ผู้เขียน หัวข้อ: มีมากไหมครับ ที่มีกำลังซื้อรถ Premium car ได้สบายแต่ตัดใจซื้อไม่ได้ เพราะตัดใจไม่ได้กับค่าดูแล  (อ่าน 14370 ครั้ง)

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,866
สำหรับผมไม่มีเงินซื้อขนาดนั้นครับ    ถึึงแม้พอกัดฟันได้ก็จริงในการซื้อดาวน์ BMW  6 แสนกว่าแล้วผ่อนบอลลูนเดือนล่ะ 2 หมื่นกว่า  ทำได้ครับ   BSI 5 ปี ไม่ต้องจ่ายอะไรเลยน่าสนมาก
 แต่ปัญหาคือเราไม่ได้ทำกิจการ เราเป็นมนุษย์เงินเดือน  การเอาเงินมาเสียกับเรื่องรถขนาดนี้  ไม่ใช่แน่นอน    แล้วหลังจาก 5 ปีไปล่ะ  ราคาขายต่อหายไปเป็นล้านบาท     ถ้าทำกิจการบริษัทต้องเปลี่ยนรถทุก 5-7 ปีโดยไม่คิดอะไรแบบนี้น่าทำครับ    แต่เป็นมนุษย์เงินเดือนแบบนี้ไม่ไหวครับ
อีกอย่างเรื่องนี้สำคัญเลย   ใช้รถญี่ปุ่นที่ซ่อมถูก  ๆ มาตลอด   คือถูกจริงเน้นรถตลาดรุ่นตลาดซ่อมถูก ๆ เป็นหลัก       ถ้าอยู่ดีดีเกิดมาซ่อม Ben BMW  เสียค่าใช้จ่ายเยอะรับไม่ไหวครับเสียดายเงิน        ผมก็เลยคิดแสดงว่าเรายังไม่รวยไม่เหลือใช้พอที่จะไปเล่นรถยุโรปขนาดนั้น

ออฟไลน์ ps000000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,776
ก็แปลก ญาติผมหลายคน


 เคยใช้ Benz ตอนนี้กลับลงมาเป็น Camry กันหมด

ออฟไลน์ Starplatinum35

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 409
  • R35 IHI F55 Hybrid turbo 720 whp on E85
ต้องลองครับ การขับขี่ สมรรถนะ มันต่างจากรถญี่ปุ่นจริงๆ ถ้ารับค่าบำรุงรักษาได้ ซื้อไปเถอะครับ  ;) ซ่อมบำรุงไม่ได้เสียจุกจิกนะครับ บ้านผมใช้อยู่ทั้ง 3 คัน E39 E60 F10 ทุกคันยังใช้งานได้ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2017, 07:42:34 โดย golfieboy »
2015 BMW 525d m sport Project'A stage 1
2012 nissan GT-R R35 GT700+EcuTek +E85 flex fuel
2016 MB CLA 250 AMG
2017 MB E220d AMG
2017 BMW 320d GT

ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,096
  • ขับขี่ปลอดภัย
รถรุ่นใหม่ๆคงไม่ห่วงค่าซ่อม แต่ห่วงเวลาสตาร์ทไม่ติด ไฟเตือนขึ้น น้ำหาย น้ำมันเครื่องซึม เสียงนู่นนี่ดัง ดับกลางอากาศเสียมากกว่า

หลายๆชิ้นส่วน หลายๆอย่างเกินควบคุมได้ด้วยการดูแล บทมันจะเสียมันก็เสียขึ้นมาดื้อๆ มี Star care, BSI, MSIก็ไม่ได้อยากใช้เลยจริงๆ ขับได้ดีเป็นปีแต่พอจะสตาร์ทไม่ติดแค่แวะฉี่ในปั๊มตจว. นี่แหละครับความน่าห่วงที่แท้จริง

ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ fishfinger

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 867
มีกำลังซื้อ แต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเสริมถือว่าไม่มีตัง
แบบ มี asset ทั้งตัว 3 ล้าน เงินเดือน 30000 ก็ซื้อได้นะ แต่แบบนี้เรียกว่าไม่มีกำลังซื้อ
ถ้ามี ตัง ค่า ซ่อม 6-7 ปีแรก ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เมื่อเทียบกับมูลค่ารถ

ขอแอบเม้าท์ เจอบ้านหนึงในหมู่บ้าน บ้านไซสฺเล็กสุด
ในบ้าน มี รถ3 คัน Vigo , Jazz อีก คันคือ  ... Audi R8 แกคงชอบจริงๆ  8)


ออฟไลน์ palma

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 999
    • อีเมล์
ซื้อเท่าที่จำเป็นต้องใช้ ตามเหตุผลครับ

ไม่ค่อยปล่อยให้อารมณ์-ความอยาก ออกนำหน้าครับ

ที่ผ่านๆมาอยากได้อยากครอบครอง พอได้มาก็อย่างนั้น รู้สึกดีๆก็ช่วงแรกๆ ผ่านๆไปก็งั้นๆ

สรุป ไม่ซื้อครับ ถ้ามันไม่ตอบสนองการใช้งาน หรือ มีตัวเลือกอื่นที่ดูคุ้มค่ากว่า
ถ้าพรีเมียมคันเล็ก  กับ D-seg ยี่ปุ่นดีๆ ผมเลือกคันใหญ่ครับ คนนั่งคนขับ สบายกว่ากันเยอะ บนความเร็วตามกฏหมาย
2017 : NSP170R-2NR-FE+CVT
2015 : B17-MR16DDT+CVT-M6
2014 : L33-QR25DE+CVT-8
1995 : SXV10-3S-FE (sold)
1994 : AE101-4AFE+MT (sold)

ออฟไลน์ GRB0999

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 121
ตอนนี้ได้รถญี่ปุ่นคันที่ถูกใจแล้วครับ
ไม่สนรถยุโรปครับ
 ;D

ออฟไลน์ sk-non

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 427
สำหรับผมค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่มากกว่ารถ ญี่ปุ่น
ผมเอาไปเที่ยว ตปท แทนครับ
หรือไม่ก็ไปซื้อยุโรป มือสอง ปีใหม่ๆ มาขับเล่นอีกคัน ครับ
ถ้าเผื่อเจอจุดที่หมดประกัน แล้วเสีย ยังไม่มีตังค์ซ่อมก็จอดไว้ก่อน

ออฟไลน์ bahamu

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 454
รถราคาต่างกันสามเท่า เอามาเทียบกันยังไงคันที่แพงกว่าก็ไม่น่าเล่น

หรูกว่ายังไง สวนใหญ่คิดเอง เออเอง สรุปเองทั้งนั้น คนที่ไปนั่งขับเทียบกัน
ส่วนใหญ่ซื้อรถยุ่นเสียมาก เพราะเดี๋ยวนี้ภายในต่างกันไม่มาก

ยิ่งเบาะหนัง สามแฉกไม่ได้ใช้หนังนับปาแบบs class หรือตัวแพงนำเข้า
ส่วนเบาะรองน่อง หาคนที่เข้าใจยิ่งน้อยลงไปอีก เห็นแต่ซื้อไว้อวดมากกว่า
ค่าแร็คเทวดา เลี้ยวล้อหลังไฟฟ้า แบตสองลูกฟันๆ ไม่เปลี่ยนรีเลย์ร้อนรวน
จนละลาย จอดบุ๊ปติดเครื่องได้บ้างไม่ได้บ้าง ศูนย์จะเปลี่ยนยกชุดลูกเดียว
หม้อน้ำขอบพลาสติกถึงปีรั่ว สั่งร้านตีใหม่ดีกว่าถูกกว่า
ใครเจอทีแทบขายรถตอนหมดประกัน ถ้ามีอู่ทำก็ขับไปซ่อมไป
ยังไม่นับค่าน้ำมันเกียร์ และวิธีเติมที่ต้องวัดอุณหภูมิเสื้อเกียร์ก่อนเติม
น๊อตอ่างเป็นมิเนียม ต้องเปลี่ยนทุกครั้ง กรองเกียร์สุดแพง

หลังคาแก้ว เปิดประทุน เวลาขายต่อหาคนรับยากมาก เวลารั่ว ฝนตก
เสียงอย่างกับอยู่ในเพิงสังกะสี คนที่รู้ปัญหาไม่อยากเอาคอไปขึ้นเขียงหรอก
ค่าประเก็นยาง สักหราดรีดน้ำบางคันเกือบแสน

ถ้าหมดประกันแล้วขายก็ไม่เหนื่อยมาก แต่ที่ต้องลากใช้เกินสิบปีจะเล่นไม่กี่รุ่น
ส่วนใหญ่เล่นมือสอง หรือสิบปีไปแล้วมาปลุกผี แต่หลังๆรถยุ่นพัฒนาไปมาก
ซื้อยุ่นป้ายแดง ดีกว่า ยุโรปมือสอง ถึงเหล็กบางกว่า แต่โครงสร้างช่วงล่าง
ระบบไฟดีกว่า ซ่อมง่ายกว่า อะไหล่ถูกกว่า ยกเว้นไฮบริดที่ยุ่นแพงกว่าน้ำมัน

แค่พรีอุส โดนชนหัวขาด ถ้าหาหัวตัดไม่ได้ สามแสนไม่อยู่
แค่ไฟหน้า ฝากระโปรงมีเนียม เบิกห้างเกินแสน
บางคนโวยหาว่าแพง นี่ขนาดหนีภาษีชิ้นส่วนช่วยแล้ว ถ้าเสียเต็มๆ
ราคารถแพงกว่าคัมรี่เสียอีก อยากใช้รถไฮเทคแต่จะจ่ายค่าซ่อมเท่าไฮทอร์ค,สามห่วง

ยิ่งพวกรถสปอร์ตแพงเวอร์ตัวดี แค่ออกแบบท่อคายไอเบนซินยังไม่เสร็จ
ก็ออกขายแบบตีหัว คนซื้อก็เทิดทูนบูชา พอไฟไหม้ ไม่ยักโทษโรงงาน
หรือของแต่งที่ใส่เพิ่มแบบผิดๆ ขับรถไม่เป็นไม่ไปอบรบ ทำในสิ่งที่วิศวกร
ไม่คิดว่าจะทำ รถไฟไหม้ เสียหาย ประกันสอบแล้ว รู้ว่าเกิดจากคนขับ
จะไปโยนบาปให้คู่กรณีก็มี เพราะคนขับกับเจ้าของเป็นคนละคน
จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความคุ้มค่า เอาแต่ตัญหาราคะที่เขายั่วยวน

เจอค่าน้ำมันเกียร์แปดหมื่นถึงแสน ตั้งครัชหลักหมื่น รีเซ็ทระบบไฟอีก
น้ำมันเครื่องแพงพิเศษ ใช้ข้างนอกหมดประกัน เพราะเป็นรถคนพิเศษ
ค่ายางสองสามแสน เลือกยี่ห้อแทบไม่ได้ เขาว่าบ้านเราขายน้อยเลยไม่มีตรงสภาพอากาศ

เลยไม่รู้ว่ารถพวกนี้กากแต่แพง หรือรถเจ้าตลาด
ขายดีเกินไปบางคนดูถูกสารพัด หาว่าแท๊กซื่บ้าง รถคนจนบ้าง
ลองไปดูขั้นตอนการประกอบดีกว่า รถแพงเวอร์การประกอบไม่ได้ดีกว่ารถตลาด
มุดท่อหาไม่ยาก รถทำปีละคัน สู้รถคันละนาทีไม่ได้ ความแม่นยำต่างกันมาก

แต่ขายแพงยังไงก็ต้องทดสอบจนจบ ไม่งั้นโดนฟ้องเจ๊งไม่ยาก
รถตลาดออกไปก่อน ค่อยแก้ แต่หลุดมากๆก็เจ๊งไม่ยาก

ยิ่งรุ่นใหม่บอกใส่คาร์บอนไฟเบอร์มาในรถ แบบสปอร์ตแพงเวอร์
เอาเข้าจริงมีแต่โครงหลังคาสองชิ้น ขนาดรัฐบาลเยอรมัน ช่วยลดต้นทุนให้แล้ว
ถ้าคว่ำมา ชิ้นหนึ่งน่าจะเกินห้าหมื่น หมดหลังคาแสนกว่า ต้องหารถเก่าตัดหลังคามาเปลี่ยน
ดีที่ช่วงล่าง ซุ้มล้อยังมีเนียม ไม่งั้นชนทีรถแตกซ่อมไม่ได้ เครื่องเชื่อมไม่ได้

ต้องตัดตามตะเข็บแล้วเชื่อมมีเนียมเบิกใหม่ ถึงจะมีที่ยึดคาร์บอนไฟเบอร์
ชนทีแทบทิ้งรถเขาว่าปลอดภัย แต่ติดไฟ หนีไม่ทันทำไงดี
ถึงแค่ใช้บางส่วน ไม่ได้ทั้งคันจนต้องแถมถังดับเพลิงแบบในรถแพงเวอร์

รถยกสูง ขับสี่ยุโรป วันนี้ถ้าไม่ทำหรูเวอร์คงเจอรถยุ่นตีตายหมด
ลุยไม่เหนือกว่า เจอโคลน น้ำลึก ก็ไปไม่ไหว ต้องรุ่นกลไกก็หายากเต็มที่
ถ้าดาวลูกไก่ประกอบ ยกสูงดีเซล ขับสี่ออโต้ในไทย ราคาพอๆกับเจ้าตลาด
รองรับว่าจะสะอื้นอีกหลายยี่ห้อ เพราะเดิมๆขับก็ไม่เหนือกว่าดาวลูกไก่เท่าไหร่
ยิ่งอะไหล่ไม่ต้องรอ ประกันยาว ศูนย์ดี ที่แพงเวอร์จะอยู่ยังไง เหลือแต่ไว้หลอกตัวเองมั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2017, 10:17:49 โดย bahamu »

ออฟไลน์ babybigman

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 95
ตอนจบทำงานใหม่ๆ
ผมรายได้น้อย แต่วัยรุ่นไม่คิด ไม่มีภาระ
ผมซื้อ BMW 325i ไม่คิดเรื่องค่าดูแลเลยขอผ่อนไหวพอ
ปรากฏว่าใช้ 3-4 ปี ไม่ต้องซ่อม เลยไม่รู้ว่าค่าซ่อมแพงไหม
พอขายไป ก็ซื้อรถญี่ปุ่น เพราะก็รูสึกว่า ไม่ค่อยจะต่างอะไรเรื่องการใช้งาน

พออายุมากขึ้น เงินเก็บมากขึ้น
แต่คิดมากขึ้นมากๆ อยากขับ Benz
แต่คิดวาปีนึง ยังไม่กล้าซื้อ

นี่ก็ตัดสินใจซื้อมือสอง e class เตรียมค่าซ่อมไว้แล้ว
ซื้อมา 2.xx ล้าน เตรียมค่าซ่อมไว้ 5แสน ใน 4 ปี
ถือว่าตั้งใจฟุ่มเฟือย 1 ครั้ง ก่อนเกษียน
ครั้งนึงในชีวิต ได้ขับ Benz
อีก 4 ปี ขายไป
คงไม่ใช้รถยุโรปอีกเลย
จะประหยัดจริงๆ ในช่วงเกษียน
Past History
1995 Honda Civic Sold
1998 Mitsubishi Lancer Sold
2003 BMW 325i Sold
2006 Kia Carnival CEO Sold
2013 E250 CGI Current
2013 Honda CRV 2014 Current
2014 Honda Freed 2014 Current

ออฟไลน์ somkeat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
ตัวรถแพงผมไม่ว่าก็วัตถุดิบมันดีกว่า อะไหล่แพงไปไหม บวกเยอะไปรึเปล่า ค่าแรงนี่รับไม่ได้เลย อยากรู้เหมือนกันว่าค่าจ้างช่างรถยุโรปมันแพงกว่าช่างรถญี่ปุ่นมากหรือ

ออฟไลน์ Nonnics

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 313
เคยคิดจะซื้อ แต่มาดูการใช้งานของตัวเอง
ขับไม่เกิน120 คงไม่มีผลอะไรเพราะใช้ไม่เต็มสมรรถนะถูกจริตกับรถญี่ปุ่น สวย ดูแลง่าย ไม่จุกจิก
เสียดายเงินกับค่าดูแลรถฝั่งยุโรปที่มากกว่า
อีกอย่างเบื่อง่าย ใช้รถ5ปีเปลี่ยน พอทำใจรับได้กับราคาที่หายไป ครับ

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,866
รถราคาต่างกันสามเท่า เอามาเทียบกันยังไงคันที่แพงกว่าก็ไม่น่าเล่น

หรูกว่ายังไง สวนใหญ่คิดเอง เออเอง สรุปเองทั้งนั้น คนที่ไปนั่งขับเทียบกัน
ส่วนใหญ่ซื้อรถยุ่นเสียมาก เพราะเดี๋ยวนี้ภายในต่างกันไม่มาก

ยิ่งเบาะหนัง สามแฉกไม่ได้ใช้หนังนับปาแบบs class หรือตัวแพงนำเข้า
ส่วนเบาะรองน่อง หาคนที่เข้าใจยิ่งน้อยลงไปอีก เห็นแต่ซื้อไว้อวดมากกว่า
ค่าแร็คเทวดา เลี้ยวล้อหลังไฟฟ้า แบตสองลูกฟันๆ ไม่เปลี่ยนรีเลย์ร้อนรวน
จนละลาย จอดบุ๊ปติดเครื่องได้บ้างไม่ได้บ้าง ศูนย์จะเปลี่ยนยกชุดลูกเดียว
หม้อน้ำขอบพลาสติกถึงปีรั่ว สั่งร้านตีใหม่ดีกว่าถูกกว่า
ใครเจอทีแทบขายรถตอนหมดประกัน ถ้ามีอู่ทำก็ขับไปซ่อมไป
ยังไม่นับค่าน้ำมันเกียร์ และวิธีเติมที่ต้องวัดอุณหภูมิเสื้อเกียร์ก่อนเติม
น๊อตอ่างเป็นมิเนียม ต้องเปลี่ยนทุกครั้ง กรองเกียร์สุดแพง

หลังคาแก้ว เปิดประทุน เวลาขายต่อหาคนรับยากมาก เวลารั่ว ฝนตก
เสียงอย่างกับอยู่ในเพิงสังกะสี คนที่รู้ปัญหาไม่อยากเอาคอไปขึ้นเขียงหรอก
ค่าประเก็นยาง สักหราดรีดน้ำบางคันเกือบแสน

ถ้าหมดประกันแล้วขายก็ไม่เหนื่อยมาก แต่ที่ต้องลากใช้เกินสิบปีจะเล่นไม่กี่รุ่น
ส่วนใหญ่เล่นมือสอง หรือสิบปีไปแล้วมาปลุกผี แต่หลังๆรถยุ่นพัฒนาไปมาก
ซื้อยุ่นป้ายแดง ดีกว่า ยุโรปมือสอง ถึงเหล็กบางกว่า แต่โครงสร้างช่วงล่าง
ระบบไฟดีกว่า ซ่อมง่ายกว่า อะไหล่ถูกกว่า ยกเว้นไฮบริดที่ยุ่นแพงกว่าน้ำมัน

แค่พรีอุส โดนชนหัวขาด ถ้าหาหัวตัดไม่ได้ สามแสนไม่อยู่
แค่ไฟหน้า ฝากระโปรงมีเนียม เบิกห้างเกินแสน
บางคนโวยหาว่าแพง นี่ขนาดหนีภาษีชิ้นส่วนช่วยแล้ว ถ้าเสียเต็มๆ
ราคารถแพงกว่าคัมรี่เสียอีก อยากใช้รถไฮเทคแต่จะจ่ายค่าซ่อมเท่าไฮทอร์ค,สามห่วง

ยิ่งพวกรถสปอร์ตแพงเวอร์ตัวดี แค่ออกแบบท่อคายไอเบนซินยังไม่เสร็จ
ก็ออกขายแบบตีหัว คนซื้อก็เทิดทูนบูชา พอไฟไหม้ ไม่ยักโทษโรงงาน
หรือของแต่งที่ใส่เพิ่มแบบผิดๆ ขับรถไม่เป็นไม่ไปอบรบ ทำในสิ่งที่วิศวกร
ไม่คิดว่าจะทำ รถไฟไหม้ เสียหาย ประกันสอบแล้ว รู้ว่าเกิดจากคนขับ
จะไปโยนบาปให้คู่กรณีก็มี เพราะคนขับกับเจ้าของเป็นคนละคน
จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความคุ้มค่า เอาแต่ตัญหาราคะที่เขายั่วยวน

เจอค่าน้ำมันเกียร์แปดหมื่นถึงแสน ตั้งครัชหลักหมื่น รีเซ็ทระบบไฟอีก
น้ำมันเครื่องแพงพิเศษ ใช้ข้างนอกหมดประกัน เพราะเป็นรถคนพิเศษ
ค่ายางสองสามแสน เลือกยี่ห้อแทบไม่ได้ เขาว่าบ้านเราขายน้อยเลยไม่มีตรงสภาพอากาศ

เลยไม่รู้ว่ารถพวกนี้กากแต่แพง หรือรถเจ้าตลาด
ขายดีเกินไปบางคนดูถูกสารพัด หาว่าแท๊กซื่บ้าง รถคนจนบ้าง
ลองไปดูขั้นตอนการประกอบดีกว่า รถแพงเวอร์การประกอบไม่ได้ดีกว่ารถตลาด
มุดท่อหาไม่ยาก รถทำปีละคัน สู้รถคันละนาทีไม่ได้ ความแม่นยำต่างกันมาก

แต่ขายแพงยังไงก็ต้องทดสอบจนจบ ไม่งั้นโดนฟ้องเจ๊งไม่ยาก
รถตลาดออกไปก่อน ค่อยแก้ แต่หลุดมากๆก็เจ๊งไม่ยาก

ยิ่งรุ่นใหม่บอกใส่คาร์บอนไฟเบอร์มาในรถ แบบสปอร์ตแพงเวอร์
เอาเข้าจริงมีแต่โครงหลังคาสองชิ้น ขนาดรัฐบาลเยอรมัน ช่วยลดต้นทุนให้แล้ว
ถ้าคว่ำมา ชิ้นหนึ่งน่าจะเกินห้าหมื่น หมดหลังคาแสนกว่า ต้องหารถเก่าตัดหลังคามาเปลี่ยน
ดีที่ช่วงล่าง ซุ้มล้อยังมีเนียม ไม่งั้นชนทีรถแตกซ่อมไม่ได้ เครื่องเชื่อมไม่ได้

ต้องตัดตามตะเข็บแล้วเชื่อมมีเนียมเบิกใหม่ ถึงจะมีที่ยึดคาร์บอนไฟเบอร์
ชนทีแทบทิ้งรถเขาว่าปลอดภัย แต่ติดไฟ หนีไม่ทันทำไงดี
ถึงแค่ใช้บางส่วน ไม่ได้ทั้งคันจนต้องแถมถังดับเพลิงแบบในรถแพงเวอร์

รถยกสูง ขับสี่ยุโรป วันนี้ถ้าไม่ทำหรูเวอร์คงเจอรถยุ่นตีตายหมด
ลุยไม่เหนือกว่า เจอโคลน น้ำลึก ก็ไปไม่ไหว ต้องรุ่นกลไกก็หายากเต็มที่
ถ้าดาวลูกไก่ประกอบ ยกสูงดีเซล ขับสี่ออโต้ในไทย ราคาพอๆกับเจ้าตลาด
รองรับว่าจะสะอื้นอีกหลายยี่ห้อ เพราะเดิมๆขับก็ไม่เหนือกว่าดาวลูกไก่เท่าไหร่
ยิ่งอะไหล่ไม่ต้องรอ ประกันยาว ศูนย์ดี ที่แพงเวอร์จะอยู่ยังไง เหลือแต่ไว้หลอกตัวเองมั้ง
  ซูฮกในบทความของท่านเลย    ข้าน้อยขอคาราวะ

ออฟไลน์ mxmx

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 330
ซื้อรถพวกนี้ อย่าคิดเยอะคับ เพราะมันเกินคำว่าพาหนะใช้งานแล้วคับ กัวเรื่องซ่อมก็ไป บีเอ็มคับ ส่วนประกันถ้าไม่อยากเสียก็ไม่ต้องต่อคับ หรือต่อชั้นอื่นที่ถูกๆ ยางนี่ผมเปลี่ยนรันแฟลตออกเลยนะคับ ยางธรรมดาดีกว่าอีก ยางถูกๆที่ใส่รถญี่ปุ่นก็เอามาใส่รถพวกนี้ได้นะคับแล้วแต่เลือก

ออฟไลน์ Odrecranon

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
    • อีเมล์
ผมคิดว่ามันแล้วแต่คนเลยครับ อยู่ที่ความชอบ
เช่น ผู้ชายชอบรถยนต์ ผู้หญิงชอบกระเป๋า

ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สมมติให้ คน 2 คนเงินเดือน และเงินเก็บเท่ากัน
คนแรก เอาไปซื้อรถ 4 ล้าน สังสรรในเมือง ทำงาน กลับบ้านนอน
คนสอง เอาไปซื้อรถ 1 ล้าน ชอบหาเวลาไปเที่ยว ตั้งใจเที่ยวรอบโลก
2 คนก็มีความสุขทั้งคู่

แต่คนอื่นจะมองเรายังไง มันก็แล้วแต่ครับ
รนยนต์ Mercedes, BMW มัน Luxury ครับ ไม่ใน Family car
เพราะฉะนั้นมันแพงกว่า เพราะ Luxury มันใช้ความสมเหตุสมผลมาตัดสินอย่างเดียวไม่ได้
ถ้าใช้ Luxury มันทำให้ภูมิใจ มีความสุข แล้วไม่เดือดร้อนตัวเองก็ทำไปเถอะครับ

ออฟไลน์ ttt3

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
ตอนนั้นพอคิดว่ามีกำลังซื้อไหว  ผมก็ไม่ลังเลที่จะซื้อรถ ยุโรป ในฝันสักคันครับ  ผ่านไป 1 ปี ก็เลยตัดสินใจขายครับ  (censor เสีย เรียกรถยก 6ครั้ง   ครั้งที่7 เบรคไม่อยู่ ) ขาดทุนเยอะครับ  ตอนนี้ก็ใช้รถญี่ปุ่นเหมือนเดิมครับ  ตอนนี้เรื่องรถยุโรปไม่มีในความคิดอีกเลยครับ เพราะได้เคยเป็นเจ้าของแล้ว 

ออฟไลน์ paeybu

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 630
ค่าซ่อมหลายคนก็ไม่กลัว แต่กลัวจุกจิก ใช้แล้วเสียก็ขี้เกียจเอาเข้าศูนย์นะครับ

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,866
ตอนนั้นพอคิดว่ามีกำลังซื้อไหว  ผมก็ไม่ลังเลที่จะซื้อรถ ยุโรป ในฝันสักคันครับ  ผ่านไป 1 ปี ก็เลยตัดสินใจขายครับ  (censor เสีย เรียกรถยก 6ครั้ง   ครั้งที่7 เบรคไม่อยู่ ) ขาดทุนเยอะครับ  ตอนนี้ก็ใช้รถญี่ปุ่นเหมือนเดิมครับ  ตอนนี้เรื่องรถยุโรปไม่มีในความคิดอีกเลยครับ เพราะได้เคยเป็นเจ้าของแล้ว
   ปสก เลวร้ายมาก  ขึ้นยานแม่ 7 ครั้ง

ออฟไลน์ Skyforce

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,200
กลัวที่สุดคือราคาขายต่อครับรถใหม่ออกห้าง 2-3 ล้าน สมมติใช้รถ 4-5 ปีขายต่อทีราคาลงไปเกือบ 50% เงินส่วนต่างเอาไปซื้อ d seg ญี่ปุ่นได้คันนึงเลย  แถมการดูแลจุกจิกกว่าอีก มันเป็นเรื่องค่านิยมคนไทยจริงๆ แต่ต่างประเทศ อย่างอเมริกาโตโยต้าขายดี เพราะทน ไม่จุกจิก กว้าง นั่งสบาย
- Toyota Collora GL
- Mitsubishi Cedia
- Honda City
- Toyota Altis
- Mazda 2

ออฟไลน์ Activehybrid

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,515
ถ้ากำลังซื้อไหวและชอบมากจริงๆก็ซื้อเหอะ มัวรอพร้อมมากๆขับตอนแก่ๆหง่อมๆมันจะมีประโยชน์อะไร ช่วงชีวิตมีแค่ครั้งเดียวไม่ซื้อรอบนี้ อีก6-7ปีทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

แต่ถ้ากังวลอนาคตเสียดายลงทุนนู่นี่นั้น ก็ตัดใจไปซะให้ขาด

ส่วนตัวเคยตัดสินใจซื้อรถตอนเหตุการณ์แบบนี้ปรากฎว่าชีวิตดีขึ้นเกิดช่องทางใหม่ๆมาพอดี ส่วนหนึ่งเพราะใจสู้ ไม่มีถอยแพ้ไม่ได้

แม้มีบางครั้งที่รู้สึกสิ้นเปลืองมาก แต่ถ้าเราหาเงินไหวก็ไม่มีหรอกปัญหา ก็แค่เสียดายตังเป็นเรื่องธรรมดา เลือกเอา

ออฟไลน์ boyyyy

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 383
รถราคาต่างกันสามเท่า เอามาเทียบกันยังไงคันที่แพงกว่าก็ไม่น่าเล่น

หรูกว่ายังไง สวนใหญ่คิดเอง เออเอง สรุปเองทั้งนั้น คนที่ไปนั่งขับเทียบกัน
ส่วนใหญ่ซื้อรถยุ่นเสียมาก เพราะเดี๋ยวนี้ภายในต่างกันไม่มาก

ยิ่งเบาะหนัง สามแฉกไม่ได้ใช้หนังนับปาแบบs class หรือตัวแพงนำเข้า
ส่วนเบาะรองน่อง หาคนที่เข้าใจยิ่งน้อยลงไปอีก เห็นแต่ซื้อไว้อวดมากกว่า
ค่าแร็คเทวดา เลี้ยวล้อหลังไฟฟ้า แบตสองลูกฟันๆ ไม่เปลี่ยนรีเลย์ร้อนรวน
จนละลาย จอดบุ๊ปติดเครื่องได้บ้างไม่ได้บ้าง ศูนย์จะเปลี่ยนยกชุดลูกเดียว
หม้อน้ำขอบพลาสติกถึงปีรั่ว สั่งร้านตีใหม่ดีกว่าถูกกว่า
ใครเจอทีแทบขายรถตอนหมดประกัน ถ้ามีอู่ทำก็ขับไปซ่อมไป
ยังไม่นับค่าน้ำมันเกียร์ และวิธีเติมที่ต้องวัดอุณหภูมิเสื้อเกียร์ก่อนเติม
น๊อตอ่างเป็นมิเนียม ต้องเปลี่ยนทุกครั้ง กรองเกียร์สุดแพง

หลังคาแก้ว เปิดประทุน เวลาขายต่อหาคนรับยากมาก เวลารั่ว ฝนตก
เสียงอย่างกับอยู่ในเพิงสังกะสี คนที่รู้ปัญหาไม่อยากเอาคอไปขึ้นเขียงหรอก
ค่าประเก็นยาง สักหราดรีดน้ำบางคันเกือบแสน

ถ้าหมดประกันแล้วขายก็ไม่เหนื่อยมาก แต่ที่ต้องลากใช้เกินสิบปีจะเล่นไม่กี่รุ่น
ส่วนใหญ่เล่นมือสอง หรือสิบปีไปแล้วมาปลุกผี แต่หลังๆรถยุ่นพัฒนาไปมาก
ซื้อยุ่นป้ายแดง ดีกว่า ยุโรปมือสอง ถึงเหล็กบางกว่า แต่โครงสร้างช่วงล่าง
ระบบไฟดีกว่า ซ่อมง่ายกว่า อะไหล่ถูกกว่า ยกเว้นไฮบริดที่ยุ่นแพงกว่าน้ำมัน

แค่พรีอุส โดนชนหัวขาด ถ้าหาหัวตัดไม่ได้ สามแสนไม่อยู่
แค่ไฟหน้า ฝากระโปรงมีเนียม เบิกห้างเกินแสน
บางคนโวยหาว่าแพง นี่ขนาดหนีภาษีชิ้นส่วนช่วยแล้ว ถ้าเสียเต็มๆ
ราคารถแพงกว่าคัมรี่เสียอีก อยากใช้รถไฮเทคแต่จะจ่ายค่าซ่อมเท่าไฮทอร์ค,สามห่วง

ยิ่งพวกรถสปอร์ตแพงเวอร์ตัวดี แค่ออกแบบท่อคายไอเบนซินยังไม่เสร็จ
ก็ออกขายแบบตีหัว คนซื้อก็เทิดทูนบูชา พอไฟไหม้ ไม่ยักโทษโรงงาน
หรือของแต่งที่ใส่เพิ่มแบบผิดๆ ขับรถไม่เป็นไม่ไปอบรบ ทำในสิ่งที่วิศวกร
ไม่คิดว่าจะทำ รถไฟไหม้ เสียหาย ประกันสอบแล้ว รู้ว่าเกิดจากคนขับ
จะไปโยนบาปให้คู่กรณีก็มี เพราะคนขับกับเจ้าของเป็นคนละคน
จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความคุ้มค่า เอาแต่ตัญหาราคะที่เขายั่วยวน

เจอค่าน้ำมันเกียร์แปดหมื่นถึงแสน ตั้งครัชหลักหมื่น รีเซ็ทระบบไฟอีก
น้ำมันเครื่องแพงพิเศษ ใช้ข้างนอกหมดประกัน เพราะเป็นรถคนพิเศษ
ค่ายางสองสามแสน เลือกยี่ห้อแทบไม่ได้ เขาว่าบ้านเราขายน้อยเลยไม่มีตรงสภาพอากาศ

เลยไม่รู้ว่ารถพวกนี้กากแต่แพง หรือรถเจ้าตลาด
ขายดีเกินไปบางคนดูถูกสารพัด หาว่าแท๊กซื่บ้าง รถคนจนบ้าง
ลองไปดูขั้นตอนการประกอบดีกว่า รถแพงเวอร์การประกอบไม่ได้ดีกว่ารถตลาด
มุดท่อหาไม่ยาก รถทำปีละคัน สู้รถคันละนาทีไม่ได้ ความแม่นยำต่างกันมาก

แต่ขายแพงยังไงก็ต้องทดสอบจนจบ ไม่งั้นโดนฟ้องเจ๊งไม่ยาก
รถตลาดออกไปก่อน ค่อยแก้ แต่หลุดมากๆก็เจ๊งไม่ยาก

ยิ่งรุ่นใหม่บอกใส่คาร์บอนไฟเบอร์มาในรถ แบบสปอร์ตแพงเวอร์
เอาเข้าจริงมีแต่โครงหลังคาสองชิ้น ขนาดรัฐบาลเยอรมัน ช่วยลดต้นทุนให้แล้ว
ถ้าคว่ำมา ชิ้นหนึ่งน่าจะเกินห้าหมื่น หมดหลังคาแสนกว่า ต้องหารถเก่าตัดหลังคามาเปลี่ยน
ดีที่ช่วงล่าง ซุ้มล้อยังมีเนียม ไม่งั้นชนทีรถแตกซ่อมไม่ได้ เครื่องเชื่อมไม่ได้

ต้องตัดตามตะเข็บแล้วเชื่อมมีเนียมเบิกใหม่ ถึงจะมีที่ยึดคาร์บอนไฟเบอร์
ชนทีแทบทิ้งรถเขาว่าปลอดภัย แต่ติดไฟ หนีไม่ทันทำไงดี
ถึงแค่ใช้บางส่วน ไม่ได้ทั้งคันจนต้องแถมถังดับเพลิงแบบในรถแพงเวอร์

รถยกสูง ขับสี่ยุโรป วันนี้ถ้าไม่ทำหรูเวอร์คงเจอรถยุ่นตีตายหมด
ลุยไม่เหนือกว่า เจอโคลน น้ำลึก ก็ไปไม่ไหว ต้องรุ่นกลไกก็หายากเต็มที่
ถ้าดาวลูกไก่ประกอบ ยกสูงดีเซล ขับสี่ออโต้ในไทย ราคาพอๆกับเจ้าตลาด
รองรับว่าจะสะอื้นอีกหลายยี่ห้อ เพราะเดิมๆขับก็ไม่เหนือกว่าดาวลูกไก่เท่าไหร่
ยิ่งอะไหล่ไม่ต้องรอ ประกันยาว ศูนย์ดี ที่แพงเวอร์จะอยู่ยังไง เหลือแต่ไว้หลอกตัวเองมั้ง


กดไลค์ตรงไหนได้ครับ

กิเลส ราคะ โมหะ ในรถยุโรปสิ้นไปเลย
ออกรถยุ่นป้ายแดง 7-8 ปี ต่อ 1 คัน ยังคุ้มกว่า

ออฟไลน์ mark2015

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 338
คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

ย้อนเวลาได้คงไม่ซื้อ แต่ถ้าไม่ซื้อทุกวันนี้ก็คงไม่หายคัน
" เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาจนตาย "

ออฟไลน์ O_o"

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8,946
อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละคนด้วยละครับ ไม่ว่าซื้อรถยี่ห้อไหน ทุกอย่างมันมีค่าใช้จ่าย อยู่ที่ว่าพร้อมจะจ่ายรึเปล่า

อย่างได้ของดีราคาถูกๆ มันหายากเหลือเกินในยุคสมัยนี้ ที่รถมีแต่ระบบไฟฟ้าเต็มไปหมด ไม่แค่รถ Premium car

รถจากประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ก็เริ่มอัดเทคโนโลยีต่างๆ มาเต็มรถเช่นกัน คนซื้ออย่างเราก็อดภูมิใจไม่ได้ว่า มีออปชั่นต่างๆมากมายพอๆกับรถ Premium car

แต่ถ้าวันใดวันหนึ่ง มันเกิดเสียขึ้นมา เรื่องซ่อมคงยากอยู่ แต่จะมีแค่เปลี่ยนอุปกรณ์อย่างเดียว มากกว่าละครับ ช่างซ่อมหายาก ช่างเปลี่ยนนะมีมากมาย

ออปชั่นเยอะก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อยครับ รถยุคสมัยนี้ ซ่อมที น่ากลัวกว่าเมื่อก่อนเยอะครับ

ออฟไลน์ Eakkypoo

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 311
    • อีเมล์
คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

ย้อนเวลาได้คงไม่ซื้อ แต่ถ้าไม่ซื้อทุกวันนี้ก็คงไม่หายคัน

ต้องขอให้เล่าประสบการณ์ ตรง ให้ฟังด้วยครับ

ออฟไลน์ mark2015

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 338
คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

ย้อนเวลาได้คงไม่ซื้อ แต่ถ้าไม่ซื้อทุกวันนี้ก็คงไม่หายคัน

ต้องขอให้เล่าประสบการณ์ ตรง ให้ฟังด้วยครับ

ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เสียดายค่าเสื่อม พอครบสี่ห้าปีหายไปเกือบสองล้านแหละครับ เสียดายเงิน แถมมีภาวะจิตตกกับเวลาหมดประกันว่า ค่าเซอร์วิสจะขนาดไหน ในอนาคต

ความอยากมันเยอะกว่าเหตุผล พอไหวเลยต้องจัดแหละครับ

ทุกวันนี้แฮบปี้กับมันครับ ไม่งอแง จุกจิก ยอมรับว่าขับดีกว่าญี่ปุ่นเยอะมากครับ ขับสนุกจนสองปีคงแสนโลละครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2017, 17:51:57 โดย mark2015 »
" เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาจนตาย "

ออฟไลน์ Butterzai

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,160
รถราคาต่างกันสามเท่า เอามาเทียบกันยังไงคันที่แพงกว่าก็ไม่น่าเล่น

หรูกว่ายังไง สวนใหญ่คิดเอง เออเอง สรุปเองทั้งนั้น คนที่ไปนั่งขับเทียบกัน
ส่วนใหญ่ซื้อรถยุ่นเสียมาก เพราะเดี๋ยวนี้ภายในต่างกันไม่มาก

ยิ่งเบาะหนัง สามแฉกไม่ได้ใช้หนังนับปาแบบs class หรือตัวแพงนำเข้า
ส่วนเบาะรองน่อง หาคนที่เข้าใจยิ่งน้อยลงไปอีก เห็นแต่ซื้อไว้อวดมากกว่า
ค่าแร็คเทวดา เลี้ยวล้อหลังไฟฟ้า แบตสองลูกฟันๆ ไม่เปลี่ยนรีเลย์ร้อนรวน
จนละลาย จอดบุ๊ปติดเครื่องได้บ้างไม่ได้บ้าง ศูนย์จะเปลี่ยนยกชุดลูกเดียว
หม้อน้ำขอบพลาสติกถึงปีรั่ว สั่งร้านตีใหม่ดีกว่าถูกกว่า
ใครเจอทีแทบขายรถตอนหมดประกัน ถ้ามีอู่ทำก็ขับไปซ่อมไป
ยังไม่นับค่าน้ำมันเกียร์ และวิธีเติมที่ต้องวัดอุณหภูมิเสื้อเกียร์ก่อนเติม
น๊อตอ่างเป็นมิเนียม ต้องเปลี่ยนทุกครั้ง กรองเกียร์สุดแพง

หลังคาแก้ว เปิดประทุน เวลาขายต่อหาคนรับยากมาก เวลารั่ว ฝนตก
เสียงอย่างกับอยู่ในเพิงสังกะสี คนที่รู้ปัญหาไม่อยากเอาคอไปขึ้นเขียงหรอก
ค่าประเก็นยาง สักหราดรีดน้ำบางคันเกือบแสน

ถ้าหมดประกันแล้วขายก็ไม่เหนื่อยมาก แต่ที่ต้องลากใช้เกินสิบปีจะเล่นไม่กี่รุ่น
ส่วนใหญ่เล่นมือสอง หรือสิบปีไปแล้วมาปลุกผี แต่หลังๆรถยุ่นพัฒนาไปมาก
ซื้อยุ่นป้ายแดง ดีกว่า ยุโรปมือสอง ถึงเหล็กบางกว่า แต่โครงสร้างช่วงล่าง
ระบบไฟดีกว่า ซ่อมง่ายกว่า อะไหล่ถูกกว่า ยกเว้นไฮบริดที่ยุ่นแพงกว่าน้ำมัน

แค่พรีอุส โดนชนหัวขาด ถ้าหาหัวตัดไม่ได้ สามแสนไม่อยู่
แค่ไฟหน้า ฝากระโปรงมีเนียม เบิกห้างเกินแสน
บางคนโวยหาว่าแพง นี่ขนาดหนีภาษีชิ้นส่วนช่วยแล้ว ถ้าเสียเต็มๆ
ราคารถแพงกว่าคัมรี่เสียอีก อยากใช้รถไฮเทคแต่จะจ่ายค่าซ่อมเท่าไฮทอร์ค,สามห่วง

ยิ่งพวกรถสปอร์ตแพงเวอร์ตัวดี แค่ออกแบบท่อคายไอเบนซินยังไม่เสร็จ
ก็ออกขายแบบตีหัว คนซื้อก็เทิดทูนบูชา พอไฟไหม้ ไม่ยักโทษโรงงาน
หรือของแต่งที่ใส่เพิ่มแบบผิดๆ ขับรถไม่เป็นไม่ไปอบรบ ทำในสิ่งที่วิศวกร
ไม่คิดว่าจะทำ รถไฟไหม้ เสียหาย ประกันสอบแล้ว รู้ว่าเกิดจากคนขับ
จะไปโยนบาปให้คู่กรณีก็มี เพราะคนขับกับเจ้าของเป็นคนละคน
จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความคุ้มค่า เอาแต่ตัญหาราคะที่เขายั่วยวน

เจอค่าน้ำมันเกียร์แปดหมื่นถึงแสน ตั้งครัชหลักหมื่น รีเซ็ทระบบไฟอีก
น้ำมันเครื่องแพงพิเศษ ใช้ข้างนอกหมดประกัน เพราะเป็นรถคนพิเศษ
ค่ายางสองสามแสน เลือกยี่ห้อแทบไม่ได้ เขาว่าบ้านเราขายน้อยเลยไม่มีตรงสภาพอากาศ

เลยไม่รู้ว่ารถพวกนี้กากแต่แพง หรือรถเจ้าตลาด
ขายดีเกินไปบางคนดูถูกสารพัด หาว่าแท๊กซื่บ้าง รถคนจนบ้าง
ลองไปดูขั้นตอนการประกอบดีกว่า รถแพงเวอร์การประกอบไม่ได้ดีกว่ารถตลาด
มุดท่อหาไม่ยาก รถทำปีละคัน สู้รถคันละนาทีไม่ได้ ความแม่นยำต่างกันมาก

แต่ขายแพงยังไงก็ต้องทดสอบจนจบ ไม่งั้นโดนฟ้องเจ๊งไม่ยาก
รถตลาดออกไปก่อน ค่อยแก้ แต่หลุดมากๆก็เจ๊งไม่ยาก

ยิ่งรุ่นใหม่บอกใส่คาร์บอนไฟเบอร์มาในรถ แบบสปอร์ตแพงเวอร์
เอาเข้าจริงมีแต่โครงหลังคาสองชิ้น ขนาดรัฐบาลเยอรมัน ช่วยลดต้นทุนให้แล้ว
ถ้าคว่ำมา ชิ้นหนึ่งน่าจะเกินห้าหมื่น หมดหลังคาแสนกว่า ต้องหารถเก่าตัดหลังคามาเปลี่ยน
ดีที่ช่วงล่าง ซุ้มล้อยังมีเนียม ไม่งั้นชนทีรถแตกซ่อมไม่ได้ เครื่องเชื่อมไม่ได้

ต้องตัดตามตะเข็บแล้วเชื่อมมีเนียมเบิกใหม่ ถึงจะมีที่ยึดคาร์บอนไฟเบอร์
ชนทีแทบทิ้งรถเขาว่าปลอดภัย แต่ติดไฟ หนีไม่ทันทำไงดี
ถึงแค่ใช้บางส่วน ไม่ได้ทั้งคันจนต้องแถมถังดับเพลิงแบบในรถแพงเวอร์

รถยกสูง ขับสี่ยุโรป วันนี้ถ้าไม่ทำหรูเวอร์คงเจอรถยุ่นตีตายหมด
ลุยไม่เหนือกว่า เจอโคลน น้ำลึก ก็ไปไม่ไหว ต้องรุ่นกลไกก็หายากเต็มที่
ถ้าดาวลูกไก่ประกอบ ยกสูงดีเซล ขับสี่ออโต้ในไทย ราคาพอๆกับเจ้าตลาด
รองรับว่าจะสะอื้นอีกหลายยี่ห้อ เพราะเดิมๆขับก็ไม่เหนือกว่าดาวลูกไก่เท่าไหร่
ยิ่งอะไหล่ไม่ต้องรอ ประกันยาว ศูนย์ดี ที่แพงเวอร์จะอยู่ยังไง เหลือแต่ไว้หลอกตัวเองมั้ง

+10

ดีกว่าเกิน 10 เท่าไหม ก็ไม่  เท่าที่เคยอยู่กับมันมาสิบปี  จะกลับไปอีกไหม ก็เฉยๆ ตอนนี้ใช้ญี่ปุ่น ได้ความสบายใจ  เหลือเงินใช้ในกระเป๋า

เมืองนอก ออกไปศึกษาข้อมูลจากต่างประเทศแล้วเห็นอะไรอีกเยอะแยะมากมาย  คนทั่วไปก็คิดไปสารพัด ญี่ปุ่นทำรถสู้ยุโรปไม่ได้  เอาเข้าจริงๆ หลายๆรุ่นตามทันแล้ว หรือดีกว่าด้วย

ฺฺผมว่าความต่างตอนขับมัน 20 % ไม่ได้ต่างแบบมากมายเหมือนราคาที่ตกไป หรือส่วนต่างค่าอะไหล่ + ราคารถ

เท่าที่รู้จากคนรอบๆตัว คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า สายมโนก็เยอะ คิดว่าต้องดีอย่างนั้น เจ๋งขนาดนี้

ถ้าผมจะซื้อ Premium Mid size ส่วนตัว ขอเอาเงินไปออก D Seg ญี่ปุ่นในวันเบาๆ คันนึง แล้วออก FT86 ในวันซ่าๆ อยากสนุกอีกคันดีกว่า  วันที่เดินทางหลายๆคน แล้วคนในครอบครัวนั่งด้วยคงไม่ได้มีอารมณ์อยากสนุกอะไรเท่าไหร่นัก  :P

เหลือ Lexus นี่ละที่ยังไม่ได้ลองในระยะยาวๆ  แต่เท่าที่เคยนั่งแปปๆ ผมไม่แปลกใจทำไมยอดขายมันถึงสูงนักในอเมริกา ถ้ามันถึกทนแบบพี่โตแต่วิ่งดีได้แบบยุโรปแบบนี้ในราคาพอดีๆ
 มันเป็นอะไรที่จบเลย  ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2017, 18:00:03 โดย Butterzai »

ออฟไลน์ Armaru

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 106
    • อีเมล์
ง่ายๆครับ คนที่มีกำลังเงินเหลือเฟือจริงๆ เค้าก็หาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเค้า เรื่องค่าซ่อมบำรุงนี่ จิ๊บจ๊อยมากๆ สำหรับคนระดับนี้

แต่สำหรับคนที่มีกำลังซื้อ แต่ยังกังวลค่าซ่อมแพง ผมว่าจริงๆแล้ว คุณอาจจะไม่พร้อมสำหรับรถระดับนี้ก็ได้ครับ

ผมมองว่าคนที่เค้ามีเงินเล่นรถระดับนี้ได้ ฐานะเค้าต้องพร้อมจริงๆ ที่บ้านอาจมีรถหลายคันก็ได้ คันนี้เสียก็สลับไปขับคันอื่นได้ชิวๆ คันที่เสียก็ยกไปซ่อม กำลังจ่ายนั้นมีเหลือเฟือ สำหรับคนรวยระดับนี้

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,144
ถ้ามีเงินสำหรับซื้อรถ 3 ล้าน
ให้ซื้อรถราคาต่ำกว่าเงินที่มี ไม่ใช่กัดฟันซื้อ แล้วจะสบายกับค่าดูแล

สมัยผมเรียน พ่อให้งบ 8 แสน ซื้อรถ
ผมเลือกวีออสมา 1 คัน กันเงินอีก 2 แสนไว้ซ่อมบำรุง
ผมใช้เงิน 2 แสนซื้อประกัน ซื้อยาง กับเข้าศูนย์ไปได้ราวๆ 6-7 ปี

ถ้าต้องซื้อแบบ ซื้อแล้วเงินหมดเลย คุณจะกังวลค่าดูแลรักษา
แต่ถ้าซื้อแบบกำลังดี พอประมาณ คุณจะไม่กังวลเลย

ออฟไลน์ Koong

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 914
    ผมเป็นอีกคนนึงที่ผิดหวังกับพรีเมี่ยมคาร์  คุณภาพและการขับขี่ เทียบกับรถญี่ปุ่นดีๆ ไม่ได้หนีกันมาก แต่ราคาไปไกลมากๆ   
     ที่เบื่ออีกอย่างนึงคือ รู้สึกมันเสียจุกๆจิกๆ พวกเซ็นเซอร์ต่างๆ พอเสียปุ๊บเข้าโหมดเซฟตัวเองปั๊บ จอดอย่างเดียวรอรถสไล    ยิ่งใช้ยิ่งระแวงไม่กล้าเอาไป ตจว ไกลๆ     แต่รถญี่ปุ่นอย่างมากก็แค่ไฟเอนจิ้นโชว์ ยังขับต่อได้
     สรุป   ถ้ามีเงินอยากให้รางวัลกับตัวเองก็ซื้อไปเถอะ      แต่ถ้ามองเรื่องความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป รถตลาดๆคุ้มที่สุด

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,856
  • Let the SKYFALL
ง่ายๆครับ คนที่มีกำลังเงินเหลือเฟือจริงๆ เค้าก็หาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเค้า เรื่องค่าซ่อมบำรุงนี่ จิ๊บจ๊อยมากๆ สำหรับคนระดับนี้

แต่สำหรับคนที่มีกำลังซื้อ แต่ยังกังวลค่าซ่อมแพง ผมว่าจริงๆแล้ว คุณอาจจะไม่พร้อมสำหรับรถระดับนี้ก็ได้ครับ

ผมมองว่าคนที่เค้ามีเงินเล่นรถระดับนี้ได้ ฐานะเค้าต้องพร้อมจริงๆ ที่บ้านอาจมีรถหลายคันก็ได้ คันนี้เสียก็สลับไปขับคันอื่นได้ชิวๆ คันที่เสียก็ยกไปซ่อม กำลังจ่ายนั้นมีเหลือเฟือ สำหรับคนรวยระดับนี้
ก็มีทั้งส่วนถูกและไม่ถูกครับ
บางคนมีเงินจ่ายค่าซ่อมบำรุงรถปีละแสนได้สบายๆ ขนหน้าแข้งไม่ร่วง
แต่เค้ามองว่ามันเกินความจำเป็น ทำไมต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงรถสูงขนาดนั้น
รถ ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตเค้านอกจากเป็นแค่ยานพาหนะ
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^