ผู้เขียน หัวข้อ: ฟอร์ดลุ้นไทยต่ออายุ "อีโคคาร์" เล็งตั้งไลน์ผลิตเก๋งเล็ก  (อ่าน 8614 ครั้ง)

ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,819
    • อีเมล์
แม้ประเทศไทยจะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียนมาเป็นเวลานาน แต่ในปีที่ผ่านมาตัวเลขของตลาดนั้นเติบโตแบบชัดเจน เป็นผลพวงมาจากโครงการสนับสนุนรถยนต์ประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ ที่ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นที่จับตามองอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็น "ไทยโมเดล" ที่หลายประเทศต้องนำไปใช้

นักวิเคราะห์ในบริษัทวิจัยยานยนต์ ภายใต้ชื่อ ฟรอสต์ แอนด์ ซุลลิแวน ในประเทศสิงโปร์ เปิดเผยว่า ตลาดอาเซียนจะมีความน่าสนใจมาก จากปัจจุบันที่ค่ายรถญี่ปุ่นมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดถึง 80%

จึงเป็นความท้าทายที่ผู้ผลิตจากต่างประเทศที่จะเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งในตลาด โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วอาเซียน

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี หนึ่งใน 3 บิ๊กทรีเมืองมะกัน ได้เปิดเผยว่า โรงงานฟอร์ดประเทศไทยนั้นมีความสามารถในการผลิตสูงกว่ายอดขายในประเทศถึง 8 เท่า ซึ่งการมียอดการผลิตที่สูงเกินกว่ายอดขายที่มากเช่นนี้นั้นไม่ได้เป็นปัญหาเหมือนวิกฤตโอเวอร์ซัพพลายในยุโรป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

โรงงานฟอร์ด ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตรถยนต์ฟอร์ด โฟกัส และรถปิกอัพ เรนเจอร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ผู้ผลิตรถยนต์หลักในไทย มีมาร์เก็ตแชร์

ในตลาด 4% โดยยอดขายหลักของตลาดยังเป็นรถปิกอัพที่มีมาร์เก็ตแชร์ราว 40% แต่ในอนาคตความต้องการของผู้บริโภคจะเน้นไปที่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรืออีโคคาร์ เนื่องจากมีราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่ารถปิกอัพ ซึ่งผู้ผลิตในไทยหลายรายก็หันมาเพิ่มไลน์การผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กด้วย

ซึ่งคาดว่ายอดขายของอีโคคาร์จะเพิ่มสัดส่วนจากปัจจุบันที่ 19% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 29% ภายในปี 2559 ด้วย

ฟอร์ดจึงมีความสนใจและความพร้อมในการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ประหยัดพลังงาน ที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนอยู่ ซึ่งขนาดของเครื่องยนต์ที่เหมาะสมในการทำตลาดคือ 1.2 ลิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคย จำหน่ายแล้วทั้งในยุโรป อเมริกาใต้ และอินเดีย

หากฟอร์ดสามารถผลิตรถดังกล่าวได้ก็จะสามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งออกไปจำหน่ายด้วยสิทธิประโยชน์ภาษี 0% ในอินโดนีเซียที่มีประชากรกว่า 250 ล้านคนได้ ซึ่งฟอร์ดเองก็ยืนยันแน่นอนว่าจะไม่มีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซียแต่อย่างใด

บริษัท วิจัยไอเอชเอสและแอลเอ็มซี ออโตโมทีฟ กล่าวว่า ฟอร์ดจะวางแผนที่จะเข้าร่วมโครงการผลิตรถอีโคคาร์ ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลไทยภายในปีนี้ หลังจากโครงการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2550 มีค่ายรถเข้าร่วม 5 ค่าย คือ โตโยต้า นิสสัน มิตซูบิชิ ฮอนด้า และซูซูกิ ซึ่งประสบความสำเร็จไปในปีที่ผ่านมา

ภาครัฐกำหนดให้รถยนต์ที่ร่วมโครงการต้องมีอัตราสิ้นเปลืองที่ 20 กม.ต่อลิตร ผู้ผลิตจะต้องลงทุนอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท ที่ผู้ผลิตจะได้รับสิทธิประโยชน์ในภาษีนิติบุคคลและอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรต่าง ๆ

ทั้งนี้บริษัทวิจัยยานยนต์หลายรายก็คาดการณ์ว่ารัฐบาลไทยน่าจะขยายโครงการอีโคคาร์ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการผลิต 3 ล้านคันภายในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีการผลิตอยู่ที่ 2 ล้านคัน เนื่องจากโครงการอีโคคาร์นั้นได้สร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ผลิตและภาครัฐอย่างมาก ทำให้ยอดผลิตรถยนต์ในไทยเติบโตอย่างชัดเจน และมีการลงทุนจากบรรดาผู้ผลิตและเพิ่มอัตราการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์

ซึ่งทั้งฟอร์ดและผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นต่างเห็นว่าอาเซียนนั้นช่วยบรรเทาสภาพตลาดรถยนต์ในยุโรปที่ชะลอตัวได้ การขยายธุรกิจในประเทศไทยนั้น เป็นส่วนสำคัญของแผนการเติบโตแบบก้าวกระโดดในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศไทยนั้นเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของอาเซียน มียอดขายสูงที่สุดในเวลานี้ ที่สามารถขนส่งและจำหน่ายสินค้าระหว่างประเทศสมาชิกด้วยอัตราภาษี 0% แต่บริษัทวิจัย ไอเอชเอส ออโตโมทีฟ คาดการณ์ว่าภายในปี 2557 ประเทศอินโดนีเซียจะมียอดขายสูงสุดในภูมิภาคแทนที่ประเทศไทย


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1368090470&grpid=03&catid=08&subcatid=0800


ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,819
    • อีเมล์
โดยส่วนตัวการให้ข่าวนี้แปลก ๆ ครับ
เพราะรัฐฯ ยังไม่มีนโยบายแบบที่ข่าวในนี้พูดถึงเลย

JONNY

  • บุคคลทั่วไป
ขอความแตกต่างบ้างแบบ 3 ประตูนะครับ มาเครื่อง1.0 คงประหยัดน้ำมันมาก

ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,819
    • อีเมล์
ขอความแตกต่างบ้างแบบ 3 ประตูนะครับ มาเครื่อง1.0 คงประหยัดน้ำมันมาก



ยุโรปขายไม่ค่อยจะออกเลย
มาไทยคงไม่เหลือ

ออฟไลน์ JeansZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,239
    • อีเมล์
มียอดการผลิต มากกว่ายอดขายในประเทศ 8 เท่า แต่ผมว่า ยอดจองในประเทศ คงมากกว่ายอดผลิตล่ะมั้งครับ เลยได้เกิดปัญหาส่งมอบรถไม่ทันแบบนี้ ผมว่าไปตั้งโรงงานใหม่ที่อินโดนีเซียน่ะดีแล้วครับ ฐานการผลิตในไทยจะได้ผลิตป้อนตลาดรถไทยได้มากขึ้น (ความเห็นส่วนตัว)
Ford Fiesta 1.0 Ecoboost
Toyota Yaris 1.2

ออฟไลน์ kimhalua

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 267
    • อีเมล์
คือฟอร์ดโฟกัสคันตั้งใหญ่ ข้างในยังคับแคบ แล้วอีโค่คาร์จะไหวเหรอะ

ออฟไลน์ IncarRus

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,518
    • อีเมล์
ขอความแตกต่างบ้างแบบ 3 ประตูนะครับ มาเครื่อง1.0 คงประหยัดน้ำมันมาก



ยุโรปขายไม่ค่อยจะออกเลย
มาไทยคงไม่เหลือ

ไม่ใช่,,, แค่ขายไม่ออก, แต่จ่อเลิกผลิตแล้วคับ  :-\

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
ผมเรียนตามตรงผมว่าFord นะคิดผิดตั้งแต่แรกแล้วครับ

แทนที่จะขอส่งเสริม Eco car

กลับไปเล่นรถ 1.5

กลับตัวไม่ทันละครับ

ออฟไลน์ Iwata Kana Σ4

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,483
  • Archievement in Control
    • อีเมล์
ปรับปรุงเรื่องบริการและการประกอบจะดีมาก
(หลังๆชอบรถค่ายนี้มาก แต่นอกนั้น...)
ความมีระดับ มาพร้อมศักดิ์ศรีที่เหนือใคร
มีเป้าหมาย ที่อะไรก็ไม่อาจขวาง
มีอำนาจ ที่เลือกใช้ได้ตามใจ
มีชีวิต อย่างที่ใคร ก็ไม่อาจปฎิเสธ

ออฟไลน์ need4speed

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 55
ฟอร์ดสามารถแตกเซกเม้นต์ใหม่ของรถ อีโคคาร์ไปได้อีกไกล อยากเห็นเครื่องดีเซลขนาดเล็ก
ที่เพียงแต่นำเข้ามาเฉพาะเครื่องจากโรงงานที่อินเดียซึ่งยอดการผลิตเหลือเฟือ

แต่นั้นแหละการเป็นผู้นำนั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าตลาด
ผมอยากเปรียบเทียบกับวงการมอเตอร์ไซด์อย่างคาวาซากิในบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน ที่กล้าเริ่ม
ตลาดใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ยอดขายก็แชร์อยู่น้อยนิด จนเดี๋ยวนี้เจ้าตลาดเริ่มเดินตาม
      หรือ....คิดอีกทีเป็นหน้าที่ของคาวาซากิที่บุกเบิกตลาดใหม่นี้ ให้รู้ราคาขายที่ผู้บริโภคยอมรับ
สเป็คที่ผู้บริโภคพอใจ จนได้ข้อมูลที่เพื่อนๆ จะเข้ามาในตลาดได้อย่างไม่บอบช้ำ ถ้าคุยกันแบบนี้เห็นที
จะป่วยการกับการเห็นอะไรใหม่ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วเรียกร้องว่าอยากได้นั่น อยากได้นี่

ฟอร์ด หรือเจ้าไหนก็ตาม แสดงให้เห็นเสียทีว่าไม่ได้นั่งจิบสาเก ร่วมโต๊ะเฮฮากันสนุกสนานเพราะ
ตลาดรถยนต์เมืองไทยอยู่ในกำมือพวกท่าน

สร้างตำนาน ล้มเจ้าตลาดลงมา มันดูเท่ห์กว่าเป็นไหนๆ 



ออฟไลน์ IncarRus

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,518
    • อีเมล์
ฟอร์ดสามารถแตกเซกเม้นต์ใหม่ของรถ อีโคคาร์ไปได้อีกไกล อยากเห็นเครื่องดีเซลขนาดเล็ก
ที่เพียงแต่นำเข้ามาเฉพาะเครื่องจากโรงงานที่อินเดียซึ่งยอดการผลิตเหลือเฟือ

แต่นั้นแหละการเป็นผู้นำนั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าตลาด
ผมอยากเปรียบเทียบกับวงการมอเตอร์ไซด์อย่างคาวาซากิในบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน ที่กล้าเริ่ม
ตลาดใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ยอดขายก็แชร์อยู่น้อยนิด จนเดี๋ยวนี้เจ้าตลาดเริ่มเดินตาม
      หรือ....คิดอีกทีเป็นหน้าที่ของคาวาซากิที่บุกเบิกตลาดใหม่นี้ ให้รู้ราคาขายที่ผู้บริโภคยอมรับ
สเป็คที่ผู้บริโภคพอใจ จนได้ข้อมูลที่เพื่อนๆ จะเข้ามาในตลาดได้อย่างไม่บอบช้ำ ถ้าคุยกันแบบนี้เห็นที
จะป่วยการกับการเห็นอะไรใหม่ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วเรียกร้องว่าอยากได้นั่น อยากได้นี่

ฟอร์ด หรือเจ้าไหนก็ตาม แสดงให้เห็นเสียทีว่าไม่ได้นั่งจิบสาเก ร่วมโต๊ะเฮฮากันสนุกสนานเพราะ
ตลาดรถยนต์เมืองไทยอยู่ในกำมือพวกท่าน

สร้างตำนาน ล้มเจ้าตลาดลงมา มันดูเท่ห์กว่าเป็นไหนๆ 

เครื่องดีเซล 1.2 ,,, ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด, ฟอร์ดเลิกทำไปนานแล้วนะคับ เพราะหยาบเหลือเกิน ฝรั่งบ่น
....ส่วนที่อินเดีย,,, เป็น ดีเซล 1.5 , ซึ่งถ้าผมเข้าใจไม่ผิด มันเกินพิกัดเกณฑ์ Eco car ในบ้านเรานะคับ  :-\

ออฟไลน์ HOMY_DEMIO

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 5,819
    • อีเมล์
ฟอร์ดสามารถแตกเซกเม้นต์ใหม่ของรถ อีโคคาร์ไปได้อีกไกล อยากเห็นเครื่องดีเซลขนาดเล็ก
ที่เพียงแต่นำเข้ามาเฉพาะเครื่องจากโรงงานที่อินเดียซึ่งยอดการผลิตเหลือเฟือ

แต่นั้นแหละการเป็นผู้นำนั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าตลาด
ผมอยากเปรียบเทียบกับวงการมอเตอร์ไซด์อย่างคาวาซากิในบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน ที่กล้าเริ่ม
ตลาดใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ยอดขายก็แชร์อยู่น้อยนิด จนเดี๋ยวนี้เจ้าตลาดเริ่มเดินตาม
      หรือ....คิดอีกทีเป็นหน้าที่ของคาวาซากิที่บุกเบิกตลาดใหม่นี้ ให้รู้ราคาขายที่ผู้บริโภคยอมรับ
สเป็คที่ผู้บริโภคพอใจ จนได้ข้อมูลที่เพื่อนๆ จะเข้ามาในตลาดได้อย่างไม่บอบช้ำ ถ้าคุยกันแบบนี้เห็นที
จะป่วยการกับการเห็นอะไรใหม่ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วเรียกร้องว่าอยากได้นั่น อยากได้นี่

ฟอร์ด หรือเจ้าไหนก็ตาม แสดงให้เห็นเสียทีว่าไม่ได้นั่งจิบสาเก ร่วมโต๊ะเฮฮากันสนุกสนานเพราะ
ตลาดรถยนต์เมืองไทยอยู่ในกำมือพวกท่าน

สร้างตำนาน ล้มเจ้าตลาดลงมา มันดูเท่ห์กว่าเป็นไหนๆ 




ก่อนจะถึงฝั่งฝันนั้น

ก็ให้รัฐบาลเปิดรับผู้ผลิตอีโคคาร์เป็นรอบที่ 2 ก่อนครับ

เพราะเวลานี้รัฐบาลให้โครงการนี้เป็นโครงการปิด ไม่เหมือนรถกระบะ


แต่จะว่าไปถ้าจะอยากจะเป็นผู้นำ

ทำไมไม่เริ่มตั้งแต่ปี 2007?
แถม Ford ยังปฏิเสธว่าไม่ทำอีโคคาร์เพราะไม่มีฐานยอดขายที่ทำให้ผลิตถึงแสนคัน

แล้วมาวันนี้ Ford จู่ ๆ ก็จะขอให้รัฐมาแก้เงื่อนไขให้ตนเองเข้าอย่างง่าย ๆ
ผมว่ามันง่ายเกินไป
ทุกค่ายฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น

ออฟไลน์ Family man

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 108
เห็นเพื่ิอนๆได้ดิบได้ดีก็อยากจะเอากับเขามั่ง ตอนเริ่มเขาเรียกให้มาทำด้วยกันไม่เอา แล้วยังจะมีหน้ามาบอกอีกว่า Cap. ผลิตทำได้ 8เท่า
ของยอดขาย มั่วข้อมูลเอายอดค้างของ ranger ให้เสร็จก่อนเถอะ ค่อยมาทำ Eco  ไม่ได้อคติกับ ford นะแต่อ่านแล้วมันตะหงิดๆ

ออฟไลน์ Minny

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 305
    • อีเมล์
มี Ecoboost ที่ดูจะเป็นตัวนำเปลี่ยนตลาด eco car อยู่แล้ว ยังอยากจะมาลุย eco car อีก การตลาดแปลกๆ นะ

แต่ถ้า Eco Car ของฟอร์ด ใช้เครื่อง 1.0 Ecoboost ยังดูน่าสนใจหน่อย ถ้าราคาไม่แพงจนเกินไป (ตัดออปชั่น-ลดต้นทุน)
ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ
I'm waiting for you, Ford Ecosport Ecoboost!

ออฟไลน์ PRAIWAN6624

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 102
    • อีเมล์
เฮ้อออออ เพลีย สำหรับฟอร์ดประเทศไทย
1.คนรอFOCUS ดีเซลอีกเยอะ รีบหาเกียร์กับเครื่องมาใส่บอดี้นี้น่าจะใช้เวลาน้อยกว่าพัฒนารถรุ่นใหม่ เพื่อดันยอดFOCUS
2.RANGER ส่งมอบรถให้เร็วขึ้นเหอะ
3.ECOSPORT เงื้ออยู่นั่นแหละ ไม่ขายซะที
4.จะเอาตัว  KA มาขายเหรอ เอออ  ไม่มีความเห็น มันไม่มีตัวห้าประตูนี่นา
5.แบ่งไลน์มาผลิต B-MAX คงจะได้พิจารณาใว้อุดหนุนบ้าง

JONNY

  • บุคคลทั่วไป
ทำราคา ออกมาให้ต่ำกว่า5แสนในรุ่นท๊อฟ ไม่เกิน3แสนในรุ่นถูก ทำได้เปล่า อย่าให้ใกล้กับราคาเฟียสต้าเกินไป
ไม่งั้น ทำกระบะเล็กอีโค่คาร์ก็ได้ อย่าตามกันนัก เพื่อความแตกต่างในตลาด

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,310
    • อีเมล์
อันนี้ผมคิดรวมทุกค่ายรถเลยนะครับ ไม่ใช่ฟอร์ดเจ้าเดียว

ทั้งหมดนี้เกิดจากความพยายามที่จะขายของให้ได้กำไรเท่าเดิม ซึ่งก็ต้องลดต้นทุนการผลิต แต่.....ถ้าลดมากทำให้รถดูไม่มีราคา วัสดุดูถูกมาก

ก็ต้องหากลลวงทางการตลาดมาหลอกผู้บริโภค ทำอย่างไรให้ขายรถราคาเดิมแต่แอบลดขนาด หรือ segment ลง เช่น

MB ออกรถ CLA มา คันเล็กกว่า C class แต่ราคาโดยเฉลี่ยรวมแพงกว่าทั้งที่มันก็คือ A class ขยายส่วน + อ๊อปชั่น

พี่โต ยกเลิกโคโรน่า กลายร่างเป็นคัมรี่ ปรับฐานราคารถ D-segment กลายเป็นรถเกินล้าน และก็สามารถดันให้ขายโคโรล่า (ซึ่งก็คืออัลติส) ในฐานราคาโคโรน่าเดิมได้ในที่สุด คันเล็กกว่า ราคาแพงกว่า

ฮอนด้าก็มีข่าวพยายามทำอยู่ เวีปนี้ก็มีพี่ๆ ทำลิ๊งค์ข่าวไว้
บีเอ็มก็กำลังพยายามจะดันซีรียส์ 4
หรืออีโคคาร์หลายยีห้อ ที่ตั้งราคาตีัวท๊อปแพงกว่า B-segment ตัวต่ำสุด  เป็นต้น


ฟอร์ดผมว่า ถ้ามามุขนี้ คงอาจจะอยากขายอีโคคาร์ ราคาเฉียดเฟียสต้าแหงๆ

ก็เป็นมุมมองอีกด้านครับ ผิดถูกชี้แนะด้วยครับ ไม่อยากเห็นเราๆท่านๆ โดนค่ายรถรวมหัวกันขูดกำไรจากเรา แต่ยังกั๊กออปชั่นความปลอดภัยไว้แบบหน้าไม่อายเหมือนที่เป็นตอนนี้ครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ก็เป็นนิสัยของ พ่อค้าชาวอเมริกัน...เป็นปกติอยู่แล้ว ฝรั่งส่วนใหญ่มาแนวนี้

ตอนแรก บอกว่า ไม่อา ไม่ร่วมสังฆกรรม เพราะมองไม่เห็นอนาคต
แต่พอเห็นญี่ปุ่นทำแล้วได้ดี ก็อยากจะได้ส่วนแบ่งกับเขาบ้าง

เท่าที่ได้ยินตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดให้เข้าร่วมในรอบ 2 เลยนี่นา?
หรือว่าผมตกข่าว?


ออฟไลน์ PorrMacKenna

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
อันนี้ผมคิดรวมทุกค่ายรถเลยนะครับ ไม่ใช่ฟอร์ดเจ้าเดียว

ทั้งหมดนี้เกิดจากความพยายามที่จะขายของให้ได้กำไรเท่าเดิม ซึ่งก็ต้องลดต้นทุนการผลิต แต่.....ถ้าลดมากทำให้รถดูไม่มีราคา วัสดุดูถูกมาก

ก็ต้องหากลลวงทางการตลาดมาหลอกผู้บริโภค ทำอย่างไรให้ขายรถราคาเดิมแต่แอบลดขนาด หรือ segment ลง เช่น

MB ออกรถ CLA มา คันเล็กกว่า C class แต่ราคาโดยเฉลี่ยรวมแพงกว่าทั้งที่มันก็คือ A class ขยายส่วน + อ๊อปชั่น

พี่โต ยกเลิกโคโรน่า กลายร่างเป็นคัมรี่ ปรับฐานราคารถ D-segment กลายเป็นรถเกินล้าน และก็สามารถดันให้ขายโคโรล่า (ซึ่งก็คืออัลติส) ในฐานราคาโคโรน่าเดิมได้ในที่สุด คันเล็กกว่า ราคาแพงกว่า

ฮอนด้าก็มีข่าวพยายามทำอยู่ เวีปนี้ก็มีพี่ๆ ทำลิ๊งค์ข่าวไว้
บีเอ็มก็กำลังพยายามจะดันซีรียส์ 4
หรืออีโคคาร์หลายยีห้อ ที่ตั้งราคาตีัวท๊อปแพงกว่า B-segment ตัวต่ำสุด  เป็นต้น


ฟอร์ดผมว่า ถ้ามามุขนี้ คงอาจจะอยากขายอีโคคาร์ ราคาเฉียดเฟียสต้าแหงๆ

ก็เป็นมุมมองอีกด้านครับ ผิดถูกชี้แนะด้วยครับ ไม่อยากเห็นเราๆท่านๆ โดนค่ายรถรวมหัวกันขูดกำไรจากเรา แต่ยังกั๊กออปชั่นความปลอดภัยไว้แบบหน้าไม่อายเหมือนที่เป็นตอนนี้ครับ

ด้วยความเคารพครับพี่ dht_tubes

ขออนุญาตเห็นต่างดังนี้ครับ

CLA ราคาพอๆ กับ A-Class  นะครับ ที่แพงกว่า C เพราะมันตัวนำเข้า จริงๆ ต้องเทียบ C spec ใกล้เคียงกัน ตัวนำเข้า (แบบเสียภาษีเต็ม ไม่ under invoice) ถึงจะแฟร์ครับ

ส่วน Corolla ถ้าผมจำไม่ผิด ตัว Altis โฉมที่เปลี่ยนเต็มๆ ตัวแรก ก็ขนาดเกือบๆ Corona โฉมสุดท้ายแล้ว
ยิ่งหลังๆ มามี opiton เพิ่ม ผมว่ามันเป็นการ up size ด้วย ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว

ส่วนเรื่องการลดต้นทุน ทุกเจ้าทำอยู่แล้วครับ เพราะลูกค้าทุกคนอยากได้ option เพิ่ม ในราคาเท่าเดิม

จริงๆ ผมอยากได้ option พอๆ กับสมัยก่อน แต่ราคาลดลงมากกว่า (กระจกไฟฟ้าหลังเนี่ย ไม่อยากได้เลย)

ส่วนเรื่องกั๊ก option คงต้องไปด่ากันเองครับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังยอมซื้ออยู่ อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

แต่ที่น่าเบื่อมากๆ คือ บริษัทรถร้องแร่แห่กระเชอให้รัฐลดภาษีโน่นนี่นั่น แล้วตอนแรกก็ลดราคาคงหน่อยนึง พอเผลอก็ขึ้นราคามาเท่่าเดิม

สว่นเรื่อง Eco car Ford ผมว่าโยนหินถามทางมากกว่าครับ ญี่ปุ่นคงยอมล่ะ

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,310
    • อีเมล์


ด้วยความเคารพครับพี่ dht_tubes

ขออนุญาตเห็นต่างดังนี้ครับ

CLA ราคาพอๆ กับ A-Class  นะครับ ที่แพงกว่า C เพราะมันตัวนำเข้า จริงๆ ต้องเทียบ C spec ใกล้เคียงกัน ตัวนำเข้า (แบบเสียภาษีเต็ม ไม่ under invoice) ถึงจะแฟร์ครับ

ส่วน Corolla ถ้าผมจำไม่ผิด ตัว Altis โฉมที่เปลี่ยนเต็มๆ ตัวแรก ก็ขนาดเกือบๆ Corona โฉมสุดท้ายแล้ว
ยิ่งหลังๆ มามี opiton เพิ่ม ผมว่ามันเป็นการ up size ด้วย ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว

ส่วนเรื่องการลดต้นทุน ทุกเจ้าทำอยู่แล้วครับ เพราะลูกค้าทุกคนอยากได้ option เพิ่ม ในราคาเท่าเดิม

จริงๆ ผมอยากได้ option พอๆ กับสมัยก่อน แต่ราคาลดลงมากกว่า (กระจกไฟฟ้าหลังเนี่ย ไม่อยากได้เลย)

ส่วนเรื่องกั๊ก option คงต้องไปด่ากันเองครับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังยอมซื้ออยู่ อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

แต่ที่น่าเบื่อมากๆ คือ บริษัทรถร้องแร่แห่กระเชอให้รัฐลดภาษีโน่นนี่นั่น แล้วตอนแรกก็ลดราคาคงหน่อยนึง พอเผลอก็ขึ้นราคามาเท่่าเดิม

สว่นเรื่อง Eco car Ford ผมว่าโยนหินถามทางมากกว่าครับ ญี่ปุ่นคงยอมล่ะ

ยินดีครับ แลกเปลี่ยนกัน

ถ้ามองประเด็นเรื่องตัวนี้ยังนำเข้าทั้งคัน ก็จริงอยู่ครับ แต่ต้องรอดูด้วยครับว่า ถ้า CLA ประกอบในไทยราคาจะเป็นไงจะถูกกว่าแค่ไหน แต่ผมมองว่าเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครซื้อรถ CBU ถ้ามันมีแบบ CKD อยู่แล้วใช่มั๊ยครับ

ที่ผมมองแบบนี้ เพราะการปรับเปลี่ยน class ของรถหลังๆมา สุดท้ายคือ 2 วิธีคือ

ถ้าขึ้นแล้วขายได้ ก็ทำต่อ + เพิ่มออปชั่น
กับ
ถ้าขึ้นแล้วขายไม่ได้ ถ้าไม่ลดแบบโละทิ้ง ก็จะทำการตลาดแนวนี้คือ ลดต้นทุนแบบไม่ให้รู้ตัวแบบ CLA นี่แหละ

สองคนยลตามช่อง ต้องดูกันอีกซักช่วงครับยาวหน่อย แต่ก็ได้เห็นอะไรดีๆอีกเยอะ มันส์ดีครับ