ผู้เขียน หัวข้อ: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m  (อ่าน 13626 ครั้ง)

ออฟไลน์ IS2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,880
    • อีเมล์
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 11:43:11 »
ความคุ้มค่าของแต่ละคนอาจจะต่างกันครับ ถ้าซื้อรถมาเพื่อขับหรือนั่งโดยสารสบายยังไง D segment ญี่ปุ่นก็คุ้มกว่า แต่ถ้าซื้อรถเน้นใช้งานได้ทุกวันแถมขับสนุกได้ผมกลับคิดว่ารถยุโรปไซส์ C segment ปัจจุบันก็ถือว่าคุ้มค่าเช่นกัน อย่างผมใช้รถมาหลายคันรวมไปถึง D segment ยุโรปด้วย สรุปรถแนวซีรี่ย์ 3 หรือ  C Class กลับลงตัวที่สุด
1 3 5
├┼┼╕
2 4 6 R

ออฟไลน์ Parinya Cha

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 149
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 12:29:55 »
เอาตรงๆนะครับตอนนี้ ช่วงล่าง D-Segment ญี่ปุ่น(camry ใหม่) ดีพอๆกันกับยุโรปเลยนะครับ  ไปลองมาแล้วแบบไม่มโนด้วยครับ 
......ตอบความคุ้มค่าผมว่า D-seg ตัวท็อปคุ้มกว่าครับทั้งออปชั่น การขับขี่และอื่นๆ ภาพลักษณ์ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรนะครับ

+1 เลยครับ ตั้งแต่รุ่นพี่ที่ผมเคารพแกไปลอง Camry hybrid ใหม่แล้วบอกว่าขับดีกว่า 520d F10 ของแกอีก จากนั้นผมไม่มีความอยากครอบครองรถยุโรปราคา 2-3 ล้านเลยครับ

ออฟไลน์ chaithawat

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,385
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 13:21:19 »
ไหวก็จัดไปเลยครับคุ้มแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้ามีเงินเก็บสักสิบล้านขึ้นไปผมว่าขับยุโรปยังไงก็คุ้มกว่ากำไรชีวิตกว่าฟีลลิ่งพวงมาลัยก็ต่างกันเยอะแล้วยังไม่นับความเงียบนิ่งและวัสดุ
 แต่ถ้าต้องผ่อน เหนื่อย กังวลนู้นซ่อม เงินยังจำเป็นเอาดีญี่ปุ่นมันก็คุ้มและดีในระดับนึงนะครับ
 

ออฟไลน์ Teera

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,118
    • อีเมล์
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 13:29:56 »
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ยุโรปสิครับ
แต่ ฐานะปานกลาง ต้องมีภาระ ไปญี่ปุ่นสบายใจกว่า

แต่ D Sec สมัยนี้ อย่าหวังว่า ราคาอะไหล่จะถูกกว่า นะครับ ลองเช็คดูได้ ไม่หนีกับยุโรปแล้ว

แต่ ได้เปรียบมากๆ เรื่องศูนย์บริการ สมัยก่อน ญี่ปุ่นได้เปรียบมากๆ เรื่อง มีแะไหล่เชียงกง แต่ เดี๋ยวนี้ รถมัน Electronic ทั้งคัน ระบบแยะ อะไหล่เชียงกง ปัญหาเยอะ

 

ออฟไลน์ raygun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,047
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 14:47:29 »
.
.
d seg นี่ไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย
เพราะโดยส่วนตัวคิดว่ามันเหมาะกับคนแก่ มีลูก ประมาณนั้น
ส่วนใหญ่ผมขับรถกับแฟนสองคน ชอบขับเร็ว
d seg มันจึงไม่เหมาะทุกประการ

ออฟไลน์ tatum0022

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 739
    • อีเมล์
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 17:41:03 »
ยุโรปไม่คุ้มถ้าเอาเงินมาคำนวน แต่ถ้าเอาใจมาคำนวน คุณจะไม่กลับไปมอง D-sec อีกเลย เหมือนตอนที่ผมซื้อ w204 ก็เปลียบเทียบแบบนี้ และทุกวันนี้ D-sec ไม่มีในหัวเป็นตัวเลือกอีกเลย
E220d AMG 17' BBS RI-D
C200 AMG Carlsson add on 12'
Fortuner 2.8 E4 16'
Camry Hybrid 10'
Jazz JP 12'
vios 13'
Preruner 08'
Austin Mini Mark1 1962

ออฟไลน์ Disk™

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,119
  • High Society Sallon Gallery
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 21:06:06 »
ผมว่าที่ต่างจริงๆคือขนาดรถครับ ถ้าชอบใหญ่ๆไป D Seg ถ้านั่งแต่ด้านหน้าไปยุโรปครับ
User Review : ฟิล์มเซรามิค SolarFX (รีวิวแรกของผมครับ)
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=53654.0

User Review : Remap ECU Toyota Fortuner ที่ ECU Thailand by RPT
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=71384.0

ออฟไลน์ Fong

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,466
  • Make a Choice and Don't Look Back
    • อีเมล์
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มกราคม 27, 2019, 23:30:49 »
สำหรับรถยุโรป
ในแง่ตัวเงิน การซ่อมบำรุง ความสบายของผู้โดยสาร ไม่คุ้มครับ
ในแง่การขับขี่ ความมั่นใจ ความปลอดภัย คุ้มครับ

ผมซื้อตราดาว เพราะอยากมีสักคันครับ ก็เลยได้รุ่นราคาเล็กสุดมาครอง (ให้ภรรยาขับ)
ส่วนตัวก็ยังชอบ D-Segment พี่ยุ่นมากกว่าครับ (ขับ Accord อยู่ครับ)
และหลังจากนี้ เหล่ารถยุโรปคงจะได้เงินจากผมยากละครับ
ชีวิตมันแสนสั้น ไม่มีเวลามานั่งเสียใจ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23,833
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มกราคม 28, 2019, 00:24:01 »
คุ้มค่าเงิน ยังไงก็ต้อง D-Seg ญี่ปุ่นครับ เมื่อเทียบกับ ยุโรป 2.5 ล้าน

ออฟไลน์ GoatGoat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 869
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: มกราคม 28, 2019, 02:16:56 »
ความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ
D-Seg ผมเอาไว้นั่งแล้วมีคนขับ รถติดๆแบบนี้ วันไหนทำงานเยอะนอนน้อย นั่งหลับเบาะหลังโคตรสบายครับ

ออฟไลน์ S6

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 980
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มกราคม 28, 2019, 11:01:18 »
ดีกันคนละแบบ แต่ C-segment รถยุโรปด้านหลังก็ไม่เล็กแล้ว F30 ข้างหลังก็ยาวอยู่ครับ แต่ D-segment ทำไม 1.7 ถ้าเอาประมาณ 1.4-1.5 ยิ่งเห็นความคุ้มค่าแตกต่างมากขึ้น
มองถึงการซ่อมบำรุง, ราคาตก ยังไงรถญี่ปุ่นก็คุ้มค่ากว่า

ออนไลน์ off_033

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,123
    • อีเมล์
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มกราคม 28, 2019, 11:07:54 »
เรื่องคุ้มไม่คุ้มแล้วแต่ความชอบ

ผมเลือก D-seg ตัวเริ่มต้นครับ เน้นสบายไม่เน้นแรง option ครบตามสมควร

คิดว่าคุ้มสุดแล้วเพราะตรงกับความต้องการมากที่สุด


ออฟไลน์ arte

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 455
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มกราคม 28, 2019, 22:03:33 »
เห็นด้วยครับ d segment ตัวเริ่มต้นคุ้มกว่า

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,870
  • *** HLM.COM ***
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 01:52:36 »
ถ้าไม่เคยซื้อรถยุโรปมาก่อน จัดไปเลย อนาคตเบื่อๆจะกลับมาDก็ได้ สักครั้งในชีวิต

ออฟไลน์ the kit

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,170
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 09:42:20 »
มันจะคุ้มได้ไง
Jap = D-seg
Euro = C-seg
ไม่รวมค่าบำรุงรักษา+อื่นๆ

บางท่านว่า ตีนโหด ขับเร็ว = Euro
จะไป Euro ให้อุ่นใจต้อง "ตังค์โหด" ด้วย
"อยู่กับสิ่งที่มี.. ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน.. และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ WTF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 606
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 10:46:15 »
ผมเองก็เพิ่งจัด G9 Hybrid มาครึ่งปีได้ เทียบกับ F30 อยู่เหมือนกัน ยอมรับว่าใจนึงก็อยากจัด BMW บ้าง เคยใช้แต่ Volvo แต่พี่ผมใช้ F10 อยู่ ผมได้ขับหลายทีละ ฟีลลิ่งดี แต่คนนั่งข้างหลังชอบบ่นว่าแคบ จนจะไปไหน ผู้ใหญ่ในบ้านมักชอบบอกให้ไปด้วยรถตู้หรือ Accord G9 อีกคันของพี่มากกว่า(ที่บ้านมี accord 2คัน) ขนาดซีรีย์5นะ ผมเลยเปลี่ยนใจมา D-Segment ดีกว่า ประหยัดเงิน ประหยัดน้ำมัน และนั่งสบาย ไม่อึดอัด

แต่ช่วงนี้เห็น BMW รุ่นเล็กๆป้ายแดงเกลื่อนเลย เข้าใจว่าลดราคา เห็นบางคนบอก iconic นี่ 1.8X ล้านเอง ก็น่าสนนะครับ แต่ส่วนตัวเห็นคนขับ C-Segment ยุโรป ไม่เคยมองว่ามันดูรวยกว่าขับ D-Segment ยุ่นเลยนะ

ออฟไลน์ EVA01

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 307
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 17:11:30 »
ตั้งแต่ขับรถมาผมยังไม่เจอ D-Seg รุ่นไหนที่ขับดีเท่า f30 นะครับ

แต่ถ้าจะถามถึงความคุ้มก็ D-Seg แหละครับ กว้างกว่า ใช้งานสะดวกว่า บำรุงรักษาง่ายกว่าครับ

ออฟไลน์ bingoman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,287
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 18:25:18 »
ถ้ามองแค่เรื่องเงิน ยังไง D ญี่ปุ่นก็คุ้มกว่าครับ

แต่ถ้ามองเรื่องสมรรถนะทุกอย่างคือ เบรค พวงมาลัย chassis วัสดุ ภาพลักษณ์ เกียร์ ยุโรปอย่าง BMW ซีรี่3 ก็ไม่เป็นรอง D ญี่ปุ่นแน่ๆ ครับ

ปล. ยังไม่ได้ลอง Camry Hybrid ใหม่ครับ

ออฟไลน์ arte

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 455
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 19:03:05 »
Camry ใหม่ น่าจะเอา เครื่องเกียร์ F30 มาใส่น่าจะขายดี

ออฟไลน์ BN`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,894
Re: ความคุ้มค่าของเม็ดเงิน D-seg 1.7mกับ ยุโรป 2.5m
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 23:56:03 »
ถ้าเป็นผม ผมจะดูที่การใช้งานจริงๆเป็นหลักครับ

ถ้าเน้นนั่งสบาย ผมจะเลือก D-Segment แน่นอนครับ

แต่ถ้าผมต้องการสมรรถนะการขับขี่ ขับสนุก ผมจะเลือก รถยุโรป ครับ