ผู้เขียน หัวข้อ: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY  (อ่าน 23642 ครั้ง)

ออฟไลน์ tonkla10110

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • อีเมล์
ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 09:41:27 »
เห็นตัวใหม่ EXORA จะออกดูแล้วน่าสนใจ

พี่มีความเห็นว่าไงครับ กับ PROTON  เรื่องการบริการหลังการขาย+อะไหล่

ราคาขายต้องไม่ต้องนึกถึงนะครับ พอมองภาพออก และกับรุ่นที่จะออกนี่เป็นไงบ้างครับ ;D   

ออฟไลน์ gateaux

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 615
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 09:51:24 »
ขอตอบในฐานะ ที่น้องสาวเพิ่งสอยไปคันนึงนะครับ

ผมมองว่า ถ้ามองว่ารถคันนั้น เหมาะสมกับคุณทั้งความชอบส่วนตัว และ Budget ก้อซื้อได้ครับ 
เพราะรถอื่นที่เค้าเลิกทำตลาดไปแล้ว เค้าก้ออยู่กันได้ จะไปกลัวอะไรกับรถที่ทำตลาดอยู่ (ถึงคนทำตลาดไม่ค่อยน่าคบก้อเหอะ)
อย่างน้อยผู้ผลิต ก้อเป็นเพื่อนบ้านชายแดนติดกันกับเรา อย่างท้ายสุด ก้อคงหาอะไหล่จากทางใต้ พอได้อยู่

ออฟไลน์ leonhongkong

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 10:10:33 »
ใช่ๆ อยากให้พี่ jimmy รีวิว proton หน่อย เห็นราคาแล้วกระชากใจจริงๆ

ออฟไลน์ pion

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 31
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 10:41:41 »
น่าสนใจเหมือนกันนะเนี่ย ฟรีดสงสัยจะสู้ราคาไม่ไหว :D

ออฟไลน์ Night_Angel

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 470
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 11:13:10 »
เรื่อง รีวิว  ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้ยาก

แต่อยากให้ลองแล้วตัดสินเองดีกว่าครับ

ผมเคยนั่งแล้ว

ขอผ่านดีกว่าครับ
ぼく は くま くま.... くま......

くるま じゃないよ

2000 Lancer F-Stye --> Evolution V
1994 Lancer E-CAR 1.6 JDM

ออฟไลน์ RhinoMango

  • Very Rhino User
  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 1,290
  • Let's get back to '94.
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 11:21:19 »
เท่าที่เคยได้นั่ง ผมประทับใจเจ้า Savvy เคยยุให้พ่อไปดูมาแล้ว แต่ติดตรงที่วัสดุภายในมัน ฝากระติดน้ำแข็งมากๆ
แต่ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์+ความพยายามมากพอ ก็เอาไปหุ้มใหม่ได้ตามใจครับ ผมเองก็คิดแบบนั้นอยู่ แต่คิดอีกที
หารถมือสองดีกว่า

:. Volkswagen Vento VR6 '94 // :. Nissan NX "กูปรี" '94

You can Follow me on Twitter : @rhinomango

ออฟไลน์ PapaRo@ch~*

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,002
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 11:29:21 »
ผมว่าอนาคตโปรตอนน่าจะไปได้ดีระดับนึงเลยนะ
อดีตของพระนครนี่คงเปลี่ยนไปหลายอย่างแล้ว
อย่างน้อยโปรตอนนี่เป็นรุ่นลูกทำ ไม่เหมือนตอนฮุนไดที่เป็นรุ่นพ่อทำ
อีกอย่างผมเพิ่งไปปีนังมา เห็นโปรตอนเยอะมากๆ
เยอะจนรู้สึกว่า ถ้าเป็นรถไทยทำเองจะมีคนใช้เยอะขนาดนี้รึเปล่า
เอาเป็นว่าถ้าชอบก้อจัดไปเลยครับ

ออฟไลน์ pladaek

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,476
  • FF1.5SMG
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 11:32:19 »
เท่าที่เคยได้นั่ง ผมประทับใจเจ้า Savvy เคยยุให้พ่อไปดูมาแล้ว แต่ติดตรงที่วัสดุภายในมัน ฝากระติดน้ำแข็งมากๆ
แต่ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์+ความพยายามมากพอ ก็เอาไปหุ้มใหม่ได้ตามใจครับ ผมเองก็คิดแบบนั้นอยู่ แต่คิดอีกที
หารถมือสองดีกว่า

เห็นด้วยครับ พลาสติกในรถ มันก็สมกับราคาที่มันให้มาแล้วล่ะครับ

เหมือนพลาสติกทำของเล่นเด็ก  :(
ไม่ได้ขับรถเพื่อทำเวลาที่ดีที่สุด.. แต่ขับรถเพื่อเจอช่วงเวลาที่ดีที่สุด..

ออฟไลน์ i-din

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 458
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 11:47:51 »
เอามาให้อ่านครับ

ภาพรถยนต์ Proton Savvy คันเล็กกะทัดรัด รวมถึง Proton Persona Gen-2 ที่วิ่งสัญจรอยู่บนถนนเมืองไทยอาจไม่ได้ก่อให้เกิดภาพประทับใจในระดับที่ทำให้ผู้พบเห็นให้ความสนใจหรือเพ่งพินิจความเป็นไปที่อยู่เบื้องหน้ามากนัก

หากแต่ในอีกมิติหนึ่ง การโลดแล่นของ Proton กลับสะท้อนภาพลักษณ์ในเชิงยุทธศาสตร์การผลิตที่มีนัยความหมายมากกว่ากรอบวิธีคิดที่ดำเนินไปภายใต้วาทกรรมว่าด้วยการเป็น Detroit แห่งเอเชียของรัฐไทยไปไกลอย่างไม่เห็นฝุ่น

การเกิดขึ้นของ Proton ในฐานะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งชาติของมาเลเซีย เป็นภาพสะท้อนวิถีในการวางแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์ระดับชาติของมาเลเซียได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในชั้นต้นกรณีของ Proton จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เป็นเพียงประหนึ่ง "ของเล่น" หรือ pet project ของท่านผู้นำที่เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานอย่าง Dr.Mahathir Mohamad นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียในขณะนั้นก็ตาม

ความสำเร็จของฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมจนได้รับการกล่าวถึงในฐานะ 4 เสือเอเชีย (4 Asian Tigers) ในช่วงทศวรรษ 1970 ต่อเนื่องถึง 1980 ทำให้มาเลเซียในยุคของ Dr.Mahathir Mohamad วางเป้าหมายไว้ที่การเป็นเสือตัวที่ 5 ด้วยการพัฒนามาเลเซียให้ก้าวขึ้นสู่สถานะของการเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Country: NICs) ตามรอยทางดังกล่าว

มิติทางเศรษฐกิจที่กำหนดไว้เป็นนโยบาย ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การพัฒนามาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางทางการผลิตด้วยเทคโนโลยี ชั้นสูงในระดับภูมิภาค การเป็นศูนย์กลางทางการเงินและศูนย์กลาง ด้านโทรคมนาคมได้รับการเรียกขานต่อมาว่า Malaysia Plans และเป็นเป้าหมายระยะกลางของแผนพัฒนามาเลเซียทั้งระบบ

The Heavy Industries Corporation of Malaysia Berhad หรือ HICOM ถูกจัดตั้งขึ้นมารองรับและสอดประสานกับแผนการพัฒนาระดับรัฐดังกล่าวอย่างเป็นระบบ และเป็นจักรกลสำคัญที่บูรณาการพัฒนาการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ แห่งชาติของมาเลเซีย ซึ่งรวมถึง Proton ด้วย

เป้าประสงค์ของโครงการที่มี code name ว่า Proton ซึ่งมีรากฐานมาจากคำว่า PeRusahaan OTOmobil Nasional หรือ National Automobile Enterprise ที่ได้กำหนดไว้ ตั้งแต่เมื่อครั้งก่อตั้งในปี 1983 จึงมิได้มีสิ่งใดซับซ้อนหรือเกินเลยไปจากความมุ่งหมายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต ภายใต้แนวนโยบายเศรษฐกิจแบบชาตินิยมที่กลายเป็นเครื่องมือ หลักในการบริหารของ Dr.Mahathir Mohamad ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่เขาอยู่ในอำนาจ

Proton เริ่มต้นด้วยการพึ่งพิงเทคโนโลยีทั้งระบบจาก Mitsubishi Motors เพื่อผลิตรถยนต์รุ่นแรกในนาม Proton Saga ในปี 1985 ซึ่งหากประเมินในมิติที่ว่านี้อาจกล่าวได้ว่า Proton เริ่มต้นขึ้นจากการจ้างให้ Mitsubishi ผลิตรถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของมาเลเซีย แทนที่จะปล่อยให้มาเลเซียอยู่ในสถานะของการเป็นฐานการผลิตของค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นรายนี้

แต่สิ่งที่สำคัญมากในจังหวะก้าวของ Proton มิได้อยู่ที่การได้เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์ เท่านั้น หากแต่เป็นกลไกว่าด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและความสามารถในเชิงวิศวกรรมยานยนต์ที่จะเป็นพื้นฐานในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติมาเลย์อย่างแท้จริงในอนาคต

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมอะไหล่และอุปกรณ์จากผู้ประกอบการในมาเลเซีย ก็ได้รับการส่งเสริมให้ทวีบทบาทและกลายเป็นจักรกลสำคัญที่เข้ามาประกอบส่วนในการร่วมพัฒนา Proton ให้เป็นบรรษัทยานยนต์แห่งชาติในเวลาต่อมา

กรณีดังกล่าวทำให้ความเป็นไปของ Proton ข้ามพ้นมิติในเชิงสัญลักษณ์ว่าด้วยการเป็นโครงการรถยนต์แห่งชาติ ไปสู่รูปธรรมของการสร้างงานจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลทางบวก โดยตรงต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของชาติ และผลสืบเนื่องทวีคูณซึ่งไม่อาจประเมินค่าได้

ขณะเดียวกันมิติทางการตลาดและการขยายการรับรู้ในระดับสากลของ Proton เป็นอีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะ Proton มิได้ขายความภาคภูมิใจที่จะครอบครองรถยนต์แห่งชาติให้กับชาวมาเลเซียเท่านั้น หากยังพยายามส่งออก Proton สู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในยุโรปและอเมริกาด้วย

การขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ ทำให้ Proton ต้องเร่งแสวงหาทางเลือกในมิติของเครื่องยนต์และเทคโนโลยียนตรกรรมให้มากขึ้น ก่อนจะนำไปสู่การซื้อเทคโนโลยีและหุ้นส่วนใหญ่ของ Lotus จาก A.C.B.N. Holdings S.A. ในปี 1996 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Proton GEN-2 ในปัจจุบัน

ทศวรรษที่ 2 ของ Proton ดำเนินไปอย่างน่าสนใจเพราะนอกจากจะซื้อเทคโนโลยีจาก Lotus ผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับหรูแล้ว Proton ยังพยายามแสวงหาพันธมิตรในโลกยนตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับ Volkswagen จากเยอรมนีในปี 2004 ภายใต้ข้อแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีที่ Proton จะได้รับกับการที่ Volkswagen จะอาศัย Proton เป็นฐานในการรุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่าพันธมิตรระหว่าง Proton และ Volkswagen จะสิ้นสุดลงในเวลาต่อมา หลังจากที่ Volkswagen พยายามเข้าครอบครอง Proton ด้วยการเสนอตัวเข้าถือหุ้น 51% ใน Proton ซึ่งย่อมไม่ใช่สิ่งที่ Proton ประสงค์จะให้เป็น และทำให้พันธมิตรคู่นี้ต้องมีอันเป็นไปอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2007

กระนั้นก็ดี พัฒนาการด้านยนตรกรรมของ Proton มิได้หยุดชะงักลงไปด้วย หากแต่ Proton ได้อาศัยจังหวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นและกระแสความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี 2008 ประกาศจะพัฒนาเครื่องยนต์แบบผสมที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน (fuel-efficient hybrid)

สิ่งที่ Proton ประกาศสู่สาธารณชน ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยเหนือจริงหรือจับต้องไม่ได้ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ความร่วมมือระหว่าง Proton กับ Detroit Electric ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก Detroit, Michigan สหรัฐอเมริกา ก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ Detroit Electric ลงทุนเพื่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่อง ยนต์ขับเคลื่อน Detroit Electric Advanced Propulsion Lab และโรงงานผลิตระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในอาณาบริเวณที่ต่อเนื่องกับศูนย์ประกอบรถยนต์ของ Proton พร้อมกับแผนในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้ชื่อ Proton รวม 30,000 คันภายในปี 2010 และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากว่า 400,000 ชุดภายในปี 2012

กรณีดังกล่าว นอกจากจะเป็นการดึงเงินลงทุนและการวิจัยพัฒนามาสู่มาเลเซียอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการจ้างงานจำนวนมากแล้ว ก้าวย่างดังกล่าวยังทำให้ Proton กลายเป็นผู้ประกอบการด้านยานยนต์ลำดับต้นๆ ของภูมิภาค ที่สามารถใช้ประโยชน์จากแนวความคิดว่าด้วย Cool ASEAN ที่เน้นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนและประเด็นว่าด้วยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาของประเทศในกลุ่ม ASEAN ได้อย่างลงตัว

การเติบโตขึ้นของ Proton มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในมิติของเทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์เท่านั้น หากแต่จังหวะก้าวของ Proton ยังผูกพันต่อพัฒนาการทางสังคมและผังเมืองไปในคราวเดียวกันด้วย

โครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมภายใต้ชื่อ Proton City ทางเหนือของเมือง Tanjung Malim ในรัฐ Perak ซึ่งได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เมื่อปี 1996 ด้วยเงินลงทุนมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านริงกิตและมีกำหนดแล้วเสร็จเต็มโครงการในปี 2020

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ 2020 (Vision 2020 หรือ Wawasan 2020) ที่ Dr.Mahathir Mohamad เคยประกาศในการประชุมเพื่อร่างแผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 6 (Sixth Malaysia Plan) ตั้งแต่เมื่อปี 1991 ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การพัฒนาให้มาเลเซียบรรลุสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มั่นคงแข็งแรงด้วยศักยภาพในการพึ่งพากลไกภายในประเทศอย่างมีพลวัตและเปี่ยมด้วยความสามารถในการแข่งขัน

เมืองอุตสาหกรรมแห่งนี้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะเมืองแห่งอนาคต (City of the Future) เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของโรงงานประกอบรถยนต์ Proton มูลค่ากว่า 1.8 พันล้านริงกิตแล้ว พื้นที่โดยรอบยังจัดสรรไว้ให้กับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่จะมีมากถึง 81 โรงงาน

ขณะเดียวกันเมืองใหม่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Universiti Pendidikan Sultan Idris (UPSI: Sultan Idris University of Education) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากสถาบันฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของมาเลเซีย

ควบคู่กับการออกแบบจัดวางระบบสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในส่วนของศาสนสถาน โรงเรียน รวมถึงสวนสาธารณะที่จะเป็นแหล่งสันทนาการและพักผ่อนสำหรับประชากรที่คาดว่าจะย้ายเข้ามาอยู่ใน Proton City แห่งนี้มากถึง 250,000-300,000 คน

แม้ว่า Proton City จะไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็น Detroit แห่งเอเชีย หากแต่วิถีที่ดำเนินไปของเมืองใหม่แห่งนี้กำลังผลิตสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่แตกต่างจากสถาปนาศูนย์อุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้บริบทที่ ASEAN กำลังเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนจากกรอบการค้าเสรี รวมถึง ASEAN Comprehensive Investment Area (ACIA) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในปี 2010

ความเป็นไปของ Proton City ในห้วงขณะนี้จึงเป็นประหนึ่งการวางรากฐานเพื่อรองรับกับกลไกที่จะเกิดขึ้นภายใต้กรอบ ASEAN อย่างมั่นคง เป็นการเตรียมความพร้อมที่สามารถหนุนนำให้มาเลเซียก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศ "แถวหน้า" ของ ASEAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เส้นทางที่ Proton ในฐานะยนตรกรรมอาจจะดำเนินไปในท่วงทำนองที่ไม่สะดุดตามากนัก แต่ Proton ในฐานะจักรกลที่หนุนนำยุทธศาสตร์การพัฒนา อาจส่งผ่านข้อความที่น่าสนใจไม่น้อย หากแต่วิสัยทัศน์ของสังคมไทยจะผลิตสร้างจักรกลในลักษณะนี้ขึ้นมาได้เมื่อใด ดูจะเป็นกรณีที่ยากจะคาดหวัง   

http://gotomanager.com/news/details.aspx?id=83287

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,600
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 15:10:37 »
Proton ในตลาดโลกยังพอมีอนาคตอยู่บ้างครับ แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย
และต้องใช้เวลา เขาเลือกเดินมาทางลำบาก และการเมืองภายในก็แรงอยู่

แต่ ถ้า ยังอยู่กับพระนครยนตรการ เราก็คงไม่โอเคครับ

ขนาด น้องเติ้ล หนึ่งใน The Coup Team ของเรา เคยพยายามดีลเจรจา ติดต่อยืมรถกับทาง โปรตอน
แต่ เท่าที่ฟังมาคือ เขากลับบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธไปมา ไม่บอกไปเลยว่า จะให้หรือไม่ให้
ทางเขาก็ดูไม่ยากจะปล่อยรถให้ และคนของเราเอง ก็มีพูดไปแรงๆคำนึงเหมือนกัน

สรุปว่า งานนี้ เจ๊าครับ และ ดูทื่าทางเราคงไม่มีโอกาส นำโปรตอนมาลองขับกันหรอกครับ

แต่ถ้ถามว่า เคยลองขับแล้วไหม เคยนะ... ตัวที่พอจะจ่ายเงินให้ ได้ที่สุดคือ Savvy !!
นอกนั้น ผมไม่แน่ใจครับ

ออฟไลน์ leonhongkong

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 15:20:02 »
proton ไม่ให้ยืมมา review นี่คิดได้หลายแง่เลยนะเนี่ยะ

ว้าาา... งั้นสาวก headlightmag หลายๆคน คงต้องบอกลา proton ทั้งน้ำตา

ออฟไลน์ volvolover

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 805
  • mitsudriver
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 17:49:05 »
ผมว่า proton อ่ะเกิดได้น่ะครับ

แต่...ต้องใช้เวลา+ประสบการณ์
อย่างน้อยผมว่าดีกว่า รถจีนน่ะ

เรื่อง EXORA งานออกแบบก็ไม่ขี้เหร่ ภายในก็โอเค

เหลือตัวรถ ที่ต้องลองขับอ่ะครับ ว่าโอเคไหม
2006 Toyota Soluna VIOS 1.5S Ivory
2011 Mitsubishi Lancer EX 1.8 GLS-Ltd.

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 19:04:36 »
ผมว่าวัสดุของ SAVVY มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากนะครับ เพราะราคามันก็เท่านี่ 4 ต้นๆ ได้เท่านี้ผมพอใจแล้วเพียงแย่ตรงค่าซ่อมมันสูงครับที่ผมรับไม่ได้

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,600
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 19:07:15 »
เอ่อ ถ้าเทีรยบกับ รถ อย่าง Picanto แล้ว

ผมว่า Kia Picanto ยังจะน่าใช้กว่าเลยครับ ในระดับ 4 แสนบาทบวกลบ พอกัน

ออฟไลน์ Arado_kung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,071
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 20:17:24 »
savvy เริ่มออกลายแล้ว ใน proton club ร้องกันแทบทุกคน เช็คระยะ 8 หมื่นโล ค่าใช้จ่ายสองหมื่นกว่าบาท  :o :o :o เพราะมีรายการเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่งด้วย ค่าสายพานน่ะธรรมดาพันต้นๆ แต่ลูกรอกเนี่ยดิมันทำด้วยอะไรฟระตัวละ 8พันกว่าบาท แพงโคตรๆ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,600
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 20:39:04 »
เอาแล้ววววววววววว เป็นเรื่องแล้วววววววว

ออฟไลน์ Arado_kung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,071
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 21:09:44 »
เมื่อกี้นี้ลืมลงลิ้ง

http://www.protonclub.net/forum/?showtopic=35536

ลูกรอกมันทำด้วยไททาเนี่ยมรึเปล่าฟระเนี่ยแพงโคตร

ลูกรอกสายพานไทม์มิ่ง (1) 8,750
ลูกรอกสายพาน (1) 5,280
ลูกรอกสายพาน (1) 6,500

โหยแอคคอร์ดฉานค่าบำรุงถูกกว่าบานเลยอ่ะ

ออฟไลน์ volvolover

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 805
  • mitsudriver
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 21:51:46 »
เมื่อกี้นี้ลืมลงลิ้ง

http://www.protonclub.net/forum/?showtopic=35536

ลูกรอกมันทำด้วยไททาเนี่ยมรึเปล่าฟระเนี่ยแพงโคตร

ลูกรอกสายพานไทม์มิ่ง (1) 8,750
ลูกรอกสายพาน (1) 5,280
ลูกรอกสายพาน (1) 6,500

โหยแอคคอร์ดฉานค่าบำรุงถูกกว่าบานเลยอ่ะ
บ้าแล้ว
รถ volvo s40 ลูกรอก 3 ตัวไม่เกิน 9 พัน
2006 Toyota Soluna VIOS 1.5S Ivory
2011 Mitsubishi Lancer EX 1.8 GLS-Ltd.

ออฟไลน์ wasit

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 76
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 22:06:11 »
เขาคงกลัวว่า ท่านจิม จะรีวิวตรงไปตรงมาเกินไปนะซิ อิอิ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,456
  • Long live M/T
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 22:46:34 »
ผมว่าจริงๆรถของเขา กับราคาที่ตั้งก็สมเหตุผลดีนะ ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกเองว่าคุณอยากจะจ่ายแพง แล้วเอาวัสดุถูกใจ หรือประหยัดเงินไว้ แล้วไม่ต้องสนเรื่องวัสดุ ตัวรถน่ะผมลองสั้นๆมาครบทุกรุ่นแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถูกใจนัก แต่ก็คิดว่าเรื่องช่วงล่าง พึ่งพาได้ และเครื่อง 1.2ของ Savvy ก็แรงดีเกินคาด เครื่อง 1.6 ยังต้องจูนรอบต่ำให้คล่องคันเร่งกว่านี้แต่รอบสูงดีสู้เจ้าตลาดได้สบาย

ว่าแต่ ราคาลูกรอกขนาดนี้...แล้วอะไหล่สิ้นเปลืองปกติเป็นไงกันบ้างครับ โอเคถ้ามันแพงเฉพาะค่าเซอร์วิสรายการใหญ่ๆที่เจอกันนานๆครั้ง ผมว่าลูกค้าหลายคนอาจจะยังรับได้อยู่ แต่ถ้าแพงมากไปเสียทุกอย่าง เขาก็จะยังขายได้ครับ

จนกว่า "น้องมีนา" (March) จะมา
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ remontage

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 369
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 23:41:11 »
แล้ว KIA Picanto นี่พอไหว ไหมครับ

ออฟไลน์ nonpatan

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 421
    • non-motocycle
    • อีเมล์
Re: ฝากอนาคตกับ PROTON ไหวมั๊ยพี่ JIMMY
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2009, 18:27:11 »
ผมเกือบซื้อไปแล้ว