิ่งหนึบขึ้น

ความเร็วสูง พวงมาลัยยังหนักอยู่ ไม่ส่ายไปมา ลมประทะด้านข้างพอให้รู้สึก แต่ดีกว่าก่อนโหลดเยอะ อาการจากถนนส่งผ่านมาให้รู้สึกได้

ความรู้สึกผมว่าใกล้เคียงกับ Jazz JP เดิมๆ มากเลย ถ้าเปลี่ยนโช้คให้หนึบขึ้นอีกหน่อยน่าจะดี



สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง คันนี้ ฮอนด้าบอกว่า ต้องออกเทน 95 เท่านั้น แต่จะ E10 หรือ E20 ก็ได้ แต่ขอขั้นต่ำ 95

อัตราการกินน้ำมัน เฉลี่ย สูงกว่า Jazz พอสมควร ซึ่งยังไม่พ้นช่วงรันอิน กินไป 10.5 โลลิตร ครับ เติม โซฮอล 95 น่ะ



สำหรับเรื่องเสียง การขับในเมืองไม่เร็ว รถติดๆ การเก็บเสียงถือว่าดีมาก เสียงมอไซข้างๆ เข้ามาน้อย น่าจะพอๆกับ FD ดีกว่า ES

แต่ถ้าเหยียบคันเร่งหนักๆ จะได้ยินเสียงเครื่องทำงานเข้ามาให้ได้ยินชัดเจน เสียงฟืดๆ เสียงจากด้านล่างเก็บได้ดีกว่า Jazz JP

ขึ้นถึง100 km/hr จะได้ยินเสียงลมบ้างแต่ไม่มากนัก และสุดที่120 ครับ ไม่ได้ขับเกินนั้นเลย ถือว่าไม่ดังมากครับ คุยกันรู้เรื่อง



ของแต่งที่ใส่ในคันนี้ มี

 
- ล้อ Enkei RPF 01 แท้  7x16" Off 43  Made in Japan (8,500 x4)

- ยาง มิชลิน Pilot Sport3 205/50R16 Made in Thailand (4,400 x4)

 
- สปริง TEIN H-Tech for GB Japan 9,800

  
- Rigid Collar บูทอลูมิเนียม งานไทย ก็อบ Spoon มา 2,900

- ฟิมล์ 3 บานหน้า VK 55 เขียวใส กันร้อนสุดๆ 5 บานหลัง VK15 มืดหน่อย แต่ไม่ดำมืดมากไป บังตาได้ 25,000

- พ่นกันสนิมแบบใส R2000 6,500

- เครือบสี รองพื้น Zaino AIO เครือบ Zaino Z2 เครือบ BlackFire  4,000

หมายเหตุ

- รูปที่ถ่ายในรีวิวมาจากกล้อง RICOH CX2





 

ขอนำรูปไปลงในนี้นะครับ
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=41608.msg789671#msg789671

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: Mini Review Honda FREED SE 2012 "Brilliant White Pearl" FreedShock Price สะท้านใจ
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2012, 22:15:28 »
ผมทำ Review ไว้แล้ว ขออ้างอิงตัว MC ว่าแตกต่างจากตัวเดิมอย่างไรตามนี้นะครับ

http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php/topic,24984.msg388596/topicseen.html#msg388596