ผู้เขียน หัวข้อ: [สวนกระแสรถป้ายแดงคันแรก]ขออวดรถที่“มีไม่มากในประเทศนี้”ที่จะได้เป็นเจ้าของครับ  (อ่าน 36508 ครั้ง)

ออฟไลน์ GusZ

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
[สวนกระแสรถป้ายแดงคันแรก] ขออวดรถระดับที่ “มีไม่มากในประเทศนี้” ที่จะได้เป็นเจ้าของหน่อยครับ
ตั้งหัวข้อชวนดราม่าเพื่อเรียกร้องความสนใจงั้นเองแหละครับ แฮะๆ จริงๆแล้ว รถที่จะเอามาโช ไม่ใช่รถหรู รถแนว หรือรถป้ายแดงแต่อย่างใดครับ ตรงข้าม มันคือรถเก่ามากกกกกกกกกกกก อายุอานาม 20ปีพอดิบพอดี ได้มาเป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อครับ แกดูแลรถคันนี้ดีมากๆ (บางครั้งดีกว่าลูก TT) คือจริงๆผมคงไม่มีทางได้คันนี้มาเป็นเจ้าของหรอกครับถ้าไม่ใช่ว่า ทั้งบ้านรวมหัวกันไซโคให้พ่อขับรถใหม่ได้แล้ว ห่วงเรื่องความปลอดภัย (ปีนี้แกอายุ 63ปีแล้วครับ แต่ด้วยความที่แกบ้างาน อยู่เฉยไม่ได้ ต้องทำงานตลอด7วันต่อสัปดาวันละ8-12ชม  แถมที่ทำงานของท่านก็อยู่โน่น สมุทธสาคร ไม่ห่วงก็แปลกแล้วครับ)
คือ รถคันนี้มีความหลังมากมายครับ มันเป็นรถป้ายแดงคันแรกของครอบครัวเรา แล้วก็ได้มาในช่วงที่อยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆของชีวิตของท่าน จำได้ว่าตอนนั้นผมอายุ7ขวบย่าง 8ดีใจมากที่ครอบครัวของเรามีรถป้ายแดงเหมือนคนอื่นๆซะที แอบปลื้มด้วยที่รถคันนี้ มี วิทยุ+เทปคาสเซต,กระจกไฟฟ้า 4ที่นั่ง ,Central lock, ตู้เย็น (คือ ต้องเข้าใจด้วยว่า 20ปีที่แล้วนั้นอุปกรณ์ที่ว่า มันไม่ใช่อุปกรณ์พื้นฐานเหมือนเดี๋ยวนี้ โดยมากต้องเป็นพวก รถรุ่นใหญ่สุดของแต่ละค่ายที่ขายในไทย มันถึงจะมีมาให้ กระจกจะเปิดทีต้องหมุนเอง lock แต่ละครั้งต้องนั่งไล่กดเอาเองทุกด้าน  ดังนั้น ด้วยความรู้สึกของเด็กอายุ7ขวบที่รถป้ายแดงคันแรกมันมีทุกอย่างที่ว่ามานี้ให้เนี่ย มันรู้สึกดีใจแบบบอกไม่ถูกเลยครับ)
เกริ่นมานาน รถที่ว่า มันคือคันนี้อะครับ..












แบบเต็มๆคันครับ


























   มันคือ Toyota Corona AT 171 1600 cc  เป็น Corona รุ่นสุดท้าย(มั้ง)ก่อนที่ Toyota จะเปลี่ยนไปใช้โลโก้ 3ห่วงแทน

รถเบนซ์ หรูแค่ไหนก็มีแค่ 3 แฉกฟระ สู้คันนี้ได้ป่าว 8 แฉกเลยนะเฟร้ย






















คันนี้เป็นรุ่นหน้ายิ้มครับ ดูแบบนี้มันก็เหมือนจะยิ้มจริงๆนะ แต่ด้านล่างแอบเยินไปบ้าง ไม่เคยเห็นเลยจนกระทั่งมาถ่ายรูปเนี่ย เพราะโดยปรกติ รถคันนี้เตี๊ยมาก เลยไม่เคยเห็นด้านล่างแบบนี้ซะที

























ซุ้มล้อหน้า เห็นเหล็กผุๆได้อย่างชัดเจน....  อย่างว่า อายุ20ปีแล้ว ดูแลดีแค่ไหนแต่อันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

























มาดูด้านท้ายกันบ้าง.....  กับสโลแกนของรุ่นนี้ที่ว่า “ความงามที่ไร้เหลี่ยม แต่เปี่ยมด้วยพลัง” ( โบรชัวเขาเขียนแบบนี้จริงๆนะเอ้อ ) มาเพ่งดูจริงๆแล้ว ทรงมันก็เหลี่ยมตามสไตรถโบราณอะ เพียงแต่มันดูมนขึ้นตามมุมแค่นั้นเอง เอานะ คิดในแง่ดี ณ ตอนนี้ รูปทรงแบบนี้มันก็กลายเป็นของแปลกไปแระ ก็เก๋ไปอีกแบบละเนาะ
 อีกสิ่งหนึ่งที่รถรุ่นใหม่ๆสมัยนี้หาไม่ได้แล้ว มันคือ “ล้อถาด” อุปกรณ์มาตรฐานของรุ่นนี้ อ้อ ที่เห็นในภาพนี้ ทุกอย่างคือเดิมๆนะครับ ไม่เคยเปลี่ยนอะไหล่แต่อย่างไร(ยกเว้นยาง และช่วงล่าง) ทั้งท้าย กันชน กระจก ล้อ ประตู กระจกข้าง ไฟท้าย มือจับ สี แม้กระทั่งยางขอบกระจก  20ปีที่แล้วเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็ชิ้นนั้นอยู่เหมือนเดิม แต่ผลคือ กระจกไฟฟ้าฝืดมากกก เพราะยางเองก็เสื่อมแล้ว รวมไปถึงตัวกลไก และเฟืองภายใน อย่างด้านคนขับ ถ้ากดกระจกลงสุด บางทีมันก็ตกร่องไปเลยก็มี ต้องไปนั่งแงะประตูกันบ่อยๆ พ่อไม่ยอมเปลี่ยนครับ..  บอกไม่จำเป็นเพราะยังไงๆก็ไม่ได้เปิดกระจกบ่อยๆอยู่แล้ว ... ก็นะ ทำงาน ตจว นิ ก็จริงอย่างที่แกว่าอะ..










































   โลโก้ดั้งเดิมของรุ่นนี้ ดูเล็กเกินไม่ค่อยเด่นอะ  


























มาดูที่ห้องโดยสารครับ พื้นที่วางขาของคนขับและผู้โดยสารข้างหน้า กว้างมากก คนตัวใหญ่(อ้วน TT ) นั่งได้สบายๆ ไม่ต้องเลื่อนของหลังมากก็มีพื้นที่เหยียดขาได้เหลือเฟือ ระยะความสูงของพวงมาลัย ผมว่ามันออกมาดีมากๆ ไม่ต้องไปปรับระดับอะไรให้เสียเวลา(แต่ถึงอยากปรับก็ปรับไม่ได้ครับ55) เข้าไปนั่งก็จบ..  เวลาเข้าออกจากที่นั่งคนขับทำได้สบายๆไม่เจอปัญหาพวงมาลัยติดขาเวลาออกจากห้องคนขับ (เมื่อเทียบกะรถคันอื่นๆที่บ้านเช่น Altis ตัว 50ปี, Vios,City MCของปีนี้ ไม่รู้สิ จริงๆหลายๆคนคงบอกว่า ถ้าขาติดก็ถอยเบาะไปเยอะๆสิฟะ....  แต่คือ ในความรู้สึกผม ระยะแขน กะ ระยาสายตา กะมุมมอง ผมไม่ถนัดไง นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม รถใหม่ๆมันควรจะปรับระดับพวงมาลัยได้ แต่ที่ผมชอบคันนี้คือ มันลงตัวกะผมพอดีไง ถอยเบาะนิดนึงก็จบ ระยะกำลังดีเลยไม่ต้องไปปรับอะไรมากมายเวลาไปใช่ต่อจากคนอื่นๆในบ้าน)
สังเกตุได้ว่า ตัวเบาะที่นั่งคนขับ เตี๊ยมากกกกกกกกกกกก ยิ่งบวกกับตัวรถเดิมในยุคนั้นที่ทำออกมาค่อนข้างเตี๊ยด้วย ทำให้ข้อเสียตอนนี้ที่เจอบ่อยๆคือ.... ไฟรถคันหลังแยงตา TT คือ รถด้านหลังก็ไม่ได้ไฟสูงอะไรหรอก แต่รถผมมันเตี๊ยเองทั้งเบาะทั้งฐานรถ ยิ่งบวกกับเบาะรองนั่งที่ทรุดลงไปมากๆแล้ว แต่ข้อดีก็คือ Feelingดีสุดๆ เรียกได้ว่าขับรถไปดีดอะไรมาเด้งใส่ใต้ท้องรถนี่ สะเทือนมาถึงตรูดคนขับเลยครับ














สภาพเบาะ หนังด้านคนขับขาดไปแระ แถมตอนนี้ฟองน้ำที่นั่งคนขับก็ทรุดไปเป็นที่เรียบร้อย  ก็อย่างว่า ตามอายุขัยของมัน.....   แต่โดยรวมๆ เบาะ ผมว่ากระชับนั่งแล้วสบายดีครับ (อันนี้เทียบกะVios ของแม่ คันนั้น ขับๆไปต่างจังหวัดแล้วเมื่อยหลังครับ  ในขณะที่ Altis 50ปี มันก็กระชับดีแต่เบาะติดแข็งไปหน่อย แต่นั่งแล้วขับไกลๆได้สบายครับ, ส่วน City MC ของน้องสาว โดยรวมกระชับ แต่ก็ไม่ได้นั่งสบายถ้าเทียบกะคันนี้อะนะ เบาะมันเล็กเกิน ผมไม่ค่อยปลื้ม ) คือ มันก็ไม่ได้นิ่มมากกกกจนหลับได้ แต่ก็กำลังพอดีๆ ไม่นิ่มเกินหรือแข็งเกินขับไป ตจว ไม่มีอาการเมื่อยหรือปวดหลังแต่อย่างใด แล้วก็ไม่บีบมาก ทำให้รู้สึกสบายเวลาขยับหลังเปลี่ยนอริยาบถ  อีกอย่างที่ผมชอบมากๆกับเบาะคันนี้ก็คือ ที่หนุนหัวปรับระดับได้ครับ(เฮ) คือ ชอบอะ มันช่วยได้เยอะมากเลยนะนั่นเวลาขับๆไปแล้วเมื่อยคอหรืออยากหนุนอะไรให้มันสบายๆเนี่ย ยิ่งถ้าเป็นคนนั่งหน้านะ อันนั้นนี้ฟินเลยนั่งนานๆอยากนอนก็ปรับเบาะลงไปเยอะๆ แล้วปรับที่รองหัวให้มันราบไปสุดนะ.. หลับได้สบายๆเลย  แต่รถรุ่นใหม่ๆไม่รู้ทำไมมันปรับกันไม่ได้หว่า??
















   แผงประตู มีปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้าทั้ง4ด้าน+ Central lock ทันสมัยมากๆ (เมื่อ20ปีที่แล้ว)  ตรงแผงควบคุม โดนเปลี่ยนพลาสติกไปรอบนึงแล้ว จำเหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
























   แผงหน้าปัดด้านหน้าคนขับแบบเรียบง่ายมากกกก  มาพร้อมกับพวงมาลัยขั้นเทพที่ให้ความแม่นยำ+ความคม แบบสุดๆ แรงตอบสนองที่ได้รับ,ความหนืดรวมไปถึงการส่งแรงสัมผัสจากพื้นผิวถนนมาสู่มือคนขับได้แบบ ทำได้เป็นธรรมชาติสุดๆ  ไม่จุกจิกไม่มีเพี้ยนอะไรทั้งนั้น เพราะมันคือ พวงมาลัยพาวเย่อ
ถ้าคนขับเป็นผู้หญิง คุณอาจจะได้ซาบซึ้งกับคำว่า “โหนพวงมาลัย” กันเลยที่เดียว แต่คันนี้โดนเปลี่ยนไปเป็นพวงมาลัยพาวเวอแบบ ไฮโดรลิคมาราวๆ 13ปีแล้วครับ เพราะตอนนั้นแม่กะลังรอรถคันใหม่อยู่ แล้วยืมคันนี้ไปใช้หลายครั้งพ่อเลยจำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะกลัวแม่ขับไม่ไหว  โดยส่วนตัว สมัยที่ผมไปหัดขับรถใหม่ๆก็ได้คันนี้นี่แหละครับเอาไปหัดขับ  แล้วมันก็ชินมือมาจนทุกวันนี้ ทำให้พอทุกวันนี้ไปขับรถพวงมาลัยไฟฟ้าทีไร รู้สึกแปลกๆไม่ชอบใจทุกที มันไม่ให้อารมณ์ในการขับขี่งะ.. มันหลอกๆยังไงก็ไม่รู้ แถมไอ้ความรู้สึกจากพื้นถนนที่ขึ้นมาถึงพวงมาลัยมันหายไปด้วย.. ทำให้รู้สึกแปลกๆ อย่างคันนี้ เวลาเข้าโค้งหรือเลี้ยว มันให้ความรู้สึกจริงๆนะ ว่าเราเลี้ยวไปมากหรือน้อย ล้อมันแอบไถลหรือเปล่า หรือว่าขับไปลงหลุมหรือแล่นไปเข้าแอ่งน้ำหรือพื้นที่ขรุขระที่ไหนมันมา มันรู้สึกจริงๆนะ  แต่โดยมากผู้หญิงจะไม่ชอบ น้องกะแม่ผมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวงมาลัยคันนี้มันหนักเกิน... แต่สำหรับผม ความชอบส่วนตัวครับพวงมาลัยไฟฟ้า ต่อให้เป็นรถแบรนหรู(S60 Drive ล่าสุดเลยลองมาแระ) เซ็ตมาดีแค่ไหน ผมว่าสู้พวงมาลัยไฮดรอลิคไม่ได้งะ ...  รู้สึกว่าไฮดรอลิคมันขับสนุกกว่ามากก (ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ)












เกีย จริงๆแล้วดั้งเดิมมันเป็นเกียธรรมดาครับ แต่ก็นั่นแหละ โดนเปลี่ยนไปเป็นเกียอัตโนมัติพร้อมๆกันกับตอนไปใส่ระบบพวงมาลัยเพาเวอไฮโดรลิค รู้สึกจะไปถอดมาจากเครื่อง2000CCมั้งครับ ก็เหมือนกันครับ เปลี่ยนมา13ปีแล้ว ทั้งพวงมาลัยทั้งเกีย ไม่เคยเกิดปัญหาใดๆทั้งสิ้นเลยครับ ไฮโดรลิคไม่มีรั่ว เกียก็ทุกวันนี้ก็ทำงานได้ปรกติ ไม่เคยเจอปัญหาจุกจิกอะไร ปัญหาเดียวที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นเกีย auto กะพวงมาลัยไฮดรอลิค ก็คือ กำลังเครื่องตกฮวบๆครับ กินน้ำมันขึ้นบาน(จากเดิม 13โลลิตร ตอนนี้ อย่างเก่งมากกก ก็ 1โล แต่เฉลี่ยที่ 10) อัตราเร่งนี่ เรียกว่า ถ้าขับในเมืองนี่ จะแซงใครต้องเล็งแล้วเล็งอีกกดรอบเครื่องรอกันได้เลย เพราะBody คันนี้มันของเครื่อง 2000 แต่ดันใส่เครื่อง 1600 แรงม้าก็น้อยนิด 96 แรงม้า แถมเจอดมแก๊สไปอีก..  



















แผง Console แบบเต็มๆ ของเดิมทุกชั้น ยกเว้น วิทยุครับ คือ ในตอนที่ของเดิมเสียนั้น ช่วงนั้นวิทยุ CD มันออกมานานพอควรแระ แต่พ่อบอก มันไม่แนว ผลคือ แกไปเดินเชียงกง แล้วไปคุ้ยหาวิทยุเทป คาสเซตได้ มาแปะไว้แทนของแทนของเก่า  
อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวเลยนะ ผมรู้สึกว่าวัสดุที่Toyota(ในยุคนั้นนะครับ ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่กลายร่างมาเป็นจอมกั๊ก) เอามาทำแผงคอนโซล รวมถึงพวกDashboard มันดีมากๆ คือ ไม่ใช่แบบหรูเหมือนรถBMW หรือ Benz นะ แต่แบบ มันดูดีอะ ไม่ได้ออกมาแบบลดต้นทุนโจ่งแจ้งแบบทุกวันนี้




















   Dash board เรียบเนียนมากกกกกกกกก นุ่มด้วยครับ ไม่ใช่แบบ เป็นพลาสติกสากๆด้านๆแบบเดี๋ยวนี้, Dash boardยังอยู่ในสภาพดีมากครับ นิ้งมาก ไม่มีแม้แต่รอยขีดหรือรอยแตก

























ที่เก็บของด้านคนนั่งครับ


























ไปคุ้ยๆของดู ก็เจอกะไอ้เจ้านี่ครับ


























พอดูในภาพร่างแบบนี้ มันแลดูสวยกว่าคันจริงเยอะเลยนะนั่น

























   ไฟคนขับด้านหน้า ซึ่งติดมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น (ในยุคที่พี่โต ยังไม่เป็นจอมกั๊ก) ไฟอันนี้มันช่วยได้มากจริงๆนะ โดยเฉพาะถ้าขับรถไปตอนกลางคืนแล้วจะมาเปิดแผนที่ดูทางเนี่ย หรือถ้าเราขับรถกลางคืนบ่อยๆ จะเห็นคุณค่าของมันขึ้นมาทันทีเลย
























   มาดูที่นั่งด้านหลังกันบ้าง นี่แหละครับคือจุดเด่นมากๆของรถคันนี้  มันนั่งได้สบายมากครับ Leg room ค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่านั่งไขว่ห้างได้สบายๆครับ  (ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า เบาะด้านขวาทรุดลงกว่าด้านซ้ายแบบเห็นๆเลยครับ)
























   อีกรูป เทียบให้ดูกับตอนที่เลื่อนที่นั่งคนขับมาค่อนๆปลายรางแล้วนะครับ  ผมว่าผมค่อนข้างอ้วนแล้วยังนั่งได้แบบนี้ แม่ น้องสาวนี่ สบายครับ

























อีกด้านครับ


























กระจกหลัง ฟิล์มกันแดดมันลอกจนเป็นรอนๆแระ ก็นะ ตัดเรื่องนี้ไป โดยรวมๆ ค่อนข้างโปร่งครับ เพราะดีไซสมัยเก่าๆที่มันไม่ได้สปอตอะไรมาก ไม่มีSlop หรือลาดเอียงอะไรทั้งนั้น คือขับๆมาแล้วจะถอย เหลียวหน้ามามองด้านหลังนี่ ทัศนวิสัยชัดเจนครับ
























คันนี้ติด LPG มาตั้งแต่ปี 2006 แล้วครับ เปลี่ยนหม้อต้มแก๊สไป2ใบแล้ว  แต่เครื่องไม่เคยมีปัญหาครับ ทนยังกะแร่ด....  ด้านหลังเครื่องมือรกมาก คุณพ่อพร้อมรับทุกสถาณการครับ พร้อมซ่อมตลอดเวลา พวกอะไหล่ตัวไหนที่มันเสี่ยงกะการเจ๊งได้ แกพกสำรองมาครบครับ  เรียกได้ว่ากระเป๋าช่างทั้ง3ใบนี่ แน่นไปด้วยอะไหล่+เครื่องมือเลย























   ขุมพลัง 96แรงม้า กับเครื่องยนตร์ 4A-F ในตำนาน(ด้านความทนเป็นแร่ด)  ตัวนี้ยังใช้คาบิวอยู่ครับ ดังนั้น เรื่องประหยัดน้ำมันไม่ต้องพูดถึง ซัดโฮกแน่นอน (ค่าน้ำมัน ถ้าคิดจาก 91 เอาเป็นว่าสมัยก่อนปี2006 โดนไปเดือนละ 1หมื่นUP ) แต่ก็แน่นอน เนื่องจากเป็นคาบิว พอไปติดแก๊สแล้วก็จบครับ ไม่จุกจิกกวนใจเลย (แต่ก็แลกกับกำลังเครื่อง ที่อัตราเร่งตกไปพอควรนะครับ)






















      อัตราเร่ง 0-100 ถ้าใช้น้ำมัน จับกันจริงๆจะราวๆที่ 15-17วิครับ  แต่ถ้าเป็นแก๊ส ก็โน่นนน 18-20  อืดมากก ถ้าเป็นคนใจร้อนเท้าหนักไม่แนะนำอย่างแรง  แต่ก็ตามสภาพครับ เครื่องยนตร์ อายุ20ปี ได้แบบนี้ก็ยอดแล้ว  เครื่องนี้ไม่เคยทำการ Overhaul ครับ  ไม่เคยยุ่ง ไม่เคยเสียแต่ประการใด อย่างมากที่สุดคือ ไปเปลี่ยน วาวลูกสูบตอน 300,000 KM ครับ นอกนั้นไม่เคยแตะที่เรื่องเครื่องเลย  เปลี่ยนใหม่โดยมากก็พวกลูกยางรองแท่นกะพวกช่วงล่างมากว่า






















   จนถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะเกิดคำถามในใจว่า รถคันนี้มันพิเศษตรงไหนฟระ Corona มันก็ยังมีให้เห็นอยู่เกลื่อนเมือง ไหนโม้เหม็นที่หัวกระทู้ว่า “มีไม่มากในประเทศนี้” ไง(วะ)  
   คือ มันอาจจะไม่พิเศษอะไรมากสำหรับคนอื่นๆนะครับ แต่สำหรับพ่อผม และผม รถอายุขนาดนี้ วิ่งมาแบบนี้ แต่สภาพยังอยู่ในระดับที่ อืม... ก็ไม่ได้เริ่ดหรูแบบรถใหม่ แต่เมื่อคิดซะว่า มันคือรถเก่ามากกกกกกกกกกก ผมมันมันก็ok นะ  
   สิ่งที่ผมคิดว่ามันพิเศษสุดๆ  มันอยู่ในภาพนี้อะครับ




















ครับ รถคันนี้ ณ วันที่ถ่ายภาพนี้วิ่งมาแล้วทั้งสิ้น(ราวๆเกือบ 2เดือนที่แล้ว)

“1,066,105”  กิโลเมตร















ถ้าเอา ณ วันนี้  (23-11 -2012 02.45)  ก็จะอยู่ตามนี้ครับ







“1,070,615”  กิโลเมตร













แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าครับ เพราะต่อให้ดูแลดีแค่ไหน แต่ก็คงไม่มีทางที่จะไปฝืนกาลเวลาได้ครับ คุณพ่อเองก็บอกมาตรงๆว่า รถคันนี้(เครื่องเดิมๆนี้) อย่างเก่งสุดๆ ก็คงจะอยู่ได้ไม่เกิน 4 ปีหรือไม่เกินหลัก 1,500,000 KM  คือ ไม่ใช่ว่ามันจะพังแบบ เอาไปปลูกสาระแหน่นะครับ แต่ว่า อัตราเร่งมันจะดรอปไปมากๆๆๆ จนเอามาใช้ในเมืองไม่ค่อยไหว คือขับแบบหวานเย็นไปเรื่อยยาวๆนะได้ครับ แต่คงไม่สามารถเอามาเป็นรถหลักที่จะขับไปทำงานได้อีกแล้ว...   ถึงตอนนั้นทำได้อย่างเดียวก็คือต้องวางเครื่องใหม่  ส่วนเครื่องบล๊อคนี้ แกจะเอาไปชุบโครเมี่ยมเก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ  (แต่นะ วางเครื่องใหม่ มันก็เหมือนกลายเป็นรถคันใหม่ไปแล้วอะครับ)
   แต่ก็นะครับ ของบางอย่างมันก็มีค่ามากกว่าที่จะตีค่าออกมาเป็นเงินทองได้ , ถึงต่อให้รู้อยู่เต็มอกว่า รถคันนี้ คงอยู่กับผมได้แค่4ปี(อย่างมาก) ,แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามผมก็อยากจะชุบชีวิตรถคันนี้ให้กลายมาเป็นรถที่ขับไปแล้ว คนที่เห็นจะต้องเหลียวหลังมองครับ ที่คิดไว้คร่าวๆที่จะต้องเอาไปปะผุ ลอกสีพ่นสีใหม่ทั้งคัน หล่อไฟเบอทำหน้า,สเกิต,หลัง ใส่ใหม่หมด   ทำเบาะใหม่ทั้งคัน หุ้มหนังแท้ ตกแต่งภายในปรับพวกแผงคอนโซล ลงเครื่องเสียงใหม่ หน้าปัดแอร์ใหม่ บุตัวเก็บเสียง เปลี่ยนยาง4เส้น คาดว่าคงหมดไปราวๆไม่ต่ำกว่า1แสนบาทแน่ๆครับ แต่ก็อยากที่บอกอะครับ ของบางอย่างมันก็ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ ถ้าคิดซะว่าจ่ายไปซักแสนกว่าหน่อยๆ ( รวมค่าวางเครื่อง 3S-GE ไปด้วย) แล้วได้รถที่ข้างในกว้างพอจะเทียบชั้น D-Segment ของยุคนี้ได้ ช่วงล่างที่เหนือกว่าพวก B segment เยอะมาก เกาะถนนดี แถมให้อารมณ์การขับขี่ที่สนุก( ความชอบส่วนตัวครับ รถเตี๊ยๆ+พวงมาลัยไฮโดรลิค)  ไม่ต้องมาผ่อนรายเดือน  แถมยังแปลกแหวกแนวกว่าชาวบ้าน ผมว่ามันก็OK นะ
   คิดว่าคงอีกซัก4-5เดือนครับกว่าจะทำให้จบทุกเรื่อง เพราะคงค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ถ้าทำครบเมื่อไหร่เดี๋ยวจะมาโพสโชรถให้ดูกันอีกรอบครับ  



*EDIT แก้เรื่องรูปแล้วครับ ขอโทษทีครับ แหะๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 26, 2012, 01:02:11 โดย GusZ »

ออฟไลน์ -Anonymous-

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,426
  • Catch me if you can !!!
โอ้ว ยาวมากๆเลยครับ  :D น่าจะเอาไปไว้ห้องรีวิวรถนะครับ จะได้ไม่หายไปไหน

ออฟไลน์ Nookkiez

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 784
เอ...ทำไมผมไม่เห็นภาพละ  :'( :'(
Test ..

ออฟไลน์ Parinceo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,210
รถวิ่งจนไมล์กลับมาแล้ว!!! สุดยอดจริงๆครับ บางทีของแบบนี้ก็ตัดใจขายไม่ลงครับ มันมีคุณค่ากับเรานี่

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,602
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ขอโทษนะครับ

ผมขอช่วยย้ายไปไว้ในห้อง User's Voice ด้วยเถอะครับ เราจัดหมวดหมู่ให้คุณไว้แล้ว

ตั้งกระทู้ให้ถูกห้องด้วยนะครับในคราวต่อไป

ขอบคุณในความร่วมมือครับ

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
ยินดีกับ จขกท. ด้วยครับ เรื่องซ่อม ทำไปเถอะครับ ของแบบนี้เป็นความภูมิใจส่วนตัว ผมยังจัดหนัก Mighty-X ไปแล้วเลย หมดไปร่วมแสน >_<

แต่ผมเห็นด้วยกับจขกท.ด้วยว่า ทำไมเหมือนออพชั่นบางอย่างรถแต่ก่อนมี รถเดี๋ยวนี้แมร๊งหายซะงั้น

อย่างที่ปัดน้ำฝนหน่วงเวลาเนี่ย ของไมตี้เอ๊ก หน่วงได้ตั้งแต่ ราวๆ 2-5 วิเลยมั้ง เดี๋ยวนี้มีสเตปเดียว แล้วก็ปัดรัว กับรัวสุดไปเลย เซ็งชีวิต -*-

ออฟไลน์ beecool

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
    • อีเมล์
ที่บ้านเคยมีรถคันนี้เป็นคันแรกเหมือนกัน รถคุณพ่อ ตอนเด็กๆ ผมไปยืนตรงคอนโซลเบาะข้างคนขับ รถเบรค หัวทิ่มโขกคอนโซล จำได้แม่น  :-\

Junior22

  • บุคคลทั่วไป
ผมเป็นเครื่อง 2,000 ตอนนี้ซ่อมอยู่หม้อน้ำรั่ว โช้คพัง เพราะที่บ้านขับกระหน่ำลุยทุกที่ แต่เป็นรถที่อ้อพชั่นเยอะจริงๆ

ออฟไลน์ time traveler

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 120

ออฟไลน์ Sammy_

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,418
    • อีเมล์
รถสวยมากเลยครับ ผมถูกใจที่สุดคือไฟอ่านแผนที่ ไม่คิดเลยว่ารถในยุคนั่นจะติดตั้งไฟอ่านแผนที่มาให้ด้วย  ;D

ออฟไลน์ rakchatb

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 79

ออฟไลน์ Khanintakarn

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 103
ผมว่าถ้าเก็บต่อไปรักษาดีดีอาจจามีมูลค่ามากๆก้ได้นะครับไม่รุ้เหมือนกัน ;D

ออฟไลน์ BlackSpeed

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 660
ขอบคุณรีวิวดีๆครับ อ่านแล้วคิดถึงสามห่วงตัวเก่าจัง :D
ประสบการณ์ (Experience) คือ การเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง
ความรู้ (Knowledge) คือ การเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น
แต่ถ้าได้ความรู้ผิดๆ ประสบการณ์แบบผิดๆ กรุณาอยู่เฉยๆดีกว่า
My Review "HYUNDAI SONATA SPORT" http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php/topic,21395.0.html

ออฟไลน์ GaB

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 274
  • #StickShiftLife
ตอนเด็กๆที่จำความได้ก็รุ่นนี้เหมือนกันครับ รถพ่อ รุ่น GL (น่าจะเหมือนกัน) 4A-F เกียร์ธรรมดา สีเทาดำ ออกใหม่ป้ายแดง ตอนเด็กๆชอบมาก เวลาตอนเย็นพ่อหรือแม่มารับที่โรงเรียนก็จะแช่นมมาในตู้เย็น ถึงจะไม่เย็นเจี๊ยบแต่ก็ดีกว่ากินแบบไม่เย็น ได้นั่งรถถึงความเร็ว 180 กม./ชม.ก็คันนี้ (ตอนเด็กๆถ้านั่งกับพ่อทีไรผมยุให้พ่อซัดทุกที อิอิ) ผมชอบหน้าปัดรุ่นนี้มากเพราะมันเรียบง่ายแต่ได้อารมณ์ซิ่งดี ผมได้หัดขับเกียร์ธรรมดาและพวงมาลัยไม่เพาเวอร์ก็คันนี้ (แต่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่นานก็ขาย)

จำได้ว่าพ่อขายตอนใช้ครบ 10 ปีพอดี ไมล์ประมาณแสนนิดๆ ถ้าจำไม่ผิดพ่อขายให้เพื่อนพ่อไป 2 แสนถ้วน รถสภาพเดิมสนิท ไม่มีตกแต่งเพิ่ม (นอกจาก Front วิทยุที่เปลี่ยนใหม่เพราะของเดิมพัง) ที่ขายก็เพื่อไปซื้อรถที่ใหญ่ขึ้นแนวครอบครัวมาใช้แทน (Space Wagon N33 ซึ่งก็ได้ขายไปแล้วเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา) และนอกจากซื้อรถครอบครัวที่ว่า พ่อก็ได้ซื้อ Corona Exsior มาใช้อีกคันในเวลาใกล้ๆกัน (ยังใช้อยู่)

รุ่นนี้ชอบมีปัญหาเรื่องโช้คอัพหลังเสียงดัง โลโก้หลังรถเปิดมาจะเป็นรูเสียบกุญแจเพื่อเปิดฝาท้ายได้อันนี้ก็ชอบพัง

เห็นรีวิวนี้แล้วนึกกลับไปถึงตอนเด็กๆครับ อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 26, 2012, 17:27:14 โดย GaB »

ออฟไลน์ Ko Love Lexus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 333
ขอบคุณครับ รถ 20 ปี ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว บางคนรักษาได้โทรมมาก แต่ขอคาระวะเลยยว่ารถคันนี้ผ่านมรสุมมาเยอะมาก
ไมล์ “1,070,615”  กิโลเมตร คาระวะเลย
Nothing is impossible. ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้

ออฟไลน์ nok

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 418
    • อีเมล์
มีรุ่นไหนทน ถึก แกร่ง แบบนี้อีกไหมครับ วิ่งมาล้านกว่าโลสุดยอดมากๆๆ

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,859
  • *** HLM.COM ***
ขอบคุณครับ

สวนกระแสได้ใจผมมาก

 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ Ji.Cl.

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 678
    • อีเมล์
เก็บรักษาได้ยอดมากเลยครับ ผมยังมีหน้ายักษ์อยู่ในปัจจุบันคันนึง

วิ่ง 300,000 กม. ต้องบูรณะครั้งใหญ่ไปเมื่อ ปีที่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างยังใช้ได้ดี

http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php/topic,18081.msg265252.html



แต่ผมขอพูดนิดนึงนะครับ อ่านย่อหน้าสุดท้ายแล้วใจหายแว๊บ

ถ้าเราคิดจะบูรณะรถคันนี้ การทำเบาะหนัง วางเครื่องเสียง ทำไฟเบอร์ ติดสเกิร์ต ลงเครื่องใหม่หมด มันจะไปเหลือคุณค่าอะไรล่ะครับ

มันจะเหมือนรถยุคใหม่ดีๆ นี่เอง อย่างที่พี่พูดนั่นแหละครับ

ผมคิดว่าการบูรณะ คือการพยายามให้รถผมอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำยากและท้าทายกว่าสิ่งที่พี่พูดมาหลายเท่า

และจะเป็นสิ่งที่จะภูมิใจมากกว่าหลายเท่าเมื่อทำสำเร็จ ปัจจุบัน Corona ของผม อุปกรณ์เกือบทุกชิ้นเป็นของ 22 ปีที่แล้ว

แม้แต่วิทยุ ก็เป็นเทป อนาล็อก สั่งการทุกอย่างด้วยปุ่มจูน ไม่มีการกดแบบดิจิตอลใดๆ ทั้งสิ้น

รถคันนี้มันเริ่มถึงขั้นที่ควรเก็บไว้ในสภาพที่ยังใช้งานได้ เพื่อเป็นที่ระลึก ถ้าเป็นผม สิ่งที่จะทำคือ

ถอดแก๊ส, เบาะปล่อยไว้งั้น เต็มที่เย็บซ่อมหนังหรือกำมะหยี่ที่ขาดพอ, วิทยุ-หาที่ซ่อม ขนาดของผมเป็นอนาล็อกโบราณๆ ยังมีร้านที่ซ่อมได้

ปะผุ ทำสี, ส่วนไฟเบอร์ สเกิร์ต หน้าปัทม์แอร์ อย่าใส่เลยครับ ปล่อยให้เค้าเป็นในสิ่งที่เค้าควรเป็น จะดูมีคุณค่ามากกว่าครับ อย่างน้อยก็ในใจเราครับ

ออฟไลน์ RATTAPON

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 143
 8)ชอบเลยครับ ดูแลรักษารถได้ดีมากครับ ขอบคุณครับที่นำมาให้ย้อนอดีตความหลังกันครับ... ;)

GreenG

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ thdeann

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 206
รีวิวได้สนุกดีครับ ขอบคุณครับ

ไม่เห็นด้วยอยู่เรื่องหนึ่งครับ เรื่องความกว้างขวาง
ผมว่ามันแคบเลยล่ะ คนนั่งข้างหลังไม่ได้มีความสุขเลย
แม้จะไม่ใช่รถผมเอง แต่ก็ขับบ่อยเหมือนกัน
จำแม่นเลย ว่าต้องขยับเบาะคนขับ เพื่อให้ข้างหลังนั่งพอได้

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,672
  • Nine & Knight
โอ้ตั้ง 20 ปีวิ่งมาแค่ 6 หมื่นเองรึเนี่ย  ;D ;D ;D

นี่ใช่มั๊ยครับที่เค้าเรียกว่า อวทม ไหนๆจะวางเครื่องใหม่แล้วลง J เลยรึเปล่าครับ
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ Silverliner

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • อีเมล์
เคยเป็นเจ้าของมือแรกเหมือนกันครับ  ผมว่ามันเป็นรถที่ดีมากๆ  เสียดายใช้ได้ไม่ถึงปีมีคนมาตื๊อขอซื้อไปทำแท๊กซี่ เลยใจอ่อนปล่อยไปเพราะตอนนั้นอยากได้รถเกียร์ออโต้  ไปจับมาสด้า 323 1.6 ออโต้มาใหม่  ห่วยแตกครับ  คิดถึงคันเดิมที่ปล่อยไป  เสียดายจริงๆ

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,157
รีวิวได้ดีมากๆครับ

ตกใจเลขไมล์มากๆ และทึ่งในตัวพ่อคุณเรื่องอะไหล่หลังรถมากๆครับ
รอบคอบ+ใช้งานอย่างคุ้มค่าจริงๆ

ออฟไลน์ SaiXaiZai

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 586
ยกนิ้วให้เลยครับกับการรีวิว  ตอนนี้ถ้าหาได้ให้เก็บจายจ่าย หัวนกกระจอก คาร์บูเรเตอร์ นมหนู แล้วจะใช้ได้อีกยาวครับ แล้วระวังเรื่องความร้อนไว้ครับ ฝาสูบโก่งเมื่อไหร่ยุ่งเลย อนาคตเป็นรถ Classic คันนึงทีเดียว ถ้ายังรักษาได้ในระดับนี้ นะครับ  ผมคิดเอาเองว่า รถคันนี้เดิมๆ ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นสุดยอดของรถในตำนานคันหนึ่งทีเดียวเลยครับ ยิ่งถ้าตัวก้านพวงมาลัยอันเดิมยังเก็บไว้นะครับ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทีเดียวครับ  ;D ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ HYDE--

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,643
    • อีเมล์
สุดยอด สภาพถือว่าดีเลยนะครับเนี่ย ถึงจะใช้รถเยอะ แต่ไม่ปล่อยโทรม
เก็บเงินวาง 3S ไปเลยครับ

ออฟไลน์ GusZ

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
ยกนิ้วให้เลยครับกับการรีวิว  ตอนนี้ถ้าหาได้ให้เก็บจายจ่าย หัวนกกระจอก คาร์บูเรเตอร์ นมหนู แล้วจะใช้ได้อีกยาวครับ แล้วระวังเรื่องความร้อนไว้ครับ ฝาสูบโก่งเมื่อไหร่ยุ่งเลย อนาคตเป็นรถ Classic คันนึงทีเดียว ถ้ายังรักษาได้ในระดับนี้ นะครับ  ผมคิดเอาเองว่า รถคันนี้เดิมๆ ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นสุดยอดของรถในตำนานคันหนึ่งทีเดียวเลยครับ ยิ่งถ้าตัวก้านพวงมาลัยอันเดิมยังเก็บไว้นะครับ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทีเดียวครับ  ;D ;D ;D ;D ;D

พวงมาลัย ก้าน ที่เห็นในรูปนั้นของเดิมครับรวมถึงทุกอย่างที่เห็นในรูป ของที่ไม่ใช่อย่างเดิมเมื่อตอนถอยจากป้ายแดงก็คือแหวนลูกสูบ โช๊ค ยาง วิทยุ หัวเทียน หนังหุ้มเบาะ วิทยุ คาบู แหนบ ปั้มติ๊ก  รวมถึงพวกasseries  อื่นๆที่นึกไม่ออก(ก็นะ 20ปีแล้วนี่ แถมตอนนั้นก็ยังเป็ฯเด็กน้อยไม่รู้เรื่องราวอะไรมากมาย) แต่พวก เครื่องยนตร์ อันนี้เดิมๆจริงๆครับ ฝาสูบยังเป็นของเดิมเลย ใช้แก๊สมา3แสนกว่าโลแล้ว ยังไม่เคยเจอปัญหาฝาสูบโก่งเลย( ก็นะ Toyota ตอนนั้นมันไม่ใช่จอมลดต้นทุนนี่นา... )



เก็บรักษาได้ยอดมากเลยครับ ผมยังมีหน้ายักษ์อยู่ในปัจจุบันคันนึง

วิ่ง 300,000 กม. ต้องบูรณะครั้งใหญ่ไปเมื่อ ปีที่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างยังใช้ได้ดี

http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php/topic,18081.msg265252.html



แต่ผมขอพูดนิดนึงนะครับ อ่านย่อหน้าสุดท้ายแล้วใจหายแว๊บ

ถ้าเราคิดจะบูรณะรถคันนี้ การทำเบาะหนัง วางเครื่องเสียง ทำไฟเบอร์ ติดสเกิร์ต ลงเครื่องใหม่หมด มันจะไปเหลือคุณค่าอะไรล่ะครับ

มันจะเหมือนรถยุคใหม่ดีๆ นี่เอง อย่างที่พี่พูดนั่นแหละครับ

ผมคิดว่าการบูรณะ คือการพยายามให้รถผมอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำยากและท้าทายกว่าสิ่งที่พี่พูดมาหลายเท่า

และจะเป็นสิ่งที่จะภูมิใจมากกว่าหลายเท่าเมื่อทำสำเร็จ ปัจจุบัน Corona ของผม อุปกรณ์เกือบทุกชิ้นเป็นของ 22 ปีที่แล้ว

แม้แต่วิทยุ ก็เป็นเทป อนาล็อก สั่งการทุกอย่างด้วยปุ่มจูน ไม่มีการกดแบบดิจิตอลใดๆ ทั้งสิ้น

รถคันนี้มันเริ่มถึงขั้นที่ควรเก็บไว้ในสภาพที่ยังใช้งานได้ เพื่อเป็นที่ระลึก ถ้าเป็นผม สิ่งที่จะทำคือ

ถอดแก๊ส, เบาะปล่อยไว้งั้น เต็มที่เย็บซ่อมหนังหรือกำมะหยี่ที่ขาดพอ, วิทยุ-หาที่ซ่อม ขนาดของผมเป็นอนาล็อกโบราณๆ ยังมีร้านที่ซ่อมได้

ปะผุ ทำสี, ส่วนไฟเบอร์ สเกิร์ต หน้าปัทม์แอร์ อย่าใส่เลยครับ ปล่อยให้เค้าเป็นในสิ่งที่เค้าควรเป็น จะดูมีคุณค่ามากกว่าครับ อย่างน้อยก็ในใจเราครับ


อันนี้คงต้องบอกกันตามตรงว่า คำว่าคุณค่าของรถ ของคุณJi.Cl. กับผมและพ่อ อันนี้คงต่างกันพอสมควร สำหรับครอบครัวผมแล้ว คำว่ารถ หัวใจมันคือ เครื่องยนตร์จริงๆครับ พวกอย่างอื่นๆมันก็เหมือน เสื้อผ้าภายนอกที่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม แต่ก็คงไม่ได้ว่าไปแต่งแบบ เป็นรถแข่งอะไรหรอกครับ พวกของภายใน ที่จะลงหนังแท้กะพวกพรมใหม่ เหตุผลหลักๆคือเรื่องสุขภาพครับ( เป็ฯภูมิแพ้พวกละอองฝุ่นกันทั้งครอบครัว) ก็เลยจำเป็ฯต้องเอากำมะหยี่ออกรวมถึงพรม ส่วนอื่นๆเช่นวิทยุ หน้าปัดแอร์ ก็ไม่ได้ว่าเปลี่ยนอะไรมากแบบพลิกหน้ามือหรอกครับ  คืออยากจะได้แผงแอร์ ของตัว 2000CC มาใส่(ตัวที่เป็นปุ่มกด) เพราะพวกสลิง ที่ยึดตัวก้านที่ใช้ดึงปิดพวกตัวกั้นลมไปกระจก+กั้นลมจากอากาศภายนอก มันขาดไปหมดแล้ว ตัวกั้นเองก็คงผุแล้ว เพราะกลิ่นจากด้านนอกเข้ามาเยอะมาก ก็เลยว่า ไหนๆต้องรื้อแผงคอนโซลด้านหน้าแล้วก็ลงของใหม่ทีเดียวเลยดีกว่า ส่วนแก๊สนี่ ถอดไม่ไหวครับ  เนื่องจากเครื่องเก่ามาก แถมเป็นคาบู แรงม้าที่เสื่อมตามเวลา+ตัวถังที่หนักมาก เอาเป็นว่า ถ้าเอาแค่น้ำมันอย่างเดียว ตกแล้ว เจอไปเดือนละ15Kอย่างต่ำ  (จากราคาน้ำมันเมื่อปี2006ก่อนมาเปลี่ยนเป็นแก๊ส) เพราะพ่อใช้งานหนักจริงๆครับ เดินทางวันละ150กิโล 7วันต่อสัปดา (ลาออกไม่ได้เพราะเป็นกิจการส่วนตัว ) พอผมยึดมาใช้เองก็เลยอยากจะเอาไปทำให้ม้ันดูดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ (ซ่อมรถไม่เป็น + อยากได้รถสวยๆที่ไม่ซ้ำแบบใคร)


รีวิวได้ดีมากๆครับ

ตกใจเลขไมล์มากๆ และทึ่งในตัวพ่อคุณเรื่องอะไหล่หลังรถมากๆครับ
รอบคอบ+ใช้งานอย่างคุ้มค่าจริงๆ

ที่วิ่งได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งคงเพราะว่า วิ่งระยะไกล ยาวๆมั้งครับ นานๆถึงจะมาขับในเมืองที  พ่อผมท่านให้ความสำคัญกับพวกเรื่องห้องเครื่องมาก ยิ่งโปร่งๆโล่งๆยิ่งดี เพราะท่านว่า พวกเครื่องยนตร์ต่างๆ ต้นเหตุที่มันเสื่อมไว ก็มาจากพวกความร้อนทั้งหลายนี่แหละ ท่านเลยพกพัดลม +มอเตอสำรองไว้เผื่อเวลาต้องเข้าเมือง นอกนั้น รถคันนี้ไม่ค่อยมีอะไรที่เป้ฯระบบElecอยู่แล้ว จะซ่อมอะไรมันก็ทำง่าย





 เคยแอบคิดอยากวาง 3S-GTE ครับ แรงพอสมควร+ไม่จุกจิกมาก แต่ก็เสียดายความหลังครับ เครื่องนี้เคยไปรับไปส่งผมตั้งแต่เข้า ป.1 ยันตอนผมกำลังจะแต่งงานแระ ก็เลยปลดระวางไม่ลง...  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 10, 2012, 01:04:47 โดย GusZ »

ออฟไลน์ plasma

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ดีใจครับ เจอคนใช้รุ่นเดียวกัน ของผมตัวล่างสุด เปลี่ยนเครื่อง+เกียร์เป็น 3s ออโต้เรียบร้อย ผ่านการเป็นแท็กซี่มาแล้วครับตอนนี้วิ่งไปไม่ต่ำกว่า 1500000 กิโล
แต่ผมไม่คิดจะขายนะครับ ใช้ดีทนทานมากๆ